QR Code
สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 สโมสรผู้ฟัง
2018-03-11
  • ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ริเริ่มโครงการธนาคารจำลองในโรงเรียนกับเด็กนักเรียน
  • ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน
  • ธนาบัตรจำลองของ ร.ร.ประถมเหวินหลิน

    ธนาบัตรจำลองของ ร.ร.ประถมเหวินหลิน

    ธนาบัตรจำลองของ ร.ร.ประถมเหวินหลิน
  • ระหว่างหยุดพัก เด็กนักเรียนจะรุมเลือกซื้อสินค้าที่ตนชื่นชอบ

    ระหว่างหยุดพัก เด็กนักเรียนจะรุมเลือกซื้อสินค้าที่ตนชื่นชอบ

    ระหว่างหยุดพัก เด็กนักเรียนจะรุมเลือกซื้อสินค้าที่ตนชื่นชอบและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แต่ที่นี่ไม่รับเงินเหรียญไต้หวัน (NT$) จะรับเฉพาะเงินสกุลเหวินหลินที่ทางโรงเรียนพิมพ์ขึ้นมาใช้เองเท่านั้น
  • ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

    ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) กับเด็กนักเรียน

 

ควรเชิดชู! ครู ร.ร.ประถมในนครนิวไทเป สร้างธนาคาร ปลูกฝังวินัยการใช้เงินให้แก่เด็กนักเรียน

          โรงเรียนประถมศึกษาเหวินหลิน (文林國小) นครนิวไทเป จัดตั้งธนาคารจำลอง คิดค้นสกุลเงินและพิมพ์ธนบัตรจำลองออกมาใช้ภายในโรงเรียน นักเรียนที่เป็นพนักงานในธนาคารแห่งนี้มีเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเหมือนทำงานในธนาคารจริง เด็กๆ สามารถฝากและถอนเงินเดือนที่ได้รับ จับจ่ายซื้อสินค้าที่ตนเองชื่นชอบในร้านขายของชำของโรงเรียน ดังนั้น สิ่งที่พบเห็นได้ทุกวันในโรงเรียนแห่งนี้ก็คือเด็กนักเรียนจะทำการบ้าน ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน และให้ความร่วมมือกับคุณครู ซึ่งจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินสกุลเหวินหลิน แทนใบเกียรติคุณ สามารถนำไปจับจ่ายซื้อของหรือฝากไว้ในธนาคาร ราวกับเป็นการเล่นเกมเศรษฐีในชีวิตจริง นับเป็นการปลูกฝังความรู้ด้านการบริหารการเงินที่ไร้ขีดจำกัดให้กับเยาวชนของชาติตั้งแต่เยาว์วัย

 

ธนาบัตรจำลองของ ร.ร.ประถมเหวินหลิน

 

มีทั้งธนบัตร สมุดบัญชีเงินฝาก และเด็กนักเรียนที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานธนาคาร ทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารการเงินของกลุ่มเศรษฐกิจจำลองที่ใช้เงินสกุลเหวินหลินแห่งนี้สมจริงมากขึ้น

 

         เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เด็กๆ ช่วยกันดันชั้นวางสินค้าออกมาที่หน้าห้องกิจการนักเรียน แล้วเร่งจัดสินค้าให้เป็นระเบียบอย่างคล่องแคล่วว่องไว เพียงครู่เดียวเด็กนักเรียนจากทั่วทุกสารทิศทยอยกันเข้ามารุมเลือกซื้อสินค้าและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แต่ที่นี่ไม่รับเงินสกุลเอ็นที (NT$) ของไต้หวัน จะรับเฉพาะเงินสกุลเหวินหลินที่ทางโรงเรียนพิมพ์ขึ้นมาใช้เองเท่านั้น

 

ระหว่างหยุดพัก เด็กนักเรียนจะรุมเลือกซื้อสินค้าที่ตนชื่นชอบและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แต่ที่นี่ไม่รับเงินเหรียญไต้หวัน (NT$) จะรับเฉพาะเงินสกุลเหวินหลินที่ทางโรงเรียนพิมพ์ขึ้นมาใช้เองเท่านั้น

 

         เมื่อกว่าสามปีที่แล้ว อาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ริเริ่มโครงการธนาคารจำลองในโรงเรียน โดยการจัดตั้งธนาคารเหวินหลินและจัดพิมพ์ธนบัตรเงินสกุลเหวินหลินออกมาใช้ เป็นความพยายามที่จะนำเอาหลักเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์และสร้างสรรค์ระบบการให้รางวัลแก่เด็กนักเรียนแบบใหม่แทนระบบเก่าที่ใช้เกียรติบัตรสะสมคะแนนเพื่อแลกเป็นใบประกาศเกียรติคุณ

         ระบบการให้รางวัลแบบดั้งเดิมโดยอาจารย์เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนและร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักเรียนส่วนใหญ่ อาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ยเปิดเผยว่า “ระบบการให้รางวัลแก่นักเรียนแบบเดิมดูเหมือนจะเป็นการให้รางวัลแก่เด็กที่เรียนดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมต้องการคือดึงดูดเด็กที่มีผลการเรียนระดับปานกลางและไม่ดี”

 

ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ริเริ่มโครงการธนาคารจำลองในโรงเรียนกับเด็กนักเรียน

 

         หากต้องการดึงดูดความสนใจของเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ อาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ยมีความเห็นว่า กุญแจสำคัญคือต้องปรับลดมาตรฐานการให้รางวัลลง เด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมในเชิงบวกไม่ว่าจะเป็นการช่วยอาจารย์ทำงานทั่วๆ ไป ส่งการบ้านตามกำหนดเวลา หรือแม้แต่ปัดกวาดทำความสะอาดภายในโรงเรียนก็จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสกุลเหวินหลิน จากนั้นเด็กๆ สามารถนำเงินไปจับจ่ายซื้อสินค้าหรือเลือกซื้อของรางวัลที่ตนเองชื่นชอบได้ และนี่คือพิมพ์เขียวโครงการธนาคารเหวินหลินในอุดมคติของอาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ย จะเห็นได้ว่าการเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งนี้นอกจากเด็กๆ จะได้ศึกษาวิชาความรู้ต่างๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้พฤติกรรมที่ถูกต้องจากการชักจูงและแนะแนวของครูบาอาจารย์อีกด้วย

         อาจารย์จูอวี้หวน (朱玉環) ครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาเหวินหลิน ซึ่งต้องการปรับปรุงระบบการให้รางวัลแก่เด็กนักเรียนอยู่แล้ว เมื่อได้รับทราบโครงการในอุดมการณ์ของอาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ยจึงตัดสินใจลงมือดำเนินการทันที อาจารย์จูอวี้หวนกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า “ในฐานะที่เราเป็นสถาบันการศึกษา เป้าหมายในระยะสั้นของเราคือการปรับพฤติกรรมของเด็ก และจากการที่อาจารย์ไล่เฮ่าเหว่ยสังเกตพฤติกรรมการจับจ่ายของเด็ก พบว่าเป้าหมายในระยะยาวของเราควรจะเป็นการปลูกฝังความรู้เรื่องการบริหารการเงิน” ปัจจุบันโครงการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนี้ได้ขยายขนาดโครงการออกไปอย่างต่อเนื่อง...ฟังเพิ่มได้จากรายการออนไลน์

 

 

ครูไล่เฮ่าเหว่ย (賴皓韋) หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ริเริ่มโครงการธนาคารจำลองในโรงเรียน ปลูกฝังวินัยการใช้เงินให้แก่นักเรียนตั้งแต่เด็ก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

2 แรงงานไทยโรงงานชินพูนถูกเสียชีวิตในหน้าที่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2561

2018-05-26 07:00:00

 

 1. กองแรงงานเถาหยวนยืนยัน 2 แรงงานไทยโรงงานชินพูนถูกไฟคลอก เสียชีวิตในหน้าที่

      เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน อินดัสเทรียล สาขาผิงเจิ้นในนครเถาหยวน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิต 6 นาย และยังมีแรงงานไทยซึ่งนอนอยู่ในหอพัก หนีไม่ทันเสียชีวิต 2 คน เนื่องจากหอพักดังกล่าว นายจ้างเป็นผู้จัดหาให้และอยู่ในบริเวณโรงงานที่เกิดเพลิงไหม้ สำนักงานตรวจสอบด้านแรงงานนครเถาหยวนยืนยันว่า 2 แรงงานไทยแม้จะเสียชีวิตในหอพัก แต่ถือว่าเสียชีวิตในหน้าที่ นายโจวเสียนผิง ผอ. สำนักงานตรวจสอบด้านแรงงาน นครเถาหยวนกล่าวว่า โดยทั่วไป การเสียชีวิตในหน้าที่ จะต้องเกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติทำให้เสียชีวิตขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีของ 2 แรงงานไทย แม้ขณะเกิดเหตุ จะนอนหลับอยู่ในหอพัก ไม่ได้ทำงาน แต่หอพักที่เกิดเหตุ นายจ้างเป็นผู้จัดหาให้และอยู่ติดกับโรงงานที่เป็นต้นเพลิง จึงถือว่าแรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 2 รายนี้ เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ นอกจากเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยแรงงานที่จะได้ตามกฎหมายแล้ว นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยต่างหากให้ทายาทผู้ตาย 45 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน และยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทางแพ่งด้วย

      กองแรงงานนครเถาหยวนกล่าวว่า ได้ร่วมกับสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ชี้แจงสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ให้ทายาททราบแล้ว เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางสำนักงานแรงงานไทย ไทเปได้ช่วยเหลือทายาท 2 แรงงานไทย เจรจากับนายจ้าง จนนายจ้างยินยอมจ่ายเงินช่วยเหลือทายาทมากกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่า

 

2 แรงงานไทยโรงงานชินพูนถูกไฟคลอก กองแรงงานนครเถาหยวนยืนยันเสียชีวิตในหน้าที่

 

      ด้านการฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา นายจ้างและบริษัทจัดหางานได้ทำพิธีไว้อาลัยนายภานุพงษ์ เสงี่ยม และนายเชิดศักดิ์ บุรัมสูงเนิน 2 แรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานชินพูน ณ ฌาปนสถานจงลี่ โดยมีนายหวางอันปัง ผอ. กองแรงงานนครเถาหยวน และ นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเปและคณะเจ้าหน้าที่ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประธานและผู้บริหารระดับสูงและเพื่อนร่วมงานในบริษัทชินพูนไปร่วมพิธีไว้อาลัยอย่างคับคั่ง หลังเสร็จพิธีไว้อาลัย ได้มีการฌาปนกิจศพนายภานุพงศ์ ซึ่งทายาทได้นำอัฐิกลับไปทำบุญที่บ้านเกิดจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วในวันถัดมา

      ส่วนนายเชิดศักดิ์ เนื่องจากถูกไฟไหม้จนเกรียมทั้งใบหน้าและร่างกาย อัยการให้บุตรสาวเดินทางมาตรวจดีเอ็นเอ ต้องรอผลตรวจ 15 วัน เมื่อยืนยันว่าเป็นนายเชิดศักดิ์แล้ว จึงอนุญาตให้นำศพไปฌาปนกิจตามประเพณีได้ ในส่วนนี้ ทายาทได้มอบอำนาจให้บริษัทจัดหางานดำเนินการและส่งอัฐิกลับไปทำบุญที่บ้านเกิดต่อไป ดังนั้น หลังทำพิธีไว้อาลัยและเสร็จสิ้นการเจรจาเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือแล้ว ทายาทนายเชิดศักดิ์ ก็ได้เดินทางกลับประเทศไทยไปแล้วพร้อมกัน

 

พิธีไว้อาลัย 2 แรงงานไทยโรงงานชินพูนที่เคราะห์ร้ายถูกไฟคลอกเสียชีวิต

 

      สำหรับตำรวจดับเพลิงที่เสียชีวิตในวันที่เกิดเหตุ 5 นายและมาเสียชีวิตอีก 1 รายเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมเสียชีวิต 6 นาย ได้ทำพิธีไว้อาลัยและฌาปนกิจ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. เวลา 10.00 น.  ณ สนามกีฬาเถาหยวนอารีน่า นครเถาหยวน

     

พิธีไว้อาลัย 6 ตำรวจดับเพลิงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน

 

 

สนร.ไทย ไทเป จ่ายเงินเยียวยาแรงงานไทยโรงงานชินพูนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้

 

2. สส.บี้กระทรวงแรงงานเร่งลดอัตราการเกิดอุบัติของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานเตรียมตรวจเข้มโรงงานที่ว่าจ้างแรงงานเกิน 30 คนขึ้นไป

      จากการที่มีข่าวแรงงานต่างชาติเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สะท้อนถึงปัญหาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติ ได้เชิญรมว.กระทรวงแรงงานไปรายงานมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ในที่ประชุม นางสาวสวี่สูหัว สมาชิกสภานิติบัญญัติกล่าวอ้างอิงสถิติของทางการกล่าวว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554 จนถึง ปีพ.ศ. 2559 แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันเสียชีวิตมากถึง 864 ราย ประกอบกับเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้หอพักโรงงาน Sican Co., Ltd. เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดไฟไหม้ที่โรงงานชินพูน อินดัสเทรียล อาจทำให้ความประสงค์ที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานต่างชาติลดน้อยลง ส่งผลให้ภาวะขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงสงสัยว่า กระทรวงแรงงานไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยในที่ทำงานอย่างเต็มที่

 

เพลิงไหม้ที่หอพักคนงานเวียดนามในโรงงาน Sican Co., Ltd. เมื่อ 14 ธ.ค. 60 ทำให้แรงงานเวียดนามเสียชีวิต 6 คน

 

      นางสาวสวี่สูหัว (許淑華) ส.ส.พรรคก๊กมินตั๋ง ระบุว่า ปัจจุบัน กระทรวงงแรงงานมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติเพียง 274 คน ขณะที่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งขึ้นแตะ 680,000 คนแล้ว อัตราการเกิดอุบัติเหตุของแรงงานต่างชาติในไต้หวันสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก โดยในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติในไต้หวันเสียชีวิตสูงถึง 864 คน อัตราเสียชีวิตเฉลี่ย 0.28 ต่อหนึ่งพันคน เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นในรอบ 6 ปี มีแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 158 คน อัตราเสียชีวิตเฉลี่ย 0.17 ต่อหนึ่งพันคน แต่จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมีเพียงกึ่งหนึ่งของแรงงานต่างชาติในญี่ปุ่น ส.ส.สวี่สูหัวชี้ว่า เนื่องจากไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ผู้ประกอบการต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ แต่กลับมีอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นเป็นประจำ จึงถามว่า กระทรวงแรงงานตรวจสอบความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างไร แค่ไหน? สส. สังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นฝ่ายค้านผู้นี้ยังกล่าวว่า รัฐบาลผลักดันนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง แต่ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติกลับไม่ได้รับการใส่ใจแก้ไข รัฐบาลกลางควรจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้แล้ว

 

 

     ต่อกรณีดังกล่าว นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานตอบว่า ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในสถานประกอบการในอัตราสูง จะมีการทบทวนและหามาตรการแก้ไขโดยเร็ว โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และกองแรงงานท้องถิ่นเป็นต้น มาร่วมประชุมหารือภายใน 2 สัปดาห์หน้า คาดว่าจะได้ข้อสรุปการดำเนินการภายใน 1 เดือน จากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองสวัสดิการและความปลอดภัยของแรงงานต่างชาติ

 

 นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานสั่งการให้ตรวจเข้มมาตรฐานหอพักของร.ง.ที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป

 

3. ชาวนครไทจงชื่นชมกลุ่มแรงงานอินโดนีเซีย บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยทำความสะอาดถนนและลำธารเป็นประจำทุกเดือน

      ริมฝั่งธารน้ำใสซินเซิ่งกรีนวอเตอร์เวย์ (Shin Sei Green Waterway : 新盛綠川水岸廊道) ในนครไทจง ทุกๆ เดือน จะเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดและทำความสะอาดถนน สนามหญ้าและริมธารน้ำ พวกเขาคือกลุ่มคนที่ถูกเรียกขานว่า คนงานต่างชาติและผู้อนุบาลต่างชาติ แต่ทำไมถึงต้องมาเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณถนนและริมธารน้ำเป็นประจำทุกเดือนโดยไม่ได้รับค่าจ้าง นางสาว Pindy ผู้อนุบาลชาวอินโดนีเซียจากเกาะชวากลาง หัวหน้ากลุ่มอาสาสมัครรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มนี้กล่าวว่า ก็เพราะพวกเรารักไต้หวัน

 

 

      นางสาว Pindy นอกจากจะทำหน้าที่เป็นผู้อนุบาล ดูแลอาม่าชาวไต้หวันที่นครไทจงแล้ว ในยามว่าง ยังเรียนรู้เทคนิคการปั้นแป้งตุ๊กตา ซึ่งเป็นหัตถศิลป์พื้นบ้านของไต้หวัน และยังจัดงานนิทรรศการโชว์ผลงานหัตศิลป์ของตน นอกจากนี้ ยังเปิดสอนวิธีปั้นแป้งตุ๊กตาให้แรงงานต่างชาติที่สนใจ ตามแหล่งชุมนุม เช่นอาคารอาเซียนสแควร์และสุเหร่า เนื่องจากเห็นว่าเป็นอีก 1 อาชีพที่จะช่วยให้แรงงานต่างชาติหลุดพ้นความยากจนได้

 

 

      ช่วง 3-4 เดือนมานี้ นางสาว Pindy เป็นตัวตั้งตัวตี รณรงค์กลุ่มแรงงานต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานอยู่ในนครไทจง บำเพ็ญกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ด้วยการเก็บกวาดทำความสะอาดถนนและสนามหญ้าริมฝั่งธารน้ำใสที่ขึ้นชื่อของนครไทจง ซินเซิ่งกรีนวอเตอร์เวย์ เริ่มจาก 10 กว่าคน จำนวนคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนขณะนี้เกินกว่า 30 คนแล้ว

 

 

           นางสาว Pindy กล่าวว่า พวกเราที่มาจากประเทศอาเซียนก็รักความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน  ใช่ว่าชาวอาเซียนจะทิ้งเศษขยะไม่เป็นที่ไม่เป็นทางกันทุกคน และหวังว่า กิจกรรมทำความสะอาดนี้ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแรงงานต่างชาติให้ดีขึ้น  

           ชาวนครไทจงที่พบเห็นหลายคนจะเข้าไปทักและขอบคุณแรงงานอินโดนีเซียกลุ่มนี้ นางสาว Pindy กล่าวตอบว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลไต้หวันที่ให้โอกาสพวกตนเดินทางมาทำงานหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ขอบคุณในความเป็นมิตรของนายจ้างและชาวไต้หวัน และพวกเราถือไต้หวันเสมือนบ้านเกิดแห่งที่ 2 พวกเรารักและต้องการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมของไต้หวัน

 

 กลุ่มแรงงานอินโดนีเซียในนครไทจง บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยทำความสะอาดถนนและลำธารเป็นประจำทุกเดือน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
จิ่วเฟิ่น

ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

2018-05-25 22:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

More
จันหย่างหรานและลักษิกา คำขำ

จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

2018-05-24 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

- เซี่ยสูเหวยจบเส้นทางหญิงคู่ที่โรมเพียงรอบ 8 คู่สุดท้าย

- โปรเม เอรียาคว้าแชมป์ LPGA รายการที่ 8 ที่คิงส์มิลล์

More
ศาลสูงไต้หวัน (ศาลอุทธรณ์) อ่านคำพิพากษาอดีต ปธน. หม่าอิงจิ่ว จำคุก 4 เดือน หรือเปรียบเทียบปรับ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61 ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61 ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน

2018-05-22 19:50:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61

 

   1. ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน หรือเปรียบเทียบปรับ อดีต ปธน. หม่าฯ ลั่นฏีกาจนถึงที่สุด เพื่อทวงความบริสุทธิ์คืน ส่วน รมว. ยุติธรรม ระบุ ศาลพิพากษาลงโทษ 4 เดือนหรือปรับ เหมาะสมกับความผิดแล้ว เพราะไม่ใช่ความลับที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ 

   2. ไต้หวันขอบคุณมิตรประเทศที่สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมประชุม WHA ปีนี้มีมากขึ้นรวมถึงประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทุตกับไต้หวันด้วย เช่น สหรัฐฯ แคนาดา นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
เหลียงเหวินอิน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-05-20 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ)

-ข่าวบันเทิงไต้หวัน (แฟนๆของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนขอให้ฟางเหวินซานกลับมาช่วยเขียนเนื้อเพลงให้เจย์ เพราะรับไม่ได้กับเนื่อเพลง 「不愛我就拉倒-ไม่รักฉันก็เทกันไป」ซึ่งหนุ่มเจย์เพิ่งปล่อย MV ออกมา / โจลิน ไช่อีหลินไปชมคอนเสิร์ตอำลาวงการของนามิเอะ อามูโร่ พร้อมชมเชยเพื่อนซี้คนนี้ ที่เลือกเวลาอำลาวงการได้สวยมาก)

 

 

เหลียงเหวินอิน สาวเสียงพิณกับอัลบั้มเพลงชุด [副駕駛座的風景 - ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ]

 

ไช่อีหลินไปให้กำลังใจนามิเอะ อามูโร่เพื่อนซี้ ในคอนเสิร์ตอำลาวงการเพลงที่ไทเปอารีน่า (Cr: udn.com)

 

ภาพจาก IG ที่หลินซูหาวแซวโจวเจี๋ยหลุน

 

More
วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 - วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 - วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

2018-05-22 17:28:05

วันที่ 20 พฤษภาคม 5月20日 ภาษาจีนออกเสียงว่า อู่เอ้อหลิง ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าหว่ออ้ายหนี่ แปลว่าฉันรักเธอ จึงทำให้ในช่วงหลายปีมานี้ 20 พ.ค. เป็นวันมงคลที่ฮอตฮิตที่สุดในการจดทะเบียนสมรสในไต้หวัน แต่ในปีนี้ 20 พ.ค. ตรงกับวันอาทิตย์ แล้วจะมีวิธีการจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างไร? และพาคุณไปติดดาวผลโหวต 10 อันดับ คุณสมบัติของผู้ชายที่สาวไต้หวันอยากแต่งงานด้วย

 

สำนักงานเขตซินเตี้ยน ประดับตกแต่งฉากและจัดชุดคอสเพลย์สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรส
ถ่ายรูปในธีมภาพยนตร์เรื่อง "อลิซในแดนมหัศจรรย์" เนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

 

สำนักงานเขตซันจือ ประดับตกแต่งฉากเป็นดอกซากุระสำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรสถ่ายรูปเนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

 

สำนักงานเขตตั้นสุ่ย จัดชุดแต่งงานแบบจีนโบราณสำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

More
ชาวไต้หวันเข้าแถวยาวเพื่อทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561

2018-05-20 08:44:24

 

1. ปรากฎการณ์แห่ติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ ลูกค้าที่จ่ายเดือนละ 1,399 เหรียญไม่พอใจ

          ยังจำกันได้ไหม ช่วงก่อนหน้านี้ มีการแห่กักตุนกระดาษชำระ ซื้อจนเกลี้ยงชั้นวางในซุปเปอร์มาเก็ตและห้างขายส่งขนาดใหญ่ ช่วงนี้ ในไต้หวันเกิดปรากฏการณ์แปลกใหม่อีกแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันแห่เข้าแถวทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบอันลิมิเต็ด หรือแบบใช้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด เหมาจ่ายเดือนละ 499 เหรียญไต้หวันของค่ายจงหัวเทเลคอม เนื่องจากเปิดให้ทำแค่ 7 วัน มีคนไปรอเข้าแถวที่ศูนย์บริการของค่ายนี้ทุกสาขาตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงคืน ทำเอาพนักงานเป็นลม กองแรงงานพื้นที่ต่างๆ เข้าไปตรวจสอบ ฐานให้พนักงานทำงานเกินกำหนดเวลา สั่งปรับไปแล้วกว่า 20 ล้านเหรียญไต้หวัน กระแสของมวลชนที่แห่กันไปติดเน็ต 4G เดือนละ 499 เหรียญดังกล่าว กลายเป็นข่าวใหญ่ข่าวดังในรอบสัปดาห์

 

 

 

 ชาวไต้หวันเข้าแถวยาวเพื่อทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

 

          จงหัวเทเลคอม ค่ายโทรศัพท์รายใหญ่ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของไต้หวัน หันมาเล่นตลาดเน็ตราคาถูก คือ 4G แบบใช้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด เหมาจ่ายเป็นรายเดือนเดือนละ 499 เหรียญ โทรฟรีตลอดในเครือข่ายเดียวกัน โทรฟรีข้ามเครือข่ายเดือนละ 180 นาที แต่ต้องผูกสัญญา 24 เดือน ปกติ ค่าติดเน็ตแบบอันลิมิเต็ดมีหลายราคา เช่น 1,399, 1,799, 2699 เป็นต้น ราคายิ่งสูง จะได้รับส่วนลดซื้อโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชั่น 499 อันลิมิเต็ด เริ่มแรกเปิดให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจและครูมีสิทธิ์ทำสัญญาก่อน โดยมีการจำกัดเวลา สร้างกระแสมาแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นเปิดให้ประชาชนทั่วไปขอซื้อได้ มีกำหนดเวลาเพียงแค่ 7 วัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากแตกตื่น แห่เข้าคิวรอซื้อกันใหญ่ ลูกค้าจำนวนมากที่เพิ่งจะซื้อไปก่อนหน้านี้ในราคาแพง เช่นเหมาจ่ายเดือนละ 1,399 เหรียญ ก็มาเข้าคิว ยอมเสียค่าปรับฐานไม่ครบกำหนดสัญญาเดิม ขณะที่จำนวนมากไม่พอใจ เพิ่งซื้อไปก่อนหน้านี้ในราคาแพง มาตอนนี้ลดฮวบเหลือ 1 ใน 3

          เรื่องนี้ คนในวงการกล่าวว่า เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ฉลาดของค่ายโทรศัพท์ เพราะอีกไม่นาน เน็ต 5G ซึ่งไวกว่า 4G มาก กำลังจะเปิดให้บริการ ค่ายโทรศัพท์ต้องการจะผูกมัดลูกค้าไว้อย่างเหนียวแน่น ใช้วิธีลดราคา ไม่ให้ไปใช้ของค่ายอื่น ความจริงแล้ว โปรโมชั่น 1,399 กับ 499 ต่างกันไม่มาก แม้โปรโมชั่นแรกราคาจะแพงกว่า แต่ได้ส่วนลดซื้อเครื่องโทรศัพท์ จากราคาเครื่องเปล่า 25,000 เหรียญ อาจเหลือเพียง 10,000 เดียว ขณะที่ 499 เหรียญ ไม่มีส่วนลดนี้

          สำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว ส่วนใหญ่ซื้อเน็ต 4G แบบรายเดือนจ่ายล่วงหน้าราคาไม่เกิน 500 เหรียญ ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว

 

ชาวไต้หวันแห่ติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

 

2. ไต้หวันห้ามใช้ไขมันทรานส์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป หวังลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งเป็นการขานรับนโยบายองค์การอนามัยโลกที่ตั้งเป้าให้ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้คนทั่วโลกเสียชีวิตปีละ 500,000 คน ภายในปี 2566

          กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวันประกาศว่า ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ห้ามใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนผสมอาหาร มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับ 30,000-3,000,000 เหรียญไต้หวัน

          องค์การอนามัยโลก (WHO) รณรงค์ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ภายในปี  2023  หรือภายใน 5 ปี เนื่องจากมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน

          ไขมันทรานส์ (trans fat) เกิดจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) เข้าไปในน้ำมันพืช ทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น เพื่อยืดอายุอาหารและเพิ่มความคงตัวของรสชาติ และไขมันทรานส์ยังมีราคาถูก ดังนั้นจึงมีอาหารหลายชนิดใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น เนยขาว (shortenings) มาการีน คุกกี้ อาหารว่าง อาหารทอด และขนมอบ ไขมันทรานส์มีคุณสมบัติเหมือนไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลซึ่งทำให้ระดับ LDL สูงขึ้นในเลือด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แต่ไขมันทรานส์เพิ่มความร้ายกาจเป็นสองเท่า เนื่องจากยังลดระดับ HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดีต่อสุขภาพ) ในเลือดอีกด้วย

 

 

 

 

ไต้หวันห้ามใช้ไขมันทรานส์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป หวังลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ขณะที่องค์การอนามัยโลกให้ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ภายในปี 2566

 

3. พบคนไต้หวันเป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.8 ล้านคนหรือ 1 ใน  4 ของประชากรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 10 ปี และปีที่แล้วมีคนไต้หวันตายเพราะโรคความดันโลหิตสูง 40,000 คน คิดเป็น 22 % ของสาเหตุการตายและคนไต้หวัน 24% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ไม่ไปตรวจความดันโลหิตเลยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

 

พบคนไต้หวันเป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.8 ล้านคนหรือ 1 ใน  4 ของประชากร เพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 10 ปี 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561

2018-05-19 07:00:00

 

1. ไต้หวันเตรียมออกกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

 

      นโยบายคนเข้าเมืองของไต้หวันมีการผ่อนปรนครั้งใหญ่ เตรียมอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป มีใบรับรองที่เกี่ยวข้องและนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน ยื่นขอทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ โดยไม่จำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป เมื่อทำงานครบ 7 ปี แต่ละปีอยู่เกิน 183 วัน สามารถยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ เตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในสมัยประชุมหน้า

 

นายกรัฐมนตรีไต้หวัน (คนที่ 4 จากซ้าย) ประกาศจะเปิดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างตามกำหนด มีสิทธ์ยื่นขออยู่ทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือได้ตลอดไป

 

      เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ที่ประชุมสภาบริหารของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ได้ผ่านร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เปิดให้ชาวต่างชาติสามารถมาทำงานในไต้หวันได้ง่ายและมากขึ้น แก้ปัญหาขาดแคลนคนงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยจะดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุนในไต้หวัน เพียงแค่ลงทุน 15 ล้านเหรียญไต้หวัน จ้างงานชาวไต้หวัน 5 คนขึ้นไปเป็นเวลากว่า 3 ปี จะได้รับใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC ถาวร ที่สำคัญ จะเปิดให้แรงงานกึ่งฝีมือมาทำงานโดยไม่จำกัดระยะเวลา ซึ่งมีแหล่งที่มาเช่น นักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาต่อในสถาบันอาชีวศึกษาในไต้หวัน เมื่อจบการศึกษาสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ขณะที่แรงงานต่างชาติระดับพื้นฐานหรือระดับกรรมกร ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปี ได้รับการฝึกฝนทักษะจากการทำงานจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในหน้าที่การงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่น ภาษา วุฒิการศึกษา ทักษะการทำงานเป็นต้น และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน จะได้รับการยกยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออนุญาตให้ทำงานอยู่ในไต้หวันต่อไปได้อย่างถาวร ไม่ถูกจำกัดด้วยระยะเวลาทำงาน และเมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี แต่ละปีอยู่เกิน 183 วัน สามารถโอนสัญญาชาติเป็นพลเมืองไต้หวันได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติหรือยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวรและมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการจากรัฐเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน

      จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ในภาคการผลิตมีจำนวน 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

 

      นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน อัตราการว่างงานในไต้หวันอยู่ที่ 3.6-3.7% ต่ำสุดในรอบ 18 ปี ดังนั้นกำลังแรงงานที่จะป้อนตลาดถึงขีดจำกัดแล้ว ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาขอให้รัฐบาลแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานมาโดยตลอด และจากการสำรวจของสำนักงานสถิติและบัญชีกลางก็พบว่า ภาคการผลิตของไต้หวัน โดยเฉพาะแรงงานระดับกึ่งฝีมือ แรงงานควบคุมเครื่องจักรกล ขาดแคลนปีละ 120,000 คน รัฐบาลจึงผ่อนผันนโยบายด้วยการผลักดันกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ดังกล่าว  นายกรัฐมนตรีของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า มีนายจ้างจำนวนมากสะท้อนปัญหาว่า แรงงานต่างชาติของตน ได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ แต่แล้วไม่สามารถอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ต้องเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากทำงานครบ 12 ปี พวกตนต้องมาฝึกฝนแรงงานต่างชาติคนใหม่ต่อไป เป็นการเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานและบั่นทอนศักยภาพการแข่งขันของภาคการผลิตอย่างมาก ทำไมไม่พิจารณาให้แรงงานต่างชาติเหล่านี้ย้ายถิ่น อาศัยและทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่เป็นการแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

      ด้านนายจูเจ๋อหมิน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติและบัญชีกลางแถลงว่า การเปิดให้แรงงานต่างชาติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะไม่ฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ เนื่องจากตั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่นายจ้างในภาคการผลิตต้องจ่ายไว้ที่ 41,393 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติในปัจจุบันที่ 26,000 เหรียญ ขณะที่นายจ้างของผู้อนุบาลต้องจ่าย 32,000 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลซึ่งอยู่ที่ 19,000 เหรียญ

      ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ดังกล่าว ผ่านที่ประชุมสภาบริหารแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ จัดทำรายละเอียดปลีกย่อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน จากนั้นจะประกาศให้สาธารณชนเสนอความคิดเห็น และคาดว่าจะสามารถส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้...ฟังรายละเอียดเพิ่มด้วยการคลิกไอคอนหูฟังที่ท้ายหัวข้อด้านบน

 

ไม่ขยายระยะเวลาทำงาน แต่จะเปิดให้ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ มีสิทธิ์อยู่ทำงานในไต้หวันได้ตลอดไป

 

2. คนงานไทยดื่มเหล้าขับรถส่งของตามนายจ้างสั่ง ถูกจับเสียค่าปรับกว่า 100,000 เหรียญ ยังอาจต้องติดคุกด้วย

 

      เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ตำรวจจราจรเมืองซินจู๋ จับรถบรรทุกเล็กคันหนึ่ง พบคนขับเป็นคนงานไทย กำลังขับรถส่งเศษแผ่นไม้ไปยังไซต์งานก่อสร้างตามคำสั่งของนายจ้าง แต่เนื่องจากไม่มีการผูกมัดไว้ให้แน่นหนา เศษแผ่นไม้อาจปลิวหรือร่วงหล่นลงมา ตกใส่คนหรือรถคันอื่นที่วิ่งผ่านไปมาได้ ตำรวจจราจรจึงเรียกให้หยุดและตรวจสอบ ปรากฎว่าคนงานไทยรายนี้ ชื่อนายอุทัย นามสมมุติ อายุ 50 ปี เป็นคนงานถูกกฎหมายของไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง นอกจากไม่มีใบขับขี่ ได้รับใบสั่งใบแรกเสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวันแล้ว ยังมีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัว ตำรวจเรียกให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 1.02 มิลิกรัม ได้รับใบสั่งใบที่ 2 ต้องเสียค่าปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน และมีโอกาสโทษติดคุก ข้อหามีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสาธารณะด้วย

 

คนงานไทยขับรถส่งเศษแผ่นไม้ตามนายจ้างสั่ง แต่ไม่ได้มัดอย่างแน่นหนา ตำรวจจราจรเรียกให้หยุดและตรวจสอบ พบไม่มีใบขับขี่แถมเมาแล้วขับ โดนปรับเป็นแสน

 

       นายอุทัยเห็นใบสั่งแล้วหน้ามืดจะเป็นลม ทำท่าอ้อนวอนตำรวจอย่าได้เอาเรื่องกับตนเลย แต่พูดกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงเรียกล่ามมาช่วยแปลภาษาได้ความว่า แรงงานไทยรายนี้เดินทางมาทำงานในไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ในวันเกิดเหตุ นายอุทัยดื่มเบียร์ไป 1 ขวด ก่อนที่นายจ้างจะสั่งให้ขับรถบรรทุกเล็กไปส่งเศษแผ่นไม้ที่ไซต์งานก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร แต่ไม่ได้มัดแผ่นไม้ให้ดี ถูกตำรวจเรียกให้หยุดเพื่อรับการตรวจ เจอไม่มีใบขับขี่แถมดื่มแล้วขับอีกต่างหาก...ฟังรายละเอียดเพิ่มด้วยการคลิกไอคอนหูฟังที่ท้ายหัวข้อด้านบน

 

ตำรวจเรียกให้คนงานไทยหยุดรถเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 1.02 มิลิกรัม ถูกปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน 

More
ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花)

ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

2018-05-18 22:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ประสบการณ์กับเหตุการณ์โกลาหล 499 ที่คนไต้หวันแห่ไปทำสัญญามือถือรายเดือนกันแบบมืดฟ้ามัวดินช่วงวันแม่ที่ผ่านมา จะรออะไรอยู่ ของแบบนี้มันต้องตามไปดู ชิมิๆๆ

- ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

 

คนไต้หวันแห่กันไปทำสัญญามือถือราคา 499/เดือนกันแบบมืดฟ้ามัวดิน

 

ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花) ที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

More
เซี่ยสูเหวย (謝淑薇)

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

2018-05-17 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

- จันหย่งหรานตกรอบแรกหญิงคู่ที่โรม แต่คะแนนสะสมยังพอจะยืนอันดับ 1 ของโลกได้เป็นสัปดาห์ที่ 28

 

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมเรียบร้อยแล้ว

 

จันหย่งหราน (詹詠然) และ Bethanie Mattek-Sands คู่หูชาวอเมริกัน ฟอร์มบู่ไม่เลิก ตกรอบแรกในเทนนิสหญิงคู่ที่โรม

More
การประปาไต้หวันจับมือ ITRI ลุยตลาดน้ำในประเทศเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61 มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอินเดีย

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61 มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอินเดีย

2018-05-16 19:29:51

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61

       มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอาเซียนและเอเชียใต้ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ไต้หวันพร้อมจับมือผู้ประกอบการนำเทคนิคการทำน้ำสะอาดขยายอาณาจักรสู่่ 18 ประเทศเป้าหมาย "มุ่งใต้ใหม่"

 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
นายสวี่ซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

2018-05-20 06:00:00

 

1.  กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน ด้านรัฐบาลตั้งเป้าปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน ภายในเวลา 4-6 ปีข้างหน้า

     นายซือจวิ้นจี๋ (施俊吉) รองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า หากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน จะสามารถเป็นจริงได้ภายในเวลา 4-6 ปี รองนายกรัฐมนตรีของไต้หวันผู้นี้กล่าวยกตัวอย่างว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 6% ต่อปี ภายในปี 2567 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากปรับในอัตราส่วน 7% ใช้เวลา 5 ปี และหากปรับขึ้น 8% ทุกปี ใช้เวลาเพียง 4 ปี ค่าจ้างขั้นต่ำก็จะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน (Cr : Mirror Media)

 

      จากแนวโน้มสถานการณ์ในปัจจุบัน คาดว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป น่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำกันทุกปี และปรับขึ้นในสัดส่วนที่น่าจะสูงกว่า 6% ขึ้นไป จนกว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะไปอยี่ที่ระดับ 30,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทย

      นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาในไต้หวัน มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวม 7 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน  ปรับขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันในปัจจุบัน ปรับขึ้นแล้วรวม 4,720 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 27.31% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 7 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญเป็น 140 เหรียญในในปีนี้ ปรับขึ้นไปแล้ว 45 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 47.60% 

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์หน้าสภานิติบัญญัติเมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

2. สองแรงงานไทยบริษัทชินพูนอินดัสเทรียลที่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ ทายาทได้รับเงินชดเชยจากนายจ้าง เงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยของไต้หวัน เงินช่วยเหลือและบริจาคกว่า 8 ล้านบาท ขณะที่อีก 250 คนที่ยังไม่มีงานทำ เนื่องจากสถานที่ทำงานถูกไฟไหม้ นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างตามปกติ แต่หากประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน นายจ้างยินยอมจ่ายเงินชดเชยให้ออกจากงานตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานของไต้หวัน

      กรณีที่นายเชิดศักดิ์ บุรัมสูงเนิน จังหวัดบุรีรัมย์ และนายภานุพงศ์ เสงี่ยม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา 2 แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในโรงงาน บ. Chin Poon Industrial Co.,Ltd สาขาผิงเจิ้น นครเถาหยวน เมื่อคืนวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา  สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ช่วยประสานและเจรจากับบริษัทจัดหางานและนายจ้าง นอกจากรับผิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาไต้หวันของทายาทแรงงานไทยทั้งสองราย และรับผิดชอบค่าทำศพทั้งหมดแล้ว  ในส่วนของทายาทนายเชิดศักดิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รวมค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน ได้รับกว่า 4,614,988 บาท

      ขณะที่ญาตินายภานุพงศ์ ได้เงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รับเงินค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน และเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน รวมกว่า 3,673,388 บาท แต่เนื่องจากนายภานุพงศ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน หลัง 1 ม.ค. 2552 ทายาทจะได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนฯ เป็นรายเดือน เดือนละ 3,210 บาท ตลอดชีพ

      นอกจากทางการต้องตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างเข้มงวดแล้ว เตือนแรงงานไทยเองก็ต้องระมัดระวัง อย่างต่อสายไฟโดยพลการหรือเสียบปลั๊กไฟจนเกิดภาวะโอเวอร์โหลด เพราะชีวิตเรามีค่า ต่อให้เงินชดเชยมากขนาดไหนก็ไม่คุ้ม

 

สำนักงานแรงงานไทยไทเป และกองแรงงานนครเถาหยวน ช่วยเจรจาสิทธิประโยชน์แก่ทายาทแรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 2 รวมทั้งแรงงานไทยที่ประสบความเดือดร้อนในครั้งนี้ จนนายจ้างยอมจ่ายเงินชดเชยให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

 

 พิธีไว้อาลัยแรงงานไทยที่เคราะห์ทั้งสองราย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มีหน่วยงานและเพื่อนร่วมงานไปร่วมพิธีมากมาย

 

3.   คนงานหญิงชาวเวียดนามประท้วงกลางดึก นายจ้างหักเงินแล้วไม่ยอมเปิดแอร์

      เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. แรงงานหญิงเวียดนามกว่า 100 คน ชุมนุมกันนอกหอพักข้างถนนสายหลักในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป ประท้วงนายจ้างที่หักค่าที่พักและค่าแอร์ แต่จัดหาที่พักที่คับแคบ ห้องสุขาไม่เพียงพอและที่สำคัญ คนอยู่กันแน่น อากาศเริ่มร้อน นายจ้างหักค่าแอร์เดือนละ 400 เหรียญ แต่ไม่ยอมเปิดแอร์ ให้เปิดตัวพัดลม ทำให้นอนไม่หลับ ทนไม่ไหวจึงชุมนุมกันประท้วง

      ด้านกองแรงงาน นครนิวไทเปได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงงานดังกล่าว พบว่า นายจ้างไม่ได้เก็บค่าอาหารและที่พักตามที่ตกลงกันไว้ กล่าวคือในสัญญาจ้างระบุ หักค่าอาหารและที่พักเดือนละ 2,500 เหรียญ แต่หักจริง 3,940 เหรียญไต้หวัน เข้าข่ายไม่จ่ายค่าจ้างให้แรงงานเต็มจำนวน ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่วนปัญหาที่พักคับแคบพบว่า ที่พักในปัจจุบันเป็นอาคาร 5 ชั้น แต่มีแรงงานอัดแน่นคล้ายปลากระป๋องถึง 362 คน และห้องสุขาไม่เพียงพอ ต้องเข้าคิวปลดทุกข์และอาบน้ำ

      กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดหาที่พักที่ได้มาตรฐาน โดยแรงงานต่างชาติแต่ละคนต้องมีพื้นที่พักโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.2 ตารางเมตร

 

 แรงงานเวียดนามประท้วง 362 คนอัดแน่นกันอยู่ในตึก 5 ชั้น ห้องสุขาไม่เพียงพอและร้อนอบอ้าว

 

4. น่าเชิดชู!  นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจจากเมืองผิงตง ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซียมาดูแลคุณแม่วัย 90 ปี ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ทำงานได้ 6 ปี ผู้อนุบาลรายนี้ป่วยเป็นมะเร็งในเต้านม นายจ้างไม่ได้ส่งกลับ แต่ให้การดูแลเป็นอย่างดีเสมือนเป็นญาติและพาไปรับการบำบัดอย่างต่อเนื่องนานถึง 4 ปี จนอาการดีขึ้น เดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายจ้างรายนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายจ้างดีเด่นประจำปีนี้ของเมืองผิงตง เมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ (คนยืน) ดูแลผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่มาดูแลคูณแม่อายุ 90 ปี (คนนั่ง) แต่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมนาน 4 ปี ได้รับเลือกเป็นนายจ้างดีเด่นของเมืองผิงตงในปีนี้

 

5. น้องเก๋ พิศมัย ใจขาน เล่าประสบการณ์การทำงานที่ไต้หวันของตนและเผยเคล็ดลับที่ทำให้นายจ้างเชื่อมั่น  

 

น้องเก๋เยี่ยม Rti ถ่ายภาพกับคุณอัญชัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More