QR Code
แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Cindy 袁詠琳 ในชุด 此刻_正好 (เวลานี้ กำลังดี) และข่าวบันเทิงไต้หวัน บันเทิงดอทคอม
2018-02-11
  • Cindy หยวนหย่งหลิน

    Cindy หยวนหย่งหลิน

    Cindy หยวนหย่งหลิน กับมินิอัลบั้มชุดเวลานี้ กำลังดี (此刻_正好)
  • หลิวเชียน

    หลิวเชียน

    ห่ลิวเชียน นักมายากลชื่อดังชาวไต้หวัน กับลุคใหม่ในแบบย้อนยุค
  • Yuki สวีฮวายอวี้

    Yuki สวีฮวายอวี้

    Yuki สวีฮวายอวี้ เตรียมเปิดคอนเสิร์ตในไทเปช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 61

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Cindy 袁詠琳 ในชุด 此刻_正好 (เวลานี้ กำลังดี) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลิวเชียน นักมายากลชื่อดังชาวไต้หวัน ปรากฏตัวในแบบย้อนยุคในรายการพิเศษช่วงตรุษจีนของสถานีโทรทัศน์หูหนานเว่ยซื่อ /สวีฮวายอวี้เพิ่มรอบคอนเสิร์ตหลังบัตรรอบแรกขายหมดในพริบตา)

จิ่วอีอี

แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-08-05 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (玖壹壹 : 911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว  (我跟你卡好) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (สวีเจียอิ๋ง (徐佳瑩) ประกาศข่าวดี เตรียมแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่เป็นผู้กำกับแล้ว)

 

จิ่วอีอีและ EP เพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว ที่มีเสี่ยวจู หลัวจื้อเสียง (羅志祥) มาเป็นศิลปินรับเชิญ

 

สาวลาล่า สวีเจียอิ๋ง (徐佳瑩) ประกาศข่าวดีเตรียมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มผู้กำกับแล้ว

More
เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. 61 - เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. 61 - เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

2018-08-07 05:38:46

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 7-11 เปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลัง 3 สไตล์ ในไต้หวัน

 

1. เซเว่นอีเลเว่นที่ไม่มีพนักงานแคชเชียร์ 7-ELEVEN 無人超商 X-STORE ที่เขตซิ่นอี้ กรุงไทเป 

 

2. เซเว่นอีเลเว่นสไตล์สวยแบบมุ้งมิ้งที่สุดในไต้หวันที่กลายเป็นสถานที่ฮอตฮิตในการถ่ายรูปเล่น ตั้งอยู่ที่นครไทจง

 

3. เซเว่นอีเลเว่นที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ด้วยคอนเซ็ปต์แหล่งรวมขนมเบเกอรี่ ที่เขตซิ่นอี้ กรุงไทเป

More
ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561

2018-08-05 08:55:06

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. คนไต้หวันมีความโอบอ้อมอารีชอบช่วยเหลือคนอื่นเหมือนคนไทย โดยเฉพาะคนไต้หวันที่อยู่ต่างจังหวัด

       อย่างที่เมืองไถตง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีพนักงานของร้านเซเว่น ซึ่งในไต้หวันเรียกว่าถ่งอีเชาซัง หรือเรียกย่อๆ ว่า 小7 คนหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กชาวเมืองไถตงบอกว่า ตัวเขาเองเนื่องจากไม่ค่อยสบายทานยา ทำให้สมองเบลอ เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ โรงงานผลิตเสร็จและส่งมาถึงแล้ว ไม่ทราบจะจัดการอย่างไรดี ลำพังขายในร้านสะดวกซื้อเหลือบานแน่ จึงขอความช่วยเหลือชาวเน็ต ช่วยกันซื้อหน่อย เพื่อแก้ไขความผิดพลาดในครั้งนี่ ใครที่ซื้อเกิน 4 ชิ้น จะไปส่งถึงที่บ้าน

       หลังโพสต์ข้อความแล้ว ชาวเน็ตในเมืองไถตงจำนวนมากต่างเห็นใจพนักงานรายนี้ รีบเดินทางไปซื้อกันที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวทันที มีจำนวนมากที่ซื้อ 5 ชิ้นขึ้นไป ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ขนมปัง 660 ชิ้น ขายเกลี้ยงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ข่าวนี้ ถูกนำมาเผยแพร่ในโซเซียล ชาวเน็ตจำนวนมากชื่นชมความมีน้ำใจของชาวไถตงว่า มีจิตใจอบอุ่นยิ่งกว่าอากาศร้อนๆ ในขณะนี้เสียอีก

       คนไต้หวันเป็นผู้มีน้ำใจ มีความเป็นมิตร ใครมีความเดือดร้อน มักจะให้ความช่วยเหลือ ส่วนนี้ คล้ายๆ กับคนไทย ใครที่มาอยู่ไต้หวันคิดว่าน่าจะรู้สึกได้

 

คงไถตงน้ำใจงามช่วยพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ

 

2. น่าชื่นชม! ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยเฉพาะขวด PET นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ถึง 95%

       สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไต้หวันจัดงาน “นิทรรศการ 20 ปีกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ” ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 25 ส.ค. นี้  ณ Eco ARK ไทเป เอ็กโปปาร์ค ซึ่งเป็นอาคารขวด PET แห่งแรกของโลก

       ปี 2560 ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ทั้งสิ้น 4.13 ล้านตัน หรือคิดเป็น 52. 51% เป็นรองเพียงเยอรมนีและออสเตรียเท่านั้น ประสิทธิภาพในการจัดการขยะของไต้หวันถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

 

ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

       นิทรรศการนี้ เป็นการจัดแสดงผลสำเร็จด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไต้หวันที่เกิดจากความพยายามตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็นยุคต่างๆ ดังนี้ ยุคแรกเป็นยุคตลาดเสรีหรือที่เรียกกันว่า “ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า” ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับซื้อของเก่าถึงบ้าน ต่อมาเป็นยุคที่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ คือช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2531-2540 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้ประกอบการต้องพึ่งตนเอง ในขณะนั้นได้มีการประกาศจัดตั้งสมาพันธ์รีไซเคิลขยะขึ้นและสิ่งแรกที่นำมารีไซเคิลคือขวดพลาสติก PE (Polyethylene) จนถึงยุคปัจจุบัน (2561) นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกจำนวน 32 ทีม มีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สวมใส่ชุดกีฬาที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขวดพลาสติกรีไซเคิลของไต้หวัน โดยไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับถึงบ้าน

 

 

ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

       ต่อมาเป็นยุคแห่งการรีไซเคิลขยะซึ่งเป็นยุคการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลทรัพยากรให้เจริญก้าวหน้า โดยมีรัฐบาลเป็นหัวรถจักรนำพาภาคประชาชนร่วมมือกันจัดตั้งกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ ซึ่งในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขยายตลาดในต่างประเทศแล้ว โดยขวดพลาสติก PET จากประเทศต่างๆ ถูกส่งมารีไซเคิลที่ไต้หวันหรือไต้หวันส่งออกเทคโนโลยีและประสบการณ์ไปยังประเทศอื่น

 

หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบี เหลืองมหาประลัยที่ผลิตจากเศษชิ้นส่วน ตั้งโชว์ในงาน

 

       สาเหตุที่ไต้หวันสามารถจัดการรีไซเคิลขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้มากถึงขนาดนี้ มาจากรัฐบาลเริ่มจากปี 2531 มีการผลักดันโครงการรีไซเคิล 4 in 1 คือผนึกกำลัง 4 ฝ่ายเป็น 1 เดียว  แก้ไขปัญหาขยะล้น ได้แก่ชุมชนที่เป็นแหล่งเกิดขยะ ผู้ประกอบการเก็บขยะมารีไซเคิล หน่วยเก็บขยะของเมืองต่างๆ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาล และกองทุนขยะรีไซเคิลที่ผู้ประกอบการ ซึ่งผลิตสินค้าก่อให้เกิดขยะ ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน เพื่อให้กองทุนนำไปจัดการกับปัญหาขยะ การผนึกกำลังทั้ง 4 กลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น บวกกับรัฐบาลได้เปิดให้เอกชนร่วมกำจัดขยะโดยมีการจัดเป็นระบบนำขยะกลับมารีไซเคิลใช้อีก ทำให้ขยะถูกจัดการและนำกลับมาใช้ได้ใหม่

 

 สถานที่จัดงาน Eco ARK อาคารขวด PET แห่งแรกของโลก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก The Far Eastern Group สร้างขึ้นจากขวด PET รีไซเคิล 52 ล้านขวด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2561

2018-08-03 20:46:35

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นายจ้างเตรียมกุมขมับ กระทรวงแรงงานจะประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ ต้นทุนที่พักแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30%

      ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเตรียมควักเงินเพิ่ม กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเดิมกำหนดต้องมีพื้นที่พักคนละไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4.6 ตร.ม. ห้องอาบน้ำและห้องสุขาจากเดิมทุก 15 คนจะต้องมี 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมี 1 ห้อง ประมาณการคร่าวๆ นายจ้างจะต้องจ่ายต้นทุนที่พักแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 30% คาดส่งผลกระทบต่อนายจ้างในภาคการผลิตที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติกว่า 430,000 คน

      ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานยังกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องแนบใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านสาธารณะของสิ่งปลูกสร้างและใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ขณะที่รายงานการเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน และการตรวจสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ กรณีที่ขนาดหอพักไม่ถึงระดับที่ต้องมีใบรับรอง จะต้องมีการติดตั้งระบบเตือนอัคคีภัยตามกฎหมาย คาดว่ามาตรฐานหอพักแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ จะให้โอกาสนายจ้างปรับตัวเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นหากยังไม่ได้มาตรฐาน จะถูกลงโทษ หนักสุดถูกเพิกถอนสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติ จัดได้ว่า มีผลกระทบต่อผู้ประกอบที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เช่นอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ อุตสาหกรรมดั้งเดิมและการก่อสร้างเป็นต้น

 

กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ เดิมกำหนดต้องมีพื้นที่พักคนละไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4.6 ตร.ม.

 

      ต่อมาตรฐานหอพักแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ข้างต้น นายจ้างจำนวนไม่น้อยร้องโอดครวญ ไม่เพียงแค่เรื่องของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากแต่ว่า ไม่มีพื้นที่ที่จะรองรับหอพักใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น

      ผู้ประกอบการบริษัทจัดหางานเปิดเผยว่า หากจะให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ดังกล่าว หอพักแรงงานต่างชาติจะต้องเพิ่มต้นทุนอีกอย่างน้อย 30% ยกตัวอย่างเช่น ห้องพักขนาด 10 ผิง หรือประมาณ 33 ตร.ม. เดิมมีเตียง 2 ชั้นพักกัน 8 คน แต่ระเบียบใหม่พักได้ไม่เกิน 6 คน จะต้องเพิ่มห้องพักจึงจะสอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ และห้องอาบน้ำ ห้องสุขาก็มีจำนวนตายตัวอยู่แล้วในสิ่งก่อสร้าง หากต้องเพิ่มมากขึ้น จะต้องสร้างใหม่หรือไปเช่าที่ใหม่

 

ห้องอาบน้ำและห้องสุขาจากเดิกำหนดทุก 15 คนจะต้องมี 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมี 1 ห้อง (ในภาพเป็นห้องน้ำที่สะอาดได้มาตรฐานของแรงงานไทย บ. Unitech สาขาอี๋หลาน)

 

2. ไทย-ไต้หวันจัดประชุมคณะกรรมการร่วมหารือปัญหาแรงงานไทยครั้งที่ 19 ณ กรุงเทพฯ ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่จะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยหลายประเด็น

      การประชุมคณะกรรมการร่วมหารือไทย-ไต้หวัน ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนกันเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 19 แล้ว ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค กทม. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันหลายประเด็น เช่น ฝ่ายไทยรับจะพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้าง เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยและติดค้างค่ารักษาพยาบาล และจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายของไต้หวันในเรื่องยาเสพติดให้โทษและการดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบว่า ค่าบริการรายเดือน เป็นค่าใช้จ่ายที่แรงงานต่างชาติสามารถเลือกเองได้ว่า จะใช้บริการของบริษัทจัดหางานหรือไม่เป็นต้น

      ในที่ประชุมมีการหารือปัญหาเกี่ยวกับการนำเข้าและการบริหารแรงงานไทย เช่น กรณีที่มีแรงงานไทยรายหนึ่งเสพและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง หลังจากถูกจับ ถูกลงโทษ หลังพ้นโทษ ระหว่างรอการส่งกลับเกิดอาการป่วยรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน แต่เนื่องจากเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่มีประกันสุขภาพ ไม่มีกำลังจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงกว่า 500,000 เหรียญไต้หวันได้ นอกจากนี้ เมื่อปี 2559 มีแรงงานไทยผิดกฎหมายถูกตรวจพบและส่งกลับอีก 25 ราย ยังคงติดค้างค่าอาหารระหว่างรอการส่งกลับและค่าตั๋วเครื่องบินกว่า 460,000 เหรียญไต้หวัน ฝ่ายไทยและไต้หวันตกลงจะร่วมกันหามาตรการแก้ไขปัญหาการติดค้างค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างได้ผลของแรงงานไทยผิดกฎหมายกลุ่นนี้ต่อไป

 

 แรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้าง เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ เมื่อเจ็บป่วยค่ารักษาพยาบาลกลายเป็นปัญหาใหญ่

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เทศกาลสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

เดือนผีมาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

เดือนผีมาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

2018-08-03 22:30:00

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เดือนผี (ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 ส.ค. ) มาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีน (25 ส.ค.) ที่เมืองจีหลง 

 

การประดับประดาโคมไฟยักษ์ในช่วงเทศกาลสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

 

ประตูผี (ด้านซ้าย) ที่วัดเหล่าต้ากง (老大公廟) ในเมืองจีหลง (基隆)

 

More
เหลียงเอินซั่ว

เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

2018-08-02 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

- ไต้จืออิ่งใช้เวลาเพียง 31 นาทีคว้าชัยนัดที่ 30 ติดต่อกันเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายหญิงเดี่ยวแบดมินตันชิงแชมป์โลกที่จีน

More
สายด่วน1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561

2018-08-05 07:06:23

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงถูกยุงกัด ป้องกันติดเชื้อโรคยุงเป็นพาหะ โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ ซึ่งอัตรายถึงตาย แม้รักษาหายโอกาสที่จะพิการค่อนข้างสูง

       ช่วงนี้มีแรงงานต่างชาติติดเชื้อโรคไข้สมองอักเสบหลายราย ล่าสุดเป็นแรงงานอินโดนีเซียในเมืองจางฮั่ว เกิดอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ หลังจากนายจ้างส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว  แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ พบบริเวณสถานที่ทำงานมีฟาร์มเลี้ยงหมู 2 แห่ง และมียุงรำคาญซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อของโรคไข้สมองอักเสบค่อนข้างหนาแน่น ปรากฎอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ แขนขาไม่มีแรงและมีอาการปอดอักเสบแทรกซ้อนด้วย แพทย์ยืนยันว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ JE

        ก่อนหน้านี้ ที่นครเกาสง ก็พบแรงงานเวียดนามป่วยเป็นโรคไขสมองอักเสบเช่นกัน กองอนามัยนครเกาสงเตือนแรงงานต่างชาติว่า หากมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ไข้ขึ้นสูง ซึ่งเป็นอาการของโรคไข้สมองอักเสบ ต้องรีบเข้ารับการรักษา เพราะโรคนี้ มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 20-40 เมื่อหายแล้วประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยจะมีความพิการเหลืออยู่ เช่น อัมพาตแบบแข็งเกร็งของแขนขา พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง บุคลิกภาพเปลี่ยน สติปัญญาเสื่อม เชาวน์ปัญญาเสื่อม

สำหรับวิธีป้องกันคือ หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมหรือเข้าใกล้คอกหมู ซึ่งเป็นแหล่งกำเหนิดยุงรำคาญ และเป็นพาหะนำเชื้อจากตัวหมูมาสู่คนได้ ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว นอนในมุ้งที่มิดชิดหรือมีมุ้งลวดกันยุง

 

ยุงรำคาญซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อของโรคไข้สมองอักเสบ มักจะออกกัดคนช่วงพลบค่ำ

 

2. สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ ปี 2560 ช่วยทวงคืนเงินค้างจ่ายได้แล้ว 161 ล้านเหรียญไต้หวัน

       สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ให้บริการไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคน/ครั้ง ช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิต ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ ซึ่งจะให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติ นายจ้างและบริษัทจัดหางานแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ

 

สายด่วน1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ ปี 60 ทวงคืนเงินค้างจ่ายได้แล้ว 161 ล้าน NT$ ช่วยโอนย้ายนายจ้างสำเร็จ 2,220 ราย

 

       สถิติในปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้โทรศัพท์ไปใช้บริการถึง 210,688 สาย จำนวนนี้ร้อยละ 88 หรือ 184,823 สาย โทรศัพท์ไปขอรับคำปรึกษา ขณะที่ร้องเรียนปัญหาด้านแรงงานและกรณีพิพาท 24,722 สาย และร้องเรียนกรณีฉุกเฉิน 1,143 สาย ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างประสบความสำเร็จแล้ว 2,220 ราย ช่วยเรียกคืนค่าจ้างและเงินค้างจ่ายจากนายจ้างได้แล้ว 6,028 ราย รวมมูลค่า 161,467,231 เหรียญไต้หวัน

แรงงานต่างชาตินิยมที่ใช้บริการมากที่สุดได้แก่เวียดนาม ครองสัดส่วนร้อยละ 42.4 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด อันดับ 2 แรงงานอินโดนีเซีย ร้อยละ 31.8 อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 14.7 ส่วนแรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ร้อยละ 6.8

 

 การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ (ล่ามไทย) สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ผลัดเปลี่ยนให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยไม่มีวันหยุด

 

3. ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

       เป็นห้องสมุดเอกชนตั้งอยู่บนรถบรรทุก เจ้าของชื่นชอบวัฒนธรรมอาเซียน และอดีตเคยเป็นเจ้าของร้านขายหนังสือมาก่อน จึงสั่งซื้อหนังสือและนิตยสารจากประเทศอาเซียนมาบริการแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่โดยไม่คิดมูลค่า ในวันหยุดจะตระเวนขับไปจอดตามจุดต่างๆ ที่มีแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชุมนุมกัน ครั้งต่อไปคือวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 61 จะไปให้บริการที่ถ.อินโดนีเซีย หลังสถานีรถไฟไทเป และวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 61 ที่วงเวียนตงเหมินหรือตงเหมินหยวนหวนในเมืองซินจู๋ ใครที่ชื่นชอบอ่านหนังสือและอยู่ใกล้หรือว่างไปใช้บริการฟรีได้

 

นายหลินฉวินหรือเมาเกอ เจ้าของห้องสมุดเคลื่อนที่ฟรีสำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 

 

ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 

4. ไปฟังเรื่องราวจากคุณวรรณิภา เจ้าหน้าที่ล่ามของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แรงงานต่างชาติว่า เป็นหน่วยงานที่พิทักษ์สิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาและให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในทุกเรื่อง เปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการของสายด่วน 1955 ทำงานกันอย่างไร? และต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง จึงจะเข้าทำงานบริการนี้ได้?

 

  คุณวรรณิภา ล่ามไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ขณะปฏิบัติหน้าที่

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายหลินเจียหลง (林佳龍) ผู้ว่าการนครไถจง กร้าวต้องจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะว้นออกให้ได้

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 30 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 30 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์

2018-07-31 19:30:39

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่  30 ก.ค. 61

          1. ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์ กรณียกเลิกสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออกของนครไถจง 

           2. นครไถจงยื่นอุทธรณ์ขอคืนสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออก 

           3. กรณียกเลิกสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออก ทำกระแสขอเปลี่ยนชื่อเป็นไต้หวันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ขึ้นสู่กระแสสูง ผุ้คนแห่งร่วมลงชื่อจัดลงประชามติประเด็นดังกล่าว 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
หลี่เจียเหวย

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-07-29 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee (หลี่เจียเหวย) ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ซีลีน ดิออนจัดเต็มสำหรับแฟนเพลงในไทเป /จางอ้ายเจียเมาท์จินเฉิงอู่ว่าหาตัวยากกว่าหลิวเต๋อหัว)

 

หลี่เจียเหวย (Jess Lee) และอัลบั้มเพลงชุด About Jess

 

ซีลีน ดิออนโผล่ตัวจากหลังคารถโบกมือทักทายแฟนเพลงอย่างเป็นกันเองหลังจบคอนเสิร์ต

 

จางอ้ายเจีย ดาราและผู้กำกับภาพยนตร์คนดังชาวไต้หวัน

More
สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

2018-07-31 19:45:53

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

กองประชาสัมพันธ์ กรมการท่องเที่ยวไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายและเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไต้หวัน สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบไปเยือนมากที่สุดในปีนี้ 

 

อันดับ 1 ตลาดไนท์มาร์เก็ต

 

อันดับ 2 อาคารไทเป 101

 

อันดับ 3 ซีเหมินติง

 

อันดับ 4 ย่านธุรกิจซิ่นอี้

 

อันดับ 5 พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กง

More
ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

2018-07-29 09:26:14

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก จ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน เฉลี่ยแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

       ไต้หวันจัดเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมซื้อประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยแบบสะสมทรัพย์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับใหม่ล่าสุดของ Swiss Re Sigma บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัยของสวิสเซอร์แลนด์ระบุว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา เบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวันสูงถึง 4,997 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือแต่ละคนจ่ายเบี้ยประกันภัยประมาณ 150,000 เหรียญไต้หวัน เลื่อนขึ้นมาจากอันดับที่ 9 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่ที่อันดับ 6 ของโลก และสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP สูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก เฉลี่ยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน และแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

 

       เบี้ยประกันภัยต่อคนเป็นการรวมเอาเบี้ยประกันชีวิตและประกันทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ แต่หากแยกออกจากกัน มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวัน 150,000 เหรียญไต้หวัน มีจำนวน 127,900 เหรียญไต้หวัน เป็นเบี้ยประกันชีวิต พูดง่ายๆ คือคนไต้หวันนิยมชื้อประกันชีวิต ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 84% เฉลี่ยชาวไต้หวัน 23 ล้านคน แต่ละคนมีกรมธรรม์ประกันชีวิตคนละ 2.14 ใบ สูงที่สุดในโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ในภาพเป็นแผนกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ของการไปรษณีย์ไต้หวันที่ได้รับความนิยม

 

       การที่มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของไต้หวันสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุสำคัญมาจาก เบี้ยประกันชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2560 ที่ผ่านมา คนไต้หวันจ่ายเงินซื้อประกันชีวิตในวงเงินสูงถึง 3.42 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน แตกต่างไปจากคนยุโรปที่นิยมซื้อประกันภัยทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ หรือจะพูดว่า คนยุโรปกลัวทรัพย์สินของตนสูญเสียมากว่าก็ไม่ผิด ขณะที่คนไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองตัวเองและลูกหลาน ประกอบกับใช้การชื้อประกันชีวิตเป็นเครื่องมือในการประหยัดภาษี และบริหารการเงิน และไม่เฉพาะคนไต้หวันเท่านั้น ชาวเอเชียทั้งหลาย ต่างนิยมซื้อประกันชีวิตมากกว่าชาวตะวันตก

 

 สัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP ของไต้หวันสูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

2. เศรษฐีบริจาคเงินเป็นร้อยล้านไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก คนที่มีชีวิตลำบากแต่ยังนำเงินสะสมบริจาคเป็นเรื่องน่านับถือ

       อาม่า 蔡陳美วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล ผอ.โรงพยาบาลพยายามเกลี่ยกล่อมให้บริจาคซื้อเตียงหรือเก้าอี้เข็นก็พอ เหลือเงินไว้ใช้บ้างก็ไม่ยอม อาม่าบอกว่ารถพยาบาลเคยช่วยชีวิตแกไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง อาม่าบอกว่า ชีวิตวัยเด็กลำบาก แต่ปัจจุบันสบายดีลูกหลานกตัญญูแถมเป็น 小開 (อ่านว่าเสี่ยวไค แปลว่าแม้จะไม่ถึงกับร่ำรวย แต่พอมีอันจะกิน) กันทุกคนไม่ต้องลำบากอีกต่อไป

 

รถพยาบาลเคยช่วยชีวิตอาม่าไช่ไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง

 

อาม่าไช่ 蔡陳美 วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
2 คนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

2018-07-28 08:14:42

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวก ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

       กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป การยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ การขอใบอนุญาตทำงาน ขอโอนย้ายแรงงานต่างชาติไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ฯลฯ ไม่ต้องไปยื่นขอด้วยตนเองที่กระทรวงแรงงานอีกแล้ว อยู่ที่บ้านก็ทำได้ และเป็นบริการเปิดให้ยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องขอในช่วงเวลาราชการ

       นางชิวเยว่หยุน ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  กระทรวงแรงงานได้เริ่มโครงการการทำเรื่องโดยระบบออนไลน์มาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เป็นต้นมา จนถึงเดือนพ.ค. ปี 2561 นายจ้างและบริษัทจัดหางานในไต้หวันส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89 ยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติทางระบบออนไลน์ ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่ 2562 เป็นต้นไป จะใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด ยกเลิกการยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์

       ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติผู้นี้กล่าวว่า ยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาลงได้อย่างมาก การยื่นแบบดั้งเดิม เฉพาะส่งเอกสารและส่งกลับ ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หากเอกสารไม่ครบต้องเพิ่มเติมจะนานกว่านี้ แต่การยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนอนุมัติใช้เวลา ไม่เกิน 7 วัน นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยนายจ้างและบริษัทจัดหางานประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ผู้ยื่นส่วนใหญ่ทราบและเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันแล้ว ยังคงมีส่วนน้อยที่ยังใช้บริการแบบดั้งเดิม จึงเตือนให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานเหล่านี้ รีบปรับตัว เพราะในปีหน้า จะเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันทั้งหมดแล้ว

 

ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

 

2. NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน

       เนื่องจากไม่พอใจการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานสูญเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ถูกตัดวันหยุดนักขัตฤกษ์ไป 7 วัน ขยายการบังคับใช้ของการทำงานในระบบความผิดชอบ ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันเสร์ แต่ใช้วิธีให้ไปหยุดในวันอื่นแทน เป็นต้น  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานจึงมีการชุมนุมสำแดงพลัง ในกรุงไทเป เรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานลงนามเพื่อให้ได้รายชื่อครบจำนวน 280,000 คน ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกในการลงประชามติแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

       ในการชุมนุมครั้งนี้ นอกจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังมีองค์กร NGO ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิลงคะแนนเสียงเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนด้วย โดยชูคำขวัญว่า อยู่ร่วมกัน ต้องมีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วยกัน

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มีแรงงานอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งชุมนุมอยู่ที่สถานีรถไฟไทเป ภายใต้การนำของกลุ่ม NGO ใช้ภาษาอินโดนีเซียร้องตะโกนเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของพวกตน หวังว่า รัฐบาลจะได้ยินเสียงสะท้อนจากแรงงานต่างชาติบ้าง 1 ในแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากไม่มีระบบการแปลภาษาที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทำให้แรงงานต่างชาติซึ่งไม่รู้กฎหมาย มักถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับแรงงานต่างชาติมาจากประเทศที่แตกต่างกัน ไม่สามารถจะสื่อสารกันได้ เขาจึงเรียกร้องให้แรงงานทั้ง 4 ชาติ รวมพลังสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เรียกร้องสิทธิประโยชน์ขของพวกตน เช่นเดียวกับการรวมพลังของแรงงานท้องถิ่น

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       ด้านสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวันหรือ TIWA กล่าวว่า ชั่วโมงการทำงานของแรงงานต่างชาติยาวนานมาก แต่ละเดือนมากถึง 300 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าจ้างเพียง 30,000 เหรียญเศษ บวกกับมีเสียงวิจารณ์ในทำนองเหยียดหยามไม่น้อยที่ว่า แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ควรจะอดทนทำงานหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ทำให้สิทธิด้านแรงงานของแรงงานต่างชาติถูกละเลย ดังนั้น จึงหวังว่า แรงงานต่างชาติจะมีสิทธิเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ในการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยหวังว่า จะสามารถล่ารายชื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้กว่า 280,000 ราย ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกของการลงประชามติ

 

ขบวนรถรณรงค์เรียกร้องขอมีสิทธิมีเสียในการลงประชามติในกลุ่มแรงงานต่างชาติเริ่มเคลื่อนที่แล้ว

 

3. คดียิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต สถานีตำรวจซินจู๋ถูกสภาการตรวจสอบติงว่าทำเกินกว่าเหตุ

       คดีที่นายเหงือนกั๊วฟี คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้าง เมาสุราและยาไอซ์ ใช้ท่อนไม้และก้อนหินทุบรถและขัดขืนการจับกุม ต่อสู้และแย่งรถตำรวจ ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต นอกจากสำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว สภาการตรวจสอบได้ดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาการตรวจสอบแถลงผลการตรวจสอบ โดยท้วงติงสถานีตำรวจซินจู๋ว่า ใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       ทั้งนี้ในรายงานของสภาการตรวจสอบระบุว่า สถานีตำรวจซินจู๋ ไม่ได้กวดขันการฝึกซ้อมยิงปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจในสังกัด ขณะปฏิบัติหน้าที่  ใช้ปืนอย่างไม่เหมาะสม ระยะเวลา 12 วินาที ยิงรัวถึง 9 นัด กระสุนฝังร่างของแรงงานต่างชาติ ลูกกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณเอวและหลัง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติรายนี้เสียชีวิต เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบในการใช้ปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังล่าช้าในการส่งผู้ถูกยิง จนเป็นเหตุให้เสียเลือดปริมาณมากจนเสียชีวิต

       ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉงเหวิน พลตำรวจจากสถานีตำรวจจู๋เป่ย ก็ถูกสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต จากการใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับผลคืบหน้าของคดีนี้ แม้สภาการตรวจสอบจะลงความเห็นว่าตำรวจเป็นฝ่ายผิด แต่ยังคงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ตำรวจไต้หวันปัจจุบัน ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล

 

กลุ่ม NGO ประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดีคดีตำรวจยิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต

 

4. สองคนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ ตำรวจตรวจสอบแก๊งค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง

       ยาเสพติดให้โทษโดยเฉพาะยาไอซ์ ยังคงระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ เมื่อปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเห็น 2 คนงานไทยขับขี่มอเตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมาบนถนน เรียกให้หยุดแล้วให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.77 mg/L เดินแทบไม่ได้ ยังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อันตรายมาก จากการตรวจดูเอกสารคนงานไทยทั้ง 2 เป็นแรงงานถูกกฎหมายมาทำงานได้ 6 ปีแล้ว ได้แก่นายกำธร อายุ 33 ปี และนายสมัคร อายุ 26 ปี ทั้งสองทำงานอยู่ในโรงงานแถวซู่หลิน แต่อยู่คนละโรงงาน หลังตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์แล้ว ตำรวจถามว่า พกอะไรผิดกฎหมายมาด้วยหรือเปล่า คนงานไทยทั้ง 2 รีบตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมยโหย่ว เหมยโหย่ว แปลว่าไม่มี แต่พอตำรวจตรวจดูกระเป๋าก็มีซองเกล็ดสีขาวๆ เหมือนเกล็ดหิมะหรือยาไอซ์หล่นลงมา 2 ซอง ตำรวจถามว่า นี่คืออะไร นายสมัครรีบรับสารภาพทันทีว่าเป็นยาไอซ์ของตน มีไว้เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัวจะได้ไม่ง่วงในเวลาทำโอที แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลว่าซื้อมาจากไหน ตำรวจจึงรวบตัวคนงานไทยทั้งสองไปยังสถานีตำรวจ ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นอันตรายต่อสาธารณะและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง

       ก่อนหน้านี้  ตำรวจเพิ่งจะตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซียในเขตซู่หลินมียาไอซ์ไว้ในครอบครอง จึงมีการตรวจสอบ เพื่อตามหาแก๊งยาเสพติดให้โทษที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว

 

 

    2 คนงานไทยที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป เมาแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์แถมพกยาไอซ์โดนจับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More