จันหย่งหรานหืดขึ้นคอกว่าจะทะลุเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงคู่ที่ซิดนีย์
2018-01-11
  • จันหย่งหรานและแอนเดรีย ฮลาวัคโคว่า

    จันหย่งหรานและแอนเดรีย ฮลาวัคโคว่า

    จันหย่งหรานและแอนเดรีย ฮลาวัคโคว่าเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายที่ซิดนีย์แล้ว
  • เซี่ยสูเหวยและเผิงซ่วย

    เซี่ยสูเหวยและเผิงซ่วย

    เซี่ยสูเหวยและเผิงซ่วยกลับมาจับคู่เล่นด้วยกันอีกครั้งหลังแยกทางกันได้ 3 ปี
  • หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳)

    หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳)

    หลูเยี่ยนซวินบาดเจ็บที่หัวไหล่ขวาจนอาจต้องถอนตัวจากออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานหืดขึ้นคอกว่าจะทะลุเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงคู่ที่ซิดนีย์ ส่วนเซี่ยสูเหวยและเผิงซ่วยกลับมาจับคู่เล่นด้วยกันอีกครั้ง แต่ตกรอบแรก

- หลูเยี่ยนซวินอาจต้องถอนตัวจากออสเตรเลี่ยนโอเพ่น เพราะอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ขวายังไม่ดีขึ้น

 

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 15 ต.ค. 61 - สถานที่เช็คอินฮอตที่ฮิตที่สุดในเอเชียประจำปี 2018

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว สถานที่เช็คอินฮอตที่ฮิตที่สุดในเอเชียประจำปี 2018 จากการจัดอันดับของเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยว Klook ซึ่งไต้หวันติดอันดับด้วย คือ "จิ่วเฟิ่น-สือเฟิน-เย๋หลิ่ว" มีอะไรน่าสนใจ เดินทางไปเที่ยวอย่างไร ติดตามได้ในรายการ

จิ่วเฟิ่น

 

สือเฟิน

 

เย๋หลิ่ว

(more)

สัปดาห์นี้มาครบ ฝนดาวตก การแสดงแสงสีเสียง ใบไม้เปลี่ยนสี และออนเซ็น

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เตรียมชมฝนดาวตกกลุ่มดาวนายพรานคืนวันที่ 21 ตุลาคมนี้

- สถานีรถไฟไทจงจะจัดการแสดงแสงสีเสียงที่อาคารสถานีรถไฟเก่าระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 19.00-21.30 น.

- เริ่มหนาวแล้ว เตรียมตัวไปชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมแช่ออนเซ็นในไต้หวันกัน

(more)

เซี่ยสูเหวยเจอคู่ปรับเก่าเขี่ยตกรอบรองเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เทียนจินอย่างน่าเสียดาย

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) เจอคู่ปรับเก่าเขี่ยตกรอบรองเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เทียนจินอย่างน่าเสียดาย

- โจวเทียนเฉิงเกือบไม่รอด พลิกกลับมาเอาชนะคู่ปรับจากเกาหลีใต้ได้สำเร็จในแบดชายเดี่ยวเดนมาร์กโอเพ่น

 

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61

        ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ในโอกาสวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ครบรอบ 107 ปี โดยผู้นำไต้หวันได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ ลานหน้าทำเนียบ ปธน. ไต้หวัน ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลก และฝูงชนที่ร่วมฉลองวันชาติ ดังนี้ 

สุนทรพจน์ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เนื่องในโอกาสฉลองวันชาติครบรอบ 107 ปี สาธารณรัฐจีน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561

      เรียนท่านประธานซูเจียฉวน ประธานการจัดงานและประธานสภานิติบัญญัติ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน ตลอดจนพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศที่กำลังชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์หรือทางอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ อรุณสวัสดิ์ สวัสดีทุกท่านค่ะ

      วันนี้เป็นวันครบรอบ 107 ปีแห่งการสถาปนาประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีน  ในวันนี้มีชาวจีนโพ้นทะเลและมิตรแท้จากทั่วโลกเดินทางมาจากแดนไกล เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองวันเกิดให้แก่ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนประชาชนชาวไต้หวัน กล่าวขอบคุณทุกท่านด้วยความใจจริง

      เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาประเทศ นอกจากจัดงานเฉลิมฉลองแล้ว ยังต้องไตร่ตรองถึงอนาคตของประเทศชาติด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทุกประเทศต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่อันเนื่องมาจากสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไป แน่นอนเป็นการทดสอบพวกเราทุกคนด้วย รัฐบาลพยายามแสวงหายุทธศาสตร์และแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าขอถือโอกาสในวันนี้ ชี้แจงแนวทางที่รัฐบาลเลือกนำมาใช้ปฎิบัติให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบอย่างละเอียด

        เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกกำลังผกผันอย่างรุนแรง ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้การแบ่งงานในภาคอุตสาหกรรมโลกต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อระเบียบของภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก ในขณะที่ความสัมพันธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น  การท้าทายสถานภาพปัจจุบันในภูมิภาคของจีน กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากประชาคมโลก ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ในแถบตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นด่านแรกที่จะได้รับผลกระทบนี้อย่างรุนแรง

         ในช่วงที่ผ่านมา การกดดันโดยผ่านสื่อและการข่มขู่ด้วยกำลังอาวุธ ตลอดจนการกดดันทางการทูตจากจีน ไม่เพียงทำร้ายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ยังเป็นการท้าทายสันติภาพ เสถียรภาพและสถานภาพปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน การเผชิญหน้ากับแรงกดดันดังกล่าว มีบางคนหวังว่ารัฐบาลจะเลือกใช้วิธีต่อต้านที่แข็งกร้าวกว่าเดิม แต่มีบางคนเห็นว่าควรใช้วิธีประนีประนอม แต่ขอเรียนทุกท่านว่า สถานการณ์ยิ่งผกผันไต้หวันก็ยิ่งต้องรักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้ได้ เราต้องใช้ความสุขุมรอบคอบมารับมือกับแรงกดดัน และใช้ความเยือกเย็นมาแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความคงอยู่ของชาติ

          จุดยืนที่ข้าพเจ้ายืนหยัดในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาคือ ธำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตตามระบอบเสรีประชาธิปไตยของประชาชนจำนวน 23 ล้านคน ปกป้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพในช่องแคบไต้หวันและเสถียรภาพในภูมิภาค นี่คือความเห็นส่วนใหญ่ของชาวไต้หวันทั้งประเทศ และนี่คือสิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีความรับผิดชอบต้องยืนหยัดที่จะปกป้องให้ถึงที่สุด

 

          ท่ามกลางที่ทั่วโลกกำลังหาทางรับมือกับการขยายอำนาจของจีน รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าจะทำให้ทั่วโลกมองเห็นความเข้มแข็งของไต้หวัน แผนการปกป้องไต้หวันที่ดีที่สุดคือ ทำให้โลกใบนี้ขาดไต้หวันไม่ได้และไม่มีชาติใดสามารถทดแทนไต้หวันได้

          แรงกดดันจากภายนอกที่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน จะไม่ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวัน แนวคิดที่ขัดแย้งกับค่านิยมสากล จะไม่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก

          ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทางการปักกิ่งอีกครั้งว่า ประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ควรสวมบทบาทเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคและโลก มิใช่เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง

          ในฐานะที่เป็นประธานาธิบดี ข้าพเจ้าขอรับประกันกับทุกท่านว่า เราจะไม่เพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น แต่จะไม่มีวันยอมศิโรราบ  ข้าพเจ้าจะไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจก้าวไปสู่การเผชิญหน้าและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ข้าพเจ้าก็จะไม่ฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน ยอมสละอธิปไตยของไต้หวัน ภายใต้สถานการณ์ที่ผกผันเช่นนี้ เราจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไม่ได้ การยั่วยุให้เกิดการปะทะกันหรือการประนีประนอม รังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

          หนทางในการรับมือของเราก็คือ “มั่นคง ปรับตัว และก้าวหน้า”แม้หนทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ ณ ขณะนี้ เป็นหนทางที่ไต้หวันต้องก้าวไปอย่างมั่นคง

          ยุทธศาสตร์ที่จะสามารถรับมืออย่างได้ผลก็คือ ต้องเสริมสร้างพลังแห่งชาติให้เข้มแข็ง ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันก็คือ การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความปลอดภัยแห่งชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เสริมเครือข่ายความมั่นคงทางสังคม และสร้าง “ความแข็งแกร่งให้แก่ไต้หวัน”อย่างต่อเนื่อง ให้ไต้หวันมีพลังอันเข้มแข็ง ยกระดับความสำคัญของไต้หวันในประชาคมโลกที่ไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญแห่งการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของไต้หวัน

           ความท้าทายที่ประเทศชาติของเรากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่มีเพียงความปลอดภัยด้านการทหารเช่นในอดีตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การกดดันด้านการทูต การแทรกซึมทางสังคม กระทั่งความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ภารกิจเร่งด่วนก็คือ ต้องสร้างยุทธศาสตร์โดยรวมขึ้น เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ

          เครือข่ายแห่งความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติอันดับแรกก็คือ ต้องเสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการทูตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างไต้หวันให้มีความสำคัญที่ไม่อาจมีสิ่งอื่นมาทดแทนได้

          ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแปรเปลี่ยนของสถานการณ์โลก การเลือกใช้ยุทธศาสตร์ของเราแจ่มชัดยิ่ง นั่นก็คือ ยืนหยัดในเสรีภาพประชาธิปไตย และเศรษฐกิจการตลาด คุณค่าพื้นฐานสองประการนี้ ได้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแบบอย่างแห่งประชาธิปไตยในเอเชีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

          สองปีที่ผ่านมา ภายใต้การกดดันจากจีน เรายืนหยัดในอุดมการณ์ของตน แสดงออกถึงความอดทนอย่างที่สุด ทำให้ประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับเรามีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ช่วงที่ผ่านมา นอกจากรัฐสภาจะผ่านกฎหมายที่เป็นมิตรกับไต้หวันหลายฉบับแล้ว ก่อนหน้านี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ประณามจีนที่กดดันทางการทูต และชื่นชมระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน

           ส่วนญี่ปุ่นที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับไต้หวัน ก็ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันทั้งในเวทีระหว่างประเทศ หรือแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติขึ้น ส่งผลให้มิตรภาพระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

          ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก รัฐสภายุโรปก็ได้มีมติ ชื่นชมการพัฒนาประชาธิปไตยของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปร่วมแรงร่วมใจสกัดกั้นการใช้กำลังอาวุธยั่วยุไต้หวัน ทำลายสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

          เรามีพันธมิตรจำนวนมาก ที่เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนไต้หวัน เรียกร้องให้ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ควรที่จะขาดไต้หวันไป ในวันนี้ เรามีมิตรที่แสนดีที่ยืนหยัดสนับสนุนไต้หวัน 3 ท่าน มาร่วมฉลองวันชาติของเรา ได้แก่ มาริโอ อับโด เบนิเตซประธานาธิบดีปารากวัย เซอร์ แทพลีย์ ซีตัน ผู้สำเร็จราชการจากเซนต์คิตส์และเนวิส และ อัลเลน แชสแตเนท นายกรัฐมนตรีจากเซ็นต์ลูเซีย

          เราขอถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งต่อพวกท่านเหล่านี้ ขอให้ทุกท่านปรบมือแสดงความขอบคุณจากใจพร้อมๆ กัน และต้อนรับผู้นำจากแดนไกลทั้ง 3 ท่านนี้ด้วยค่ะ

 

          มาตรการที่ 2 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ ก็คือการเสริมสมรรถนะความสามารถในการป้องกันประเทศ

          “สกัดกั้นเป็นแนวหลายชั้น เสริมความแข็งแกร่งให้แก่การป้องกันประเทศ”เป็นยุทธศาสตร์ด้านการทหารของเรา หัวใจของมันก็คือ การเสริมสมรรถนะความสามารถในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้ว่า ขอแต่เพียงให้ไช่อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีเท่านั้น งบประมาณด้านกลาโหมจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี กองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพของกองทัพ จะต้องสามารถปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้อย่างแน่นอน

           นอกจากนี้ เรายังได้เร่งเสริมสมรรถนะ “ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง”ด้านการทหาร โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทฮั่นเสียงของไต้หวันได้ทำพิธีเปิดใช้เครื่องบินฝึกซ้อมระดับสูง ต่อมาเดือน ส.ค. กองทัพเรือของเราก็ได้ประกาศ “เปิดศักราชใหม่กองทัพเรือ”

          ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นแผนการสร้างเครื่องบินฝึกหัดระดับสูงกับเรือดำน้ำด้วยตนเอง ที่ล่าช้ามาอย่างเนิ่นนานให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อุตสาหกรรมกลาโหมในอนาคต ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเท่านั้น หากยังจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยรอบให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นอีกด้วย รวมทั้งจะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีสำคัญของไต้หวันอีกด้วย

 

          มาตรการที่ 3 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ เป็นการป้องกันกำลังจากภายนอก บ่อนทำลายแทรกซึมเข้าในประเทศ ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจสังคมให้ดำเนินไปตามปกติ

          เสรีภาพประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายของไต้หวันเป็นค่านิยมที่พวกเราต้องยืนหยัดปกป้อง หากประเทศอื่นอาศัยเสรีภาพของสังคมไต้หวันเข้ามาแทรกซึมทำให้เกิดความวุ่นวาย พวกเราจะต้องปกป้องเต็มที่ทุกวิถีทาง จะไม่นิ่งดูดายอย่างเด็ดขาด

          ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่หรือสร้างข่าวปลอม ขโมยความลับเทคโนโลยีหรือ จงใจทำลายระบบความปลอดภัยสารสนเทศ หรือพฤติกรรมแทรกแซงการเลือกตั้ง ก่อกวนการบริหารประเทศด้วยวิธีการต่างๆ หากตรวจพบมีหลักฐาน พวกเราจะจัดการจนถึงที่สุด

          ต่อกรณี การเผยแพร่ข่าวปลอมจากบางประเทศ พวกเราจะเสริมร่วมมือกับต่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนด้านประสบการณ์เพื่อป้องกัน ในอนาคตจะจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนและตรวจสอบ ร่วมกันรับมือต่อข่าวปลอมเหล่านี้ที่ทำลายและกระทบต่อความสงบสุขสังคมในประเทศต่างๆ

 

          มาตรการที่ 4 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ คือการปฏิรูปและการปรับโครงสร้างใหม่ด้านกลยุทธ์เศรษฐกิจการค้าโลก

          การเผชิญหน้ากับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการจัดระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง พวกเราจะต้องปรับบทบาทไต้หวันให้สอดคล้องกับการพัฒนาของภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานของโลก จะต้องวางกลยุทธ์ใหม่โดยอาศัยพลังนักธุรกิจไต้หวันขนาดกลางและใหญ่ ประสานภาวะทิศทางของโลก ประกอบกับพลังของกิจการขนาดกลางและย่อม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวันมีการปฏิรูปยกระดับทั้งหมด

          สิ่งสำคัญ 3 ประการที่พวกเราต้องกระทำ

          ประการ 1 ในมุมมองการเสริมสร้างระหว่างกันในโครงสร้างการผลิตและทรัพยากร ในการวิจัยพัฒนาและการผลิตระดับสุดยอด จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการแบ่งงานอุตสาหกรรมอย่างแนบแน่น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และมีประสิทธิภาพสูง

          ประการที่ 2 ในมุมมองการแบ่งปันทรัพยากรและตลาด จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความรุ่งเรื่องร่วมกับประเทศตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่และประเทศตลาดใหม่อื่นๆ จะอาศัยความร่วมมือหลายรูปแบบ ร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ และด้านเศรษฐกิจสวัสดิการประชาชน

          ประกาศที่ 3 ในด้านประเทศพันธมิตรของพวกเรา จะช่วยเหลือรัฐบาลเหล่านั้นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและแสวงหาโอกาสใหม่ วางรากฐานการพัฒนายั่งยืนทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันจะเป็นการขยายตลาดใหม่ ฐานการผลิตใหม่ของไต้หวัน สอดคล้องกับแผนขยายจุดประกอบการของไต้หวันไปทั่วโลก

 

         ในด้านการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ พวกเราจะต้องเร่งการปฏิรูป ดำเนินโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาความขาดแคลนปัจจัยการผลิต 5 ประการ และแบ่งปันประโยชน์จากการขยายตัวเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน

          การปฏิรูปเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยี รัฐบาลมุ่งมั่น 4 เป้าหมายคือ “การชี้นำอย่างมีระบบ การผสานฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ กองทัพกับประชาชนร่วมมือกัน และการเชื่อมโยงกับเวทีโลก”เร่งยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถในการวิจัยพัฒนา เป็นพื้นฐานสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ

          พวกเราใช้แนวความคิดใหม่ ทลายกรอบที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ผ่อนคลายพันธนาการที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน  นำพาผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่โอกาสใหม่

          ในกระบวนการเหล่านี้ โครงการพัฒนานวัตกรรม 5 + 2 ได้สัมฤทธิ์ผลปฏิรูปยกระดับอุตสาหกรรม มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ปีที่แล้วมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มีการพัฒนาความแม่นยำ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง และเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอวกาศ IoT และวัสดุการแพทย์ด้วย

          นอกจากนี้ เป้าหมาย “ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์” ได้มีการยืนยันแบบพิมพ์เขียวการพัฒนาพลังงานสีเขียวที่ชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลข้ามชาติหลายบริษัทมาร่วมลงทุน ทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานลมในไต้หวันกำลังก่อตัว

          เรายังจะมีการเพิ่มการวางแผนในตลาดนานาชาติ ยกระดับศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ผกผันและปรับระบบซัพพลายอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ สภาบริหารได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักธุรกิจไต้หวันในการวางแผนฐานการผลิตที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับนักธุรกิจที่ประสงค์จะกลับมาลงทุนที่ไต้หวัน เราจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องการไปลงทุนยังประเทศอื่น เราก็จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่เช่นกัน

 

          ด้านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต งบประมาณการก่อสร้างงวดแรกในปีนี้ ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการแล้ว ผลจากการเริ่มดำเนินการของโครงการนี้ จะเริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยในจำนวนนี้ พลังงานสีเขียว ดิจิทัล แหล่งทรัพยากรน้ำ การขนส่งระบบรางและการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในตัวเมืองและชนบท เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับต่อไปที่ไต้หวันจะดำเนินการลงทุน  

          จากการปฏิรูประบบภาษีพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ทำให้รัฐบาลเมืองจางฮั่ว มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ส่งผลให้เด็กนักเรียนได้รับอาหารมื้อกลางวันที่ถูกหลักโภชนาการ รวมทั้งงบดุลสำหรับระบบสวัสดิการสังคมก็มีเสถียรภาพมากขึ้น

          ในเขตพื้นที่ชนบทและห่างไกลจากความเจริญ เราได้วางระบบโครงข่ายบรอดแบนด์ ให้เด็กๆ สามารถเชื่อมต่อกับโลกได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ลดช่องว่างระหว่างตัวเมืองและชนบทให้น้อยลง

           ด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำนั้น มีการสร้างอ่างปรับระดับน้ำที่เขื่อนสือเหมิน โครงการระบบประปาเบื้องล่างของเขื่อนหูซาน รวมทั้งการก่อสร้างโครงการคลองป้องกันดินโคลนที่เขื่อนเจิงเหวิน ทำให้ระบบการจ่ายน้ำกินน้ำใช้ ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้มีความมั่นคงมากขึ้น

          สำหรับปัญหาฝนตกหนักในบางพื้นที่จนเกิดอุทกภัย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงนั้น รัฐบาลกำลังสร้างบ่อพักน้ำ อ่างเก็บน้ำ ตลอดจนขุดลอกคูคลองและแม่น้ำ เพื่อให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น ลดภัยพิบัติให้น้อยลง

          ด้านการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างโครงการปรับปรุงทางหลวงระหว่างซูเอ้า-ฮัวเหลียน และโครงการขยายทางหลวงระหว่างไถตง-ผิงตง ขณะนี้ เริ่มเห็นผลจากโครงการดังกล่าวแล้ว

          ส่วนโครงการขนส่งระบบรางที่ทุกคนให้ความสนใจนั้น กำลังอยู่ระว่างดำเนินการปรับปรุงระบบรถไฟที่วิ่งไปยังภาคตะวันออก และเส้นทางรถไฟระหว่างฮัวเหลียน-ไถตง เพื่อให้เส้นทางรถไฟที่วิ่งรอบเกาะไต้หวันมีความสมบูรณ์มากขึ้น

          ระบบขนส่งมวลตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ อาทิ รถไฟฟ้ารางเบาในภาคเหนือที่จีหลงและซินจู๋ รถไฟเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ภาคกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เมืองจางฮั่ว รวมถึงโครงการขยายส่วนต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่นครเกาสง ก็เริ่มวางแผนก่อสร้างและเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติแล้ว

          การพัฒนาการขนส่งระบบราง ไม่เพียงแต่จะอำนวยความสะดวก ทำให้การเดินทางรวดเร็วแล้ว ยังลดมลภาวะที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

          เป้าหมายในการผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน สร้างความสมดุลด้านการพัฒนาระหว่างตัวเมืองและชนบท อันเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นใหม่

 

          เรายังมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ผู้ประกอบการห่วงใย ได้แก่ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า บุคลากรและแรงงาน ภายใต้การบริหารจัดการของนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาทยอยได้รับการแก้ไข

          ท่านคงจำกันได้ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือน้อย ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มสว่างติดต่อกันนานถึง 66 วัน แต่ปีนี้ แม้อากาศจะร้อนกว่า และภาวะเศรษฐกิจจะร้อนแรงกว่า แต่ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มไม่เคยสว่างอีกเลยแม้เพียงวันเดียว

          หากย้อนรำลึกไปถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ภาคตะวันตกมีฝนตกน้อยมาก ทุกคนผวาว่าจะขาดแคลนน้ำ แต่จากมาตรการบุกเบิกแหล่งน้ำ ประหยัดการใช้น้ำ บริหารจัดการและการสำรองที่เหมาะสม บวกกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต ส่งผลให้เราฝ่าด่านอันตรายมาได้อย่างปลอดภัย

          ช่วงที่ผ่านมา โรงงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกสัญชาติไต้หวัน เช่น บริษัท TSMC, Winbond, Powerchip เพิ่มการลงทุนในไต้หวันมากขึ้น บริษัทข้ามชาติระดับโลกอย่าง Google, Microsoft, Cisco System, Facebook บางส่วนเตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยในไต้หวัน บางส่วนเสนอโครงการความร่วมมือใหม่ เป็นการแสดงถึงสัมฤทธิ์ผลของการที่เราปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ทำให้ได้รับการยอมรับจากบริษัทและโรงงานทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

          เมื่อเริ่มดำเนินการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เริ่มก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นฟู เศรษฐกิจของไต้หวันก็เจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

          เมื่อสองปีที่แล้ว เศรษฐกิจของเราถดถอยลงติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส ในปีนี้อัตราการว่างงานตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง พ.ค. ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน เมื่อปี 2560 เงินเดือนรวมสูงที่สุดในประวัติการณ์ สิ้นสุดสถานการณ์เงินเดือนลดน้อยถอยลงในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

          ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้น แน่นอนว่าทำให้ผู้คนพึงพอใจ แต่สำหรับรัฐบาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดการปันผลจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนทั้งปวงได้

          ในปีนี้ เราได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการครูขึ้น 3% ทำให้เกิดกระแสการปรับขึ้นค่าจ้างตามในภาคธุรกิจ เรายังเร่งปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ เรายังผ่อนคลายระยะเวลาให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 4 ปี ช่วยลดภาระให้แก่กลุ่มบุคคลที่กู้ยืมเพื่อการศึกษา

          โครงการปฏิรูปภาษีที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ระบบภาษีที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายภาษี  ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือการปรับขึ้นค่าลดหย่อน 4 รายการ ในอนาคต ประชาชนผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็กจะได้รับการยกเว้นภาษีโดยปรับค่ายกเว้นสูงขึ้น

 

          ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคม เมื่อปี 2559 ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สิ่งที่ประชาชนทุกคนกังวลมากที่สุดก็คือ ปัญหาราคาบ้านที่สูงเกินไป ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล ภาระการเลี้ยงดูบุตรที่หนักหน่วง เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม และการแพร่ระบาดของยาเสพติด ระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมในรอบด้านจะต้องลงมือทำอีกมากมาย ดังนั้น ในช่วงสองปีนี้ เราจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมที่สมบูรณ์

          สำหรับปัญหาความเท่าเทียมในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในสังคม ได้เริ่มดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ขณะนี้มีทั้งที่ก่อสร้างเสร็จและอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง รวมกว่า 24,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับที่จะเริ่มก่อสร้างในภายหลัง ภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนมากเกือบ 35,000 ยูนิต สำหรับกรุงไทเปและนครนิวไทเปซึ่งมีปัญหารุนแรงที่สุด ในช่วงเกือบ 2 ปีมานี้ มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วกว่า 5,400 ยูนิต ในจำนวนนี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจตราแล้วบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือปริมาณล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกพึงพอใจ

          ระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่เป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างเร่งนั้น ขณะนี้ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 2.0” เพียงโทรไปที่สายด่วน 1966 จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ เราได้ขยายขอบเขตและกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการ และยังมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทำให้มีผู้สมัครใจเข้ามาให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้น เพิ่มการให้บริการมากขึ้น เติมเต็มความต้องการของครอบครัวที่ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จากความพยายามเหล่านี้ ทำให้จำนวนผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในช่วง 1 ปีมานี้

           สำหรับปัญหาอัตราการเกิดต่ำได้กลายมาเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากเราจะมอบเงินเบี้ยเลี้ยงอุดหนุนให้แล้ว ยังมีการจัดตั้ง “ระบบการดูแลเด็กกึ่งภาครัฐ” เพื่อพัฒนาเป้าหมายในการดูแลเด็กและให้การศึกษาของภาครัฐไปอีกขั้น ปัจจุบัน ระบบการดูแลเด็กและเนอสเซอรีกึ่งภาครัฐ สามารถให้บริการรับเลี้ยงเด็กในราคาย่อมเยาได้มากถึง 56,000 คน เพิ่มขึ้นจากในอดีตเป็นอย่างมาก เป้าหมายของเรามีความชัดเจนในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

          สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลนั้น เราได้นำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้แนวโน้มของการก่ออาชญากรรมมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัด เรายังได้ดำเนินการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมและการต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งล่าสุดปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้ใช้กฏหมายฉบับแก้ไขว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม มาดำเนินการปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มมิจฉาชีพและการกระทำความผิดอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 1,300 ราย

          ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของการดำเนินมาตรการต่อต้านยาเสพติดในชุมชน มีการจักุมยาเสพติดได้ปริมาณสูงถึง 9,700 กิโลกรัม จับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้เสพได้กว่า 1,900 ราย ในช่วงระยะเวลา 4 ปี กเราทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญ ดำเนินยุทธศาสตร์ใหม่ของการต่อต้านยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครืยข่ายยาเสพติดออกจากสังคม

 

          พี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลทุกคน ประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางในการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนไปของโลก และทำให้ไต้หวันยังยืนหยัดอยู่ในจุดนี้ได้

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต เพราะเมื่อเราส่งมอบประเทศต่อให้แก่คนรุ่นหลัง เขาจะไม่จะต้องเจอกับภาระและความยากลำบากที่มากขึ้น ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเรามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปฏิรูปประเทศ ประเทศจำเป็นต้องก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

          ด้านการปฏิรูปเงินบำนาญ เราไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิม เพราะเราไม่สามารถทำให้คนทุกยุคสมัยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตทางการเงิน

          การเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ก็ไม่สามารถก้าวถอยหลัง นี่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อนครนิวไทเปและเมืองผิงตงที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่เท่านั้น แต่เป็นทำให้ประชาชนทุกคนทุกยุคที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ปลอดจากการคุมคามของภัยพิบัตินิวเคลียร์

          การเปลี่ยนผ่านกระบวนการความเป็นธรรมยิ่งไม่สามารถก้าวถอยหลังได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารรัฐบาลในอดีต ตอนนี้รัฐบาลต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อชี้แจงความจริงและเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างได้

          การปฏิรูปอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด แต่อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า คนรุ่นต่อๆ ไป จะสัมผัสรับรู้ได้และรู้สึกขอบคุณที่เราเลือกทางเดินนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ทดสอบความเป็นผู้นำ ข้าพเจ้าจะแบกรับภาระความรับผิดชอบนี้ เพื่อนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

          ในช่วงท้ายนี้  ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับตัวแทนที่นำร้องเพลงชาติในวันนี้ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เสมือนเป็นผู้ดูแลประภาคาร

         ชายฝั่งทะเลทุกแห่งในไต้หวันมีประภาคารตั้งอยู่ทั้งหมด 36 ประภาคาร และจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลประภาคาร เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัยให้กับการเดินเรือในท้องทะเล ข้าพเจ้าใคร่ขอเป็นตัวแทนของประเทศ กล่าวขอบคุณทุกท่าน ที่ยอมอดทนต่อความเหงาและความยากลำบาก เพื่อส่องแสงสว่างในกับการเดินเรือกลับเข้าฝั่ง

          ไต้หวันก็เปรียบเสมือนประภาคารแห่งหนึ่ง ที่พวกเราได้มีการเปลี่ยนผ่านของระบอบประชาธิปไตย ไม่เพียงส่องแสงสว่างให้กับตนเองในความมืดเพื่อก้าวผ่าน แต่สำหรับคนที่กำลังตามหาประชาธิปไตยทุกคน เราก็พร้อมช่วยเป็นแสงสว่างในความมืดให้ ดังนั้นพี่น้องพ้องเพื่อนในฮ่องกง ในจีนแผ่นดินใหญ่ และทุกพื้นที่ทั่วโลก ที่กำลังตามหาประชาธ (more)

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ในชุด A Time For Everything และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ (陳潔儀) ในชุด A Time For Everything

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (กัวเหยียนฝู่ได้รับเชิญให้ไปจัดนิทรรศการภาพวาดที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ / เซียวจิ้งเถิงเจ็บตัวก่อนขึ้นเวทีอีกแล้วที่เสินเจิ้น แต่เจ้าตัวแสดงสปิริตจัดเต็มให้กับแฟนเพลงเหมือนเคย / โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนมองที่มุมซ้ายล่างกันหมด / หลี่ฉุนลูกหลี่อันได้รับเชิญให้เป็นกรรมการในเทศกาลภาพยนตร์ผิงเหยา)

 

เฉินเจี๋ยอี๋กับอัลบั้มเพลงชุด A Time For Everything

 

กัวเหยียนฝู่หันหลังให้วงการบันเทิงไปเอาดีทางการวาดภาพ จนได้รับการติดต่อจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ให้ไปเปิดนิทรรศการถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว

 

โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนไปสนใจมุมซ้ายล่างกันหมด

 

เซียวจิ้งเถิง (蕭敬騰) จัดเต็มเหมือนเคยบนเวทีคอนเสิร์ตที่เสินเจิ้น คราวนี้แอบเซ็กซี่เล็กๆด้วย

 

หลี่ฉุนลูกชายของอังลี

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น! สมาชิกในครอบครัว 3 คนจาก 6 คน เกิดโดยธรรมชาติในวันชาติ 10 ตุลาคม 

          ครอบครัวตระกูลพัน ที่เมืองฮัวเหลียน เป็นครอบครัวที่ดวงสมพงษ์กับวันชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ สมาชิกครอบครัว 6 คน มี 3 คนเกิดในวันชาติ ได้แก่นางจางผู้เป็นแม่ บุตรคนที่ 2 และสมาชิกคนล่าสุดเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ด้วยการคลอดตามธรรมชาติ ผู้เป็นพ่อบอกว่า ฉลองวันเกิดพร้อมกันวันเดียว 3 คน ทำให้สะดวก นอกจากจะเป็นวันแห่งความทรงจำที่ดีแล้ว ยังมีคนร่วมอวยพรวันเกิดให้ทั้งประเทศ แถมยังประหยัดเงินค่าเค้กวันเกิดอีกด้วย กลายเป็นควันหลงของวันชาติปีนี้ที่มีสื่อรายงานกันมากที่สุด

 

สมาชิกในครอบครัวตระกูลพัน 3 คนจาก 6 คน เกิดวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน

 

ในปีนี้ นครเถาหยวนมีเด็กทารกเกิดใหม่ในวันชาติ 10 ต.ค. จำนวน 26 คน

 

2. ได้บุญเท่ากัน! วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนเข้าร่วมพิธีออนไลน์สดๆ

         ศาสนาพุทธเป็นศาสนาใหญ่ที่มีชาวไต้หวันนับถือเป็นจำนวนมาก โดยศาสนาพุทธในไต้หวันเป็นลัทธิมหายาน ซึ่งจะเน้นช่วยมหาชนให้พ้นจากความทุกข์มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงตนเอง ศาสนาพุทธในไต้หวัน มีวัดใหญ่ 4 สำนัก และจะทำพิธีสวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วประจำปี หรือพิธีกงเต็กอย่างใหญ่โต พุทธศาสนิกชนที่อยากได้บุญกุศลก็ไปร่วมพิธีได้

         บางคนที่อยากไปร่วมพิธี แต่อยู่ห่างไกล หรือติดธุระไม่สะดวก ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องไปร่วมสวดมนต์ถึงงาน ที่ผ่านมา เราสามารถฟังเทศ ฟังธรรมจากเว็บ ผ่านยูทูปได้อยู่แล้ว แต่นั่น เป็นการฟังจากแหล่งที่เขาอัพโหลดไว้ ขณะนี้ ชาวพุทธในไต้หวัน สามารถร่วมพิธีสวดมนต์อุทิศบุญกุศลแด่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะบรรพบุรุษหรือผีไร้ญาติ บำเพ็ญตน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงผ่านระบบออนไลน์สดๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่จัดงาน ท่านบอกว่าได้บุญเท่ากัน

         วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรมที่จินซาน นครนิวไทเป เตรียมจัดพิธีสวดมนต์ประจำปี ณ อุทยานพุทธศึกษาโลก ภายในวัดฝากู่ซาน ช่วงระหว่าง 25 พ.ย.-2 ธ.ค. นี้ ปีนี้ยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี แต่ที่พิเศษคือ เปิดให้สาธุชนที่มีความสนใจ แต่ไม่สามารถไปร่วมพิธีได้ สามารถร่วมพิธีสดๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยการคลิกในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ว่า ต้องการจะอุทิศบุญกุศลให้ใคร หรือต้องการจะสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง เสริมบารมีก็ทำได้ ได้บุญเหมือนกับเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่เลยทีเดียว

 

 วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนร่วมพิธีออนไลน์สดๆ ได้

 

3.      ไปท่องเที่ยวไต้หวัน ซื้ออะไรกลับบ้านใช้เองหรือฝากญาติมิตร? แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

         แผ่นมาส์กหน้าและมาส์กพอกหน้า สินค้ายอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดมือกลับไปฝากญาติมิตร ซึ่งมีเป็นร้อยยี่ห้อ สนนราคามีตั้งแต่แผ่นละ 20-1800 เหรียญไต้หวัน แต่ที่ได้รับความนิยมมักจะเป็นราคาระดับกลางคือ 25-200 เหรียญ จากสถิติพบว่า หญิงสาววัย 25-34 ปีคือลูกค้ากลุ่มใหญ่ รองลงมาคือช่วงอายุ 35-44 ปี โดยนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมซื้อแผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันมากที่สุด

         และไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวไต้หวันน่าจะจัดได้ว่าเป็นชาติที่นิยมใช้แผ่นมาส์กหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ามากกว่า 300 ล้านแผ่น

 

ชาวไต้หวันจัดเป็นชาติที่นิยมพอกหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ากว่า 300 ล้านแผ่น

 

แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน  เป็น 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

 

แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันราคาไม่แพง คุณภาพเยี่ยม ครองตลาดโลก 17%

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สภาการตรวจสอบสับ 3 กระทรวง ฐานปล่อยให้แรงงานต่างชาติเพิ่มกว่า 300,000 คนใน 8 ปี กระทรวงแรงงานโต้ ไม่กระทบโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น

       สภาการตรวจสอบของไต้หวันประกาศผลตรวจสอบการนำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากขาดการวางแผนที่รอบคอบ ทำให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้ โดยระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่นำเข้าไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน ด้วยเหตุนี้ สภาการตรวจสอบจึงมีหนังสือตักเตือน 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเศรษฐการและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ

       รายงานการตรวจสอบของสภาการตรวจสอบฉบับนี้ระบุว่า กฎหมายการจ้างงานกำหนดให้กระทรวงแรงงาน จะต้องจัดตั้งดัชนีแจ้งเตือนการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อควบคุมจำนวนแรงงานต่างชาติที่จะนำเข้าได้ในแต่ละปี ป้องกันการนำเข้าในจำนวนมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น แต่ไม่เห็นกระทรวงแรงงานจัดตั้งระบบแจ้งเตือนดังกล่าว และไม่มีการควบคุมเพดานแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้

 

       รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน เพิ่มขึ้นจาก 379,653 คน เพิ่มเป็น 692,868 คน ช่วงระยะเวลาไม่ถึง 8 ปี จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้น ถึง 313,000 คน

       และเริ่มตั้งแต่เปิดให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มจากโควตาเดิมที่ได้รับอนุมัติตามประเภทกิจการมาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ปีค.ศ. 2013 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนส.ค. ปีนี้ มีการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติในโควตาพิเศษดังกล่าวแล้ว 220,295 คน แต่นำเข้าจริงมีเพียงร้อยละ 60.9 ของจำนวนที่อนุมัติ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน

 

2. แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย สท.เรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจร

       แรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากไม่ต้องสอบใบขับขี่และแรงงานต่างชาติไม่ทราบกฎจราจร ทำให้หลายเมืองที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ประสบปัญหาเกิดความวุ่นวายด้านการจราจร มีการขี่สวนเลนฝ่าไฟแดง ซิ่งด้วยความเร็วสูง 2 คันขี่ขนานกันไป ขี่ไปด้วยคุยกันไปด้วย อันตรายมาก นอกจากนี้ยังขี่บนฟุตบาท เชี่ยวชนคนเดินบนฟุตบาทเพิ่มมากขึ้น

       อย่างที่เขตถานจื่อ และเขตต้าหย่า ในนครไทจง เนื่องจากเป็นเขตนิคมอุสาหกรรม มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และเกิดเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติขี่จักรยานไฟฟ้าแล้วเชี่ยวชนคนเดินข้างทางหลายคดี จนสมาชิกสภาเทศบาลหรือสท. นำเข้าหารือในสภา จี้เทศบาลนครไทจง จะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์กฎจราจร ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ

       นายไล่เฉากั๋ว สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจงกล่าวในสภาว่า แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า แต่มักจะเกิดอุบัติเหตุ ระยะนี้ เกิดเหตุแรงงานต่างชาติขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปเชี่ยวชนคนสูงอายุที่เดินบนฟุตบาตถึง 2 ราย อีก 1 ราย ถูกแรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าสวนเลนชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล เรียกร้องให้เทศบาล นครไทจงต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

 

สท.ไทจงเรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจรแก่แรงงานต่างชาติ

 

       ด้านกองแรงงาน นครไทจงแถลงว่า เตรียมจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านกฎจราจร ตามโรงงานและย่านที่มีแรงงานต่างชาติชุมนุมเป็นจำนวนมาก

       นอกจากคนงานเวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว คนงานไทยก็นิยมขับขี่จักรยานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ มีแรงงานไทยรายหนึ่ง ขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดง ชนกับรถบรรทุกเล็ก รถกระเด็นไปถูกคนแก่ที่เดินอยู่บนทางเดินเท้า คนงานไทยรายนี้สลบคาที่ แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องเจอค่าปรับฐานฝ่าไฟแดง และต้องชดใช้ค่ารักษพยาบาลและค่าทำขวัญให้แก่คนสูงอายุที่ถูกชนเป็นเงินหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

 แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดงและย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย

 

3. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ เดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อย 5 ราย นอนหมดสติในโรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 2 ราย

       1 ในปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพและดื่มสุราจัด ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

       ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

แรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายและพักผ่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

เที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ จะพาทุกท่านไปเที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

- เตรียมตัวไปท่องพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์สือซานหางในยามราตรีกัน

- ล่องเรือชมความงามของขุนเขาแมกไม้และสายน้ำ รับประทานปลาสดๆ แสนอร่อย และสนุกสนานไปกับเทศกาลว่าว ที่เขื่อนสือเหมินในเขตนครเถาหยวน

- นครไทจงพัฒนาคลองลวี่ชวน (綠川ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตจนได้รับรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม Good Design Award จากญี่ปุ่น

- พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์เพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

 

 คลองลวี่ชวน (綠川) แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ในนครไทจงได้รางรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมจากญี่ปุ่น

 

 พิพิธภัณฑ์สือซานหางซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของไต้หวัน จะเปิดให้เข้าชมในยามค่ำคืนระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคมนี้

 

บรรยากาศการนั่งเรือท่องเขื่อนสือเหมิน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจียอี้ จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์ขึ้นเพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

(more)

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่ง (戴資穎) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

- สองหลินแห่งไต้หวัน (หวังฉีหลิน/เฉินหงหลิน) คว้าแชมป์แบดชายคู่ในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เทียนจินได้สำเร็จ

 

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่ 7 ของปีในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

 

หวังฉีหลิน (ขวา) และเฉินหงหลิน (ซ้าย) เอาชนะเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์แบดชายคู่ในทัวร์นาเมนต์ที่ไทเปได้สำเร็จ

 

เซี่ยสูเหวยเปิดหัวได้สวยในทัวร์นาเมนต์ที่เทียนจิน

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

        ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวันอย่างหนึ่ง ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ทานอาหารรสจัดและดื่มสุรา ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพ ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

        สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เตือนเพื่อนแรงงานไทยด้วยความห่วงใยว่า ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และในเดือนกันยายนเดือนเดียว มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย แนะ 7 วิธีดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาว ได้แก่

       1. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยสวมใส่ชุดนอนที่อบอุ่นและห่มผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

       2. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ให้ได้วันละ 2 ลิตร หรืออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว รับประทานอาหารปรุงสุกแล้วให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารรสไม่จัด หลีกเลี่ยงขนมหวาน อาหารไขมันสูง เพิ่มการรับประทานผักสดและผลไม้สดที่หวานน้อย เนื่องจากมีแร่ธาตุสูง มีวิตามินเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคช่วงหน้าหนาว หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา สูบบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้โรคที่มีอยู่เดิมกำเริบขึ้นได้

       3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ผลของการออกกำลังกาย จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หัวใจมีความทนทาน

       4. หมั่นตรวจเช็กค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

       5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

       6. จัดการตนเองแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่เครียด ไม่พึ่งสุรา สารเสพติด

 

 เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

 

2. แรงงานไทยทำงานในไต้หวันครบ 12 แล้ว อยากทำงานต่อไป ประกาศหางานทำในเฟซบุ๊ก เตือน การเปิดเผยข้อมูลตัวเองในสื่อโซเชียลมีความเสี่ยงสูง และการหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ไม่ง่ายอย่างคิด นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

 การหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

3. นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี โรงพยาบาลเลิดสิน แนะให้คนงานไทยในไต้หวันดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการทานอาหารที่มีโภชนาการ หลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด นอนพักผ่อนครบ 6 ชั่วโมง ออกกำลังกาย งดเว้นแอลกอฮอลล์ บุหรี่และยาเสพติด...  

 

นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี (คนนั่งคนแรก) แนะนำวิธีดูแลสุขภาพสำหรับพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ต.ค. 61 แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่  8 ต.ค. 61

        ๑. แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค. 2561 19.00-21.30 น. ทุกครึ่งชั่วโมง 

        ๒. ประชุมร่วมกลาโหมไต้หวัน-สหรัฐฯ เป็นการประชุมภาคเอกชน รมว.กลาโหม ไต้หวัน ระบุ เแม้จะได้รับเชิญ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เนื่องจากไม่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคงมีโอกาสร่วมประชุมด้วย 

        ๓. รมว. กลาโหมไต้หวัน ย้ำเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพ รับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจวเหวินฟะแอบไปวิ่งจ็อกกิ้งตอนเช้า ในช่วงที่มาโปรโมทภาพยนตร์ในไทเป / โจลินเปิดร้านขายเค้กฟองดู / หลูกว่างจ้งคว้ารางวัลระฆังทองรายการโทรทัศน์สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายควบรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี)

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

อีกเพียงไม่กี่เดือนก็ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ ผู้คนเริ่มวางแผนเดินทางจองตั๋วเครื่องบินไปเคาท์ดาวน์ สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ไต้หวันโชคดีอีกแล้ว กองเรย ไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ ซึ่งเป็นลูกใหม่ล่าสุด เดิมมีแนวโน้มมุ่งหน้ามายังไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้กลับเลี้ยวโค้งหักศอกขึ้นเหนือไปทางเกาหลีและญี่ปุ่นตามเคย สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่เฉพาะกับไต้ฝุ่นกองเรยเท่านั้น ยังเกิดขึ้นมาแล้วกับไต้ฝุ่นหลายลูก สื่อไต้หวันบางฉบับเขาพาดหัวตามสำนวนนิยายกำลังภายในว่า ปีนี้ ไต้หวันมีวิชาระฆังทองคุ้มกาย หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 金鐘罩 (อ่านว่า จินจงเจ้า) ไต้ฝุ่นเข้าใกล้ทีไร เป็นต้องเบี่ยงเบนทิศทางไปทางอื่น ความจริงแล้ว ไต้หวันไม่มีกำลังภายในหรอก แต่เป็นเพราะปีนี้ความกดอากาศสูงในมหาสมุทรแปซิฟิกมีกำลังแรงเป็นพเศษ และตำแหน่งอยู่ค่อนไปทางทิศเหนือ ส่งผลให้โน้มน้าวไต้ฝุ่นพัดไปทางญี่ปุ่น เกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ หากตำแหน่งของความกดอากาศสูงอยู่ค่อนไปทางทิศใต้ ไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น โอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันก็จะสูงขึ้น

 

 ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี แต่มีเพียงมาเรียที่พัดเฉียดไต้หวันไป ลูกอื่นๆ เลี้ยวโค้งไปทางอื่นหมด

 

2.  เข้าสู่เดือนตุลาคม แม้ยังมีพายุไต้ฝุ่นซึ่งมักจะเกิดในฤดูร้อนอยู่ แต่อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นลง ลมหนาวจากภาคเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่แผ่ลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ อุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกและเช้า จะแตกต่างกับกลางวันถึง 10°c ทีเดียว อากาศเช่นนี้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเกิดอาการป่วยได้ โยเฉพาะคนที่เป็นป่วยเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาจกำเริบเสียชีวิตได้ง่าย ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมาเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดมีปัญหาได้

 

3. พายุฝุ่นละอองระลอกแรกที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่งผลให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 25 แห่งทางภาคตะวันตกของไต้หวันตั้งแต่นครนิวไทเปถึงนครเกาสงปรากฏสัญญานเตือนภัยเป็นสีส้มและสีแดง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน บุคคลทั่วไปควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

 อากาศเริ่มเย็นแล้ว โดยเฉพาะกลางคืนและเช้า ระวังร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไม่สบายได้ง่าย

 

4. วันพุธที่ 10 ต.ค.นี้เป็นวันชาติไต้หวัน รัฐบาลเตรียมฉลองวันชาติปีนี้อย่างยิ่งใหญ่  เริ่มจากการแสดงแสงสีเสียงที่ทำเนียบประธานาธิบดีทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ทุกคืนระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

         สำหรับพิธีฉลองวันชาติอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. และปิดฉากลงด้วยการจุดพลุฉลองวันชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสถานที่จุดพลุจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ โดยปีนี้ถึงคิวของเมืองฮัวเหลียน

         พลุที่เตรียมจะจุดในคืนวันชาติ (10 ต.ค.) ปีนี้ มีจำนวนมากถึง 30,860 ดอก ทำสถิติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้มีพลุยักษ์ขนาดความยาว 42 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม.หนัก 35 กก. จำนวน 2 ดอก เป็นไฮไลท์ของการจุดพลุฉลองวันชาติปีนี้ ซึ่งจะแบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

 ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค.นี้

 

วันชาติปีนี้ (10 ต.ค.) จะมีการจุดพลุที่เมืองฮัวเหลียน 30,860 ดอก แบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นโยบายให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ถูกวิจารณ์ว่าปล่อยให้สถานศึกษาขายบัตรประชาชน รัฐบาลโต้ว่า เข้าใจผิด จะออกใบถิ่นที่อยู่ให้ ไม่ใช่บัตรประชาชน

       สืบเนื่องจากรัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและฝีมือระดับปานกลางหรือแรงงานกึ่งฝีมือ โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาที่เป็นลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเล หลังจบการศึกษาแล้ว หากประสงค์จะทำงานและมีนายจ้างว่าจ้าง จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ และหากเป็นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีอยู่ทำงานต่อเนื่องครบ 5 ปี นักศึกษาระดับปวช. ปวส. อยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ โดยจะกลายเป็นแหล่งแรงงานกึ่งฝีมือที่สำคัญของไต้หวัน มาตรการนี้ ถูกนายเฉินป๋อจื้อ ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันวิจารณ์ว่า อาจส่งเสริมให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรของประเทศ กลายเป็นสถานฝึกอบรมแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชนที่ด้อยคุณภาพ หาเด็กนักศึกษาเข้าเรียนไม่ได้ นำเข้านักศึกษาคุณภาพต่ำจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาฝึกอบรม จากนั้นเข้าทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาบางแห่งมีสภาพการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว ทำให้เดิมขายเพียงวุฒิบัตรการศึกษา ยกระดับกลายเป็นขายบัตรประชาชน

 

 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีนักศึกษาจากกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวันจำนวน 38,000 คน

 

       ต่อคำวิจารณ์ข้างต้น นาง Kolas Yotaka โฆษกสภาบริหารชี้แจงว่า ข้อความข้างต้น เป็นความเข้าใจเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่คลาดเคลื่อน ร่างกฎหมายฉบับบี้ ไม่ได้อนุญาตให้นักศึกษาจากกลุ่มประเทศตามนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ที่เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวัน สามารถขอบัตรประชาชนของไต้หวันได้ แต่จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันจนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด จึงมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1. นายจ้างมีความต้องการ ซึ่งเป็นการแสดงว่า ไต้หวันขาดแคลนบุคลากรเหล่านี้ 2. นักศึกษาเหล่านี้ จะต้องผ่านการสอบและได้รับใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง และประการที่ 3 จะต้องอยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี สำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และครบ 7 ปีสำหรับผู้จบระดับอาชีวศึกษา จึงจะมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ แต่ไม่ใช้ขอบัตรประชาชน จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะเข้าใจวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ถูกต้องของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

 วิทยาลัยอาชีวจงซานที่เกาสงเปิดรับนักศึกษาต่างชาติรุ่นแรกเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ปัจจุบันศิษย์เก่าเป็นผู้บริหารระดับสูงบ.ไฮเทคหลายแห่ง ในภาพเป็นนักษาต่่างชาติสาขาอิเลคทรอนิคส์ของวิทยาลัยแห่งนี้กำลังฝึกงานภาคปฏิบัติ

 

 

 วิทยาลัยอาชีวจวงจิ้งในนครนิวไทเป ปีนี้รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน 300 คน ส่วนใหญ่เรียนในสาขาทำอาหารและเบเกอรี่ มีการส่งไปฝึกงานในภัตตาคารต่างๆ

 

2. ไต้หวันเล็งออกมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้ นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 28,000 ครัวเรือนได้รับอานิสงส์

       กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา อนุมัติเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลัก ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสน ในวงเงิน 182 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือกึ่งหนึ่งของยอดจำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ 364 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่า มีนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้รับอานิสงส์กว่า 28,000 ครัวเรือน ในอนาคต นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาล ไม่ต้องกลัวว่าผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างจะขอลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว หรือลาหยุดพัก จะไม่มีคนมาช่วยดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยอนุบาลดูแลตลอดอีกต่อไป

 

ในอนาคต ผู้อนุบาลจะได้หยุดพักกันบ้างแล้ว โดยไต้หวันจะเริ่มใช้ระบบช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้

 

       ปัจจุบัน ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนจำนวน 236,000 คน สิ่งที่นายจ้างผวากันมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างดูแลผู้ป่วย หากมีปัญหา จะทำให้ขาดคนดูแล และมีเพียงผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี ลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเกิน 1 เดือนขึ้นไป จึงจะยื่นขอเงินช่วยเหลือเพื่อว่าจ้างผู้อนุบาลทดแทนที่จะมาดูแลผู้ป่วยชั่วคราว หากผู้อนุบาลลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวในระยะสั้น หรือลาพักผ่อน ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยดูแลตลอด จะประสบปัญหาขาดคนดูแลทันที

       นายเสวีย เจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานของไต้หวันแถลงว่า เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นมาตรการนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยในชั้นแรก จะอุดหนุนครอบครัวที่มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วยก่อน ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่อยู่คนเดียว หรือผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือเป็นคนพิการในระดับรุนแรง จากนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประเมินทบทวน ขยายครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการให้มากขึ้น   ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นอกจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว รัฐบาลได้เตรียมผู้นุบาลชาวไต้หวันที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวไว้ จำนวน 32,000 คน และคาดว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะสามารถดำเนินการได้....ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

ณ สิงหาคม 2561 มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน ตำแหน่งผู้อนุบาล จำนวน 253,679 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

เที่ยวชิวชิวในฤดูใบไม้ร่วง กับการเดินชมเทศกาลกล้วยไม้ ชิมปูวั่นหลี่ และเที่ยวประภาคารที่แหลมซานติอาโก้

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ จะพาคุุณผู้ฟังไปเที่ยวชิวชิวในฤดูใบไม้ร่วง 

      - เดินชมกล้วยไม้ในเทศกาลกล้วยไม้พันธุ์หวายจัดขึ้นที่ทำเนียบเก่าของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ระหว่างวันที่ 3 -14 ต.ค. 61

      - ขึ้นเหนือไปชิมปูที่เขตวั่นหลี่ของนครนิวไทเป

      - ตะลอนต่อไปจุดที่อยู่ตะวันออกสุดของเกาะไต้หวันเพื่อเที่ยวชมประภาคารสุดกรีซ ที่แหลมซานติอาโก้

 

เทศกาลกล้วยไม้พันธุ์หวายจัดขึ้นที่ทำเนียบเก่าของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ระหว่างวันที่ 3 -14 ต.ค. 61

 

ประภาคารทรงกรีกที่ตั้งอยู่บริเวณที่เป็นจุดตะวันออกสุดของเกาะไต้หวัน

 

ฤดูกินปูวั่นหลี่เปิดฉากขึ้นแล้ว นครนิวไทเปจัดที่จอดรถฟรีที่เฝ่ยชุ่ยวัน พร้อมมีบริการรถรับส่งระหว่างจุดจอดรถกับท่าเรือกุยข่ง/เย๋หลิ่ว

 

(more)

เก่งจริงไอ้น้อง! โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เกาหลีใต้

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เก่งจริงไอ้น้อง! โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เกาหลีใต้

- เซี่ยสูเหวยอดเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในเทนนิสหญิงคู่ที่อู่ฮั่นอย่างน่าเสียดาย

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1) ไต้หวันเป็นประเทศเดียวที่จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติที่อดีตเคยเดินทางไปทำงานภาคการผลิตที่ไต้หวัน ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายใด ช่วงเวลาไหน? เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยของไต้หวันได้ ในอัตราอายุงาน 1 ปีจะได้ 1 เดือน

            ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา กองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันอุมัติคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยไปแล้วกว่า 300 ราย รวมเงินบำเหน็จที่ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 13 ล้านเหรียญไต้หวัน

            แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในภาคการผลิตในไต้หวัน เช่นในโรงงาน ไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวน กว่า 480,000 คน จากยอดจำนวน 690,000 คน  (ยกเว้นลูกจ้างตำแหน่งผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน)  นายจ้างที่ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งเอาประกันภัยให้แรงงานทุกคน ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 9.5% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน (แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 22,000 เหรียญไต้หวัน) ในจำนวนนี้แรงงานรับผิดชอบ 20 % ที่เหลือนายจ้างรับผิดชอบ 70% และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% (แรงงานรับผิดชอบ 418 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 1,463 เหรียญไต้หวัน ที่เหลือรัฐบาลรับผิดชอบ 220 เหรียญไต้หวัน)

 

แรงงานต่างชาติที่เคยเดินทางไปทำงานภาคการผลิตที่ไต้หวัน เมื่ออายุครบ 60 ปี สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพของไต้หวันได้

 

2) การเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน จะ ได้รับการคุ้มครองอะไรบ้าง?

            - ได้รับเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจากการทำงาน

            - ได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพและเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต

            - ได้รับเงินสงเคราะห์กรณีทายาทสายเลือดตรงเสียชีวิต (บิดามารดา คู่สมรส และบุตร)

            - ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

 

3) คุณสมบัติและเงื่อนไขในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากประกันภัยแรงงานไต้หวัน

            1. ต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในภาคการผลิต ก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร จะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ

            2. อายุครบ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน

            3. อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนฯ ไม่ถึง 5 ปี ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนฯ สามารถรวมสะสมกันได้)

            4. วิธีและขั้นตอนในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ผู้มีสิทธิ์กรอกใบคำร้องและใบรับเงิน (อยู่ในใบเดียวกัน ขอรับได้จาก สนง.แรงงานจังหวัดในท้องที่หรือกระทรวงแรงงานไทย) ทั้งนี้ ใบคำร้องเป็นภาษาจีน แรงงานไทยผู้มีสิทธิ์ ให้กรอกชื่อ และบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ (ตามชื่อในหนังสือเดินทางเล่มเดิม)

            5. แนบหลักฐานแสดงตนดังนี้

            - สำเนาหนังสือเดินทาง (เล่มเก่าๆ)

            - สำเนาใบถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC (ใบเก่าๆ)

            - หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่เปิดบัญชี

            - สำเนาทะเบียนบ้าน

 

4) เอกสารที่กล่าวมาทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน การสะกดชื่อของผู้ยื่นขอ ต้องตรงตามในหนังสือเดินทาง และผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ยกเว้นสำเนาใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC)  ซึ่งเป็นเอกสารของราชการไต้หวัน ไม่ต้องแปลและผ่านการรับรอง (ข้อแนะนำ ควรเก็บสำเนาหรือใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC) เก่าๆ ไว้ทุกใบ เพื่อความสะดวกในการตรวจหาข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงาน)

 

ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยไปแล้ว กว่า 300 ราย มูลค่ากว่า 10 ล้าน NT$

 

5) หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ (ไต้หวัน) ที่สำนักงานแรงงานไทเป 02-27011413 (ไทย) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงานไทย 0-22321242

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 1 ต.ค. 2561 อาร์ทีไอ ฉลองวันเกิด 90 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 1 ต.ค. 2561

          1. อาร์ทีไอ ฉลองวันเกิด 90 ปี คึกคัก เต็มไปด้วยความหมาย 

ปธน.ไช่อิงเหวินเผย หากมองไม่เห็นความยั่งยืนของไต้หวัน ก็จะไม่มีความยั่งยืนที่แท้จริงบนโลก

         เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน 2561 ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (蔡英文) เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน International Conference on Achieving Sustainability in Asia-Pacific (ASAP) ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 สถานีวิทยุอาร์ทีไอ (Radio Taiwan International) ภายใต้ประเด็นเรื่อง “การนับถอยหลังของโลก และเสียงจากสื่อมวลชน” โดยประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้กล่าวในระหว่างการเปิดงานว่า พวกเรามีความเชื่อมั่นง่ายๆ ว่าโลกใบนี้ไม่มีแบ่งแยกเธอกับฉัน และมีเพียงไต้หวันเท่านั้นที่ยังยั่งยืนอยู่ได้บนความไม่ยั่งยืน ขณะเดียวกันหากนานาชาติมองไม่เห็นความยั่งยืนของไต้หวัน ก็จะไม่มีความยั่งยืนที่แท้จริงบนโลก ดังนั้นไต้หวันจึงยืนหยัดที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้ต่อไป เราต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนจนทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่พัฒนาได้อย่างยั่งยืนบนโลกใบนี้ และทำให้ไต้หวันสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในบริบทต่างๆ ของประชาคมโลก

        ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินอีกกล่าวว่า  ตลอดสองปีที่ผ่านมาไต้หวันใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อดำเนินนโยบายตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานหรือการเลือกใช้พลังงานทดแทนของหน่วยงานภาครัฐ หรือการจัดตั้งหน่วยงาน National Sustainable Development Network ของสภาบริหารไต้หวัน เพื่อร่างแผนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้บรรลุตามเป้าหมาย  และมีการปรับแก้มาตรการในระดับการปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนนโยบายหลักด้วย

        นอกจากนี้ประธานาธิบไช่อิงเหวินยังได้กล่าวถึงสถานีวิทยุอาร์ทีไอเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีว่า ประวัติศาสตร์กว่า 90 ปีของสถานีวิทยุอาร์ทีไอเป็นเหมือนอีกหน้าประวัติศาสตร์ของไต้หวัน เพราะสถานีวิทยุอาร์ทีไอมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกับระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน วันนี้สถานีอาร์ทีไอนอกจากจะเป็นองค์กรสื่อเก่าแก่ที่พัฒนาตัวเองเข้าสู่ยุคอินเตอร์เนตและสื่อออนไลน์แล้ว ก็ยังมีการลงทุนในภาษาต่างประเทศเพื่อเปลี่ยนผ่านฟังก์ชั่นการรับฟังรายการให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัลที่มีทั้งภาพและเสียงอย่างสมบูรณ์ด้วย

          2. เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ ปลายปีนี้งวดเข้ามาทุกขณะ ทุกพรรคระดม สส. ลงพื้นที่ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสวี่หรูหยุน ในชุด 綻放的綻放的綻放 (Fraya) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสวี่หรูหยุน ในชุด 綻放的綻放的綻放 (Fraya)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลินจื้ออิ่งโพสภาพบน IG บอกไปหาของกินยามดึก แต่ชาวเน็ตกลับเห็นอะไรบางอย่างในรูป / ข่งลิ่งฉีโพสต์ภาพหวานแหววกับแฟนสาวพร้อมอวดแหวนหมั้น)

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. 61 - หมั่นโถวดอกกุหลาบ

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว หมั่นโถวดอกกุหลาบ ขนมบ้านๆ แต่มีไอเดียในการสร้างสรรค์จนทำให้ฮอตฮิตมาก มีออร์เดอร์ใบสั่งซื้อล่วงหน้ายาวไปจนถึงสิ้นปี ที่นครไถหนาน

 

 

 

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น เฉลี่ย 80.4 ปี ติดอันดับแถวหน้าของโลก ชาวกรุงไทเปอายุยืนสุด 83.6 ปี ไถตงต่ำสุด 75.5 ปี

       กระทรวงมหาดไทยไต้หวันประกาศตารางชีพแบบย่อประจำปี 2560 ปรากฏว่า ชาวไต้หวันมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 80.4 ปี โดยเพศหญิงมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี ผู้ชาย 77.3 ปี ทำสถิติใหม่ทั้งคู่ ตัวเลขนี้ต่ำกว่าญี่ปุ่น สเปน สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์ แต่สูงกว่าอายุขัยเฉลี่ยของโลก

       ตารางชีพแบบย่อประจำปี 2560 ของกระทรวงมหาดไทยพบว่า อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไต้หวันอยู่ที่ 77.3 ปี น้อยกว่าผู้ชายญี่ปุ่น แต่มากกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของผู้ชายทั่วโลกถึง 10.6 ปี ส่วนผู้หญิงที่มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี ก็สูงกว่าตัวเลขโดยเฉลี่ยของโลก 8.7 ปี

       หากดูจากเขตพื้นที่ เมืองในไต้หวันที่มีอายุยืนยาวที่สุดได้แก่ กรุงไทเป มีอายุขัยโดยเฉลี่ยสูงถึง 83.6 ปี รองลงมาเป็นนครนิวไทเป 81.17 ปี เมืองซินจู๋  80.9 ปี เถาหยวน 80.7 ปี นครไทจง 80.34 ปี ไถหนาน 79.73 ปี เกาสง 79 ปี ส่วนเมืองที่ประชากรอายุยืนยาวน้อยสุดในไต้หวัน ได้แก่เมืองไถตง เฉลี่ย 75.5 ปี อายุสั้นกว่าชาวกรุงไทเป 8.1 ปี

อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไต้หวันอยู่ที่ 77.3 ปี มากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ชายทั่วโลกถึง 10.6 ปี ส่วนผู้หญิงที่มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี มากกว่าค่าเฉลี่ยของโลก 8.7 ปี

 

       สาเหตุที่ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น กระทรวงมหาดไทยวิเคราะห์ว่า มาจากความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์ ประชาชนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น นิยมออกกำลังกายมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างในกรุงไทเป มีระบบขนมวลชนที่สะดวกรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมาก ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ไปมาสะดวก ระหว่างขึ้นลงรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง ส่วนใหญ่จะใช้เดินเพราะห่างกันไม่ไกล รวมทั้งมีสวนสาธารณจำนวนมาก มีศูนย์ออกกำลังกายของรัฐทุกเขตพื้นที่และมีจักรยานสาธารณะราคาถูกและสะดวกมีแทบทุกที่ ประกอบกับมีโรงพยาบาลได้มาตรฐานโลกมากมาย รวมถึงมีคุณชีวิตที่ดี ทำงานช่วงเช้า 09.00  น. ตื่น 07.30 น. ทานอาหารเช้าแล้วค่อยออกบ้านไปทำงานสบายๆ

 

 

2. ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนของคนไต้หวันทะลุหลัก 800,000 NT$ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

       สำนักสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวันสาธารณรัฐจีนเผยแพร่สถิติค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาพบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนทั่วไต้หวันประจำปี 2560 อยู่ที่ 811,670 เหรียญไต้หวัน ทะลุหลัก 800,000 เหรียญเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และทำสถิติใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เทียบกับปี 2559 เพิ่มขึ้น 4.49%  โดยกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือน 1,080,000 NT$ สูงที่สุดในไต้หวัน เฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 90,000 NT$  เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5,000 NT$ ตามมาด้วยเมืองซินจู๋มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือน 1,010,000 NT$

 

 

สำหรับนครใหญ่แห่งอื่นๆ ของไต้หวันนอกเหนือจากกรุงไทเป อาทิ นครนิวไทเปมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนอยู่ที่ 820,000 NT$ เถาหยวน 880,000 NT$ ไทจง 850,000 NT$ และไถหนาน 710,000 NT$

       ทั้งนี้ รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดของคนไต้หวันคือ ค่าที่พักอาศัยและค่าไฟค่าน้ำคิดเป็น 19.4% รองลงมาคือค่าอาหารเครื่องดื่ม 12.7%

       สำหรับกรุงไทเปเมืองที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนสูงที่สุดในไต้หวันนั้น รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดของคนไทเปคือ ค่าที่พักอาศัย โดยเป็นค่าเช่าบ้านกับค่าผ่อนบ้านสูงที่สุดเดือนละ 23,300 NT$ รองลงมาคือค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเฉลี่ยเดือนละร่วม 3,000 NT$ ส่วนชาวเมืองซินจู๋ รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดคือค่าอาหารที่ทานในร้านอาหารกับค่าโรงแรมเฉลี่ยเดือนละร่วม 10,000 NT$ สูงที่สุดในไต้หวัน และตามมาด้วยค่ายานพาหนะปีละ 6,7921 NT$ แพงกว่าชาวไทเปที่มีค่ายานพาหนะแค่ปีละ 4,700 กว่า NT$ เท่านั้น

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

จัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

 

       - 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันครูในไต้หวัน ขอให้คุณครูทุกท่านสุขภาพแข็งแรงมีความสุขมากๆ นะครับ

       - ดอกเหลืองโกเมนเริ่มบานสะพรั่งทั่วไทเป กับจุดชมดอกไม้ยอดฮิต

       - ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม - 17 พฤศจิกายนนี้ ทุกๆ คืนวันเสาร์จะมีการยิงพลุและแสดงดนตรีที่ทะเลสาปสุริยันจันทรา เตรียมจัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากันเลยครับ 

 

บรรยากาศการชมพลุเคล้าเสียงดนตรีที่ทะเลสาปสุรยันจันทรา

 

บรรยากาศในการซ้อมพิธีเซ่นไหว้ขงจื้อ ที่ศาลขงจื้อกรุงไทเป

 

ดอกเหลืองโกเมน (ไถวันหร่วนซู่) เปลี่ยนสี ถือเป็นสีสันสุดสวยแห่งฤดูใบไม้ร่วงของไต้หวัน

 

ดอกเหลืองโกเมนแสนสวย ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ร่วงในไต้หวัน

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เปิดให้แสดงความเห็นถึง 5 ต.ค. นายจ้างส่วนใหญ่เห็นว่ากำหนดค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือสูงเกินไป เกรงกลายเป็นวาดวิมานกลางอากาศ

        เพื่อจะแก้ปัญหาอัตราการเกิดตกต่ำและนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการยกระดับอุตสาหกรรม ไต้หวันได้ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ดึงดูดบุคลากรและกำลังแรงงานต่างประเทศให้ย้ายถิ่นมาพำนักและทำงานที่ไต้หวัน โดยร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ อยู่ในขั้นตอนประกาศให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็นมาตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม กำลังจะครบ 2 เดือน หมดเขตเปิดให้แสดงความเห็นในวันที่ 5 ต.ค. นี้ จากนั้นเตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติภายในเดือนต.ค.นี้

 

ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่จะเปิดให้แสดงความเห็นถึง 5 ต.ค. นี้ จากนั้นจะส่งสภานิติบัญญัติพิจารณาปลายต.ค.

 

      คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เชิญชวนทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น เพื่อให้นโยบายดึงดูดบุคลากรต่างชาติดังกล่าวมีความครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุด ทั้งนี้ นับตั้งแต่ประกาศให้ประชาชนแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. เป็นต้นมา ได้จัดทำประชาพิจารณ์ โดยเชิญชวนตัวแทนผู้ประกอบการ กลุ่มแรงงาน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการมาร่วมแสดงความเห็นไปแล้ว 4 รอบ ประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจมี 3 ข้อ ในจำนวนนี้ ประเด็นที่มีเสียงถกเถียงมากสุดได้แก่ เงื่อนไขค่าจ้างของแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปและนายจ้างยินยอมจ่ายค่าจ้าง 41,393 เหรียญไต้หวัน ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ ฝ่ายผู้ประกอบการและฝ่ายแรงงานเกิดความเห็นแบ่งแยกออกเป็น 2 ขั้ว โดยตัวแทนฝ่ายผู้ประกอบการเห็นว่าสูงเกินไป โอกาสที่นายจ้างจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้วยเงินเดือนนี้มีน้อย ต้องการให้ปรับลดลง เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลสามารถนำไปปฏิบัติได้ ส่วนทางด้านตัวแทนกลุ่มแรงงานมีความเห็นตรงกันข้าม พวกเขาเห็นว่า ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานกึ่งฝีมือตั้งไว้ที่ 41,393 เหรียญไต้หวัน ถือว่าเหมาะสมแล้ว ไม่ควรจะปรับลดลง เพื่อไม่ให้นโยบายยกระดับแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือเป็นแรงงานกึ่งฝีมือกระทบโอกาสทำงาน และจะเป็นตัวฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ

        ด้านคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกล่าวว่า  ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเปิดให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น หากมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ก็จะพิจารณาปรับแก้ โดยจะสิ้นสุดการเปิดให้แสดงความคิดเห็นในวันที่ 5 ต.ค. นี้ จากนั้น จะรวบรวมความเห็นและข้อเสนอส่งให้สภาบริหารพิจารณาอนุมัติ และคาดว่า จะสามารถส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะบรรจุเป็นญัตติเร่งด่วนที่สภาฯ จะเร่งพิจารณา คาดจะรูผลก่อนสิ้นปี 2561...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

นายจ้างส่วนใหญ่เห็นว่า กำหนดค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือสูงเกินไป เกรงกลายเป็นวาดวิมานกลางอากาศ

 

2. ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน มีจำนวนกว่า 730,000 คน แต่ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรมีเพียง 14,400 คนเท่านั้น

      เพื่อจะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานและบุคลากรที่มีทักษะฝีมือ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับในภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลโดยคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติได้ผลักดันการร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันให้ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือนั้น จากสถิติล่าสุดของกระทรวงมหาดไทยพบว่า ณ วันที่ 31 ก.ค. 2561 ในไต้หวันมีชาวต่างชาติทำงานอยู่อย่างถูกกฎหมาย  ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ 730,844 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติทั่วไป 625,769 คน ที่เหลือเป็นผู้บริหาร วิศวกร ช่างเทคนิค ครูและผู้เผยแพร่ศาสนา ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นกว่าปี 2551 จำนวน 300,000 คน อย่างไรก็ตาม มีผู้ยื่นขอและได้รับใบถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ถาวรเพียงแค่ 14,448 คน มากกว่าปีที่แล้วประมาณ 1,000 คน เป็นการแสดงว่า รัฐบาลจะต้องเพิ่มความพยายามในอันที่เพิ่มจำนวนชาวต่างชาติที่ได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรให้มากขึ้น

      ตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยพบว่า นอกจากแรงงานต่างชาติทั่วไปแล้ว ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นครู ซึ่งมีจำนวน 5,935 คน รองลงมาเป็นนักธุรกิจและผู้บริหาร 5,234 คน วิศวกร 2,888 คน นักสอนศาสนา 1,375 คน แพทย์ 463 คน

      สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรแล้ว ซึ่งมีจำนวน 14,448 คน ถือสัญชาติญี่ปุ่นมากที่สุด มีจำนวน 2,379 คน สหรัฐอเมริกา 2,019 คน   

 

ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน มีจำนวนกว่า 730,000 คน แต่ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรมีเพียง 14,400 คนเท่านั้น

 

3. แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายคลอดลูกแล้วทิ้ง สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติ 171 คน

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 31 ก.ค. มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 51,999 คน ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง 31,702 คน และส่วนใหญ่หรือ 20,110 คน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 63 เป็นแรงงานหญิงอินโดนีเซีย เมื่อมีแรงงานผิดกฎหมายมากขึ้น ปัญหาต่างๆ ที่ตามมาก็เพิ่มขึ้น ในจำนวนนี้ มีปัญหาสังคมหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ นั่นคือเด็กไร้สัญชาติที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งอย่าว่าแต่การเลี้ยงดูเด็กในภายหลังเลย แม้แต่ค่าใช้จ่ายทำคลอดในโรงพยาบาลก็ไม่มีจะจ่าย คุณแม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จะใช้วิธีคลอดลูกเสร็จแอบหนีจากโรงพยาบาล ทิ้งลูกไว้เป็นภาระของโรงพยาบาล รายงานกล่าวว่า แต่ละสัปดาห์จะมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 ราย แต่ละเดือนมีเด็กทารกไร้สัญชาติเกิดใหม่อย่างน้อย 5 คน

 

สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย (ภาพจาก Storm Media)

 

      เด็กเหล่านี้ ทางโรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ได้แต่แจ้งหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่น รับไปเลี้ยงดูตามสถานสงเคราะห์เด็กของรัฐบาล หรือสถานรับเลี้ยงดูเด็กไร้สัญชาติขององค์กรการกุศลเอกชน อย่างสมาคมบ้านปรองดอง หรือ Harmony Home Association (台灣關愛之家協會) ซึ่งเป็นองค์การกุศลที่ช่วยเหลือเด็กที่ติดเชื้อเอดส์และเด็กไร้สัญชาติ ทุกวันนี้ ที่ Harmony Home Association มีเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน นอกจากค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายประจำวันของเด็กๆ แล้ว เนื่องจากคุณแม่ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็กทารกเกิดใหญ่สุขภาพอ่อนแอ ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล ทางสมาคมต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลของเด็กที่ป่วยอาการหนักด้วย อย่างเช่นก่อนหน้านี้ มีเด็กไร้สัญชาติป่วยเป็นโรคหัวใจแต่กำเหนิด ต้องรับการผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลกว่า 2,000,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ยังมีเด็กอีกหลายคน นอนรักษาอยู่ในห้องไอซียู ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เป็นภาระที่หนักอึ้งของสมาคมแห่งนี้

 

สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน

 

        หยาง เจ๋ อวี๋ ผู้ก่อตั้งสมาคมบ้านปรองดองหรือ Harmony Home Association กล่าวว่า ในจำนวนเด็กไร้สัญชาติ 171 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย และในจำนวนนี้ มี 15 คนที่ยังไม่สามารถตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดได้ ซึ่งคิดว่า ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

        ไต้หวัน ไม่ได้ให้สัญชาติเด็กเกิดใหม่ตามหลักดินแดน แต่ยึดตามหลักสายโลหิต ดังนั้นเด็กทารกที่พ่อแม่ทอดทิ้งเหล่านี้ จึงกลายเป็นเด็กไร้สัญชาติ ไม่สามารถรับสวัสดิการด้านสาธารณสุข หรือการศึกษาแต่อย่างใด

 

หยาง เจ๋ อวี๋ ผู้ก่อตั้งสมาคมบ้านปรองดองหรือ Harmony Home Association (ภาพจาก Storm Media)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

เตรียมจัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากัน

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันครูในไต้หวัน ขอให้คุณครูทุกท่านสุขภาพแข็งแรงมีความสุขมากๆ นะครับ

- ดอกเหลืองโกเมนเริ่มบานสะพรั่งทั่วไทเป กับจุดชมดอกไม้ยอดฮิต

- ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม - 17 พฤศจิกายนนี้ ทุกๆ คืนวันเสาร์จะมีการยิงพลุและแสดงดนตรีที่ทะเลสาปสุริยันจันทรา เตรียมจัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากันเลยครับ 

(more)

สองสาวตระกูลเซี่ยคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ที่เกาหลีใต้

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- สองสาวตระกูลเซี่ย (เซี่ยสูเหวยและเซี่ยสูอิ้ง) พ่ายดูโอเจ้าถิ่นคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ที่เกาหลีใต้ 

- โจวเทียนเฉิงและหวังจื่อเหวยผ่านเข้ารอบสบายในแบดโคเรียโอเพ่น 2018

 

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ย. 61 ไต้หวัน-นิการากัว กระชับสัมพันธ์เอกสารทางการไม่ต้องรับรอง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ย. 61

          1. ไต้หวัน-นิการากัว กระชับสัมพันธ์เอกสารทางการไม่ต้องผ่านการรับรอง ก็สามารถนำไปใช้ได้

          2. ไต้หวันเตรียมคุมเข้ม "ข่าวลือ" ที่เป็นเท็จ ในช่วงก่อนเลือกตั้งท้องถิ่น 

          3. ลงประชามติพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่น กกต. พร้อมดำเนินการ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

 

(more)

ฟังงานเพลงอมตะโดยโจวหุ้ย ในอัลบั้มเพลงชุด 不被遺忘的時光 (A Beautiful Lost Time) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังงานเพลงอมตะโดยโจวหุ้ย ในอัลบั้มเพลงชุด 不被遺忘的時光 (A Beautiful Lost Time)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (Mayday กับเวิร์ลทัวร์คอนเสิร์ตรอบออสเตรเลีย แฟนเพลงขอเพลงที่ 10 เพิ่งร้องไป 2 ครั้ง / หนุ่มเฮ่าจื่อพิธีการและนักร้องชื่อดังหยุดพักงานไป 1 ปี พาครอบครัวเที่ยวรอบโลก)

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. 61 - ไก่ทอด (จีไผ) อาหารฮอตฮิตตลอดกาลของคนไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว ไก่ทอด (จีไผ) อาหารฮอตฮิตตลอดกาลที่แทรกอยู่ในวัฒนธรรมของไต้หวัน เป็นของกินเล่นก็ดี เป็นอาหารหลักก็ได้ จากสถิติพบว่าปี 2011 ประชาชนไต้หวันซื้อไก่ทอดกินเฉลี่ยวันละ 250,000 ขิ้น ปัจจุบันนี้ปี 2018 ยิ่งกินไก่ทอดกันเยอะขึ้นอีก เป็นเฉลี่ยวัน 800,000 ชิ้น ถ้าไก่ทอดที่ขายได้มาเรียงซ้อนกันจะเท่ากับความสูงของอาคารไทเป 101 (509 เมตร) จำนวน 32 ตึกเลยทีเดียว 

 

 

 

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ย. 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

         แนะนำให้เดินทางโดยรถไฟ สะดวกและประหยัดที่สุด จากสถานีรถไฟไทเปนั่งรถไฟไปลงที่รุ่ยฟาง (瑞芳) โดยไปขึ้นรถที่ชานชาลาที่ 4  ลงรถที่สถานีรุ่ยฟางแล้วให้เดินออกมาซื้อตั๋วรถไฟไปผิงซีที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของสถานีรถไฟรุ่ยฟาง แนะนำให้ซื้อตั๋วโดยสารแบบ 1 วัน (平溪一日卷) ราคาแค่ 80 เหรียญ สามารถใช้โดยสารรถไฟสายรุ่ยฟาง-ชิงถง (瑞芳-菁桐)  ซึ่งจะวิ่งผ่านสถานีที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญได้แก่สือเฟิน (十分) ผิงซีและชิงถง สามารถแวะลงเที่ยวสถานีต่างๆ ได้ทุกสถานี จะขึ้นจะลงกี่รอบก็ได้ภายในเวลา 1 วัน

 

 

คุณอัญชันปล่อยโคมไฟmuที่ผิงซี อธิษฐานขอพรให้เพื่อนผู้ฟัง Rti มีความสุข สุขภาพแข็งแรงกันทุกคน

 

2. ไปจิบกาแฟที่คุกไถตง รับบริการชงและเสิร์ฟกาแฟจากเจ้าพ่อ มาเฟียหรือต้าเกอ

         ไปจิบกาแฟที่เรือนจำ หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่เป็นเรื่องจริง และเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม ที่ไถตงมีร้านกาแฟในเรือนจำแห่งแรกและแห่งเดียวในไต้หวัน พนักงานในร้านเป็นผู้ต้องขังหรือนักโทษ ทำหน้าที่เป็นพนักงานชงและพนักงานเสิร์ฟกาแฟ อาคารสีขาวรูปทรงยุโรป ท่ามกลางผืนหญ้าเขียวขจี หากไม่บอกก่อน คนส่วนใหญ่คิดว่า เป็นภัตตาคารหรือรีสอร์ตเปิดใหม่

         เรือนจำแห่งนี้ ชื่อว่าเรือนจำอู่หลิงไว่อี้เจียนอวี้ (武陵外役監獄) ซึ่งเป็นสถานบำบัดยาเสพติดและเป็นเรือนจำพิเศษสำหรับจำคุกนักโทษดีเด่น ดูแลมีพื้นที่กว้าง 50 ไร่ ปลูกต้นกาแฟ 12,000 ต้น และยังมีพืชผลอย่างอื่นๆ เช่นสับปะรด ซึ่งล้วนเป็นการเพาะปลูกแบบปลอดสารเคมีทั้งสิ้น เรือนจำแห่งนี้ เดิมเป็นฟาร์มเกษตรอยู่แล้ว นักโทษในเรือนจำ ซึ่งมีกว่า 500 คน กลางวันทำงานเกษตร เลี้ยงกวาง กลางคืนกลับมาพักที่เรือนจำ มีรายได้และมีอิสรภาพดีกว่าจำคุกอยู่ในเรือนจำทั่วไป เพื่อให้นักโทษมีงานทำและมีรายได้ ทางเรือนจำเปิดร้านกาแฟ โดยมีการสอนและฝึกอบรมนักโทษให้เป็นผู้ดูแลต้นกาแฟ เก็บเกี่ยว อบแห้ง ชงและเป็นพนักงานเสิร์ฟกาแฟ จนเมื่อปี 2559 กาแฟสดจากร้านกาแฟเรือนจำแห่งนี้ ได้รับรางวัลคุณภาพเยี่ยมจากงานประกวดกาแฟอินทรีย์เมืองไถตง ในร้านกาแฟ ยังมีฟ่งหลีซู (鳳梨酥) หรือพายสับปะรด คุกกี้และเค้กที่นักโทษผลิตเองบริการลูกค้าด้วย แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวไปใช้บริการประมาณ 100-150 คน นอกจากจิบกาแฟและทานอาหารว่างในร้านแล้ว ยังสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ด้วย

         ที่สนามหญ้าหน้าร้านกาแฟ มีประติมากรรมขนาดใหญ่ที่หมุนรอบ 360 องศา ไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ เช็คอินได้ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจ หากใครที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ ไม่เพียงแต่ทิวทัศน์สวยงาม มีกวางให้ชม ยังมีกาแฟสดหอม พายสับปะรด คุกกี๊และเค้กอร่อยให้ทาน ที่สำคัญ กาแฟสดที่นี่ ปลูก ชง และเสิร์ฟโดยต้าเกอ หรือนักโทษที่อดีตเป็นเจ้าพ่อมาเฟียมาก่อน

 

ร้านกาแฟในคุกไถตง แห่งเดียวในไต้หวัน ให้บริการชงและเสิร์ฟกาแฟโดยเจ้าพ่อ มาเฟียหรือต้าเกอ

 

อาคารด้านนอกของร้านกาแฟในคุกไถตง

 

 

ผู้ต้องขัง อดีตเจ้าพ่อ มาเฟียหรือต้าเกอ ผันตัวมาเป็นพนักงานชงและเสิร์ฟกาแฟ

 

เรือนจำไถตง มีทิวทัศน์สวยงาม อากาศสดใส เป็นแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ

 

อุโมงค์สีเขียว ทางก่อนถึงเรือนจำไถตง

 

3.  ไปนั่งรถกระเช้าเมาคง (貓空) ชมวิวใกล้สวนสสัตว์ไทเป ซึ่งลดราคารับเทศกาลไหว้พระจันทร์ จะได้รับส่วนลดจาก 120 เหรียญไต้หวัน เหลือเพียง 50 เหรียญไต้หวันสำหรับตั๋วเที่ยวเดียว ส่วนตั๋วไปกลับลดเหลือ 100 เหรียญไต้หวัน จากปกติ 240 เหรียญไต้หวัน ชิมอาหารเลิศรสที่ทำจากใบชา ชมคอนเสิร์ตสดและการแสดงจากนักร้องนักแสดงที่เป็นศิลปินเปิดหมวกที่ลานหน้าศาลเจ้าจื่อหนานกง (指南宮) ในวันไหว้พระจันทร์ (24 ก.ย.) เวลา 18.00-20.00 น.

 

 

นั่งรถกระเช้าเมาคง (貓空) ชมวิวในช่วงหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ประหยัดสุดๆ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตรียมตัดโควตาสถานประกอบการที่เกิดไฟไหม้หรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติเสียชีวิต และใน 2 ปีห้ามยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติรายใหม่

        ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ในไต้หวันเกิดเหตุไฟไหม้หอพักหลายครั้ง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติเสียชีวิตไปถึง 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 6 ราย คนงานไทย 2 ราย กระทรวงแรงงานแถลงว่า ในอนาคต สถานประกอบการใดเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จนเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติเสียชีวิต จะเพิกถอนโควตาการว่าจ้างแรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่ง และภายในเวลา 2 ปี ห้ามยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติรายใหม่

        กระทรวงแรงงานจัดประชุมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาข้อเสนอของกลุ่ม NGO ที่เรียกร้องให้แยกหอพักออกจากโรงงาน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพของที่พักอาศัย ด้วยการปรับพื้นที่พักของหอพัก จากเดิมที่กำหนดให้แรงงานต่างชาติแต่ละคนต้องมีพื้นที่พักโดยเฉลี่ย 3.2 ตร.ม. เป็น 4.6 ตร.ม. สัดส่วนห้องน้ำห้องสุขาต่อแรงงานต่างชาติจากเดิมที่กำหนดให้แรงงานต่างชาติทุก 15 คน จะต้องมีห้องน้ำและห้องสุขาไม่ต่ำกว่า 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมีห้องน้ำห้องสุขา 1 ห้อง โดยมีกำหนดจะประกาศตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม แต่จนถึงปลายเดือนกันยายนก็ยังไม่มีการประกาศ

 

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน (CHIN POON INDUSTRIAL) สาขาผิงเจิ้น ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าหรือ PCB รายใหญ่ของโลก เมื่อปลายเดือนเมษายน 2560 เป็นเหตุให้แรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย

 

        สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา กระทรวงแรงงานได้ทำการแปลแผนการดูแลและบริหารแรงงานต่างชาติของนายจ้างเป็นภาษาไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และโพสในเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานเพื่อให้ผู้สนใจดาวน์โหลดมาดูได้ และช่วงระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. – 28 ส.ค. กองแรงงานท้องที่ 14 เมืองได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยในสถานประกอบการและหอพักของโรงงานที่เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้ว 70 แห่ง นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องแนบใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านสาธารณะของสิ่งปลูกสร้างและใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ขณะที่รายงานการเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน และเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ กรณีที่ขนาดหอพักไม่ถึงระดับที่ต้องมีใบรับรอง จะต้องมีการติดตั้งระบบเตือนอัคคีภัยตามกฎหมาย โดยมาตรฐานหอพักแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ จะให้โอกาสนายจ้างปรับตัวเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นหากยังไม่ได้มาตรฐาน จะถูกลงโทษ หนักสุดถูกเพิกถอนสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติ

      ส่วนประเด็นแยกหอพักออกจากโรงงาน เนื่องจากเกี่ยวพันในวงกว้าง กระทรวงแรงงานได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเศรษฐการมาร่วมประชุมหารือแล้ว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหล่านี้แสดงความเห็นและข้อเสนอ ซึ่งช่วงนี้ทยอยได้รับหนังสือตอบจากหน่วยงานต่างๆ จากนั้น ยังต้องรวบรวมความเห็นและกำหนดมาตรการ ดังนั้น การแยกหอพักออกจากโรงงาน จึงยังไม่สามารถจะมีข้อสรุปได้...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

เหตุเพลิงไหม้หอพักโรงงานซิแคนที่เขตหลูจู๋ เถาหยวน คร่าชีวิตแรงงานเวียดนามไปถึง 6 คน

 

2. สังคมไต้หวันผวาอาชญากรรมแรงงานต่างชาติพุ่ง แต่สำนักงานตำรวจชี้ อัตราการก่ออาชญากรรมของแรงงานต่างชาติในไต้หวันมีเพียง 0.91%

      ข่าวการก่อคดีของแรงงานต่างชาติ ปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีเป็นประจำ ให้ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยผวากันว่า แรงงานต่างชาติสร้างปัญหาให้กับสังคม และมีความเห็นว่าแรงงานต่างชาติเป็นบ่อเกิดปัญหาอาชญากรรมแหล่งใหญ่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจ ต่างโชว์ตัวเลขสถิติ แม้ข่าวการรายงานของสื่อมวลชนจะเพิ่มมากขึ้น แต่สภาพความเป็นจริง อัตราการก่อคดีอาชญากรรมของแรงงานต่างชาติ อยู่ในอัตราต่ำมาก ขอให้ประชาชนอย่างได้กังวล

      กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติว่า ณ สิ้นปี 2560 ที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติ ทั้งในภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคม มีทั้งหมด 1,850 คน หากคิดจากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในขณะนั้น ซึ่งมีจำนวน 676,142 คน แรงงานต่างชาติทุก 1,000 คน ไม่ถึง 3 คน มีเพียง 2.7 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 0.27 เทียบกับอัตราส่วนการเกิดคดีอาชญากรรมในประเทศทั้งหมดในขณะนั้น ทุก 1,000 คน สูงถึง 12.46 คน หรือร้อยละ 1.25 ถือว่าแรงงานต่างชาติก่อคดีอาชญากรรมในระดับต่ำมาก

 

สังคมไต้หวันผวาอาชญากรรมแรงงานต่างชาติพุ่ง แต่สำนักงานตำรวจชี้ อัตราการก่ออาชญากรรมของแรงงานต่างชาติในไต้หวันทุก 100 คน ไม่ถึง 1 คน มีอัตราส่วนเพียง 0.91%

 

      ด้านจำนวนผู้ต้องหา สถิติของสำนักงานตำรวจ ณ สิ้นปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่า ทั่วไต้หวันมีจำนวนผู้ต้องหา 287,294 คน ในขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติ มีเพียง 3,206 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติ เช่นเวียดนาม ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ 2,628 คน ครองสัดส่วนเพียง 0.91% ของจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด

      กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เมื่อปี 2550 หรือเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ในขณะนั้น จำนวนแรงงานต่างชาติที่ต้องคดี มีเพียง 283 คน ทั้งนี้เนื่องจากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในขณะนั้นมี 357,937 คน อัตราส่วนการก่อคดีอาชญากรรม 0.079% หรือทุก 1,000 คน ไม่ถึง 1 คน ปัจจุบัน หากดูจากตัวเลข ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนสูง แต่เนื่องจากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ทำให้ตัวเลขการก่อคดีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

      อย่างไรก็ตาม จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงวันที่ 31 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาครึ่งปี แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาญารวม 909 คดี มีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 944 คน ในจำนวนนี้ เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ เช่นเมาแล้วขับ เป็นต้นมากที่สุด 415 คดี ตามด้วยลักทรัพย์ 149 คดี อันดับ 3 ได้แก่คดียาเสพติด 108 คดี มีแรงงานต่างชาติเกี่ยวข้อง 137 คน หากจำแนกตามสัญชาติ คนงานเวียดนามก่อคดีมากที่สุด 523 คน อันดับ 2 คนงานไทย 203 คน อินโดนีเซีย 113 คน ฟิลิปปินส์ 105 คน แต่หากคิดตามอัตราส่วนแล้ว แรงงานไทย ยังคงก่อคดีมากที่สุด เพราะยอดจำนวนคนงานไทยมีเพียง 60,000 คน ก่อคดีอาญา 203 คน ขณะที่เวียดนามมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน หรือ 3.5 เท่าของคนงานไทย แต่จำนวนคนที่ก่อคดีมีเพียง 2 เท่าของคนงานไทย

 

อัตราการก่ออาชญากรรมของแรงงานต่างชาติในไต้หวันทุก 100 คน ไม่ถึง 1 คน

 

3. ผู้อนุบาลอินโดนีเซียทยอยขโมยเงินนายจ้างรวม 2.7 ล้านเหรียญไต้หวัน เรื่องแดงถูกจับก่อนหนีออกจากบ้าน

      ช่วงนี้ มีคลิปผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งขโมยเงินนายจ้างที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึง ถูกส่งว่อนในโลกโซเชียล ความจริงแล้วเป็นเหตุการที่เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2557แล้ว โดยมีกนายจ้างรายหนึ่ง สามีเป็นหมอฟัน เปิดคลินิกทันตกรรมอยู่ที่เมืองหยุนหลิน พบว่าเงินสด 200,000 เหรียญที่เพิ่งจะเก็บไว้ในกระเป๋าถืออันตรธานหายไปเสียแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งความ หลังจากตำรวจตรวจดูสถานที่เกิดเหตุสันนิษฐานว่า ผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ว่าจ้างน่าสงสัยที่สุด เพราะมีท่าทางพิรุธ คล้ายกับว่าจะหลบหนี จึงสอบปากคำและขอเปิดดูกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ล็อคกุญแจเอาไว้อย่างแน่นหนา ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ปฏิเสธไม่ยอมเปิดกระเป๋า แถมยังเอาตัวเข้ากอดกระเป๋าเดินทางเอาไว้ อ้างว่า ข้างในไม่มีอะไร มีแต่ของใช้ส่วนตัวเช่นกางเกงในละเสื้อยกทรงของตน ไม่อยากให้ใครดู ยืนยันไม่ยอมเปิดอย่างเดียว ตำรวจจึงเรียกช่างมาเปิดกระเป๋าเดินทาง ทำให้ตำรวจและนายจ้างถึงกับตะลึง เสื้อผ้าที่มีกระเป๋าทุกตัวยัดเต็มไปด้วยเงินสดแบงค์พันและเพชรพลอย เฉพาะเงินสดนับได้กว่า 2.7 ล้านเหรียญไต้หวัน นายจ้างรายนี้ถึงกับอุทานออกมาว่า ที่แท้เงินสดในบ้านถูกขโมยไปเกือบเกลี้ยงแล้ว นายจ้างกล่าวว่า ผู้อนุบาลรายนี้เพิ่งจะมาทำงานได้เพียง 2 เดือนเศษ เนื่องจากทำงานดีและปากหวาน เป็นที่ชื่นชอบและไว้วางใจของนายจ้าง โดยถือเป็นสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง นอกจากเงินเดือนแล้ว มักจะควักเงินให้พิเศษ หรือซื้อของให้เป็นประจำ เนื่องจากไว้วางใจ เข้าออกทำความสะอาดห้องนอนของตนได้ แต่ไม่นึกว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจของตนกลับได้รับการตอบแทนในลักษณะเช่นนี้ ทำให้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

 

เจ้าตัวไม่ยอมมอบกุญแจ ตำรวจเรียกช่างมาเปิดกระ๋าเดินทาง

 

เปิดกระเป๋าออกมาถึงกับผงะ กระเป๋าเสื้อผ้าทุกตัวซ่อนไว้ด้วนเงินฟ่อนใหญ่

 

 

เฉพาะเงินสดนับได้กว่า 2.7 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

วันหยุดยาวช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์จะไปไหนดี ???

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เคล็ดลับการปิ้ง BBQ ไม่ให้เนื้อติดตะแกรง

- รถกระเช้าเมาคง (貓空) และสวนสนุกเด็กไทเป จัดโปรโมชั่น/กิจกรรมพิเศษ ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์

- รถไฟเล็กป้งป้งเชอขึ้นเขาไท่ผิงซาน (太平山) เปิดให้บริการใหม่อีกครั้งหลังจากหยุดวิ่งไป 6 ปีเพราะเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น

 

รถกระเช้าเมาคงลดกระหน่ำหลัง 5 โมงเย็นระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน 2018 เหลือคนละ 50 NT เท่านั้น

 

รถไฟเล็กขึ้นเขาไท่ผิงซานหรือป้งป้งเชอ เปิดให้บริการใหม่อีกแล้ว

 

ปิ้ง BBQ อย่างไรไม่ให้เนื้อติดตะแกรง ???

(more)

เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกประจำสัปดาห์นี้

- เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว ในการแข่งขัน OEC Kaohsiung ATP Challenger 2018 ที่นครเกาสง

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในเทนนิสหญิงเดี่ยวรายการโซลโอเพ่น

- ไต้จืออิ่งหลิกล็อคตกรอบ 16 คนแบดหญิงเดี่ยวเจแปนโอเพ่น 2018

- 24 กันยานี้ ไปร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจทีมลี่ชิง ทีมฟุตบอลของคนไทยที่ทะลุเข้าสู่รอบรองฯ ของการแข่งขันฟุตบอลแรงงานต่างชาติชิงถ้วยนครนิวไทเป ที่สนามกีฬาซินจวง

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 19 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ทำไมไต้หวันถึงไม่เปิดให้แรงงานต่างชาติทำงานได้ถึง 15 ปี?

         กฎหมายการจ้างงานของไต้หวันในปัจจุบัน กำหนดให้แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต แต่ละคนทำงานได้ รวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี แรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคมไม่เกิน 14 ปี ในอดีต เมื่อทำงานครบสัญญาทุก 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าหัวคิวครั้งใหม่ แต่เริ่มจาก 5 พ.ย. 2559 เป็นต้นมา อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว

         ไต้หวันไม่ขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติออกไปอีก 3 ปี มีสาเหตุหลายประการ อาทิ เกี่ยวพันกับการจ่ายเงินบำเหน็จ/บำนาญ กล่าวคือสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานที่มีอายุการเข้ากองทุนไม่ถึง 15 ปี  เมื่ออายุครบ 60-65 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นก้อนครั้งเดียว แต่หากครบ 15 ปีขึ้น จะได้รับเงินบำนาญที่จ่ายเป็นรายเดือน ซึ่งจะทำให้เกิดความยุ่งยากทั้งต่อกองทุนฯ และแรงงาน ประกอบกับได้รับแรงกดดันจากกลุ่มแรงงานและ ส.ส. ทำให้โอกาสที่จะขยายเวลาทำงานออกไปอีก 3 ปี แทบไม่มี

         อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ รัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ แต่ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเปิดให้แสดงความเห็นและทำประชาพิจารณ์คงต่องรอถึงช่วงปลายตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายนปีนี้ จึงจะส่งเข้าสภานิติบัญญัติเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

 

 ปัญหาเงินบำเหน็จ/บำนาญ แรงกดดันจากกลุ่มแรงงานและ ส.ส. ทำให้โอกาสที่จะขยายเวลาทำงานออกไปอีก 3 ปี แทบไม่มี

 

2. คุณสมบัติของนายจ้างและแรงงานที่เดินทางมาทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล

         กระทรวงแรงงานไต้หวัน กำหนดให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น จึงจะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ โดยต้องมีใบรับรองจากคณะแพทย์ของ รพ. ซึ่งเรียกว่า Bathel Index Score หรือแบบประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย ส่วนคนหางานที่จะเดินทางมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในไต้หวัน คล้ายกับแรงงานในภาคการผลิต แต่จะต้องมีใบรับรองผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันฝึกอบรมการดูแลคนป่วยและคนชราที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลต่างประเทศ กรณีที่เดินทางมาทำงานเป็นผู้อนุบาลครั้งแรก แต่หากเคยทำงานนี้ มีประสบการณ์เกินกว่า 6 เดือน ให้แนบหลักฐานเช่น สัญญาจ้างงาน ใบถิ่นที่อยู่เป็นต้น โดยไม่ต้องแนบใบรับรองผ่านการฝึกอบรมอีก

 

ไต้หวัน กำหนดให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น จึงจะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้

 

3. กระทรวงแรงงานฟิลิปปินส์ผลักดันโครงการส่งเสริมให้นายจ้างไต้หวันที่ต่อสัญญาใหม่กับแรงงานคนเดิม จ่ายเบี้ยประกัน 6,600 เหรียญไต้หวัน ซื้อประกันภัยต่างหากให้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ แถมเจาะจงต้องซื้อกับบริษัทประกันภัยของฟิลิปปินส์ 3 ราย เจอแรงต้านจากนายจ้างและ บจง. โดย บจง. แนะว่า ทุกวันนี้ แรงงานต่างชาติเสียค่าหัวและค่าใช้จ่ายครั้งเดียว สามารถต่อสัญญาที่ไต้หวันได้นานถึง 12 ปี กระทรวงแรงงานฟิลิปปินส์ จึงควรใช้วิธีให้แรงงานซื้อประกันภัยก่อนออกเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันทีเดียว 12 ปี โดยให้แรงงานเป็นผู้รับผิดชอบเบี้ยประกัน กรณีที่แรงงานคนไหนที่เดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด ค่อยไปขอคืนเบี้ยประกันจากบริษัทประกันภัยตามสัดส่วน

         ขณะที่สำนักงานแรงงานไทยกำหนด นายจ้างที่ยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยเพื่อเดินทางมาทำงานบ้านหรือผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนประกันภัยแรงงาน ต้องซื้อประกันภัยให้แก่แม่บ้านหรือผู้อนุบาลไทยในวงเงินคุ้มครอง 500,000 เหรียญไต้หวัน

 

 สนร. ฟิลิปปินส์ขอให้นายจ้างไต้หวันจ่ายเบี้ยประกัน 6,600 NT$ ซื้อประกันภัยอุบัติเหตุให้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ เจอแรงต้าน

 

4. น้องเก๋ คุณพิสมัย ใจขาน ให้สัมภาษณ์เล่าประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในไต้หวันเป็นเวลานานกว่า 10 ปี พร้อมให้กำลังใจพี่น้องแรงงานไทย ขอให้ทุกคนอดทนและสู้ๆ

 

น้องเก๋เยี่ยม Rti ถ่ายภาพกับคุณอัญชัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61 สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61

 

          1. สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ รายงานสถานการณ์ คสพ. ที่เกิดขึ้น 

          2. สัมพันธ์ไต้หวัน-ฝรั่งเศส แน่นแฟ้น

          3. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ย้ำจัดการชาวญี่ปุ่น "ถีบ" รูปปั้นสัญญลักษณ์หญิงบำเรอทางเพศในไต้หวัน 

 

            กรณีที่นายฟูจิอิ มิตสึฮิโกะ(Fujii Mitsuhiko) ตัวแทนองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทาสบำเรอกามทหารญี่ปุ่น ใช้เท้าถีบรูปปั้นรำลึกนางบำเรอสากล ณ ที่ทำการพรรคก๊กมินตั๋งสาขาไถหนานนั้น นายหลีเสี้ยนจัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนแถลงในวันที่ 11 ก.ย.ศกนี้ว่า เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของชายญี่ปุ่นคนนี้ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางการญี่ปุ่นแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องรอผลการสอบสวนของหน่วยงานอัยการไต้หวันเพื่อตรวจสอบทั้งรายละเอียดและข้อเท็จจริง จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไรซึ่งจะต้องเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและจัดการแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผลโดยสันติวิธี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (นามิเอะ อามูโร่จัดงานเซอร์ไพร์สเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้ให้สาวโจลินที่โอกินาว่า / หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตงานแข่ง F1 ที่สิงคโปร์)

 

หนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ กับซิงเกิลล่าสุดในเพลง Moonlight

 

โจลินได้ของขวัญวันเกิดปีที่ 38 เป็นเซอร์ไพร์สปาร์ตี้ฉลองวันเกิด

 

ของเขาดังจริง หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนบนเวทีคอนเสิร์ตของการแข่ง F1 ที่สิงคโปร์

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 61 - แนะนำสถานที่ฮอตฮิตใหม่ในไต้หวัน

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

พาคุณติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในไต้หวัน ซึ่งไปเที่ยวชม ถ่ายรูปได้ โดยไม่เสียสตางค์ เช่น ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เถาหยวน, สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร, สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน และปิดท้ายด้วยแนะนำ 5 สถานที่ฮอตฮิตในการไปชมพระจันทร์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะถึงนี้

 

ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เขตกวนอิน นครเถาหยวน

 

 

สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร ที่เขตจงเหอ นครนิวไทเป

 

สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ใกล้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ พาเพื่อนผู้ฟังไปปล่อยโคมอธิษฐานขอพรที่ผิงซีกัน

         แนะนำให้เดินทางโดยรถไฟนะคะสะดวกและประหยัด จากสถานีรถไฟไทเปนั่งรถไฟไปลงที่หรุ่ยฟาง (瑞芳)โดยไปขึ้นรถที่ชานชาลาที่ 4  ลงรถที่สถานีหรุ่ยฟางแล้วให้เดินออกมาซื้อตั๋วรถไฟไปผิงซีที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของสถานีรถไฟหรุ่ยฟาง แนะนำให้ซื้อตั๋วโดยสารแบบ 1 วัน (平溪一日卷)ราคาแค่ 80 เหรียญ สามารถใช้โดยสารรถไฟสายหรุ่ยฟาง-ชิงถง (瑞芳-菁桐)  ซึ่งจะวิ่งผ่านสถานีที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญได้แก่สือเฟิน (十分) ผิงซีและชิงถง สามารถแวะลงเที่ยวสถานีต่างๆ ได้ทุกสถานี จะขึ้นจะลงกี่รอบก็ได้ภายในเวลา 1 วัน

 

 

อวยพรให้เพื่อนผู้ฟัง Rti มีความสุข สุขภาพดีและราบรื่นตลอดไปนะคะ

 

 ปล่อยโคมไฟอธิษฐาน กลายเป็นกิจกรรมสำคัญของผิงซีไปแล้ว

 

2. เลือกตั้งไต้หวันที่สลับซับซ้อนที่สุด เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ พ่วงลงประชามติ 10 รายการ

        เหลือเวลาอีก 70 วันเท่านั้น ซึ่งก็คือวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. ปีนี้ ก็จะถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวัน ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง 9 รายการ ได้แก่เลือกตั้งผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 6 นคร ผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาล 16 เมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาตำบลเป็นต้น แม้จะเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่เป็นการเลือกตั้งทั่วประเทศ และมีการเลือกตั้งหลากหลายมากมายรายการ

 

 

        นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ เช่น การต่อต้านมลพิษทางอากาศ การต่อต้านอาหารนำเข้าที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น การต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลเซินอ้าวในนครนิวไทเป การเปลี่ยนชื่อทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิปิกโตเกียว 2020 จากไชนีสไทเป เป็นทีมไต้หวัน การสนับสนุนให้คนเพศเดียวกันสมรสได้ตามปกติ และการต่อต้านคนเพศเดียวกันสมรส เป็นต้น

        ทำให้การเลือกตั้งในปีนี้ สลับซับซ้อนและมีใบเลือกตั้ง ใบลงประชามติมากที่สุด ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแต่ละคนน่าจะต้องกากันร่วม 20 ใบ เหตุที่มีรายการลงประชามติมากมายหลายรายการ เพราะมีการผ่อนปรนจำนวนผู้ลงนามเรียกร้องขอลงประชามติ ทำให้การลงประชามติเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น และมักจะนิยมมาพ่วงกับการเลือกตั้ง เพราะหากลงประชามติโดดๆ รายการเดียว คนไปลงคะแนนเสียงจะน้อย แต่การลงประชามติทำได้ง่ายขึ้น นอกจากจะทำให้เอะอะก็ลงประชามติ เมื่อลงกันง่ายๆ ความศักดิ์สิทธิ์ ความขลังจะลดลง แม้จะผ่านการลงประชามติ แต่อาจทำอะไรไม่ได้ เช่นการเปลี่ยนชื่อทีมนักฬาที่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกโตเกียว คงจะเปลี่ยนได้ยาก เพราะไม่ใช่เราผ่าน คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะยอม หรือบางรายการขัดแย้งกันเอง อย่างการสนับสนุนและต่อต้านการสมรสฉันสามีภรรยาของคนเพศเดียวกัน น่าจะผ่านทั้ง 2 รายการ เพราะมีผู้สนับสนุนและคัดค้านค่อนข้างมากเช่นกัน หากผ่านทั้ง 2 รายการ ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

       อย่างไรก็ตาม เป็นการแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในไต้หวันเบ่งบานถึงจุดสูงสุด ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงแสดงออกมาได้ทุกอย่าง

 

นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ 

 

 ในภาพเป็นกล่องใส่หนังสือลงนามการยื่นขอลงประชามติของพรรคฝ่ายค้าน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. 1 ม.ค. 62 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน

         ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ มีมติปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญ หรือปรับขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 5 ได้รับการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง สำหรับการทำงานที่คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงของแรงงานท้องถิ่น ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 140 เหรียญไต้หวันเป็น 150 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 7.14%

         กระทรวงแรงงานแถลงว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 23,100 เหรียญ จะมีแรงงานท้องถิ่น 1,363,400คนและแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน รวมเป็น 2,257,400คน ได้รับอานิสงค์ ส่วนการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงเป็น 150 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง จะมีแรงงานท้องถิ่นได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง 456,000 คน

         และหลังจากปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว เบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพจะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่อัตราการปรับขึ้นเบี้ยประกันทั้งประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ คาดว่าจะประกาศได้ในเดือนตุลาคมศกนี้

 

ปีใหม่ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ขณะที่ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

         ทางฝ่ายนายจ้างบ่นว่า การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งนายจ้างจะต้องรับไปเต็มๆ ปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า แรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน

         สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 65 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น

                 ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ นายจ้างจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

2. กลุ่ม NGO ในไต้หวันประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่าย เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ ตัวแทนของสมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม สององค์กรนอกภาครัฐ หรือ NGO ในไต้หวันไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

       สมาคมแรงงานนนานาชาติไต้หวันแถลงว่า การเสียชีวิตของนายหวง ไม่ใช่เป็นคดีเฉพาะกรณี ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2560 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างในเมืองซินจู๋รายหนึ่ง ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุเดินทางมาจับกุม ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต คดีนี้ สำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ข้อหาใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ ประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ในส่วนของคดีแพ่ง ตำรวจที่ตกเป็นจำเลย ได้ยอมความกับทายาทของผู้ตายแล้ว ในวงเงินชดเชย 2.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายหวงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

 

NGO พาพี่สาวผู้ตาย (สวมเสื้อเหลือง) ไปประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้น้องชายที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

3. ผู้อนุบาลอินโดโหด ตบและทีบหน้าคนชรา ภาพทำร้ายคนแก่ถูกโพสลงเฟซบุ๊ก ชาวโซเชียลด่าลั่นทั้งเมือง

       ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ประชากรสูงอายุ หรือ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีคนชราจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการคนมาดูแล จึงมีการนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเพื่อมาดูแลคนชรา ณ สิ้นเดือนก.ค.ปีนี้ มีจำนวน 253,046 คน ดังนั้นในบ้านมีผู้อนุบาลต่างชาติจึงเป็นภาพที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในครอบครัวชาวไต้หวัน ผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ทำงานดี มีความอดทน เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้างและคนแก่ที่ถูกดูแล แต่ก็มีผู้อนุบาลใจโหด มักจะตบตีทำร้ายคนชราที่ไม่มีทางสู้เป็นข่าวให้ได้ยินเป็นระยะๆ อย่างช่วงนี้ โลกโซเชียลส่งว่อนคลิปสาวอินโดนีเซียตบตีทำร้ายอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ ฟ้องหลานสาวว่าถูกทำร้าย นายจ้างซึ่งเป็นหลานสาวอากงจึงติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามดูการดูแลของผู้อนุบาลจากมือถือ พบภาพที่น่าเสียใจและน่าโมโหอย่างยิ่ง ผู้อนุบาลที่ตนจ่ายค่าจ้างว่าจ้างมาดูแลคุณปู่ กลับทำร้ายตบตี กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าคนแก่ที่ป่วยและไร้ทางสู้เป็นประจำ

 

ผู้อนุบาลอินโดโหด ป้อนอาหารให้อากงโดยวิธียัดอาหารเข้าปาก ตบตีและทีบหน้าอากงที่เป็นอัมพาต

 

       เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจางฮั่ว ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาดูแลอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวและช่วยตัวเองไม่ได้ ต่อหน้านายจ้างปฏิบัติหน้าที่ดี แต่ลับหลังอยู่กับอากงสองต่อสอง กลับปฏิบัติต่ออากงอย่างโหดร้ายทารุณ เช่นป้อนอาหารใช้วิธียัดอาหารเข้าปาก ตบบ้องหู ตบหน้า แม้กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าอากงที่ไม่มีทางสู้ อากงเนื่องจากป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดจาได้สะดวกคล่องแคล้ว ได้แต่แสดงอาการ ซึ่งพอสื่อกันรู้เรื่องฟ้องหลายครั้งแล้วว่า ถูกผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ทำร้าย แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐาน หลานอากงจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณของผู้อนุบาลรายนี้ แต่ไม่ได้แจ้งความ เพียงแค่เรียกบริษัทจัดหางานส่งผู้อนุบาลใจร้ายรายนี้กลับประเทศ จากนั้นไม่นาน เพื่อนของหลานอากงมาเห็นคลิปดังกล่าวเข้ารู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง นำไปโพสลงในเฟซบุ๊ก มีคนแชร์ว่อนโลกโซเชียล และด่ากันลั่นทั้งเมือง

       หลังกลายเป็นข่าวใหญ่ กระทรวงแรงงานตรวจสอบจึงพบว่า นายจ้างไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้อนุบาลใจโหดรายนี้ เพียงแค่ส่งกลับบ้าน กระนั้นก็ตาม ได้จัดผู้อนุบาลรายนี้อยู่ในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันตลอดชีพ

       นายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติ หากทำร้ายผู้สูงอายุหรือคนป่วย นายจ้างควรจะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากอัยการสั่งฟ้อง แม้จะยังไม่มีการตัดสิน กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานทันที หลังจากคดีสิ้นสุดลง จะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต

 

 

ใช้ทัพพีป้อนอาหารยัดเข้าปากอากง

 

 

 

ตบหัวอากง

 

 ใช้เท้าถีบหน้าอากง

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

พิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ของ 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- TripAdvisor เลือกพิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ใน 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย 

- มารู้จัก 10 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวันจากการจัดอันดับของ TripAdvisor กัน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงของไต้หวันติดอันดับ 1 ใน 25 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

 

บรรยากาศสไตล์ยุโรปในพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย

(more)

ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายในแบดอาชีพที่ญี่ปุ่น/เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายที่ญี่ปุ่น

- เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น หลังตกรอบรองชายเดี่ยวในการแข่งขันระดับเยาวชน ทำให้ไม่สามารถสร้างสถิติเป็นนักกีฬาคนที่ 4 ของโลกที่สามารถทะลุเข้ารอบชิงของการแข่งขันระดับเยาวชนของทัวร์นาเมนต์ระดับแกรนแสลมครบทั้ง 4 รายการภายในปีเดียวกัน

- เซี่ยสูเหวยแพ้คู่ปรับเก่าตกรอบ 2 หญิงเดี่ยว และไปได้เพียงรอบ 16 คู่สุดท้ายในประเภทคู่ของยูเอสโอเพ่น 2018

(more)

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 12 กันยายน 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับขึ้น

         การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน  ฝ่ายนายจ้างกล่าวว่า ต้นทุนด้านแรงงานจะเพิ่มขึ้นปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

         ส่วนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น (คลิกดูรายละเอียดการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันเพิ่มได้ที่นี่)

         ช่วงหลายปีมานี้ ในไต้หวันมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแทบจะทุกปี ในอัตราเฉลี่ย 1,000 เหรียญไต้หวันต่อปี โดยนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวมครั้งนี้ด้วย จำนวน 8 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันในต้นปีหน้า ปรับขึ้นรวม 5,820 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 33.68% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 10 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญ รวมครั้งนี้เป็น 150 เหรียญ ปรับขึ้นไปแล้ว 55 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 57.89%

 

ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้น

 

2. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต เหตุถูกตำรวจล้อมจับยิงด้วยปืนตาข่ายกลุ่ม NGO พาญาติผู้ตายประท้วงตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ กลุ่ม NGO ในไต้หวัน ได้แก่สมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม ไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

3. สัมภาษณ์คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลปะ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น ขณะเดินทางมาทำข่าวในไต้หวัน พร้อมให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยทุกคน ขอให้สู้ๆ เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว

 

คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลป (คนกลาง) ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เยือน Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61 จีนกร่างใน PIF ถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด วอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61

         1. จีนกร่างในการประชุม (Pacific Islands Forum-PIF) จนถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด ไม่พอใจถึงกับวอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม เจ้าภาพเรียกร้องให้ขอโทษ ส่วนจีนก็ไม่ยอมถอย ประนามว่า เจ้าภาพไม่เข้าใจสถานการณ์โลก สำหรับ กต. ไต้หวัน ระบุเคารพการตัดสินใจของเจ้าภาพ 

          2. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)

ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17 และข่าวบันเทิงไต้หวัน

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

     - ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17

     - ข่าวบันเทิงไต้หวัน (5 หนุ่ม Mayday บุกแดนโอปป้า ไปเปิดคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซล / กวงเหลียงยังฮ็อตไม่เลิก แฟนเพลงที่มาเลเซียจองบัตร 15,000 ใบหมดภายใน 5 ชั่วโมง)

 

สามสาว S.H.E. เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของไต้หวัน กับเพลง 17 ซึ่งเป็นซิงเกิลฉลองการเข้าวงการเพลงครบรอบ 17 ปีของพวกเธอ

 

Mayday กับคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซลแดนโอปป้า

 

กวงเหลียง นักร้องหนุ่มคนด้ังชาวมาเลเซีย เตรียมกลับไปเปิดคอนเสิร์ตที่บ้านเกิดอีกครั้ง

 

(more)

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 61 - กล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อ

อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวผลสำรวจกล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อเพื่อมอบให้แก่กันในเทศกาลนี้ คนไต้หวันชอบและไม่ชอบขนมไหว้พระจันทร์แบบไหน และพบกับ 3 อาชีพที่ไม่อยากได้ขนมพายสับปะรดเป็นของขวัญ สาเหตุเพราะอะไร ติดตามได้ในรายการ

(more)

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561

 


 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว เตือนไต้ฝุ่นยังไม่หมด ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ยังจะมีไต้ฝุ่นพัดเข้าไต้หวันอีก 1-2 ลูก   

         หลังจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สภาพอากาศในไต้หวันเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คือกลางวันอากาศร้อนอบอ้าว แต่ช่วงบ่ายๆ มีพายุฝนคะนอง ฝนตกหนักแต่ตกไม่นาน อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันพยากรณ์ว่า ตั้งแต่เสาร์นี้เป็นต้นไป เริ่มมีลมหนาวจากจีนแผ่นดินใหญ่พัดลงมาปกคลุมเกาะไต้หวัน ทำให้ในช่วงเช้าและกลางดึกอากาศจะเย็นลง กลางวันแม้จะยังร้อนอยู่ แต่อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-28 องศาเซียลเซียส ไม่ร้อนเหมือนช่วงก่อน หลังผ่านเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 24 ก.ย. ไปแล้ว จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้น

         ในส่วนของไต้ฝุ่น ซึ่งปีนี้ ถือเป็นปีที่ไต้ฝุ่นก่อตัวมากที่สุดปีหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา มีไต้ฝุ่นก่อตัวแล้วทั้งหมด 21 ลูก แต่มีเพียงไต้ฝุ่นมาเรียเพียงลูกเดียวเท่านั้นที่พัดเข้าสู่ไต้หวัน นอกนั้นพัดเฉียดไปเฉียดมา หรือขึ้นเหนือไปทางญี่ปุ่นและเกาหลีกันหมด

 

ไต้ฝุ่นเชบีถล่มญี่ปุ่นอ่วม สนามบินคันไซน้ำท่วมหนักกลายเป็นทะเลเวิ้งว้าง

 

         โดยเฉพาะญี่ปุ่น  ปีนี้โดนภัยธรรมชาติถล่มหนัก ทั้งแผ่นดินไหว อากาศร้อนผิดปกติ และน้ำท่วม ล่าสุดโดนซูปเปอร์ไต้ฝุ่นเชบีพัดกระหน่ำช่วงวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ตายนับ 10 แหล่งท่องเที่ยวอย่างโอซาก้า เกียวโตและนรา น้ำท่วมเสียหายหนัก สนามบินคันไซจมอยู่ใต้บาดาล ต้องปิดใช้งาน 3 วัน ตั้งแต่ 4-6 ก.ย.

         เพราะฉะนั้น ปีนี้ไต้หวันถือว่าโชคดีมากๆ ที่รอดพ้นจากการโจมตีของพายุไต้ฝุ่น อย่างไรก็ตาม กรมอุตุฯ พยากรณ์ว่า ช่วงเดือนก.ย.-พ.ย. ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วง ยังจะมีไต้ฝุ่นก่อตัวอีกหลายลูก และในจำนวนนี้ จะมี 1-2 ลูก พัดเข้าสู่ไต้หวัน และไต้ฝุ่นในฤดูใบไม้ร่วง มักจะก่อตัวใกล้เกาะไต้หวันและมีความรุนแรง ที่ผ่านมา ไต้ฝุ่นในฤดูนี้และพัดเข้าสู่ไต้หวัน สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อไต้หวันมาแล้วหลายลูก จึงชะล่าใจไม่ได้

 

กรมอุตุฯ เตือนไต้ฝุ่นยังไม่หมด ก.ย.-ต.ค. นี้อาจจะมี 1-2 ลูกพัดเข้าสู่ไต้หวัน

 

2. เว่อร์สุดๆ! กระทรวงกลาโหมฟ้องการประปาไต้หวัน เพียงเพื่อทวงหนี้ 2,321 เหรียญ ถูกผู้พิพากษาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้ทรัพยากรตุลาการอย่างพร่ำเพรื่อ

         กระทรวงกลาโหมฟ้องการประปาเพื่อทวงค่าน้ำที่โดนหักจากบัญชีคู่สมรสทหารผ่านศึกรายหนึ่ง จำนวน 2,321 เหรียญ โดยที่กระทรวงกลาโหมไม่ทราบว่าคู่สมรสทหารผ่านศึกรายนี้เสียชีวิตแล้ว ยังคงโอนเงินบำนาญรายครึ่งปีเข้าบัญชีเป็นเงิน 156,000 เหรียญ ด้านการประปาก็ไม่ทราบเช่นกันว่า เจ้าของบัญชีเสียชีวิตแล้ว ยังคงหักค่าน้ำประปาพื้นฐานจากบัญชีต่อไป รวมเงินค่าน้ำที่หักไป 2,321 เหรียญ หลังทราบว่าคู่สมรสผู้มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเสียชีวิตแล้ว กระทรวงกลาโหมจะถอนเงินคืนจากบัญชี พบว่าถูกการประปาหักเป็นค่าน้ำไปแล้ว 2,321 เหรียญ จึงทวงกับการประปา สองหน่วยงานรัฐนี้ตกลงกันไม่ได้กับเงินแค่ 2,321 เหรียญ ขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกัน แม้ในที่สุด กระทรวงกลาโหมจะชนะคดี การประปาต้องคืนเงินที่หักไป แต่ผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นไทจงวิจารณ์ในคำพิพากษาว่า ทั้ง 2 หน่วยงานเป็นองค์กรของรัฐ มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายเพียบ และมีรัฐมนตรีประจำสภาบริหารช่วยประสานไกล่เกลี่ยข้ามกระทรวง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐให้สูงขึ้น ไฉนเลยแค่เงิน 2,321 เหรียญไม่สามารถหาทางตกลงกันได้ ใช้วิธีฟ้องร้องทางศาล ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรด้านตุลาการโดยใช่เหตุ

         ไม่เพียงแค่หน่วยงานเท่านั้นที่ฟ้องร้องพร่ำเพรื่อ บุคคลทั่วไปก็มีเช่นกัน ที่เมืองฮัวเหลียน มีผู้ชายคนหนึ่ง ถูกตั้งชื่อว่าเป็น วายร้ายแห่งการฟ้องร้องมั่ว ชายคนนี้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐปีละกว่า 100 คดี ต่อเนื่องกันมา 10 ปีแล้ว หน่วยงานรัฐแทบทุกแห่ง บุคคลสำคัญแทบทุกคน โดนแกฟ้องดะเรียกร้องค่าเสียไปทั่ว ตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงร้อยล้าน แต่เนื่องจากขาดหลักฐานหรือไร้มูลความจริง ถูกศาลตีกลับ สั่งให่เพิ่มพยานหลักฐาน และเสียค่าธรรมเนียมฟ้องร้อง แกไม่สนทั้งนั้น จนศาลปวดหัวกับนายคนนี้มาก ตอนนี้ กระทรวงยุติธรรมกำลังผลักดันแก้กฎหมาย ลงโทษผู้ฟ้องร้องที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน ฟ้องมั่ว จะถูกลงโทษปรับเงิน 120,000 เหรียญ

 

อาคารที่ทำการของกระทรวงกลาโหม

 

3. ชอบสุดๆ! คนไต้หวันกินไก่ทอดวันละ 800,000 ชิ้น ปีละกว่า 290 ล้านชิ้น เฉลี่ยชิ้นละ 60 เหรียญ มูลค่า 17,500 ล้านเหรียญไต้หวัน หากนำไก่ทอดแต่ละแผ่นไปวางเรียงซ้อนกันจะสูงเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 32 ตึก

         คนไต้หวันชอบกินไก่ทอดเป็นอย่างมาก บางคนกินกันตั้งแต่เช้ายันดึก เป็นอาหารเช้า เป็นกับข้าวมื้อเที่ยง เป็นอาหารกินเล่นช่วงบ่ายหรือช่วงดึกตอนดูทีวี หรือแม้แต่เป็นอาหารแกล้มสุรา นอกจากกินกันส่วนบุคคลแล้ว ในสถานประกอบการ งานรื่นเริงฉลอง งานประชุม หรือผู้บริหารจะเอาใจลูกน้อง จะเลี้ยงไก่ทอดเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่การท้าดวลหรือพนันขันต่อ ก็มักนิยมใช้ไก่ทอดเป็นเดิมพัน

 

คนไต้หวันชอบทานไก่ทอดสุดๆ วันละกว่า 800,000 ชิ้น ปีละกว่า 290 ล้านชิ้น หากนำไปวางเรียงซ้อนกันจะสูงเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 32 ตึก

 

 

 

 

 

ไก่ทอดในไต้หวันมีหลากหลายสูตร นับพันแบรนด์

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2561

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สภาตรวจสอบจะเอาผิดหน่วยงานที่ปล่อยให้ค่าหัวคิวของแรงงานต่างชาติแพงเกินกำหนด

        นายจางอู่ซิว สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันออกแถลงการณ์กล่าวว่า เขาได้ยื่นขอตรวจสอบหน่วยงานที่เพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างชาติต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในอัตราสูงแก่บริษัทจัดหางาน รวมทั้งเงื่อนไขด้านแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ

         สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า นายเฉินเหวยไห่ ผอ. ใหญ่ สำนักงานตัวแทนเวียดนามประจำไต้หวัน กล่าวขณะพ้นวาระก่อนเดินทางกลับประเทศก่อนหน้านี้ว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน แล้วหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ซึ่งมีกว่า 50,000 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ต้นเหตุการหลบหนีของแรงงานเวียดนามก็คือ ต้องแบกรับค่าหัวคิวที่แพงลิบลิ่วนั่นเอง

 

แรงงานเวียดนามส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานในอัตรา 6,000-6,500 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 200,000 บาท

 

        นายจางอู่ซิวกล่าวว่า ประเด็นนี้กลายเป็นปัญหาที่สร้างความยุงยากให้แก่ไต้หวันและเวียดนาม อดีตผู้แทนเวียดนามประจำไต้หวันได้กล่าวเรียกร้องรัฐบาลทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด ขอให้ความสำคัญและหาทางปรับปรุงแก้ไขปัญหานี้ แต่ที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งไต้หวันและเวียดนามไม่ได้แก้ปัญหานี้อย่างกระตือรือร้น ตนจึงห่วงใยว่า หน่วยงานภาครัฐเพิกเฉยหรือละเลยในหน้าที่ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติสูญเสียสิทธิประโยชน์ จึงยื่นขออนุมัติจากสภาตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบความบกพร่องในหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        สมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันผู้นี้กล่าวอีกว่า ระเบียบกฎหมายที่ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ คุ้มครองได้ทุกด้านหรือไม่ กระทรวงแรงงานมีมาตรการตรวจสอบการเรียกรับค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวหรือไม่ รวมถึงมีการตรวจสอบและศึกษาหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขเงื่อนไขด้านแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่สมควรมีการตรวจสอบในเชิงลึก เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

การแบกรับหนี้สินจากค่าหัวคิว เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานเวียดนามมีอัตราการหลบหนีสูง

 

2. กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุแรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด มีเพียง 809 คน จากทั้งหมด 52,000 คน

        ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 692,868 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียมีจำมากที่สุด 261,543 คน ตามด้วยเวียดนาม 216,900 คน อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 153,121 คน และแรงงานไทย 61,301 คน

        หากดูจากแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2561 มีจำนวนทั้งหมด 51,999 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,494 คน ครองอัตราส่วน 47% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย มี 24,704 คน ครองสัดส่วน 46.18% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,652 คน คิดเป็นสัดส่วน 5% และแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 809 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 670 คน เพศหญิง 139 คน

        สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า สัดส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากใช้มาตรการบริหารจัดการในด้านต่างๆ อาทิการป้องกัน ตรวจสอบ ลงโทษและมีการทบทวนนโยบายตลอดเวลา ส่งผลให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงจาก 3.59% ในปี 2559 ปัจจุบันเหลือ 2.78% ในจำนวนนี้แรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด มีเพียง 809 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนี 51,999 คน ทั้งนี้ เนื่องจากแรงงานไทยมีจำนวนน้อยกว่าทุกชาติ แต่ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้เข้าใจและทราบถึงผลกระทบจากการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

 

แรงงานไทยหลบหนีน้อยสุด ณ ก.ค. 61 มีเพียง 809 คน จากทั้งหมด 52,000 คน

 

3. การย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ในไต้หวันพุ่ง ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด

        กรมทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันเปิดเผยสถิติ ณ สิ้นปี 2560 ปรากฎว่า ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน มีจำนวน 5,366 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงมากที่สุด ครองสัดส่วน 91.7% เหตุผลของการยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน อันดับ 1 หรือ 4,668 คน หรือร้อยละ 86.9 เป็นเพราะแต่งงานกับชาวไต้หวัน และในจำนวนนี้ เป็นชาวเวียดนามมากที่สุด 3,907 คน ตามด้วยอินโดนีเซีย 533 คน ฟิลิปปินส์ 471 คน ไทย 122 คน มาเลเซีย 56 คน พม่า 40 คน กัมพูชา 12 คนและสิงคโปร์ 6 คน รวมผู้ต้องถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจากประเทศอาเซียนสูงถึง 5,147 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 95.9%

        แม้ว่าอัตราการหย่าของชาวไต้หวัน ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศในเอเชีย กล่าวคืออยู่ที่ 14% แต่เมื่อมาดูตัวเลขอัตราการหย่าของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ยิ่งน่าตกใจ ในจำนวนนี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากกัมพูชามีอัตราการหย่าสูงสุด 33.31% กล่าวคือ ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน  1,240 คน ยื่นขอหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันถึง 413 คน อัตราการหย่าสูงกว่าชาวไต้หวัน 2.4 เท่าตัว ส่วนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม ก็มีอัตราการหย่าที่สูงลิบลิ่วเช่นกัน โดยช่วง 2551-2559 มีชาวเวียดนามได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว 43,540 คน ในจำนวนนี้ ได้รับบัตรประชาชนไต้หวัน แล้วหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันสูงถึง 11,673 คน อัตราการหย่า 26.81% และส่วนใหญ่หย่าภายในเวลาไม่ถึงปี นับจากได้รับบัตรประชาชนไต้หวันแล้ว ด้านผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากพม่า ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน 1,060 คน หย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันทันทีที่ได้รับบัตรประชาชนแล้ว 250 คน อัตราการหย่า 23.58% และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากอินโดนีเซีย ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน 6,211 คน หย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวันทันทีที่ได้รับบัตรประชาชนแล้ว 1,069 คน อัตราการหย่า 17.21%

 

ช่วง 2551-2559 มีชาวเวียดนามได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว 43,540 คน

 

        จากการวิเคราะห์ของกระทรวงการต่างประเทศพบว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว ทำการหย่ากับคู่สมรสชาวไต้หวัน แล้วไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกันหรือต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดสภาวะการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ ซึ่งเป็นการย้ายถิ่นที่เกิดจากผู้ย้ายถิ่นชุดแรกๆ ไปแต่งงานกับอดีตสามีหรือแฟนเก่าในถิ่นเดิมแล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวันเพิ่มมากขึ้น ในจำนวนนี้ เวียดนามมีมากที่สุด และตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2560 มีหญิงชาวเวียดนามแต่งงานกับชาวไต้หวัน ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว ขอหย่ากับสามีชาวไต้หวัน จากนั้นกลับไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นอดีตสามี อดีตแฟน แล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวัน จำนวน  251 คน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

(more)

ทริปพิเศษฉลองไหว้พระจันทร์

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ มีทริปพิเศษฉลองไหว้พระจันทร์มาฝากกัน

       - เทศกาลโคมลอยที่ผิงซี ปีนี้จัดตรงกับวันไหว้พระจันทร์พอดีเป๊ะ ไปผิงซีกันโลด

       - ตะลุยทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียน ดอกไม้จีนสีเหลืองอร่ามบานสะพรั่งไปทั่วฮัวเหลียนแล้ว ใครสนใจรีบเลยครับ ใกล้หมดฤดูแล้ว

       - เที่ยวง่ายๆ แถบต้านสุ่ย กับท่าเรือศุลกากร (ไห่หวนหม่าโถว) ที่เพิ่งเปิดให้ชมอีกครั้ง พร้อมชมความงามของทุ่งดอกกุหลาบเรืองแสงในยามราตรี

 

ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ กับความงามแบบเวอร์วังอลังการของทุ่งดอกไม้จีนที่ภูเขาลิ่วสือสือซานและเขาชื่อเคอซานในแถบฮัวเหลียน

 

เทศกาลโคมลอยผิงซี หนึ่งในเทศกาลของไต้หวันที่โด่งดังไปทั่วโลก จะกลับมาพบกับทุกท่านอีกแล้วในค่ำคืนวันไหว้พระจันทร์ที่จะมาถึงนี้ (24 ก.ย. 61)

 

ทุ่งกุหลาบเรืองแสงที่ท่าเรือไห่กวนหม่าโถว รีบไปเช็คอินกันเล้ย !!!

 

ทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดงที่ท่าเรือไห่กวนหม่าโถวแถบต้านสุ่ย

(more)

ไต้หวันคว้า 17 เหรียญทองปิดฉากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 อย่างยิ่งใหญ่

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ทัพนักกีฬาไต้หวันคว้า 17 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน และ 31 เหรียญทองแดงจากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 จบในอันดับ 7 

- ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินทำตามสัญญาโดยส่งเครื่องบิน F-16 ขึ้นไปรับเครื่องบินของทัพนักกีฬาไต้หวันตั้งแต่อยู่บนฟ้า

 

ทีมเรือยาวไต้หวันคว้า 2 ทอง 1 เงินจากเอเชี่ยนเกมส์ 2018 พร้อมรับทรัพย์กันกระเป๋าตุง จากเงินรางวัลของรัฐบาลที่จะได้คนละ 7.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

ทัพนักกีฬาไต้หวันคว้า 17 ทอง ถือเป็นผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 1998 ที่กทม.เป็นเจ้าภาพ

 

ให้การต้อนรับดั่งวีรบุรุษของประเทศ เมื่อประธานาธิบดีไช่อิงเหวินส่งเครื่องบิน F-16 ทะยานขึ้นฟ้าไปให้การต้อนรับนักกีฬาไต้หวันที่เดินทางกลับมาจากอินโดนีเซีย

 

(more)

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. 61 งาน Expo Taiwan 2018 ประเทศไทยเริ่มแล้ว สร้างสรรค์ความร่วมมือใหม่ระหว่างไต้หวันและไทย

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. 61

1. งาน Expo Taiwan 2018 ประเทศไทยเริ่มแล้ว สร้างสรรค์ความร่วมมือใหม่ระหว่างไต้หวันและไทย

         เริ่มแล้วเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2561 กับบงาน Expo Taiwan 2018 ที่ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย จนถึงวันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยสภาส่งเสริมการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) ซึ่งในพิธีเปิดงานวันนี้มีนายถงเจิ้นหยวน (童振源) ผู้แทนไต้หวันประจำประเทศไทย, นายหลิวซู่เทียน (劉樹添) ประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน,  นายหลี่กวนจื้อ (李冠志) รองผู้อำนวยการสำนักงานการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน, ดร.สันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคุณดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)และคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มาเข้าร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกลุ่มนักธุรกิจไทย นักธุรกิจไต้หวัน และแขกผู้มีเกียรติอีกว่า 500 คน ซึ่งธีมหลักของงานครั้งนี้คือ Let's TIE together ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไต้หวันในด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์, นวัตกรรม, การท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีอัจฉริยะ, เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม, การแพทย์เพื่อสุขภาพ และไฮไลท์เด่นจากเมืองต่างๆ รวมแล้วกว่า 210 บูธ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะรู้จักไต้หวันในมุมต่างๆ มากยิ่งขึ้น และเกิดการสรรค์สร้างความร่วมมือใหม่ๆ แบบทวิภาคี

         นอกจากนี้สมาคมพลังงานสีเขียวสำหรับภาคอุตสาหกรรมของนครนิวไทเป (New Taipei City Green Industry Association) ก็ยังได้ทำการลงนามความร่วมมือกับสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขอุปกรณ์เครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า และลดการปล่อยมลพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศด้วย

2. บรรยากาศทางเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น สวนวิทยาศาสตร์ในไต้หวันทั้ง 3 แห่ง ทำนิวไฮอีก 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

(more)
สลับไปยังหน้าเว็บไซด์ของคอมพิวเตอร์
apple_icon news_app radio_app      android_icon news_app radio_app