QR Code
สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561 สโมสรผู้ฟัง
2018-08-05
  • ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

    ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

    ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%
  • หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบีที่ผลิตจากเศษเหล็ก

    หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบีที่ผลิตจากเศษเหล็ก

    หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบี เหลืองมหาประลัยที่ผลิตจากเศษชิ้นส่วน ตั้งโชว์ในงาน
  • ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า

    ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า

    ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับถึงบ้าน
  • พนักงานร้านสะดวกซื้อสมองเบลอ สั่งขนมปัง 660 ชิ้น

    พนักงานร้านสะดวกซื้อสมองเบลอ สั่งขนมปัง 660 ชิ้น

    พนักงานร้านสะดวกซื้อสมองเบลอ สั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. คนไต้หวันมีความโอบอ้อมอารีชอบช่วยเหลือคนอื่นเหมือนคนไทย โดยเฉพาะคนไต้หวันที่อยู่ต่างจังหวัด

       อย่างที่เมืองไถตง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีพนักงานของร้านเซเว่น ซึ่งในไต้หวันเรียกว่าถ่งอีเชาซัง หรือเรียกย่อๆ ว่า 小7 คนหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กชาวเมืองไถตงบอกว่า ตัวเขาเองเนื่องจากไม่ค่อยสบายทานยา ทำให้สมองเบลอ เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ โรงงานผลิตเสร็จและส่งมาถึงแล้ว ไม่ทราบจะจัดการอย่างไรดี ลำพังขายในร้านสะดวกซื้อเหลือบานแน่ จึงขอความช่วยเหลือชาวเน็ต ช่วยกันซื้อหน่อย เพื่อแก้ไขความผิดพลาดในครั้งนี่ ใครที่ซื้อเกิน 4 ชิ้น จะไปส่งถึงที่บ้าน

       หลังโพสต์ข้อความแล้ว ชาวเน็ตในเมืองไถตงจำนวนมากต่างเห็นใจพนักงานรายนี้ รีบเดินทางไปซื้อกันที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวทันที มีจำนวนมากที่ซื้อ 5 ชิ้นขึ้นไป ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ขนมปัง 660 ชิ้น ขายเกลี้ยงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ข่าวนี้ ถูกนำมาเผยแพร่ในโซเซียล ชาวเน็ตจำนวนมากชื่นชมความมีน้ำใจของชาวไถตงว่า มีจิตใจอบอุ่นยิ่งกว่าอากาศร้อนๆ ในขณะนี้เสียอีก

       คนไต้หวันเป็นผู้มีน้ำใจ มีความเป็นมิตร ใครมีความเดือดร้อน มักจะให้ความช่วยเหลือ ส่วนนี้ คล้ายๆ กับคนไทย ใครที่มาอยู่ไต้หวันคิดว่าน่าจะรู้สึกได้

 

คงไถตงน้ำใจงามช่วยพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ

 

2. น่าชื่นชม! ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยเฉพาะขวด PET นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ถึง 95%

       สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไต้หวันจัดงาน “นิทรรศการ 20 ปีกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ” ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 25 ส.ค. นี้  ณ Eco ARK ไทเป เอ็กโปปาร์ค ซึ่งเป็นอาคารขวด PET แห่งแรกของโลก

       ปี 2560 ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ทั้งสิ้น 4.13 ล้านตัน หรือคิดเป็น 52. 51% เป็นรองเพียงเยอรมนีและออสเตรียเท่านั้น ประสิทธิภาพในการจัดการขยะของไต้หวันถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

 

ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

       นิทรรศการนี้ เป็นการจัดแสดงผลสำเร็จด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไต้หวันที่เกิดจากความพยายามตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็นยุคต่างๆ ดังนี้ ยุคแรกเป็นยุคตลาดเสรีหรือที่เรียกกันว่า “ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า” ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับซื้อของเก่าถึงบ้าน ต่อมาเป็นยุคที่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ คือช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2531-2540 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้ประกอบการต้องพึ่งตนเอง ในขณะนั้นได้มีการประกาศจัดตั้งสมาพันธ์รีไซเคิลขยะขึ้นและสิ่งแรกที่นำมารีไซเคิลคือขวดพลาสติก PE (Polyethylene) จนถึงยุคปัจจุบัน (2561) นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกจำนวน 32 ทีม มีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สวมใส่ชุดกีฬาที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขวดพลาสติกรีไซเคิลของไต้หวัน โดยไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับถึงบ้าน

 

 

ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

       ต่อมาเป็นยุคแห่งการรีไซเคิลขยะซึ่งเป็นยุคการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลทรัพยากรให้เจริญก้าวหน้า โดยมีรัฐบาลเป็นหัวรถจักรนำพาภาคประชาชนร่วมมือกันจัดตั้งกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ ซึ่งในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขยายตลาดในต่างประเทศแล้ว โดยขวดพลาสติก PET จากประเทศต่างๆ ถูกส่งมารีไซเคิลที่ไต้หวันหรือไต้หวันส่งออกเทคโนโลยีและประสบการณ์ไปยังประเทศอื่น

 

หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบี เหลืองมหาประลัยที่ผลิตจากเศษชิ้นส่วน ตั้งโชว์ในงาน

 

       สาเหตุที่ไต้หวันสามารถจัดการรีไซเคิลขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้มากถึงขนาดนี้ มาจากรัฐบาลเริ่มจากปี 2531 มีการผลักดันโครงการรีไซเคิล 4 in 1 คือผนึกกำลัง 4 ฝ่ายเป็น 1 เดียว  แก้ไขปัญหาขยะล้น ได้แก่ชุมชนที่เป็นแหล่งเกิดขยะ ผู้ประกอบการเก็บขยะมารีไซเคิล หน่วยเก็บขยะของเมืองต่างๆ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาล และกองทุนขยะรีไซเคิลที่ผู้ประกอบการ ซึ่งผลิตสินค้าก่อให้เกิดขยะ ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน เพื่อให้กองทุนนำไปจัดการกับปัญหาขยะ การผนึกกำลังทั้ง 4 กลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น บวกกับรัฐบาลได้เปิดให้เอกชนร่วมกำจัดขยะโดยมีการจัดเป็นระบบนำขยะกลับมารีไซเคิลใช้อีก ทำให้ขยะถูกจัดการและนำกลับมาใช้ได้ใหม่

 

 สถานที่จัดงาน Eco ARK อาคารขวด PET แห่งแรกของโลก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก The Far Eastern Group สร้างขึ้นจากขวด PET รีไซเคิล 52 ล้านขวด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

จับคนงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติดกว่า 50 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561

2018-08-25 07:41:35

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ผู้ใช้แรงงาน 2.25 ล้านคนได้เฮ! ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน 5% เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน รายชั่วโมงปรับเป็น 150 เหรียญ

         เมื่อเช้าวันที่ 16 ส.ค. นี้ กระทรวงแรงงานเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีหน้า ในที่ประชุมผู้แทนฝ่ายแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นที่เดียวเป็น 28,862 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างยอมให้ปรับขึ้นได้ไม่เกิน 2% และหลังจากที่ถกเถียงกันนานร่วม 10 ชั่วโมง ในที่ประชุมมีมติให้ปรับอัตราคาจ้างขั้นต่ำจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญหรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 5% ในส่วนของค่าจ้างรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเสริม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ชั่วโมงละ 140 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 150 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 7.14%

         นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวหลังการประชุมว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำข้างต้น ได้พิจารณาจากข้อมูลที่ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเห็นพ้อง ไม่ได้ลำเอียงฝ่ายใด และจากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนครั้งนี้ จะมีผู้ใช้แรงงานที่ได้รับอานิสงส์ 1,804,140 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย แรงงานท้องถิ่น 1.36 ล้านคน แรงงานต่างชาติ 438,000 คน ในส่วนของค่าจ้างรายชั่วโมง มีผู้ใช้แรงงานได้รับประโยชน์ 456,000 คน รวมแรงงานที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ 2,257,400 คน

 

แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้

 

         ฝ่ายผู้แทนกลุ่มแรงงาน เริ่มจากท่าทีแข็งกร้าว ยืนหยัดจะให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งเดียวเป็น 28,862 เหรียญไต้หวัน ต่อมายอมลดอัตราการปรับลงมาเป็น 24%, 16%, 9.49% และ 7% ตามลำดับ ฝ่ายนายจ้างก็ยอมปรับขึ้นจากจุดยืนเดิมที่ 2% เป็น 4.55% ในที่สุด นางสวี่หมิงชุน รมว. ประทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมฟันธงให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในอัตราส่วน 5% จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวันเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน หรือปรับขึ้น 1,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง ปรับขึ้น 7.14% จากปัจจุบันชั่วโมงละ 140 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 150 เหรียญไต้หวัน

         ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

       อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมดังกล่าว ยังต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสภาบริหาร จากนั้นจึงจะประกาศอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้น

 

แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 61

 

2. ตำรวจหยุนหลินทลายผับฉาว ผงะ!! คนงานเวียดนามมั่วสุมเสพยานรกกว่า 50 คน

       ที่เมืองโต่วหนาน เมืองหยุนหลิน มีผับแห่งหนึ่ง เคยถูกตำรวจจับลูกค้าฉี่สีม่วงมาแล้ว แต่ยังไม่เข็ด ยิ่งเปิดยิ่งเหิมเกริม เจ้าของผับแม้จะเป็นชาวไต้หวัน แต่ลูกค้าที่ไปใช้บริการกลับเป็นคนงานเวียดนามเสียเป็นส่วนใหญ่ ตำรวจวิเคราะห์จากฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า พบว่าเจ้าของผับป้อนยาเสพติดแก่ผู้ไปใช้บริการ หลังตรวจสอบมาหลายวันจนได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า ผับฉาวดังกล่าว มักจะเปิดให้แรงงานต่างชาติไปมั่วสุมเสพยาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนั้น เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลา 04.00 น. สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นเมืองหยุนหลิน สนธิกำลัง ตำรวจและสารวัตรทหารกว่า 80 นาย ล้อมและบุกทลายผับดังกล่าว จับเจ้าของพร้อมพนักงาน 4 คน และผู้ไปใช้บริการ 68 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานเวียดนาม ซึ่งมีทั้งเพศชายและหญิง 54 คน ตำรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดประเภทเคทามีนหรือยาเค  1.8 กรัม บุหรี่ยาเค 9 มวน แอมเฟตทามีนในรูปซองกาแฟ 19 ซอง น้ำหนักรวม 98.3 กรัม

 

 ตำรวจบุกตรวจผับแห่งหนึ่งในโต่วหนาน เมืองหยุนหลิน พบคนงานเวียดนามจับกุมมั่วสุมเสพยาเสพติด 54 คน

 

         ตำรวจควบคุมตัวนายเฉิน เจ้าของผับและผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังโรงพัก ทำให้สถานีตำรวจโต่วหนานแออัดยัดเยียดไปด้วยผู้ต้องหาที่รอการตรวจปัสสาวะ ตำรวจต้องทำงานหนัก สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด สำหรับผู้มียาเสพติดในครอบครองถูกควบคุมตัวส่งอัยการเพื่อดำเนินคดี โดยตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และตำรวจกำลังตรวจสอบหาแหล่งที่มาของยาเสพติด โดยเฉพาะแอมเฟตทามีนในรูปของซองกาแฟสำเร็จรูป

         โฆษกสถานีตำรวจเมืองหยุนหลินแถลงว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ถือเป็นการทลายแหล่งมั่วสุมยาเสพติดของแรงงานต่างชาติครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหยุนหลิน ผับแห่งนี้เคยถูกจับแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ยิ่งเปิดยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม ส่วนหนึ่งทำงานอยู่ในละแวกเดียวกัน ขณะที่บางคนมาจากไทจง และจางฮั่ว ในลักษณะชวนกันแบบปากต่อปาก ตำรวจกล่าวว่า นายเฉิน เปิดผับบริการและป้อนยาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีนในรูปของซองกาแฟสำเร็จรูป ยาเคและยาอี หรือเอ็คซ์ตาซี แก่เแรงงานต่างชาติ โดยอาศัยจุดอ่อนของแรงงานต่างชาติที่ห่างบ้านจากเมืองมาทำงานที่แดนไกล มีความคิดถึงบ้านและโดดเดี่ยว ดึงดูดให้ไปใช้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ และเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของตำรวจ จะเริ่มป้อนยาเสพติดให้ลูกค้าเสพในช่วงดึก ตำรวจตรวจหาหลักฐานมาหลายวัน ในที่สุดก็ทลายผับฉาวดังกล่าว

 

 คนงานเวียดนามมั่วสุมเสพยาเสพติด 54 คน รอการสอบปากคำในโรงพัก

 

3. ตำรวจจับคนงานเวียดนามผิดกฎหมายพกปืนขายยานรกให้เพื่อนร่วมชาติ

         ที่เมืองลู่กั่งในเขตจางฮั่ว มีร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่ง ลูกค้าชาวเวียดนามไปอุดหนุนกันมาก เมื่อช่วงปลายเดือนก.ค. ที่ผ่านมา นายเผย คนงานเวียดนามผิดกฎหมายช่วยเพื่อนจัดงานฉลองวันเกิด โดยเชิญเพื่อร่วมชาติมาร่วมฉลอง 9 คน หลังจากดื่มสุราเมาได้ที่แล้ว นายเผยนำแอมเฟตทามีนออกมาให้เพื่อนร่วมชาติเสพ เสียงดังที่หนวกหู บวกกับกลิ่นฉุนของแอมเฟตทามีน ทำให้ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงตรวจพบยาเสพติดและปืนสั้น นายเผยจำยอมต้องรับสารภาพว่าพกปืนขายยาเสพติด ตำรวจจึงหิ้วปีกคนงานเวียดนามทั้งหมดกลับไปฉลองวันเกิดกันต่อที่โรงพัก

         สถานีตำรวจลู่กั่งแถลงว่า ขณะที่บุกไปจับกุมในร้าน แรงงานเวียดนาม 7 คนกำลังเคลิบเคลิ้มจากการเสพยาแอมเฟตทามีน มีบางคนตกใจที่ตำรวจบุกเข้าไป ถึงกับเทยาเสพติดลงพื้น หลังจากตำรวจร้องให้หยุดนิ่งกับที่ ตรวจพบในตัวของนายเผยมีแอมเฟตทามีน 10.71 กรัม และพกปืนสั้นดัดแปลง 1 กระบอกด้วย นายเผยรับสารภาพว่า ตนเสพและขายยาเสพติดให้เพื่อนร่วมชาติ ส่วนปืนนั้นมาจากเอเย่นต์รายใหญ่มอบให้เพื่อไว้ป้องกันตัว ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาค้ายาเสพติดและมีปืนไว้ในครอบครอง รวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มาของยาเสพติดและอาวุธปืน ส่วนแรงงานเวียดนามคนอื่นถูกจับข้อหาเสพยาเสพติด สำหรับเจ้าของร้านอาหารก็โดนด้วย ข้อหาจัดหาสถานที่ให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด

         ช่วงนี้ สถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานเวียดนามรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข่าวคราวทลายแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแรงงานเวียดนาม บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดของแรงงานเวียดนามรุนแรงกว่าแรงงานไทย สาเหตุมาจากแรงงานเวียดนาม ส่วนใหญ่มีอายุไม่มาก ยังอยู่ในวัยคะนอง เห็นเพื่อนเสพก็อยากลอง ประกอบกับแรงงานเวียดนามมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน ดังนั้นสถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานเวียดนามจึงน่าเป็นห่วง

         จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงวันที่ 31 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาครึ่งปี แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาญารวม 909 คดี มีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 944 คน ในจำนวนนี้ เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ เช่นเมาแล้วขับ เป็นต้นมากที่สุด 415 คดี ตามด้วยลักทรัพย์ 149 คดี อันดับ 3 ได้แก่คดียาเสพติด 108 คดี มีแรงงานต่างชาติเกี่ยวข้อง 137 คน หากจำแนกตามสัญชาติ คนงานเวียดนามก่อคดีมากที่สุด 523 คน อันดับ 2 คนงานไทย 203 คน อินโดนีเซีย 113 คน ฟิลิปปินส์ 105 คน แต่หากคิดตามอัตราส่วนแล้ว แรงงานไทย ยังคงก่อคดีมากที่สุด เพราะยอดจำนวนคนงานไทยมีเพียง 60,000 คน ก่อคดีอาญา 203 คน ขณที่เวียดนามมีจำนวนมากกว่า 200,000 คน หรือ 3.5 เท่าของคนงานไทย แต่จำนวนคนที่ก่อคดีมีเพียง 2 เท่าของคนงานไทย

 

จับคนงานเวียดนามผิดกฎหมายพกปืนขายยานรกให้เพื่อนร่วมชาติเสพในร้านอาหาร 9 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

รายงานโดยอโศก ศรีจันทร์ ทีมข่าว Rti

More
วัดพระดำ

10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ภาค 1)

10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ภาค 1)

2018-08-24 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- 10 สถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าคู่รัก วันนี้....คุณไปเยือนกันหรือยัง ฮิๆๆๆๆๆ (ภาค 1)

 

ปากว้าซานต้าฝอหรือที่เรียกกันจนติดปากว่าวัดพระดำ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในเขตจังหวัดจางฮั่ว

 

บรรยากาศอันแสนจะโรแมนติกในยามค่ำคืนของร้านอาหารซิงเย่ว์เทียนคง ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดหนานโถว

 

ทิวทัศน์อันงดงามของบึงคู่รัก (ฉิงเหรินหู) ซึ่งหากทราบที่มาของชื่อนี้ รับรองว่ามีอึ้งแน่ๆ

 

บรรยากาศอันผ่อนคลายของสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทเปอย่างบึงปี้ถัน ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าซินเตี้ยน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องเล่าแปลกๆ ของที่นี่ที่หลายคนอาจไม่รู้

 

More
สามเหรียญทองของไต้หวัน

เอเชี่ยนเกมส์ปีนี้นักกีฬาไต้หวันฟอร์มฮอต แค่สองวันแรกได้มาแล้ว 3 เหรียญทอง

เอเชี่ยนเกมส์ปีนี้นักกีฬาไต้หวันฟอร์มฮอต แค่สองวันแรกได้มาแล้ว 3 เหรียญทอง

2018-08-23 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เอเชี่ยนเกมส์ปีนี้นักกีฬาไต้หวันฟอร์มฮอต แค่สองวันแรกได้มาแล้ว 3 เหรียญทอง จากปืนสั้นอัดลมระยะ 10 ม. ประเภทคู่ผสม เป้าบินชาย และเทควันโดหญิง รุ่น 53 กก. เชื่อว่าเป้าหมาย 10 เหรียญทองน่าจะทำได้ไม่ยาก

More
นายจ้างแจ้งตำรวจจับแรงงานไทยมั่วสุมเสพยาเสพติด

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561

2018-08-31 20:02:51

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ยาเสพติดทำลายอนาคต ทำลายครอบครัวและภาพลักษณ์แรงงานไทยโดยรวม ขอให้แรงงานไทยห่างไกลยาเสพติด

        ตำรวจไต้หวันจะเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างยาเสพติดทุกชนิด รวมทั้งเพิ่มการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง หากพบชาวต่างชาติพัวพันกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเสพหรือครอบครอง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่ไทยจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบและให้ความร่วมมือ และเพื่อลดการระบาดของยาเสพติด

        จากข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี 2555-2559 คดียาเสพติดที่แรงงานไทยพัวพันและถูกจับกุม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ตรวจพบ 174 คดี แรงงานไทยที่เกี่ยวข้อง 216 คน ครองสัดส่วนแรงงานไทยทั้งหมด 0.37% ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นข้อหาเสพยาเสพติด รองลงมาเป็นมียาเสพติดในครอบครอง

 

นายจ้างสุดทน แจ้งตำรวจจับแรงงานไทยที่ตนว่าจ้างจำนวน 31 คน มั่วสุมเสพยาเสพติดในโรงพิมพ์ที่นครนิวไทเป

 

        นอกจากตรวจสอบและกวาดล้างแล้ว สำนักงานตำรวจไต้หวันยังได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ตามโรงงานต่างๆ ที่มีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ โดยอาศัยช่วงที่สถานประกอบการมีการประชุมหรืออบรมแรงงานต่างชาติ เพื่อให้แรงงานต่างชาติทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด ไม่เข้าหาหรือข้องแวะกับสิ่งผิดกฎหมาย

        ในส่วนของ สนร. มีการจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ปัญหาการเสพและขายยาเสพติดในหมู่แรงงานไทยอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น มีการจัดอบรมอาสาสมัครแรงงานให้รับทราบกฎระเบียบท้องถิ่นพร้อมบทลงโทษ รวมทั้งสร้างเครือข่ายต่างๆให้แจ้งข่าวต่อ สนร.ได้เข้าช่วยเหลือแรงงานไทยอีกด้วย

 

นายจ้างโรงงานฟอกหนังแห่งหนึ่งที่เมืองจางฮั่ว แจ้งตำรวจจับแรงงานไทยในโรงงานที่รวมกลุ่มเสพยาเสพติด

 

2. อาหารไทยได้รับความนิยมจากชาวไต้หวันจำนวนมาก แต่พ่อครัวแม่ครัวไทยที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ เดือนกรกฎาคม 2561 มีเพียง 31 คน จากยอดจำนวนพ่อครัวแม่ครัวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน กว่า 300 คน สาเหตุเป็นเพราะ มีปัญหาด้านการรับรองใบผ่านงาน ตามระเบียบของไต้หวันกำหนดว่า พ่อครัวแม่ครัวต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานในไต้หวัน ซึ่งจะได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 47,971 เหรียญ จะต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง 5 ปี สำหรับผู้ที่ไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐ

 

 

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย จัดโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป

 

3. สัมภาษณ์แรงงานหญิงไทยที่เสพยาเสพติดถูกจับและตั้งใจว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด เล่าสภาพการณ์ในสถานบำบัดและความทุกข์ทรมานที่ถูกจำกัดเสรีภาพ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้เพื่อนๆ อย่างข้องแวะหรือแตะต้องยาเสพติด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน เสร็จสิ้นภารกิจเยือนพันธมิตรในละตินอเมริกา เดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อดึกวันที่ 20 ส.ค. 61

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปารากวัย และเบลีซ กลับถึงไต้หวันแล้ว

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปารากวัย และเบลีซ กลับถึงไต้หวันแล้ว

2018-08-21 19:10:20

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 61

         1. ผู้นำไต้หวันเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปารากวัย และเบลีซ กลับถึงไต้หวันแล้ว 

         2. จีนแผ่นดินใหญ่ขู่เข็ญธุรกิจเอกชนต้องยอมตามความคิดของตน ผู้นำไต้หวันแวะดื่มกาแฟที่ 85องศาC ในแอลเอ ถูกนักท่องเน็ตจีนรุมด่าทอว่าเป็นพวกแยกไต้หวันเป็นเอกราช รณรงค์บอยคอตสาขาในจีน จนร้านนี้ต้องออกแถลงการณ์ยอมรับ "ฉันทามติ 1992" 

         3. ผู้นำไต้หวันขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้กฎหมาย NDAA ที่ระบุจะต้องจำหน่ายอาวุธและเสริมปฏิสัมพันธ์ด้านการทหารกับไต้หวัน เสริมความสามารถในการป้องกันประเทศของไต้หวัน ฯลฯ 

 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
เฉินหลงและหลินฟ่งเจียว

แนะนำซิงเกิลล่าสุดของโจลิน ไช่อีหลินในเพลงหว่อตุ้ยหว่อ (ฉันกับฉัน) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำซิงเกิลล่าสุดของโจลิน ไช่อีหลินในเพลงหว่อตุ้ยหว่อ (ฉันกับฉัน) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-08-19 09:22:33

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำซิงเกิลล่าสุดของโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) ในเพลงหว่อตุ้ยหว่อ (我對我 : ฉันกับฉัน)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (เฉินหลง ฉลองวันแห่งความรักจีนด้วยการโพสหวานเจี๊ยบถึงหลินฟ่งเจียว ภรรยาชาวไต้หวันพร้อมขอให้โจวเจี๋ยหลุนแต่งเพลงให้ด้วย)

 

 

More
คนไต้หวันฮิตเที่ยวตปท. สายการบินต่างชาติแห่เปิดเส้นทางบินใหม่เพียบ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. 61 - คนไต้หวันฮิตเที่ยวตปท. สายการบินต่างชาติแห่เปิดเส้นทางบินใหม่เพียบ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. 61 - คนไต้หวันฮิตเที่ยวตปท. สายการบินต่างชาติแห่เปิดเส้นทางบินใหม่เพียบ

2018-08-21 19:13:35

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

          คนไต้หวันฮิตการเดินทางไปต่างประเทศมาก ส่งผลให้ธุรกิจสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่จากไต้หวันมากมายโดยเฉพาะในปีนี้ มีบริษัทสายการบินยื่นสมัครเปิดเส้นทางใหม่ถึง 25 เส้นทาง ในจำนวนนี้เป็นของบริษัทสายการบินสัญชาติต่างประเทศถึง 17 เส้นทางบิน แล้วพี่น้องชาวไทยมีเส้นทางบินใหม่สู่ไต้หวันกับสายการบินอะไร ติดตามได้ในรายการ

 

More
เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลไทเป คนป่วยอาการหนักตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

2018-08-19 08:46:55

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เดือนผีมาแล้ว ประตูยมโลกเปิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ ตลอดเดือน 7 นี้ ชาวไต้หวันถือว่าไม่เป็นสิริมงคล จะไม่ไปในสถานที่เปลี่ยว และมีข้อห้ามหลายอย่าง

 

2. อากาศเริ่มลดความร้อนระอุลงบ้างแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเช้า ไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้ และหลังวันไหว้พระจันทร์วันที่ 24 กันยายนผ่านไปแล้ว จะเข้าสู้ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัว

 

3. เฮี้ยน! เริ่มเข้าเดือนผี ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาล คนป่วยตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

       เมื่อรุ่งเช้าเวลา 04.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องบำบัดผู้ป่วยอากาหนัก ซึ่งอยู่ชั้น 7 ของโรงพยาบาลไทเป ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูงอายุที่เคลื่อนไหวไม่ได้สำลักควันเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีก 8 คน จัดเป็นเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้ป่วยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไต้หวัน

       โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพิ่งผ่านการตรวจความปลอดภัยไปเมื่อเดือนก่อน สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ สันนิษฐานเกิดจากที่นอนลมไฟฟ้า ซึ่งญาติผู้ป่วยซื้อมาใช้เองในราคา 80,000 เหรียญ เกิดการลัดวงจร

 

 โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในวังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ตั้งอยู่ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

 

 

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลไทเป คนป่วยอาการหนักตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

 

4. นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันโชคร้าย ท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา ถ่ายรูปกับฮิปโปถูกขย้ำเสียชีวิต 1 บาดเจ็บอีก 1 ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายรูป ต้องระมัดระวังอันตราย

       นักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ขณะถ่ายรูปที่ทะเลสาบไนวาชา ใกล้กับโรงแรมที่พัก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงไนโรบี ถูกฮิปโปโปเตมัสกระโจนออกมาจากทะเลสาปขย้ำจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย คือนายจาง อายุ 66 ปี เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีก 1 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไกด์นำเที่ยวประเทศแถบอัฟริกาที่มีประสบการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ฮิปโปแม้จะเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก. เหตุที่กัดนักท่องเที่ยวเสียชีวิตครั้งนี้ จากคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ กล่าวว่า ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตรายนี้กับเพื่อน พยายามเข้าใกล้ฮิปโปเพื่อถ่ายรูก และอาจเป็นเพราะเป็นช่วงกลางคืนและเปิดใช้แฟลต แสงสว่างในพริบตาทำให้ฮิปโปตกใจ คิดว่าถูกคุกคามจึงกระโจนออกมากัดคน

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

       จากข้อมูลบอกว่า ที่แอฟริกาแต่ละปีเกิดเหตุการณ์ที่ฮิปโปขย้ำคนเสียชีวิตประมาณ 500 คน เฉพาะที่ประเทศเคนยาตายปีละ 200 คน และนายจางเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายที่ 6 ของปีนี้ที่ถูกฮิปโปในทะเลสาปไนวาชาทำร้าย

       นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันกลุ่มนี้ ช่วงกลับยังประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำอีก มีผู้บาดเจ็บ 15 คน ถือว่าโชคร้ายซ้ำสอง เข้าทำนองว่า  禍不單行 อ่านว่าฮั่วปู้ตานสิง แปลว่า ความโชคร้ายมักไม่มาเดี่ยว ซึ่งตรงกับสำนวนไทย ผีซ้ำด้ามพลอย หรือพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก และต้องย้ำเตือน การถ่ายรูปกับสัตว์ หรือแม้แต่ถ่ายเซลฟี่ ต้องระมัดระวัง อย่างเข้าใกล้นัก และต้องดูทำเลที่ยืน บางคนเดินถอยเพื่อให้ได้มุมดีๆ ตกเหวตายก็มี 

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

2018-08-17 11:00:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถูกตำนิ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบพุ่งเกิน 50,000 คน

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันมากถึง 689,824 คน สิ่งที่ตามมาคือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายงาน เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ลดลงไปบ้าง แต่ล่าสุด พุ่งขึ้นเป็น 51,404 คนแล้ว สภาตรวจสอบเกรงว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนี อาจมีการรวมตัวกันในลักษณะแก๊งนอกกฎหมาย กลายเป็นปัญหาสังคม จึงมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ และผลการตรวจสอบพบว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบกพร่องในหน้าที่ จึงตำนิและสั่งให้ทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ใหม่

      ในรายงานการตรวจสอบระบุว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม้จะปฏิบัติการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 แต่ไม่ได้ตั้งตัวชี้วัดการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมโดยอาศัยดัชนีของปีก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ปฏิบัติหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงไปบ้าง แต่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงเกิน 50,000 คน ไม่มีแนวนโน้มจะลดลง นอกจากนี้ การตรวจสอบและลงโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายและนายหน้าผิดกฏหมายก็ไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หรือไม่สามารถหาหลักฐานมัดตัวนายจ้างและนายหน้าเถื่อนที่กระทำผิดกฎหมาย ส่งผลให้คดีที่ส่งให้หน่วยงานด้านแรงงานในท้องถิ่นลงโทษปรับเงินมีอัตราส่วนน้อยมาก ถือเป็นการละเลยในหน้าที่

 

ที่ทำการของสภาตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สอดส่องและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

 

      รายงานฉบับนี้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเงิน ฐานอยู่เลยกำหนด อัตราค่าปรับตั้งแต่ 3,000-10,000 เหรียญไต้หวัน หากมีการทำงานอย่างผิดกฎหมาย ตามกฎหมายการจ้างงาน จะถูกลงโทษปรับเงินฐานทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราค่าปรับตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน แต่ในทางปฏิบัติ การลงโทษปรับเงินดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ส่งผลให้การสกัดกั้นหรือยับยั้งการหลบหนี ไม่ได้ผล ในประเด็นนี้ทั้งกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะต้องทบทวนและปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่างๆ และการที่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมได้ง่าย

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มี 51,404 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,248 คน ครองอัตราส่วน 47% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย มี23,740 คน ครองสัดส่วน 46.18% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,614 คน คิดเป็นสัดส่วน 5% และแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 801 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 661 คน เพศหญิง 140 คน    

 

แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ณ มิ.ย. 61 มี 51,404 คน

 

2. กลุ่มคุ้มครองสัตว์เรียกร้องให้แก้กฎหมาย แรงงานต่างชาติฆ่าหมาแมว ต้องลงโทษนายจ้างด้วย

      กรณีที่ช่วงนี้ ปรากฎเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติในเมืองจางฮั่วและนครไทจงฆ่าสุนัขติดต่อกัน 2 คดี เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ กลุ่มคุ้มครองสัตว์ได้ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้แก้กฎหมายลงโทษนายจ้าง หากปรากฎว่าแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างฆ่าสุนักหรือแมว กลุ่มคุ้มครองสัตว์ให้เหตุผลว่า ผู้ที่สามารถยัยยั้งแรงงานต่างชาติไม่ให้ฆ่าสุนัขและแมวมากที่สุด คือนายจ้าง และนายจ้างควรจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง จึงเรียกร้องของให้แก้กฎหมายการจ้างงาน โดยเพิ่มบทลงโทษนายจ้างด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้าง หากทราบเรื่องแล้วไม่แจ้งความ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

      ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตและในครอบครัว จัดเป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมของไต้หวัน และการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ก่อนเข้าทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องให้การอบรม รวมถึงแจ้งให้ทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากนายจ้างไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อห้ามเกี่ยวกับการทารุณหรือฆ่าสัตว์เลี้ยง กระทรวงแรงงานมีอำนาจจะเพิกถอนโควตาแรงงานต่างชาติที่ว่าจ้างได้ แต่สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มคุ้มครองสัตว์ที่ขอให้แก้กฎหมายการจ้างงาน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้คนส่วนใหญ่สังคม อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานรับจะนำไปศึกษาและเป็นข้อมูลในการแก้ไขกฎหมายต่อไป

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

3. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายป่วยเป็นไขเลือดออก สวมบัตรประกันสุขภาพของเพื่อนเข้ารับการรักษา กองอนามัยตรวจสอบวุ่น

      แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างรายหนึ่ง อายุ 20 ปีเศษ มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ คล้ายกับเป็นโรคไข้เลือดออกเดงกี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเขตกังซาน นครเกาสง หลังการตรวจวินิจฉัย แพทย์พบว่าเป็นโรคไขเลือดออกเดงกี จึงแจ้งกองอนามัย นครเกาสง ทางกองอนามัยจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงงานของแรงงานเวียดนามรายนี้ ปรากฏว่าเจ้าของบัตรแข็งแรงดี ไม่มีอาการป่วยไข้ในช่วงนี้ พร้อมทั้งมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ในวันดังกล่าว ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม นายหลี เจ้าของบัตรสารภาพความจริงว่า ได้ให้อดีตเพื่อนร่วมงานรายหนึ่ง ซึ่งหลบหนีออกจากโรงงานนานกว่า 2 ปีแล้ว ยืมบัตรประกันสุขภาพ เนื่องจากมีอาการไม่สบาย และไม่มีประกันสุขภาพจึงติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊ก ขอยืมบัตรประกันสุขภาพของตน เพื่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

บัตรประกันสุขภาพของไต้หวัน

 

      กรมป้องกันโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกล่าวเตือนว่า การสวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่น เป็นการหลบเลี่ยงและขัดขวางการตรวจและป้องกันโรค มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จนถึง 150,000 เหรียญไต้หวัน

      เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่ติดต่อโดยมียุงเป็นพาหะ และกำลังระบาดในช่วงหน้าร้อนนี้ กองอนามัยทุกพื้นที่มีการป้องกันและเตรียมรับมืออย่างเข้มงวด ส่วนแรงงานเวียดนามที่สวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่นรายนี้ ทางกรมป้องกันโรคและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 

ไข้เลือดออกกำลังระบาด กองอนามัยท้องที่ออกฉีดพ่นยาฆ่ายุงตามตรอกซอกซอยต่างๆ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ขบวนแห่ในเทศกาลสาร์ทจีน 1

ไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

ไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

2018-08-17 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ไปตามชมไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

 

ชาวจีหลงพร้อมใจกันปิดเมืองจัดขบวนแห่ในเทศกาลสาร์ทจีน ในคืนวันที่ 14 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 24 สิงหาคม 2561)

 

หลังจบการแห่โคมรอบเมือง ก็จะนำไปจุดไฟและปล่อยโคมให้ลอยน้ำออกไปในทะเล ปีนี้ (2018) จะจัดที่บริเวณวั่งไห่เซี่ยงในแถบปาโต่วจื่อ

 

บรรยากาศของประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนในจังหวัดผิงตง

 

ประเพณีชิงเปรตที่โถวเฉิงของเมืองอี๋หลาน ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่จัดกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง

More
จันหย่งหรานและมาคาโรว่า ร่วมกันคว้ารองแชมป์หญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

2018-08-16 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

- เจิ้งเจ้าชุนถือเป็นความหวังของไต้หวันที่จะคว้าเหรียญทองจากกีฬาพุ่งแหลนในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

- ทีมฟุตบอลชายไต้หวันแทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์แน่นอนแล้ว หลังจากพ่ายฮ่องกงไป 0:4

 

จันหย่งหรานและคู่หูคนใหม่ เอคาเทรีน่า มาคาโรว่า สาวรัสเซีย สามารถคว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในการแข่งขันที่มอลทรีอัล จนส่งให้สาวไต้หวันกลับสู่ตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกในเทนนิสหญิงคู่อีกครั้ง

 

ทีมฟุตบอลชายไต้หวัน (ชุดน้ำเงิน) แทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้แล้ว หลังจากที่พ่ายต่อฮ่องกงไป 0:4

 

เจิ้งเจ้าชุน นักกีฬาพุ่งแหลนคนดังชาวไต้หวันที่คว้าเหรียญทองจากกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2017 ถือเป็นความหวังของวงการกรีฑาไต้หวันในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

More
แรงงานต่างชาติอยากให้ยกเลิกค่าบริการรายเดือน ขณะที่บจง. ร้องขอปรับเพิ่มขึ้น

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561

2018-08-19 07:13:37

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปัญหาค่าบริการรายเดือนที่บริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกเก็บจากแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติอยากให้ยกเลิกหรือลดลง แต่บจง.เรียกร้องขอปรับขึ้น เสนอให้นายจ้างออกครึ่งหนึ่ง จะช่วยแก้ปัญหาของแรงงานและ บจง. ได้

         ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น เพราะไม่เคยปรับเลยเป็นเวลา 18 ปีแล้ว กระทรวงแรงงานไต้หวันอยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุนของบริษัทจัดหางานไต้หวัน เพื่อประเมินและวิเคราะห์เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับค่าบริการรายเดือนของบริษัทจัดหางาน ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         ประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ รวมทั้งแรงงานต่างชาติและองค์กร NGO ต่างเรียกร้องให้ลดหรือยกเลิกค่าบริการดังกล่าว ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอขึ้นค่าบริการดูแลแรงงานต่างชาติ โดยให้เหตุผลว่า ตั้งแต่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2544 จนถึงปัจจุบัน อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับสูงขึ้นไปแล้วประมาณ 47% ประกอบกับค่าเช่าสำนักงานและอาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพแพงขึ้นอย่างมาก แต่ค่าบริการรายเดือนที่เรียกรับจากแรงงานต่างชาติ ไม่เคยได้ปรับขึ้นเลยเป็นเวลาร่วม 18 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ปรับสูงขึ้น อย่างน้อยที่สุด ค่าบริการควรจะเท่ากับ 10% ของรายได้แรงงานต่างชาติ ซึ่งก็คือควรปรับขึ้นเป็นเดือนละ 2,100 เหรียญ แทนเดือนละ 1,800, 1,700 และ1,500 เหรียญไต้หวัน ในปีที่ 1 , 2 และ 3 ที่อนุญาตให้เรียกเก็บได้ในปัจจุบัน

 

 ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น

 

         ส่วนท่าทีของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของบริษัทจัดหางาน แต่เนื่องจากกฎหมายการจ้างงาน ห้ามบริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกรับค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาติ อนุญาตให้เรียกเก็บได้เฉพาะค่าบริการดูแลรายเดือนจากแรงงานต่างชาติ โดยกำหนดให้บริษัทจัดหางานมีหน้าที่ต้องให้บริการดูแลช่วยเหลือแรงงานต่างชาติตั้งแต่รับแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน ส่งกลับประเทศเมื่อทำงานครบสัญญา พาไปตรวจโรคตามที่กฎหมายกำหนด ทำใบถิ่นที่อยู่ เป็นต้น จึงเป็นการยากที่จะยกเลิกการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว ได้แต่ปรับให้ค่าบริการมีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         และนับตั้งแต่ฝ่ายไต้หวันยกเลิกกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 แรงงานต่างชาติไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ช่วยให้แรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางานที่ต้องจ่ายเพื่อเดินทางเข้าไต้หวันรอบใหม่ได้เป็นอย่างมาก บริษัทจัดหางานเริ่มมีการเก็บค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เช่นเรียกเก็บค่าบริการต่อหนังสือเดินทาง ค่าบริการช่วยโอนเงินเป็นต้น

         ทางออกที่เป็นไปได้ เสนอให้ฝ่ายนายจ้างร่วมรับผิดชอบค่าบริการรายเดือนดังกล่าว อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง จะทำให้บจง. สามารถปรับค่าบริการรายเดือนได้ตามความเหมาะสม ขณะที่แรงงานต่างชาติก็สามารถลดภาระน้อยลงกว่าเดิมได้

 

บจง. ให้บริการทั้งนายจ้างและแรงงานต่างชาติ แต่แรงงานเป็นผู้จ่ายค่าบริการเพียงฝ่ายเดียว

 

2. อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กำลังใจแรงงานไทย เมื่อครั้งนำคณะมาดูงานที่ไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More