QR Code
ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561 ขุนพล แรงงานไทย
2018-07-07
  • เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

    เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

    เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง
  • เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

    เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

    นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันเตือนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง
  • อัตราการหลบหนีลดฮวบจาก 4% เหลือ 2.8%

    อัตราการหลบหนีลดฮวบจาก 4% เหลือ 2.8%

    หลังจากอนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันได้แล้ว อัตราการหลบหนีลดฮวบจาก 4% เหลือ 2.8% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี
  • อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดจาก 4% เหลือ 2.8%

    อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดจาก 4% เหลือ 2.8%

    อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดจาก 4% เหลือ 2.8% หลังยกเลิกข้อบังคับให้ต้องกลับไปทำเรื่องมาใหม่ เมื่อทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว
  • 2 แรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตพ้นความผิด

    2 แรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตพ้นความผิด

    ศาลสูงตัดสินสองแรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตพ้นความผิด

 

คลิกฟังรายการขุนพลแรงงานไทยออนไลน์ได้ที่นี่!!!

 

1. ได้ผล! มาตรการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ทำอัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดฮวบจาก 4% เหลือ 2.8% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี

      การแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี ส่งผลให้อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นปัญหาปวดหัวของกระทรวงแรงงานไต้หวันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง จาหสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีตลอดทั้งปี มี 18,000 คน ลดลง 5,000 คนเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีการหลบหนี 23,000 คน ส่งผลให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 3.5-4% ลดฮวบเหลือ 2.78% ถือเป็นอัตราส่วนการหลบหนีที่ต่ำสุดในรอบ 15 ปี กระทรวงแรงงานวิเคราะห์สาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลง มาจากนโยบายที่อนุญาตให้แรงงานต่างชาติสามารถต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวรอบใหม่ หลังจากทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว

 

อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดจาก 4% เหลือ 2.8% หลังยกเลิกข้อบังคับให้ต้องกลับไปทำเรื่องมาใหม่ เมื่อทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว

 

      อย่างไรก็ตาม แม้สัดส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติโดยรวมจะลดลงอย่างมาก แต่จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรากฎว่า ยังมีแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง ยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงลอยนวลอยู่ในไต้หวัน จำนวนทั้งสิ้น 51,441 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,393 คน ครองสัดส่วน 47.42% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย 23,606 คน หรือ 45.8% อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ 2,620 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% อันดับสุดท้ายคือคนงานไทย ซึ่งหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 795 คน หรือ 1.5% โดยในจำนวนนี้ เป็นคนงานหญิง 137 คน ผู้ชาย 658 คน

      หากจำแนกอัตรส่วนการหลบหนีตามสัญชาติ คนงานเวียดนามยังคงเป็นชาติที่หลบหนีมากที่สุด กล่าวคือ ยอดจำนวนแรงงานเวียดนามในไต้หวันมี 213,344 คน หลบหนีและยังไม่ถูกจับกุม 24,393 คน คิดเป็นอัตราส่วนการหลบหนี 11.4% สูงกว่าอัตราส่วนการหลบหนีโดยเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติทั้งหมด 2.78% อย่างมาก และไม่เพียงเท่านี้ จากสถิติยังพบว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มียอดรวมสะสมตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อร่วม 30 ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 266,060 คน เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงระยะเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา แต่ละปี 20,000 คนขึ้นไป โดยในปี 2558 หลบหนีมากที่สุด ปีละ 23,149 คน ปี 2559 หลบหนีรวม 21,708 คน ส่งผลให้ที่ผ่านมา อัตราส่วนการหลบหนีต่อแรงงานต่างชาติทั้งหมด อยู่ที่ 3.5-4% มาโดยตลอด

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีตลอดทั้งปี 2560 มี 18,000 คน เทียบกับปี 2559 ที่มี 23,000 คน ลดลง 5,000 คน

 

2. นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันเตือน อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

      ไต้หวันก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่าเป็นทางการแล้ว เนื่องจากคนอายุ 65 ปีขึ้นไปทะลุหลักร้อยละ 14 ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น  20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด ทำให้มีความต้องการผู้อนุบาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวไต้หวันรุ่นใหม่ ไม่ประสงค์จะทำงานอนุบาลหรืองานในโรงงาน จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก แต่นายถงจื่อเสียน ประธาน Pegatron Corporation บริษัท IT ยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน เคยถูกนิตยสารฟอร์บจัดอยู่ในอันดับ 259 จาก 500 บริษัทยักษ์ของโลก กล่าวเตือนว่า ท่ามกลางภาวะความต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ไต้หวัน หลายๆ ประเทศก็เช่นกัน แต่แหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากประเทศผู้ส่งออกแรงงานในปัจจุบัน กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การส่งออกแรงงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงพยากรณ์ว่า อีก 10 ปีข้างหน้า นายจ้างไต้หวัน อาจหาคนงานต่างชาติมาทำงานที่ไต้หวันไม่ได้

 

 เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

 

      นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า จีนแผ่นดินใหญ่ก็ประสบปัญหาคนสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องการนำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก อาจใช้วิธีจ่ายค่าจ้างสูง ดึงดูดแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานอยู่ในไต้หวันหรือฮ่องกง ซึ่งถูกฝึกฝนทักษะมาอย่างดี  ด้วยการจ่ายค่าจ้างที่แพงกว่า นอกจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ญี่ปุ่นซึ่งไม่ยอมรับแรงงานต่างชาติ แต่เมื่อมีปัญหาคนสูงวันเต็มเมือง รัฐบาลญี่ปุ่นก็เปลี่ยนแปลงนโยบายเริ่มมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกแรงงาน เศรษฐกิจเติบโตและต้องการแรงงานจำนวนมากเช่นกัน การส่งออกแรงงานจะลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า การว่าจ้างแรงงานต่างชาติในอนาคต จะลำบากและยากขึ้น และ 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้นายจ้างไต้หวันว่าจ้างก็ได้

      นายถงยกตัวอย่างว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว รายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อคนของเวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ที่ 600-800 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันรายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อคนของเวียดนามอยู่ที่ 2,600 ดอล่าร์สหรัฐ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอยู่ที่ 3400 ดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่ไทย 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานเหล่านี้ ต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น บางประเทศยังประสบภาวะขาดแคลนรุนแรง ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่นไทยเป็นต้น ดังนั้นโอกาสที่จะส่งออกแรงงานจะลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

      ต่อคำเตือนดังกล่าว นักวิชาการต่างแสดงความเห็นว่า รัฐบาลต้องเตรียมรับมือปัญหาแต่เนิ่นๆ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ทุกคน ดูแลสุขภาพของตนตั้งแต่บัดนี้ เมื่อยามแก่ชราลง จะได้เป็นคนสูงวัยที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น และจากสถิติพบว่า ประชากรสูงวัยในไต้หวัน ซึ่งหมายถึงอายุ 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 84 หรือ ทุก 10 คนมี 8.4 คน ที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นคนสูงวัยที่มีความสุข มีเพียง 16% ต้องการผู้อนุบาลมาดูแล

 

 นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันเตือนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

 

3. คดีพลิก ศาลสูงตัดสิน 2 สองแรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตไม่มีความผิด

      เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศาลสูงไต้หวันพิพากษาคดีที่นายเผย แรงงานเวียดนามซึ่งทะเลาะกับ 2 จำเลยที่เป็นเพื่อนร่วมชาติ หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำข้างที่พัก สุดท้ายจมน้ำตาย ศาลท้องถิ่นเถาหยวนเห็นว่า จำเลยทั้งสอง ใช้ก้อนหินขว้างปาไปยังสระน้ำ เป็นเหตุให้ผู้ตายเสียชีวิต ตัดสินจำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 13 ปี 2 เดือน และ 12 ปี 8 เดือน ตามลำดับ แต่ศาลสูงไต้หวันพลิกคำตัดสิน โดยเห็นว่า การเสียชีวิตกลางสระน้ำของนายเผย เกิดจากเมาสุรา จมน้ำเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการขว้างปาก้อนหิน ตัดสินให้จำเลยพ้นความผิด แต่หากอัยการคัดค้าน ยังสามารถอุทธรณ์ได้

      ศาลสูงระบุในคำพิพากษาว่า สระน้ำที่เกิดเหตุมีความลึกประมาณ 2 เมตร ผู้ตายไม่สามารถขึ้นมาจากสระน้ำได้ เพราะดื่มสุราจัด ทำให้ไม่สามารถว่ายขึ้นมาได้ ไม่มีหลักฐานแสดงว่าเกิดจากการขว้างปาก้อนหินของจำเลย

 

 ศาลสูงตัดสินสองแรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตพ้นความผิด

 

      คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 17 พ.ค. ปี 2560 มีชาวบ้านไปพบศพชายชาวเวียดนามคนหนึ่งในสภาพขึ้นอืดจมน้ำตายอยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่งใกล้หอพักแรงงานต่างชาติที่เขตผิงเจิ้น นครเถาหยวน เมื่อตำรวจ อัยการและนิติเวชเดินทางไปชันสูตรศพ ร่างกายของผู้ตายไม่พบบาดแผลใดๆ  สันนิษฐานจมน้ำตาย อาจเป็นเพราะถูกผลักหรือพลัดตกลงน้ำเอง จึงดำเนินการตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหาเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่พักอยู่ในหอพักเดียวกันจำนวน 2 คน หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้ง 2 กลัวจะถูกจับ รีบซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเผ่นกลับประเทศในวันเดียวกัน แต่ถูกตำรวจสกัดจับกลางท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ก่อนที่ทั้ง 2 จะขึ้นเครื่องหนีกลับไปลอยนวลที่บ้านเกิดเพียงไม่ถึง 30 นาทีเท่านั้น ตำรวจตรวจพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ร่วมกันใช้ก้อนหินขว้างปาผู้ตาย ซึ่งหนีตายโดดลงกลางสระ ไม่ให้ขึ้นจากสระจนจมน้ำเสียชีวิต จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จากการตรวจสอบมีหลักฐานชี้ว่า ทั้ง 2 กำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ จึงประสานกับตำรวจท่าอากาศยานเถาหยวน จับกุมผู้ต้องหาได้คาห้องพักผู้โดยสารที่กำลังรอขึ้นเครื่อง หากล่าช้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง ผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็สามารถหนีรอดขึ้นเครื่องกลับไปกบดานที่บ้านเกิดเวียดนามได้สำเร็จ

 

สถานที่เกิดเหตุ

 

      หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การสารภาพว่า พวกตนกับผู้ตาย เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทำงานในโรงงานเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายดื่มเหล้าเมาทะเลาะและตบหน้า 1 ใน 2 ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจ ทั้ง 2 จึงรุมชกต่อยผู้ตาย เมื่อ 1 ต่อ 2 สู่ไม่ได้จึงวิ่งหนี กระโดดลงสระน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เพื่อหนีตาย ทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น ขณะที่ผู้ตายกำลังดำผุดดำว่ายอยู่กลางสระ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังถือท่อนไม้ไล่ตีอยู่รอบๆ สระ พร้อมทั้งใช้ก้อนหินขว้างปา ไม่ให้ขึ้นจากสระน้ำ จนผู้ตายหมดเรี่ยวแรงจมน้ำตาย เวลาล่วงเลยไปแล้ว 3 วันจึงมีคนมาเห็นศพลอยอืดอยู่กลางสระน้ำโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจและอัยการใช้เวลาตรวจสอบเพียงแค่ 6 ชั่วโมง ก็สามารถคลี่คลายคดี โดยประสานกับตำรวจท่าอากาศยานจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้คาสนามบินเถาหยวน ขณะที่กำลังรอขึ้นเครื่องหนีกลับไปกบดานที่เวียดนาม

สถานที่เกิดเหตุ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ไต้จืออิ่ง

เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว

เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว

2018-09-20 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกประจำสัปดาห์นี้

- เจิงจวิ้นซินคว้าชัยแรกในการแข่งขันเทนนิสระดับ ATP Tour ได้สำเร็จแล้ว ในการแข่งขัน OEC Kaohsiung ATP Challenger 2018 ที่นครเกาสง

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในเทนนิสหญิงเดี่ยวรายการโซลโอเพ่น

- ไต้จืออิ่งหลิกล็อคตกรอบ 16 คนแบดหญิงเดี่ยวเจแปนโอเพ่น 2018

- 24 กันยานี้ ไปร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจทีมลี่ชิง ทีมฟุตบอลของคนไทยที่ทะลุเข้าสู่รอบรองฯ ของการแข่งขันฟุตบอลแรงงานต่างชาติชิงถ้วยนครนิวไทเป ที่สนามกีฬาซินจวง

More
ส.ส. สหรัฐฯ ชื่นชมรัฐบาลเรียกทูต 3 ประเทศที่ยุติความสัมพันธ์กับไต้หวัน กลับประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61 สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61 สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ

2018-09-18 19:32:16

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 61

 

          1. สหรัฐฯ เรียก 3 ทูต ประเทศที่ตัดสัมพันธ์ไต้หวันกลับประเทศ รายงานสถานการณ์ คสพ. ที่เกิดขึ้น 

          2. สัมพันธ์ไต้หวัน-ฝรั่งเศส แน่นแฟ้น

          3. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ย้ำจัดการชาวญี่ปุ่น "ถีบ" รูปปั้นสัญญลักษณ์หญิงบำเรอทางเพศในไต้หวัน 

 

            กรณีที่นายฟูจิอิ มิตสึฮิโกะ(Fujii Mitsuhiko) ตัวแทนองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทาสบำเรอกามทหารญี่ปุ่น ใช้เท้าถีบรูปปั้นรำลึกนางบำเรอสากล ณ ที่ทำการพรรคก๊กมินตั๋งสาขาไถหนานนั้น นายหลีเสี้ยนจัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนแถลงในวันที่ 11 ก.ย.ศกนี้ว่า เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของชายญี่ปุ่นคนนี้ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางการญี่ปุ่นแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องรอผลการสอบสวนของหน่วยงานอัยการไต้หวันเพื่อตรวจสอบทั้งรายละเอียดและข้อเท็จจริง จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไรซึ่งจะต้องเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและจัดการแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผลโดยสันติวิธี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

More
หนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ

ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-09-16 22:30:00

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- ฟังงานเพลงล่าสุดของหนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ ในเพลง Moonlight

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (นามิเอะ อามูโร่จัดงานเซอร์ไพร์สเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้ให้สาวโจลินที่โอกินาว่า / หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตงานแข่ง F1 ที่สิงคโปร์)

 

หนุ่ม Wil พานเหว่ยป๋อ กับซิงเกิลล่าสุดในเพลง Moonlight

 

โจลินได้ของขวัญวันเกิดปีที่ 38 เป็นเซอร์ไพร์สปาร์ตี้ฉลองวันเกิด

 

ของเขาดังจริง หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนบนเวทีคอนเสิร์ตของการแข่ง F1 ที่สิงคโปร์

More
ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เถาหยวน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 61 - แนะนำสถานที่ฮอตฮิตใหม่ในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 61 - แนะนำสถานที่ฮอตฮิตใหม่ในไต้หวัน

2018-09-18 17:31:03

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

พาคุณติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในไต้หวัน ซึ่งไปเที่ยวชม ถ่ายรูปได้ โดยไม่เสียสตางค์ เช่น ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เถาหยวน, สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร, สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน และปิดท้ายด้วยแนะนำ 5 สถานที่ฮอตฮิตในการไปชมพระจันทร์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะถึงนี้

 

ฟาร์มผักผลไม้ยักษ์ที่เขตกวนอิน นครเถาหยวน

 

 

สวนสาธารณะที่มีสไลเดอร์ยาว 28 เมตร ที่เขตจงเหอ นครนิวไทเป

 

สวนสาธารณะธีมเบสบอลแห่งแรกในไต้หวัน ที่เขตซินจวง นครนิวไทเป

More
ในภาพเป็นกล่องใส่หนังสือลงนามการยื่นขอลงประชามติ

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

2018-09-14 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ใกล้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ พาเพื่อนผู้ฟังไปปล่อยโคมอธิษฐานขอพรที่ผิงซีกัน

         แนะนำให้เดินทางโดยรถไฟนะคะสะดวกและประหยัด จากสถานีรถไฟไทเปนั่งรถไฟไปลงที่หรุ่ยฟาง (瑞芳)โดยไปขึ้นรถที่ชานชาลาที่ 4  ลงรถที่สถานีหรุ่ยฟางแล้วให้เดินออกมาซื้อตั๋วรถไฟไปผิงซีที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของสถานีรถไฟหรุ่ยฟาง แนะนำให้ซื้อตั๋วโดยสารแบบ 1 วัน (平溪一日卷)ราคาแค่ 80 เหรียญ สามารถใช้โดยสารรถไฟสายหรุ่ยฟาง-ชิงถง (瑞芳-菁桐)  ซึ่งจะวิ่งผ่านสถานีที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญได้แก่สือเฟิน (十分) ผิงซีและชิงถง สามารถแวะลงเที่ยวสถานีต่างๆ ได้ทุกสถานี จะขึ้นจะลงกี่รอบก็ได้ภายในเวลา 1 วัน

 

 

อวยพรให้เพื่อนผู้ฟัง Rti มีความสุข สุขภาพดีและราบรื่นตลอดไปนะคะ

 

 ปล่อยโคมไฟอธิษฐาน กลายเป็นกิจกรรมสำคัญของผิงซีไปแล้ว

 

2. เลือกตั้งไต้หวันที่สลับซับซ้อนที่สุด เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ พ่วงลงประชามติ 10 รายการ

        เหลือเวลาอีก 70 วันเท่านั้น ซึ่งก็คือวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. ปีนี้ ก็จะถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวัน ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง 9 รายการ ได้แก่เลือกตั้งผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 6 นคร ผู้ว่าการและสมาชิกสภาเทศบาล 16 เมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาตำบลเป็นต้น แม้จะเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่เป็นการเลือกตั้งทั่วประเทศ และมีการเลือกตั้งหลากหลายมากมายรายการ

 

 

        นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ เช่น การต่อต้านมลพิษทางอากาศ การต่อต้านอาหารนำเข้าที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น การต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลเซินอ้าวในนครนิวไทเป การเปลี่ยนชื่อทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิปิกโตเกียว 2020 จากไชนีสไทเป เป็นทีมไต้หวัน การสนับสนุนให้คนเพศเดียวกันสมรสได้ตามปกติ และการต่อต้านคนเพศเดียวกันสมรส เป็นต้น

        ทำให้การเลือกตั้งในปีนี้ สลับซับซ้อนและมีใบเลือกตั้ง ใบลงประชามติมากที่สุด ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแต่ละคนน่าจะต้องกากันร่วม 20 ใบ เหตุที่มีรายการลงประชามติมากมายหลายรายการ เพราะมีการผ่อนปรนจำนวนผู้ลงนามเรียกร้องขอลงประชามติ ทำให้การลงประชามติเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น และมักจะนิยมมาพ่วงกับการเลือกตั้ง เพราะหากลงประชามติโดดๆ รายการเดียว คนไปลงคะแนนเสียงจะน้อย แต่การลงประชามติทำได้ง่ายขึ้น นอกจากจะทำให้เอะอะก็ลงประชามติ เมื่อลงกันง่ายๆ ความศักดิ์สิทธิ์ ความขลังจะลดลง แม้จะผ่านการลงประชามติ แต่อาจทำอะไรไม่ได้ เช่นการเปลี่ยนชื่อทีมนักฬาที่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกโตเกียว คงจะเปลี่ยนได้ยาก เพราะไม่ใช่เราผ่าน คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะยอม หรือบางรายการขัดแย้งกันเอง อย่างการสนับสนุนและต่อต้านการสมรสฉันสามีภรรยาของคนเพศเดียวกัน น่าจะผ่านทั้ง 2 รายการ เพราะมีผู้สนับสนุนและคัดค้านค่อนข้างมากเช่นกัน หากผ่านทั้ง 2 รายการ ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

       อย่างไรก็ตาม เป็นการแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในไต้หวันเบ่งบานถึงจุดสูงสุด ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงแสดงออกมาได้ทุกอย่าง

 

นอกจากการเลือกตั้ง 9 รายการดังกล่าวแล้ว ในปีนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้มีการลงประชามติไม่ต่ำกว่า 10 รายการ 

 

 ในภาพเป็นกล่องใส่หนังสือลงนามการยื่นขอลงประชามติของพรรคฝ่ายค้าน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ผู้อนุบาลอินโดโหด ตบและทีบหน้าคนชรา

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

2018-09-15 08:44:17

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. 1 ม.ค. 62 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน

         ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ มีมติปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญ หรือปรับขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 5 ได้รับการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง สำหรับการทำงานที่คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงของแรงงานท้องถิ่น ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 140 เหรียญไต้หวันเป็น 150 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 7.14%

         กระทรวงแรงงานแถลงว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 23,100 เหรียญ จะมีแรงงานท้องถิ่น 1,363,400คนและแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน รวมเป็น 2,257,400คน ได้รับอานิสงค์ ส่วนการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงเป็น 150 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง จะมีแรงงานท้องถิ่นได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง 456,000 คน

         และหลังจากปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว เบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพจะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่อัตราการปรับขึ้นเบี้ยประกันทั้งประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ คาดว่าจะประกาศได้ในเดือนตุลาคมศกนี้

 

ปีใหม่ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ขณะที่ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

         ทางฝ่ายนายจ้างบ่นว่า การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งนายจ้างจะต้องรับไปเต็มๆ ปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า แรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน

         สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 65 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น

                 ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ นายจ้างจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ

 

2. กลุ่ม NGO ในไต้หวันประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่าย เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ ตัวแทนของสมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม สององค์กรนอกภาครัฐ หรือ NGO ในไต้หวันไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

       สมาคมแรงงานนนานาชาติไต้หวันแถลงว่า การเสียชีวิตของนายหวง ไม่ใช่เป็นคดีเฉพาะกรณี ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2560 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างในเมืองซินจู๋รายหนึ่ง ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุเดินทางมาจับกุม ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต คดีนี้ สำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ข้อหาใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ ประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ในส่วนของคดีแพ่ง ตำรวจที่ตกเป็นจำเลย ได้ยอมความกับทายาทของผู้ตายแล้ว ในวงเงินชดเชย 2.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายหวงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

 

NGO พาพี่สาวผู้ตาย (สวมเสื้อเหลือง) ไปประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้น้องชายที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

3. ผู้อนุบาลอินโดโหด ตบและทีบหน้าคนชรา ภาพทำร้ายคนแก่ถูกโพสลงเฟซบุ๊ก ชาวโซเชียลด่าลั่นทั้งเมือง

       ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ประชากรสูงอายุ หรือ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีคนชราจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการคนมาดูแล จึงมีการนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเพื่อมาดูแลคนชรา ณ สิ้นเดือนก.ค.ปีนี้ มีจำนวน 253,046 คน ดังนั้นในบ้านมีผู้อนุบาลต่างชาติจึงเป็นภาพที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในครอบครัวชาวไต้หวัน ผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ทำงานดี มีความอดทน เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้างและคนแก่ที่ถูกดูแล แต่ก็มีผู้อนุบาลใจโหด มักจะตบตีทำร้ายคนชราที่ไม่มีทางสู้เป็นข่าวให้ได้ยินเป็นระยะๆ อย่างช่วงนี้ โลกโซเชียลส่งว่อนคลิปสาวอินโดนีเซียตบตีทำร้ายอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ ฟ้องหลานสาวว่าถูกทำร้าย นายจ้างซึ่งเป็นหลานสาวอากงจึงติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามดูการดูแลของผู้อนุบาลจากมือถือ พบภาพที่น่าเสียใจและน่าโมโหอย่างยิ่ง ผู้อนุบาลที่ตนจ่ายค่าจ้างว่าจ้างมาดูแลคุณปู่ กลับทำร้ายตบตี กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าคนแก่ที่ป่วยและไร้ทางสู้เป็นประจำ

 

ผู้อนุบาลอินโดโหด ป้อนอาหารให้อากงโดยวิธียัดอาหารเข้าปาก ตบตีและทีบหน้าอากงที่เป็นอัมพาต

 

       เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจางฮั่ว ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาดูแลอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวและช่วยตัวเองไม่ได้ ต่อหน้านายจ้างปฏิบัติหน้าที่ดี แต่ลับหลังอยู่กับอากงสองต่อสอง กลับปฏิบัติต่ออากงอย่างโหดร้ายทารุณ เช่นป้อนอาหารใช้วิธียัดอาหารเข้าปาก ตบบ้องหู ตบหน้า แม้กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าอากงที่ไม่มีทางสู้ อากงเนื่องจากป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดจาได้สะดวกคล่องแคล้ว ได้แต่แสดงอาการ ซึ่งพอสื่อกันรู้เรื่องฟ้องหลายครั้งแล้วว่า ถูกผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ทำร้าย แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐาน หลานอากงจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณของผู้อนุบาลรายนี้ แต่ไม่ได้แจ้งความ เพียงแค่เรียกบริษัทจัดหางานส่งผู้อนุบาลใจร้ายรายนี้กลับประเทศ จากนั้นไม่นาน เพื่อนของหลานอากงมาเห็นคลิปดังกล่าวเข้ารู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง นำไปโพสลงในเฟซบุ๊ก มีคนแชร์ว่อนโลกโซเชียล และด่ากันลั่นทั้งเมือง

       หลังกลายเป็นข่าวใหญ่ กระทรวงแรงงานตรวจสอบจึงพบว่า นายจ้างไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้อนุบาลใจโหดรายนี้ เพียงแค่ส่งกลับบ้าน กระนั้นก็ตาม ได้จัดผู้อนุบาลรายนี้อยู่ในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันตลอดชีพ

       นายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติ หากทำร้ายผู้สูงอายุหรือคนป่วย นายจ้างควรจะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากอัยการสั่งฟ้อง แม้จะยังไม่มีการตัดสิน กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานทันที หลังจากคดีสิ้นสุดลง จะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต

 

 

ใช้ทัพพีป้อนอาหารยัดเข้าปากอากง

 

 

 

ตบหัวอากง

 

 ใช้เท้าถีบหน้าอากง

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
พิพิธภัณฑ์กู้กง

พิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ของ 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

พิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ของ 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

2018-09-14 22:30:00

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- TripAdvisor เลือกพิพิธภัณฑ์กู้กงติดอันดับ 8 ใน 25 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย 

- มารู้จัก 10 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวันจากการจัดอันดับของ TripAdvisor กัน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงของไต้หวันติดอันดับ 1 ใน 25 พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

 

บรรยากาศสไตล์ยุโรปในพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายในแบดอาชีพที่ญี่ปุ่น/เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น

ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายในแบดอาชีพที่ญี่ปุ่น/เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น

2018-09-13 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่งและโจวเทียนเฉิงผ่านเข้ารอบสบายที่ญี่ปุ่น

- เจิงจวิ้นซินอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ยูเอสโอเพ่น หลังตกรอบรองชายเดี่ยวในการแข่งขันระดับเยาวชน ทำให้ไม่สามารถสร้างสถิติเป็นนักกีฬาคนที่ 4 ของโลกที่สามารถทะลุเข้ารอบชิงของการแข่งขันระดับเยาวชนของทัวร์นาเมนต์ระดับแกรนแสลมครบทั้ง 4 รายการภายในปีเดียวกัน

- เซี่ยสูเหวยแพ้คู่ปรับเก่าตกรอบ 2 หญิงเดี่ยว และไปได้เพียงรอบ 16 คู่สุดท้ายในประเภทคู่ของยูเอสโอเพ่น 2018

More
NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเสียชีวิต

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 12 กันยายน 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 12 กันยายน 2561

2018-09-16 09:17:57

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับขึ้น

         การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น

จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน  ฝ่ายนายจ้างกล่าวว่า ต้นทุนด้านแรงงานจะเพิ่มขึ้นปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

         ส่วนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น (คลิกดูรายละเอียดการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันเพิ่มได้ที่นี่)

         ช่วงหลายปีมานี้ ในไต้หวันมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแทบจะทุกปี ในอัตราเฉลี่ย 1,000 เหรียญไต้หวันต่อปี โดยนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวมครั้งนี้ด้วย จำนวน 8 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันในต้นปีหน้า ปรับขึ้นรวม 5,820 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 33.68% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 10 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญ รวมครั้งนี้เป็น 150 เหรียญ ปรับขึ้นไปแล้ว 55 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 57.89%

 

ปีใหม่ 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 23,100 เหรียญ แม้ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ แต่วงเงินคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเงินบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นตามค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้น

 

2. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต เหตุถูกตำรวจล้อมจับยิงด้วยปืนตาข่ายกลุ่ม NGO พาญาติผู้ตายประท้วงตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ กลุ่ม NGO ในไต้หวัน ได้แก่สมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม ไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ  กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง

 

NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเสียชีวิต

 

       แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้

 

กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต

 

3. สัมภาษณ์คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลปะ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น ขณะเดินทางมาทำข่าวในไต้หวัน พร้อมให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยทุกคน ขอให้สู้ๆ เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว

 

คุณภัทราพร ไพบูลย์ศิลป (คนกลาง) ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ เยือน Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน (ขวา) เข้าร่วมการประชุม PIF พบผู้นำประเทศเจ้าภาพ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61 จีนกร่างใน PIF ถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด วอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61 จีนกร่างใน PIF ถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด วอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม

2018-09-12 19:35:56

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ย. 61

         1. จีนกร่างในการประชุม (Pacific Islands Forum-PIF) จนถูกเจ้าภาพสั่งห้ามพูด ไม่พอใจถึงกับวอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม เจ้าภาพเรียกร้องให้ขอโทษ ส่วนจีนก็ไม่ยอมถอย ประนามว่า เจ้าภาพไม่เข้าใจสถานการณ์โลก สำหรับ กต. ไต้หวัน ระบุเคารพการตัดสินใจของเจ้าภาพ 

          2. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

More
สามสาว S.H.E.

ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17 และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17 และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-09-09 22:30:00

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

     - ฟังเพลงฉลองครบรอบ 17 ปีของสามสาว S.H.E. ในเพลง 17

     - ข่าวบันเทิงไต้หวัน (5 หนุ่ม Mayday บุกแดนโอปป้า ไปเปิดคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซล / กวงเหลียงยังฮ็อตไม่เลิก แฟนเพลงที่มาเลเซียจองบัตร 15,000 ใบหมดภายใน 5 ชั่วโมง)

 

สามสาว S.H.E. เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของไต้หวัน กับเพลง 17 ซึ่งเป็นซิงเกิลฉลองการเข้าวงการเพลงครบรอบ 17 ปีของพวกเธอ

 

Mayday กับคอนเสิร์ต Life Tour รอบที่ 108 ที่กรุงโซลแดนโอปป้า

 

กวงเหลียง นักร้องหนุ่มคนด้ังชาวมาเลเซีย เตรียมกลับไปเปิดคอนเสิร์ตที่บ้านเกิดอีกครั้ง

 

More
ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 61

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 61 - กล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 61 - กล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อ

2018-09-13 19:28:46

อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวผลสำรวจกล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ที่ชาวไต้หวันนิยมเลือกซื้อเพื่อมอบให้แก่กันในเทศกาลนี้ คนไต้หวันชอบและไม่ชอบขนมไหว้พระจันทร์แบบไหน และพบกับ 3 อาชีพที่ไม่อยากได้ขนมพายสับปะรดเป็นของขวัญ สาเหตุเพราะอะไร ติดตามได้ในรายการ

More