ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 มกราคม 2561
2018-01-13
  • เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้นไม่หยุด

    เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้นไม่หยุด

    เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้นไม่หยุด เป็นประโยชน์ต่อการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานไทย
  • แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า

    แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า

    แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า
  • คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้สัมภาษณ์ Rti

    คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้สัมภาษณ์ Rti

    คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้ให้สัมภาษณ์ Rti
  • สถาบันการศึกษาในไต้หวันเดินทางไปจัดงานนิทรรศการการศึกษาไต้หวันในกทม.

    สถาบันการศึกษาในไต้หวันเดินทางไปจัดงานนิทรรศการการศึกษาไต้หวันในกทม.

    สถาบันการศึกษาในไต้หวันเดินทางไปจัดงานนิทรรศการการศึกษาไต้หวันในกทม.

 

1. เตือนอันตราย! ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า ต้องเคารพกฎจราจร แรงงานต่างชาติในเมืองจางฮั่วเกิดอุบัติเหตุสูงสุด

           แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 มีจำนวน 674,651 คน ใกล้แตะด่าน 700,000 แล้ว ในอดีตแรงงานต่างชาติมักจะปั่นจักรยาน แต่ 2-3 ปีมานี้ รถจักรยานไฟฟ้ากำลังมาแรง ทั้งนี้เนื่องจาก จะปั่นก็ได้ หรือไม่ปั่นก็ยังวิ่งได้ เพราะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ แม้ความเร็วจะสู้รถมอเดอไซค์ไม่ได้ แต่เร็วกว่าปั่นจักรยานทั่วไป แถมราคาไม่แพงจนเกินไป หมื่นเศษก็หาซื้อได้แล้ว ที่สำคัญไม่ต้องมีใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมาย และมีการลือกันว่า แม้เมาเหล้าขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จะไม่ถูกจับเหมือนขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นข่าวลือผิดๆ จึงทำให้รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่แรงงานต่างชาติ แม้แต่แรงงานไทยก็ไม่เว้น ส่งผลให้คดีอุบัติเหตุจากรถจักรยานไฟฟ้าพุ่ง

          บริเวณสถานีรถไฟจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นจำนวนมาก กองจราจรเมืองจางฮั่วเตือนว่า การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าต้องเคารพกฎจราจร มิเช่นนั้นอาจถูกลงโทษปรับและทำให้เกิดอุบัติได้ง่าย โดยเฉพาะดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้า มีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งต้องเสียค่าปรับแพงมาก ตามระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจที่วัดได้ สูงสุดปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีอาญา ข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่า ต้องเคารพกฎระเบียบและหลีกเลี่ยงขับขี่ยานพาหนะ หลังดื่มสุรา

 

 

ในเมืองจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นจำนวนมาก

 

2. แรงงานต่างชาติใช้เวลาว่างทำงานนอกสถานที่หรือทำงานกับนายจ้างอื่นนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการทำงานผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน และอาจถูกเนรเทศกลับประเทศ

 

3. เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าไม่หยุด จาก 32 NT$ แลก 1 USD เมื่อต้นปี 60  ขณะนี้พุ่งเป็น 29.5 NT$ แลก 1 USD เป็นผลดีต่อการซื้อสินค้าหรือส่งเงินไปต่างประเทศ แต่ผู้ประกอบส่งออกสินค้าร้องโอดครวญ

 

 

4. สัมภาษณ์คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทย

          ในประเทศไทยมีศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันอยู่ 3 แห่งดังนี้

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ภาคเหนือ  ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

          - ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

 

คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้ให้สัมภาษณ์ Rti

 

         ภารกิจของศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทย

         1.การศึกษาต่อไต้หวัน บริการข้อมูลการศึกษาต่อที่ไต้หวันแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจชาวไทย ไม่ว่าจะศึกษาต่อในระดับปริญญา การศึกษาภาษาจีนหลักสูตรระยะสั้น หรือโครงการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น ให้คำแนะนำในการเลือกมหาวิทยาลัย คณะสาขาวิชาเรียน การสมัครทุนการศึกษา การเตรียมเอกสารในการสมัครต่างๆ และแนะนำข้อมูลวิธีการรับรองเอกสารสำคัญเป็นต้น

         2.ความร่วมมือทางวิชาการ เป็นตัวแทนประสานงานด้านการศึกษาระหว่างหน่วยงานไทยและไต้หวัน ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เรียนรู้จุดเด่นในการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถาบัน นำไปสู่ความร่วมมือในอนาคต

         3.ส่งเสริมระบบอุดมศึกษาไต้หวันและการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ฯลฯ

 

 คุณจารุวรรณ จรานุพงษ์ ผอ.ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวันในประเทศไทยให้ให้สัมภาษณ์ Rti

 

        ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มได้ที่

ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพฯ

เลขที่ 50 ตึกศูนย์การศึกษานานาชาติ ชั้น2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงาม วงศ์วาน จตุจักร กทม. 10900

เบอร์โทรติดต่อ :+66-25-791068 แฟ็กซ์: +66-25-791069

เว็บไซต์ : http://www.tec.mju.ac.th/en    อีเมล : Tecthailand1@gmail.com

 

ถาบันการศึกษาในไต้หวันเดินทางไปจัดงานนิทรรศการการศึกษาไต้หวันในกทม.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกประจำสัปดาห์นี้

- เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว ในการแข่งขัน OEC Kaohsiung ATP Challenger 2018 ที่นครเกาสง

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในเทนนิสหญิงเดี่ยวรายการโซลโอเพ่น

- ไต้จืออิ่งหลิกล็อคตกรอบ 16 คนแบดหญิงเดี่ยวเจแปนโอเพ่น 2018

- 24 กันยานี้ ไปร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจทีมลี่ชิง ทีมฟุตบอลของคนไทยที่ทะลุเข้าสู่รอบรองฯ ของการแข่งขันฟุตบอลแรงงานต่างชาติชิงถ้วยนครนิวไทเป ที่สนามกีฬาซินจวง

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61 สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61

 

          1. สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ รายงานสถานการณ์ คสพ. ที่เกิดขึ้น 

          2. สัมพันธ์ไต้หวัน-ฝรั่งเศส แน่นแฟ้น

          3. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ย้ำจัดการชาวญี่ปุ่น "ถีบ" รูปปั้นสัญญลักษณ์หญิงบำเรอทางเพศในไต้หวัน 

 

            กรณีที่นายฟูจิอิ มิตสึฮิโกะ(Fujii Mitsuhiko) ตัวแทนองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทาสบำเรอกามทหารญี่ปุ่น ใช้เท้าถีบรูปปั้นรำลึกนางบำเรอสากล ณ ที่ทำการพรรคก๊กมินตั๋งสาขาไถหนานนั้น นายหลีเสี้ยนจัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนแถลงในวันที่ 11 ก.ย.ศกนี้ว่า เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของชายญี่ปุ่นคนนี้ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางการญี่ปุ่นแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องรอผลการสอบสวนของหน่วยงานอัยการไต้หวันเพื่อตรวจสอบทั้งรายละเอียดและข้อเท็จจริง จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไรซึ่งจะต้องเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและจัดการแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผลโดยสันติวิธี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (นามิเอะ อามูโร่จัดงานเซอร์ไพร์สเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้ให้สาวโจลินที่โอกินาว่า / หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตงานแข่ง F1 ที่สิงคโปร์)

 

หนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ กับซิงเกิลล่าสุดในเพลง Moonlight

 

โจลินได้ของขวัญวันเกิดปีที่ 38 เป็นเซอร์ไพร์สปาร์ตี้ฉลองวันเกิด

 

ของเขาดังจริง หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนบนเวทีคอนเสิร์ตของการแข่ง F1 ที่สิงคโปร์

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 61 - แนะนำสถานที่ฮอตฮิตใหม่ในไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

พาคุณติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในไต้หวัน ซึ่งไปเที่ยวชม ถ่ายรูปได้ โดยไม่เสียสตางค์ เช่น ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เถาหยวน, สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร, สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน และปิดท้ายด้วยแนะนำ 5 สถานที่ฮอตฮิตในการไปชมพระจันทร์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะถึงนี้

 

ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เขตกวนอิน นครเถาหยวน

 

 

สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร ที่เขตจงเหอ นครนิวไทเป

 

สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ใกล้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ พาเพื่อนผู้ฟังไปปล่อยโคมอธิษฐานขอพรที่ผิงซีกัน

         แนะนำให้เดินทางโดยรถไฟนะคะสะดวกและประหยัด จากสถานีรถไฟไทเปนั่งรถไฟไปลงที่หรุ่ยฟาง (瑞芳)โดยไปขึ้นรถที่ชานชาลาที่ 4  ลงรถที่สถานีหรุ่ยฟางแล้วให้เดินออกมาซื้อตั๋วรถไฟไปผิงซีที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของสถานีรถไฟหรุ่ยฟาง แนะนำให้ซื้อตั๋วโดยสารแบบ 1 วัน (平溪一日卷)ราคาแค่ 80 เหรียญ สามารถใช้โดยสารรถไฟสายหรุ่ยฟาง-ชิงถง (瑞芳-菁桐)  ซึ่งจะวิ่งผ่านสถานีที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญได้แก่สือเฟิน (十分) ผิงซีและชิงถง สามารถแวะลงเที่ยวสถานีต่างๆ ได้ทุกสถานี จะขึ้นจะลงกี่รอบก็ได้ภายในเวลา 1 วัน

 

 

อวยพรให้เพื่อนผู้ฟัง Rti มีความสุข สุขภาพดีและราบรื่นตลอดไปนะคะ

 

 ปล่อยโคมไฟอธิษฐาน กลายเป็นกิจกรรมสำคัญของผิงซีไปแล้ว

 

2. เลือกตั้งไต้หวันที่สลับซับซ้อนที่สุด เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ พ่วงลงประชามติ 10 รายการ

        เหลือเวลาอีก 70 วันเท่านั้น ซึ่งก็คือวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. ปีนี้ ก็จะถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวัน ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง 9 รายการ ได้แก่เลือกตั้งผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 6 นคร ผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาล 16 เมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาตำบลเป็นต้น แม้จะเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่เป็นการเลือกตั้งทั่วประเทศ และมีการเลือกตั้งหลากหลายมากมายรายการ

 

 

        นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ เช่น การต่อต้านมลพิษทางอากาศ การต่อต้านอาหารนำเข้าที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น การต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลเซินอ้าวในนครนิวไทเป การเปลี่ยนชื่อทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิปิกโตเกียว 2020 จากไชนีสไทเป เป็นทีมไต้หวัน การสนับสนุนให้คนเพศเดียวกันสมรสได้ตามปกติ และการต่อต้านคนเพศเดียวกันสมรส เป็นต้น

        ทำให้การเลือกตั้งในปีนี้ สลับซับซ้อนและมีใบเลือกตั้ง ใบลงประชามติมากที่สุด ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแต่ละคนน่าจะต้องกากันร่วม 20 ใบ เหตุที่มีรายการลงประชามติมากมายหลายรายการ เพราะมีการผ่อนปรนจำนวนผู้ลงนามเรียกร้องขอลงประชามติ ทำให้การลงประชามติเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น และมักจะนิยมมาพ่วงกับการเลือกตั้ง เพราะหากลงประชามติโดดๆ รายการเดียว คนไปลงคะแนนเสียงจะน้อย แต่การลงประชามติทำได้ง่ายขึ้น นอกจากจะทำให้เอะอะก็ลงประชามติ เมื่อลงกันง่ายๆ ความศักดิ์สิทธิ์ ความขลังจะลดลง แม้จะผ่านการลงประชามติ แต่อาจทำอะไรไม่ได้ เช่นการเปลี่ยนชื่อทีมนักฬาที่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกโตเกียว คงจะเปลี่ยนได้ยาก เพราะไม่ใช่เราผ่าน คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะยอม หรือบางรายการขัดแย้งกันเอง อย่างการสนับสนุนและต่อต้านการสมรสฉันสามีภรรยาของคนเพศเดียวกัน น่าจะผ่านทั้ง 2 รายการ เพราะมีผู้สนับสนุนและคัดค้านค่อนข้างมากเช่นกัน หากผ่านทั้ง 2 รายการ ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

       อย่างไรก็ตาม เป็นการแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในไต้หวันเบ่งบานถึงจุดสูงสุด ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงแสดงออกมาได้ทุกอย่าง

 

นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ 

 

 ในภาพเป็นกล่องใส่หนังสือลงนามการยื่นขอลงประชามติของพรรคฝ่ายค้าน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. 1 ม.ค. 62 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน

         ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ มีมติปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญ หรือปรับขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 5 ได้รับการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง สำหรับการทำงานที่คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงของแรงงานท้องถิ่น ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 140 เหรียญไต้หวันเป็น 150 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 7.14%

         กระทรวงแรงงานแถลงว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 23,100 เหรียญ จะมีแรงงานท้องถิ่น 1,363,400คนและแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน รวมเป็น 2,257,400คน ได้รับอานิสงค์ ส่วนการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงเป็น 150 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง จะมีแรงงานท้องถิ่นได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง 456,000 คน

         และหลังจากปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว เบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพจะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่อัตราการปรับขึ้นเบี้ยประกันทั้งประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ คาดว่าจะประกาศได้ในเดือนตุลาคมศกนี้

 

ปีใหม่ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ขณะที่ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

         ทางฝ่ายนายจ้างบ่นว่า การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งนายจ้างจะต้องรับไปเต็มๆ ปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า แรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน

         สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 65 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น

                 ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ นายจ้างจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

2. กลุ่ม NGO ในไต้หวันประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่าย เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ ตัวแทนของสมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม สององค์กรนอกภาครัฐ หรือ NGO ในไต้หวันไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

       สมาคมแรงงานนนานาชาติไต้หวันแถลงว่า การเสียชีวิตของนายหวง ไม่ใช่เป็นคดีเฉพาะกรณี ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2560 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างในเมืองซินจู๋รายหนึ่ง ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุเดินทางมาจับกุม ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต คดีนี้ สำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ข้อหาใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ ประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ในส่วนของคดีแพ่ง ตำรวจที่ตกเป็นจำเลย ได้ยอมความกับทายาทของผู้ตายแล้ว ในวงเงินชดเชย 2.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายหวงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

 

NGO พาพี่สาวผู้ตาย (สวมเสื้อเหลือง) ไปประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้น้องชายที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

3. ผู้อนุบาลอินโดโหด ตบและทีบหน้าคนชรา ภาพทำร้ายคนแก่ถูกโพสลงเฟซบุ๊ก ชาวโซเชียลด่าลั่นทั้งเมือง

       ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ประชากรสูงอายุ หรือ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีคนชราจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการคนมาดูแล จึงมีการนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเพื่อมาดูแลคนชรา ณ สิ้นเดือนก.ค.ปีนี้ มีจำนวน 253,046 คน ดังนั้นในบ้านมีผู้อนุบาลต่างชาติจึงเป็นภาพที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในครอบครัวชาวไต้หวัน ผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ทำงานดี มีความอดทน เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้างและคนแก่ที่ถูกดูแล แต่ก็มีผู้อนุบาลใจโหด มักจะตบตีทำร้ายคนชราที่ไม่มีทางสู้เป็นข่าวให้ได้ยินเป็นระยะๆ อย่างช่วงนี้ โลกโซเชียลส่งว่อนคลิปสาวอินโดนีเซียตบตีทำร้ายอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ ฟ้องหลานสาวว่าถูกทำร้าย นายจ้างซึ่งเป็นหลานสาวอากงจึงติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามดูการดูแลของผู้อนุบาลจากมือถือ พบภาพที่น่าเสียใจและน่าโมโหอย่างยิ่ง ผู้อนุบาลที่ตนจ่ายค่าจ้างว่าจ้างมาดูแลคุณปู่ กลับทำร้ายตบตี กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าคนแก่ที่ป่วยและไร้ทางสู้เป็นประจำ

 

ผู้อนุบาลอินโดโหด ป้อนอาหารให้อากงโดยวิธียัดอาหารเข้าปาก ตบตีและทีบหน้าอากงที่เป็นอัมพาต

 

       เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจางฮั่ว ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาดูแลอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวและช่วยตัวเองไม่ได้ ต่อหน้านายจ้างปฏิบัติหน้าที่ดี แต่ลับหลังอยู่กับอากงสองต่อสอง กลับปฏิบัติต่ออากงอย่างโหดร้ายทารุณ เช่นป้อนอาหารใช้วิธียัดอาหารเข้าปาก ตบบ้องหู ตบหน้า แม้กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าอากงที่ไม่มีทางสู้ อากงเนื่องจากป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดจาได้สะดวกคล่องแคล้ว ได้แต่แสดงอาการ ซึ่งพอสื่อกันรู้เรื่องฟ้องหลายครั้งแล้วว่า ถูกผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ทำร้าย แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐาน หลานอากงจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณของผู้อนุบาลรายนี้ แต่ไม่ได้แจ้งความ เพียงแค่เรียกบริษัทจัดหางานส่งผู้อนุบาลใจร้ายรายนี้กลับประเทศ จากนั้นไม่นาน เพื่อนของหลานอากงมาเห็นคลิปดังกล่าวเข้ารู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง นำไปโพสลงในเฟซบุ๊ก มีคนแชร์ว่อนโลกโซเชียล และด่ากันลั่นทั้งเมือง

       หลังกลายเป็นข่าวใหญ่ กระทรวงแรงงานตรวจสอบจึงพบว่า นายจ้างไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้อนุบาลใจโหดรายนี้ เพียงแค่ส่งกลับบ้าน กระนั้นก็ตาม ได้จัดผู้อนุบาลรายนี้อยู่ในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันตลอดชีพ

       นายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติ หากทำร้ายผู้สูงอายุหรือคนป่วย นายจ้างควรจะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากอัยการสั่งฟ้อง แม้จะยังไม่มีการตัดสิน กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานทันที หลังจากคดีสิ้นสุดลง จะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต

 

 

ใช้ทัพพีป้อนอาหารยัดเข้าปากอากง

 

 

 

ตบหัวอากง

 

 ใช้เท้าถีบหน้าอากง

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

พิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ของ 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- TripAdvisor เลือกพิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ใน 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย 

- มารู้จัก 10 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวันจากการจัดอันดับของ TripAdvisor กัน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงของไต้หวันติดอันดับ 1 ใน 25 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

 

บรรยากาศสไตล์ยุโรปในพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย

(more)

ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายในแบดอาชีพที่ญี่ปุ่น/เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายที่ญี่ปุ่น

- เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น หลังตกรอบรองชายเดี่ยวในการแข่งขันระดับเยาวชน ทำให้ไม่สามารถสร้างสถิติเป็นนักกีฬาคนที่ 4 ของโลกที่สามารถทะลุเข้ารอบชิงของการแข่งขันระดับเยาวชนของทัวร์นาเมนต์ระดับแกรนแสลมครบทั้ง 4 รายการภายในปีเดียวกัน

- เซี่ยสูเหวยแพ้คู่ปรับเก่าตกรอบ 2 หญิงเดี่ยว และไปได้เพียงรอบ 16 คู่สุดท้ายในประเภทคู่ของยูเอสโอเพ่น 2018

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 12 กันยายน 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับขึ้น

         การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน  ฝ่ายนายจ้างกล่าวว่า ต้นทุนด้านแรงงานจะเพิ่มขึ้นปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

         ส่วนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น (คลิกดูรายละเอียดการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันเพิ่มได้ที่นี่)

         ช่วงหลายปีมานี้ ในไต้หวันมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแทบจะทุกปี ในอัตราเฉลี่ย 1,000 เหรียญไต้หวันต่อปี โดยนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวมครั้งนี้ด้วย จำนวน 8 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันในต้นปีหน้า ปรับขึ้นรวม 5,820 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 33.68% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 10 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญ รวมครั้งนี้เป็น 150 เหรียญ ปรับขึ้นไปแล้ว 55 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 57.89%

 

ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้น

 

2. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต เหตุถูกตำรวจล้อมจับยิงด้วยปืนตาข่ายกลุ่ม NGO พาญาติผู้ตายประท้วงตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ กลุ่ม NGO ในไต้หวัน ได้แก่สมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม ไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

3. สัมภาษณ์คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลปะ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น ขณะเดินทางมาทำข่าวในไต้หวัน พร้อมให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยทุกคน ขอให้สู้ๆ เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว

 

คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลป (คนกลาง) ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เยือน Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61 จีนกร่างใน PIF ถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด วอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61

         1. จีนกร่างในการประชุม (Pacific Islands Forum-PIF) จนถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด ไม่พอใจถึงกับวอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม เจ้าภาพเรียกร้องให้ขอโทษ ส่วนจีนก็ไม่ยอมถอย ประนามว่า เจ้าภาพไม่เข้าใจสถานการณ์โลก สำหรับ กต. ไต้หวัน ระบุเคารพการตัดสินใจของเจ้าภาพ 

          2. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17 และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

     - ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17

     - ข่าวบันเทิงไต้หวัน (5 หนุ่ม Mayday บุกแดนโอปป้า ไปเปิดคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซล / กวงเหลียงยังฮ็อตไม่เลิก แฟนเพลงที่มาเลเซียจองบัตร 15,000 ใบหมดภายใน 5 ชั่วโมง)

 

สามสาว S.H.E. เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของไต้หวัน กับเพลง 17 ซึ่งเป็นซิงเกิลฉลองการเข้าวงการเพลงครบรอบ 17 ปีของพวกเธอ

 

Mayday กับคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซลแดนโอปป้า

 

กวงเหลียง นักร้องหนุ่มคนด้ังชาวมาเลเซีย เตรียมกลับไปเปิดคอนเสิร์ตที่บ้านเกิดอีกครั้ง

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 61 - กล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อ

อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวผลสำรวจกล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อเพื่อมอบให้แก่กันในเทศกาลนี้ คนไต้หวันชอบและไม่ชอบขนมไหว้พระจันทร์แบบไหน และพบกับ 3 อาชีพที่ไม่อยากได้ขนมพายสับปะรดเป็นของขวัญ สาเหตุเพราะอะไร ติดตามได้ในรายการ

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561

 


 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว เตือนไต้ฝุ่นยังไม่หมด ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ยังจะมีไต้ฝุ่นพัดเข้าไต้หวันอีก 1-2 ลูก   

         หลังจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สภาพอากาศในไต้หวันเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คือกลางวันอากาศร้อนอบอ้าว แต่ช่วงบ่ายๆ มีพายุฝนคะนอง ฝนตกหนักแต่ตกไม่นาน อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันพยากรณ์ว่า ตั้งแต่เสาร์นี้เป็นต้นไป เริ่มมีลมหนาวจากจีนแผ่นดินใหญ่พัดลงมาปกคลุมเกาะไต้หวัน ทำให้ในช่วงเช้าและกลางดึกอากาศจะเย็นลง กลางวันแม้จะยังร้อนอยู่ แต่อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-28 องศาเซียลเซียส ไม่ร้อนเหมือนช่วงก่อน หลังผ่านเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 24 ก.ย. ไปแล้ว จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้น

         ในส่วนของไต้ฝุ่น ซึ่งปีนี้ ถือเป็นปีที่ไต้ฝุ่นก่อตัวมากที่สุดปีหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา มีไต้ฝุ่นก่อตัวแล้วทั้งหมด 21 ลูก แต่มีเพียงไต้ฝุ่นมาเรียเพียงลูกเดียวเท่านั้นที่พัดเข้าสู่ไต้หวัน นอกนั้นพัดเฉียดไปเฉียดมา หรือขึ้นเหนือไปทางญี่ปุ่นและเกาหลีกันหมด

 

ไต้ฝุ่นเชบีถล่มญี่ปุ่นอ่วม สนามบินคันไซน้ำท่วมหนักกลายเป็นทะเลเวิ้งว้าง

 

         โดยเฉพาะญี่ปุ่น  ปีนี้โดนภัยธรรมชาติถล่มหนัก ทั้งแผ่นดินไหว อากาศร้อนผิดปกติ และน้ำท่วม ล่าสุดโดนซูปเปอร์ไต้ฝุ่นเชบีพัดกระหน่ำช่วงวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ตายนับ 10 แหล่งท่องเที่ยวอย่างโอซาก้า เกียวโตและนรา น้ำท่วมเสียหายหนัก สนามบินคันไซจมอยู่ใต้บาดาล ต้องปิดใช้งาน 3 วัน ตั้งแต่ 4-6 ก.ย.

         เพราะฉะนั้น ปีนี้ไต้หวันถือว่าโชคดีมากๆ ที่รอดพ้นจากการโจมตีของพายุไต้ฝุ่น อย่างไรก็ตาม กรมอุตุฯ พยากรณ์ว่า ช่วงเดือนก.ย.-พ.ย. ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วง ยังจะมีไต้ฝุ่นก่อตัวอีกหลายลูก และในจำนวนนี้ จะมี 1-2 ลูก พัดเข้าสู่ไต้หวัน และไต้ฝุ่นในฤดูใบไม้ร่วง มักจะก่อตัวใกล้เกาะไต้หวันและมีความรุนแรง ที่ผ่านมา ไต้ฝุ่นในฤดูนี้และพัดเข้าสู่ไต้หวัน สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อไต้หวันมาแล้วหลายลูก จึงชะล่าใจไม่ได้

 

กรมอุตุฯ เตือนไต้ฝุ่นยังไม่หมด ก.ย.-ต.ค. นี้อาจจะมี 1-2 ลูกพัดเข้าสู่ไต้หวัน

 

2. เว่อร์สุดๆ! กระทรวงกลาโหมฟ้องการประปาไต้หวัน เพียงเพื่อทวงหนี้ 2,321 เหรียญ ถูกผู้พิพากษาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้ทรัพยากรตุลาการอย่างพร่ำเพรื่อ

         กระทรวงกลาโหมฟ้องการประปาเพื่อทวงค่าน้ำที่โดนหักจากบัญชีคู่สมรสทหารผ่านศึกรายหนึ่ง จำนวน 2,321 เหรียญ โดยที่กระทรวงกลาโหมไม่ทราบว่าคู่สมรสทหารผ่านศึกรายนี้เสียชีวิตแล้ว ยังคงโอนเงินบำนาญรายครึ่งปีเข้าบัญชีเป็นเงิน 156,000 เหรียญ ด้านการประปาก็ไม่ทราบเช่นกันว่า เจ้าของบัญชีเสียชีวิตแล้ว ยังคงหักค่าน้ำประปาพื้นฐานจากบัญชีต่อไป รวมเงินค่าน้ำที่หักไป 2,321 เหรียญ หลังทราบว่าคู่สมรสผู้มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเสียชีวิตแล้ว กระทรวงกลาโหมจะถอนเงินคืนจากบัญชี พบว่าถูกการประปาหักเป็นค่าน้ำไปแล้ว 2,321 เหรียญ จึงทวงกับการประปา สองหน่วยงานรัฐนี้ตกลงกันไม่ได้กับเงินแค่ 2,321 เหรียญ ขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกัน แม้ในที่สุด กระทรวงกลาโหมจะชนะคดี การประปาต้องคืนเงินที่หักไป แต่ผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นไทจงวิจารณ์ในคำพิพากษาว่า ทั้ง 2 หน่วยงานเป็นองค์กรของรัฐ มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายเพียบ และมีรัฐมนตรีประจำสภาบริหารช่วยประสานไกล่เกลี่ยข้ามกระทรวง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐให้สูงขึ้น ไฉนเลยแค่เงิน 2,321 เหรียญไม่สามารถหาทางตกลงกันได้ ใช้วิธีฟ้องร้องทางศาล ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรด้านตุลาการโดยใช่เหตุ

         ไม่เพียงแค่หน่วยงานเท่านั้นที่ฟ้องร้องพร่ำเพรื่อ บุคคลทั่วไปก็มีเช่นกัน ที่เมืองฮัวเหลียน มีผู้ชายคนหนึ่ง ถูกตั้งชื่อว่าเป็น วายร้ายแห่งการฟ้องร้องมั่ว ชายคนนี้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐปีละกว่า 100 คดี ต่อเนื่องกันมา 10 ปีแล้ว หน่วยงานรัฐแทบทุกแห่ง บุคคลสำคัญแทบทุกคน โดนแกฟ้องดะเรียกร้องค่าเสียไปทั่ว ตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงร้อยล้าน แต่เนื่องจากขาดหลักฐานหรือไร้มูลความจริง ถูกศาลตีกลับ สั่งให่เพิ่มพยานหลักฐาน และเสียค่าธรรมเนียมฟ้องร้อง แกไม่สนทั้งนั้น จนศาลปวดหัวกับนายคนนี้มาก ตอนนี้ กระทรวงยุติธรรมกำลังผลักดันแก้กฎหมาย ลงโทษผู้ฟ้องร้องที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน ฟ้องมั่ว จะถูกลงโทษปรับเงิน 120,000 เหรียญ

 

อาคารที่ทำการของกระทรวงกลาโหม

 

3. ชอบสุดๆ! คนไต้หวันกินไก่ทอดวันละ 800,000 ชิ้น ปีละกว่า 290 ล้านชิ้น เฉลี่ยชิ้นละ 60 เหรียญ มูลค่า 17,500 ล้านเหรียญไต้หวัน หากนำไก่ทอดแต่ละแผ่นไปวางเรียงซ้อนกันจะสูงเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 32 ตึก

         คนไต้หวันชอบกินไก่ทอดเป็นอย่างมาก บางคนกินกันตั้งแต่เช้ายันดึก เป็นอาหารเช้า เป็นกับข้าวมื้อเที่ยง เป็นอาหารกินเล่นช่วงบ่ายหรือช่วงดึกตอนดูทีวี หรือแม้แต่เป็นอาหารแกล้มสุรา นอกจากกินกันส่วนบุคคลแล้ว ในสถานประกอบการ งานรื่นเริงฉลอง งานประชุม หรือผู้บริหารจะเอาใจลูกน้อง จะเลี้ยงไก่ทอดเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่การท้าดวลหรือพนันขันต่อ ก็มักนิยมใช้ไก่ทอดเป็นเดิมพัน

 

คนไต้หวันชอบทานไก่ทอดสุดๆ วันละกว่า 800,000 ชิ้น ปีละกว่า 290 ล้านชิ้น หากนำไปวางเรียงซ้อนกันจะสูงเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 32 ตึก

 

 

 

 

 

ไก่ทอดในไต้หวันมีหลากหลายสูตร นับพันแบรนด์

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สภาตรวจสอบจะเอาผิดหน่วยงานที่ปล่อยให้ค่าหัวคิวของแรงงานต่างชาติแพงเกินกำหนด

        นายจางอู่ซิว สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันออกแถลงการณ์กล่าวว่า เขาได้ยื่นขอตรวจสอบหน่วยงานที่เพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างชาติต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในอัตราสูงแก่บริษัทจัดหางาน รวมทั้งเงื่อนไขด้านแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ

         สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า นายเฉินเหวยไห่ ผอ. ใหญ่ สำนักงานตัวแทนเวียดนามประจำไต้หวัน กล่าวขณะพ้นวาระก่อนเดินทางกลับประเทศก่อนหน้านี้ว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน แล้วหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ซึ่งมีกว่า 50,000 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ต้นเหตุการหลบหนีของแรงงานเวียดนามก็คือ ต้องแบกรับค่าหัวคิวที่แพงลิบลิ่วนั่นเอง

 

แรงงานเวียดนามส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานในอัตรา 6,000-6,500 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 200,000 บาท

 

        นายจางอู่ซิวกล่าวว่า ประเด็นนี้กลายเป็นปัญหาที่สร้างความยุงยากให้แก่ไต้หวันและเวียดนาม อดีตผู้แทนเวียดนามประจำไต้หวันได้กล่าวเรียกร้องรัฐบาลทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด ขอให้ความสำคัญและหาทางปรับปรุงแก้ไขปัญหานี้ แต่ที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งไต้หวันและเวียดนามไม่ได้แก้ปัญหานี้อย่างกระตือรือร้น ตนจึงห่วงใยว่า หน่วยงานภาครัฐเพิกเฉยหรือละเลยในหน้าที่ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติสูญเสียสิทธิประโยชน์ จึงยื่นขออนุมัติจากสภาตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบความบกพร่องในหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันผู้นี้กล่าวอีกว่า ระเบียบกฎหมายที่ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ คุ้มครองได้ทุกด้านหรือไม่ กระทรวงแรงงานมีมาตรการตรวจสอบการเรียกรับค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวหรือไม่ รวมถึงมีการตรวจสอบและศึกษาหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขเงื่อนไขด้านแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่สมควรมีการตรวจสอบในเชิงลึก เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

การแบกรับหนี้สินจากค่าหัวคิว เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานเวียดนามมีอัตราการหลบหนีสูง

 

2. กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุแรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด มีเพียง 809 คน จากทั้งหมด 52,000 คน

        ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 692,868 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียมีจำมากที่สุด 261,543 คน ตามด้วยเวียดนาม 216,900 คน อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 153,121 คน และแรงงานไทย 61,301 คน

        หากดูจากแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2561 มีจำนวนทั้งหมด 51,999 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,494 คน ครองอัตราส่วน 47% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย มี 24,704 คน ครองสัดส่วน 46.18% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,652 คน คิดเป็นสัดส่วน 5% และแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 809 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 670 คน เพศหญิง 139 คน

        สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า สัดส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากใช้มาตรการบริหารจัดการในด้านต่างๆ อาทิการป้องกัน ตรวจสอบ ลงโทษและมีการทบทวนนโยบายตลอดเวลา ส่งผลให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงจาก 3.59% ในปี 2559 ปัจจุบันเหลือ 2.78% ในจำนวนนี้แรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด มีเพียง 809 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนี 51,999 คน ทั้งนี้ เนื่องจากแรงงานไทยมีจำนวนน้อยกว่าทุกชาติ แต่ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้เข้าใจและทราบถึงผลกระทบจากการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

 

แรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด ณ ก.ค. 61 มีเพียง 809 คน จากทั้งหมด 52,000 คน

 

3. การย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ในไต้หวันพุ่ง ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด

        กรมทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันเปิดเผยสถิติ ณ สิ้นปี 2560 ปรากฎว่า ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน มีจำนวน 5,366 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงมากที่สุด ครองสัดส่วน 91.7% เหตุผลของการยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน อันดับ 1 หรือ 4,668 คน หรือร้อยละ 86.9 เป็นเพราะแต่งงานกับชาวไต้หวัน และในจำนวนนี้ เป็นชาวเวียดนามมากที่สุด 3,907 คน ตามด้วยอินโดนีเซีย 533 คน ฟิลิปปินส์ 471 คน ไทย 122 คน มาเลเซีย 56 คน พม่า 40 คน กัมพูชา 12 คนและสิงคโปร์ 6 คน รวมผู้ต้องถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจากประเทศอาเซียนสูงถึง 5,147 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 95.9%

        แม้ว่าอัตราการหย่าของชาวไต้หวัน ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศในเอเชีย กล่าวคืออยู่ที่ 14% แต่เมื่อมาดูตัวเลขอัตราการหย่าของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ยิ่งน่าตกใจ ในจำนวนนี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากกัมพูชามีอัตราการหย่าสูงสุด 33.31% กล่าวคือ ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน  1,240 คน ยื่นขอหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันถึง 413 คน อัตราการหย่าสูงกว่าชาวไต้หวัน 2.4 เท่าตัว ส่วนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม ก็มีอัตราการหย่าที่สูงลิบลิ่วเช่นกัน โดยช่วง 2551-2559 มีชาวเวียดนามได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว 43,540 คน ในจำนวนนี้ ได้รับบัตรประชาชนไต้หวัน แล้วหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันสูงถึง 11,673 คน อัตราการหย่า 26.81% และส่วนใหญ่หย่าภายในเวลาไม่ถึงปี นับจากได้รับบัตรประชาชนไต้หวันแล้ว ด้านผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากพม่า ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน 1,060 คน หย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันทันทีที่ได้รับบัตรประชาชนแล้ว 250 คน อัตราการหย่า 23.58% และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากอินโดนีเซีย ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน 6,211 คน หย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันทันทีที่ได้รับบัตรประชาชนแล้ว 1,069 คน อัตราการหย่า 17.21%

 

ช่วง 2551-2559 มีชาวเวียดนามได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว 43,540 คน

 

        จากการวิเคราะห์ของกระทรวงการต่างประเทศพบว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว ทำการหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวัน แล้วไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกันหรือต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดสภาวะการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ ซึ่งเป็นการย้ายถิ่นที่เกิดจากผู้ย้ายถิ่นชุดแรกๆ ไปแต่งงานกับอดีตสามีหรือแฟนเก่าในถิ่นเดิมแล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวันเพิ่มมากขึ้น ในจำนวนนี้ เวียดนามมีมากที่สุด และตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2560 มีหญิงชาวเวียดนามแต่งงานกับชาวไต้หวัน ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว ขอหย่ากับสามีชาวไต้หวัน จากนั้นกลับไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นอดีตสามี อดีตแฟน แล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวัน จำนวน  251 คน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ทริปพิเศษฉลองไหว้พระจันทร์

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ มีทริปพิเศษฉลองไหว้พระจันทร์มาฝากกัน

       - เทศกาลโคมลอยที่ผิงซี ปีนี้จัดตรงกับวันไหว้พระจันทร์พอดีเป๊ะ ไปผิงซีกันโลด

       - ตะลุยทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียน ดอกไม้จีนสีเหลืองอร่ามบานสะพรั่งไปทั่วฮัวเหลียนแล้ว ใครสนใจรีบเลยครับ ใกล้หมดฤดูแล้ว

       - เที่ยวง่ายๆ แถบต้านสุ่ย กับท่าเรือศุลกากร (ไห่หวนหม่าโถว) ที่เพิ่งเปิดให้ชมอีกครั้ง พร้อมชมความงามของทุ่งดอกกุหลาบเรืองแสงในยามราตรี

 

ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ กับความงามแบบเวอร์วังอลังการของทุ่งดอกไม้จีนที่ภูเขาลิ่วสือสือซานและเขาชื่อเคอซานในแถบฮัวเหลียน

 

เทศกาลโคมลอยผิงซี หนึ่งในเทศกาลของไต้หวันที่โด่งดังไปทั่วโลก จะกลับมาพบกับทุกท่านอีกแล้วในค่ำคืนวันไหว้พระจันทร์ที่จะมาถึงนี้ (24 ก.ย. 61)

 

ทุ่งกุหลาบเรืองแสงที่ท่าเรือไห่กวนหม่าโถว รีบไปเช็คอินกันเล้ย !!!

 

ทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดงที่ท่าเรือไห่กวนหม่าโถวแถบต้านสุ่ย

(more)

ไต้หวันคว้า 17 เหรียญทองปิดฉากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 อย่างยิ่งใหญ่

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ทัพนักกีฬาไต้หวันคว้า 17 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน และ 31 เหรียญทองแดงจากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 จบในอันดับ 7 

- ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินทำตามสัญญาโดยส่งเครื่องบิน F-16 ขึ้นไปรับเครื่องบินของทัพนักกีฬาไต้หวันตั้งแต่อยู่บนฟ้า

 

ทีมเรือยาวไต้หวันคว้า 2 ทอง 1 เงินจากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 พร้อมรับทรัพย์กันกระเป๋าตุง จากเงินรางวัลของรัฐบาลที่จะได้คนละ 7.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

ทัพนักกีฬาไต้หวันคว้า 17 ทอง ถือเป็นผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 1998 ที่กทม.เป็นเจ้าภาพ

 

ให้การต้อนรับดั่งวีรบุรุษของประเทศ เมื่อประธานาธิบดีไช่อิงเหวินส่งเครื่องบิน F-16 ทะยานขึ้นฟ้าไปให้การต้อนรับนักกีฬาไต้หวันที่เดินทางกลับมาจากอินโดนีเซีย

 

(more)

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. 61 งาน Expo Taiwan 2018 ประเทศไทยเริ่มแล้ว สร้างสรรค์ความร่วมมือใหม่ระหว่างไต้หวันและไทย

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. 61

1. งาน Expo Taiwan 2018 ประเทศไทยเริ่มแล้ว สร้างสรรค์ความร่วมมือใหม่ระหว่างไต้หวันและไทย

         เริ่มแล้วเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2561 กับบงาน Expo Taiwan 2018 ที่ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย จนถึงวันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยสภาส่งเสริมการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) ซึ่งในพิธีเปิดงานวันนี้มีนายถงเจิ้นหยวน (童振源) ผู้แทนไต้หวันประจำประเทศไทย, นายหลิวซู่เทียน (劉樹添) ประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน,  นายหลี่กวนจื้อ (李冠志) รองผู้อำนวยการสำนักงานการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน, ดร.สันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคุณดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)และคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มาเข้าร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกลุ่มนักธุรกิจไทย นักธุรกิจไต้หวัน และแขกผู้มีเกียรติอีกว่า 500 คน ซึ่งธีมหลักของงานครั้งนี้คือ Let's TIE together ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไต้หวันในด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์, นวัตกรรม, การท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีอัจฉริยะ, เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม, การแพทย์เพื่อสุขภาพ และไฮไลท์เด่นจากเมืองต่างๆ รวมแล้วกว่า 210 บูธ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะรู้จักไต้หวันในมุมต่างๆ มากยิ่งขึ้น และเกิดการสรรค์สร้างความร่วมมือใหม่ๆ แบบทวิภาคี

         นอกจากนี้สมาคมพลังงานสีเขียวสำหรับภาคอุตสาหกรรมของนครนิวไทเป (New Taipei City Green Industry Association) ก็ยังได้ทำการลงนามความร่วมมือกับสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขอุปกรณ์เครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า และลดการปล่อยมลพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศด้วย

2. บรรยากาศทางเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น สวนวิทยาศาสตร์ในไต้หวันทั้ง 3 แห่ง ทำนิวไฮอีก 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 3 ส.ค. 61 ไต้หวันเดินเครื่องรณรงค์ขอเข้าร่วมกิจกรรมสหประชาชาติ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 3 ส.ค. 61

         1. ไต้หวันเดินเครื่องรณรงค์ขอเข้าร่วมกิจกรรมสหประชาชาติ

         2. ลงประชามติเปลี่ยนชื่อไต้หวันในการแข่งขันโอลิมปิกโอลิมปิกโตเกียว 2020 รวบรวมรายชื่อส่ง กกต. แล้ว 

         3. ไทยยกเลิกแผนปรับระบบการยื่นขอวีซ่า ให้ใช้ได้ทั้งสองทาง ยื่นตรงที่ สนง. การค้าฯ และยื่นผ่านบริษัทตัวแทน VSF แต่การยื่นผ่านต้องมีค่าจ้ายเพิ่มเติมอีก 470 เอ็นที 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

 

(more)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลง 一舞鍾情 (Dancing in the Sky) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลง 一舞鍾情 (Dancing in the Sky)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (ออกแบบคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิกฟิล์มเฟสติวัล /จ้าวเต๋ออิ้งหรือ Midi Z คว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม / หนังออสเตรเลียเรื่อง Lion คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมควบรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)

 

A-Lin กับซิงเกิลล่าสุดในเพลง Dancing in the Sky

 

ออกแบบ ชุติมณฑน์คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ Asia Pacific Film Festival 2018

 

จ้าวเต๋ออิ้ง ผู้กำกับชาวไต้หวันเชื้อสายพม่า จากภาพยนตร์เรื่อง The Road to Mandalay

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย. 61 - สินค้าฮอตฮิตในร้านสะดวกซื้อไต้หวันช่วงนี้

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

พาคุณไปติดดาวสินค้าฮอตฮิตในร้านสะดวกซื้อช่วงนี้ เครื่องดื่มที่ฮอตฮิตร้านแฟมิลี่มาร์ท น้ำผสมน้ำผึ้ง (蜂蜜水) ที่ขายได้เฉลี่ยวันละ 10,000 ขวด หรือขายได้กว่า 3 ล้านต่อปี และชานมไข่มุกน้ำตาลทรายแดง (黑糖珍珠撞奶) ของเซเว่นอีเลเว่น ที่ขายได้กว่า 6 ล้านแก้วแล้ว หลังเริ่มจำหน่ายไม่ถึง 5 เดือน

 

น้ำผสมน้ำผึ้ง (蜂蜜水) และน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง (檸檬蜂蜜水) ร้านแฟมิลี่มาร์ท 

 

ชานมไข่มุกน้ำตาลทรายแดง (黑糖珍珠撞奶) ของเซเว่นอีเลเว่น จ้างไอดอลสาวญี่ปุ่นวง Nogizaka46 มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ฝนตกหนักทางภาคใต้และภาคกลางตอนล่างของเกาะไต้หวัน สร้างความเสียหายหนัก ไถหนาน เจียอี้อ่วม

         พายุฝนน้องๆ ไต้ฝุ่นที่เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมภาคใต้เกาะไต้หวันตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก เกิดน้ำท่วมไปทั่วภาคใต้และลามขึ้นมาที่เมืองเจียอี้ หยุนหลิน จนวันถัดมา 8 เมืองทางภาคกลางและใต้ต้องประกาศหยุดทำงานและหยุดเรียน จนถึงปลายสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่โดยเฉพาะที่เจียอี้ ก็ยังมีน้ำท่วมขัง ยังไม่ลด

         เหตุที่ฝนตกจนเกิดน้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้ มาปริมาณน้ำฝนในคืนวันที่ 23-24 สิงหาคม สูงกว่า 300 มม. ตัวเลขนี้ ท่ากับปริมาณน้ำฝนที่ตกในอัฟริกาตลอดทั้งปี เมื่อฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง ท่อและคลองระบายน้ำ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน สาเหตุที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ภาคกลางและภาคใต้ มีการขุดบ่อเลี้ยงปลาค่อนข้างเยอะ และมีการสูบน้ำบาดาลมาใช้เลี้ยงปลา ทำให้ดินทรุดต่ำ เมื่อฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุนสูง จึงไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้

 

พายุฝนถล่มภาคใต้เกาะไต้หวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมไปทั่วและสร้างความเสียหนัก ในภาพเป็นสภาพน้ำท่วมในเจียอี้

 

         สรุปน้ำท่วมครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บกว่า 100 คน ทั้งหมดเป็นชาวไต้หวัน หมูตายกว่า 10,000 ตัว ไก่กว่า 500,000 คน พืชผักผลไม้เสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 7,400 ล้าน ในจำนวนนี้ เจียอี้เสียหายหนักสุด 4,500 ล้านเหรียญไต้หวัน รองลงมาเป็นไถหนาน 1,800 ล้านเหรียญไต้หวัน

         เนื่องจากวันที่ 23 สิงหาคม เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน เป็นวันที่กองทัพไต้หวันที่เกาะจินเหมินยิงปืนใหญ่สู้กับกองทัพปลดแอกของจีนแผ่นใหญ่รุนแรงที่สุด และปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 60 ปี มีการทำพิธีนรำลึกยุทธภูมิ 23 สิงหาคม หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 823 炮戰  สื่อต่างๆ ในไต้หวันก็เลยนำเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ 23 ส.ค.  ที่ผ่านมาเป็น 823 泡戰 เช่นกัน ออกเสียงอย่างเดียวกัน แต่มีความหมายว่าเป็นวันโดนน้ำถล่มหรือเป็นวันแช่อยู่ในน้ำ 

 

พายุฝนน้องๆ ไต้ฝุ่นถล่มภาคใต้เกาะไต้หวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมไปทั่วและสร้างความเสียหนัก

2. สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยประกาศเปลี่ยนแนวปฏิบัติยื่นขอวีซ่าโดยจะให้บริษัทเอกชนรับเรื่องให้แทนการไปยื่นที่เคาน์เตอร์สำนักงานการค้าฯ แต่เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 470 เหรียญไต้หวันต่อคน นักท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ไต้หวันต่อต้านรุนแรง สุดท้ายต้องกลับมาใช้วิธีเดิม

 

นายธงชัย ชาสวัสดิ์  ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) แถลงข่าวการเปลี่ยนวิธียื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย แต่สุดท้ายยืนยันใช้แนวปฏิบัตเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

3. ฝ่าวิกฤตอัตราเกิดตกต่ำ รร. ประถมและมัธยมในไต้หวัน ใช้กลวิธีต่างๆ ดึงดูดเด็กนักเรียนเข้าเรียน

         จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในไต้หวันและถือเป็นภาวะวิกฤตที่รุนแรงมาก โรงเรียนชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันจำนวนมาก จากอดีตที่มีเด็กนักเรียนล้นห้อง ปัจจุบันมีจำนวนมากที่ต้องปิดหรือควบรวมเป็นโรงเรียนเดียวกัน เพื่อความอยู่รอด ดึงดูดเด็กนักเรียนในพื้นที่ ไม่ให้ข้ามเขตไปเรียนโรงเรียนอื่น โรงเรียนประถมและมัธยมในไต้หวันจำมาก ต้องงัดกลยุทธต่างๆ นานา ให้เด็กนักเรียนอยากจะอยู่เรียนในโรงเรียนต่อไป บางโรงเรียนใช้วิธีให้รางวัลแก่เด็กนักเรียนที่ทำดี ไม่ขาดเรียน ทานสเต็กเนื้อวัว บางแห่งออกแบบสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้มีความเป็นธรรมชาติ หรือมีหลักสูตรการเรียนที่เอื้อต่อการเรียนภาษาอังกฤษ บางแห่งรับดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน ให้ทำการบ้านและมีอาหารค่ำทาน ที่โรงเรียนและยังมีรถรับส่งฟรี ทำให้พ่อแม่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้เด็กไปอยู่ที่สถานรับดูแลเด็กหลังเลิกเรียน ปรากฏว่าได้ผล โรงเรียนเหล่านี้ เด็กนักเรียนไม่ได้ลดลง กลับเพิ่มขึ้นสวนกระแส

         อย่างโรงเรียนมัธยมต้นซินอี้ (信義國中) ในกรุงไทเป กำหนดให้เด็กนักเรียนชั้นใดไม่ขาดเรียน เข้าเรียนตรงเวลา และมีมารยาทดี จะมีโอกาสได้ทานสเต็กเนื้อวัวหรือสเต็กไก่ทั้งชั้นเรียน ทำให้เด็กนักเรียนไม่ขาดเรียน ไม่มาสาย ส่งการบ้านและมีมารยาทดีแทบทุกชั้น ผู้ปกครองในชุมชนเห็นเด็กนักเรียนประพฤติตัวดี ก็ไม่อยากย้ายโรงเรียน แถมชุมชนอื่นยังส่งเด็กนักเรียนข้ามเขตมาเรียนด้วย ทำให้จำนวนเด็กนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากใช้มาตรการจูงใจดังกล่าวแล้ว มีเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นสวนกระแส โดยเฉพาะปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 30% 

 

เด็กนักเรียน รร.มัธยมต้นซินอี้ (信義國中) ในกรุงไทเป ไม่ขาดเรียน ไม่มาสาย ทำการบ้านและมีมารยาทดี มีโอกาสได้ทานสเต็กเนื้อวัวทั้งชั้นเรียน

 

         ส่วนโรงเรียนประถมซีซาน (溪山國小) บนภูเขาหยางหมิงซาน ทั้งโรงเรียนเหลือเด็กนักเรียนเพียง 6 ชั้นเรียน ประมาณ 250 คนเท่านั้น ทางโรงเรียนมีการปรับปรุงห้องเรียนให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรียนแต่ในตำรา แต่ให้มีภาคปฏิบัติควบคู่ไปด้วย โดยมีการฝึกให้เด็กนักเรียนเลี้ยงผึ้ง สอนทำอาหารของหวาน ขนมปัง พิซซ่า สร้างเตาเผาสำหรับสอนให้เด็กนักเรียนปั้นเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น ปรากฏว่า ดึงดูดผู้ปกครองจำนวนมากส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้ปีนี้ มีเด็กนักเรียนเข้าเรียนเต็มตามเป้าหมาย เพิ่มขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้ว 1.5 เท่าตัว

 

รร.ประถมซีซาน (溪山國小) บนภูเขาหยางหมิงซาน ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ สอนเด็กนักเรียนเลี้ยงผึ้ง สอนทำอาหารของหวาน ขนมปัง พิซซ่า ทำให้ปีนี้ มีเด็กนักเรียนเข้าเรียนเพิ่มขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้ว 1.5 เท่าตัว

 

       หรืออย่างโรงเรียนประถมอันหนาน (南安國小) ที่เมืองอี๋หลาน ใช้วิธีรับดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน คือเด็กนักเรียนชั้นประถมในไต้หวัน ส่วนใหญ่เรียนแค่ครึ่งวัน หรือแม้กระทั่งเรียนเต็มวัน พ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งต้องทำงานอาจไม่ทันมารับลูก จึงมีสถานรับดูแลเด็กหลังเลิกเรียน ซึ่งต้องเสียค่าใช้ต่างหาก โรงเรียนแห่งนี้รับหน้าที่ดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน มีครูคอยดูแลเด็กทำการบ้าน มีกิจกรรมเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนและเล่นอย่างสนุกสนาน มีอาหารค่ำให้ทาน มีรถรับส่ง ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่ต้องกังวลต้องรีบไปรับลูก

 

รร.ประถมกู่ถิงในเมืองอี๋หลาน สร้างสรรค์ห้องเรียนให้มีความน่าสนใจ ดึงดูดเด็กนักเรียนเข้าเรียน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ จะอนุญาตให้นักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล และแรงงานต่างชาติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ทำงานและพำนักในไต้หวันต่อไปได้

      นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวในที่ประชุมสัมมนาครูใหญ่โรงเรียนจีนจากกลุ่มประเทศเป้าหมายนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงไทเป เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ในอนาคต หลังจากกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ผ่านสภาและประกาศใช้แล้ว นักเรียนนักศึกษาที่เป็นลูกหลานของชาวจีนชาวไต้หวันในต่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า ชาวจีนโพ้นทะเล เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว และมีคุณสมบัติสอดคล้องกับกฎหมายกำหนด สามารถจะอยู่ทำงานหรือสร้างธุรกิจของตนเองได้ต่อไป หรือขอรับบัตรประชาชนในฐานะพลเมืองของไต้หวันและรับเอาญาติพี่น้องมาพำนักในไต้หวันก็ย่อมได้

      กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันกล่าวว่า ปีการศึกษาที่ผ่านมา ในไต้หวันมีนักศึกษาจากกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวันจำนวน 38,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นนักศึกษาเชื้อสายจีน 10,874 คน จบการศึกษา 7,784 คน ในจำนวนนี้ มี 3,326 คน ประสงค์อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 42 ทำลายสถิติ และหากกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ทั้งจำนวนและสัดส่วนของนักศึกษาที่ประสงค์จะอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

 นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวกับนักศึกษาต่างชาติเชื้อสายจีนว่า จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้

 

      นอกจากนักศึกษาแล้ว ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้ประชาชนแสดงความเห็น คาดจะส่งให้สภานิติบัญัติพิจารณาอนุมัติได้ในเดือนตุลาคมปีนี้ ยังจะเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติไร้ฝีมือ หรือที่เรียกกันว่าแรงงานระดับบลูคอลล่าร์ หากว่าทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปและมีคุณสมบัติ เช่นได้รับค่าจ้างสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนดเป็นต้น  สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ และเมื่อได้รับการเลื่อนฐานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี แต่ละปีอยู่เกิน 183 วัน สามารถยื่นขอมีถิ่นที่อยู่ถาวร และยื่นขอให้คู่สมรสหรือบุตรธิดามาพำนักอาศัยในไต้หวันได้

      จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ในภาคการผลิตมีจำนวน 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

      สำนักงานสถิติและบัญชีกลางระบุว่า การเปิดให้แรงงานต่างชาติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะไม่ฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ เนื่องจากตั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่นายจ้างในภาคการผลิตต้องจ่ายไว้ที่ 41,393 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติในปัจจุบันที่ 26,000 เหรียญ ขณะที่นายจ้างของผู้อนุบาลต้องจ่าย 32,000 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลซึ่งอยู่ที่ 19,000 เหรียญ

     

 ไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันถ่ายภาพกับนักศึกษาต่างชาติเชื้อสายจีน

 

2. แรงงานต่างชาติจำนวนมากหลบหนีไปทำงานผู้อนุบาลในโรงพยาบาล ทำคุณภาพการดูแลผู้ป่วยน่าเป็นห่วง

        จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยพบว่า จำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านกองแรงงาน นครเถาหยวนก็พบว่า ช่วงปีสองปีมานี้ แรงงานต่างชาติหลบหนีจำนวนมากเล็งเห็นสถานพยาบาลต่างๆ ขาดแคลนผู้อนุบาลในระดับที่รุนแรง หลบหนีเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลคนป่วย เฉพาะ 7 เดือนแรกปีนี้ ในเถาหยวนตรวจพบแรงงานต่างชาติทำงานเป็นผู้อนุบาลในโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วถึง 30 ราย ญาติผู้ป่วยที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติมาอนุบาลดูแลคนป่วย ถูกลงโทษปรับเงินเริ่มต้นที่ 150,000 เหรียญไต้หวัน และยังถูกตัดสิทธิ์ยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นเวลา 2 ปี แต่จับไม่หมด สถานการณ์ยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คุณภาพการดูแลคนป่วยในสถานพยาบาลตกอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง

 

 แรงงานต่างชาติจำนวนมากหลบหนีไปทำงานเป็นผู้อนุบาลในรพ. ทำคุณภาพการดูแลผู้ป่วยน่าเป็นห่วง

 

        กองแรงงาน นครเถาหยวนเปิดเผยว่า สภาพการณ์ที่แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างแล้วไปทำงานเป็นผู้อนุบาลในโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในนครเถาหยวน ตลอดปีที่แล้ว ตรวจพบแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างแล้วไปทำงานเป็นผู้อนุบาลในโรงพยาบาลจำนวน 24 ราย แต่ปีนี้ เพียง 7 เดือนแรกตรวจพบแล้ว 30 ราย มากกว่าตลอดทั้งปีของปีที่แล้ว กองแรงงานนครเถาหยวน นอกจากส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ยังขอความร่วมมือจากสถานพยาบาลต่างๆ ต้องตรวจสอบสถานภาพของผู้อนุบาล ซึ่งส่วนใหญ่ว่าจ้างกันเองโดยผู้ป่วยหรือญาติพี่น้อง กองแรงงานกล่าวว่า ผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายในสถานพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีทั้งเดินทางมาทำงานในไต้หวันในตำแหน่งผู้อนุบาล และที่เดินทางมาทำงานในโรงงาน ซึ่งไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเลย แต่เนื่องจากทำงานเป็นผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง แม้เงินค่าจ้างจะถูกกว่าผู้อนุบาลท้องถิ่น แต่เดือนละประมาณ 30,000 - 40,000 เหรียญไต้หวัน ถือว่าสูงกว่าค่าจ้างในตำแหน่งงานเดิม จึงมีแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ยอมเสี่ยงจากการถูกตรวจพบ หลบหนีไปทำงานเป็นผู้อนุบาลในโรงพยาบาล...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

       

 

3. สุราเป็นเหตุ คนงานไทยเมาแล้วทวงหนี้ 1,300 เหรียญไม่สำเร็จ แทงเพื่อนร่วมชาติดับ ศาลเกาสงตัดสินจำคุก 14 ปี

        คดีเมาแล้วไม่พอใจเพื่อนยืมเงินแล้วไม่ยอมใช้คืนเลยแทงเพื่อนเสียชีวิตคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนพ.ย. ปี 2560 ที่นครเกาสง นายมานพ  พิมเสน อายุ 34 ปี มาจากจังหวัดตาก และนายวิทยา นาเค็ม อายุ 24 ปี มาจากอุดรธานี แรงงานไทยทั้งสองเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในวันเดียวกัน คือเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 กับนายจ้าง Tsen Lung Cement Products CO.,LTD โรงงานหล่อคอนกรีตสำเร็จรูปที่เขตกังซาน นครเกาสง วันที่เกิดเหตุคือเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. 2560 คนงานไทยในโรงงานแห่งนี้ นั่งล้อมวงดื่มเหล้า นายมานพ ซึ่งมีอาการเมา ไม่พอใจที่นายวิทยายืมเงินตนไปนานถึง 5 เดือนแล้วไม่ยอมใช้คืน จึงทำการทวงและเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่เพื่อนๆ แยกทั้งสองออกจากกัน แต่นายมานพในอาการเมา วิ่งเข้าไปที่ห้องครัว คว้ามีดปลายแหลมสำหรับแล่ปลาออกมาแทงเข้าไปที่ช่องท้องและขาขวา 3 แผล จนใสทะลัก ทำให้นายวิทยาเสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทางนำส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายจ้างโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงเห็นนายมานพท่าทางเมาจัด จับเป่าลม พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.96 มิลิกรัมต่อลิตร ตำรวจจึงจับนายมานพกลับโรงพัก ทำการสอบปากคำ จากนั้นส่งอัยการดำเนินคด ข้อหาฆ่าคนตาย และเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่น นครเกาสงพิพากษาจำคุกนายมานพ 14 ปี หลังพ้นโทษแล้วให้เนรเทศออกจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายในเวลากำหนดได้

        ในหนังสือพิพากษาของศาลระบุว่า นายมานพ ไม่พอใจนายวิทยาที่ยืมเงิน 1,300 เหรียญจากตนไปนานกว่า 5 เดือนไม่ยอมใช้คืน ยังกล้าเอ่ยปากขอยืมอีก 200 เหรียญ เพื่อนำไปซื้อสุรา เมื่อถูกต่อว่าและปฏิเสธ นายวิทยารู้สึกเสียใจ จึงไปขอยืมเงินจากเพื่อนคนอื่นจำนวน 1,500 เหรียญ แล้วนำไปคืนให้แก่นายมานพ แต่นายมานพไม่ยอมรับ แถมปัดเงินดังกล่าวร่วงตกลงพื้น ทั้งสองจึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น เพื่อนๆ เข้าแยกออกจากกัน แต่นายมานพยังแค้นไม่เลิก วิ่งเข้าไปห้องครัวคว้ามีดแล่ปลาแทงไปที่นายวิทยา 3 แผล ในจำนวนนี้มี 1 แผลแทงเข้าที่ช่องท้อง ทำให้ไส้ทะลัก อีก 1 แผลแทงเข้าขั้วหัวใจของนายวิทยา เลือดไหลเต็มพื้น นายวิทยาถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่เสียชีวิตระหว่างทาง นายมานพถูกตำรวจรับแจ้งความและเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุจับกุมตัวดำเนินคดี

        ระหว่างขึ้นศาล นายมานพให้การรับสารภาพว่า ทะเลาะกับผู้ตายเรื่องหนี้สินจริง แต่ปฏิเสธมีเจตนาฆ่าคน ประกอบกับตรวจพบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.96 มิลิกรัมต่อลิตร รวมถึงลักษระของบาดแผล ผู้พิพากษาเห็นว่า ขณะฆ่าคน นายมานพอยู่ในอาการเมาจัด จึงตัดสินจำคุก 14 ปี หลังพ้นโทษแล้วให้เนรเทศออกจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายในเวลากำหนดได้

 

บริเวณหอพักของโรงงานหล่อคอนกรีตสำเร็จรูปที่เขตกังซาน สถานที่เกิดเหตุคนงานไทยแทงเพื่อนร่วมชาติดับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ตอนจบ)

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

          - ไปรู้จักกับ 10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รักในตอนจบกัน วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ

 

 ศาลเจ้าจื่อหนานกงในแถบมู่จ้าของกรุงไทเป เที่ยวสะดวกไปสบายด้วยรถกระเช้าเมาคง

 

บรรยากาศอันแสนจะโรแนนติกของสะพานคู่รักที่อยู่บริเวณท่าเรือชาวประมงในเขตต้านสุ่ย แต่ใครจะเชื่อว่าที่นี่...... !!!

 

สะพานเทียนฉางตี้จิ่ว (ชั่วฟ้าดินสลาย) ในเจียอี้ ใครอยากไปเยือนต้องรู้วิธีเดิน มิฉะนั้น.... !!!

 

สวนดอกเหมยในมหาวิทยาลัยชิงหัว ที่เหล่าคู่รักในม.ชิงต้าพยายามหลีกเลี่ยง ก่อนที่สวนดอกเหมย (梅園) จะกลายเป็นไร้วาสนา (沒緣)

(more)

ไต้จืออิ่งคว้าทองที่ 13 ให้ทัพนักกีฬาไต้หวันในเอเชี่ยนเกมส์ 2018

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลก

- ไต้จืออิ่งคว้าทองที่ 13 ให้ทัพนักกีฬาไต้หวันในเอเชี่ยนเกมส์ 2018 โจวเทียนเฉิงทะลุเข้าชิงแบดชายเดี่ยวแต่แพ้เจ้าถิ่นหวุดหวิด

- ตัวเก็งเหรียญทองเทนนิสหญิงคู่อย่างสองสาวตระกูลจัน เกร็งไปหน่อยเลยได้แค่เหรียญเงินอย่างน่าเสียดาย

 

ไต้จืออิ่งต้อนสาวอินเดียคว้าเหรียญทองแบดหญิงเดี่ยวของเอเชี่ยนเกมส์ 2018 แบบสบายมือ

 

สองสาวตระกูลจันพลิกล็อคแพ้สาวจีนรอบชิง ได้แค่เหรียญเงินในเทนนิสหญิงคู่เอเชี่ยนเกมส์ 2018

 

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป จัดโครงการอบรมล่ามและอาสาสมัครแรงงานประจำปี 2561 ช่วงเช้าเวลา 09.00 -12.30 น. เมื่อวันที่ 9 และ 24 สิงหาคม 2561  ณ โรงแรม Howard Plaza ไทเปและร้านอาหาร CKC เมืองไทจง

ตามลำดับ

         เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงาน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนทักษะในการแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองแรงงานไทย รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายล่ามและอาสาสมัครแรงงานในเขตภาคเหนือและภาคกลางของไต้หวัน

โดยเชิญวิทยากรจากสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน /ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติด กรมคดีอาญา สำนักงานตำรวจ /และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย มาให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงานและมาตรการใหม่ๆ ทั้งทางด้านแรงงาน การรับมือกับปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานไทย งานบริการนิติกรณ์ของสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ตลอดจนความรู้และเทคนิคใหม่ๆ ในการบริการดูแลแรงงานไทยจากสำนักงานแรงงานไทย

    ปรากฎว่ามีล่ามและอาสาสมัครแรงงานไทยเข้ารับการอบรมทั้ง 2 รอบ จำนวนกว่า 100 คน โดยผู้เข้าอบรมครั้งนี้มีความเห็นว่าตนได้รับความรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมาก และขอให้สำนักงานแรงงานไทยจัดขึ้นอีกเป็นประจำ

 

 

 

 

สนร. ไทยในไทเป จัดโครงการอบรมล่ามและอาสาสมัครแรงงานประจำปี 2561 เพื่อให้ล่ามมีความรู้ในการให้บริการดูแลแรงงานไทยมากขึ้น

 

2. แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

         ที่ประชุมบริษัทจัดหางานเพื่อขยายตลาดและคุ้มครองแรงงานไทยประจำปี 2561ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ที่กรุงไทเปและนครไทจง เมื่อวันที่ 9 และ 24 ส.ค. 61 นายสุรชัย หวังวัฒนานุกุล นายกสมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ ผู้แทน บจง.ฝ่ายไทย ยืนยันว่า ปัจจุบันแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ไม่มีสภาพการณ์หาคนงานไทยยากเหมือนอย่างช่วงก่อน สาเหตุเพราะประเทศอื่นรับโควตาแรงงานไทยในจำนวนน้อย อีกทั้งมีการตรวจจับแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมายเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะที่เกาหลีใต้ นอกจากตำรวจเกาหลีแล้ว ปัจจุบันฝ่ายไทยก็มีการตรวจเข้มที่สนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับแรงงานไทยที่ลักลอบไปทำงานประเทศต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกับไต้หวันมีระบบกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่ดี สามารถทำงานได้นานถึง 12 ปี โดยต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้  และยังมีเงินบำเหน็จชราภาพให้ยื่นขอได้ด้วยเมื่ออายุครบตามเกณฑ์กำหนด ซึ่งเป็นสวัดิการที่ประเทศอื่นๆ ไม่มีดังนั้น แรงงานไทยจึงประสงค์เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น บจง. ไทยเรียกร้อง บจง. ไต้หวัน ขอให้เสนอแนะนายจ้างนำเข้าแรงงานไทย ซึ่งมีการศึกษาและมีคุณภาพในการทำงานมากขึ้น

         การประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีผู้แทน บจง.ไต้หวันและไทย เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนออุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ มาหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาแรงงานไทยและการรักษาและขยายตลาดแรงงานไทย ขณะเดียวกันเป็นเวทีให้บริษัทจัดหางานไทยและบริษัทจัดหางานไต้หวันได้รู้จักกันเพื่อการส่งเสริมการจ้างงานไทยในไต้หวันให้มั่นคง

         นายจางเทียนหย่ง ประธานสหพันธ์การจัดหางานไต้หวันกล่าวในที่ประชุมว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในบรรดาสำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ ที่มีการจัดงานฝึกอบรมล่ามและอาสาสมัครแรงงาน และประชุมหารือร่วมกับบริษัทจัดหางานทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง นั่นแสดงว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานของตนอย่างจริงจัง 

 

สนร. ไทยในไทเป จัดประชุม บจง. ไทยและไต้หวัน เพื่อคุ้มครองและขยายตลาดแรงงานไทย

 

3. คุณอนุรักษ์ นักธุรกิจไทย ซึ่งนำเข้าเครื่องจักรกลจากไต้หวัน ในโอกาสเดินทางมาเยือนไต้หวัน แวะมาให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยในไต้หวันผ่านรายการ Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 ส.ค. 61 ไต้หวันประกาศยุติความสัมพันธ์กับเอลซาวาดอร์ เหตุเรียกร้องความช่วยเหลือมหาศาล

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 ส.ค. 61

           1. ไต้หวันประกาศยุติความสัมพันธ์กับเอลซาวาดอร์ เหตุเรียกร้องความช่วยเหลือมหาศาล ส่วน ส.ส. ไต้หวันระบุไม่ควรปล่อยให้ถูกประเทศเหล่านี้เรียกร้องผลประโยชน์โดยอาศัยเหตุผลเหล่านี้ 

            2. พรรคก๊กมินตั๋งพร้อมระเบิดศึกเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีนี้ 

(more)

ฟังงานเพลงล่าสุดของอาซิ่นแห่ง Mayday ในเพลง 當每顆星星 (Every Star) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 


คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังงานเพลงล่าสุดของอาซิ่นแห่ง Mayday ในเพลง 當每顆星星 (Every Star)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (หวังลีหงได้ลูกชายแล้ว / ฉลาดเกมส์โกงเข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาล Asia Pacific Film Festival ครั้งที่ 58 ที่ไต้หวันเป็นเจ้าภาพ)

 

อาซิ่น (ซ้าย) และหวงปั๋ว (ขวา) ร่วมด้วยช่วยกันร้องในเพลง Every Star ซึ่งเป็นซาวน์แทรคประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Island ที่ฝ่ายหลังทั้งแสดงเองและกำกับเองด้วย

 

เทศกาลภาพยนตร์ Asia Pacific Film Festival ครั้งที่ 58 เปิดฉากแล้ว โดยหยางเฉิงหลิน (ซ้าย) และเคอเจิ้นตง (ขวา) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงและฝ่ายชายด้วย

 

หวังลี่หงกับภรรยาสาวและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. 61 - กล้ากินไหม? ไอศกรีมของไต้หวันที่โด่งดังในสื่อต่างประเทศทั่วโลก

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวไอศกรีมของไต้หวันที่โด่งดังทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับสุนัขจริงๆ เป็นผลงานสร้างสรรค์ของร้านอาหาร J.C.Co (藝術餐廚) ในนครเกาสง 

 

 

 

เมื่อปีที่แล้ว ที่เมืองไทยเองก็มีการทำวุ้นกะทิน้องหมาที่เหมือนรูปร่างหน้าตาเหมือนจริงออกมาขายและเป็นข่าวโด่งดังมาก่อน

 

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1.    อากาศแปรปรวน เช้าร้อนอบอ้าว บ่ายฝนตกหนักในหลายพื้นที่ บางแห่งน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลมีน้ำท่วมขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการระบาดของโรคไข้เลือดออกเดงกี ปีนี้นครนิวไทเประบาดเป็นระลอกที่ 3 เรียกร้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 15,000 เหรียญ สูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน

 

เจ้าหน้าที่กำลังฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงใน รร.ประถมแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป

 

2.    ไต้หวันเปิดรูปปั้นนางบำเรอทหารญี่ปุ่นแห่งแรกที่นครไถหนาน

       เรื่องราวของผู้หญิงเอเชียอย่างไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่  เกาหลีและฟิลิปปินส์กว่า 200,000 คน ถูกกองทัพญี่ปุ่นหลอกลวงและจับตัวไปเป็นนางบำเรอเพื่อปรนเปรอตัณหาของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ผู้หญิงปลอบขวัญ” (慰安婦: comfort woman) เป็นเรื่องที่หลายๆ ประเทศแสดงความไม่พอใจ ที่ญี่ปุ่นจนถึงขณะนี้ ยังไม่ยอมรับผิดและออกมาขอโทษ หลายประเทศนอกจากจะประนามและเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาขอโทษและชดใช้ความเสียหายทั้งกายและใจให้กับสตรีที่ส่วนใหญ่ตอนนี้อยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิตแล้ว ยังมีวิธีประท้วงและเตือนสติผู้คน ไม่ไห้ลืมความป่าเถือนของกองทัพญี่ปุ่นในอดีต ด้วยการตั้งรูปปั้นหญิงสาวที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่ถูกบังคับให้เป็นนางบำเรอทหารญี่ปุ่นไว้ในสถานที่ต่างๆ อย่างที่เกาหลีใต้ ตั้งรูปปั้นหญิงสาวไว้ที่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในเกาหลีใต้เลย สำหรับในไต้หวัน ซึ่งมีหญิงสาวถูกจับตัวไปปรนเปรอตัณหาทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตหมดแล้ว ขณะนี้ ที่ยังเหลือเพียง 2 คน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันรำลึกนางบำเรอสากล พรรคก๊กมินตั๋งสาขาไถหนาน  ได้ทำพิธีเปิดตัวรูปปั้นที่ตั้งอยู่หน้าที่ทำการ บนถนนสายสำคัญที่มีผู้คนผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก

       สมาคมแลกเปลี่ยนไต้หวัน-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่นประจำไต้หวัน เดินทางไปขอร้องให้รื้อถอนเสีย แต่พรรคก๊กมินตั๋งปฏิเสธ โดยกล่าวว่า นั่นคือประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรลืม ชาวเน็ตญี่ปุ่นบางคนขู่ว่า จะไม่ไปท่องเที่ยวที่ไถหนานอีก

 

 รูปปั้นรำลึกสตรีที่เคราะห์ร้ายถูกจับไปเป็นนางบำเรอทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แห่งแรกในไต้หวัน ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนครไถหนาน

 

รูปปั้นรำลึกสตรีเกาหลีที่ถูกจับไปเป็นนางบำเรอทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซล

 

3.    การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นการพักผ่อนช่วงวันหยุดที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด  ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาจำนวนคนไต้หวันที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว โดยสถิติเมื่อปี 2550 มีคนไต้หวันเดินทางไปต่างประเทศ 8.96 ล้านคน แต่ใน 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 15.65 ล้านคน และประเทศที่ชาวไต้หวันนิยมไปเที่ยวมากที่สุดคือญี่ปุ่น ชาวไต้หวันเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่อันดับที่ 3 รองจากเกาหลีใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ และในจำนวนนี้ 19% เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่า 10 ครั้ง โดยนิยมนั่งสายการบินต้นทุนต่ำและชั้นประหยัด แต่ยอมจ่ายเงินค่าที่พักแพง โดยนิยมพักโรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไป

 

ชาวไต้หวันนิยมไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด 19% ไปมากกว่า 10 ครั้ง เป็นอันดับ 2 รองจากฮ่องกง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ผู้ใช้แรงงาน 2.25 ล้านคนได้เฮ! ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน 5% เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน รายชั่วโมงปรับเป็น 150 เหรียญ

         เมื่อเช้าวันที่ 16 ส.ค. นี้ กระทรวงแรงงานเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีหน้า ในที่ประชุมผู้แทนฝ่ายแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นที่เดียวเป็น 28,862 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างยอมให้ปรับขึ้นได้ไม่เกิน 2% และหลังจากที่ถกเถียงกันนานร่วม 10 ชั่วโมง ในที่ประชุมมีมติให้ปรับอัตราคาจ้างขั้นต่ำจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญหรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 5% ในส่วนของค่าจ้างรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเสริม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ชั่วโมงละ 140 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 150 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 7.14%

         นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวหลังการประชุมว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำข้างต้น ได้พิจารณาจากข้อมูลที่ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเห็นพ้อง ไม่ได้ลำเอียงฝ่ายใด และจากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนครั้งนี้ จะมีผู้ใช้แรงงานที่ได้รับอานิสงส์ 1,804,140 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย แรงงานท้องถิ่น 1.36 ล้านคน แรงงานต่างชาติ 438,000 คน ในส่วนของค่าจ้างรายชั่วโมง มีผู้ใช้แรงงานได้รับประโยชน์ 456,000 คน รวมแรงงานที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ 2,257,400 คน

 

แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้

 

         ฝ่ายผู้แทนกลุ่มแรงงาน เริ่มจากท่าทีแข็งกร้าว ยืนหยัดจะให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งเดียวเป็น 28,862 เหรียญไต้หวัน ต่อมายอมลดอัตราการปรับลงมาเป็น 24%, 16%, 9.49% และ 7% ตามลำดับ ฝ่ายนายจ้างก็ยอมปรับขึ้นจากจุดยืนเดิมที่ 2% เป็น 4.55% ในที่สุด นางสวี่หมิงชุน รมว. ประทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมฟันธงให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในอัตราส่วน 5% จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวันเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน หรือปรับขึ้น 1,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง ปรับขึ้น 7.14% จากปัจจุบันชั่วโมงละ 140 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 150 เหรียญไต้หวัน

         ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

       อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมดังกล่าว ยังต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสภาบริหาร จากนั้นจึงจะประกาศอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้น

 

แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 61

 

2. ตำรวจหยุนหลินทลายผับฉาว ผงะ!! คนงานเวียดนามมั่วสุมเสพยานรกกว่า 50 คน

       ที่เมืองโต่วหนาน เมืองหยุนหลิน มีผับแห่งหนึ่ง เคยถูกตำรวจจับลูกค้าฉี่สีม่วงมาแล้ว แต่ยังไม่เข็ด ยิ่งเปิดยิ่งเหิมเกริม เจ้าของผับแม้จะเป็นชาวไต้หวัน แต่ลูกค้าที่ไปใช้บริการกลับเป็นคนงานเวียดนามเสียเป็นส่วนใหญ่ ตำรวจวิเคราะห์จากฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า พบว่าเจ้าของผับป้อนยาเสพติดแก่ผู้ไปใช้บริการ หลังตรวจสอบมาหลายวันจนได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า ผับฉาวดังกล่าว มักจะเปิดให้แรงงานต่างชาติไปมั่วสุมเสพยาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนั้น เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลา 04.00 น. สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นเมืองหยุนหลิน สนธิกำลัง ตำรวจและสารวัตรทหารกว่า 80 นาย ล้อมและบุกทลายผับดังกล่าว จับเจ้าของพร้อมพนักงาน 4 คน และผู้ไปใช้บริการ 68 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานเวียดนาม ซึ่งมีทั้งเพศชายและหญิง 54 คน ตำรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดประเภทเคทามีนหรือยาเค  1.8 กรัม บุหรี่ยาเค 9 มวน แอมเฟตทามีนในรูปซองกาแฟ 19 ซอง น้ำหนักรวม 98.3 กรัม

 

 ตำรวจบุกตรวจผับแห่งหนึ่งในโต่วหนาน เมืองหยุนหลิน พบคนงานเวียดนามจับกุมมั่วสุมเสพยาเสพติด 54 คน

 

         ตำรวจควบคุมตัวนายเฉิน เจ้าของผับและผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังโรงพัก ทำให้สถานีตำรวจโต่วหนานแออัดยัดเยียดไปด้วยผู้ต้องหาที่รอการตรวจปัสสาวะ ตำรวจต้องทำงานหนัก สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด สำหรับผู้มียาเสพติดในครอบครองถูกควบคุมตัวส่งอัยการเพื่อดำเนินคดี โดยตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และตำรวจกำลังตรวจสอบหาแหล่งที่มาของยาเสพติด โดยเฉพาะแอมเฟตทามีนในรูปของซองกาแฟสำเร็จรูป

         โฆษกสถานีตำรวจเมืองหยุนหลินแถลงว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ถือเป็นการทลายแหล่งมั่วสุมยาเสพติดของแรงงานต่างชาติครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหยุนหลิน ผับแห่งนี้เคยถูกจับแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ยิ่งเปิดยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม ส่วนหนึ่งทำงานอยู่ในละแวกเดียวกัน ขณะที่บางคนมาจากไทจง และจางฮั่ว ในลักษณะชวนกันแบบปากต่อปาก ตำรวจกล่าวว่า นายเฉิน เปิดผับบริการและป้อนยาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีนในรูปของซองกาแฟสำเร็จรูป ยาเคและยาอี หรือเอ็คซ์ตาซี แก่เแรงงานต่างชาติ โดยอาศัยจุดอ่อนของแรงงานต่างชาติที่ห่างบ้านจากเมืองมาทำงานที่แดนไกล มีความคิดถึงบ้านและโดดเดี่ยว ดึงดูดให้ไปใช้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ และเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของตำรวจ จะเริ่มป้อนยาเสพติดให้ลูกค้าเสพในช่วงดึก ตำรวจตรวจหาหลักฐานมาหลายวัน ในที่สุดก็ทลายผับฉาวดังกล่าว

 

 คนงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติด 54 คน รอการสอบปากคำในโรงพัก

 

3. ตำรวจจับคนงานเวียดนามผิดกฎหมายพกปืนขายยานรกให้เพื่อนร่วมชาติ

         ที่เมืองลู่กั่งในเขตจางฮั่ว มีร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่ง ลูกค้าชาวเวียดนามไปอุดหนุนกันมาก เมื่อช่วงปลายเดือนก.ค. ที่ผ่านมา นายเผย คนงานเวียดนามผิดกฎหมายช่วยเพื่อนจัดงานฉลองวันเกิด โดยเชิญเพื่อร่วมชาติมาร่วมฉลอง 9 คน หลังจากดื่มสุราเมาได้ที่แล้ว นายเผยนำแอมเฟตทามีนออกมาให้เพื่อนร่วมชาติเสพ เสียงดังที่หนวกหู บวกกับกลิ่นฉุนของแอมเฟตทามีน ทำให้ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงตรวจพบยาเสพติดและปืนสั้น นายเผยจำยอมต้องรับสารภาพว่าพกปืนขายยาเสพติด ตำรวจจึงหิ้วปีกคนงานเวียดนามทั้งหมดกลับไปฉลองวันเกิดกันต่อที่โรงพัก

         สถานีตำรวจลู่กั่งแถลงว่า ขณะที่บุกไปจับกุมในร้าน แรงงานเวียดนาม 7 คนกำลังเคลิบเคลิ้มจากการเสพยาแอมเฟตทามีน มีบางคนตกใจที่ตำรวจบุกเข้าไป ถึงกับเทยาเสพติดลงพื้น หลังจากตำรวจร้องให้หยุดนิ่งกับที่ ตรวจพบในตัวของนายเผยมีแอมเฟตทามีน 10.71 กรัม และพกปืนสั้นดัดแปลง 1 กระบอกด้วย นายเผยรับสารภาพว่า ตนเสพและขายยาเสพติดให้เพื่อนร่วมชาติ ส่วนปืนนั้นมาจากเอเย่นต์รายใหญ่มอบให้เพื่อไว้ป้องกันตัว ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาค้ายาเสพติดและมีปืนไว้ในครอบครอง รวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มาของยาเสพติดและอาวุธปืน ส่วนแรงงานเวียดนามคนอื่นถูกจับข้อหาเสพยาเสพติด สำหรับเจ้าของร้านอาหารก็โดนด้วย ข้อหาจัดหาสถานที่ให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด

         ช่วงนี้ สถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานเวียดนามรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข่าวคราวทลายแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแรงงานเวียดนาม บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดของแรงงานเวียดนามรุนแรงกว่าแรงงานไทย สาเหตุมาจากแรงงานเวียดนาม ส่วนใหญ่มีอายุไม่มาก ยังอยู่ในวัยคะนอง เห็นเพื่อนเสพก็อยากลอง ประกอบกับแรงงานเวียดนามมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน ดังนั้นสถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานเวียดนามจึงน่าเป็นห่วง

         จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงวันที่ 31 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาครึ่งปี แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาญารวม 909 คดี มีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 944 คน ในจำนวนนี้ เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ เช่นเมาแล้วขับ เป็นต้นมากที่สุด 415 คดี ตามด้วยลักทรัพย์ 149 คดี อันดับ 3 ได้แก่คดียาเสพติด 108 คดี มีแรงงานต่างชาติเกี่ยวข้อง 137 คน หากจำแนกตามสัญชาติ คนงานเวียดนามก่อคดีมากที่สุด 523 คน อันดับ 2 คนงานไทย 203 คน อินโดนีเซีย 113 คน ฟิลิปปินส์ 105 คน แต่หากคิดตามอัตราส่วนแล้ว แรงงานไทย ยังคงก่อคดีมากที่สุด เพราะยอดจำนวนคนงานไทยมีเพียง 60,000 คน ก่อคดีอาญา 203 คน ขณที่เวียดนามมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน หรือ 3.5 เท่าของคนงานไทย แต่จำนวนคนที่ก่อคดีมีเพียง 2 เท่าของคนงานไทย

 

จับคนงานเวียดนามผิดกฎหมายพกปืนขายยานรกให้เพื่อนร่วมชาติเสพในร้านอาหาร 9 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

รายงานโดยอโศก ศรีจันทร์ ทีมข่าว Rti

(more)

10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ภาค 1)

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- 10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ภาค 1)

 

ปากว้าซานต้าฝอหรือที่เรียกกันจนติดปากว่าวัดพระดำ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในเขตจังหวัดจางฮั่ว

 

บรรยากาศอันแสนจะโรแมนติกในยามค่ำคืนของร้านอาหารซิงเย่ว์เทียนคง ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดหนานโถว

 

ทิวทัศน์อันงดงามของบึงคู่รัก (ฉิงเหรินหู) ซึ่งหากทราบที่มาของชื่อนี้ รับรองว่ามีอึ้งแน่ๆ

 

บรรยากาศอันผ่อนคลายของสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทเปอย่างบึงปี้ถัน ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าซินเตี้ยน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องเล่าแปลกๆ ของที่นี่ที่หลายคนอาจไม่รู้

 

(more)

เอเชี่ยนเกมส์ปีนี้นักกีฬาไต้หวันฟอร์มฮอต แค่สองวันแรกได้มาแล้ว 3 เหรียญทอง

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เอเชี่ยนเกมส์ปีนี้นักกีฬาไต้หวันฟอร์มฮอต แค่สองวันแรกได้มาแล้ว 3 เหรียญทอง จากปืนสั้นอัดลมระยะ 10 ม. ประเภทคู่ผสม เป้าบินชาย และเทควันโดหญิง รุ่น 53 กก. เชื่อว่าเป้าหมาย 10 เหรียญทองน่าจะทำได้ไม่ยาก

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ยาเสพติดทำลายอนาคต ทำลายครอบครัวและภาพลักษณ์แรงงานไทยโดยรวม ขอให้แรงงานไทยห่างไกลยาเสพติด

        ตำรวจไต้หวันจะเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างยาเสพติดทุกชนิด รวมทั้งเพิ่มการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง หากพบชาวต่างชาติพัวพันกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเสพหรือครอบครอง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่ไทยจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบและให้ความร่วมมือ และเพื่อลดการระบาดของยาเสพติด

        จากข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี 2555-2559 คดียาเสพติดที่แรงงานไทยพัวพันและถูกจับกุม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ตรวจพบ 174 คดี แรงงานไทยที่เกี่ยวข้อง 216 คน ครองสัดส่วนแรงงานไทยทั้งหมด 0.37% ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นข้อหาเสพยาเสพติด รองลงมาเป็นมียาเสพติดในครอบครอง

 

นายจ้างสุดทน แจ้งตำรวจจับแรงงานไทยที่ตนว่าจ้างจำนวน 31 คน มั่วสุมเสพยาเสพติดในโรงพิมพ์ที่นครนิวไทเป

 

        นอกจากตรวจสอบและกวาดล้างแล้ว สำนักงานตำรวจไต้หวันยังได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ตามโรงงานต่างๆ ที่มีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ โดยอาศัยช่วงที่สถานประกอบการมีการประชุมหรืออบรมแรงงานต่างชาติ เพื่อให้แรงงานต่างชาติทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด ไม่เข้าหาหรือข้องแวะกับสิ่งผิดกฎหมาย

        ในส่วนของ สนร. มีการจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ปัญหาการเสพและขายยาเสพติดในหมู่แรงงานไทยอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น มีการจัดอบรมอาสาสมัครแรงงานให้รับทราบกฎระเบียบท้องถิ่นพร้อมบทลงโทษ รวมทั้งสร้างเครือข่ายต่างๆให้แจ้งข่าวต่อ สนร.ได้เข้าช่วยเหลือแรงงานไทยอีกด้วย

 

นายจ้างโรงงานฟอกหนังแห่งหนึ่งที่เมืองจางฮั่ว แจ้งตำรวจจับแรงงานไทยในโรงงานที่รวมกลุ่มเสพยาเสพติด

 

2. อาหารไทยได้รับความนิยมจากชาวไต้หวันจำนวนมาก แต่พ่อครัวแม่ครัวไทยที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ เดือนกรกฎาคม 2561 มีเพียง 31 คน จากยอดจำนวนพ่อครัวแม่ครัวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน กว่า 300 คน สาเหตุเป็นเพราะ มีปัญหาด้านการรับรองใบผ่านงาน ตามระเบียบของไต้หวันกำหนดว่า พ่อครัวแม่ครัวต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานในไต้หวัน ซึ่งจะได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 47,971 เหรียญ จะต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง 5 ปี สำหรับผู้ที่ไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐ

 

 

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย จัดโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป

 

3. สัมภาษณ์แรงงานหญิงไทยที่เสพยาเสพติดถูกจับและตั้งใจว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด เล่าสภาพการณ์ในสถานบำบัดและความทุกข์ทรมานที่ถูกจำกัดเสรีภาพ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้เพื่อนๆ อย่างข้องแวะหรือแตะต้องยาเสพติด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปารากวัย และเบลีซ กลับถึงไต้หวันแล้ว

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 61

         1. ผู้นำไต้หวันเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปารากวัย และเบลีซ กลับถึงไต้หวันแล้ว 

         2. จีนแผ่นดินใหญ่ขู่เข็ญธุรกิจเอกชนต้องยอมตามความคิดของตน ผู้นำไต้หวันแวะดื่มกาแฟที่ 85องศาC ในแอลเอ ถูกนักท่องเน็ตจีนรุมด่าทอว่าเป็นพวกแยกไต้หวันเป็นเอกราช รณรงค์บอยคอตสาขาในจีน จนร้านนี้ต้องออกแถลงการณ์ยอมรับ "ฉันทามติ 1992" 

         3. ผู้นำไต้หวันขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้กฎหมาย NDAA ที่ระบุจะต้องจำหน่ายอาวุธและเสริมปฏิสัมพันธ์ด้านการทหารกับไต้หวัน เสริมความสามารถในการป้องกันประเทศของไต้หวัน ฯลฯ 

 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

(more)

แนะนำซิงเกิลล่าสุดของโจลิน ไช่อีหลินในเพลงหว่อตุ้ยหว่อ (ฉันกับฉัน) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำซิงเกิลล่าสุดของโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) ในเพลงหว่อตุ้ยหว่อ (我對我 : ฉันกับฉัน)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (เฉินหลง ฉลองวันแห่งความรักจีนด้วยการโพสหวานเจี๊ยบถึงหลินฟ่งเจียว ภรรยาชาวไต้หวันพร้อมขอให้โจวเจี๋ยหลุนแต่งเพลงให้ด้วย)

 

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. 61 - คนไต้หวันฮิตเที่ยวตปท. สายการบินต่างชาติแห่เปิดเส้นทางบินใหม่เพียบ

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

          คนไต้หวันฮิตการเดินทางไปต่างประเทศมาก ส่งผลให้ธุรกิจสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่จากไต้หวันมากมายโดยเฉพาะในปีนี้ มีบริษัทสายการบินยื่นสมัครเปิดเส้นทางใหม่ถึง 25 เส้นทาง ในจำนวนนี้เป็นของบริษัทสายการบินสัญชาติต่างประเทศถึง 17 เส้นทางบิน แล้วพี่น้องชาวไทยมีเส้นทางบินใหม่สู่ไต้หวันกับสายการบินอะไร ติดตามได้ในรายการ

 

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เดือนผีมาแล้ว ประตูยมโลกเปิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ ตลอดเดือน 7 นี้ ชาวไต้หวันถือว่าไม่เป็นสิริมงคล จะไม่ไปในสถานที่เปลี่ยว และมีข้อห้ามหลายอย่าง

 

2. อากาศเริ่มลดความร้อนระอุลงบ้างแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเช้า ไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้ และหลังวันไหว้พระจันทร์วันที่ 24 กันยายนผ่านไปแล้ว จะเข้าสู้ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัว

 

3. เฮี้ยน! เริ่มเข้าเดือนผี ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาล คนป่วยตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

       เมื่อรุ่งเช้าเวลา 04.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องบำบัดผู้ป่วยอากาหนัก ซึ่งอยู่ชั้น 7 ของโรงพยาบาลไทเป ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูงอายุที่เคลื่อนไหวไม่ได้สำลักควันเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีก 8 คน จัดเป็นเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้ป่วยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไต้หวัน

       โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพิ่งผ่านการตรวจความปลอดภัยไปเมื่อเดือนก่อน สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ สันนิษฐานเกิดจากที่นอนลมไฟฟ้า ซึ่งญาติผู้ป่วยซื้อมาใช้เองในราคา 80,000 เหรียญ เกิดการลัดวงจร

 

 โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในวังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ตั้งอยู่ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

 

 

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลไทเป คนป่วยอาการหนักตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

 

4. นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันโชคร้าย ท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา ถ่ายรูปกับฮิปโปถูกขย้ำเสียชีวิต 1 บาดเจ็บอีก 1 ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายรูป ต้องระมัดระวังอันตราย

       นักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ขณะถ่ายรูปที่ทะเลสาบไนวาชา ใกล้กับโรงแรมที่พัก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงไนโรบี ถูกฮิปโปโปเตมัสกระโจนออกมาจากทะเลสาปขย้ำจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย คือนายจาง อายุ 66 ปี เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีก 1 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไกด์นำเที่ยวประเทศแถบอัฟริกาที่มีประสบการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ฮิปโปแม้จะเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก. เหตุที่กัดนักท่องเที่ยวเสียชีวิตครั้งนี้ จากคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ กล่าวว่า ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตรายนี้กับเพื่อน พยายามเข้าใกล้ฮิปโปเพื่อถ่ายรูก และอาจเป็นเพราะเป็นช่วงกลางคืนและเปิดใช้แฟลต แสงสว่างในพริบตาทำให้ฮิปโปตกใจ คิดว่าถูกคุกคามจึงกระโจนออกมากัดคน

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

       จากข้อมูลบอกว่า ที่แอฟริกาแต่ละปีเกิดเหตุการณ์ที่ฮิปโปขย้ำคนเสียชีวิตประมาณ 500 คน เฉพาะที่ประเทศเคนยาตายปีละ 200 คน และนายจางเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายที่ 6 ของปีนี้ที่ถูกฮิปโปในทะเลสาปไนวาชาทำร้าย

       นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันกลุ่มนี้ ช่วงกลับยังประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำอีก มีผู้บาดเจ็บ 15 คน ถือว่าโชคร้ายซ้ำสอง เข้าทำนองว่า  禍不單行 อ่านว่าฮั่วปู้ตานสิง แปลว่า ความโชคร้ายมักไม่มาเดี่ยว ซึ่งตรงกับสำนวนไทย ผีซ้ำด้ามพลอย หรือพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก และต้องย้ำเตือน การถ่ายรูปกับสัตว์ หรือแม้แต่ถ่ายเซลฟี่ ต้องระมัดระวัง อย่างเข้าใกล้นัก และต้องดูทำเลที่ยืน บางคนเดินถอยเพื่อให้ได้มุมดีๆ ตกเหวตายก็มี 

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถูกตำนิ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบพุ่งเกิน 50,000 คน

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันมากถึง 689,824 คน สิ่งที่ตามมาคือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายงาน เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ลดลงไปบ้าง แต่ล่าสุด พุ่งขึ้นเป็น 51,404 คนแล้ว สภาตรวจสอบเกรงว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนี อาจมีการรวมตัวกันในลักษณะแก๊งนอกกฎหมาย กลายเป็นปัญหาสังคม จึงมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ และผลการตรวจสอบพบว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบกพร่องในหน้าที่ จึงตำนิและสั่งให้ทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ใหม่

      ในรายงานการตรวจสอบระบุว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม้จะปฏิบัติการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 แต่ไม่ได้ตั้งตัวชี้วัดการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมโดยอาศัยดัชนีของปีก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ปฏิบัติหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงไปบ้าง แต่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงเกิน 50,000 คน ไม่มีแนวนโน้มจะลดลง นอกจากนี้ การตรวจสอบและลงโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายและนายหน้าผิดกฏหมายก็ไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หรือไม่สามารถหาหลักฐานมัดตัวนายจ้างและนายหน้าเถื่อนที่กระทำผิดกฎหมาย ส่งผลให้คดีที่ส่งให้หน่วยงานด้านแรงงานในท้องถิ่นลงโทษปรับเงินมีอัตราส่วนน้อยมาก ถือเป็นการละเลยในหน้าที่

 

ที่ทำการของสภาตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สอดส่องและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

 

      รายงานฉบับนี้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเงิน ฐานอยู่เลยกำหนด อัตราค่าปรับตั้งแต่ 3,000-10,000 เหรียญไต้หวัน หากมีการทำงานอย่างผิดกฎหมาย ตามกฎหมายการจ้างงาน จะถูกลงโทษปรับเงินฐานทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราค่าปรับตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน แต่ในทางปฏิบัติ การลงโทษปรับเงินดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ส่งผลให้การสกัดกั้นหรือยับยั้งการหลบหนี ไม่ได้ผล ในประเด็นนี้ทั้งกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะต้องทบทวนและปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่างๆ และการที่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมได้ง่าย

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มี 51,404 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,248 คน ครองอัตราส่วน 47% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย มี23,740 คน ครองสัดส่วน 46.18% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,614 คน คิดเป็นสัดส่วน 5% และแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 801 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 661 คน เพศหญิง 140 คน    

 

แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ณ มิ.ย. 61 มี 51,404 คน

 

2. กลุ่มคุ้มครองสัตว์เรียกร้องให้แก้กฎหมาย แรงงานต่างชาติฆ่าหมาแมว ต้องลงโทษนายจ้างด้วย

      กรณีที่ช่วงนี้ ปรากฎเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติในเมืองจางฮั่วและนครไทจงฆ่าสุนัขติดต่อกัน 2 คดี เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ กลุ่มคุ้มครองสัตว์ได้ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้แก้กฎหมายลงโทษนายจ้าง หากปรากฎว่าแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างฆ่าสุนักหรือแมว กลุ่มคุ้มครองสัตว์ให้เหตุผลว่า ผู้ที่สามารถยัยยั้งแรงงานต่างชาติไม่ให้ฆ่าสุนัขและแมวมากที่สุด คือนายจ้าง และนายจ้างควรจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง จึงเรียกร้องของให้แก้กฎหมายการจ้างงาน โดยเพิ่มบทลงโทษนายจ้างด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้าง หากทราบเรื่องแล้วไม่แจ้งความ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

      ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตและในครอบครัว จัดเป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมของไต้หวัน และการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ก่อนเข้าทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องให้การอบรม รวมถึงแจ้งให้ทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากนายจ้างไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อห้ามเกี่ยวกับการทารุณหรือฆ่าสัตว์เลี้ยง กระทรวงแรงงานมีอำนาจจะเพิกถอนโควตาแรงงานต่างชาติที่ว่าจ้างได้ แต่สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มคุ้มครองสัตว์ที่ขอให้แก้กฎหมายการจ้างงาน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้คนส่วนใหญ่สังคม อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานรับจะนำไปศึกษาและเป็นข้อมูลในการแก้ไขกฎหมายต่อไป

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

3. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายป่วยเป็นไขเลือดออก สวมบัตรประกันสุขภาพของเพื่อนเข้ารับการรักษา กองอนามัยตรวจสอบวุ่น

      แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างรายหนึ่ง อายุ 20 ปีเศษ มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ คล้ายกับเป็นโรคไข้เลือดออกเดงกี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเขตกังซาน นครเกาสง หลังการตรวจวินิจฉัย แพทย์พบว่าเป็นโรคไขเลือดออกเดงกี จึงแจ้งกองอนามัย นครเกาสง ทางกองอนามัยจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงงานของแรงงานเวียดนามรายนี้ ปรากฏว่าเจ้าของบัตรแข็งแรงดี ไม่มีอาการป่วยไข้ในช่วงนี้ พร้อมทั้งมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ในวันดังกล่าว ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม นายหลี เจ้าของบัตรสารภาพความจริงว่า ได้ให้อดีตเพื่อนร่วมงานรายหนึ่ง ซึ่งหลบหนีออกจากโรงงานนานกว่า 2 ปีแล้ว ยืมบัตรประกันสุขภาพ เนื่องจากมีอาการไม่สบาย และไม่มีประกันสุขภาพจึงติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊ก ขอยืมบัตรประกันสุขภาพของตน เพื่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

บัตรประกันสุขภาพของไต้หวัน

 

      กรมป้องกันโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกล่าวเตือนว่า การสวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่น เป็นการหลบเลี่ยงและขัดขวางการตรวจและป้องกันโรค มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จนถึง 150,000 เหรียญไต้หวัน

      เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่ติดต่อโดยมียุงเป็นพาหะ และกำลังระบาดในช่วงหน้าร้อนนี้ กองอนามัยทุกพื้นที่มีการป้องกันและเตรียมรับมืออย่างเข้มงวด ส่วนแรงงานเวียดนามที่สวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่นรายนี้ ทางกรมป้องกันโรคและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 

ไข้เลือดออกกำลังระบาด กองอนามัยท้องที่ออกฉีดพ่นยาฆ่ายุงตามตรอกซอกซอยต่างๆ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ไปตามชมไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

 

ชาวจีหลงพร้อมใจกันปิดเมืองจัดขบวนแห่ในเทศกาลสาร์ทจีน ในคืนวันที่ 14 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 24 สิงหาคม 2561)

 

หลังจบการแห่โคมรอบเมือง ก็จะนำไปจุดไฟและปล่อยโคมให้ลอยน้ำออกไปในทะเล ปีนี้ (2018) จะจัดที่บริเวณวั่งไห่เซี่ยงในแถบปาโต่วจื่อ

 

บรรยากาศของประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนในจังหวัดผิงตง

 

ประเพณีชิงเปรตที่โถวเฉิงของเมืองอี๋หลาน ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่จัดกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง

(more)

จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

- เจิ้งเจ้าชุนถือเป็นความหวังของไต้หวันที่จะคว้าเหรียญทองจากกีฬาพุ่งแหลนในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

- ทีมฟุตบอลชายไต้หวันแทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์แน่นอนแล้ว หลังจากพ่ายฮ่องกงไป 0:4

 

จันหย่งหรานและคู่หูคนใหม่ เอคาเทรีน่า มาคาโรว่า สาวรัสเซีย สามารถคว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในการแข่งขันที่มอลทรีอัล จนส่งให้สาวไต้หวันกลับสู่ตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกในเทนนิสหญิงคู่อีกครั้ง

 

ทีมฟุตบอลชายไต้หวัน (ชุดน้ำเงิน) แทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้แล้ว หลังจากที่พ่ายต่อฮ่องกงไป 0:4

 

เจิ้งเจ้าชุน นักกีฬาพุ่งแหลนคนดังชาวไต้หวันที่คว้าเหรียญทองจากกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2017 ถือเป็นความหวังของวงการกรีฑาไต้หวันในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปัญหาค่าบริการรายเดือนที่บริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกเก็บจากแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติอยากให้ยกเลิกหรือลดลง แต่บจง.เรียกร้องขอปรับขึ้น เสนอให้นายจ้างออกครึ่งหนึ่ง จะช่วยแก้ปัญหาของแรงงานและ บจง. ได้

         ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น เพราะไม่เคยปรับเลยเป็นเวลา 18 ปีแล้ว กระทรวงแรงงานไต้หวันอยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุนของบริษัทจัดหางานไต้หวัน เพื่อประเมินและวิเคราะห์เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับค่าบริการรายเดือนของบริษัทจัดหางาน ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         ประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ รวมทั้งแรงงานต่างชาติและองค์กร NGO ต่างเรียกร้องให้ลดหรือยกเลิกค่าบริการดังกล่าว ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอขึ้นค่าบริการดูแลแรงงานต่างชาติ โดยให้เหตุผลว่า ตั้งแต่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2544 จนถึงปัจจุบัน อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับสูงขึ้นไปแล้วประมาณ 47% ประกอบกับค่าเช่าสำนักงานและอาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพแพงขึ้นอย่างมาก แต่ค่าบริการรายเดือนที่เรียกรับจากแรงงานต่างชาติ ไม่เคยได้ปรับขึ้นเลยเป็นเวลาร่วม 18 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ปรับสูงขึ้น อย่างน้อยที่สุด ค่าบริการควรจะเท่ากับ 10% ของรายได้แรงงานต่างชาติ ซึ่งก็คือควรปรับขึ้นเป็นเดือนละ 2,100 เหรียญ แทนเดือนละ 1,800, 1,700 และ1,500 เหรียญไต้หวัน ในปีที่ 1 , 2 และ 3 ที่อนุญาตให้เรียกเก็บได้ในปัจจุบัน

 

 ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น

 

         ส่วนท่าทีของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของบริษัทจัดหางาน แต่เนื่องจากกฎหมายการจ้างงาน ห้ามบริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกรับค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาติ อนุญาตให้เรียกเก็บได้เฉพาะค่าบริการดูแลรายเดือนจากแรงงานต่างชาติ โดยกำหนดให้บริษัทจัดหางานมีหน้าที่ต้องให้บริการดูแลช่วยเหลือแรงงานต่างชาติตั้งแต่รับแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน ส่งกลับประเทศเมื่อทำงานครบสัญญา พาไปตรวจโรคตามที่กฎหมายกำหนด ทำใบถิ่นที่อยู่ เป็นต้น จึงเป็นการยากที่จะยกเลิกการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว ได้แต่ปรับให้ค่าบริการมีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         และนับตั้งแต่ฝ่ายไต้หวันยกเลิกกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 แรงงานต่างชาติไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ช่วยให้แรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางานที่ต้องจ่ายเพื่อเดินทางเข้าไต้หวันรอบใหม่ได้เป็นอย่างมาก บริษัทจัดหางานเริ่มมีการเก็บค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เช่นเรียกเก็บค่าบริการต่อหนังสือเดินทาง ค่าบริการช่วยโอนเงินเป็นต้น

         ทางออกที่เป็นไปได้ เสนอให้ฝ่ายนายจ้างร่วมรับผิดชอบค่าบริการรายเดือนดังกล่าว อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง จะทำให้บจง. สามารถปรับค่าบริการรายเดือนได้ตามความเหมาะสม ขณะที่แรงงานต่างชาติก็สามารถลดภาระน้อยลงกว่าเดิมได้

 

บจง. ให้บริการทั้งนายจ้างและแรงงานต่างชาติ แต่แรงงานเป็นผู้จ่ายค่าบริการเพียงฝ่ายเดียว

 

2. อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กำลังใจแรงงานไทย เมื่อครั้งนำคณะมาดูงานที่ไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 61

         ผู้นำไต้หวันเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี 

        ปธน. ไช่อิงเหวิน แห่งไต้หวัน สาธารณรัฐจีนเดินทางแวะผ่านแดนที่  Los Angeles สหรัฐฯ ในวันที่ 12 เมื่อเดินทางถึง นาย เจมส์ เอฟ. มอริอาร์ต (James F. Moriart) ประธานสถาบันอเมริกาในไต้หวัน (AIT) รอต้อนรับที่สนามบิน จากนั้น ปธน. เดินทางไปที่ ศูนย์การศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล ในลอสแองเจลิส นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันเยือนองค์กรชาวจีนโพ้นทะเลขณะแวะผ่าน สหรัฐฯ 

         ที่ผ่านมานักข่าวที่ติดตามคณะจะทำการสัมภาษณ์และรายงานข่าวได้เมื่อเดินทางออกจากสหรัฐฯ แล้ว แต่ครั้งนี้ ปธน. เปิดให้สัมภาษณ์ได้ในสหรัฐฯ อีกทั้งในวันที่ 13 ปธน. ไปเยี่ยมชมหอสมุดเรแกน และปราศรัยได้โดยเปิดเผย ตลอดจนได้ไปเยี่ยมสำนักงานตัวแทนไต้หวันในสหรัฐฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้พบปะกับ ปธน. ได้ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยก่อนเข้าพบด้วย

          ในการเดินทางเยือนศูนย์การศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล ปธน. ได้ชมการแสดงละครหุ่นกระบอกโดยเยาวชน และได้ร่วมสนทนากัน เยาวชนที่ร่วมประชุมต่างสนใจปัญหาการกลับมาทำงานในไต้หวันรัฐบาลให้ความช่วยเหลือหรืออุดหนุนอะไรบ้าง ปธน. กล่าวว่าแต่ละหน่วยงานมีกลไกต่างกัน ดังนั้น จึงมีปัญหาไม่รู้จะติดต่อใคร ปธน. สั่งการให้ คณะกรรมการชาวจีนโพ้นทะเลจัดตั้งช่องทางให้ข้อมูล ในศูนย์ชาวจีนโพ้นทะเล 12 แห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานในไต้หวันประสานกับกระทรวงต่าง ๆ เพื่อแนะนำเยาวชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน

          ไต้หวันจัดตั้งมูลนิธิไต้หวัน-เอเชีย เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่เต็มที่ 

           ส.ส. ไต้หวัน เรียกร้องรัฐบาลต้องแสดงจุดยืนเกี่ยวกับหลักปฏิบัติทะเลจีนใต้ เพราะไต้หวันมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ควรถูกกีดกันจากจีน 

 

(more)

แนะนำงานเพลงล่าสุดของซิงเซี่ยวฉีในเพลง 相信愛情 (เชื่อมั่นในรัก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำงานเพลงล่าสุดของซิงเซี่ยวฉีในเพลง 相信愛情 (เชื่อมั่นในรัก)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (ผลงานของนางเอกไต้หวันซ่งหยุนฮั่วเรื่อง Hello Mr.Billianare กวาดรายได้ทะลุหมื่นล้าน NT แล้วที่เมืองจีน หวังลี่หงก็ร่วมแสดงด้วย แถมยังร้องเพลงซาวน์แทรคของเรื่องอีกต่างหาก / จื่ออวี๋ สาวไต้หวันคนดังแห่งวง Twice แอบกลับมาฉลองวันพ่อในไต้หวัน / หนังไทยพาเหรดกันเข้าฉายในไต้หวัน ด้วยอานิสงส์จากฉลาดเกมส์โกง ล่าสุด 9 ศาสตราเตรียมเข้าฉายต้นเดือนกันยายนนี้)

 

สาวไต้หวันซ่งหยุนฮั่ว ดาราหมื่นล้านคนใหม่ของวงการหนังจีน จากภาพยนตร์เรื่อง Hello Mr. Billionaire

 

หวังลี่หง นักร้องคนดังชาวไต้หวันกับบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง Hello Mr. Billionaire ที่เจ้าตัวเป็นคนร้องเพลงซาวน์แทรคของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

จื่ออวี๋ สมาชิกคนดังชาวไต้หวันของวง TWICE แอบเดินทางกลับมาฉลองวันพ่อในไต้หวัน ก่อนจะโดนแฟนถ่ายภาพได้ที่สนามบินเกาสงขณะจะเดินทางกลับเกาหลี

 

 

 

อนิเมชั่นชื่อดังของไทยที่ทำรายได้กว่า 100 ล้านบาท เตรียมเข้าฉายในไต้หวันต้นเดือนกันยายนนี้

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 61 - 10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ความสุขอยู่ไม่ไกล...พบกับ 10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที มีอะไรบ้าง ติดตามได้ในรายการ

 

 

 

 

 

(more)

สโมสรผูฟัง วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมเป็นวันพ่อของไต้หวัน ซึ่งเลียนเสียงวันที่ 8 เดือน 8 พ้องกับคำว่าพ่อ (爸爸) และเทศกาลสำคัญครั้งถัดไปคือวันไหว้พระจันทร์

 

2. ครั้งแรกในไต้หวัน นักบินได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกกฎหมาย การเดินทางโดยเครื่องบินช่วงวันไหว้พระจันทร์ปีนี้อาจมีปัญหา

       นักบินของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์ หรืออีว่าแอร์ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพนักบินเถาหยวน เนื่องจากไม่พอใจที่นายจ้างไม่ยอมแก้ไขกรณีพิพาทหลายข้อ แม้ผ่านการไกล่เกลี่ยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหลายครั้งก็ไม่เป็นผล เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ สหภาพแรงงานนักบินเถาหยวนจัดให้มีการลงคะแนนเสียง ปรากฎว่า นักบินที่เป็นสมาชิกของสหภาพมีจำนวน 1,426 คน มีผู้ไปรับบัตรลงคะแนนเสียง 1,212 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 85 ของนักบินทั้งหมด ผลการลงคะแนนเสียง มีนักบินที่สนับสนุนให้มีการนัดหยุดงาน 1,187 เสียง หรือร้อยละ 98 จัดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตรการบินของไต้หวันที่นักบินได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คาดว่าการนัดหยุดงาน 1 วัน จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบิน 200 เที่ยว และในช่วงเวลาที่เทศกาลสำคัญกำลังจะมาถึง ได้แก่เทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 24 ก.ย. หยุดยาว 3 วัน อาจมีปัญหาจากการนัดหยุดงานดังกล่าว

 

 นักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์ ไม่พอใจเงื่อนไขการทำงาน สหภาพแรงงานนักบินเถาหยวนลงคะแนนเสียง ได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกกฎหมายเป็นครั้งแรกในไต้หวัน

 

       สาเหตุที่เหล่านักบินไม่พอใจ ถึงขั้นจะนัดหยุดงาน มาจากชั่วโมงทำงานที่ยาวนานเกินไป อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัน เช่น บินเส้นทางระยะยาวเกิน 12 ช่วงโมง เรียกร้องให้มีนักบิน 4 คนสับเปลี่ยนกันบิน ขณะที่ปัจจุบันต้องบินเกิน 13.5 ชั่วโมงถึงจะมีนักบิน 4 คน ตามกฎหมายกำหนดว่า บินเกิน 16 ชั่วโมงต้องมีนักบิน 4 คน นอกจากนี้ยังมีระเบียบการลาป่วยลาพักโดยได้รับค่าจ้างตามปกติเป็นต้นรวม 28 รายการ

       ขณะที่สายการบินอีวีเอแอร์กล่าวว่า ปัจจุบันสายการบินอีวีเอแอร์มีนักบินจำนวน 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นนักบินสัญชาติไต้หวัน 1,000 คน ชาวต่างชาติ 300 คน การปฏิบัติหน้าที่ของนักบินเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีปัญหาการทำงานที่ยาวนานเกินไป ส่วนเรื่องวันหยุดพัก อย่างวันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีเงินเดือน นอกจากวันหยุดตามกฎหมายปีละ 115-117 วันแล้ว นักบินที่เข้าทำงานปีแรก จได้รับวันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีเงินเดือน 22 วัน จากนั้นจะเพิ่มขึ้นตามอายุงาน สูงสุดได้รับวันหยุดพิเศษปีละ 42 วัน นอกจากนี้ ยังมีวันลาป่วยที่จ่ายเงินเดือนเต็มตามปกติปีละ 30 วัน ซึ่งดีกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

 นักบินอาชีพที่มีรายได้สูง ไม่พอใจเงื่อนไขการทำงานเตรียมนัดหยุดงาน ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินช่วงวันไหว้พระจันทร์ปีนี้อาจมีปัญหา

 

3. หญิงไต้หวันคลอดบุตรแล้วต้องอยู่เดือน ในอดีตแม่สามีจะช่วยดูแลทำอาหารเลี้ยงทารกให้ ปัจจุบันนิยมไปอยู่เดือนที่ศูนย์อยู่เดือนเอกชนที่เปิดบริการ สะดวกสบาย สภาพแวดล้อมดีดูแลดี แต่ราคาไม่ธรรมดา

 

 ศูนย์บริการอยู่เดือนสำหรับสตรีคลอดบุตร มีห้องพักสะดวกสบายเทียบได้กับ รร.ระดับ 5 ดาว แต่ราคาไม่ถูก

 

มีพยาบาลดูแลเด็กทารกอย่างดีตลอดเวลา

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี มีเงินเดือน 41,000 เหรียญขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ปลายเดือนตุลาคมนี้จะเสนอให้สภาฯ พิจารณาอนุมัติ

       เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ตกต่ำ ช่วยเหลือผู้ประกอบการแก้ไขภาวะขาดแคลนบุคลากร และผลักดันโครงการเพิ่มการลงทุนไต้หวัน คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกำลังร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายดึงดูดบุคลากร 3 ประเภทให้เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ได้แก่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ แรงงานต่างชาติกึ่งฝีมือ และชาวไต้หวันและลูกหลานที่อยู่ในต่างประเทศ หากสอดคล้องกับคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด บุคลากรทั้ง 3 ประเภทนี้ สามารถพำนักอาศัยในไต้หวันได้อย่างถาวร โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าว่าที่พลเมืองไต้หวันเลยทีเดียว

       ในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติ ได้แก่บุคลากรประเภทที่ 2 หรือแรงงานกึ่งฝีมือ จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป นายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน และผ่านเกณฑ์ประเมินผลได้แก่การสื่อสารภาษาจีนเป็นต้นตามกำหนด สามารถยื่นขอทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป และเมื่อทำงานครบ 7 ปีแล้ว แต่ละปีอยู่เกิน 183 วันขึ้นไป สามารถยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับชาวไต้หวันทุกประการ ยกเว้นสิทธิทางการเมือง โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ระหว่างนี้ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการมาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดแรงงานและสังคมของไต้หวัน จากนั้นจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติในปลายเดือนตุลาคมนี้

 

 ณ กุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ภาคการผลิตมี 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

       นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปและเป็นผู้ที่มีทักษะฝีมือในการทำงาน จะได้รับการพิจารณาให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปอย่างไม่จำกัดระยะเวลา อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จำเป็นต้องมีการกำหนดเงื่อนไข โดยเฉพาะในด้านค่าจ้าง กล่าวคือนายจ้างรายใดต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่เห็นว่ามีทักษะการทำงานสูงต่อไป ต้องจ่ายค่าจ้าง 41,393 เหรียญ สำหรับแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต และผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน

       จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ในภาคการผลิตมีจำนวน 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี นายจ้างยอมจ่ายเงินเดือน 41,000 เหรียญขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ปลายเดือนตุลาคมนี้จะเสนอให้สภาฯ พิจารณาอนุมัติ

 

2. ข้อมูลระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเกิดความผิดพลาด กระทรวงแรงงานเตรียมตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

       ช่วงนี้มีข่าวข้อมูลระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติบางคนเกิดความผิดพลาด ทำให้ต้องเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด ทั้งที่ยังทำงานไม่ครบ 12 หรือ 14 ปี กระทรวงแรงงานยืนยันว่า เป็นเพียงบางรายเท่านั้นซึ่งน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจสอบใหม่ทั้งระบบ

       ทั้งนี้ มีนายจ้างในกรุงไทเปรายหนึ่ง ว่าจ้างผู้อนุบาลเวียดนามเพื่อมาดูแลคุณแม่อายุ 94 ปี ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว และจะครบกำหนด 14 ปีในเดือนตุลาคมปีนี้ แต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายจ้างรายนี้ได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากกระทรวงแรงงานว่า ผู้อนุบาลชาวเวียดนามที่ว่าจ้าง เลยกำหนดระยะเวลาทำงาน 14 ปีแล้ว สั่งให้ส่งแรงงานเวียดนามรายนี้กลับประเทศภายใน 2 สัปดาห์ แต่นายจ้างโวยว่า แรงงานที่ตนว่าจ้าง จะครบ 14 ปีในเดือนตุลาคม จึงมีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงานมีปัญหา ข่าวนี้ สร้างความผวาให้กับบรรดานายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ทราบข่าวนี้เป็นอย่างมาก

       ด้านกระทรวงแรงงานหลังดำเนินการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นอย่างที่นายจ้างรายนี้ให้ข้อมูลจริง แต่ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สำหรับผู้อนุบาลรายนี้ ซึ่งยังทำงานไม่ครบ 14 ปี แต่ถูกสั่งให้เดินทางกลับประเทศ นายไช่ม่งเหลี่ยง รองอธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ระบบฐานข้อมูลซึ่งบันทึกเลขที่หนังสือเดินทางเป็นหลัก เมื่อมีการเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการเชื่อมต่อข้อมูลเก่า แม้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเฉพาะรายเดียว แต่ยืนยันว่า เป็นเพียงส่วนน้อย และเพื่อความถูกต้อง เบื้องต้นกระทรวงแรงงาน ได้เชื่อมฐานข้อมูลเข้ากับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้น จะไม่เกิดปัญหาข้างต้นขึ้นอีก นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติในฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก

       กฎหมายการจ้างงานกำหนดให้แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต สามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมระยะเวลาไม่เกิน 12 ปี แต่หากเป็นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้รวมแล้วไม่เกิน 14 ปี

 

 ข้อมูลระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติบางคนเกิดความผิดพลาด กระทรวงแรงงานสั่งตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

 

3. ตรวจพบซากน้องหมาของคนไทยแช่อยู่ในตู้เย็น แต่คนงานเวียดนามอ้างว่า ไม่ได้ฆ่า เพื่อนเก็บมาจากข้างถนนหลังสุนัขถูกรถชนตาย

       เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวเน็ตในเมืองจางฮั่วรายหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กบอกว่า ลูกของเพื่อนหาย เมื่อตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดไว้หน้าบ้าน พบภาพน่าสะเทือนใจ เห็นแรงงานต่างชาติ 2 คน ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จับขาของน้องหมาซึ่งเป็นลูกรักของเพื่อนลากไปถนน เพื่อนพยายามตรวจและค้นหาสถานที่ทำงานของแรงงานต่างชาติ 2 รายนี้อย่างไม่ลดละ ในที่สุดตรวจพบในหอพักคนงานต่างชาติแห่งหนึ่ง มีซากเนื้อสัตว์คล้ายเนื้อสุนัขเหลืออยู่บางส่วนในตู้เย็น ชาวบ้านในละแวกนั้นเล่าว่า คนงานต่างชาติในหอพักหลังนี้ เพิ่งจัดงานปาร์ตี้ย่างเนื้อไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อาคารหลังนี้เป็นหอพักของบริษัทเอ็นชวนอินดัสทรี่ส์ในนิคมอุตสาหกรรมฉวนซิงในเมืองจางฮั่ว มีคนงานเวียดนามพักอยู่จำนวน 15 คน และเป็นสถานที่จบชีวิตลูกของเพื่อน

       ข้อความและภาพดังกล่าว ส่งต่อว่อนในโลกโซเซียล ชาวเน็ตจำนวนมากรุมประนามและด่าแช่งผู้ที่จับสนัขมาชำแหละกิน

 

แรงงานต่างชาติ 2 คน ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จับขาจับขาสุนัขลากไปตามถนน

 

       เจ้าของสุนัขที่เคราะห์ร้ายรายนี้เป็นหญิงไทยที่แต่งงานและมาตั้งรกรากที่เมืองจางฮั่วนานหลายปีแล้ว เธอเล่าว่าน้องหมาที่ถูกจับไปชำแหละ ชื่อว่าวั่งวั่ง เป็นน้องหมาที่ลูกชายเลี้ยงมากว่า 10 ปีแล้ว ตนก็รักเหมือนลูกเลยที่เดียว วั่งวั่งออกลูกสาวเป็นสุนัขเพศเมีย 1 ตัว ชื่อว่าเฝ่ยเฝย วันที่หายตัวไป วั่งวั่งและเฝ่ยเฝยออกจากบ้าน มีเพียงเฝ่ยเฝยกลับมาตัวเดียว โดยมีอาการผวาไปซ่อนตัวอยู่ในซอกมุม ดูเหมือนยังไม่หายตกใจ กลางคืนยังมานอนซบกับตนเพราะกลัว

       ด้านศูนย์ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์เมืองจางฮั่ว หลังได้รับแจ้งความ ได้จัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคดีนี้ พบซากเนื้อสัตว์ในตู้เย็นเป็นเนื้อสุนัขจริง หลังสอบปากคำคนงานเวียดนามทั้ง 15 ราย แล้ว ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้ฆ่าหรือกินเนื้อสุนัขแต่อย่างใด ส่วนซากเนื้อสุนัขในตู้เย็น เป็นของเพื่อนที่เก็บมาจากข้างถนน โดยเพื่อนเห็นสุนัขถูกรถชนตาย จึงเก็บกลับหอพักไปชำแหละและแบ่งมาให้พวกตนครึ่งหนึ่ง เมื่อมีการซักถามเพื่อนที่ว่าเป็นใคร ทำงานอยูที่ไหน คนงานเวียดนามกลุ่มนี้อ้างว่า ไม่ค่อยสนิท จึงไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามและสถานที่ทำงานที่ชัดเจน

       ค่อคำให้การของคนงานเวียดนามข้างต้น ตำรวจกำลังติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง หรือพูดง่ายๆ ว่า คนงานเวียดนามแอบขโมยจับสุนัขไปฆ่าชำแหละและกิน ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเงิน 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังจะประจานพฤติกรรมความชั่วด้วยการประกาศรายชื่อ ภาพถ่ายและข้อหาของผู้กระทำผิดด้วย

 

ซากเนื้อสุนัขแช่อยู่ในตู้เย็นของหอพักคนงานเวียดนามในนิคมอุตสาหกรรมฉวนซิง เมืองจางฮั่ว (ภาพจาก Apple Daily)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

พักผ่อนคลายร้อนกับ 6 เส้นทางเดินสุดฟิน ที่เดินไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กลางทะเลเลย

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

        - พักผ่อนคลายร้อนกับ 6 เส้นทางเดินสุดฟิน ที่เดินไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กลางทะเลเลย (ภาค 1) 

          เกาเหม่ยซือตี้ (ไทจง) / เฉิงหลงซือตี้ (หยุนหลิน) / เกาะจินจุนลู่เหลียนเต่า (ไถตง)

        - ใครอยากนั่งบนใบบัวกระด้งรีบไปลงทะเบียนกันเลย ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าของวันที่ 10 สค. 61 เป็นต้นไป เปิดให้นั่งตั้งแต่วันที่ 14 - 25 ส.ค. นี้ รวม 12 รอบ จะรอช้าอยู่ใย วาร์ปซิครับวาร์ป

          เอาวาร์ปไปเลยครับ จัดให้ (https://zh-tw.facebook.com/2016chshow/)

 

ช่วงเวลาน้ำลด จะมีทางเดินจากบนบกไปยังเกาะจินจุนลู่เหลียนเต่าได้เลย ฟินครับฟิน

 

ทางเดินไม้ที่ทอดยาวในพื้นที่ชุ่มน้ำเกาเหม่ยซือตี้ จะทอดเข้าไปในทะเล เดินไปสุดทางจะไปบรรจบกับท้องทะเลเวิ้งว้างอยู่ตรงหน้า ถือเป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกยอดฮิตแห่งหนึ่งในนครไทจง

 

พื้นที่ชุ่มน้ำเฉิงหลงซือตี้ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดหยุนหลิน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับอันซีน ที่มีทางเดินกลางน้ำแบบฟินๆ ให้เราได้ไปเดินทอดน่องกัน

 

บัวกระด้งหรือบัววิคตอเรีย มีใบที่ใหญ่จนคนขึนไปนั่งได้เลย ทางสวนสาธารณะซวงซีกงหยวนเปิดให้จองคิวขึ้นไปนั่งแล้ว ใครสนใจรีบเลยนะครับ

 

(more)

จันหย่งหราน (詹詠然) ควงสาวเช็คคว้าแชมป์แรกของปีได้สำเร็จแล้ว

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลก

- จันหย่งหราน (詹詠然) ควงคู่หูคนใหม่ คเวตรา เพชเข้ สาวเช็คคว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่แชมป์แรกของปีได้สำเร็จแล้ว ในทัวร์นาเมนต์ที่ซานโฮเซ่

- ไต้จืออิ่งพ่ายสาวจีนตกรอบ 8 คนแบดหญิงเดี่ยวชิงแชมป์โลกแบบพลิกล็อค หยุดสถิติชนะรวดในปีนี้เพียงแค่ 31 นัด

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานต่างชาติระวัง! ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ทำร้ายหรือฆ่าสุนัขและแมว อาจถูกจำคุก 2 ปี ปรับเงิน 2 ล้านเหรียญไต้หวันและห้ามเข้าไต้หวันตลอดชีวิต

         สืบเนื่องจากช่วงหลายปีมานี้ มีข่าวคราวแรงงานต่างชาติฆ่าสุนัขและแมวเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร หรือจับสัตว์เลี้ยงมาทรมานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือกระทั่งตาย เป็นข่าวให้ได้ยินเสมอ เมื่อปี2559 ไต้หวันได้ผ่านกฎหมายคุ้มครองสัตว์ เพิ่มโทษผู้ทำร้ายและทรมานสัตว์เลี้ยงโดยเจตนา เป็นเหตุให้สุนัขหรือแมวได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับเงิน 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มข้อห้ามกินหรือมีเนื้อสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครองถูกปรับ 50,000 เหรียญ ไม่เกิน 250,000 เหรียญไต้หวัน เจ้าของจูงสุนัขให้วิ่งตามรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นการทรมานสัตว์อีกรูปแบบหนึ่ง ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ 3,000 เหรียญขึ้นไป ไม่เกิน 15,000 เหรียญไต้หวัน

         สำหรับแรงงานต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินและจำคุกตามกฎหมายแล้ว ยังจะถูกเนรเทศกลับประเทศ ห้ามเข้าไต้หวันตลอดชีวิต

 

นอกจากมีโทษปรับและจำคุกแล้ว การฆ่าสสุนัขและแมว ยังทำให้ชาวไต้หวันต่อต้านแรงงานต่างชาติมากขึ้น ในภาพเป็นกลุ่มค้มครองสัตว์ต่อต้านคนงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว

 

2. แรงงานไทยหลบหนีนายจ้าง ถูกตรวจพบส่งกลับประเทศ ติดค้างค่ารักษาพยาบาลและค่าตั๋วเครื่องบินอื้อ

         แม้แรงงานไทยจะมีจำนวนการหลบหนีน้อยที่สุดในบรรดา 4 ประเทศ แต่ปี 2559 ที่ผ่านมา มีคนงานไทยถูกตรวจพบไปอยู่ในสถานกักกันทั้งหมด 156 คน ในจำนวนนี้ ไม่มีค่าเดินทางและค่าปรับ 25 คน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันต้องสำรองจ่าย 160,426 เหรียญ ค่าอาหารระหว่างที่รอการส่งกลับ 101,922 เหรียญ ค่าปรับ 205,000 เหรียญ รวมเป็น 467,348 เหรียญ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้างอีกหลายรายเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเข้ารับการรักษา เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ ไม่มีกำลังจ่ายค่ารักษาพยาบาล ล่าสุดมี 1 รายที่หลบหนีและติดยาเสพติดถูกจับ หลังพ้นการบำบัดรอการส่งกลับ เกิดอาการป่วยอย่างรุนแรง หลังถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลนานหลายเดือน อาการดีขึ้น แต่ไม่มีกำลังจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ทำให้โรงพยาบาลปวดหัว ไม่สามารถปิดบัญชีได้

 

จำนวนแรงงานไทยหลบหนีนายจ้างแม้จะมีน้อย แต่ติดค้างค่ารักษาพยาบาลและค่าตั๋วเครื่องบินอื้อ

 

3. เสียงสะท้อนของคนงานไทยที่หลบหนีนายจ้าง ทุกข์ทรมานเหมือนถูกจำกัดเสรีภาพ วอนแรงงานไทยอย่างหลบหนี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 6 ส.ค. 61 สัมมนาชาวเกาะใต้เปิดฉากอีกครั้ง หลังชะงักไปร่วม 10 ปี ผู้นำไต้หวันย้ำความร่วมมือ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 6 ส.ค. 61

     สัมมนาชาวเกาะใต้เปิดฉากอีกครั้ง หลังชะงักไปร่วม 10 ปี ผู้นำไต้หวันย้ำความร่วมมือ

            การประชุมสัมมนาชาวเกาะใต้นานาชาติที่เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2003 โดยเชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมการประชุมที่ไต้หวัน ร่วมกันพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองชาวเกาะร่วมกัน ซึ่งในปี 2008 ได้ขยายวงกว้างเชิญประเทศเข้าร่วมการประชุมมากขึ้น เป็นการประชุม "สัมมนาชาวเกาะใต้" แต่ต่อมาเมื่อเปลี่ยนพรรคการเมืองเป็นรัฐบาลทำให้หยุดชะงักไป จนถึงปีนี้จึงได้จัดให้มีขึ้นอีกครั้งในวันนี้ มีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ จำนวน 12 ประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ได้แก่ คีรีบาติ มาร์แชล นาอูรู ปาเลา หมู่เกาะโซโลมอน ทูวารู ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาะกวม ฮาวาย และไต้หวัน ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ได้กล่าวในพิธีเปิดร่วมกับ ปธน. Hilda C. Heine แห่งมาร์แชล ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการ

            ปธน. ไช่ฯ ได้ย้ำในพิธีเปิดว่า "อาศัยเวทีสัมมนาชาวเกาะใต้ในครั้งนี้ รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาล ชนเผ่า และประชาชนของประเทศสมาชิก จะมีโอกาสศึกษาและเข้าใจกัน ศึกษาประสบการณ์ประวัติศาสตร์ของกันและกัน และยิ่งต้องระดมสติปัญญาของทุกฝ่ายเพื่ออนาคต ระดมทรัพยากรที่มีอยู่ ร่วมมือแบ่งงานกันทำ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เป็นที่ต้องการของชาวเกาะใต้ให้ยั่งยืนต่อไป" 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

(more)
สลับไปยังหน้าเว็บไซด์ของคอมพิวเตอร์
apple_icon news_app radio_app      android_icon news_app radio_app