ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2561
2018-01-14
  • กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

    กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

    กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ
  • กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

    กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

    กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ
  • ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว

    ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว

    ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว ผู้อนุบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากสุด เป็น 249,641 คน
  • ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว

    ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว

    ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว

 

1. ไต้หวันเตรียมบัญญัติกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่ กระทรวงแรงงานย้ำ ไม่แยกแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นออกจากกัน

             ตามที่มีสื่อรายงานว่า กระทรวงแรงงานไต้หวันกำลังอยู่ระหว่างร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการเฉพาะ ซึ่งแยกออกมาจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และจะแยกคนงานต่างชาติและคนงานท้องถิ่นออกจากกัน หรือพูดง่ายๆ คือกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่ จะไม่คุ้มครองแรงงานต่างชาติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันออกแถลงการณ์ย้ำว่า ไม่ว่าจะในแง่ของกฎหมายหรือด้านนโยบาย ล้วนไม่สามารถจะแยกแรงงานต่างชาติออกจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำได้ทั้งนั้น

             หนังสือพิมพ์ Liberty Times ของไต้หวันรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปิดเผยว่า ร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการเพิ่มโทษสำหรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และจะไม่ครอบคลุมแรงงานต่างชาติ แต่ยังต้องศึกษาผลกระทบที่จะตามมา อาทิเข้าข่ายละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยคนงานข้ามชาติและหลักความเสมอภาคของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน รวมถึงผลกระทบต่อการเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆ หรือไม่เป็นต้น เกี่ยวกับรายงานข่าวข้างต้น กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จากการตรวจสอบอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การการค้าโลกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งของไต้หวันและระหว่างประเทศ ล้วนห้ามพฤติกรรมที่เหยียดหยามและกีดกันแรงงานต่างชาติ และการแยกแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นออกจากกัน เป็นพฤติกรรมที่เหยียดหยามและกีดกันแรงงานต่างชาติ จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง

             กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า การเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงาน หากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่าจ้างและโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จะยิ่งเป็นผลเสียต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่น ดังนั้น ไม่ว่าจะในแง่ของกฎหมายหรือในด้านนโยบาย ล้วนไม่สมควรจะแยกแรงงานต่างชาติออกจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ

            

 

กระทรวงแรงงานไต้หวันยืนยันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

 

2. ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว ผู้อนุบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากสุด เป็น 249,641 คน

             กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 ปรากฏว่า 11 เดือนแรกของปี 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นร่วม 50,000 คน เป็น 674,651 คน โดยในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 425,010 คน หรือคิดเป็น 63% ภาคสวัสดิการสังคม จำนวน 249,641 คน ครองสัดส่วน 37% หากเทียบกับปี 2559 จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น 49,883 คน หรือเพิ่มขึ้น 79.8% ทั้งนี้ ในภาคการผลิต เพิ่มขึ้น 37,533 คน จัดเป็นสถิติเพิ่มสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนผู้อนุบาลก็เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 12,350 คน มากเป็นอันดับสองในช่วง 12 ปีเช่นกัน แสดงว่า ไต้หวันกำลังประสบกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติใกล้ทะลุหลัก 700,000 คนในไม่ช้านี้

             ที่น่าสนใจคือ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับจากกระทรวงแรงงานอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นจากโควตาเดิมที่ได้รับอยู่แล้วได้ โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ในอัตรา 3,000-7,000 เหรียญ เฉพาะในส่วนของมาตรการนี้ มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นแล้วถึง 284,000 คน และเป็นต้นเหตุทำให้ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งกระฉูดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

 

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว ผู้อนุบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากสุด เป็น 249,641 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) หืดขึ้นคอเฉือนสาวจีนเข้ารอบหญิงเดี่ยวออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) หืดขึ้นคอเฉือนสาวจีนเข้ารอบหญิงเดี่ยวออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018

-โปรอ้อมคว้าแชมป์กอล์ฟหญิงฮิตาชิเลดี้ส์คลาสสิก 2018 ในไต้หวัน เจิงหย่าหนีจบที่ 3 ร่วม

(more)

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 17 ม.ค. 61 ไต้หวันมีผู้ป่วยล้างไตเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 17 ม.ค. 61

     ไต้หวันมีผู้ป่วยล้างไตเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ระมัดระวังปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่มีผู้ป่วยล้างไต เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะป่วยและกลายเป็นผู้ป่วยที่ต้องล้างไตด้วย 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ดอกเหมยบานสะพรั่งทั่วไทเป + แพลนทริปชมเทศกาลซากุระทั่วไต้หวันกัน

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

         -ดอกเหมยบานสะพรั่งทั่วไทเป โดยเฉพาะที่บ้านพักอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็คและสวนสาธารณะจื้อเฉิงกงหยวน (志成公園) ที่เขตซื่อหลิน กรุงไทเป

         -แพลนทริปชมเทศกาลซากุระทั่วไต้หวัน ใครอยากไปแหล่งชมซากุระระดับเทพในไต้หวันรีบเข้ามาฟังกันเลย

 

บรรยากาศของดอกซากุระที่บานสะพรั่งทั่วฟาร์มอู่หลิง (武陵農場) ที่นครไทจง

 

หนาวนี้ขึ้นเขาชมซากุระทั่วไต้หวันกันเถอะ

 

ดอกเหมยบานสะพรั่งที่บ้านพักอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค

 

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของผิ่นกวั้น (品冠) ในชุด 言外之意 (Implication) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของผิ่นกวั้น (品冠) ในชุด 言外之意 (Implication) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เจิงจื้อเหว่ยปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ข่มขืนหลันเจี๋ยอิง /A-Lin เปิดคอนเสิร์ตที่เกาสง สามีและลูกมาให้กำลังใจสยบข่าวเตียงหัก)

 

ผิ่นกวั้น (品冠) หรือ Victor Wong กับอัลบั้มเพลงชุด Implication

 

เหลียงจิ้งหรู (梁靜茹) แสดงความยินดีกับ ผิ่นกวั้น (品冠) หรือ Victor Wong ในงานเกิดตัวอัลบั้มเพลงชุด Implication

 

 เจิงจื้อเหว่ย (曾志偉) ดาวตลกชื่อดังชาวฮ่องกง

 

A-Lin บนเวทีคอนเสิร์ตที่เกาสง

(more)

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. 61 นักวิชาการไต้หวันระบุ เกาหลีเหนือต้องการสร้างความแตกแยกให้แก่สหรัฐฯ กับ เกาหลีใต้

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. 61

 

เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ จูบปากกันแล้ว แต่คาดความสัมพันธ์ระหว่างกันจะก้าวให้ดีขึ้นอย่างเชื่องช้า 

ส่วนนักวิชาการไต้หวันระบุ เกาหลีเหนือต้องการสร้างความแตกแยกให้แก่สหรัฐฯ กับ เกาหลีใต้

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 13 ม.ค. 61 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ ตอนที่ 8 《ต้นคิมหันต์ประเทศทางใต้》

(ตอนที่ 8) คิโนะชิตะ เซนไก (KINOSHITA Seigai) 《ต้นคิมหันต์ประเทศทางใต้》

คิโนะชิตะ เซนไก (1887 – 1988)

l  1887 เกิดที่จังหวัดนางาโน่ ของญี่ปุ่น

l  1918 มาไต้หวัน

l  1923 พำนักที่เขตตั้นสุ่ย ในไต้หวัน ชื่อบ้าน ซื่อไหว้จวง (世外莊)

l  1927-1943 เป็นกรรมการตัดสินผลงาน หอศิลป์ไต้หวัน

l  1946 กลับญี่ปุ่น

l  1988 เสียชีวิต อายุ 102 ปี

          คิโนะชิตะ เซนไก เกิดที่จังหวัดนางาโน่ ในปี 1918 ได้รวมกลุ่มเพื่อนออกเดินทางจากโตเกียวเพื่อไปอินเดีย ระหว่างทางได้แวะพักที่ไต้หวัน ในปี 1923 พำนักอาศัยที่ตั้นสุ่ย ที่บ้าน ซื่อไหว้จวง (世外莊) ถือเป็น อาร์ต แกลเลอรี่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคเหนือไต้หวัน มีศิลปินไต้หวัน-ญี่ปุ่น แวะมาไม่ขาดสาย เขาวาดภาพเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยรับลูกศิษย์ ภาพวาดของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานธรรมชาติกับผู้คนและวัฒนธรรม ลายเส้นและสีหมึกละเอียดประณีต ในปี 1927-1943 เป็นกรรมการตัดสินผลงานของ หอศิลป์ในไต้หวันอย่างไม่ขาดสาย เขาได้ร่วมงานกับจิตรกรที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอีกท่านหนึ่งคือโกะบารา โกะโต (Gobara Koto) ในวงการภาพวาดของญี่ปุ่นในไต้หวัน เมื่อ โกะโต เดินทางกลับญี่ปุ่นเมื่อปี 1936 บทบาทของเซนไก ในไต้หวันมีความสำคัญมากขึ้น เขาทำงานในไต้หวันถึงปี 1946 จึงเดินทางกลับญี่ปุ่น ฝากไว้ซึ่งผลงานที่เป็นต้นแบบให้แก่นักวาดภาพในรุ่นหลัง เซนไก สิ้นชีวิตเมื่อปี  1988 ด้วยวัย 102 ปี

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2561

 

1. ไต้หวันเตรียมบัญญัติกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่ กระทรวงแรงงานย้ำ ไม่แยกแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นออกจากกัน

             ตามที่มีสื่อรายงานว่า กระทรวงแรงงานไต้หวันกำลังอยู่ระหว่างร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการเฉพาะ ซึ่งแยกออกมาจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และจะแยกคนงานต่างชาติและคนงานท้องถิ่นออกจากกัน หรือพูดง่ายๆ คือกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่ จะไม่คุ้มครองแรงงานต่างชาติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันออกแถลงการณ์ย้ำว่า ไม่ว่าจะในแง่ของกฎหมายหรือด้านนโยบาย ล้วนไม่สามารถจะแยกแรงงานต่างชาติออกจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำได้ทั้งนั้น

             หนังสือพิมพ์ Liberty Times ของไต้หวันรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปิดเผยว่า ร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการเพิ่มโทษสำหรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และจะไม่ครอบคลุมแรงงานต่างชาติ แต่ยังต้องศึกษาผลกระทบที่จะตามมา อาทิเข้าข่ายละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยคนงานข้ามชาติและหลักความเสมอภาคของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน รวมถึงผลกระทบต่อการเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆ หรือไม่เป็นต้น เกี่ยวกับรายงานข่าวข้างต้น กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จากการตรวจสอบอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การการค้าโลกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งของไต้หวันและระหว่างประเทศ ล้วนห้ามพฤติกรรมที่เหยียดหยามและกีดกันแรงงานต่างชาติ และการแยกแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นออกจากกัน เป็นพฤติกรรมที่เหยียดหยามและกีดกันแรงงานต่างชาติ จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง

             กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า การเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงาน หากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่าจ้างและโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จะยิ่งเป็นผลเสียต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่น ดังนั้น ไม่ว่าจะในแง่ของกฎหมายหรือในด้านนโยบาย ล้วนไม่สมควรจะแยกแรงงานต่างชาติออกจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ

            

 

กระทรวงแรงงานไต้หวันยืนยันไม่แยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ

 

2. ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว ผู้อนุบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากสุด เป็น 249,641 คน

             กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 ปรากฏว่า 11 เดือนแรกของปี 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นร่วม 50,000 คน เป็น 674,651 คน โดยในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 425,010 คน หรือคิดเป็น 63% ภาคสวัสดิการสังคม จำนวน 249,641 คน ครองสัดส่วน 37% หากเทียบกับปี 2559 จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น 49,883 คน หรือเพิ่มขึ้น 79.8% ทั้งนี้ ในภาคการผลิต เพิ่มขึ้น 37,533 คน จัดเป็นสถิติเพิ่มสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนผู้อนุบาลก็เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 12,350 คน มากเป็นอันดับสองในช่วง 12 ปีเช่นกัน แสดงว่า ไต้หวันกำลังประสบกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติใกล้ทะลุหลัก 700,000 คนในไม่ช้านี้

             ที่น่าสนใจคือ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับจากกระทรวงแรงงานอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นจากโควตาเดิมที่ได้รับอยู่แล้วได้ โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ในอัตรา 3,000-7,000 เหรียญ เฉพาะในส่วนของมาตรการนี้ มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นแล้วถึง 284,000 คน และเป็นต้นเหตุทำให้ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งกระฉูดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

 

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันใกล้แตะ 700,000 คนแล้ว ผู้อนุบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากสุด เป็น 249,641 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday ในเพลง 如果我們不曾相遇 (หากเราไม่เคยพบกัน) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday ในเพลง 如果我們不曾相遇 (หากเราไม่เคยพบกัน) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (Mayday โดนเซอร์ไพร์สในคอนเสิร์ตของตัวเอง เมื่อหลินอี้เหลี่ยน นักร้องสาวคนดังขวัญใจอาซิ่น นักร้องนำของวง มาปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญบนเวทีคอนเสิร์ตที่สนามเบสบอลนครเถาหยวน)

(more)

จันหย่งหรานหืดขึ้นคอกว่าจะทะลุเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงคู่ที่ซิดนีย์

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานหืดขึ้นคอกว่าจะทะลุเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงคู่ที่ซิดนีย์ ส่วนเซี่ยสูเหวยและเผิงซ่วยกลับมาจับคู่เล่นด้วยกันอีกครั้ง แต่ตกรอบแรก

- หลูเยี่ยนซวินอาจต้องถอนตัวจากออสเตรเลี่ยนโอเพ่น เพราะอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ขวายังไม่ดีขึ้น

 

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 มกราคม 2561

 

1. เตือนอันตราย! ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า ต้องเคารพกฎจราจร แรงงานต่างชาติในเมืองจางฮั่วเกิดอุบัติเหตุสูงสุด

           แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 มีจำนวน 674,651 คน ใกล้แตะด่าน 700,000 แล้ว ในอดีตแรงงานต่างชาติมักจะปั่นจักรยาน แต่ 2-3 ปีมานี้ รถจักรยานไฟฟ้ากำลังมาแรง ทั้งนี้เนื่องจาก จะปั่นก็ได้ หรือไม่ปั่นก็ยังวิ่งได้ เพราะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ แม้ความเร็วจะสู้รถมอเดอไซค์ไม่ได้ แต่เร็วกว่าปั่นจักรยานทั่วไป แถมราคาไม่แพงจนเกินไป หมื่นเศษก็หาซื้อได้แล้ว ที่สำคัญไม่ต้องมีใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมาย และมีการลือกันว่า แม้เมาเหล้าขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จะไม่ถูกจับเหมือนขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นข่าวลือผิดๆ จึงทำให้รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่แรงงานต่างชาติ แม้แต่แรงงานไทยก็ไม่เว้น ส่งผลให้คดีอุบัติเหตุจากรถจักรยานไฟฟ้าพุ่ง

          บริเวณสถานีรถไฟจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นจำนวนมาก กองจราจรเมืองจางฮั่วเตือนว่า การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าต้องเคารพกฎจราจร มิเช่นนั้นอาจถูกลงโทษปรับและทำให้เกิดอุบัติได้ง่าย โดยเฉพาะดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้า มีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งต้องเสียค่าปรับแพงมาก ตามระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจที่วัดได้ สูงสุดปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีอาญา ข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่า ต้องเคารพกฎระเบียบและหลีกเลี่ยงขับขี่ยานพาหนะ หลังดื่มสุรา

 

 

ในเมืองจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นจำนวนมาก

 

2. แรงงานต่างชาติใช้เวลาว่างทำงานนอกสถานที่หรือทำงานกับนายจ้างอื่นนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการทำงานผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน และอาจถูกเนรเทศกลับประเทศ

 

3. เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าไม่หยุด จาก 32 NT$ แลก 1 USD เมื่อต้นปี 60  ขณะนี้พุ่งเป็น 29.5 NT$ แลก 1 USD เป็นผลดีต่อการซื้อสินค้าหรือส่งเงินไปต่างประเทศ แต่ผู้ประกอบส่งออกสินค้าร้องโอดครวญ

 

 

4. สัมภาษณ์คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทย

          ในประเทศไทยมีศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันอยู่ 3 แห่งดังนี้

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ภาคเหนือ  ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

 

คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้ให้สัมภาษณ์ Rti

 

         ภารกิจของศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทย

         1.การศึกษาต่อไต้หวัน บริการข้อมูลการศึกษาต่อที่ไต้หวันแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจชาวไทย ไม่ว่าจะศึกษาต่อในระดับปริญญา การศึกษาภาษาจีนหลักสูตรระยะสั้น หรือโครงการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น ให้คำแนะนำในการเลือกมหาวิทยาลัย คณะสาขาวิชาเรียน การสมัครทุนการศึกษา การเตรียมเอกสารในการสมัครต่างๆ และแนะนำข้อมูลวิธีการรับรองเอกสารสำคัญเป็นต้น

         2.ความร่วมมือทางวิชาการ เป็นตัวแทนประสานงานด้านการศึกษาระหว่างหน่วยงานไทยและไต้หวัน ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เรียนรู้จุดเด่นในการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถาบัน นำไปสู่ความร่วมมือในอนาคต

         3.ส่งเสริมระบบอุดมศึกษาไต้หวันและการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ฯลฯ

 

 คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้ให้สัมภาษณ์ Rti

 

        ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มได้ที่

ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพฯ

เลขที่ 50 ตึกศูนย์การศึกษานานาชาติ ชั้น2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงาม วงศ์วาน จตุจักร กทม. 10900

เบอร์โทรติดต่อ :+66-25-791068 แฟ็กซ์: +66-25-791069

เว็บไซต์ : http://www.tec.mju.ac.th/en    อีเมล : Tecthailand1@gmail.com

 

ถาบันการศึกษาในไต้หวันเดินทางไปจัดงานนิทรรศการการศึกษาไต้หวันในกทม.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 10 ม.ค. 61 รายงานพิเศษภาวะผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อายุน้อยลงทุกขณะ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 10 ม.ค. 61

 

รายงานพิเศษภาวะผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อายุน้อยลงทุกขณะ สัญญานเตือนผู้คนระวังโรคความจำเสื่อมรุกล้ำสุขภาพของคุณ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 8 ม.ค. 61 - ร้านกาแฟสตาร์บัคส์สาขาเหนือสุดของไต้หวันและสาขาที่สวยที่สุดของไต้หวัน

สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักร้านกาแฟดังระดับโลกที่ได้รับความนิยมในไต้หวันอย่างสตาร์บัคส์ บุกไปเปิดสาขาที่เกาะหมาจู่ เหนือสุดของไต้หวันแล้ว และแนะนำสาขาที่สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในกรุงไทเป

 

สตาร​์บัคส์สาขาหมาจู่ ตั้งอยู่บนเกาะหนานกัน หมาจู่

 

 

สตาร​์บัคส์สาขาเทียนอวี้ ตั้งอยู่ที่เทียนหมู่ กรุงไทเป

 

(more)

อากาศหนาวมาแล้ว ไปเก็บสตรอเบอรี่และชมต้นสนเปลี่ยนสีในไต้หวันกันเถอะ

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

จะพาคูณผู้ฟังไปเก็บสตรอเบอรี่ที่ต้าหู (大湖) ของเหมียวลี่ (苗栗) และเที่ยวชมต้นสนเปลี่ยนสีทั่วไต้หวัน อยากรู้ว่ามีจุดเด็ดๆ อยู่ที่ไหน ตามเรามาได้เลย (ไทเปก็มีตั้งหลายที่นะ...จะบอกให้)

 

อยู่แค่เหมียวลี่นี่เองกับบรรยากาศสวยๆของต้นสนเปลี่ยนสีในแถบไท่อัน (泰安) 

 

บรรยากาศของต้นสนรั่วอวี่ซงเปลี่ยนสีแดงสวยที่ อ.หลินเน่ย (林內鄉) ในเขตหยุนหลิน (雲林)

 

เริ่มแล้วกับเทศกาลเก็บสตรอเบอรี่ที่แถบต้าหู (大湖) ของเหมียวลี่ (苗栗)

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ม.ค. 60 รายงานพิเศษแถลงข่าวสิ้นปี ปธน. ไช่อิงเหวิน

 

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ม.ค. 60

รายงานพิเศษแถลงข่าวสิ้นปี ปธน. ไช่อิงเหวิน 

     เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 60 ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน ได้เปิดแถลงข่าวในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2561 ย้ำเกี่ยวกับประเด็นด้านความเป็นตัวของตัวเองด้านกลาโหม ยุทธศาสตร์การค้าเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การทูตติดดิน รวมทั้งการปฏิรูปโครงสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม ตลอดจนแก้ปัญหาค่าจ้างต่ำ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในปีใหม่นี้ของรัฐบาล 

     ท่านที่สนใจฟังคำแถลงฉบับภาษาจีนจากทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันสาธารณรัฐจีนที่ลิงค์ https://youtu.be/RJAu2dpq28o 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของสาว Lala สวีเจียอิ๋ง ในชุด 心裡學 (The Inner Me) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและบันเทองดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของสาว Lala สวีเจียอิ๋ง ในชุด 心裡學 (The Inner Me) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลินจืออิ่งไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับย่านการค้าซื่อผิงเจียกลางกรุงไทเป คนกรี๊ดสนั่นจนทำให้ต้องเลิกโปรแกรมเดินชมตามร้าน/เฉินเฉียวเอิน เจ้าแม่ละครทีวีของไต้หวันคนดัง ถูกจับเมาแล้วขับ เป็นตัวอย่างไม่ดีไปซะแระ)

(more)

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 6 ม.ค. 61 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง (7) โกบาระ โคะโต-ภาพไม้ดอกพื้นเมืองของไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง (7) โกบาระ โคะโต-ภาพไม้ดอกพื้นเมืองของไต้หวัน

 

ชื่อจิตรกร: โกบาระ โคะโต (ค.ศ.1887-1965) -

ชื่อจริง คือ โฮริเอะ โตอิจิโร

เกิดที่เมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น

- เป็นจิตรกรญี่ปุ่น และอาจารย์ด้านศิลปะที่มี่ชื่อเสียงสมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน

- เคยร่วมกับอิชิคาว่า คินิชิโร, ชิโอสึกิ โทโฮ และคิโนะชิตะ เซไก จิตรกรญี่ปุ่น จัดนิทรรศการวิจิตรศิลป์ไต้หวันที่ไต้หวันขึ้นปีละครั้ง โดยยึดรูปแบบเดียวกับนิทรรศการวิจิตรศิลป์จักรวรรดิญี่ปุ่น - ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียง เช่น เฉินจิ้น, หลินอาฉิน, ชิวจินเหลียน, โจวหงโฉว เป็นต้น

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ขุนพลแรงงานไทยวันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561

 

1. ปีใหม่นี้เป็นต้นไป นายจ้างไต้หวันอยู่ที่บ้านก็สามารถจ้างตรงแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ได้ ขณะที่ สตม.ไต้หวันเปิดบริการตรวจเช็คคำสั่งห้ามเข้า-ออกระเทศของแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์

          เริ่มปีใหม่ 2561 ไต้หวันประกาศใช้มาตรการใหม่ๆ หลายอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องแรงงานไทย ได้แก่ บริการตรวจเช็คคำสั่งห้ามเข้าไต้หวัน กรณีที่แรงงานต่างชาติเคยหลบหนีหรือติดคดีมาก่อน และคำสั่งห้ามออกนอกประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติบางคนทำผิดกฎหาย ถูกส่งดำเนินคดี ระหว่างที่รอศาลดำเนินคดี ตัวคนงานที่เป็นผู้ต้องหาเอง หรือบริษัทจัดหางาน ตลอดจนนายจ้าง ได้ส่งคนงานกลับประเทศ เนื่องจากไม่ทราบว่า คนงานต่างชาติรายนั้น ถูกศาลออกคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ จึงใช้วิธีเสี่ยงดวง ลองส่งคนงานกลับบ้าน แต่เมื่อไปถึงสนามบิน ส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ต่อไปไม่ต้องเสียเวลาไปเสี่ยงอีกแล้ว ตรวจเช็คได้จากระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เลย

          บริการใหม่อีกรายหนึ่ง สำหรับนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติผ่านระบบจ้างตรง ในอดีตแม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก แต่นายจ้างยังต้องไปยังศูนย์บริการจ้างตรงอยู่ดี แต่ต่อนี้ไป นายจ้างไม่ว่าจะในภาคการผลิต ก่อสร้าง ประมงหรือผู้อนุบาลในองค์กร ในครัวเรือน ล้วนสามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติในระบบจ้างตรงไม่ผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางานผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างแท้จริง กล่าวคือ นายจ้างเพียงแค่ยื่นขอผ่านคอมพิวเตอร์ กรอกคำร้อง อัพโหลดหลักฐานหรือเอกสารตามที่กำหนด และชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์ได้เลย อยู่ที่บ้านก็สามารถยื่นขอได้โดยไม่จำกัดวันและเวลา โดยจะมีเจ้าหน้าคอยอำนวยความสะดวกให้ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นขอต่อสัญญาใหม่ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วย ทำให้ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมาก

 

 

สตม.ไต้หวันเปิดบริการตรวจเช็คคำสั่งห้ามเข้า-ออกประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ได้

 

2. แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเหิมเกริม แจกนามบัตรหางานที่โรงพยาบาล เตือนนายจ้างต้องระวัง จ้างคนงานต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกปรับขั้นต่ำ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน

          ช่วงนี้พบว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนไม่น้อยแสดงอาการเหิมเกริม เที่ยวแจกนามบัตรหางานตามโรงพยาบาลต่างๆ แม้แต่นายหวางซินจี ผอ.กองแรงงานนครไถหนาน ก็ได้รับนามบัตร ถูกถามว่าต้องการผู้อนุบาลหรือไม่ โดยแรงงานต่างชาติเหล่านี้ นอกจากนามบัตรแล้ว ยังมีใบถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ของปลอม ซึ่งโดยมากจะปลอมแปลงมาจากบัตร ARC ของคู่สมรสต่างชาติหรือผู้ตั้งงถิ่นฐานใหม่ จึงเตือนนายจ้างว่า ต้องระวัง นายจ้างต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะทำงานในภาคการผลิต ก่อสร้างหรือผู้อนุบาล จะต้องยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานก่อน หรือกรณีที่คนหางานเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ซึ่งไม่ต้องขออนุญาต ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการว่าจ้างว่า เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จริง ไม่ใช่เป็นการแฝงตัวของแรงงานผิดกฎหมาย มิเช่นนั้น จะถูกลงโทษปรับเงิน 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน

          นับวันแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือที่เรียกกันว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อนุบาลหลบหนีเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติค่อนข้างเข้มงวด และความต้องการว่าจ้างผู้อนุบาลอยู่ในระดับสูง ทำให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย หางานที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ถึงขั้นพิมพ์นามบัตรแจก รวมถึงแอบอ้างว่าตัวเองเป็นคู่สมรสชาวต่างชาติหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยแสดงใบถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ของปลอม หากนายจ้างไม่ตรวจสอบให้ดี อาจทำผิดกฎหมายถูกลงโทษ โดยอ้างว่าตนไม่รู้ไม่ได้

          ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2560 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างหรือที่เรียกว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ 52,891 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเพศหญิง 31,606 คน ผู้ชาย 21,285 คน หากจำแนกตามสัญชาติ แรงงานเวียดนามยังคงครองแชมป์การหลบหนี มีจำนวน 25,626 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนีประมาณกึ่ง แต่หากจำแนกตามเพศแล้ว แรงงานเพศหญิงอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 19,856 คน ขณะที่แรงงานไทยหลบหนี 845 คน เป็นเพศชาย 695 คนและเพศหญิง 150 คน

 

แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมักจะหางานตามโรงพยาบาล โดยการแจกนามบัตรให้นายจ้างที่สนใจจะว่าจ้างผู้อนุบาล

 

3. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายต่างๆ

          สืบเนื่องจากแรงงานไทยในไต้หวัน อายุโดยเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป ประกอบกับไม่ค่อยดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น ขาดโภชนาการที่เหมาะสม และไม่ค่อยได้ตรวจเช็คสุขภาพ ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและภูมิคุ้มกันต่ำ บางทีป่วยเป็นโรคไข้หวัดทั่วไปก็อาจลุกลามกลายเป็นโรคร้ายแรงได้

          อย่างเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา มีแรงงานไทยทำงานในโรงงานพลาสติกส์ที่เขตหลูจู๋ นครเถาหยวน รายหนึ่ง อายุ 44 ปี มาจากจังหวัดชลบุรี มีอาการไม่สบายเป็นไข้หวัด ล่าม บจง. พาไปรักษาที่คลินิก อาการดีขึ้น แต่อีก 3 วันต่อมา ได้แสดงอาการแปลกๆ คล้ายคนสติไม่สมประกอบ เห็นอะไรก็ใช้ปากกัดไปหมด แรกๆ เพื่อนร่วมงานสันนิษฐานว่า ป่วยเป็นโรคประสาท หรือไม่ก็อาจเมายาไอซ์ ทำให้เกิดประสาทหลอน วันต่อมาล่าม บจง. พาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่เขตหลูจู๋ ไปถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน อาการของแรงงานไทยรายนี้รุนแรงขึ้น เห็นอะไรก็จะเข้าไปกัดกิน เมื่อเข้าห้องน้ำก็ไปขุดคุ้ยขยะ ทำเอาล่ามต้องคอยประกบดูแลอย่างใกล้ชิด จากนั้นไม่นานหมดสติ จากการตรวจเช็ค แพทย์วินิจฉัยว่า เชื้อไวรัสเริมลามขึ้นสมอง ทำให้ป่วยเป็นโรคสมองอักเสบขั้นรุนแรง จนควบคุมสติไม่อยู่ ขณะนี้ แพทย์ให้การรักษาอยู่ในห้องไอซียู โดยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและให้อาหารทางสายยาง

          โรคสมองอักเสบ (Encephalitis) เป็นโรคที่น่ากลัว เพราะส่งผลต่อพฤติกรรม ความจำได้มาก และอาจมีอันตรายถึงชีวิต โดยโรคสมองอักเสบมีสาเหตุจากติดเชื้อไวรัส อย่างไวรัสสมองอักเสบ และไวรัสเริม แต่จะเป็นการติดเชื้อเริมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเริมที่ริมฝีปาก หรือเริมอวัยวะเพศ นอกจากนี้ ภาวะภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ หรือถูกยุง หมัดกัด เช่น ไปท่องเที่ยว หรือไปทำงานในป่า ในท้องทุ่ง เพราะเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ มักมียุงหรือหมัดเป็นพาหะโรค ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้

          อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ทานอาหารที่มีโภชนาการและรู้จักป้องกันตนเองจากยุง และหมัดกัด ก็เป็นวิธีที่ป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ลงได้

 

คนงานไทยป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดมากขึ้น (ในภาพ รองอธิบดีกรมจัดฯ และผอ. สนร.ไทเป ไปตรวจเยี่ยมแรงงานไทยที่ป่วยเป็นอัมพาตที่รพ.ฉางเกิง)

 

4. คนงานเวียดนามผิดกฎหมายขับรถยกขนาด 5 ตัน พลิกตกเหว ถูกทับเสียชีวิต

          เมื่อบ่ายวันที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ เกิดอุบัติเหตุที่เขตหลินโข่ว นครนิวไทเป เมื่อคนงานเวียดนามรายหนึ่งขับรถยกหรือรถโฟล์คลิฟท์ขนสินค้าอยู่นอกโรงงาน ซึ่งอยู่บนเนินเขา แต่พลาดท่าทั้งรถทั้งคนตกลงไปในใต้เนินเขาข้างโรงงาน ซึ่งลึกประมาณตึก 2 ชั้น รถโฟล์คลิฟท์ขนาด 5 ตัน ทับร่างของแรงงานเวียดนามรายนี้เอาไว้เหลือแต่ 2 ขาโผล่ออกมา และเนื่องจากสถานที่เกิดเหตุชันมาก รถกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปได้ กำลังคนก็ยกรถโฟล์คลิพท์ไม่ไหว สุดท้ายต้องใช้วิธีขุดลึกลงไปในดิน จึงนำร่างของแรงงานเวียดนามผู้เคราะห์รายนี้ออกมาได้หลังเกิดเหตุแล้ว 4 ชั่วโมง โดยคนงานเวียดนามรายนี้เหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาเสียแล้ว

          เถ้าแก่โรงงานให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนไม่รู้จักคนงานเวียดนามรายนี้มาก่อน เคยเห็น 2–3 ครั้ง คนงานเวียดนามเอาเบอร์โทรมือถือไว้ให้และบอกว่า อยากทำงาน หากมีงานให้ทำก็เรียกตนได้ทุกเวลา และบอกว่าสามารถขับรถยกหรือรถโฟล์คลิฟท์ได้ พอดีช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ ต้องการทำความสะอาดและจัดโรงงานให้เป็นระเบียบ จึงเรียกให้มาช่วยขับรถยก เพื่อขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ไม่นึกว่าจะเสียหลัก ตกลงไปในเหวข้างโรงงาน

          ตำรวจได้ควบคุมตัวนายจ้างรายนี้เอาไว้ เพื่อดำเนินคดีข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขณะเดียวกัน กองแรงงานนครนิวไทเป ได้ลงโทษปรับเงิน 150,000 เหรียญไต้หวัน ฐานทำผิดกฎหมายการจ้างงาน กรณีว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้อนุญาต

          อุบัติเหตุจากรถยกหรือรถโฟล์คลิฟท์นั้น คนงานไทยก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีคนงานไทยเสียชีวิตไปแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือคนรอบข้าง ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะวิ่งไปเฉี่ยวชนผู้คนและสิ่งของ ยิ่งเป็นรถโฟล์คลิฟท์หรือรถยกที่ใช้ลำเลียงขนส่งวัตถุสิ่งของในโรงงาน นอกจากการเฉี่ยวชนแล้ว ยังอาจทำให้สิ่งของที่บรรทุกหล่นลงมาทับซ้ำได้ ดังนั้นการขับขี่ต้องได้รับการฝึกหัดและต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

 

 

 

คนงานเวียดนามผิดกฎหมายขับรถยกขนาด 5 ตัน พลิกตกเหว ถูกทับเสียชีวิต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของจางซิ่นเจ๋อ ในเพลง 好好愛個女孩 (รักผู้หญิงสักคนให้ดีๆ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของจางซิ่นเจ๋อ ในเพลง 好好愛個女孩 (รักผู้หญิงสักคนให้ดีๆ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จื่ออวี๋สาวน้อยจากไต้หวันแห่งวง Twice ได้อันดับ 3)

(more)

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 4 ม.ค. 61 - ปีใหม่เพิ่ม 5 มาตรการอำนวยความสะดวกชาวต่างชาติ

 

           สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เริ่มมาตรการอำนวยความสะดวกรูปแบบใหม่ให้ประชาชนชาวต่างชาติ 5 ประการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป มีบริการอะไรบ้างติดตามได้ในรายการ

           สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนบริการ 02-2796-7162 หรือสอบถามทางออนไลน์ที่ http://cs.immigration.gov.tw

 

 

ปีใหม่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่ม 5 มาตรการอำนวยความสะดวกชาวต่างชาติ

++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 1-5

(more)

จันหย่งหรานและคู่หูคนใหม่ ผ่านเข้ารอบแบบสบายในทัวร์นาเมนต์แรกของปีที่บริสเบน

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหราน เทนนิสหญิงคู่มือ 1 ของโลกชาวไต้หวันและคู่หูคนใหม่ (Andrea Hlavackova) ผ่านเข้ารอบแบบสบายในทัวร์นาเมนต์แรกของปีที่บริสเบน

- เซี่ยสูเหวยผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในเทนนิส WTA รายการโอ๊คแลนด์โอเพ่น 2018

- ไต้จืออิ่งชนะ 3 แมตซ์รวดในการแข่งขันแบดที่อินเดีย

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 3 ม.ค. 61

 

1. เริ่มปีใหม่นี้ หน่วยงานต่างๆ ในไต้หวัน ทั้งกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดให้บริการออนไลน์ โดยนายจ้าง บริษัทจัดหางานหรือแรงงานต่างชาติ ไม่ต้องเดินทางไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์ของหน่วยงานต่างๆ สามารถยื่นคำร้องหรือตรวจเช็ครายการต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้ เช่นการยื่นขออนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ทั้งที่ผ่านบริษัทจัดหางานหรือจ้างตรง การรายงานแรงงานต่างชาติหลบหนี การต่อสัญญาใหม่หลังจากที่แรงงานต่างชาติทำงานครบ 3 ปีแล้ว การยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ หรือ ARC รวมไปถึงการตรวจเช็คคำสั่งห้าเดินทางเข้าและออกไต้หวัน (บัญชีดำ) ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องไปทำเรื่องหรือตรวจสอบที่เคาน์เตอร์ของหน่วยงานต่างๆ อีกต่อไป

           นอกจากนี้ การตรวจเช็คระยะเวลาทำงานในไต้หวันว่า ยังเหลือเวลาทำงานในไต้หวันอีกนานเท่าไหร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แรงงานไทยอยากทราบและสอบถามมากที่สุด ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากระบบตรวจสอบออนไลน์เป็นภาษาจีน ทำให้การตรวจสอบอาจยุ่งยากบ้าง อย่างไรก็ตาม ใครที่อยากลองตรวจเช็คระยะเวลาทำงานของตนว่า ยังเหลือกี่ปี ให้คลิกไปที่ลิงค์ https://labor.wda.gov.tw/labweb/Login.jsp และทำตามขั้นตอนดังในรูปภาพ (ผลการตรวจสอบเป็นข้อมูลสำหรับประกอบการพิจารณาเท่านั้น ความแม่นยำในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นเคยเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และการเปลี่ยนชื่อ ฯลฯ)

 

ขั้นตอนที่ 1 กดไปที่ลิงค์ https://labor.wda.gov.tw/labweb/Login.jsp จะเข้าสู่หน้าหลักของระบบตรวจเช็คตามภาพข้างท้าย จากนั้นใส่รหัสผ่านในช่องว่างที่ 3 (ช่องสีเขียว) โดยใส่รหัสตานที่โชว์ใน (ช่องสีเขียว) มุมล่างซ้าย (ระวังตัวอักษรอังกฤษตัวเล็ก-ใหญ่)

 

 ขั้นตอนที่ 2 เลือกรายการที่ 2 (ตรวจเช็คระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติ) จากแถบเมนูด้านซ้ายมือ

 

ขั้นตอนที่ 3 เลือกประเทศ โดยคลิกที่หัวลูกศรลงล่างในหมายเลข 1 ประเทศไทยเป็น 030 ใส่หมายเลขหนังสือเดินทางที่ต้องการตรวจเช็คตามในช่องข้อ 2 (ระวังต้องเขียนตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กตามในหนังสือเดินทาง) จากนั้นคลิกตรวจสอบตามในข้อ 3 

 

ขั้นตอนที่ 4 ผลการตรวจสอบ (ตัวอย่าง) ข้อที่ 1 สัญชาติไทย ข้อที่ 2 หมายเลขหนังสือเดินทาง ข้อที่ 3 วันเวลาที่ตรวจสอบสอบ ข้อที่ 4 รวมระยะเวลาที่ทำงานในไต้หวัน 5 ปี 8 เดือน 13 วัน ข้อที่ 5 ยังเหลือเวลาทำงานในไต้หวันอีก 6 ปี 3 เดือน 17 วัน

 

2. ปัจจุบันมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย แม้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสื่อสารและการรับรู้ ส่งถ่ายข้อมูลข่าวสาร แต่ก็ส่งผลให้คดีหลอกลวงแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เมื่อเร็วๆ มีแรงงานไทยทั้งในไต้หวันและในประเทศไทยจำนวนมากหลงเชื่อโฆษณาในเฟสบุ๊ค โดนหลอกว่าจะจัดส่งไปทำงานต่างประเทศ แต่จ่ายเงินแล้วไม่ได้บิน สูญเงินไปเป็นแสนบาท จึงเตือนให้ระวังภัยแบบใหม่ที่มากับความสะดวกสบายของเทคโนโลยีสมัยใหม่

 

ปัจจุบันมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย คดีหลอกลวงแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

 

3. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย เปิดเผยสถิติข้อมูลชาวไทยและแรงงานไทยในต่างประเทศ ณ เดือนกันยายน 60 ระบุว่ามีคนไทยจำนวน 1,120,837 คนในต่างประเทศ และมีคนไทยจำนวน 165,119 คนที่ทำงานในต่างประเทศ โดยประเทศที่มีคนไทยย้ายถิ่นมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ไต้หวัน 76,606 คน อิสราเอล 27,043 คน และสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้ 22,650 คน

           โดยในจำนวนนี้ พบว่า แรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ร้อยละ 89.2 มีระดับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถม-มัธยมปลายและปวส. ผู้มีการศึกษาในระดับปริญญาตรีมีร้อยละ 11.80 สำหรับรายได้ที่ส่งกลับประเทศไทยผ่านระบบธนาคารไทย ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีการนำส่งกลับราย 114,581 ล้านบาท สำหรับปี 2560 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนกันยายน 2560 มากถึง 94,174 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนยังไม่รวมรายได้ที่มีการฝากส่งกับเครือญาติที่เดินทางกลับ รวมถึงรายได้จากแรงงานผิดกฎหมายที่ฝากเงินกับบล็อกเกอร์หรือผ่านระบบใต้ดิน

 

ข้อมูลจากกรมการกงสุล กต. ณ เดือนกันยายน 60 มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ 165,119 คน

 

กรมการกงสุล ณ ก.ย. 60 เผยประเทศที่มีคนไทยย้ายถิ่นมากที่สุด 3 อันดับ แรกด้แก่ ไต้หวัน 76,606 คน อิสราเอล 27,043 คน และเกาหลีใต้ 22,650 คน (ในภาพเป็นชาวไทยที่ร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ณ นครนิวไทเป เมื่อเม.ย. 60)

 

4. คุณกลิตจอห์น อดีตแรงงานไทยจากเมืองจางฮั่ว เล่าว่าตนมาทำงานที่ไต้หวัน ได้รับการดูแลอย่างดีจากนายจ้างจนครบ 12 ปีแล้ว อยากจะมาทำงานอีก แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะครบตามที่กฎหมายกำหนด จึงต้องเดินทางกลับไปทำงานธุรกิจคาร์แคร์กับเถ้าแก่ไต้หวันที่ประเทศไทย

 

5. คุณจี๋ อามี่ ผู้ต้องขังแรงงานไทยจากเรือนจำพิเศษสำหรับนักโทษชั้นดี เรือนจำหมิงเต๋อที่นครไถหนาน เล่าสภาพการณ์ความเป็นอยู่และถามขั้นตอนการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 3 ม.ค. 61 มุ่งใต้ใหม่ประสานเสียงดนตรีจากไต้หวันมุ่งสู่เขาใหญ่

 

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 3 ม.ค. 61

มุ่งใต้ใหม่แนวใหม่ ด้วยเสียงดนตรี กระหึ่มเขาใหญ่ 

 

      งานระดม “โค” ทั่วประเทศของไทยที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ บิ๊กเมาน์เท่น 2017 ผู้คนนับแสนรวมตัวกันตามคำบัญชาของจ่าฝูง ทำให้บริเวณลานดนตรีบิ๊กเมาน์เท่น แน่นขนัดไปด้วยแฟนเพลงวัยจ๊าบบ ในขณะที่ศิลปินไต้หวันก็ได้รับเชิญให้ “แจม” ในงานด้วยอย่างคึกคัก โดยมีทั้ง My Skin Against Your Skin  หลูกว่งจ้ง Trash และปาไล่ ประชันฝีมือกับศิลปินไทยอย่าง My Life As Ali Thomasและ TELEX TELEXS รวมทั้งนักร้องวัยรุ่นชื่อดังของไทยอย่าง Stamp ที่ขึ้นเวทีแนะนำและร่วมบรรเลงเพลงขับกล่อมสาวกทั้งหลายบนเวทีกันอย่างคึกคัก

       หลังการแสดง สื่อไทยต่างให้ความสนใจกับความสามารถในการเล่นดนตรีของศิลปินจากไต้หวัน รุมสัมภาษณ์ศิลปินจากไต้หวัน โหยวซื่อหยู่นักร้องนำของวง My Skin Against Your Skin  บอกว่า รู้สึกประทับใจกับงานดนตรีในไทยครั้งนี้มาก แฟนเพลงไทยก็นิยมศิลปินจากต่างชาติมาก ตลาดดนตรีไทยจึงน่าสนใจมาก โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งที่ธุรกิจเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะมุ่งของความเป็นดนตรี และยังมีสิทธิซึมซับบรรยากาศวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้อีกด้วย

 

 

ศิลปินไต้หวันอย่าง หลูกว่งจ้ง Trash และปาไล่ ร่วมงาน บิ๊กเมาน์เท่น 2017 ที่เขาใหญ่เป็นครั้งแรก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 2 ม.ค. 61 คนว่างงานเดือน พ.ย. 60 เหลือ 3.71% ต่ำสุดเดือนเดียวกันในรอบ 17 ปี

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 2 ม.ค. 61

 

คนว่างงานเดือน พ.ย. 60 เหลือ 3.71% ต่ำสุดเดือนเดียวกันในรอบ 17 ปี 

เศรษฐกิจไต้หวันปีหน้า พุ่ง 2.43% 

สหกรณ์ประมงไต้หวันเร่งขยายตลาดสู่อาเซียน ดันยอดผลผลิต 350 ล้านเอ็นที 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ตามติดบรรยากาศการชมแสงอาทิตย์แรกแห่งปีในไต้หวัน

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-จะพาคุณผู้ฟังไปตามติดบรรยากาศการชมแสงอาทิตย์แรกแห่งปีในไต้หวันกัน 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 1 ม.ค. 61 - คนดังไต้หวันติดอันดับใบหน้าที่สวย-หล่อที่สุดในโลก

 

พาคุณไปรู้จักใบหน้าที่สวยที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของ TC Candler ประจำปี 2017 โจวจื่ออวี๋ (周子瑜) สาวไต้หวันวัย 18 นักร้องเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวง TWICE ติดอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย 

 

 

และ เกาอี่เสียง (高以翔 : Godfrey Gao) นักแสดงและนายแบบชาวไต้หวัน สัญชาติแคนาดา วัย 33 ปี มีใบหน้าหล่อที่สุดในโลกติดอันดับ 21

 

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของจางซิ่นเจ๋อ ในชุด 擁恆 (Everlasting) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของจางซิ่นเจ๋อ ในชุด 擁恆 (Everlasting) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (สองดาราสาวระดับดาวค้างฟ้า หวังจู่เสียนและเจิงหัวเชี่ยนพร้อมใจกันฉลองคริสต์มาสด้วยการโพสต์ภาพใส่แว่นและถ่ายคู่น้องหมาอย่างไม่ได้นัดหมาย)

 

จางซิ่นเจ๋อกับอัลบั้มเพลงชุด Everlasting

 

เจิงหัวเชี่ยนและน้องหมากับต้นคริสต์มาส

 

หวังจู่เสียนฉลองคริสต์มาสกับน้องหมา

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2560

 

1. เริ่มแล้ว 14 ประเภทกิจการกว่า 100,000 ร้านค้า ห้ามแจกฟรีถุงพลาสติกแก่ลูกค้า ฝ่าฝืนโดนปรับ ไม่เกิน 6,000 NT$

            ไต้หวันเดินหน้าลดขยะพลาสติก ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไปเพิ่มอีก 7 ประเภทกิจการ จากเดิมที่ห้ามให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าฟรีแล้ว 7 ประเภทกิจการ รวมเป็น 14 ประเภทกิจการ ครอบคลุมร้านค้ากว่า 100,000 แห่ง เพื่อให้มาตรการลดขยะพลาสติกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

            นับจากวันที่ 1 มกราคมปี 2561 เป็นต้นไปขยายร้านค้า 7 ประเภทอันได้แก่ ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขายยา ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสาร  ร้านหนังสือและเครื่องเขียน ร้านซักอบรีด ร้านขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ห้ามให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าฟรี นอกจากนี้ยังห้ามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านไฮเปอมาร์เก็ตจำหน่ายถุงพลาสติกทั่วไปแต่ให้เปลี่ยนเป็นจำหน่ายถุงพลาสติกแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นถุงพลาสติกแบบ 2 in 1 คือใช้ใส่สิ่งของและใช้เป็นถุงขยะได้ ราคาจะแพงกว่าถุงพลาสติกทั่วไป โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา กองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรุงไทเปคาดการณ์ว่า หลังจากนำมาตรการลดถุงพลาสติกนี้ออกมาใช้ปฎิบัติจะสามารถลดถุงขยะพลาสติกลงได้ปีละ 20 ล้านถุง

           ทั้งนี้ มาตรการจำกัดการใช้ถุงพลาสติกมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 ได้ขยายออกไปสู่ธุรกิจอีก 7 ประเภทรวมเป็น 14 ประเภทกิจการ ครอบคลุมร้านค้าต่างๆ 100,000 ร้าน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงิน 1,200-6,000เหรียญไต้หวัน คาดว่าแต่ละปีจะสามารถลดปริมาณถุงขยะพลาสติกลงได้ 150 ล้านใบ

 

 เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจร้านค้าต่างๆ วันแรกกว่า 10,000 แห่ง พบ 16  แห่งที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบโดนปรับ

 

มาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก คาดแต่ละปีจะสามารถลดปริมาณถุงขยะพลาสติกลงได้ 150 ล้านใบ

 

2. เผิงฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางในตำนาน ผู้พิทักษ์ระบบการเงินของไต้หวันให้รอดพ้นจากวิกฤตด้านการเงินโลกมาแล้วหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยไม่สนใจอำนาจบารมีของนักการเมืองที่นำมาล่อ จนถูกเปรียบเสมือนเป็นพวก พิวริตัน หรือชาวคริสต์ผู้เคร่งศาสนา เขากำลังจะเกษียณพ้นจากตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หลังเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางที่เหล่านักปั่นและเก็งกำไรจากตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเกรงขามที่สุดมาเป็นเวลาถึง 20 ปี จะเกษียณในเดือนกุมภาพันธ์ปีใหม่นี้

          ในไต้หวัน ถ้าพูดถึงเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของรัฐบาลที่มีฝีมือเก่งและได้รับการยอมรับจากประชาชนว่า ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและใสสะอาด ในอดีตมีจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน เหลือไม่กี่คน และ 1 ในจำนวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งและมือสะอาด ทำงานเพื่อชาติอย่างเดียว ได้แก่เผิง ฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน วัย 78 ปี ดำรงตำแหน่งมานานถึง 20 ปี  เพราะเขานี่แหละ ที่ทำให้ไต้หวันรอดพ้นจากวิกฤตการเงินโลกมาได้ทุกครั้ง อีกทั้งยังรอดพ้นจากการโจมตีด้านการเงินจากนักปั่นและเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจของไต้หวันเจริญเติบโตอย่างมั่นคง และไม่เพียงแต่เป็นผู้มีฝีมือเก่งอย่างเดียว ที่สำคัญ เขาไม่สนใจต่อสิ่งเย้ายวนจากอำนาจบารมีของนักการเมืองหลายคนที่นำมาหลอกล่อ เช่น อยากจะให้เขามาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นคู่หูลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ฯลฯ เขามาสนใจและไม่เอาทั้งนั้น ต้องการทำหน้าที่เฝ้าดูแลระบบการเงินของประเทศให้มีความมั่นคงและปราศจากการโจมตีจากภายนอกเท่านั้น

 

เผิงฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางในตำนาน พิทักษ์ระบบการเงินของไต้หวันให้รอดพ้นจากวิกฤตด้านการเงินโลกมา 20 ปี

 

          เผิงฮว๋ายหนาน กุมเงินทุนสำรองต่างประเทศของรัฐบาลไว้สูงถึง 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วม 14 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน หรือเท่ากับ 80% ของ GDP ของไต้หวัน กล่าวได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีเงินมากที่สุดในไต้หวัน เงินจำนวนนี้ สามารถเรียกลมได้ลม เรียกฝนก็ได้ฝนในตลาดการเงิน และข่าววงในเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้คนรวยไม่รู้เรื่อง ดังนั้น จึงมีคนอยากรู้จักและตีสนิท แต่เผิงฮว๋ายหนานรู้ดี จึงไม่เคยให้โอกาสแก่ใคร เขามักจะรักษาระยะห่างกับทุกคน เพื่อป้องกันเกิดเสียงครหา คนข้างบ้านเล่าว่า ในอดีต มีคนพยายามไปตีสนิทส่งของขวัญ ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ส่งของที่ระลึกให้เขาไม่เว้นวัน แต่เขาไม่ยอมรับ ใครที่เอาของไปฝาก เป็นต้องถือออกจากกลับบ้านของเขาทุกราย นานวันเข้า คนที่เข้าไปตีสนิทลดน้อยลง เพราะรู้ว่า ไม่มีผล

          เผิงฮว๋ายหนาน ขยันในการทำงานอย่างมาก เขาไม่มีวันหยุด ไม่มีวันเสาร์วันอาทิตย์ แม้แต่ตรุษจีนก็จะเฝ้าดูสถานการณ์การเงินโลก ที่ทำงานของเขาก็คือบ้าน และเป็นคนประหยัด เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีชีวิตความเป็นอยู่คล้ายกับชาวคริสต์ผู้เคร่งครัดในศาสนา ซึ่งเรียกกันว่า พิวริตัน การยึดมั่นในหน้าที่ และไม่ยอมหลงเสน่ห์อำนาจบารมีทางการเงินและการเมืองใดๆ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้นำไต้หวัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาแล้วถึง 4 คน นั่งตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลาง เฝ้าพิทักษ์คุ้มครองไต้หวันมานานถึง 20 ปี และจัดเป็นคนแรกที่ได้รับเชิดชูจากนิตยสาร Global Finance ให้เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางระดับเกรด A ติดต่อกัน 14 ปี

          ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 เผิงฮว๋ายหนานจะเกษียณและพ้นจากตำแหน่งแล้ว ผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่จะเป็นใคร และจะพิทักษ์คุ้มครองระบบการเงินไต้หวันให้มั่นคงต่อไปได้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

 

ระบบการเงินของไต้หวันภายใต้การดูแลของเผิงฮว๋ายหนาน มั่นคงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในภาพเป็นอาคารที่ทำการธนาคารกลางไต้หวันในกรุงไทเป

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. 60 เบื้องหลังวาจาดุดันใช้กำลังอาวุธกับไต้หวันคือความหวาดกลัว

เบื้องหลังวาจาดุดันใช้กำลังอาวุธกับไต้หวันคือความหวาดกลัว

        ภูมิหลังแห่งโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจโลก จีนได้อาศัยเงื่อนไขความได้เปรียบของตนทั้งทางด้านกำลังแรงงาน และค่าแรงต่ำของตนผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะเดียวกันบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ จีนก็มีบทบาท และฐานะในลักษณะยั่วยุขยายตัวมากขึ้นเป็นลำดับ จีนคอมมิวนิสต์ได้พยายามแทรกซึม บ่อนทำลาย กดดัน ข่มขู่คุกคามอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดยั้ง โดยใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ด้วยขีปนาวุธ การซ้อมรบทางทหาร การส่งสปายสายลับ การโฆษณาชวนเชื่อ การกดดันทั้งทางการทูต เศรษฐกิจ การเมือง การทุ่มเงินซื้อทางการเมืองและสื่อมวลชนในไต้หวัน ตลอดไปจนถึงการออกกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนแห่งชาติ นายลี หมิงเจ๋อ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวไต้หวันที่สนับสนุนการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในจีน กลายเป็นสัญญานหนึ่งของการข่มขู่ไต้หวันโดยทางการจีน ในขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา อัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ นายลีเค่อซิน ยังได้ใช้วาจาสามหาวระบุว่า "วันที่เรือรบสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่เกาสง ก็จะเป็นวันเดียวกับวันที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนใช้กำลังอาวุธเข้าปลดปล่อยไต้หวัน" ส่วนหนังสือพิมพ์หวนฉิวสือเป้า หรือ ยูนิเวอร์สไทม์ กระบอกเสียงของทางการจีนก็ได้ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ ระบุว่า หากไต้หวันผลักดัน "การลงประชามติเพื่อแยกหรือรวมประเทศ" "เปลี่ยนชื่อประเทศ" หรือใช้วิธีการใดๆ ในการผลักดันให้เกิดการแยกไต้หวันเป็นเอกราชโดยนิตินัยแล้ว กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนก็จะยกกำลังข้ามช่องแคบไต้หวัน บุกเข้ายึดเกาะไต้หวันโดยทันที ใช้กำลังอาวุธเข้ายุติสภาพการแยกกันของช่องแคบไต้หวัน"

        จีนเป็น 1 ในสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ในขณะที่ไต้หวันยังไม่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ แต่ก็มีประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันจำนวน 20 ประเทศ ปี 1990 จีดีพี ของไต้หวันในปี 1990 ขนาดประมาณ 43.8% ในขณะที่ตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 4.8% จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก มีทหารประจำการมากที่สุดในโลก ภายใต้สภาพการณืที่ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่เผด็จการที่เต็มไปด้วยความเป็นปฏิปักษ์และป่าวประกาศว่าจะใช้กำลังอาวุธเข้าร่วมไต้หวันเช่นนี้ ไต้หวันก็คงไม่อาจที่จะไม่มีความรู้สึกวิตกกังวลใดๆ ได้

        ในขณะที่หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นแล้ว ฝ่ายที่มีความวิตกจริตมากยิ่งกว่าน่าจะเป็นจีนมากกว่า

        การปกครองของจีน โดยผิวเผินแล้ว จะเป็นไปอย่างมั่นคง และเข้มแข็ง แต่ในทางความเป็นจริงกลับเต็มไปด้วยวิกฤตในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ความเหลวแหลกของกระบวนการตุลาการ มลภาวะ วิกฤตระบบนิเวศน์ วิกฤตอาหาร  เศรษฐกิจฟองสบู่ ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน ระบบเผด็จการได้ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอาและไม่พอใจพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโฆษณาชวนเชื่อรูปการจิตสำนึกของจีนเริ่มหมดเสน่ห์และแรงดึงดูดต่อประชาชนทั่วไปเสียแล้ว ขนบธรรมเนียมประเพณีถูกบ่อนทำลาย ความเชื่อทางศาสนาถูกกดดัน ความดีของผู้คนถูกจองจำ การศึกษากลายเป็นการล้างสมอง คนเลวกุมอำนาจ ศีลธรรมเลวร้ายลง สังคมเริ่มเน่าเฟะ นับตั้งแต่ที่ปล้นอำนาจการปกครองไปตั้งแต่ปี 1949 เป็นต้นมา จีนก็ไม่อาจแก้ไข "ปัญหาที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ได้ และภายใต้ "กระแสธารหลักแห่งประชาธิปไตยของโลก" ทำให้ "อำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืน" กลายเป็นเพียงเหตุผลของพวกอันธพาลอย่างหนึ่งเท่านั้น ภายใต้ยุคแห่งการเชื่อมต่อทางข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเริ่มตาสว่างมากยิ่งขึ้น การลุกขึ้นต่อสู้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ

        ภายใต้นโยบายกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรงเช่นนี้ ทิเบต และซินเกียง เริ่มห่างเหินและมีความเคียดแค้นต่อทางการจีนมากยิ่งขึ้นทุกขณะ ชาวทิเบต 150 คนเผาตัวเอง เป็นสัญญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงการปกครองกดขี่ข่มเหงด้วยความรุนแรงที่เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นทุกขณะ กระแส "แยกฮ่องกงเป็นเอกราช" ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นที่จับตามองกันของผู้คนไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้ว ประเด็นนี้ควรเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของทางการจีนคอมมิวนิสต์ที่ปลิ้นปล้อนหลอกลวงชาวฮ่องกงมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้นโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” มาหลอกลวงฮ่องกงและมาเก๊า ได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นการทำให้ความฝันอันสวยหรูที่มีต่อการใช้ “หนึ่งประเทศสองระบบ” มาแก้ปัญหาไต้หวัน ของกลุ่มที่ยังมีความฝันลมๆแล้งๆ เสมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่นั่นเอง  

        ธรรมะย่อมชนะอธรรม ฉันใด ไต้หวันได้อาศัยระบอบประชาธิปไตยเปลี่ยนพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้ง แม้จะยังมีปัญหาไม่น้อยที่ต้องรอการแก้ไข แต่ในแง่ของสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ นิติรัฐ และประชาธิปไตย ล้วนมีผลงานที่โดดเด่นยิ่ง และถูกมองว่าเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบและสุกงอมยิ่ง ไต้หวันได้รรับการสนับสนุนและคุ้มครองจากสหรัฐฯ สาเหตุสำคัญอยู่ที่ที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์การเมือง ปัจจุบันยังรวมถึงคุณค่าที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับเช่นเดียวกันอีกด้วย ในขณะจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงมีสภาพการณ์ทางด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่เต้มทน อยู่แถวเดียวกับประเทศที่ไม่มีเสรีภาพมากที่สุด หายใจออกมาเหมือนกับบรรดาทางการเผด็จการอื่นๆ ทั่วโลก อาศัยขนาดตลาดเป็นแรงดึงดูด และเงินทุนของตนซื้อความไว้เนื้อเชื่อใจจากทั่วโลก และอาศัยพลังของตน แต่กลับไม่มีพันธมิตรที่มีความจริงใจอย่างแท้จริงใดๆ

        เนื่องจากการกดดันจากทางการจีน ทำให้ไต้หวันยังคงไม่อาจยืนอยู่บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศในฐานะประเทศอธิปไตยที่สมบูรณ์แบบและปกติเหมือนประเทศอื่น ๆแต่ไต้วหันไม่จำเป็นต้องไปกล่าวถึงการเปลี่ยนสี ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวจนหัวหด ไต้หวันมีอาวุธลับที่จีนคอมมิวนิสต์เกรงกลัวมากที่สุด นั่นก็คือ เสรีภาพและประชาธิปไตย เช่นเดียวกับที่คุณจินจง ได้เคยกล่าวไว้ว่า ไต้หวันได้ตอบคำถามที่ทำให้ทั่วโลกตกอยู่ภายใต้ความงุนงงมากที่สุดแล้ว ชาวจีนต้องการประชาธิปไตยหรือไม่ ปฏิรูปสู่ระบอบประชาธิไตยได้หรือไม่ เช่นเดียวกับที่สังคมชาวจีน อย่างเสรีภาพในฮ่องกงที่ทำให้จีนคอมมิวนิสต์ต้องตื่นตระหนกและตกใจ ประชาธิปไตยบวกกับเสรีภาพของไต้หวัน ก็ยิ่งทำให้จีนคอมมิวนิสต์หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ชาวไต้หวันไม่เพียงแต่ได้พยายามปกป้องวามสมบูรณ์ของระบอบประชาธิปไตยและสังคมเปิดของไต้หวันอย่างเต็มที่เท่านั้น หากยังได้นำเอาระบอบประชาธิปไตยเผยแพร่ไปสู่จีน เพื่อให้จีนเกิดการปฏิรูปประชาธิปไตย หากไม่ทำเช่นนี้ เสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวันก็อาจถูกจีนรุกล้ำหรือกัดเซาะได้ จึงมีเพียงต้องช่วยให้จีนดำเนินการปฏิรูปประชาธิปไตยให้ปรากฏเป็นจริงขึ้นเท่านั้น ไต้หวันจึงจะกลายเป็นประเทศที่ปกติและมีความปลอดภัย มั่นคง และจึงจะสามารถสลัดพ้นจากความหวาดกลัวได้ ส่วนในอนาคต สิ่งที่ไต้หวันควรจะทำ ไม่ใช่ “การรักษาสถานะปัจจุบัน” เท่านั้น หากยังต้องช่วยเหลือให้ชาวจีนต่อต้านระบอบเผด็จการ สร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศจีน 

 

โดยนักวิชาการรับเชิญ สถาบันวิจัย สหรัฐฯ Institute for Advanced Study (IAS) นายเถิง เปียว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2560

 

1. สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระวังการสวมใส่เสื้อผ้าและการรับประทานอาหาร แรงานไทยป่วยเป็นโรคหลอดเลือด โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น

 

2. แม้อากาศในไต้หวันจะหนาว แต่ถ้าเทียบกับเกาหลีใต้แล้ว ถือว่าไต้หวันยังโชคดี เพราะที่เกาหลีใต้อากาศหนาวเหน็บสุดจะทน อุณหภูมิถึงขั้นติดลบ 10 °c และมีแรงงานไทย ซึ่งโดยมากจะเป็นแรงงานที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หนาวตายไปแล้วจำนวนมาก

              ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ออกประกาศแนะคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะแรงงานที่เข้าประเทศแบบผิดกฎหมาย หลังพบคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อน เฉพาะปี 2560 จนถึง 15 ธันวาคม มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 66 ราย สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เส้นเลือดในสมองแตก หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย ไหลตาย ปอดบวม อุบัติเหตุ และขาดอากาศหายใจ

              โดยเฉพาะแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานในลักษณะผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครอง ตามกฎหมายท้องถิ่น มักเจอปัญหาถูกหลอก เอารัดเอาเปรียบจากนายหน้า และถูกกดขี่จากนายจ้าง เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สามารถไปรับการรักษาได้ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในเกาหลีใต้แพงมาก คนงานไทยไม่สามารถรับผิดชอบได้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงแนะนำคนไทยให้ดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งแรก เริ่มจากทานอาหารที่ถูกสุขลักษณ์และมีประโยชน์ เลี่ยงการดื่มสุราของมึนเมา รวมถึงนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำงานอย่างมีสติรอบคอบ และสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอกับสภาพอากาศติดลบเกิน 10 °c ในหลายพื้นที่

 

 

สถานทูตไทยในเกาหลีเตือน อากาศหนาวจัดติดลบ 10°c ทำยอดคนไทยตายในเกาหลีพุ่ง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยผิดกฏหมาย

 

3. เตือนคนงานไทยอย่างต่อสายไฟหรือต่อปลั๊กพ่วงในหอพักโดยพลการ ป้องกันเกิดเพลิงไหม้

 

4. นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป อวยพรแรงงานไทยในไต้หวัน ทำงานราบรื่นในปี 2561 ฝากความห่วงใยมายังแรงงานไทย พร้อมชี้แจงกิจกรรมต่างๆ ของสำนักงานฯ ในปีใหม่ดังนี้ :

           4.1 เริ่มปี 2561 มีข้อกฎหมายและมาตรการใหม่ที่มีผลกระทบต่อแรงงานไทยในไต้หวันหลายประการ อาทิ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 21,009 เป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างทำงานล่วงเวลา ตลอดจนเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพที่จะมีการปรับขึ้นเช่นกัน ฯลฯ

           4.2 กิจกรรมที่สำนักงานแรงงานไทยมีกำหนดจะจัดขึ้นในปี 2561 งานประเพณีสงกรานต์และแข่งขันเซปักตะกร้อ (วันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย.61) โครงการอบรมล่าม เพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการแรงงานไทย การประชุมหารือกับ บจง.ไต้หวันเพื่อเน้นการดูแลแรงงานไทยใหดีขึ้นและรักษาตลาดแรงงานไทยในไต้หวัน โครงการอบรมผู้ประกอบอาหารไทย ฯลฯ

           4.3 ปัญหาของแรงงานไทยที่สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เป็นห่วงและหาทางแก้ไข

                 - ปัญหายาเสพติดที่ยังคงรุนแรง

                 - การหลอกลวงแรงงานไทยมาทำงานไต้หวันผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

                 - แนะแรงงานไทยมีวินัยในการใช้เงิน เพื่ออนาคตครอบครัวที่สดใส

                 - ปัญหาสุขภาพของแรงงานไทย คนงานไทยป่วยเป็นโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมอง ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ฯลฯ

 

นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ฝากความห่วงใยมายังแรงงานไทย (ในภาพขณะตรวจเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างสะพานจินเหมิน)

 

5. การให้บริการแรงงานไทยที่ประสบปัญหาและความเดือดร้อน

                - โทรศัพท์ติดต่อโดยตรง 02-27011413 ในวันเวลาทำการตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ หรือส่งทางโทรสาร 02-27011433 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

                - ติดต่อผ่านทางเฟสบุ๊ค พิมพ์คำว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป

                - บริการสัญจร ณ อาคารอาเซียนสแควร์ ชั้น 3 นครไทจง ซึ่งจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปรับข้อร้องทุกข์ทุก 3 เดือน โดยสำนักงานแรงงานไทยจะประกาศกำหนดการให้บริการดังกล่าวผ่านทางเฟสบุ๊ค

 

 

 สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ออกให้บริการสัญจร ณ อาคารอาเซียนสแควร์ ชั้น 3 นครไทจง ทุก 3 เดือน โดยจะประกาศกำหนดการล่วงหน้าผ่านทางเฟสบุ๊ค

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday อู่เยว์เทียน ในเพลง 人生有限公司 (เหรินเซิงหยิ่วเสี้ยนกงซือ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday อู่เยว์เทียน ในเพลง 人生有限公司 (เหรินเซิงหยิ่วเสี้ยนกงซือ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (Mayday เปิดคอนเสิร์ต 3 สัปดาห์ติดที่เถาหยวนรวม 11 รอบ คาดว่าช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเถาหยวนได้มากถึง 385 ล้าน NT /หลินอีเฉินกำลังจะโดนปลดจากงานพรีเซนเตอร์เพราะเจ้าของสินค้าเห็นว่าความดังของเธอในไต้หวันลดลงไปเยอะ)

(more)

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 60 - การประกวดภาพยนตร์สั้น หัวข้อบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

กระทรวงศึกษาธิการจัดโครงการประกวดภาพยนตร์สั้นเพื่อการศึกษาภายในโรงเรียนในหัวข้อ “บุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน” เพื่อให้คุณครูและนักเรียนได้รู้จักวัฒนธรรมอันหลากหลาย ให้แต่ละวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมเกลียว สร้างแวดล้อมทางการศึกษาที่ดียิ่งขึ้น

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม:นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน

ระยะเวลาส่งผลงานเข้าประกวด
(1)สิ้นสุดเวลาส่งผลงาน:12 มกราคม 2561 นับจากตราประทับของไปรษณีย์เป็นหลัก
(2)ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบแรก:30 มีนาคม 2561
(3)ประกาศผลการแข่งขัน:13 เมษายน 2561


สอบถามรายละเอียดเพิ่มและสมัครเข้าร่วมประกวดติดต่อได้ที่:หลินเสียวเจี่ย โทรศัพท์:03-3333921 ต่อ 703

มูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายเปิดรับสมัครล่ามแปลภาษา เพื่อช่วยเหลือชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการความช่วยเหลือ จึงขอเชิญสมัครเพื่อเข้าร่วมทีมล่ามแปลภาษา เงื่อนไขการสมัคร:ผู้ที่เข้าใจภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสามารถแปลเป็นภาษาจีนได้ วิธีการยื่นเรื่องและเข้ารับการอบรม: กรุณากดที่ลิ้งค์เพื่อเข้าไปที่ “แบบฟอร์มยื่นเรื่องออนไลน์” เพื่อกรอกข้อมูล และอัพโหลด “หลักฐานเข้าอบรมด้านการแปลภาษา” ※หากไม่มีหลักฐาน ทางมูลนิธิฯจะจัดทดสอบการแปลสดขึ้น ต้องเข้ารับการอบรมออนไลน์เป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยรวมไปถึง:ข้อมูลพื้นฐานของมูลนิธิ อธิบายขั้นตอนการยื่นขอตรวจสอบ การแบ่งปันประสบการณ์ของล่ามอาวุโสและทนาย ติดต่อ:02-2322-5255 ต่อ 149 ทนายจาง E-mail:chingpei@laf.org.tw ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 49-50

(more)

จันหย่งหรานครองตำแหน่งนักเทนนิสหญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเอเชีย

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหรานครองตำแหน่งนักเทนนิสหญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเอเชีย จากการประกาศของเวปไซด์ WTA Hotties ซึ่งเพิ่งประกาศอันดับนักเทนนิสที่เซ็กซี่ที่สุด 100 อันดับแรกของโลกเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจันหย่งหรานอยู่อันดับที่ 47 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดานักเทนนิสหญิงจากเอเชีย ส่วนคูหูคนใหม่ของเธอคือ Elina Svitokina สาวยูเครนอยู่สูงถึงอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว

- เจิ้งเจ้าชุนและกัวซิ่งฉุน คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นของไต้หวันประจำปี 2017

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2560

1. สำนักงานแรงงานไทย ห่วงใยแรงงานไทยในไต้หวัน เตือนให้ดูแลสุขภาพและระวังขบวนการต้มตุ๋น

      ในโอกาสใกล้ขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2561 นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ.สำนักงานแรงงานไทย ไทเป กล่าวอวยพรพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน ขณะเดียวกันได้เตือนให้ดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิต่างกันมากระหว่างกลางวันและกลางคืน ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะแรงงานไทยที่อายุโดยเฉลี่ยสูงกว่าชาติอื่น และมีจำนวนไม่น้อยที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว รวมถึงขอให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการทำงาน หลีกเลี่ยงดื่มสุราของมึนเมา ซึ่งเป็นต้นเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตสำคัญประการหนึ่งของแรงงานไทย

      นอกจากนี้ยังเตือนให้ห่างไกลยาเสพติดและระวังขบวนการต้มตุ๋นมาทำงานที่ไต้หวัน ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเฟสบุ๊คหรือไลน์ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานไทยตกเป็นเหยื่อไปแล้วหลายสิบราย ผอ.ลัพธวรรณ วอลช์ กล่าวว่า...ฟังรายละเอียดจากรายการออนไลน์

 

 ผอ. ลัพธวรรณ วอลช์ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ห่วงใยสุขภาพแรงงานไทย (ในภาพ ผอ. ลัพธวรรณ กำลังตรวจเยี่ยมหอพักโรงง Unitech ที่อี๋หลาน)

 

2. เตือนแรงงานไทยอย่าต่อสายไฟหรือปลั๊กพ่วงในหอพัก ป้องกันอัคคีภัย ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ไปแล้วหลายครั้ง คร่าชีวิตแรงงานต่างชาติไปแล้ว 8 ราย

      ช่วงปลายปี 2560 ไต้หวันเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงติดต่อกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นที่นนครนิวไทเป เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา หอพักต่อเติมผิดกฎหมายเกิดเพลิงลุกไหม้ คร่าชีวิตชาวไต้หวัน 7 คนและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายชาวพม่าและอินโดนีเซียชาติละ 1 คน ต่อมาเมื่อรุ่งเช้าเวลา 01.53 น. ของวันที่ 14 ธ.ค. 60 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หอพักคนงานเวียดนามในโรงงาน Sican Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์รายใหญ่ ตั้งอยู่ที่เขตหลูจู๋ นครเถาหยวน ส่งผลให้คนงานเวียดนามที่นอนหลับไหลตื่นหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 6 ศพ ขณะที่หนีรอดออกมาได้ แต่ได้รับบาดเจ็บ 5 คน อีก 1 คนโชคดีที่ทำงานกะดึก เลยรอดไป

      หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หอพักคนงานต่างชาติที่เกิดเพลิงไหม้ เป็นอาคาร 2 ชั้นที่สร้างด้วยสังกะสี บนพื้นที่ 120 ผิง (ประมาณ 400 ตร.เมตร) โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างและไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงเกิดจากตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ชั้น 2 เนื่องจากไม่มีทางหนีไฟและมีวัสดุติดไฟง่ายวางอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เผาหอพักและโกดังเก็บสินค้าจนวอดวาย

      Sican Co., Ltd. ว่าจ้างคนงานเวียดนามชาติเดียวจำนวน 12 คน ขณะเกิดเหตุมี 1 คนที่ทำงานกะดึก อีก 11 คนกำลังเข้านอน หลังเกิดเพลิงไหม้ คนงานสะดุ้งตื่นทั้งหมด แต่หนีรอดออกมาได้ 5 คน อีก 6 คน หนีไม่ทันถูกย่างสดคากองเพลิง

      เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเฉินหงหยู วัย 46 เจ้าของ และนายเซี่ย เฉาหยี ผู้จัดการโรงงาน ในข้อหาก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะ  ด้านสมาชิกสภาเทศบาลนครเถาหยวนสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านกล่าวเรียกร้องให้ดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่บกพร่องในหน้าที่ และดำเนินการตรวจสอบอาคารสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมายถ้วนหน้า ขณะที่นายเจิ้ง เหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวนสั่งการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในเขตนครเถาหยวนทั้งหมดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

      สำนักงานแรงงาน ไทเป ได้ประสานงานกับกองแรงงาน นครเถาหยวนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันขึ้นกับแรงงานไทย ขณะเดียวกันขอเตือนแรงงานไทย ต้องระมัดระวังการต่อปลั๊กพ่วงไฟฟ้าในหอพักโดยพลการ โดยเฉพาะการชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ซึ่งอาจเกิดการโอเวอร์โหลด เป็นเหตุให้ไฟไหม้ได้ และที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักแรงงานไทย เนื่องจากต่อปลั๊กพ่วงทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรมาแล้วหลายครั้ง แต่โชคดีที่ไม่มีแรงงานไทยเสียชีวิต

 

เพลิงไหม้ที่หอพักคนงานเวียดนามในโรงงาน Sican Co., Ltd. เมื่อ 14 ธ.ค. 60 ทำให้แรงงานเวียดนามเสียชีวิต 6 คน

 

ญาติพี่น้องของคนงานเวียดนามที่ติดอยู่ในกองเพลิง มารอฟังข่าวที่โรงงานที่เกิดเหตุอย่างกระวนกระวาย

 

 นครเถาหยวนประชมเพื่อทบทวนและตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

 

3. ตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซีย คลอดลูก 2 คนแล้วทิ้ง  ตำรวจช่วยให้แม่ลูกเดินทางกลับประเทศ

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่หยุนหลิน ตรวจพบนางสาวแอนนี่ เป็นแรงงานชาวอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้างมานานกว่า 5 ปีแล้ว ตะลึงเมื่อพบเอกสารสำคัญในกระเป๋าสัมภาระ เป็นใบเกิดของลูก 2 คน จากการสอบปากคำนางสาวแอนนี่ให้การว่า หลังจากที่ตนหลบหนีนายจ้างเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้รู้จักกับแฟนซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายชาติเดียวกัน ทั้งสองหางานทำและอยู่กินกันที่นครเถาหยวนได้ประมาณ 1 ปี คลอดลูกคนที่ 1 ที่คลินิกสูตินารีเวชแห่งหนึ่งในเถาหยวน แต่เนื่องจากไม่มีเงินจะเลี้ยงดูลูก หลังคลอดได้ทิ้งลูกและหลบหนีออกจากคลินิก ต่อมาเมื่อปี 2558 ตั้งครรภ์อีกและใช้วิธีเดียวกัน คือคลอดลูกที่โรงพยาบาลในกรุงไทเป จากนั้น ทิ้งลูกและหลบหนีไป โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นาวสาวแอนนี่เคยแอบไปดูลูกคนโตเพียง 1 ครั้ง ส่วนลูกคนที่ 2 ไม่เคยได้เห็นหน้า เนื่องจากไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตาม นางสาวแอนนี่ให้เหตุผลว่า ที่ตนทิ้งลูก ไม่ใช่ตนใจร้าย แต่เป็นเพราะไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูจริงๆ และต้องการทำงานหาเงิน เพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบินพาลูกกลับอินโดนีเซีย

      หลังสอบปากคำ ตำรวจได้ประสานกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ที่นครเถาหยวนและไทเป พบลูกของนางสาวแอนนี่ทั้ง 2 คนถูกหน่วยงานสังคมสงเคราะห์รับเลี้ยงและดูแล ขณะนี้ ลูกคนโตอายุ 5 ขวบ คนที่ 2 อายุ 2 ขวบ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่เนื่องจากไม่สามารถจะตามหาบิดามารดาได้ ทำให้กลายเป็นเด็กไร้สัญชาติ ตำรวจจึงนำเอกสารทั้งหมด ช่วยนางสาวแอนนี่ไปเดินเรื่องทำใบเกิดและหนังสือเดินทางที่สำนักงานอินโดนีเซีย ขณะที่ได้พบหน้าลูกน้อยทั้ง 2 นางสาวแอนนี่ผู้เป็นแม่ได้โผเข้ากอดลูกน้อยทั้งสองด้วยน้ำตานองหน้า ท่ามกลางที่เด็กน้อยตกใจเพราะไม่รู้เป็นใคร เพื่อให้แม่ลูกทั้ง 3 ได้อยู่ร่วมกัน ตำรวจได้จัดส่งแม่ลูกทั้ง 3 คนเดินทางกลับประเทศอินโดนีเซียแล้ว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า ปัญหาใหญ่ของแรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีนายจ้างก็คือ ตั้งครรภ์และคลอดบุตรแล้วหลบหนีออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากไม่สามารถจะเลี้ยงดูได้ โดยขณะนี้ มีเด็กน้อยที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเพศหญิงที่คลอดลูกแล้วทิ้ง หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลกว่า 50 คน เด็กเหล่านี้ ไม่มีเอกสารสำคัญและไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ได้ ทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องแบกรับภาระอย่างหนัก  

      ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2560 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างหรือที่เรียกว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ 52,891 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเพศหญิง 31,606 คน ผู้ชาย 21,285 คน หากจำแนกตามสัญชาติ แรงงานเวียดนามยังคงครองแชมป์การหลบหนี มีจำนวน 25,626 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนีประมาณกึ่ง แต่หากจำแนกตามเพศแล้ว แรงงานอินโดนีเซียเพศหญิงหลบหนีมากที่สุด 19,856 คน ขณะที่แรงงานไทยหลบหนี 845 คน เป็นเพศชาย 695 คนและเพศหญิง 150 คน

 

นางสาวแอนนี่ แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย คลอดลูก 2 คนแล้วทิ้งเป็นเวลาถึง 5 ปี ตำรวจช่วยให้แม่ลูกได้พบหน้ากัน

 

เจ้าหน้าที่ ตม. ช่วยแรงงานหญิงอินโดนีเซีย (คนอุ้มลูก) พร้อมลูก 2 คนได้พบหน้ากันและช่วยส่งกลับประเทศแล้ว

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 - น้ำตาสีฟ้าที่หมู่เกาะหมาจู่

     สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวันที่สวยงามมหัศจรรย์เหนือจินตนาการซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “น้ำตาสีฟ้า” (Blue Tears) หรือภาษาจีนคือ 藍眼淚 (อ่านว่า หลันเหยี่ยนเล่ย) ที่หมู่เกาะหมาจู่ (馬祖列島 Matsu Islands) น้ำตาสีฟ้าคืออะไร เกิดจากอะไร ไปเที่ยวชมอย่างไร ติดตามได้ในรายการ

(more)

ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมินในนครเถาหยวนกันเถอะ

 

เมอรี่คริตส์มาสครับ คุณผู้ฟังทุกท่าน

สำหรับธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ใบเมเปิลในไต้หวันเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว เราไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมิน (石門水庫) ในนครเถาหยวนกันเถอะ

 

บรรยากาศยามอาทิตย์อัศดงที่เขื่อนสือเหมิน (石門水庫) ในนครเถาหยวน

 

ที่นี่ไต้หวัน กับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมิน สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

 

 

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 ศาลสเปนอนุมัติส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันไปให้จีนแผ่นดินใหญ่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60

 

ศาลสเปนอนุมัติส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันไปให้จีนแผ่นดินใหญ่ อ้างหลักการจีนเดียว กต. และ คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ไม่พอใจอย่างรุนแรง 

ทำเนียบ ปธน. ไต้หวันย้ำ การแสวงหาสันติภาพเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด ในขณะที่จีนคอมมิวนิสต์ส่งเครื่องบินรบและเรือบรบฝึกซ้อมใกล้เกาะไต้หวันถี่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Kimberly เฉินฟางอวี่ ในชุด #Tag Me และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Kimberly เฉินฟางอวี่ (陳芳語) ในชุด #Tag Me และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เคอเจิ้นตงลง IG ว่า ถ้าเขาตายจะมีใครสนใจไหม ? เล่นเอาแฟนๆ ใจหาย รีบโพสให้กำลังใจกันยกใหญ่)

 

Kimberly เฉินฟางอวี่ (陳芳語) กับอัลบั้มเพลงชุด #Tag Me

 

เคอเจิ้นตง (柯震東) จู่ๆ ก็โพสถามแฟนๆ ใน IG ว่า ถ้าเขาตายจะมีใครสนใจไหม ?

(more)

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. 60 ส่งความสุขเทศกาลคริสต์มาส 2560

 

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. 60

 

ส่งความสุขเทศกาลคริสต์มาส 2560 Merry Christmas & Happy New Year 2561

ประวัติความเป็นมาของวันคริสต์มาส ธรรมเนียมปฏิบัติและการฉลองวันคริสต์มาสทั่วโลก 

 

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 23 ธ.ค. 60 แสงเจิดจรัสแห่งวันสิทธิมนุษยชนสากล

แสงเจิดจรัสแห่งวันสิทธิมนุษยชนสากล

        เมื่อปี 1950 ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติได้มีมติให้วันที่ 10 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล ต่อมาปี 1966 สหประชาชาติได้จัดทำ "อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ" และ "อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมืองระหว่าประเทศ" กลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้บรรดาผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่อสู้กับระบอบเผด็จการในวันสิทธิมนุษยชนสากล ภายใต้กรอบของธรรมนูญสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ

        เดือน ส.ค. 1975 37 ประเทศได้ร่วมลงสัตยาบรรณ "ความตกลงเฮลซิงกิ" โดยอนุสัญญาทั้งสองฉบับก็ถูกบรรจุอยู่ในความตกลงดังกล่าวด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพของผู้คน เมื่อสาธารณรัฐเช็คเข้าร่วมลงสัตยาบรรณด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนทั่วสากลคึกคักยิ่งขึ้น ในช่วงก่อนและหลังวันสิทธิมนุษยชนสากลเดือน ธ.ค. 1976 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเช็คจำนวน 241 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งในที่สุดก็ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ที่เรียกว่า "ธรรมนูญ 77" ในเดือน ม.ค. 1977

        เช่นเดียวกับที่เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล วันที่ 10 ธ.ค. 1979 สมาชิกผู้ร่วมจัดทำนิตยสาร "เม่ยลี่ต่าว" ได้จัดกิจกรรมเดินขบวนและไฮค์ปาร์กที่นครเกาสง เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ซึ่งจบลงด้วยการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยกกำลังเข้าปราบปราม และหลังจากที่กลายเป็นข่าวใหญ่และมีการวิพากษ์วิจารณ่ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวีแล้ว ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อการก้าวสู่ประชาธิปไตยของไต้หวัน

        และในวันก่อนวันสิทธิมนุษยชนในปี 2008 นายหลิว เสี่ยวปอ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเมืองจีน ถูกทางการจีนแผ่นดินใหญ่จับกุมในปี 2008  เมื่อเขากำลังเตรียมการเผยแพร่ "รัฐธรรมนูญ 08" อย่างไรก็ดี "รัฐธรรมนูญ08" ฉบับสมบูรณ์และผู้ร่วมลงนามรับรองอีก 303 คน ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันสิทธิมนุษยชนสากล ตามกำหนดการเดิม

        "รัฐธรรมนูญ 08" ชื่อ ข้อเรียกร้อง และแกนหลักของการถือกำเนิดขึ้นแล้ว ใกล้เคียงกับ "ธรรมนูญ 77" เป็นอย่างมากทีเดียว ทั้งนี้ เนื่องจาก จีนแผ่นดินใหญ่กับสาธารณรัฐเช็ก ได้ผ่านเหตุการณ์ปราบปรามอย่างนองเลือดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เทียนอันเหมินในปี 1989 และเหตุการณ์ปาร์กสปริง จากนี้ ก็ได้กลายเป็นบรรยากาศการเมืองแห่งการกดขี่ริดรอนสิทิเสรีภาพทางการเมือง และทำให้เกิดกลุ่มบุคคลต่อต้านระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเคลื่อนไหว "รัฐธรรมนูญ 08" และ "ธรรมนูญ 77" ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านของกลุ่มผู้มีความคิดเห็นไม่ลงรอยในประเทศคอมมิวนิสต์

        อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว การเคลื่อนไหว "รัฐธรรมนูญ 08" มีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เหม่ยลี่ต่าวของไต้หวัน หลังปี 1989 จีนคอมมิวนิสต์ดำเนินการกดดันทางการเมืองอย่างรุนแรง แต่ได้เปิดโอกาสให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจให้เสรีมากขึ้น จนเกิดสื่อมวลชนในระบบการตลาดมากขึ้น ระบอบกฎหมาย มีการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอ ตลอดจนมีการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับไต้หวันในยุคแห่งการประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วย ความจริงผู้ร่วมลงนามใน "รัฐธรรมนูญ 08" มีทั้งบุคคลจากวงการสื่อสารมวลชน ทนายความ นักเคลื่อนไหวเอ็นจีโอ ผู้นำทางความคิดในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ จึงได้รับการขนามนามว่า เป็นปีแห่งต้นกำเนิดของภาคประชาสังคม "รัฐธรรมนูญ 08" ในปี 2008 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มากกว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล สามัคคีกลุ่มคนในสังคมมากและกว้างขวางยิ่งขึ้น

        เดือน พ.ย. 1989 คือหลังการจัดทำ "ธรรมนูญ 77" ได้ 12 ปี สาธารณรัฐเช็คก็เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติขนห่านขึ้น นายฮาร์เวล์ล หนึ่งในผู้ร่วมลงนามชุดแรกของ "ธรรมนูญ 77" ต่อมาก็ได้กลายเป็น ปธน. คนแรกของเช็กโกสโลวาเกีย เมื่อก้าวสู่ประชาธิปไตยแล้ว เดือน มี.ค. 2000 หลังเหตุการณ์ "เม่ยลี่ต่าว" ได้ 20 ปี เฉินสุยเปี่ยน ทนายความคดีเม่ยลี่ต่าว และ น.ส. ลวี่ ซิ่วเหลียน จำเลย ในคดีดังกล่าวได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปธน. และรอง ปธน. ชุดแรก เมื่อมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองเป็นพรรครัฐบาล

        อย่างไรก็ดี โชคไม่เข้าข้าง เหตุการณ์เหล่านี้มิได้เกิดขึ้นในเมืองจีน ในทางกลับกัน นายหลิวเสี่ยวปอ กลับถูกทางการจีนคอมมิวนิสต์จับกุมคุมขังนาน 11 ปี เพราะเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน แม้ในปี 2010 นายหลิวฯ จะได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นวันแห่งประชาธิปไตยเกิดขึ้นในเมืองจีน นายหลิวฯ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับในเรือนจำ ในวันที่ 13 ก.ค. 2017 จากสากลนี้ไปด้วยความเสียใจ

        "การปฏิวัติขนห่าน" ในเช็ก และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโซเวียตตะวันออก แสดงให้เห็นว่า ระบบเผด็จการแบบเก่าๆ ของลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่อาจที่จะปรับตัวให้เข้ากับกระแสสากลาภิวัฒน์ในปัจจุบันได้ ในที่สุดก็พบกับจุดจบที่ต้องล่มสลายลง ประสบการณ์ของไต้หวันระบุชัดว่า การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ที่นำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม การพัฒนาเมือง การกระจายการศึกษา และการถือกำเนิดขึ้นของชนชั้นกลาง ล้วนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดการเติบใหญ่เข้มแข็งยิ่งขึ้นของสังคม แล้วก้าวสู่สังคมประชาธิปไตยในที่สุด ภาพทั้งสองดังกล่าวข้างต้น ล้วนเกิดจากผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ร่วมกันผลักดันให้ "รัฐธรรมนูญ 08" เป็นจริงในเร็ววัน

        อย่างไรก็ดี ชะตากรรมของนายหลิวฯ ชี้ชัดว่า ทางการจีนคอมมิวนิสต์ได้นำเอาระบอบคอมมิวนิสต์หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกับเศรษฐกิจการตลาด ภายใต้กรอบสังคมเผด็จการของตน ซึ่งกำลังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน และยังได้เอาชนะความตายตัวของระบอบเก่าไปพร้อมกับการกดดันแรงขับเคลื่อนของพลังใหม่ในสังคม กลายเป็น "เผด็จการสมบูรณ์แบบ" ที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือระบอบการตลาดใหม่ที่รวมศูนย์อำนาจไว้ ซึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้นในยุคใหม่นี้

        เช่นเดียวกับที่ได้รับกำลังใจจาก "ธรรมนูญสิทธิมนุษยชนสากล" ได้มีการจัดกิจกรรมในวันสิทธิมนุษยชนสากลรวม 3 รายการ แต่กลับมีทิศทางแตกต่างกัน ผู้เกี่ยวข้องต่างมีชะตากรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี เวลามิได้หยุดเดิน โศกนาฏกรรมของนายหลิวเสี่ยวปอ มิใช่เป็นจุดจบสุดท้าย ระบอบเผด็จการไม่ว่าจะยืนยงคงกระพันได้เพียงใด ในที่สุดก็ยากที่จะดำรงอยู่ได้เนื่องจากมันละเมิดความเป็นมนุษย์ ในวันสิทธิมนุษยชนสากลครั้งแรกหลังการเสียชีวิตของนายหลิวฯ แล้ว เราเชื่อมั่นว่า ความพยายามแสวงหาสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของชาวจีน จะต้องมีวันที่ประสบความสำเร็จเป็นจริงเช่นเดียวกับในสาธารณรัฐเช็กและในไต้หวัน  

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560

 

1. ใกล้ปีใหม่แล้ว ในปีพ.ศ. 2561 มีกฎระเบียบและมาตรการต่างๆ หลายอย่างที่มีผลกระทบต่อแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะเรื่องของค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) รายการวันนี้ ได้รวบรวมและสรุปสิทธิประโยชน์ที่มีผลต่อแรงงานต่างชาติในปี 2561 นี้มาเล่ให้ฟังดังนี้

    1.1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับขึ้นจากเดือนละ 21,009 เหรียญไต้หวันเป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน หรือเท่ากับวันละ 734 เหรียญไต้หวัน หรือชั่วโมงละ 91.67 เหรียญไต้หวัน

       -  การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ   

          2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 123 เหรียญไต้หวัน ชั่วโมงที่ 3-4 ชั่วโมงละ 153 เหรียญไต้หวัน 

       -  การทำงานในวันหยุดพักประจำสัปดาห์

          2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 123 เหรียญไต้หวัน ชั่วโมงที่ 3 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 153 เหรียญไต้หวัน

          ทำงานทั้งวันหรือ 8 ชั่วโมง จะได้รับ 1,164 เหรียญไต้หวัน

      -  การทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์         

         ชั่วโมงละ 91.67 เหรียญไต้หวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง ได้รับค่าจ้างเพิ่ม 1 วัน (734 เหรียญไต้หวัน)

 

   

  1.2 การลางาน :                           

        ลากิจ 1 วัน หักค่าจ้าง 734 เหรียญไต้หวัน

        ลาป่วย 1 วัน หักค่าจ้างกึ่งหนึ่ง หรือ 367 เหรียญไต้หวัน

  1.3 เบี้ยประกันภัยแรงงาน (คิดจากวงเงินแระกัน 22,000/เดือน) แรงงานรับผิดชอบ 418 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 1,463 เหรียญไต้หวัน

  1.4 เบี้ยประกันสุขภาพ (คิดจากวงเงินแระกัน 22,000/เดือน)     แรงงานรับผิดชอบ 310 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 997 เหรียญไต้หวัน

 

 

  1.5 ภาษีเงินได้  ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลประจำปี 2561 ซึ่งจะยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของปี 2560 ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 หากในปี 2560 แรงงานไทยพำนักอยู่ในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีตลอดปี 306,000 เหรียญไต้หวัน หมายความว่า ตลอดทั้งปี ผู้มีรายได้ไม่ถึง 306,000 เหรียญไต้หวัน หรือเฉลี่ยมีรายได้ไม่เกินเดือนละ 25,500 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ส่วนที่นายจ้างหักไปล่วงหน้า จะได้รับคืน ในส่วนที่เกินจาก 306,000 เหรียญไต้หวัน จึงจะเสียภาษี เงินได้สุทธิ 0- 540,000 เหรียญไต้หวัน จะเสียภาษีในอัตรา 5% แต่หากพำนักอาศัยในไต้หวันไม่ครบ 183 วัน และมีรายได้ไม่เกิน 31,513 เหรียญไต้หวันต่อเดือน (1.5 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำ) เสียภาษีเงินได้ร้อยละ 5 แต่หากมีรายได้เกินกว่า 31,513 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จะเสียภาษีเงินได้ร้อยละ 18 โดยไม่สามารถเคลมคืนมาได้  

 

 

2. 3 แรงงานไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวัน ให้เป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2560 ให้สัมภาษณ์เผยเคล็ดลับในการทำงานที่ทำให้ได้รับเกียรติสูงส่งนี้ 

 

นายทวี บุญประดับ จากอุดรธานี พนักงานของ บ. Jen Yeong Textile Factory Co.,Ltd.

 

น.ส.อำไพ โห้คลัง  พนักงานของ บ. Ho Yu Textile Co.,Ltd.

 

นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  จากนครราชสีมา พนักงานของ บ. Lovetex Industrial Corp.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Jolin ไช่อีหลิน ในเพลง 幸福路上 (On Happiness Road) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Jolin ไช่อีหลิน ในเพลง 幸福路上 (On Happiness Road)  และข่าวบันเทิงไต้หวัน (อาซินแห่ง May Day ไม่ยอมแต่งเพลงให้เสียที สาวโจลินไช่อีหลินเลยฝากนักข่าวไปถามโจวเจี๋ยหลุน ให้ช่วยแต่งเพลงให้)

 

 

 

โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) กับเพลง Soundtrack ของภาพยนตร์เรื่อง On Happiness Road

 

(more)

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค. 60 - สัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมบุคลากรสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

กองการศึกษา เทศบาลนครไถหนาน จัดโครงการอบรมบุคลากรอาจารย์ผู้สอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และการอบรมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน กองการศึกษา เทศบาลนครไถหนาน ได้จัดงานเฉลิมฉลองสำเร็จการอบรมและแสดงผลสัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เข้ารับการอบรมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรม และความรู้สึกของตนเองที่มีต่อการอบรมในครั้งนี้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 47-48

(more)

จันหย่งหรานเปิดตัวคู่หูคนใหม่ที่จะเล่นร่วมกันในปี 2018 แล้ว

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหราน (詹詠然) เทนนิสหญิงคู่มือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวไต้หวัน ได้ประกาศเปิดตัวคู่หูคนใหม่ที่จะมาจับคู่เล่นด้วยกันในปี 2018 แล้ว ซึ่งก็คือแอนนา ฮลาวัคโควา สาวเช็คที่ปัจจุบันเป็นมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทหญิงคู่นั่นเอง

-โจวเทียนเฉิงแพ้วิคเตอร์ เอกเซลส์สัน แบดชายเดี่ยวมือ 1 ของโลกคนปัจจุบัน อดเข้ารอบรองเป็นครั้งแรกของรายการ ดูไบ เวิร์ลซูเปอร์ซีรีย์ ไฟนอล 2017

 

จันหย่งหราน (ขวา) จะจับคู่กับแอนนา ฮลาวัคโคว่า (ซ้าย) ลงแข่งในปี 2018 นี้

 

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560

 

1. เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน ไต้หวันเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ ที่จะเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้

          ปัญหาอัตราการเกิดที่ตกต่ำ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลไต้หวันเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายหลินว่านอี้ (林萬億) รัฐมนตรีประจำสภาบริหาร เสนอแนวความคิดเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นมายังไต้หวันได้ โดยจะเริ่มจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเป้าหมายของนโยบายมุ่งสู่ใต้ก่อน เขากล่าวว่า ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้ว จากในระยะแรก อนุญาตให้ทำงานได้เพียง 2 ปี ต่อมาขยายระยะเวลาเรื่อยมา จนปัจจุบัน ผู้อนุบาลในครัวเรือน สามารถทำงานได้ไม่เกิน 14 ปี ขณะที่แรงงานในภาคการผลิตทำงานได้ไม่เกิน 12 ปี และอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันได้ โดยไม่ต้องกลับไปทำเรื่องมาใหม่หลังทำงานครบ 3 ปีแล้ว และรายงานของสภาอุตสาหกรรมไต้หวันประจำปี 2559 และ 2560 ได้มีการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตมากกว่า 12 ปี รัฐมนตรีประจำสภาบริหารผู้นี้กล่าวว่า ไต้หวันต้องการแรงงานที่มีทักษะและแรงงานระดับผู้บริหาร เมื่อไต้หวันมีแรงงานต่างชาติที่ผ่านการฝึกฝน กลายเป็นแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานจำนวนมาก ทำไมไม่พิจารณาให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ย้ายถิ่น อาศัยและทำงานในไต้หวันต่อไปได้ นอกจากแรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนร่วม 700,000 คนแล้ว นายหลินว่านอี้ยังกล่าวว่า ภาคการเกษตร การประมงและโครงการดูแลผู้สูงวัยระยะยาว ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก รัฐบาลอาจพิจารณาเปิดให้นำเข้านักศึกษาต่างชาติระดับปวช. ปวส. หรือแม้กระทั่งระดับอุดมศึกษา มาเรียนต่อและฝึกงานที่ไต้หวันได้ เมื่อจบการศึกษา อนุญาตให้ทำงานและพำนักอาศัยในไต้หวันได้ และหากทำงานไประยะหนึ่ง ไม่มีประวัติฝ่าฝืนกฎหมาย ก็อนุญาตให้ย้ายถิ่นหรือพำนักอาศัยในไต้หวันอย่างถาวรต่อไปได้

 

นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสภาบริหาร ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับนโยาบการแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยจะศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้

 

ไต้หวันมีแรงงานข้ามชาติร่วม 700,000 คน แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ หลังทำงานครบกำหนดระยะเวลา พวกเขาต้องไปทำงานที่ประเทศอื่นต่อ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

 

          ด้านนายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อก็กล่าวว่า เมื่อพูดถึงมาตรการดึงดูดบุคลากรจากต่างประเทศ ก็ต้องพูดถึงนโยบายการย้ายถิ่น ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องนี้แล้ว

 

นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อกล่าวว่า รัฐบาลเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติแล้ว

 

          แต่องค์กร NGO อย่าง TIWA กล่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า แค่ปรับปรุงสวัสดิการของผู้อนุบาลในครัวเรือน ยังไม่สามารถทำได้เลย ทุกวันนี้ ผู้อนุบาลในครัวเรือนยังต้องทำงานต่อเนื่องกันยาวนาน บางคนนานติดต่อกัน 17 ชั่วโมง และกว่าครึ่งไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขส่วนนี้ก่อน แล้วค่อยมาพูดนโยบายการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติ

           แม้องค์กร NGO จะไม่สนับสนุน แต่รัฐบาลอินโดนีเซียแสดงความชื่นชมและอยากให้นโยบายนี้เป็นจริง จะทำให้แรงงานต่างชาติมีความมั่นใจและตั้งใจทำงานมากขึ้น Nusron Wahid  ผอ. สำนักงานคุ้มครองแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวกลางหรือ CNA ของไต้หวันประจำอินโดนีเซียว่า นโยบายที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติย้ายถิ่นมาทำงานและตั้งรกรากในไต้หวันได้ จะช่วยให้แรงงานอินโดนีเซียและนักศึกษาอินโดนีเซียในไต้หวัน มีความมั่นใจและทำงานอย่างขยันขันแข็งมากขึ้น เขากล่าวว่า การที่แรงงานอินโดนีเซียทำงานอย่างตั้งใจและมุ่งมั่น จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เจริญรุ่งเรือง หากไต้หวันเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้จริง ไม่เพียงแต่อินโดนีเซียเท่านั้น น่าจะชื่นชมและแสดงความยินดีกันทุกชาติ

 

ไต้หวันกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีความต้องการผู้อนุบาลจำนวนมาก

 

ภาคการประมงก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนักเช่นกัน

 

2.สมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวันเชิดชู 3 แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2560

            เพื่อเป็นการให้กำลังใจแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างพากเพียรขยันขันแข็ง พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้เทคนิคการทำงาน เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน สมาคมผ้าไหมและสิ่งทอของไต้หวัน ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอทั่วไต้หวันจำนวนกว่า 150 บริษัท และมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 30,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 6,000 คน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ได้จัดให้มีการประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นเป็นประจำทุกปี  โดยจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแด่แรงงานต่างชาติที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ จวบจนกระทั่งขณะนี้ มีการจัดประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นมาแล้ว 22 รุ่น มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นแล้วกว่า 180 คน แรงงานไทยเหล่านี้ ได้สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แรงงานไทยโดยรวม จนมีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ประกอบการว่า แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติที่ดีที่สุดและเหมาะสมทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สุด

           สำหรับในปีพ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นปีที่ 64 ปี แห่งการจัดตั้งสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอ ทางสมาคมฯ ได้มีการจัดประชุมสามัญประจำปี ขณะเดียวกันได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่แรงงานต่างชาติดีเด่นเช่นเคย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ โดยมีแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในโรงงานสิ่งทอ ฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้รับการเสนอชื่อจากนายจ้างและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นจำนวน 20 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนาม 8 คน แรงงานฟิลิปปินส์ 7 คน แรงงานไทยได้รับการคัดเลือก 3 คน และอินโดนีเซีย 2 คน โดยนายทศพล สุมานนต์ รอง ผอ. สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเป ได้รับมอบหมายเดินทางไปร่วมแสดงความยินดี และได้มอบรางวัลเพื่อเป็นการกำลังใจแด่แรงงานไทยทั้ง 3 คน 

           สำหรับคนงานไทยที่ได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นในภาคอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอในเขตพื้นที่ไต้หวัน ประจำปี 2560 ทั้ง 3 คน มีดังนี้ 

1. น.ส.อำไพ โห้คลัง  อายุ ๓๙ ปี มาจากชัยนาท พนักงานของ บ. Ho Yu Textile Co.,Ltd.

2. นายทวี บุญประดับ  อายุ ๕๐ ปี มาจากอุดรธานี พนักงานของ บ. Jen Yeong Textile Factory Co.,Ltd.

3. นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  อายุ ๓๕ ปี มาจากนครราชสีมา พนักงานของ บ. Lovetex Industrial Corp.

 

 (จากขวา) นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  นายทวี บุญประดับ นายทศพล สุมานนต์ รอง ผอ. สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเปและน.ส.อำไพ โห้คลัง

 

3. แรงงานอินโดนีเซียร่วมใจบริจาคเงินสร้างสุเหร่าแห่งแรกในเมืองอี๋หลาน

          ที่เมืองอี๋หลาน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ 13,000 คน ในจำนวนนี้เป็น แรงงานอินโดนีเซียประมาณ 7,000 คน เวียดนาม 3,300 คน ฟิลิปปินส์ 2,300 คน แรงงานไทย 618 คน และในจำนวนแรงงานอินโดนีเซียในเมืองอี๋หลาน 7,000 คน มี 2,000 คนเป็นลูกเรือประมง อีก 5,000 คนเป็นผู้อนุบาล แรงงานอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ละวันจะต้องทำพิธีละหมาด ที่ผ่านมา เมืองอี๋หลานไม่มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาสำหรับชาวมุสลิม ดังนั้น เริ่มจากแรงงานอินโดนีเซียจำนวน 11 คน ตระเวนหาบ้านเช่าที่เหมาะสม ในที่สุดก็ได้บ้านเช่าขนาด 2 ชั้นหลังหนึ่งในตัวเมืองอี๋หลาน แรงงานอินโดนีเซียช่วยกันตกแต่งและทาสีบ้านเสียใหม่ ช่วยกันออกเงินจ่ายค่าเช่าเดือนละ 12,000 เหรียญไต้หวัน  เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแรกของชาวมุสลิมในเมืองอี๋หลาน

          แม้จะไม่หรูหรา แต่สำหรับแรงงานอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัดแล้ว การมีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของพวกตนโดยเฉพาะ ถือเป็นสิ่งที่มีความหมายและทำให้ชีวิตความเป็นอยู่มีความสุขมากขึ้น

 

 

 

แรงงานอินโดนีเซียร่วมใจบริจาคเงินสร้างสุเหร่าแห่งแรกในเมืองอี๋หลาน แม้จะไม่หรูหรา แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม (Cr: Liberty Times)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ธ.ค. 60 ไต้หวันแทคทีมรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งใต้ใหม่ เป้าหมายแรกคืออินเดีย

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ธ.ค. 60

 

ไต้หวันแทคทีมรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งใต้ใหม่ เป้าหมายแรกคืออินเดีย

     สมาคมพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศหรือ TAITRA ไต้หวันระดมผู้ประกอบการด้านรถยนต์/จักรยานยนต์ไฟฟ้าในไต้หวันลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่อินเดีย เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสามารถเติบโตได้มาก และมีความต้องการรถยนต์หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่วนไต้หวันก็มีเทคโนโลยีที่พร้อมจะเสริมทัพให้แก่อุตสาหกรรมนี้ของอินเดีย

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 - ประเด็นฮอตฮิตในสังคมออนไลน์ของไต้หวันประจำปี 2017

      สัปดาห์พาคุณไปเกาะกระแสสื่อสังคมออนไลน์ที่คนไต้หวันนิยมใช้ เช่น เฟซบุ๊ก ยาฮู และกูเกิ้ล มีประเด็นอะไรที่ฮอตฮิตเป็นที่สนใจสำหรับคนไต้หวันมากที่สุด ประจำปี 2017 และคนไต้หวันสนใจค้นหาเรื่องอะไรในกูเกิ้ลมากที่สุด ติดตามได้ในรายการค่ะ

(more)

เคาท์ดาวน์ปีนี้ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

        -เคาท์ดาวน์ปีนี้ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

        -ไปดูภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวันที่ทะเลสาปชุ่ยฟงหูบนภูเขาไท่ผิงซานกัน

 

 

 

ตึกไทเป 101 กับภาพจำลองการเล่นแสงสีผสมผสานกับการยิงพลุฉลองปีใหม่ 2018

 

บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลสาปชุ่ยฟงหู หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในไต้หวัน

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 ไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายลงประชามติ ทำได้ง่ายขึ้น

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60

 

ไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายลงประชามติ ทำได้ง่ายขึ้น 

     วันที่ 12 ธ.ค.นี้สภานิติบัญญัติ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ผ่านการพิจารณา “ร่างกฏหมายการจัดทำประชามติฉบับแก้ไข”ทั้งสามวาระแล้ว โดยได้ลดเกณต์มาตรฐานของการยื่นญัตติ จัดทำประชามติ  การดำเนินการจัดทำประชามติ และการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ  ในอนาคตเมื่อกฏหมายฉบับนี้นำออกบังคับใช้ หากสามารถล่ารายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ในอัตราหมื่นละ 1 หรือประมาณ 1,800 กว่าคนก็สามารถยื่นขอทำประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้  และหากสามารถล่ารายชื่อได้1.5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือประมาณ 280,000 คน ก็สามารถดำเนินการจัดทำประชามติได้ รวมถึงการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติให้ถือเอาเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงและมีจำนวนตั้งแต่ 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียงจากเดิมที่กำหนดไว้ครึ่งหนึ่ง

ผู้นำไต้หวันย้ำยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ สร้างความมั่นคงให้แก่สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันประนามอัครราชทูตจีนแผ่นดินใหญ่ประจำสหรัฐฯ พูดพล่อยๆ เรื่องการรุกล้ำไต้หวันด้วยกำลังอาวุธ หากเรือรบสหรัฐฯ แวะจอดที่ท่าเรือในไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของอาเมย จางฮุ่ยเม่ย ในชุด 偷故事的人 (Story Thief) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของอาเมย จางฮุ่ยเม่ย (張惠妹) ในชุด 偷故事的人 (Story Thief) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หยางเฉิงหลินเชิญหลินยิ่วเจียเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตที่ไทเปอารีน่าของเธอ)

 

 

จ้างฮุ่ยเม่ยกับอัลบั้มเพลงชุด Story Thief

 

หยางเฉิงหลิน (ขวา) และหลินยิ่วเจีย (ซ้าย) บนเวทีคอนเสิร์ตที่ไทเปอารีน่าของฝ่ายแรก

 

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560

 

1. ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในอนาคตชาวไต้หวันมีสิทธิลงคะแนนเสียงในประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณะมากขึ้น แต่ก็มีข้อกังวลตามมาว่า อาจเกิดความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

              เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ได้ผ่านการพิจารณา “กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับแก้ไข” โดยได้ลดเกณฑ์มาตรฐานของจำนวนผู้ยื่นญัตติจากเดิม ทุก 1 พันคน ต้องมี 5 คน ลดลงเป็น 1 หมื่นคน มีเพียง 1 คน ทั้งนี้ ใต้หวันมีประชากร 23 ล้านคน ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง มีประมาณ 18 ล้านคน ดังนั้น จำนวน 1,800 กว่าคน ก็สามารถยื่นขอทำประชามติเกี่ยวกับสาธารณะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้แล้ว  และหากสามารถล่ารายชื่อได้ 1.5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือประมาณ 280,000 คน สามารถจัดทำประชามติได้ และการลงออกเสียงประชามติ หากมีคนลงคะแนนเสียงเห็นด้วยเกิน 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด หรือประมาณ 4.5 ล้านคน ก็ถือว่าผ่านการทำประชามติในประเด็นนั้น นอกจากนี้ ยังลดอายุผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จากเดิมต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ลงเหลือ 18 ปีบริบูรณ์

             การจัดทำประชามติข้างต้น เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงคาดว่า จะจัดพร้อมๆ กับการเลือกตั้งระดับประเทศ อย่างเลือกประธานาธิบดี หรือ สส. หรือจัดพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เช่นเลือกตั้งผู้ว่าการนคร เมืองและ สจ. สท. เป็นต้น

             กฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ชาวไต้หวันมีสิทธิมีเสียงในนโยบายของรัฐที่ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ เขตแดนและเปลี่ยนสถานะประเทศ นอกนั้นเปลี่ยนได้หมด ซึ่งคาดว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น คือเลือกตั้งผู้ว่าการนครและเมือง รวมถึง สจ. สท. ในปีหน้า จะมีการเสนอให้จัดทำประชามติในญัตติต่างๆ หลายประเด็น

             การผ่านกฎหมายฉบับนี้ ดูเหมือนว่า ทำให้ชาวไต้หวันมีสิทธิมีเสียงและมีประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า การให้สิทธิลงคะแนนเสียงแสดงประชามติได้ทุกเรื่องที่ไม่เห็นด้วย อาจทำให้สังคมไต้หวันมีแต่ความขัดแย้งวุ่นวาย ไม่จบไม่สิ้น จนส่งผลต่อการพัฒนาประเทศได้

 

 ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในอนาคตชาวไต้หวันมีสิทธิลงคะแนนเสียงในประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณะมากขึ้น แต่ก็มีข้อกังวลตามมาว่า อาจเกิดความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

 

2. แห่งแรกของไต้หวัน เปลี่ยนภูเขาขยะเป็นเนินเขาแห่งพลังงาน

            เทศบาลกรุงไทเปร่วมมือกับบริษัทต้าถง (大同) สร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์บนเนินเขาที่ชื่อว่า福德坑  ในเขตมู่จ้า ชานกรุงไทเป เดิมเป็นลานถมขยะ ต่อมาปลูกหญ้าปลูกต้นไม้ ทำเป็นสวนสาธารณะสวยงาม ปัจจุบันกำลังจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มพรืดบนพื้นที่ 3 เฮกตาร์หรือ18.3 ไร่ ปริมาณการผลิตกระแสะไฟฟ้าปีละ 2 ล้านเมกะวัตต์ (MWp)  นับได้ว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างบนลานถมขยะแห่งแรกในไต้หวัน ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งขายให้แก่การไฟฟ้าไต้หวันและสามารถสร้างรายได้ให้แก่เทศบาลกรุงไทเปปีละ 1 ล้านเหรียญไต้หวันหรือร้อยละ 10 ของยอดขายกระแสไฟฟ้าในแต่ละปี  โรงไฟฟ้าพลังงงานแสงอาทิตย์แห่งนี้จะเปิดเดินเครื่องในวันที่ 10 ม.ค.ปีหน้า และในอนาคตเทศบาลไทเปยังจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนลานถมขยะแห่งที่ 2 ที่หนานกั่งในเร็วๆ นี้ด้วย

 

 

 

ฝูเต๋อเคิง ในเขตมู่จ้า ชานกรุงไทเป เดิมเป็นลานขยะ ปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

 

 

ก่อนจะกลายมาเป็นโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ลานขยะฝูเตอเคิงถูกแปลงโฉมเป็นสวรสาธารณะมาก่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)
สลับไปยังหน้าเว็บไซด์ของคอมพิวเตอร์
apple_icon news_app radio_app      android_icon news_app radio_app