QR Code
ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 ขุนพล แรงงานไทย
2018-06-09
  • กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

    กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

    กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน
  • กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

    กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

    กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน
  • ห่วงใยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาของผู้อนุบาลในครัวเรือน

    ห่วงใยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาของผู้อนุบาลในครัวเรือน

    รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติฉบับใหม่ห่วงใยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาของผู้อนุบาลในครัวเรือน
  • เพลิงไหม้โรงงานชินพูนลามไปถึงหอพัก

    เพลิงไหม้โรงงานชินพูนลามไปถึงหอพัก

    เพลิงไหม้โรงงานชินพูนลามไปถึงหอพัก เป็นเหตุให้แรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย
  • เตือนแรงงานไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการทำงาน

    เตือนแรงงานไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการทำงาน

    เตือนแรงงานไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการทำงาน ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ

 

1. รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติฉบับใหม่ของอเมริกา ห่วงใยเสรีภาพในการนับถือศาสนาของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

       กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติฉบับใหม่เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ในส่วนที่เกี่ยวกับไต้หวัน แสดงความห่วงใยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาของแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ ไม่อยู่ในขอบข่ายการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ขณะเดียวกันไม่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ทำให้ผู้อนุบาลส่วนใหญ่ไม่ได้รับวันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน เป็นปัญหาในการเข้าร่วมทำพิธีทางศาสนาของพวกเขา

       รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติฉบับใหม่ล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ฉบับนี้ระบุว่า ผู้นำทางศาสนาในไต้หวัน เป็นห่วงกังวลในการที่ แรงงานต่างชาติที่ทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน ส่วนใหญ่ไม่มีวันหยุด ต้องทำงานตลอด เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสานา ทั้งนี้ เนื่องจากผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ พวกเขานับถือศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ และต้องการหยุดพักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน

 

รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติฉบับใหม่ห่วงใยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาของผู้อนุบาลในครัวเรือน

 

2. ครึ่งปีมีแรงงานต่างชาติเสียชีวิตในกองเพลิง 8 คน กระทรวงแรงงานจะเรียกประชุมหารือแยกหอพักให้ห่างจากโรงงานตามข้อเรียกร้องของกลุ่ม NGO

       สืบเนื่องจากช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานร้ายแรงถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้แรงงานต่างชาติเสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 6 ราย แรงงานไทย 2 ราย และแรงงานต่างชาติที่เคราะห์ทั้ง 8 ราย เสียชีวิตในหอพักซึ่งตั้งอยู่ในโรงงาน ดังนั้น กลุ่ม NGO ที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ได้เรียกร้องขอให้ออกกฎหมาย แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้แปลระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแผนการบริการและดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ ซึ่งระบุข้อบังคับในการให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตาม อาทิ สุขอนามัยในหอพัก อาหาร น้ำดื่ม ขนาดพื้นที่หอพักต่อคนและบทลงโทษ กรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนกฎระเบียบ ซึ่งเป็นภาษาจีนให้แปลเป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ เพื่อให้แรงงานต่างชาติรับทราบระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์กับตน

 กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

 

       ต่อข้อเรียกร้องข้างต้น กระทรวงแรงงานรับว่า จะเชิญกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อหารือความเป็นได้ในการออกกฎหมายแยกหอพักออกห่างจากโรงงานในมิถุนายนนี้ ส่วนข้อเสนอที่ให้แปลระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแผนการบริหารและดูแลแรงงานต่างชาตินั้น กระทรวงแรงงานเห็นด้วยและจะรีบดำเนินการ

 

กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

 

       ทั้งนี้ แผนการบริการและดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ เป็นเอกสารที่นายจ้างจะต้องแนบ ขณะยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติต่อกระทรวงแรงงาน ซึ่งระบุข้อบังคับในการให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตาม อาทิ สัดส่วนของล่ามและผู้ดูแลหอพักต่อแรงงานต่างชาติ จำนวนสุขภัณฑ์ที่ต้องมี อนามัยของอาหาร น้ำดื่ม ขนาดพื้นที่หอพักต่อคนและบทลงโทษกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม เป็นเอกสารสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านแรงงานยึดเป็นหลักในการตรวจสอบหอพักแรงงานต่างชาติของสถานประกอบการ แต่ที่ผ่านมา เอกสารฉบับนี้ เนื่องจากเป็นเอกสารที่นายจ้างยื่นต่อกระทรวงแรงงาน จึงมีเพียงฉบับภาษาจีน หากมีการแปลเป็นภาษาที่แรงงานต่างชาติอ่านออกเข้าใจ น่าจะทำให้เข้าใจและรับรู้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับตัวเองเพิ่มมากขึ้น

       ส่วนการตรวจเข้มสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติเริ่มขึ้นแล้ว โดยในขั้นแรก ตรวจเข้มสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่โรงงานที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป และสถานประกอบการที่มีประวัติเคยถูกแรงงานต่างชาติร้องเรียนมาแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

 

เพลิงไหม้โรงงานชินพูนสาขาผิงเจิ้น ลามไปถึงหอพัก เป็นเหตุให้แรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย

 

เหตุเพลิงไหม้หอพักโรงงานซิแคนที่เขตหลูจู๋ เถาหยวน คร่าชีวิตแรงงานเวียดนามไปถึง 6 คน

 

3. เตือนแรงงานไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการทำงาน ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ

       แรงงานไทยในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง หากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการทำงาน ทำให้เกิดอุบัติเหตุพิกลพิการหรือเสียชีวิตได้ง่าย อย่างเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา มีคนงานไทยรายหนึ่ง ทำงานในที่สูง แต่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ร่วงตกลงจากที่สูง หลังจากแพทย์กู้ชีวิตเต็มที่เป็นเวลาร่วม 20 วัน ในที่สุดเสียชีวิตแล้ว

       แรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายรายนี้ ได้แก่นายนพพร นันตาดี อายุ 55 ปี มาจากจังหวัดลำปาง เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันหลายรอบแล้ว เป็นลูกจ้างของบริษัท CONTINENTAL ENGINEERING CORP. ทำงานอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายซินเตี้ยน นครนิวไทเป

       เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายนพพรประสบอุบัติเหตุขณะทำงานรื้อแผ่นไม้แบบอยู่บนนั่งร้าน โดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ตะข้อเสื้อทำงานเกี่ยวกับแผ่นไม้ที่โยนลงมา ฉุดให้เจ้าตัวร่วงตกลงมาจากความสูงประมาณตึก 3 ชั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังส่งรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาล และนายจ้างได้รับภรรยาและลูกสาวเดินทางมาดูแลตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. จนถึงวันที่ 27 พ.ค. อาการทรุดหนัก ภรรยาและลูกสาวตัดสินใจเลิกกู้ชีพอีกต่อไป

       นายจ้างและบริษัทจัดหางานกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจที่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้คนงานไทยที่ทำงานดี ขยันขันแข็ง เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการเดิทางมาและระหว่างที่อยู่ในไต้หวันของภรรยาและลูกสาวแล้ว นายจ้างได้ให้ความช่วยเหลือ โดยจ่ายเงินชดเชยให้ทายาทอีกต่างหากมากกว่าที่กฎหมายกำหนด 2 เท่า โดยไม่รวมเงินทดแทนที่ทายาทพึงได้รับตามกฎหมาย

 

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย คนงานไทยร่วงตกลงมาจากที่สูงเสียชีวิต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ปธน. ไช่ฯ (ขวา) ปรบมือต้อนรับขบวนแห่บุปผาชาติ ฉลองวันชาติ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน

2018-10-16 19:49:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61

        ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ในโอกาสวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ครบรอบ 107 ปี โดยผู้นำไต้หวันได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ ลานหน้าทำเนียบ ปธน. ไต้หวัน ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลก และฝูงชนที่ร่วมฉลองวันชาติ ดังนี้ 

สุนทรพจน์ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เนื่องในโอกาสฉลองวันชาติครบรอบ 107 ปี สาธารณรัฐจีน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561

      เรียนท่านประธานซูเจียฉวน ประธานการจัดงานและประธานสภานิติบัญญัติ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน ตลอดจนพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศที่กำลังชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์หรือทางอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ อรุณสวัสดิ์ สวัสดีทุกท่านค่ะ

      วันนี้เป็นวันครบรอบ 107 ปีแห่งการสถาปนาประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีน  ในวันนี้มีชาวจีนโพ้นทะเลและมิตรแท้จากทั่วโลกเดินทางมาจากแดนไกล เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองวันเกิดให้แก่ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนประชาชนชาวไต้หวัน กล่าวขอบคุณทุกท่านด้วยความใจจริง

      เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาประเทศ นอกจากจัดงานเฉลิมฉลองแล้ว ยังต้องไตร่ตรองถึงอนาคตของประเทศชาติด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทุกประเทศต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่อันเนื่องมาจากสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไป แน่นอนเป็นการทดสอบพวกเราทุกคนด้วย รัฐบาลพยายามแสวงหายุทธศาสตร์และแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าขอถือโอกาสในวันนี้ ชี้แจงแนวทางที่รัฐบาลเลือกนำมาใช้ปฎิบัติให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบอย่างละเอียด

        เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกกำลังผกผันอย่างรุนแรง ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้การแบ่งงานในภาคอุตสาหกรรมโลกต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อระเบียบของภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก ในขณะที่ความสัมพันธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น  การท้าทายสถานภาพปัจจุบันในภูมิภาคของจีน กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากประชาคมโลก ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ในแถบตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นด่านแรกที่จะได้รับผลกระทบนี้อย่างรุนแรง

         ในช่วงที่ผ่านมา การกดดันโดยผ่านสื่อและการข่มขู่ด้วยกำลังอาวุธ ตลอดจนการกดดันทางการทูตจากจีน ไม่เพียงทำร้ายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ยังเป็นการท้าทายสันติภาพ เสถียรภาพและสถานภาพปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน การเผชิญหน้ากับแรงกดดันดังกล่าว มีบางคนหวังว่ารัฐบาลจะเลือกใช้วิธีต่อต้านที่แข็งกร้าวกว่าเดิม แต่มีบางคนเห็นว่าควรใช้วิธีประนีประนอม แต่ขอเรียนทุกท่านว่า สถานการณ์ยิ่งผกผันไต้หวันก็ยิ่งต้องรักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้ได้ เราต้องใช้ความสุขุมรอบคอบมารับมือกับแรงกดดัน และใช้ความเยือกเย็นมาแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความคงอยู่ของชาติ

          จุดยืนที่ข้าพเจ้ายืนหยัดในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาคือ ธำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตตามระบอบเสรีประชาธิปไตยของประชาชนจำนวน 23 ล้านคน ปกป้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพในช่องแคบไต้หวันและเสถียรภาพในภูมิภาค นี่คือความเห็นส่วนใหญ่ของชาวไต้หวันทั้งประเทศ และนี่คือสิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีความรับผิดชอบต้องยืนหยัดที่จะปกป้องให้ถึงที่สุด

 

          ท่ามกลางที่ทั่วโลกกำลังหาทางรับมือกับการขยายอำนาจของจีน รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าจะทำให้ทั่วโลกมองเห็นความเข้มแข็งของไต้หวัน แผนการปกป้องไต้หวันที่ดีที่สุดคือ ทำให้โลกใบนี้ขาดไต้หวันไม่ได้และไม่มีชาติใดสามารถทดแทนไต้หวันได้

          แรงกดดันจากภายนอกที่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน จะไม่ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวัน แนวคิดที่ขัดแย้งกับค่านิยมสากล จะไม่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก

          ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทางการปักกิ่งอีกครั้งว่า ประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ควรสวมบทบาทเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคและโลก มิใช่เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง

          ในฐานะที่เป็นประธานาธิบดี ข้าพเจ้าขอรับประกันกับทุกท่านว่า เราจะไม่เพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น แต่จะไม่มีวันยอมศิโรราบ  ข้าพเจ้าจะไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจก้าวไปสู่การเผชิญหน้าและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ข้าพเจ้าก็จะไม่ฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน ยอมสละอธิปไตยของไต้หวัน ภายใต้สถานการณ์ที่ผกผันเช่นนี้ เราจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไม่ได้ การยั่วยุให้เกิดการปะทะกันหรือการประนีประนอม รังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

          หนทางในการรับมือของเราก็คือ “มั่นคง ปรับตัว และก้าวหน้า”แม้หนทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ ณ ขณะนี้ เป็นหนทางที่ไต้หวันต้องก้าวไปอย่างมั่นคง

          ยุทธศาสตร์ที่จะสามารถรับมืออย่างได้ผลก็คือ ต้องเสริมสร้างพลังแห่งชาติให้เข้มแข็ง ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันก็คือ การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความปลอดภัยแห่งชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เสริมเครือข่ายความมั่นคงทางสังคม และสร้าง “ความแข็งแกร่งให้แก่ไต้หวัน”อย่างต่อเนื่อง ให้ไต้หวันมีพลังอันเข้มแข็ง ยกระดับความสำคัญของไต้หวันในประชาคมโลกที่ไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญแห่งการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของไต้หวัน

           ความท้าทายที่ประเทศชาติของเรากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่มีเพียงความปลอดภัยด้านการทหารเช่นในอดีตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การกดดันด้านการทูต การแทรกซึมทางสังคม กระทั่งความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ภารกิจเร่งด่วนก็คือ ต้องสร้างยุทธศาสตร์โดยรวมขึ้น เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ

          เครือข่ายแห่งความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติอันดับแรกก็คือ ต้องเสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการทูตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างไต้หวันให้มีความสำคัญที่ไม่อาจมีสิ่งอื่นมาทดแทนได้

          ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแปรเปลี่ยนของสถานการณ์โลก การเลือกใช้ยุทธศาสตร์ของเราแจ่มชัดยิ่ง นั่นก็คือ ยืนหยัดในเสรีภาพประชาธิปไตย และเศรษฐกิจการตลาด คุณค่าพื้นฐานสองประการนี้ ได้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแบบอย่างแห่งประชาธิปไตยในเอเชีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

          สองปีที่ผ่านมา ภายใต้การกดดันจากจีน เรายืนหยัดในอุดมการณ์ของตน แสดงออกถึงความอดทนอย่างที่สุด ทำให้ประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับเรามีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ช่วงที่ผ่านมา นอกจากรัฐสภาจะผ่านกฎหมายที่เป็นมิตรกับไต้หวันหลายฉบับแล้ว ก่อนหน้านี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ประณามจีนที่กดดันทางการทูต และชื่นชมระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน

           ส่วนญี่ปุ่นที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับไต้หวัน ก็ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันทั้งในเวทีระหว่างประเทศ หรือแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติขึ้น ส่งผลให้มิตรภาพระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

          ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก รัฐสภายุโรปก็ได้มีมติ ชื่นชมการพัฒนาประชาธิปไตยของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปร่วมแรงร่วมใจสกัดกั้นการใช้กำลังอาวุธยั่วยุไต้หวัน ทำลายสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

          เรามีพันธมิตรจำนวนมาก ที่เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนไต้หวัน เรียกร้องให้ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ควรที่จะขาดไต้หวันไป ในวันนี้ เรามีมิตรที่แสนดีที่ยืนหยัดสนับสนุนไต้หวัน 3 ท่าน มาร่วมฉลองวันชาติของเรา ได้แก่ มาริโอ อับโด เบนิเตซประธานาธิบดีปารากวัย เซอร์ แทพลีย์ ซีตัน ผู้สำเร็จราชการจากเซนต์คิตส์และเนวิส และ อัลเลน แชสแตเนท นายกรัฐมนตรีจากเซ็นต์ลูเซีย

          เราขอถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งต่อพวกท่านเหล่านี้ ขอให้ทุกท่านปรบมือแสดงความขอบคุณจากใจพร้อมๆ กัน และต้อนรับผู้นำจากแดนไกลทั้ง 3 ท่านนี้ด้วยค่ะ

 

          มาตรการที่ 2 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ ก็คือการเสริมสมรรถนะความสามารถในการป้องกันประเทศ

          “สกัดกั้นเป็นแนวหลายชั้น เสริมความแข็งแกร่งให้แก่การป้องกันประเทศ”เป็นยุทธศาสตร์ด้านการทหารของเรา หัวใจของมันก็คือ การเสริมสมรรถนะความสามารถในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้ว่า ขอแต่เพียงให้ไช่อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีเท่านั้น งบประมาณด้านกลาโหมจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี กองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพของกองทัพ จะต้องสามารถปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้อย่างแน่นอน

           นอกจากนี้ เรายังได้เร่งเสริมสมรรถนะ “ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง”ด้านการทหาร โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทฮั่นเสียงของไต้หวันได้ทำพิธีเปิดใช้เครื่องบินฝึกซ้อมระดับสูง ต่อมาเดือน ส.ค. กองทัพเรือของเราก็ได้ประกาศ “เปิดศักราชใหม่กองทัพเรือ”

          ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นแผนการสร้างเครื่องบินฝึกหัดระดับสูงกับเรือดำน้ำด้วยตนเอง ที่ล่าช้ามาอย่างเนิ่นนานให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อุตสาหกรรมกลาโหมในอนาคต ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเท่านั้น หากยังจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยรอบให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นอีกด้วย รวมทั้งจะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีสำคัญของไต้หวันอีกด้วย

 

          มาตรการที่ 3 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ เป็นการป้องกันกำลังจากภายนอก บ่อนทำลายแทรกซึมเข้าในประเทศ ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจสังคมให้ดำเนินไปตามปกติ

          เสรีภาพประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายของไต้หวันเป็นค่านิยมที่พวกเราต้องยืนหยัดปกป้อง หากประเทศอื่นอาศัยเสรีภาพของสังคมไต้หวันเข้ามาแทรกซึมทำให้เกิดความวุ่นวาย พวกเราจะต้องปกป้องเต็มที่ทุกวิถีทาง จะไม่นิ่งดูดายอย่างเด็ดขาด

          ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่หรือสร้างข่าวปลอม ขโมยความลับเทคโนโลยีหรือ จงใจทำลายระบบความปลอดภัยสารสนเทศ หรือพฤติกรรมแทรกแซงการเลือกตั้ง ก่อกวนการบริหารประเทศด้วยวิธีการต่างๆ หากตรวจพบมีหลักฐาน พวกเราจะจัดการจนถึงที่สุด

          ต่อกรณี การเผยแพร่ข่าวปลอมจากบางประเทศ พวกเราจะเสริมร่วมมือกับต่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนด้านประสบการณ์เพื่อป้องกัน ในอนาคตจะจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนและตรวจสอบ ร่วมกันรับมือต่อข่าวปลอมเหล่านี้ที่ทำลายและกระทบต่อความสงบสุขสังคมในประเทศต่างๆ

 

          มาตรการที่ 4 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ คือการปฏิรูปและการปรับโครงสร้างใหม่ด้านกลยุทธ์เศรษฐกิจการค้าโลก

          การเผชิญหน้ากับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการจัดระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง พวกเราจะต้องปรับบทบาทไต้หวันให้สอดคล้องกับการพัฒนาของภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานของโลก จะต้องวางกลยุทธ์ใหม่โดยอาศัยพลังนักธุรกิจไต้หวันขนาดกลางและใหญ่ ประสานภาวะทิศทางของโลก ประกอบกับพลังของกิจการขนาดกลางและย่อม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวันมีการปฏิรูปยกระดับทั้งหมด

          สิ่งสำคัญ 3 ประการที่พวกเราต้องกระทำ

          ประการ 1 ในมุมมองการเสริมสร้างระหว่างกันในโครงสร้างการผลิตและทรัพยากร ในการวิจัยพัฒนาและการผลิตระดับสุดยอด จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการแบ่งงานอุตสาหกรรมอย่างแนบแน่น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และมีประสิทธิภาพสูง

          ประการที่ 2 ในมุมมองการแบ่งปันทรัพยากรและตลาด จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความรุ่งเรื่องร่วมกับประเทศตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่และประเทศตลาดใหม่อื่นๆ จะอาศัยความร่วมมือหลายรูปแบบ ร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ และด้านเศรษฐกิจสวัสดิการประชาชน

          ประกาศที่ 3 ในด้านประเทศพันธมิตรของพวกเรา จะช่วยเหลือรัฐบาลเหล่านั้นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและแสวงหาโอกาสใหม่ วางรากฐานการพัฒนายั่งยืนทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันจะเป็นการขยายตลาดใหม่ ฐานการผลิตใหม่ของไต้หวัน สอดคล้องกับแผนขยายจุดประกอบการของไต้หวันไปทั่วโลก

 

         ในด้านการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ พวกเราจะต้องเร่งการปฏิรูป ดำเนินโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาความขาดแคลนปัจจัยการผลิต 5 ประการ และแบ่งปันประโยชน์จากการขยายตัวเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน

          การปฏิรูปเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยี รัฐบาลมุ่งมั่น 4 เป้าหมายคือ “การชี้นำอย่างมีระบบ การผสานฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ กองทัพกับประชาชนร่วมมือกัน และการเชื่อมโยงกับเวทีโลก”เร่งยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถในการวิจัยพัฒนา เป็นพื้นฐานสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ

          พวกเราใช้แนวความคิดใหม่ ทลายกรอบที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ผ่อนคลายพันธนาการที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน  นำพาผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่โอกาสใหม่

          ในกระบวนการเหล่านี้ โครงการพัฒนานวัตกรรม 5 + 2 ได้สัมฤทธิ์ผลปฏิรูปยกระดับอุตสาหกรรม มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ปีที่แล้วมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มีการพัฒนาความแม่นยำ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง และเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอวกาศ IoT และวัสดุการแพทย์ด้วย

          นอกจากนี้ เป้าหมาย “ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์” ได้มีการยืนยันแบบพิมพ์เขียวการพัฒนาพลังงานสีเขียวที่ชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลข้ามชาติหลายบริษัทมาร่วมลงทุน ทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานลมในไต้หวันกำลังก่อตัว

          เรายังจะมีการเพิ่มการวางแผนในตลาดนานาชาติ ยกระดับศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ผกผันและปรับระบบซัพพลายอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ สภาบริหารได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักธุรกิจไต้หวันในการวางแผนฐานการผลิตที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับนักธุรกิจที่ประสงค์จะกลับมาลงทุนที่ไต้หวัน เราจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องการไปลงทุนยังประเทศอื่น เราก็จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่เช่นกัน

 

          ด้านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต งบประมาณการก่อสร้างงวดแรกในปีนี้ ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการแล้ว ผลจากการเริ่มดำเนินการของโครงการนี้ จะเริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยในจำนวนนี้ พลังงานสีเขียว ดิจิทัล แหล่งทรัพยากรน้ำ การขนส่งระบบรางและการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในตัวเมืองและชนบท เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับต่อไปที่ไต้หวันจะดำเนินการลงทุน  

          จากการปฏิรูประบบภาษีพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ทำให้รัฐบาลเมืองจางฮั่ว มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ส่งผลให้เด็กนักเรียนได้รับอาหารมื้อกลางวันที่ถูกหลักโภชนาการ รวมทั้งงบดุลสำหรับระบบสวัสดิการสังคมก็มีเสถียรภาพมากขึ้น

          ในเขตพื้นที่ชนบทและห่างไกลจากความเจริญ เราได้วางระบบโครงข่ายบรอดแบนด์ ให้เด็กๆ สามารถเชื่อมต่อกับโลกได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ลดช่องว่างระหว่างตัวเมืองและชนบทให้น้อยลง

           ด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำนั้น มีการสร้างอ่างปรับระดับน้ำที่เขื่อนสือเหมิน โครงการระบบประปาเบื้องล่างของเขื่อนหูซาน รวมทั้งการก่อสร้างโครงการคลองป้องกันดินโคลนที่เขื่อนเจิงเหวิน ทำให้ระบบการจ่ายน้ำกินน้ำใช้ ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้มีความมั่นคงมากขึ้น

          สำหรับปัญหาฝนตกหนักในบางพื้นที่จนเกิดอุทกภัย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงนั้น รัฐบาลกำลังสร้างบ่อพักน้ำ อ่างเก็บน้ำ ตลอดจนขุดลอกคูคลองและแม่น้ำ เพื่อให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น ลดภัยพิบัติให้น้อยลง

          ด้านการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างโครงการปรับปรุงทางหลวงระหว่างซูเอ้า-ฮัวเหลียน และโครงการขยายทางหลวงระหว่างไถตง-ผิงตง ขณะนี้ เริ่มเห็นผลจากโครงการดังกล่าวแล้ว

          ส่วนโครงการขนส่งระบบรางที่ทุกคนให้ความสนใจนั้น กำลังอยู่ระว่างดำเนินการปรับปรุงระบบรถไฟที่วิ่งไปยังภาคตะวันออก และเส้นทางรถไฟระหว่างฮัวเหลียน-ไถตง เพื่อให้เส้นทางรถไฟที่วิ่งรอบเกาะไต้หวันมีความสมบูรณ์มากขึ้น

          ระบบขนส่งมวลตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ อาทิ รถไฟฟ้ารางเบาในภาคเหนือที่จีหลงและซินจู๋ รถไฟเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ภาคกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เมืองจางฮั่ว รวมถึงโครงการขยายส่วนต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่นครเกาสง ก็เริ่มวางแผนก่อสร้างและเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติแล้ว

          การพัฒนาการขนส่งระบบราง ไม่เพียงแต่จะอำนวยความสะดวก ทำให้การเดินทางรวดเร็วแล้ว ยังลดมลภาวะที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

          เป้าหมายในการผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน สร้างความสมดุลด้านการพัฒนาระหว่างตัวเมืองและชนบท อันเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นใหม่

 

          เรายังมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ผู้ประกอบการห่วงใย ได้แก่ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า บุคลากรและแรงงาน ภายใต้การบริหารจัดการของนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาทยอยได้รับการแก้ไข

          ท่านคงจำกันได้ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือน้อย ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มสว่างติดต่อกันนานถึง 66 วัน แต่ปีนี้ แม้อากาศจะร้อนกว่า และภาวะเศรษฐกิจจะร้อนแรงกว่า แต่ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มไม่เคยสว่างอีกเลยแม้เพียงวันเดียว

          หากย้อนรำลึกไปถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ภาคตะวันตกมีฝนตกน้อยมาก ทุกคนผวาว่าจะขาดแคลนน้ำ แต่จากมาตรการบุกเบิกแหล่งน้ำ ประหยัดการใช้น้ำ บริหารจัดการและการสำรองที่เหมาะสม บวกกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต ส่งผลให้เราฝ่าด่านอันตรายมาได้อย่างปลอดภัย

          ช่วงที่ผ่านมา โรงงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกสัญชาติไต้หวัน เช่น บริษัท TSMC, Winbond, Powerchip เพิ่มการลงทุนในไต้หวันมากขึ้น บริษัทข้ามชาติระดับโลกอย่าง Google, Microsoft, Cisco System, Facebook บางส่วนเตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยในไต้หวัน บางส่วนเสนอโครงการความร่วมมือใหม่ เป็นการแสดงถึงสัมฤทธิ์ผลของการที่เราปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ทำให้ได้รับการยอมรับจากบริษัทและโรงงานทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

          เมื่อเริ่มดำเนินการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เริ่มก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นฟู เศรษฐกิจของไต้หวันก็เจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

          เมื่อสองปีที่แล้ว เศรษฐกิจของเราถดถอยลงติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส ในปีนี้อัตราการว่างงานตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง พ.ค. ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน เมื่อปี 2560 เงินเดือนรวมสูงที่สุดในประวัติการณ์ สิ้นสุดสถานการณ์เงินเดือนลดน้อยถอยลงในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

          ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้น แน่นอนว่าทำให้ผู้คนพึงพอใจ แต่สำหรับรัฐบาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดการปันผลจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนทั้งปวงได้

          ในปีนี้ เราได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการครูขึ้น 3% ทำให้เกิดกระแสการปรับขึ้นค่าจ้างตามในภาคธุรกิจ เรายังเร่งปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ เรายังผ่อนคลายระยะเวลาให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 4 ปี ช่วยลดภาระให้แก่กลุ่มบุคคลที่กู้ยืมเพื่อการศึกษา

          โครงการปฏิรูปภาษีที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ระบบภาษีที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายภาษี  ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือการปรับขึ้นค่าลดหย่อน 4 รายการ ในอนาคต ประชาชนผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็กจะได้รับการยกเว้นภาษีโดยปรับค่ายกเว้นสูงขึ้น

 

          ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคม เมื่อปี 2559 ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สิ่งที่ประชาชนทุกคนกังวลมากที่สุดก็คือ ปัญหาราคาบ้านที่สูงเกินไป ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล ภาระการเลี้ยงดูบุตรที่หนักหน่วง เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม และการแพร่ระบาดของยาเสพติด ระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมในรอบด้านจะต้องลงมือทำอีกมากมาย ดังนั้น ในช่วงสองปีนี้ เราจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมที่สมบูรณ์

          สำหรับปัญหาความเท่าเทียมในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในสังคม ได้เริ่มดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ขณะนี้มีทั้งที่ก่อสร้างเสร็จและอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง รวมกว่า 24,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับที่จะเริ่มก่อสร้างในภายหลัง ภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนมากเกือบ 35,000 ยูนิต สำหรับกรุงไทเปและนครนิวไทเปซึ่งมีปัญหารุนแรงที่สุด ในช่วงเกือบ 2 ปีมานี้ มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วกว่า 5,400 ยูนิต ในจำนวนนี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจตราแล้วบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือปริมาณล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกพึงพอใจ

          ระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่เป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างเร่งนั้น ขณะนี้ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 2.0” เพียงโทรไปที่สายด่วน 1966 จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ เราได้ขยายขอบเขตและกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการ และยังมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทำให้มีผู้สมัครใจเข้ามาให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้น เพิ่มการให้บริการมากขึ้น เติมเต็มความต้องการของครอบครัวที่ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จากความพยายามเหล่านี้ ทำให้จำนวนผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในช่วง 1 ปีมานี้

           สำหรับปัญหาอัตราการเกิดต่ำได้กลายมาเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากเราจะมอบเงินเบี้ยเลี้ยงอุดหนุนให้แล้ว ยังมีการจัดตั้ง “ระบบการดูแลเด็กกึ่งภาครัฐ” เพื่อพัฒนาเป้าหมายในการดูแลเด็กและให้การศึกษาของภาครัฐไปอีกขั้น ปัจจุบัน ระบบการดูแลเด็กและเนอสเซอรีกึ่งภาครัฐ สามารถให้บริการรับเลี้ยงเด็กในราคาย่อมเยาได้มากถึง 56,000 คน เพิ่มขึ้นจากในอดีตเป็นอย่างมาก เป้าหมายของเรามีความชัดเจนในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

          สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลนั้น เราได้นำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้แนวโน้มของการก่ออาชญากรรมมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัด เรายังได้ดำเนินการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมและการต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งล่าสุดปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้ใช้กฏหมายฉบับแก้ไขว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม มาดำเนินการปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มมิจฉาชีพและการกระทำความผิดอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 1,300 ราย

          ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของการดำเนินมาตรการต่อต้านยาเสพติดในชุมชน มีการจักุมยาเสพติดได้ปริมาณสูงถึง 9,700 กิโลกรัม จับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้เสพได้กว่า 1,900 ราย ในช่วงระยะเวลา 4 ปี กเราทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญ ดำเนินยุทธศาสตร์ใหม่ของการต่อต้านยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครืยข่ายยาเสพติดออกจากสังคม

 

          พี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลทุกคน ประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางในการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนไปของโลก และทำให้ไต้หวันยังยืนหยัดอยู่ในจุดนี้ได้

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต เพราะเมื่อเราส่งมอบประเทศต่อให้แก่คนรุ่นหลัง เขาจะไม่จะต้องเจอกับภาระและความยากลำบากที่มากขึ้น ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเรามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปฏิรูปประเทศ ประเทศจำเป็นต้องก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

          ด้านการปฏิรูปเงินบำนาญ เราไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิม เพราะเราไม่สามารถทำให้คนทุกยุคสมัยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตทางการเงิน

          การเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ก็ไม่สามารถก้าวถอยหลัง นี่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อนครนิวไทเปและเมืองผิงตงที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่เท่านั้น แต่เป็นทำให้ประชาชนทุกคนทุกยุคที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ปลอดจากการคุมคามของภัยพิบัตินิวเคลียร์

          การเปลี่ยนผ่านกระบวนการความเป็นธรรมยิ่งไม่สามารถก้าวถอยหลังได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารรัฐบาลในอดีต ตอนนี้รัฐบาลต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อชี้แจงความจริงและเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างได้

          การปฏิรูปอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด แต่อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า คนรุ่นต่อๆ ไป จะสัมผัสรับรู้ได้และรู้สึกขอบคุณที่เราเลือกทางเดินนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ทดสอบความเป็นผู้นำ ข้าพเจ้าจะแบกรับภาระความรับผิดชอบนี้ เพื่อนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

          ในช่วงท้ายนี้  ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับตัวแทนที่นำร้องเพลงชาติในวันนี้ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เสมือนเป็นผู้ดูแลประภาคาร

         ชายฝั่งทะเลทุกแห่งในไต้หวันมีประภาคารตั้งอยู่ทั้งหมด 36 ประภาคาร และจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลประภาคาร เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัยให้กับการเดินเรือในท้องทะเล ข้าพเจ้าใคร่ขอเป็นตัวแทนของประเทศ กล่าวขอบคุณทุกท่าน ที่ยอมอดทนต่อความเหงาและความยากลำบาก เพื่อส่องแสงสว่างในกับการเดินเรือกลับเข้าฝั่ง

          ไต้หวันก็เปรียบเสมือนประภาคารแห่งหนึ่ง ที่พวกเราได้มีการเปลี่ยนผ่านของระบอบประชาธิปไตย ไม่เพียงส่องแสงสว่างให้กับตนเองในความมืดเพื่อก้าวผ่าน แต่สำหรับคนที่กำลังตามหาประชาธิปไตยทุกคน เราก็พร้อมช่วยเป็นแสงสว่างในความมืดให้ ดังนั้นพี่น้องพ้องเพื่อนในฮ่องกง ในจีนแผ่นดินใหญ่ และทุกพื้นที่ทั่วโลก ที่กำลังตามหาประชาธMore

เฉินเจี๋ยอี๋กับอัลบั้มเพลงชุด A Time For Everything

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ในชุด A Time For Everything และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ในชุด A Time For Everything และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-10-14 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ (陳潔儀) ในชุด A Time For Everything

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (กัวเหยียนฝู่ได้รับเชิญให้ไปจัดนิทรรศการภาพวาดที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ / เซียวจิ้งเถิงเจ็บตัวก่อนขึ้นเวทีอีกแล้วที่เสินเจิ้น แต่เจ้าตัวแสดงสปิริตจัดเต็มให้กับแฟนเพลงเหมือนเคย / โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนมองที่มุมซ้ายล่างกันหมด / หลี่ฉุนลูกหลี่อันได้รับเชิญให้เป็นกรรมการในเทศกาลภาพยนตร์ผิงเหยา)

 

เฉินเจี๋ยอี๋กับอัลบั้มเพลงชุด A Time For Everything

 

กัวเหยียนฝู่หันหลังให้วงการบันเทิงไปเอาดีทางการวาดภาพ จนได้รับการติดต่อจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ให้ไปเปิดนิทรรศการถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว

 

โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนไปสนใจมุมซ้ายล่างกันหมด

 

เซียวจิ้งเถิง (蕭敬騰) จัดเต็มเหมือนเคยบนเวทีคอนเสิร์ตที่เสินเจิ้น คราวนี้แอบเซ็กซี่เล็กๆด้วย

 

หลี่ฉุนลูกชายของอังลี

More
ชาวไต้หวันจัดเป็นชาติที่นิยมพอกหน้ามากที่สุดในเอเชีย

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561

2018-10-14 06:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น! สมาชิกในครอบครัว 3 คนจาก 6 คน เกิดโดยธรรมชาติในวันชาติ 10 ตุลาคม 

          ครอบครัวตระกูลพัน ที่เมืองฮัวเหลียน เป็นครอบครัวที่ดวงสมพงษ์กับวันชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ สมาชิกครอบครัว 6 คน มี 3 คนเกิดในวันชาติ ได้แก่นางจางผู้เป็นแม่ บุตรคนที่ 2 และสมาชิกคนล่าสุดเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ด้วยการคลอดตามธรรมชาติ ผู้เป็นพ่อบอกว่า ฉลองวันเกิดพร้อมกันวันเดียว 3 คน ทำให้สะดวก นอกจากจะเป็นวันแห่งความทรงจำที่ดีแล้ว ยังมีคนร่วมอวยพรวันเกิดให้ทั้งประเทศ แถมยังประหยัดเงินค่าเค้กวันเกิดอีกด้วย กลายเป็นควันหลงของวันชาติปีนี้ที่มีสื่อรายงานกันมากที่สุด

 

สมาชิกในครอบครัวตระกูลพัน 3 คนจาก 6 คน เกิดวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน

 

ในปีนี้ นครเถาหยวนมีเด็กทารกเกิดใหม่ในวันชาติ 10 ต.ค. จำนวน 26 คน

 

2. ได้บุญเท่ากัน! วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนเข้าร่วมพิธีออนไลน์สดๆ

         ศาสนาพุทธเป็นศาสนาใหญ่ที่มีชาวไต้หวันนับถือเป็นจำนวนมาก โดยศาสนาพุทธในไต้หวันเป็นลัทธิมหายาน ซึ่งจะเน้นช่วยมหาชนให้พ้นจากความทุกข์มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงตนเอง ศาสนาพุทธในไต้หวัน มีวัดใหญ่ 4 สำนัก และจะทำพิธีสวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วประจำปี หรือพิธีกงเต็กอย่างใหญ่โต พุทธศาสนิกชนที่อยากได้บุญกุศลก็ไปร่วมพิธีได้

         บางคนที่อยากไปร่วมพิธี แต่อยู่ห่างไกล หรือติดธุระไม่สะดวก ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องไปร่วมสวดมนต์ถึงงาน ที่ผ่านมา เราสามารถฟังเทศ ฟังธรรมจากเว็บ ผ่านยูทูปได้อยู่แล้ว แต่นั่น เป็นการฟังจากแหล่งที่เขาอัพโหลดไว้ ขณะนี้ ชาวพุทธในไต้หวัน สามารถร่วมพิธีสวดมนต์อุทิศบุญกุศลแด่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะบรรพบุรุษหรือผีไร้ญาติ บำเพ็ญตน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงผ่านระบบออนไลน์สดๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่จัดงาน ท่านบอกว่าได้บุญเท่ากัน

         วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรมที่จินซาน นครนิวไทเป เตรียมจัดพิธีสวดมนต์ประจำปี ณ อุทยานพุทธศึกษาโลก ภายในวัดฝากู่ซาน ช่วงระหว่าง 25 พ.ย.-2 ธ.ค. นี้ ปีนี้ยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี แต่ที่พิเศษคือ เปิดให้สาธุชนที่มีความสนใจ แต่ไม่สามารถไปร่วมพิธีได้ สามารถร่วมพิธีสดๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยการคลิกในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ว่า ต้องการจะอุทิศบุญกุศลให้ใคร หรือต้องการจะสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง เสริมบารมีก็ทำได้ ได้บุญเหมือนกับเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่เลยทีเดียว

 

 วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนร่วมพิธีออนไลน์สดๆ ได้

 

3.      ไปท่องเที่ยวไต้หวัน ซื้ออะไรกลับบ้านใช้เองหรือฝากญาติมิตร? แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

         แผ่นมาส์กหน้าและมาส์กพอกหน้า สินค้ายอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดมือกลับไปฝากญาติมิตร ซึ่งมีเป็นร้อยยี่ห้อ สนนราคามีตั้งแต่แผ่นละ 20-1800 เหรียญไต้หวัน แต่ที่ได้รับความนิยมมักจะเป็นราคาระดับกลางคือ 25-200 เหรียญ จากสถิติพบว่า หญิงสาววัย 25-34 ปีคือลูกค้ากลุ่มใหญ่ รองลงมาคือช่วงอายุ 35-44 ปี โดยนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมซื้อแผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันมากที่สุด

         และไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวไต้หวันน่าจะจัดได้ว่าเป็นชาติที่นิยมใช้แผ่นมาส์กหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ามากกว่า 300 ล้านแผ่น

 

ชาวไต้หวันจัดเป็นชาติที่นิยมพอกหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ากว่า 300 ล้านแผ่น

 

แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน  เป็น 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

 

แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันราคาไม่แพง คุณภาพเยี่ยม ครองตลาดโลก 17%

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561

2018-10-13 09:17:02

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สภาการตรวจสอบสับ 3 กระทรวง ฐานปล่อยให้แรงงานต่างชาติเพิ่มกว่า 300,000 คนใน 8 ปี กระทรวงแรงงานโต้ ไม่กระทบโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น

       สภาการตรวจสอบของไต้หวันประกาศผลตรวจสอบการนำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากขาดการวางแผนที่รอบคอบ ทำให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้ โดยระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่นำเข้าไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน ด้วยเหตุนี้ สภาการตรวจสอบจึงมีหนังสือตักเตือน 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเศรษฐการและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ

       รายงานการตรวจสอบของสภาการตรวจสอบฉบับนี้ระบุว่า กฎหมายการจ้างงานกำหนดให้กระทรวงแรงงาน จะต้องจัดตั้งดัชนีแจ้งเตือนการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อควบคุมจำนวนแรงงานต่างชาติที่จะนำเข้าได้ในแต่ละปี ป้องกันการนำเข้าในจำนวนมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น แต่ไม่เห็นกระทรวงแรงงานจัดตั้งระบบแจ้งเตือนดังกล่าว และไม่มีการควบคุมเพดานแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้

 

       รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน เพิ่มขึ้นจาก 379,653 คน เพิ่มเป็น 692,868 คน ช่วงระยะเวลาไม่ถึง 8 ปี จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้น ถึง 313,000 คน

       และเริ่มตั้งแต่เปิดให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มจากโควตาเดิมที่ได้รับอนุมัติตามประเภทกิจการมาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ปีค.ศ. 2013 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนส.ค. ปีนี้ มีการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติในโควตาพิเศษดังกล่าวแล้ว 220,295 คน แต่นำเข้าจริงมีเพียงร้อยละ 60.9 ของจำนวนที่อนุมัติ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน

 

2. แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย สท.เรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจร

       แรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากไม่ต้องสอบใบขับขี่และแรงงานต่างชาติไม่ทราบกฎจราจร ทำให้หลายเมืองที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ประสบปัญหาเกิดความวุ่นวายด้านการจราจร มีการขี่สวนเลนฝ่าไฟแดง ซิ่งด้วยความเร็วสูง 2 คันขี่ขนานกันไป ขี่ไปด้วยคุยกันไปด้วย อันตรายมาก นอกจากนี้ยังขี่บนฟุตบาท เชี่ยวชนคนเดินบนฟุตบาทเพิ่มมากขึ้น

       อย่างที่เขตถานจื่อ และเขตต้าหย่า ในนครไทจง เนื่องจากเป็นเขตนิคมอุสาหกรรม มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และเกิดเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติขี่จักรยานไฟฟ้าแล้วเชี่ยวชนคนเดินข้างทางหลายคดี จนสมาชิกสภาเทศบาลหรือสท. นำเข้าหารือในสภา จี้เทศบาลนครไทจง จะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์กฎจราจร ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ

       นายไล่เฉากั๋ว สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจงกล่าวในสภาว่า แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า แต่มักจะเกิดอุบัติเหตุ ระยะนี้ เกิดเหตุแรงงานต่างชาติขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปเชี่ยวชนคนสูงอายุที่เดินบนฟุตบาตถึง 2 ราย อีก 1 ราย ถูกแรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าสวนเลนชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล เรียกร้องให้เทศบาล นครไทจงต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

 

สท.ไทจงเรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจรแก่แรงงานต่างชาติ

 

       ด้านกองแรงงาน นครไทจงแถลงว่า เตรียมจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านกฎจราจร ตามโรงงานและย่านที่มีแรงงานต่างชาติชุมนุมเป็นจำนวนมาก

       นอกจากคนงานเวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว คนงานไทยก็นิยมขับขี่จักรยานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ มีแรงงานไทยรายหนึ่ง ขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดง ชนกับรถบรรทุกเล็ก รถกระเด็นไปถูกคนแก่ที่เดินอยู่บนทางเดินเท้า คนงานไทยรายนี้สลบคาที่ แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องเจอค่าปรับฐานฝ่าไฟแดง และต้องชดใช้ค่ารักษพยาบาลและค่าทำขวัญให้แก่คนสูงอายุที่ถูกชนเป็นเงินหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

 แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดงและย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย

 

3. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ เดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อย 5 ราย นอนหมดสติในโรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 2 ราย

       1 ในปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพและดื่มสุราจัด ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

       ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

แรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายและพักผ่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
เขื่อนสือเหมิน

เที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

เที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

2018-10-12 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ จะพาทุกท่านไปเที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

- เตรียมตัวไปท่องพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์สือซานหางในยามราตรีกัน

- ล่องเรือชมความงามของขุนเขาแมกไม้และสายน้ำ รับประทานปลาสดๆ แสนอร่อย และสนุกสนานไปกับเทศกาลว่าว ที่เขื่อนสือเหมินในเขตนครเถาหยวน

- นครไทจงพัฒนาคลองลวี่ชวน (綠川ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตจนได้รับรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม Good Design Award จากญี่ปุ่น

- พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์เพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

 

 คลองลวี่ชวน (綠川) แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ในนครไทจงได้รางรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมจากญี่ปุ่น

 

 พิพิธภัณฑ์สือซานหางซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของไต้หวัน จะเปิดให้เข้าชมในยามค่ำคืนระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคมนี้

 

บรรยากาศการนั่งเรือท่องเขื่อนสือเหมิน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจียอี้ จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์ขึ้นเพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

2018-10-11 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่ง (戴資穎) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

- สองหลินแห่งไต้หวัน (หวังฉีหลิน/เฉินหงหลิน) คว้าแชมป์แบดชายคู่ในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เทียนจินได้สำเร็จ

 

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่ 7 ของปีในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

 

หวังฉีหลิน (ขวา) และเฉินหงหลิน (ซ้าย) เอาชนะเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์แบดชายคู่ในทัวร์นาเมนต์ที่ไทเปได้สำเร็จ

 

เซี่ยสูเหวยเปิดหัวได้สวยในทัวร์นาเมนต์ที่เทียนจิน

More
เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

2018-10-14 10:43:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

        ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวันอย่างหนึ่ง ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ทานอาหารรสจัดและดื่มสุรา ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพ ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

        สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เตือนเพื่อนแรงงานไทยด้วยความห่วงใยว่า ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และในเดือนกันยายนเดือนเดียว มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย แนะ 7 วิธีดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาว ได้แก่

       1. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยสวมใส่ชุดนอนที่อบอุ่นและห่มผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

       2. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ให้ได้วันละ 2 ลิตร หรืออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว รับประทานอาหารปรุงสุกแล้วให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารรสไม่จัด หลีกเลี่ยงขนมหวาน อาหารไขมันสูง เพิ่มการรับประทานผักสดและผลไม้สดที่หวานน้อย เนื่องจากมีแร่ธาตุสูง มีวิตามินเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคช่วงหน้าหนาว หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา สูบบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้โรคที่มีอยู่เดิมกำเริบขึ้นได้

       3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ผลของการออกกำลังกาย จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หัวใจมีความทนทาน

       4. หมั่นตรวจเช็กค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

       5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

       6. จัดการตนเองแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่เครียด ไม่พึ่งสุรา สารเสพติด

 

 เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

 

2. แรงงานไทยทำงานในไต้หวันครบ 12 แล้ว อยากทำงานต่อไป ประกาศหางานทำในเฟซบุ๊ก เตือน การเปิดเผยข้อมูลตัวเองในสื่อโซเชียลมีความเสี่ยงสูง และการหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ไม่ง่ายอย่างคิด นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

 การหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

3. นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี โรงพยาบาลเลิดสิน แนะให้คนงานไทยในไต้หวันดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการทานอาหารที่มีโภชนาการ หลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด นอนพักผ่อนครบ 6 ชั่วโมง ออกกำลังกาย งดเว้นแอลกอฮอลล์ บุหรี่และยาเสพติด...  

 

นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี (คนนั่งคนแรก) แนะนำวิธีดูแลสุขภาพสำหรับพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ต.ค. 61 แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ต.ค. 61 แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี

2018-10-09 20:02:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่  8 ต.ค. 61

        ๑. แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค. 2561 19.00-21.30 น. ทุกครึ่งชั่วโมง 

        ๒. ประชุมร่วมกลาโหมไต้หวัน-สหรัฐฯ เป็นการประชุมภาคเอกชน รมว.กลาโหม ไต้หวัน ระบุ เแม้จะได้รับเชิญ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เนื่องจากไม่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคงมีโอกาสร่วมประชุมด้วย 

        ๓. รมว. กลาโหมไต้หวัน ย้ำเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพ รับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

More
อารอน เหยียนหย่าหลุน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-10-07 22:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจวเหวินฟะแอบไปวิ่งจ็อกกิ้งตอนเช้า ในช่วงที่มาโปรโมทภาพยนตร์ในไทเป / โจลินเปิดร้านขายเค้กฟองดู / หลูกว่างจ้งคว้ารางวัลระฆังทองรายการโทรทัศน์สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายควบรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี)

 

More
10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

2018-10-09 19:06:46

อีกเพียงไม่กี่เดือนก็ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ ผู้คนเริ่มวางแผนเดินทางจองตั๋วเครื่องบินไปเคาท์ดาวน์ สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

More
ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

2018-10-07 09:31:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ไต้หวันโชคดีอีกแล้ว กองเรย ไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ ซึ่งเป็นลูกใหม่ล่าสุด เดิมมีแนวโน้มมุ่งหน้ามายังไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้กลับเลี้ยวโค้งหักศอกขึ้นเหนือไปทางเกาหลีและญี่ปุ่นตามเคย สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่เฉพาะกับไต้ฝุ่นกองเรยเท่านั้น ยังเกิดขึ้นมาแล้วกับไต้ฝุ่นหลายลูก สื่อไต้หวันบางฉบับเขาพาดหัวตามสำนวนนิยายกำลังภายในว่า ปีนี้ ไต้หวันมีวิชาระฆังทองคุ้มกาย หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 金鐘罩 (อ่านว่า จินจงเจ้า) ไต้ฝุ่นเข้าใกล้ทีไร เป็นต้องเบี่ยงเบนทิศทางไปทางอื่น ความจริงแล้ว ไต้หวันไม่มีกำลังภายในหรอก แต่เป็นเพราะปีนี้ความกดอากาศสูงในมหาสมุทรแปซิฟิกมีกำลังแรงเป็นพเศษ และตำแหน่งอยู่ค่อนไปทางทิศเหนือ ส่งผลให้โน้มน้าวไต้ฝุ่นพัดไปทางญี่ปุ่น เกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ หากตำแหน่งของความกดอากาศสูงอยู่ค่อนไปทางทิศใต้ ไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น โอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันก็จะสูงขึ้น

 

 ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี แต่มีเพียงมาเรียที่พัดเฉียดไต้หวันไป ลูกอื่นๆ เลี้ยวโค้งไปทางอื่นหมด

 

2.  เข้าสู่เดือนตุลาคม แม้ยังมีพายุไต้ฝุ่นซึ่งมักจะเกิดในฤดูร้อนอยู่ แต่อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นลง ลมหนาวจากภาคเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่แผ่ลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ อุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกและเช้า จะแตกต่างกับกลางวันถึง 10°c ทีเดียว อากาศเช่นนี้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเกิดอาการป่วยได้ โยเฉพาะคนที่เป็นป่วยเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาจกำเริบเสียชีวิตได้ง่าย ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมาเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดมีปัญหาได้

 

3. พายุฝุ่นละอองระลอกแรกที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่งผลให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 25 แห่งทางภาคตะวันตกของไต้หวันตั้งแต่นครนิวไทเปถึงนครเกาสงปรากฏสัญญานเตือนภัยเป็นสีส้มและสีแดง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน บุคคลทั่วไปควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

 อากาศเริ่มเย็นแล้ว โดยเฉพาะกลางคืนและเช้า ระวังร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไม่สบายได้ง่าย

 

4. วันพุธที่ 10 ต.ค.นี้เป็นวันชาติไต้หวัน รัฐบาลเตรียมฉลองวันชาติปีนี้อย่างยิ่งใหญ่  เริ่มจากการแสดงแสงสีเสียงที่ทำเนียบประธานาธิบดีทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ทุกคืนระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

         สำหรับพิธีฉลองวันชาติอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. และปิดฉากลงด้วยการจุดพลุฉลองวันชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสถานที่จุดพลุจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ โดยปีนี้ถึงคิวของเมืองฮัวเหลียน

         พลุที่เตรียมจะจุดในคืนวันชาติ (10 ต.ค.) ปีนี้ มีจำนวนมากถึง 30,860 ดอก ทำสถิติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้มีพลุยักษ์ขนาดความยาว 42 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม.หนัก 35 กก. จำนวน 2 ดอก เป็นไฮไลท์ของการจุดพลุฉลองวันชาติปีนี้ ซึ่งจะแบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

 ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค.นี้

 

วันชาติปีนี้ (10 ต.ค.) จะมีการจุดพลุที่เมืองฮัวเหลียน 30,860 ดอก แบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ณ สิงหาคม 2561 ในไต้หวันมีผู้อนุบาลต่างชาติ 253,679 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

2018-10-06 07:25:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นโยบายให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ถูกวิจารณ์ว่าปล่อยให้สถานศึกษาขายบัตรประชาชน รัฐบาลโต้ว่า เข้าใจผิด จะออกใบถิ่นที่อยู่ให้ ไม่ใช่บัตรประชาชน

       สืบเนื่องจากรัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและฝีมือระดับปานกลางหรือแรงงานกึ่งฝีมือ โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาที่เป็นลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเล หลังจบการศึกษาแล้ว หากประสงค์จะทำงานและมีนายจ้างว่าจ้าง จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ และหากเป็นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีอยู่ทำงานต่อเนื่องครบ 5 ปี นักศึกษาระดับปวช. ปวส. อยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ โดยจะกลายเป็นแหล่งแรงงานกึ่งฝีมือที่สำคัญของไต้หวัน มาตรการนี้ ถูกนายเฉินป๋อจื้อ ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันวิจารณ์ว่า อาจส่งเสริมให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรของประเทศ กลายเป็นสถานฝึกอบรมแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชนที่ด้อยคุณภาพ หาเด็กนักศึกษาเข้าเรียนไม่ได้ นำเข้านักศึกษาคุณภาพต่ำจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาฝึกอบรม จากนั้นเข้าทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาบางแห่งมีสภาพการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว ทำให้เดิมขายเพียงวุฒิบัตรการศึกษา ยกระดับกลายเป็นขายบัตรประชาชน

 

 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีนักศึกษาจากกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวันจำนวน 38,000 คน

 

       ต่อคำวิจารณ์ข้างต้น นาง Kolas Yotaka โฆษกสภาบริหารชี้แจงว่า ข้อความข้างต้น เป็นความเข้าใจเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่คลาดเคลื่อน ร่างกฎหมายฉบับบี้ ไม่ได้อนุญาตให้นักศึกษาจากกลุ่มประเทศตามนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ที่เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวัน สามารถขอบัตรประชาชนของไต้หวันได้ แต่จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันจนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด จึงมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1. นายจ้างมีความต้องการ ซึ่งเป็นการแสดงว่า ไต้หวันขาดแคลนบุคลากรเหล่านี้ 2. นักศึกษาเหล่านี้ จะต้องผ่านการสอบและได้รับใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง และประการที่ 3 จะต้องอยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี สำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และครบ 7 ปีสำหรับผู้จบระดับอาชีวศึกษา จึงจะมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ แต่ไม่ใช้ขอบัตรประชาชน จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะเข้าใจวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ถูกต้องของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

 วิทยาลัยอาชีวจงซานที่เกาสงเปิดรับนักศึกษาต่างชาติรุ่นแรกเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ปัจจุบันศิษย์เก่าเป็นผู้บริหารระดับสูงบ.ไฮเทคหลายแห่ง ในภาพเป็นนักษาต่่างชาติสาขาอิเลคทรอนิคส์ของวิทยาลัยแห่งนี้กำลังฝึกงานภาคปฏิบัติ

 

 

 วิทยาลัยอาชีวจวงจิ้งในนครนิวไทเป ปีนี้รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน 300 คน ส่วนใหญ่เรียนในสาขาทำอาหารและเบเกอรี่ มีการส่งไปฝึกงานในภัตตาคารต่างๆ

 

2. ไต้หวันเล็งออกมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้ นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 28,000 ครัวเรือนได้รับอานิสงส์

       กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา อนุมัติเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลัก ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสน ในวงเงิน 182 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือกึ่งหนึ่งของยอดจำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ 364 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่า มีนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้รับอานิสงส์กว่า 28,000 ครัวเรือน ในอนาคต นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาล ไม่ต้องกลัวว่าผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างจะขอลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว หรือลาหยุดพัก จะไม่มีคนมาช่วยดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยอนุบาลดูแลตลอดอีกต่อไป

 

ในอนาคต ผู้อนุบาลจะได้หยุดพักกันบ้างแล้ว โดยไต้หวันจะเริ่มใช้ระบบช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้

 

       ปัจจุบัน ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนจำนวน 236,000 คน สิ่งที่นายจ้างผวากันมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างดูแลผู้ป่วย หากมีปัญหา จะทำให้ขาดคนดูแล และมีเพียงผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี ลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเกิน 1 เดือนขึ้นไป จึงจะยื่นขอเงินช่วยเหลือเพื่อว่าจ้างผู้อนุบาลทดแทนที่จะมาดูแลผู้ป่วยชั่วคราว หากผู้อนุบาลลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวในระยะสั้น หรือลาพักผ่อน ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยดูแลตลอด จะประสบปัญหาขาดคนดูแลทันที

       นายเสวีย เจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานของไต้หวันแถลงว่า เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นมาตรการนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยในชั้นแรก จะอุดหนุนครอบครัวที่มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วยก่อน ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่อยู่คนเดียว หรือผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือเป็นคนพิการในระดับรุนแรง จากนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประเมินทบทวน ขยายครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการให้มากขึ้น   ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นอกจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว รัฐบาลได้เตรียมผู้นุบาลชาวไต้หวันที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวไว้ จำนวน 32,000 คน และคาดว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะสามารถดำเนินการได้....ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

ณ สิงหาคม 2561 มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน ตำแหน่งผู้อนุบาล จำนวน 253,679 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More