QR Code
 

แพทย์แนะผู้สูงอายุควรรับประทานบะจ่างที่ทำจากธัญพืชคู่กับซุปผักและผลไม้

2017-05-17
  • แพทย์แนะผู้สูงอายุควรรับประทานบะจ่างที่ทำจากธัญพืชคู่กับซุปผักและผลไม้

    แพทย์แนะผู้สูงอายุควรรับประทานบะจ่างที่ทำจากธัญพืชคู่กับซุปผักและผลไม้

    แพทย์แนะผู้สูงอายุควรรับประทานบะจ่างที่ทำจากธัญพืชคู่กับซุปผักและผลไม้

                เทศกาลไหว้บะจ่างใกล้จะมาถึงแล้ว นายเหมาโหรวอี (毛柔壹) แพทย์แผนกโภชนาการ โรงพยาบาลผู่จือ (Puzi Hospital) สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน แนะนำว่า ควรเลือกรับประทานบะจ่างที่มีธัญพืชเป็นส่วนประกอบหลัก และควรรับประทานควบคู่กับซุปผักหรือผลไม้ที่ย่อยง่าย เพื่อให้อาหารที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายมีความสมดุล โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสูงอายุ ควรเลือกวัตถุดิบที่รับประทานง่าย ย่อยง่าย มาเป็นส่วนประกอบ จึงจะให้คุณค่าและประโยชน์กับร่างกายมากกว่า

                นายแพทย์เหมาโหรวอี กล่าวว่า บะจ่างที่ใช้ธัญพืชเป็นส่วนประกอบหลักจะมีปริมาณแคลอรี่ต่ำ เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย มีกากใยมาก ซึ่งแตกต่างจากบะจ่างแบบดั้งเดิมที่มีการใช้ข้าวเหนียวเป็นหลัก จึงมีความเหนียว เคี้ยวยาก ย่อยยาก เกิดการตกค้างหอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ จนผลให้เกิดอาการท้องอืดตามมา ดังนั้นเมื่อนำธัญพืซมาเป็นบะจ่างก็สามารถนำเอาเต้าหู้หรือเนื้อสัตว์สีขาวอย่างเช่น ไก่และปลา มาใช้แทนเนื้อหมูหรือเนื้อวัว และนำเอาเกาหลัดมาใช้แทนไข่แดง เป็นต้น เพราะจะช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างครบถ้วน

                แต่หากผู้บริโภคมีอาการป่วยด้วยโรคเรื้อรังอาทิเช่นโรคไต แพทย์แนะนำว่าควรเลี่ยงการรับประทานบะจ่างทุกชนิดหรือรับประทานในปริมาณน้อยที่สุด เพราะในบะจ่างแบบธัญพืชก็มีปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ส่วนบะจ่างทั่วไปก็มัปริมาณไขมันและโซเดียมสูงเช่นกัน นอกจากนี้ควรต้มน้ำซุปที่ทำจากผักย่อยง่ายและมีกากใยสูงรับประทานควบคู่กัน อาทิ ฟักเขียว มะระ และฟักทอง เป็นต้น หรือเลือกรับประทานคู่กับผลไม้อย่างเช่น กีวี่ แตงโม กล้วย มะละกอ ลูกท้อ และแก้วมังกร เพราะผลไม้เหล่านี้ย่อยง่ายมีกากใหญ่สูง ช่วยลดความเลี่ยน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารหลังการรับประทานบะจ่างทำงานได้อย่างคล่องตัว