QR Code
สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2561 สโมสรผู้ฟัง
2018-07-08
  • ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3

    ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3

    ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3 มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3 เช่นกัน
  • มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3  ของโลก

    มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3 ของโลก

    มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3 ของโลก
  • เด็กม.1 ความจำดี รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 ความจำดี รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง ใช้ความจำเขียนรายละเอียดการรีดไถแต่ละครั้งลงในหนังสือสำนึกผิดโดยไม่ผิดเพี้ยน
  • เด็กม.1 ความจำดี ไถรุ่นพี่ 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 ความจำดี ไถรุ่นพี่ 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 ความจำดี ไถรุ่นพี่ 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน
  • เด็กม.1 ความจำดี ไถรุ่นพี่ 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 ความจำดี ไถรุ่นพี่ 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน

    เด็กม.1 ความจำดี รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน ในภาพเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสำนักผิดของเด็กคนนี้

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 ก.ค. ได้ที่นี่!!!

 

1. ตะลึง!! เด็กม.1 รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง ใช้ความจำเขียนรายละเอียดการรีดไถแต่ละครั้งลงในหนังสือสำนึกผิดโดยไม่ผิดเพี้ยน ทำครูตะลึง เกรงเด็กความจำดีจะใช้ความอัจฉริยะไปในทางผิด แนะผู้ปกครองต้องใส่ใจ 

         ที่นครไถหนาน มีเด็กชายคนหนึ่ง แซ่หลี่อายุ 13 ปี เรียนอยู่มัธยมปีที่ 1 รีดไถเงินจากรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี แต่มีศักดิ์เป็นหลานของเขา ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ป.5 จนถึงม. 1 รีดไถรวม 3 ปีเต็ม ได้เงินไป 60,000 กว่าเหรียญ เริ่มแรกไถครั้งละ 100-200 เหรียญ ต่อมาได้ใจเพิ่มเป็นพันขึ้นไป ผู้เสียหายไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ควักเงินให้ จนถึงเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว คุณย่าของผู้เสียหายพบว่า หลานขอเงินบ่อยจนผิดสังเกต ต้องมีปัญหาอะไรแน่นอน จึงแจ้งครูประจำชั้นทราบ ขอให้ช่วยสอดส่องว่า หลานของตนเอาเงินไปใช้จ่ายทางไหน? จึงพบคดีเด็กรุ่นน้องรีดไถเด็กรุ่นพี่ หลังจากครูในโรงเรียนและตำรวจตรวจสอบแล้ว เนื่องจากยังมีอายุน้อย ตำรวจให้ทางโรงเรียนจัดการอบรมบ่มนิสัย ครูเรียกเด็กนักเรียนจอมรีดไถรายนี้มาพูดคุยในห้อง เด็กคนนี้ยอมรับสารภาพทันที พร้อมทั้งลงมือเขียนหนังสือสำนึกผิด คราวนี้แหละที่ทำให้คุณครูและตำรวจต้องตกตะลึง เพราะเด็กคนนี้  ไม่ต้องคิดมากเขียนพฤติกรรมการรีดไถรุ่นพี่ของตนตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 97 อย่างละเอียด ที่ไหน เมื่อไหร? ได้เงินไปกี่เหรียญ โดยไม่มีขาดตกแม้แต่เหรียญเดียว ครั้งไหนที่ไม่ได้เงินก็เอาปากกาสีแดงขีดฆ่า เขียนเต็มหน้ากระดาษเอ 4 ถึง 5 หน้า เมื่อตรวจสอบกับผู้เสียหายแล้ว ปรากฎว่าตรงเป๊ะ เหมือนกับมีการบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์

 

เด็กม.1 รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง ใช้ความจำเขียนรายละเอียดการรีดไถแต่ละครั้งลงในหนังสือสำนึกผิดโดยไม่ผิดเพี้ยน

 

         เด็กรายนี้ ยอมสารภาพความจริง และที่สำคัญคือเป็นการแสดงออกถึงความจำของเขาที่ยอดเยี่ยม ครูและตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตะลึงไปตามๆ กัน เห็นว่าเด็กคนนี้ หากมีการอบรมสั่งสอนและเอาใส่ดูแล ใช้ความจำพิเศษของเขาไปในทางที่ถูก อาจกลายเป็นเด็กอัจฉริยะก็ได้ ที่ผ่านมา เพราะครอบครัวยากจน พ่อแม่มัวแต่หาเลี้ยงชีพ ไม่มีเวลาดูแลลูก ทำให้ไม่มีการค้นพบความสามารถพิเศษของเขา ทางโรงเรียนเชิญพ่อแม่มาคุย ขณะเดียวกัน จะทำการวัด IQ และจัดคอร์สพิเศษ เน้นการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้เขามากขึ้น ไม่แน่อาจกลายเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมในอนาคตก็ได้

         น่าชื่นชมคุณครูโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อเห็นเด็กมีแวว ก็พยายามจะให้ความช่วยเหลือ แม้เขาจะเคยกระทำผิด แต่ให้โอกาสสำนึกและแก้ตัว เด็กฉลาดมีเยอะ แต่หากไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนไปในทางที่ถูกที่ควร เด็กอาจใช้ความฉลาดไปในทางผิด เป็นผลเสียต่อสังคม

 

 

เด็กม.1 ความจำดี รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน ในภาพเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสำนักผิดของเด็กคนนี้

 

2.      พบชาวไต้หวันมีสินทรัพย์เกิน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเพิ่มมากเป็นอันดับ 3 มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3 เช่นกัน

         รายงานความมั่งคั่งโลกประจำปี 2561 ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์มากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ1,600 ล้านบาท) ทั้งหมด 129,700 คนหรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10% โดยสหรัฐอเมริกาติดอันดับประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก อันดับ 2 ญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับไต้หวันมีมหาเศรษฐีทรัพย์สินมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ทั้งหมด 2,010 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว 420 คนหรือเพิ่มขึ้น 26% สาเหตุสำคัญเนื่องจากตลาดหุ้นของไต้หวัน(TAIEX) พุ่งเกิน 10,000 จุดมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ดันอัตราการเพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐีมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากบราซิลและรัสเซีย 

 

ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3  ของโลก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลไทเป คนป่วยอาการหนักตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

2018-08-19 08:46:55

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เดือนผีมาแล้ว ประตูยมโลกเปิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ ตลอดเดือน 7 นี้ ชาวไต้หวันถือว่าไม่เป็นสิริมงคล จะไม่ไปในสถานที่เปลี่ยว และมีข้อห้ามหลายอย่าง

 

2. อากาศเริ่มลดความร้อนระอุลงบ้างแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเช้า ไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้ และหลังวันไหว้พระจันทร์วันที่ 24 กันยายนผ่านไปแล้ว จะเข้าสู้ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัว

 

3. เฮี้ยน! เริ่มเข้าเดือนผี ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาล คนป่วยตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

       เมื่อรุ่งเช้าเวลา 04.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องบำบัดผู้ป่วยอากาหนัก ซึ่งอยู่ชั้น 7 ของโรงพยาบาลไทเป ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูงอายุที่เคลื่อนไหวไม่ได้สำลักควันเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีก 8 คน จัดเป็นเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้ป่วยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไต้หวัน

       โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพิ่งผ่านการตรวจความปลอดภัยไปเมื่อเดือนก่อน สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ สันนิษฐานเกิดจากที่นอนลมไฟฟ้า ซึ่งญาติผู้ป่วยซื้อมาใช้เองในราคา 80,000 เหรียญ เกิดการลัดวงจร

 

 โรงพยาบาลไทเป เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในวังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ตั้งอยู่ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

 

 

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลไทเป คนป่วยอาการหนักตาย 13 บาดเจ็บ 8 คน

 

4. นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันโชคร้าย ท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา ถ่ายรูปกับฮิปโปถูกขย้ำเสียชีวิต 1 บาดเจ็บอีก 1 ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายรูป ต้องระมัดระวังอันตราย

       นักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเคนยา เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ขณะถ่ายรูปที่ทะเลสาบไนวาชา ใกล้กับโรงแรมที่พัก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงไนโรบี ถูกฮิปโปโปเตมัสกระโจนออกมาจากทะเลสาปขย้ำจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย คือนายจาง อายุ 66 ปี เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีก 1 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไกด์นำเที่ยวประเทศแถบอัฟริกาที่มีประสบการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ฮิปโปแม้จะเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก. เหตุที่กัดนักท่องเที่ยวเสียชีวิตครั้งนี้ จากคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ กล่าวว่า ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตรายนี้กับเพื่อน พยายามเข้าใกล้ฮิปโปเพื่อถ่ายรูก และอาจเป็นเพราะเป็นช่วงกลางคืนและเปิดใช้แฟลต แสงสว่างในพริบตาทำให้ฮิปโปตกใจ คิดว่าถูกคุกคามจึงกระโจนออกมากัดคน

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

       จากข้อมูลบอกว่า ที่แอฟริกาแต่ละปีเกิดเหตุการณ์ที่ฮิปโปขย้ำคนเสียชีวิตประมาณ 500 คน เฉพาะที่ประเทศเคนยาตายปีละ 200 คน และนายจางเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายที่ 6 ของปีนี้ที่ถูกฮิปโปในทะเลสาปไนวาชาทำร้าย

       นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันกลุ่มนี้ ช่วงกลับยังประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำอีก มีผู้บาดเจ็บ 15 คน ถือว่าโชคร้ายซ้ำสอง เข้าทำนองว่า  禍不單行 อ่านว่าฮั่วปู้ตานสิง แปลว่า ความโชคร้ายมักไม่มาเดี่ยว ซึ่งตรงกับสำนวนไทย ผีซ้ำด้ามพลอย หรือพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก และต้องย้ำเตือน การถ่ายรูปกับสัตว์ หรือแม้แต่ถ่ายเซลฟี่ ต้องระมัดระวัง อย่างเข้าใกล้นัก และต้องดูทำเลที่ยืน บางคนเดินถอยเพื่อให้ได้มุมดีๆ ตกเหวตายก็มี 

 

ฮิปโปเป็นสัตว์กินหญ้า ดูท่าทางเชื่องช้า แต่มีอารมณ์ดุร้าย มีฟันแหลมคม น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กก.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

2018-08-17 11:00:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถูกตำนิ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบพุ่งเกิน 50,000 คน

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันมากถึง 689,824 คน สิ่งที่ตามมาคือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายงาน เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ลดลงไปบ้าง แต่ล่าสุด พุ่งขึ้นเป็น 51,404 คนแล้ว สภาตรวจสอบเกรงว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนี อาจมีการรวมตัวกันในลักษณะแก๊งนอกกฎหมาย กลายเป็นปัญหาสังคม จึงมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ และผลการตรวจสอบพบว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบกพร่องในหน้าที่ จึงตำนิและสั่งให้ทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ใหม่

      ในรายงานการตรวจสอบระบุว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม้จะปฏิบัติการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 แต่ไม่ได้ตั้งตัวชี้วัดการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมโดยอาศัยดัชนีของปีก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ปฏิบัติหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงไปบ้าง แต่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงเกิน 50,000 คน ไม่มีแนวนโน้มจะลดลง นอกจากนี้ การตรวจสอบและลงโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายและนายหน้าผิดกฏหมายก็ไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หรือไม่สามารถหาหลักฐานมัดตัวนายจ้างและนายหน้าเถื่อนที่กระทำผิดกฎหมาย ส่งผลให้คดีที่ส่งให้หน่วยงานด้านแรงงานในท้องถิ่นลงโทษปรับเงินมีอัตราส่วนน้อยมาก ถือเป็นการละเลยในหน้าที่

 

ที่ทำการของสภาตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สอดส่องและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

 

      รายงานฉบับนี้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเงิน ฐานอยู่เลยกำหนด อัตราค่าปรับตั้งแต่ 3,000-10,000 เหรียญไต้หวัน หากมีการทำงานอย่างผิดกฎหมาย ตามกฎหมายการจ้างงาน จะถูกลงโทษปรับเงินฐานทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราค่าปรับตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน แต่ในทางปฏิบัติ การลงโทษปรับเงินดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ส่งผลให้การสกัดกั้นหรือยับยั้งการหลบหนี ไม่ได้ผล ในประเด็นนี้ทั้งกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะต้องทบทวนและปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่างๆ และการที่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมได้ง่าย

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มี 51,404 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,248 คน ครองอัตราส่วน 47% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย มี23,740 คน ครองสัดส่วน 46.18% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,614 คน คิดเป็นสัดส่วน 5% และแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 801 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 661 คน เพศหญิง 140 คน    

 

แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ณ มิ.ย. 61 มี 51,404 คน

 

2. กลุ่มคุ้มครองสัตว์เรียกร้องให้แก้กฎหมาย แรงงานต่างชาติฆ่าหมาแมว ต้องลงโทษนายจ้างด้วย

      กรณีที่ช่วงนี้ ปรากฎเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติในเมืองจางฮั่วและนครไทจงฆ่าสุนัขติดต่อกัน 2 คดี เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ กลุ่มคุ้มครองสัตว์ได้ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้แก้กฎหมายลงโทษนายจ้าง หากปรากฎว่าแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างฆ่าสุนักหรือแมว กลุ่มคุ้มครองสัตว์ให้เหตุผลว่า ผู้ที่สามารถยัยยั้งแรงงานต่างชาติไม่ให้ฆ่าสุนัขและแมวมากที่สุด คือนายจ้าง และนายจ้างควรจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง จึงเรียกร้องของให้แก้กฎหมายการจ้างงาน โดยเพิ่มบทลงโทษนายจ้างด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้าง หากทราบเรื่องแล้วไม่แจ้งความ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

      ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตและในครอบครัว จัดเป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมของไต้หวัน และการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ก่อนเข้าทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องให้การอบรม รวมถึงแจ้งให้ทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากนายจ้างไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อห้ามเกี่ยวกับการทารุณหรือฆ่าสัตว์เลี้ยง กระทรวงแรงงานมีอำนาจจะเพิกถอนโควตาแรงงานต่างชาติที่ว่าจ้างได้ แต่สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มคุ้มครองสัตว์ที่ขอให้แก้กฎหมายการจ้างงาน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้คนส่วนใหญ่สังคม อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานรับจะนำไปศึกษาและเป็นข้อมูลในการแก้ไขกฎหมายต่อไป

 

กลุ่มคุ้มครองสัตว์ในไต้หวันประท้วงแรงงานเวียดนามที่ฆ่าสุนัขและแมว เรียกร้องเอาผิดกับนายจ้างด้วย

 

3. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายป่วยเป็นไขเลือดออก สวมบัตรประกันสุขภาพของเพื่อนเข้ารับการรักษา กองอนามัยตรวจสอบวุ่น

      แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างรายหนึ่ง อายุ 20 ปีเศษ มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ คล้ายกับเป็นโรคไข้เลือดออกเดงกี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเขตกังซาน นครเกาสง หลังการตรวจวินิจฉัย แพทย์พบว่าเป็นโรคไขเลือดออกเดงกี จึงแจ้งกองอนามัย นครเกาสง ทางกองอนามัยจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงงานของแรงงานเวียดนามรายนี้ ปรากฏว่าเจ้าของบัตรแข็งแรงดี ไม่มีอาการป่วยไข้ในช่วงนี้ พร้อมทั้งมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ในวันดังกล่าว ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม นายหลี เจ้าของบัตรสารภาพความจริงว่า ได้ให้อดีตเพื่อนร่วมงานรายหนึ่ง ซึ่งหลบหนีออกจากโรงงานนานกว่า 2 ปีแล้ว ยืมบัตรประกันสุขภาพ เนื่องจากมีอาการไม่สบาย และไม่มีประกันสุขภาพจึงติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊ก ขอยืมบัตรประกันสุขภาพของตน เพื่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

บัตรประกันสุขภาพของไต้หวัน

 

      กรมป้องกันโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกล่าวเตือนว่า การสวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่น เป็นการหลบเลี่ยงและขัดขวางการตรวจและป้องกันโรค มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จนถึง 150,000 เหรียญไต้หวัน

      เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่ติดต่อโดยมียุงเป็นพาหะ และกำลังระบาดในช่วงหน้าร้อนนี้ กองอนามัยทุกพื้นที่มีการป้องกันและเตรียมรับมืออย่างเข้มงวด ส่วนแรงงานเวียดนามที่สวมบัตรประกันสุขภาพของผู้อื่นรายนี้ ทางกรมป้องกันโรคและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 

ไข้เลือดออกกำลังระบาด กองอนามัยท้องที่ออกฉีดพ่นยาฆ่ายุงตามตรอกซอกซอยต่างๆ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ขบวนแห่ในเทศกาลสาร์ทจีน 1

ไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

ไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

2018-08-17 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ไปตามชมไต้หวันในเดือนผีอันคึกคัก ทั้งประเพณีแห่และลอยโคมที่จีหลง รวมถึงประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนและโถวเฉิง

 

ชาวจีหลงพร้อมใจกันปิดเมืองจัดขบวนแห่ในเทศกาลสาร์ทจีน ในคืนวันที่ 14 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 24 สิงหาคม 2561)

 

หลังจบการแห่โคมรอบเมือง ก็จะนำไปจุดไฟและปล่อยโคมให้ลอยน้ำออกไปในทะเล ปีนี้ (2018) จะจัดที่บริเวณวั่งไห่เซี่ยงในแถบปาโต่วจื่อ

 

บรรยากาศของประเพณีชิงเปรตที่เหิงชุนในจังหวัดผิงตง

 

ประเพณีชิงเปรตที่โถวเฉิงของเมืองอี๋หลาน ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่จัดกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง

More
จันหย่งหรานและมาคาโรว่า ร่วมกันคว้ารองแชมป์หญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

2018-08-16 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานกลับสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังคว้ารองแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในรายการโรเจอร์คัพ

- เจิ้งเจ้าชุนถือเป็นความหวังของไต้หวันที่จะคว้าเหรียญทองจากกีฬาพุ่งแหลนในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

- ทีมฟุตบอลชายไต้หวันแทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์แน่นอนแล้ว หลังจากพ่ายฮ่องกงไป 0:4

 

จันหย่งหรานและคู่หูคนใหม่ เอคาเทรีน่า มาคาโรว่า สาวรัสเซีย สามารถคว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ในการแข่งขันที่มอลทรีอัล จนส่งให้สาวไต้หวันกลับสู่ตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกในเทนนิสหญิงคู่อีกครั้ง

 

ทีมฟุตบอลชายไต้หวัน (ชุดน้ำเงิน) แทบจะตกรอบแรกของเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้แล้ว หลังจากที่พ่ายต่อฮ่องกงไป 0:4

 

เจิ้งเจ้าชุน นักกีฬาพุ่งแหลนคนดังชาวไต้หวันที่คว้าเหรียญทองจากกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2017 ถือเป็นความหวังของวงการกรีฑาไต้หวันในเอเชี่ยนเกมส์ปีนี้

More
แรงงานต่างชาติอยากให้ยกเลิกค่าบริการรายเดือน ขณะที่บจง. ร้องขอปรับเพิ่มขึ้น

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561

2018-08-19 07:13:37

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปัญหาค่าบริการรายเดือนที่บริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกเก็บจากแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติอยากให้ยกเลิกหรือลดลง แต่บจง.เรียกร้องขอปรับขึ้น เสนอให้นายจ้างออกครึ่งหนึ่ง จะช่วยแก้ปัญหาของแรงงานและ บจง. ได้

         ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น เพราะไม่เคยปรับเลยเป็นเวลา 18 ปีแล้ว กระทรวงแรงงานไต้หวันอยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุนของบริษัทจัดหางานไต้หวัน เพื่อประเมินและวิเคราะห์เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับค่าบริการรายเดือนของบริษัทจัดหางาน ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         ประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ รวมทั้งแรงงานต่างชาติและองค์กร NGO ต่างเรียกร้องให้ลดหรือยกเลิกค่าบริการดังกล่าว ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอขึ้นค่าบริการดูแลแรงงานต่างชาติ โดยให้เหตุผลว่า ตั้งแต่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2544 จนถึงปัจจุบัน อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับสูงขึ้นไปแล้วประมาณ 47% ประกอบกับค่าเช่าสำนักงานและอาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพแพงขึ้นอย่างมาก แต่ค่าบริการรายเดือนที่เรียกรับจากแรงงานต่างชาติ ไม่เคยได้ปรับขึ้นเลยเป็นเวลาร่วม 18 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ปรับสูงขึ้น อย่างน้อยที่สุด ค่าบริการควรจะเท่ากับ 10% ของรายได้แรงงานต่างชาติ ซึ่งก็คือควรปรับขึ้นเป็นเดือนละ 2,100 เหรียญ แทนเดือนละ 1,800, 1,700 และ1,500 เหรียญไต้หวัน ในปีที่ 1 , 2 และ 3 ที่อนุญาตให้เรียกเก็บได้ในปัจจุบัน

 

 ค่าบริการรายเดือนเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติเรียกร้องให้ยกเลิกหรือลดลงมาโดยตลอด ขณะที่บริษัทจัดหางานเรียกร้องขอปรับเพิ่มขึ้น

 

         ส่วนท่าทีของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของบริษัทจัดหางาน แต่เนื่องจากกฎหมายการจ้างงาน ห้ามบริษัทจัดหางานไต้หวันเรียกรับค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาติ อนุญาตให้เรียกเก็บได้เฉพาะค่าบริการดูแลรายเดือนจากแรงงานต่างชาติ โดยกำหนดให้บริษัทจัดหางานมีหน้าที่ต้องให้บริการดูแลช่วยเหลือแรงงานต่างชาติตั้งแต่รับแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน ส่งกลับประเทศเมื่อทำงานครบสัญญา พาไปตรวจโรคตามที่กฎหมายกำหนด ทำใบถิ่นที่อยู่ เป็นต้น จึงเป็นการยากที่จะยกเลิกการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว ได้แต่ปรับให้ค่าบริการมีความเหมาะสมและเป็นธรรม

         และนับตั้งแต่ฝ่ายไต้หวันยกเลิกกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 แรงงานต่างชาติไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ช่วยให้แรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางานที่ต้องจ่ายเพื่อเดินทางเข้าไต้หวันรอบใหม่ได้เป็นอย่างมาก บริษัทจัดหางานเริ่มมีการเก็บค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เช่นเรียกเก็บค่าบริการต่อหนังสือเดินทาง ค่าบริการช่วยโอนเงินเป็นต้น

         ทางออกที่เป็นไปได้ เสนอให้ฝ่ายนายจ้างร่วมรับผิดชอบค่าบริการรายเดือนดังกล่าว อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง จะทำให้บจง. สามารถปรับค่าบริการรายเดือนได้ตามความเหมาะสม ขณะที่แรงงานต่างชาติก็สามารถลดภาระน้อยลงกว่าเดิมได้

 

บจง. ให้บริการทั้งนายจ้างและแรงงานต่างชาติ แต่แรงงานเป็นผู้จ่ายค่าบริการเพียงฝ่ายเดียว

 

2. อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กำลังใจแรงงานไทย เมื่อครั้งนำคณะมาดูงานที่ไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ปธน. ไช่ฯ ได้รับการต้อนรับจากนาย James Moriarty ประธานเอไอที เมื่อเดินทางถึงสนามบินแอลเอ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี

2018-08-14 19:45:15

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 61

         ผู้นำไต้หวันเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี 

        ปธน. ไช่อิงเหวิน แห่งไต้หวัน สาธารณรัฐจีนเดินทางแวะผ่านแดนที่  Los Angeles สหรัฐฯ ในวันที่ 12 เมื่อเดินทางถึง นาย เจมส์ เอฟ. มอริอาร์ต (James F. Moriart) ประธานสถาบันอเมริกาในไต้หวัน (AIT) รอต้อนรับที่สนามบิน จากนั้น ปธน. เดินทางไปที่ ศูนย์การศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล ในลอสแองเจลิส นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันเยือนองค์กรชาวจีนโพ้นทะเลขณะแวะผ่าน สหรัฐฯ 

         ที่ผ่านมานักข่าวที่ติดตามคณะจะทำการสัมภาษณ์และรายงานข่าวได้เมื่อเดินทางออกจากสหรัฐฯ แล้ว แต่ครั้งนี้ ปธน. เปิดให้สัมภาษณ์ได้ในสหรัฐฯ อีกทั้งในวันที่ 13 ปธน. ไปเยี่ยมชมหอสมุดเรแกน และปราศรัยได้โดยเปิดเผย ตลอดจนได้ไปเยี่ยมสำนักงานตัวแทนไต้หวันในสหรัฐฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้พบปะกับ ปธน. ได้ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยก่อนเข้าพบด้วย

          ในการเดินทางเยือนศูนย์การศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล ปธน. ได้ชมการแสดงละครหุ่นกระบอกโดยเยาวชน และได้ร่วมสนทนากัน เยาวชนที่ร่วมประชุมต่างสนใจปัญหาการกลับมาทำงานในไต้หวันรัฐบาลให้ความช่วยเหลือหรืออุดหนุนอะไรบ้าง ปธน. กล่าวว่าแต่ละหน่วยงานมีกลไกต่างกัน ดังนั้น จึงมีปัญหาไม่รู้จะติดต่อใคร ปธน. สั่งการให้ คณะกรรมการชาวจีนโพ้นทะเลจัดตั้งช่องทางให้ข้อมูล ในศูนย์ชาวจีนโพ้นทะเล 12 แห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานในไต้หวันประสานกับกระทรวงต่าง ๆ เพื่อแนะนำเยาวชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน

          ไต้หวันจัดตั้งมูลนิธิไต้หวัน-เอเชีย เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่เต็มที่ 

           ส.ส. ไต้หวัน เรียกร้องรัฐบาลต้องแสดงจุดยืนเกี่ยวกับหลักปฏิบัติทะเลจีนใต้ เพราะไต้หวันมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ควรถูกกีดกันจากจีน 

 

More
อนิเมชันชื่อดังของไทย 9 ศาสตรา

แนะนำงานเพลงล่าสุดของซิงเซี่ยวฉีในเพลง 相信愛情 (เชื่อมั่นในรัก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำงานเพลงล่าสุดของซิงเซี่ยวฉีในเพลง 相信愛情 (เชื่อมั่นในรัก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-08-12 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำงานเพลงล่าสุดของซิงเซี่ยวฉีในเพลง 相信愛情 (เชื่อมั่นในรัก)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (ผลงานของนางเอกไต้หวันซ่งหยุนฮั่วเรื่อง Hello Mr.Billianare กวาดรายได้ทะลุหมื่นล้าน NT แล้วที่เมืองจีน หวังลี่หงก็ร่วมแสดงด้วย แถมยังร้องเพลงซาวน์แทรคของเรื่องอีกต่างหาก / จื่ออวี๋ สาวไต้หวันคนดังแห่งวง Twice แอบกลับมาฉลองวันพ่อในไต้หวัน / หนังไทยพาเหรดกันเข้าฉายในไต้หวัน ด้วยอานิสงส์จากฉลาดเกมส์โกง ล่าสุด 9 ศาสตราเตรียมเข้าฉายต้นเดือนกันยายนนี้)

 

สาวไต้หวันซ่งหยุนฮั่ว ดาราหมื่นล้านคนใหม่ของวงการหนังจีน จากภาพยนตร์เรื่อง Hello Mr. Billionaire

 

หวังลี่หง นักร้องคนดังชาวไต้หวันกับบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง Hello Mr. Billionaire ที่เจ้าตัวเป็นคนร้องเพลงซาวน์แทรคของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

จื่ออวี๋ สมาชิกคนดังชาวไต้หวันของวง TWICE แอบเดินทางกลับมาฉลองวันพ่อในไต้หวัน ก่อนจะโดนแฟนถ่ายภาพได้ที่สนามบินเกาสงขณะจะเดินทางกลับเกาหลี

 

 

 

อนิเมชั่นชื่อดังของไทยที่ทำรายได้กว่า 100 ล้านบาท เตรียมเข้าฉายในไต้หวันต้นเดือนกันยายนนี้

More
10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 61 - 10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 61 - 10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที

2018-08-14 18:07:24

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ความสุขอยู่ไม่ไกล...พบกับ 10 อันดับกิจกรรมที่คนไต้หวันทำในชีวิตประจำวันแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที มีอะไรบ้าง ติดตามได้ในรายการ

 

 

 

 

 

More
นักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์ ไม่พอใจเงื่อนไขการทำงานเตรียมนัดหยุดงาน

สโมสรผูฟัง วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561

สโมสรผูฟัง วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561

2018-08-12 09:19:47

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมเป็นวันพ่อของไต้หวัน ซึ่งเลียนเสียงวันที่ 8 เดือน 8 พ้องกับคำว่าพ่อ (爸爸) และเทศกาลสำคัญครั้งถัดไปคือวันไหว้พระจันทร์

 

2. ครั้งแรกในไต้หวัน นักบินได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกกฎหมาย การเดินทางโดยเครื่องบินช่วงวันไหว้พระจันทร์ปีนี้อาจมีปัญหา

       นักบินของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์ หรืออีว่าแอร์ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพนักบินเถาหยวน เนื่องจากไม่พอใจที่นายจ้างไม่ยอมแก้ไขกรณีพิพาทหลายข้อ แม้ผ่านการไกล่เกลี่ยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหลายครั้งก็ไม่เป็นผล เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ สหภาพแรงงานนักบินเถาหยวนจัดให้มีการลงคะแนนเสียง ปรากฎว่า นักบินที่เป็นสมาชิกของสหภาพมีจำนวน 1,426 คน มีผู้ไปรับบัตรลงคะแนนเสียง 1,212 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 85 ของนักบินทั้งหมด ผลการลงคะแนนเสียง มีนักบินที่สนับสนุนให้มีการนัดหยุดงาน 1,187 เสียง หรือร้อยละ 98 จัดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตรการบินของไต้หวันที่นักบินได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คาดว่าการนัดหยุดงาน 1 วัน จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบิน 200 เที่ยว และในช่วงเวลาที่เทศกาลสำคัญกำลังจะมาถึง ได้แก่เทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 24 ก.ย. หยุดยาว 3 วัน อาจมีปัญหาจากการนัดหยุดงานดังกล่าว

 

 นักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์ ไม่พอใจเงื่อนไขการทำงาน สหภาพแรงงานนักบินเถาหยวนลงคะแนนเสียง ได้รับสิทธิ์นัดหยุดงานอย่างถูกกฎหมายเป็นครั้งแรกในไต้หวัน

 

       สาเหตุที่เหล่านักบินไม่พอใจ ถึงขั้นจะนัดหยุดงาน มาจากชั่วโมงทำงานที่ยาวนานเกินไป อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัน เช่น บินเส้นทางระยะยาวเกิน 12 ช่วงโมง เรียกร้องให้มีนักบิน 4 คนสับเปลี่ยนกันบิน ขณะที่ปัจจุบันต้องบินเกิน 13.5 ชั่วโมงถึงจะมีนักบิน 4 คน ตามกฎหมายกำหนดว่า บินเกิน 16 ชั่วโมงต้องมีนักบิน 4 คน นอกจากนี้ยังมีระเบียบการลาป่วยลาพักโดยได้รับค่าจ้างตามปกติเป็นต้นรวม 28 รายการ

       ขณะที่สายการบินอีวีเอแอร์กล่าวว่า ปัจจุบันสายการบินอีวีเอแอร์มีนักบินจำนวน 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นนักบินสัญชาติไต้หวัน 1,000 คน ชาวต่างชาติ 300 คน การปฏิบัติหน้าที่ของนักบินเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีปัญหาการทำงานที่ยาวนานเกินไป ส่วนเรื่องวันหยุดพัก อย่างวันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีเงินเดือน นอกจากวันหยุดตามกฎหมายปีละ 115-117 วันแล้ว นักบินที่เข้าทำงานปีแรก จได้รับวันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีเงินเดือน 22 วัน จากนั้นจะเพิ่มขึ้นตามอายุงาน สูงสุดได้รับวันหยุดพิเศษปีละ 42 วัน นอกจากนี้ ยังมีวันลาป่วยที่จ่ายเงินเดือนเต็มตามปกติปีละ 30 วัน ซึ่งดีกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

 นักบินอาชีพที่มีรายได้สูง ไม่พอใจเงื่อนไขการทำงานเตรียมนัดหยุดงาน ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินช่วงวันไหว้พระจันทร์ปีนี้อาจมีปัญหา

 

3. หญิงไต้หวันคลอดบุตรแล้วต้องอยู่เดือน ในอดีตแม่สามีจะช่วยดูแลทำอาหารเลี้ยงทารกให้ ปัจจุบันนิยมไปอยู่เดือนที่ศูนย์อยู่เดือนเอกชนที่เปิดบริการ สะดวกสบาย สภาพแวดล้อมดีดูแลดี แต่ราคาไม่ธรรมดา

 

 ศูนย์บริการอยู่เดือนสำหรับสตรีคลอดบุตร มีห้องพักสะดวกสบายเทียบได้กับ รร.ระดับ 5 ดาว แต่ราคาไม่ถูก

 

มีพยาบาลดูแลเด็กทารกอย่างดีตลอดเวลา

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
แรงงานต่างชาติ 2 คน ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จับขาจับขาสุนัขลากไปตามถนน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561

2018-08-11 06:43:48

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี มีเงินเดือน 41,000 เหรียญขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ปลายเดือนตุลาคมนี้จะเสนอให้สภาฯ พิจารณาอนุมัติ

       เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ตกต่ำ ช่วยเหลือผู้ประกอบการแก้ไขภาวะขาดแคลนบุคลากร และผลักดันโครงการเพิ่มการลงทุนไต้หวัน คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกำลังร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายดึงดูดบุคลากร 3 ประเภทให้เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ได้แก่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ แรงงานต่างชาติกึ่งฝีมือ และชาวไต้หวันและลูกหลานที่อยู่ในต่างประเทศ หากสอดคล้องกับคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด บุคลากรทั้ง 3 ประเภทนี้ สามารถพำนักอาศัยในไต้หวันได้อย่างถาวร โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าว่าที่พลเมืองไต้หวันเลยทีเดียว

       ในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติ ได้แก่บุคลากรประเภทที่ 2 หรือแรงงานกึ่งฝีมือ จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป นายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน และผ่านเกณฑ์ประเมินผลได้แก่การสื่อสารภาษาจีนเป็นต้นตามกำหนด สามารถยื่นขอทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป และเมื่อทำงานครบ 7 ปีแล้ว แต่ละปีอยู่เกิน 183 วันขึ้นไป สามารถยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับชาวไต้หวันทุกประการ ยกเว้นสิทธิทางการเมือง โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ระหว่างนี้ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการมาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดแรงงานและสังคมของไต้หวัน จากนั้นจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติในปลายเดือนตุลาคมนี้

 

 ณ กุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ภาคการผลิตมี 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

       นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปและเป็นผู้ที่มีทักษะฝีมือในการทำงาน จะได้รับการพิจารณาให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปอย่างไม่จำกัดระยะเวลา อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น จำเป็นต้องมีการกำหนดเงื่อนไข โดยเฉพาะในด้านค่าจ้าง กล่าวคือนายจ้างรายใดต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่เห็นว่ามีทักษะการทำงานสูงต่อไป ต้องจ่ายค่าจ้าง 41,393 เหรียญ สำหรับแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต และผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน

       จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ในภาคการผลิตมีจำนวน 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี นายจ้างยอมจ่ายเงินเดือน 41,000 เหรียญขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นแล้วเป็นเวลา 60 วัน ปลายเดือนตุลาคมนี้จะเสนอให้สภาฯ พิจารณาอนุมัติ

 

2. ข้อมูลระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเกิดความผิดพลาด กระทรวงแรงงานเตรียมตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

       ช่วงนี้มีข่าวข้อมูลระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติบางคนเกิดความผิดพลาด ทำให้ต้องเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด ทั้งที่ยังทำงานไม่ครบ 12 หรือ 14 ปี กระทรวงแรงงานยืนยันว่า เป็นเพียงบางรายเท่านั้นซึ่งน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจสอบใหม่ทั้งระบบ

       ทั้งนี้ มีนายจ้างในกรุงไทเปรายหนึ่ง ว่าจ้างผู้อนุบาลเวียดนามเพื่อมาดูแลคุณแม่อายุ 94 ปี ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว และจะครบกำหนด 14 ปีในเดือนตุลาคมปีนี้ แต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายจ้างรายนี้ได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากกระทรวงแรงงานว่า ผู้อนุบาลชาวเวียดนามที่ว่าจ้าง เลยกำหนดระยะเวลาทำงาน 14 ปีแล้ว สั่งให้ส่งแรงงานเวียดนามรายนี้กลับประเทศภายใน 2 สัปดาห์ แต่นายจ้างโวยว่า แรงงานที่ตนว่าจ้าง จะครบ 14 ปีในเดือนตุลาคม จึงมีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงานมีปัญหา ข่าวนี้ สร้างความผวาให้กับบรรดานายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ทราบข่าวนี้เป็นอย่างมาก

       ด้านกระทรวงแรงงานหลังดำเนินการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นอย่างที่นายจ้างรายนี้ให้ข้อมูลจริง แต่ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สำหรับผู้อนุบาลรายนี้ ซึ่งยังทำงานไม่ครบ 14 ปี แต่ถูกสั่งให้เดินทางกลับประเทศ นายไช่ม่งเหลี่ยง รองอธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ระบบฐานข้อมูลซึ่งบันทึกเลขที่หนังสือเดินทางเป็นหลัก เมื่อมีการเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการเชื่อมต่อข้อมูลเก่า แม้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเฉพาะรายเดียว แต่ยืนยันว่า เป็นเพียงส่วนน้อย และเพื่อความถูกต้อง เบื้องต้นกระทรวงแรงงาน ได้เชื่อมฐานข้อมูลเข้ากับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้น จะไม่เกิดปัญหาข้างต้นขึ้นอีก นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติในฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก

       กฎหมายการจ้างงานกำหนดให้แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต สามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมระยะเวลาไม่เกิน 12 ปี แต่หากเป็นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้รวมแล้วไม่เกิน 14 ปี

 

 ข้อมูลระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติบางคนเกิดความผิดพลาด กระทรวงแรงงานสั่งตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

 

3. ตรวจพบซากน้องหมาของคนไทยแช่อยู่ในตู้เย็น แต่คนงานเวียดนามอ้างว่า ไม่ได้ฆ่า เพื่อนเก็บมาจากข้างถนนหลังสุนัขถูกรถชนตาย

       เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวเน็ตในเมืองจางฮั่วรายหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กบอกว่า ลูกของเพื่อนหาย เมื่อตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดไว้หน้าบ้าน พบภาพน่าสะเทือนใจ เห็นแรงงานต่างชาติ 2 คน ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จับขาของน้องหมาซึ่งเป็นลูกรักของเพื่อนลากไปถนน เพื่อนพยายามตรวจและค้นหาสถานที่ทำงานของแรงงานต่างชาติ 2 รายนี้อย่างไม่ลดละ ในที่สุดตรวจพบในหอพักคนงานต่างชาติแห่งหนึ่ง มีซากเนื้อสัตว์คล้ายเนื้อสุนัขเหลืออยู่บางส่วนในตู้เย็น ชาวบ้านในละแวกนั้นเล่าว่า คนงานต่างชาติในหอพักหลังนี้ เพิ่งจัดงานปาร์ตี้ย่างเนื้อไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อาคารหลังนี้เป็นหอพักของบริษัทเอ็นชวนอินดัสทรี่ส์ในนิคมอุตสาหกรรมฉวนซิงในเมืองจางฮั่ว มีคนงานเวียดนามพักอยู่จำนวน 15 คน และเป็นสถานที่จบชีวิตลูกของเพื่อน

       ข้อความและภาพดังกล่าว ส่งต่อว่อนในโลกโซเซียล ชาวเน็ตจำนวนมากรุมประนามและด่าแช่งผู้ที่จับสนัขมาชำแหละกิน

 

แรงงานต่างชาติ 2 คน ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จับขาจับขาสุนัขลากไปตามถนน

 

       เจ้าของสุนัขที่เคราะห์ร้ายรายนี้เป็นหญิงไทยที่แต่งงานและมาตั้งรกรากที่เมืองจางฮั่วนานหลายปีแล้ว เธอเล่าว่าน้องหมาที่ถูกจับไปชำแหละ ชื่อว่าวั่งวั่ง เป็นน้องหมาที่ลูกชายเลี้ยงมากว่า 10 ปีแล้ว ตนก็รักเหมือนลูกเลยที่เดียว วั่งวั่งออกลูกสาวเป็นสุนัขเพศเมีย 1 ตัว ชื่อว่าเฝ่ยเฝย วันที่หายตัวไป วั่งวั่งและเฝ่ยเฝยออกจากบ้าน มีเพียงเฝ่ยเฝยกลับมาตัวเดียว โดยมีอาการผวาไปซ่อนตัวอยู่ในซอกมุม ดูเหมือนยังไม่หายตกใจ กลางคืนยังมานอนซบกับตนเพราะกลัว

       ด้านศูนย์ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์เมืองจางฮั่ว หลังได้รับแจ้งความ ได้จัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคดีนี้ พบซากเนื้อสัตว์ในตู้เย็นเป็นเนื้อสุนัขจริง หลังสอบปากคำคนงานเวียดนามทั้ง 15 ราย แล้ว ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้ฆ่าหรือกินเนื้อสุนัขแต่อย่างใด ส่วนซากเนื้อสุนัขในตู้เย็น เป็นของเพื่อนที่เก็บมาจากข้างถนน โดยเพื่อนเห็นสุนัขถูกรถชนตาย จึงเก็บกลับหอพักไปชำแหละและแบ่งมาให้พวกตนครึ่งหนึ่ง เมื่อมีการซักถามเพื่อนที่ว่าเป็นใคร ทำงานอยูที่ไหน คนงานเวียดนามกลุ่มนี้อ้างว่า ไม่ค่อยสนิท จึงไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามและสถานที่ทำงานที่ชัดเจน

       ค่อคำให้การของคนงานเวียดนามข้างต้น ตำรวจกำลังติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง หรือพูดง่ายๆ ว่า คนงานเวียดนามแอบขโมยจับสุนัขไปฆ่าชำแหละและกิน ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเงิน 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังจะประจานพฤติกรรมความชั่วด้วยการประกาศรายชื่อ ภาพถ่ายและข้อหาของผู้กระทำผิดด้วย

 

ซากเนื้อสุนัขแช่อยู่ในตู้เย็นของหอพักคนงานเวียดนามในนิคมอุตสาหกรรมฉวนซิง เมืองจางฮั่ว (ภาพจาก Apple Daily)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เกาะจินจุนลู่เหลียนเต่าในไถตง

พักผ่อนคลายร้อนกับ 6 เส้นทางเดินสุดฟิน ที่เดินไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กลางทะเลเลย

พักผ่อนคลายร้อนกับ 6 เส้นทางเดินสุดฟิน ที่เดินไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กลางทะเลเลย

2018-08-10 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

        - พักผ่อนคลายร้อนกับ 6 เส้นทางเดินสุดฟิน ที่เดินไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กลางทะเลเลย (ภาค 1) 

          เกาเหม่ยซือตี้ (ไทจง) / เฉิงหลงซือตี้ (หยุนหลิน) / เกาะจินจุนลู่เหลียนเต่า (ไถตง)

        - ใครอยากนั่งบนใบบัวกระด้งรีบไปลงทะเบียนกันเลย ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าของวันที่ 10 สค. 61 เป็นต้นไป เปิดให้นั่งตั้งแต่วันที่ 14 - 25 ส.ค. นี้ รวม 12 รอบ จะรอช้าอยู่ใย วาร์ปซิครับวาร์ป

          เอาวาร์ปไปเลยครับ จัดให้ (https://zh-tw.facebook.com/2016chshow/)

 

ช่วงเวลาน้ำลด จะมีทางเดินจากบนบกไปยังเกาะจินจุนลู่เหลียนเต่าได้เลย ฟินครับฟิน

 

ทางเดินไม้ที่ทอดยาวในพื้นที่ชุ่มน้ำเกาเหม่ยซือตี้ จะทอดเข้าไปในทะเล เดินไปสุดทางจะไปบรรจบกับท้องทะเลเวิ้งว้างอยู่ตรงหน้า ถือเป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกยอดฮิตแห่งหนึ่งในนครไทจง

 

พื้นที่ชุ่มน้ำเฉิงหลงซือตี้ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดหยุนหลิน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับอันซีน ที่มีทางเดินกลางน้ำแบบฟินๆ ให้เราได้ไปเดินทอดน่องกัน

 

บัวกระด้งหรือบัววิคตอเรีย มีใบที่ใหญ่จนคนขึนไปนั่งได้เลย ทางสวนสาธารณะซวงซีกงหยวนเปิดให้จองคิวขึ้นไปนั่งแล้ว ใครสนใจรีบเลยนะครับ

 

More
จันหย่งหรานและ Kveta Peschke คู่หูสาวเช็ค

จันหย่งหราน (詹詠然) ควงสาวเช็คคว้าแชมป์แรกของปีได้สำเร็จแล้ว

จันหย่งหราน (詹詠然) ควงสาวเช็คคว้าแชมป์แรกของปีได้สำเร็จแล้ว

2018-08-09 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลก

- จันหย่งหราน (詹詠然) ควงคู่หูคนใหม่ คเวตรา เพชเข้ สาวเช็คคว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่แชมป์แรกของปีได้สำเร็จแล้ว ในทัวร์นาเมนต์ที่ซานโฮเซ่

- ไต้จืออิ่งพ่ายสาวจีนตกรอบ 8 คนแบดหญิงเดี่ยวชิงแชมป์โลกแบบพลิกล็อค หยุดสถิติชนะรวดในปีนี้เพียงแค่ 31 นัด

More