QR Code
ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ขุนพล แรงงานไทย
2018-02-10
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน
  • คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

1. ไอเดียกระฉูด! ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตรได้

          ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่การเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ ยังติดขัดในหลายประเด็น เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ คณะกรรมการการเกษตร ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเกษตรของไต้หวันเสนอมาตรการใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 670,000 คน สามารถไช้วันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในไร่ สวนและฟาร์มอย่างถูกกฎหมายได้ คาดจะเริ่มดำเนินการได้ครึ่งหลังของปีนี้ จุดแรกที่จะทดลองทำคือที่เมืองหยุนหลิน แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตร รัฐบาลท้องถิ่นจะจัดให้ลงทะเบียน จากนั้นจัดส่งไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มต่างๆ ที่เกษตรกรลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไว้ ค่าจ้างรายวันอาจสูงถึง 2,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ของคณะกรรมการเกษตรนี้ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า จะต้องทำการประเมิน ก่อนจะเปิดดำเนินการ

          จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเกษตรทราบว่า คณะกรรมการการเกษตรกำลังพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันและประสงค์จะหารายได้พิเศษ ใช้วันหยุดประจำสัปดาห์ 1 ในจำนวน 2 วัน ไปทำงานภาคการเกษตร ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวัน มีค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือ 22,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่มีรายได้จากการทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีแล้ว  หลังถูกหักค่าอาหาร ที่พักและค่าบริการรายเดือน แต่ละเดือนเหลือเงินค่าจ้างเพียง 17,000 เหรียญไต้หวัน หากคำนวณจากวันทำงานในแต่ละเดือน 22 วัน ค่าจ้างแต่ละวันจะได้ประมาณ 773 เหรียญ แต่หากไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มเกษตร อาจได้ค่าจ้างสูงถึงวัน 2,000 เหรียญ น่าจะเป็นที่สนใจของแรงงานต่างชาติจำนวนมาก...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์       

 

 

 

ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในฟาร์มเกษตร แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

2. จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน สภาการตรวจสอบจะสอบกระทรวงแรงงานบกพร่องในหน้าที่หรือไม่?

          ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงระหว่างปี 2553-2560 เพิ่มขึ้นมากถึง 300,000 คน สภาการตรวจสอบซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐแถลงว่า กฎหมายการจ้างงาน ซึ่งบัญญัติขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะต้องตั้งดัชนีเตือนภัยสำหรับการว่างจ้างแรงงานต่างชาติ ทั้งประเภทแรงงานไร้ฝีมือ หรือที่เรียกว่าแรงงานระดับบลูคอลลาร์ และแรงงานที่มีทักษะ หรือแรงงานระดับไวท์คอลลาร์ เพื่อป้องกันและควบคุมการว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากเกินความจำเป็น แต่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน กระทรวงแรงงานยังไม่ได้จัดตั้งดัชนีเตือนภัย และไม่มีระบบควบคุมยอดจำนวนแรงงานต่างชาติแต่อย่างใด จึงต้องดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึกว่า บกพร่องในหน้าที่หรือไม่

          สภาการตรวจสอบระบุว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ทยอยเพิ่มขึ้นจาก 303,684 คน เมื่อปี 2545 เป็น 379,653 คน เมื่อปี 2553 แต่เริ่มจากปี 2554 – 2556 ระยะเวลาเพียง 3 ปี ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งขึ้นเป็น 489,134 คน หลังจากนั้น จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คน เป็น 587,940 คน และในปี 2560 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมาถึง 679,142 คน สรุปจากปี 2553-2560 ระยะเวลา 7 ปี เพิ่มขึ้นถึง 300,000 คน...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

 

3. อีก 4 เดือนครบสัญญาจะได้กลับบ้านอยู่แล้ว แต่แทงเพื่อนร่วมชาติตาย แรงงานเวียดนามต้องนอนคุกรอ 10 ปีข้างหน้าจึงจะได้กลับบ้าน

          นายเติ้ง อายุ 39 ปี คนงานเวียดนามที่ทำงานอยู่ในโรงงานขัดผิวโลหะแห่งหนึ่งในเขตต้าหย่า นครไทจง เนื่องจากไม่พอใจ นายเหงียน อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานชาติเดียวกัน มักจะนำเรื่องของไปฟ้องต่อหัวหน้างานเป็นประจำ จนเป็นเหตุให้ตนถูกปลดออกจากหัวหน้าแรงงานเวียดนาม เมื่อค่ำเวลา 19.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค. ปีที่แล้ว ได้ชวนนายเหงียนเจรจากันที่หอพัก ระหว่างนั้น ทั้งสองเกิดการทะเลาะอย่างรุนแรง นายเติ้งชักมีดปอกผลไม้ที่ซุกซ่อนไปก่อนแล้วออกมาแทงเข้าที่หลังหลายแผล น้องสาวของนายเหงียนซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกันเห็นเหตุการณ์ รีบโทรศัพท์แจ้งความที่สายด่วน 119 รถพยาบาลนำร่างที่ท่วมไปด้วยเลือดของนายเหงียนส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่ เนื่องจากถูกแทงบาดเจ็บสาหัส เสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว นายเหงียนเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายเติ้งอาศัยช่วงที่ชุลมุน หลบหนีออกจากโรงงาน ไปยังเมืองเหมียวลี่ แต่คงคิดได้ว่าหนีไม่รอด จึงเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจเมืองเหมียวลี่ ถูกควบคุมตัวส่งให้สถานีตำรวจนครไทจง ดำเนินการตามกฎหมายข้อหาฆ่าคน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไทจงอ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายเติ้งเป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน ฐานฆ่าคนตาย เมื่อรับโทษจนครบแล้ว ให้เนรเทศออกนอกประเทศ

          จากสถิติของสำนักงานตำรวจของไต้หวัน ปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม 1,636 คดี จำนวนแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 1,676 คน ส่วนใหญ่หรือ 810 คดีเป็นคดีเกี่ยวกับเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ตามด้วยคดียาเสพติด 346 คดี ลักทรัพย์ 318 คดี ชาติที่ก่อคดีอาญามากที่สุดในไต้หวันได้แก่ เวียดนาม มีแรงงานเวียดนามถูกจับจากการก่อคดีจำนวน 1,042 คน ตามด้วยคนงานไทย 438 คน อินโดนีเซีย 201 คนและฟิลิปปินส์ 196 คน

 

คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

รายงานโดยอโศก ศรีจันทร์ ทีมข่าว Rti

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 61

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 61 - คนไต้หวันกับกระแสฟุตบอลโลกและสปอร์ตล็อตเตอรี่สุดฮิต

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 61 - คนไต้หวันกับกระแสฟุตบอลโลกและสปอร์ตล็อตเตอรี่สุดฮิต

2018-07-11 20:28:40

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 61 ได้ที่นี่!!!

 

       พาคุณไปติดดาวกระแสฟุตบอลโลกในไต้หวัน คนไต้หวันนิยมเล่นสปอร์ตล็อตเตอรี่ หรือ ยุ่นไฉ่ (運彩) ซึ่งเป็นการพนันกีฬาอย่างถูกกฎหมายในไต้หวัน ฟุตบอลโลกครั้งนี้คนไต้หวันฮิตเสี่ยงดวงทายผลมากเป็นประวัติการณ์ และพบกับ 10 อันดับทีมชาติที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด

 

More
ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2561

2018-07-08 10:12:24

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 ก.ค. ได้ที่นี่!!!

 

1. ตะลึง!! เด็กม.1 รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง ใช้ความจำเขียนรายละเอียดการรีดไถแต่ละครั้งลงในหนังสือสำนึกผิดโดยไม่ผิดเพี้ยน ทำครูตะลึง เกรงเด็กความจำดีจะใช้ความอัจฉริยะไปในทางผิด แนะผู้ปกครองต้องใส่ใจ 

         ที่นครไถหนาน มีเด็กชายคนหนึ่ง แซ่หลี่อายุ 13 ปี เรียนอยู่มัธยมปีที่ 1 รีดไถเงินจากรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี แต่มีศักดิ์เป็นหลานของเขา ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ป.5 จนถึงม. 1 รีดไถรวม 3 ปีเต็ม ได้เงินไป 60,000 กว่าเหรียญ เริ่มแรกไถครั้งละ 100-200 เหรียญ ต่อมาได้ใจเพิ่มเป็นพันขึ้นไป ผู้เสียหายไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ควักเงินให้ จนถึงเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว คุณย่าของผู้เสียหายพบว่า หลานขอเงินบ่อยจนผิดสังเกต ต้องมีปัญหาอะไรแน่นอน จึงแจ้งครูประจำชั้นทราบ ขอให้ช่วยสอดส่องว่า หลานของตนเอาเงินไปใช้จ่ายทางไหน? จึงพบคดีเด็กรุ่นน้องรีดไถเด็กรุ่นพี่ หลังจากครูในโรงเรียนและตำรวจตรวจสอบแล้ว เนื่องจากยังมีอายุน้อย ตำรวจให้ทางโรงเรียนจัดการอบรมบ่มนิสัย ครูเรียกเด็กนักเรียนจอมรีดไถรายนี้มาพูดคุยในห้อง เด็กคนนี้ยอมรับสารภาพทันที พร้อมทั้งลงมือเขียนหนังสือสำนึกผิด คราวนี้แหละที่ทำให้คุณครูและตำรวจต้องตกตะลึง เพราะเด็กคนนี้  ไม่ต้องคิดมากเขียนพฤติกรรมการรีดไถรุ่นพี่ของตนตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 97 อย่างละเอียด ที่ไหน เมื่อไหร? ได้เงินไปกี่เหรียญ โดยไม่มีขาดตกแม้แต่เหรียญเดียว ครั้งไหนที่ไม่ได้เงินก็เอาปากกาสีแดงขีดฆ่า เขียนเต็มหน้ากระดาษเอ 4 ถึง 5 หน้า เมื่อตรวจสอบกับผู้เสียหายแล้ว ปรากฎว่าตรงเป๊ะ เหมือนกับมีการบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์

 

เด็กม.1 รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง ใช้ความจำเขียนรายละเอียดการรีดไถแต่ละครั้งลงในหนังสือสำนึกผิดโดยไม่ผิดเพี้ยน

 

         เด็กรายนี้ ยอมสารภาพความจริง และที่สำคัญคือเป็นการแสดงออกถึงความจำของเขาที่ยอดเยี่ยม ครูและตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตะลึงไปตามๆ กัน เห็นว่าเด็กคนนี้ หากมีการอบรมสั่งสอนและเอาใส่ดูแล ใช้ความจำพิเศษของเขาไปในทางที่ถูก อาจกลายเป็นเด็กอัจฉริยะก็ได้ ที่ผ่านมา เพราะครอบครัวยากจน พ่อแม่มัวแต่หาเลี้ยงชีพ ไม่มีเวลาดูแลลูก ทำให้ไม่มีการค้นพบความสามารถพิเศษของเขา ทางโรงเรียนเชิญพ่อแม่มาคุย ขณะเดียวกัน จะทำการวัด IQ และจัดคอร์สพิเศษ เน้นการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้เขามากขึ้น ไม่แน่อาจกลายเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมในอนาคตก็ได้

         น่าชื่นชมคุณครูโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อเห็นเด็กมีแวว ก็พยายามจะให้ความช่วยเหลือ แม้เขาจะเคยกระทำผิด แต่ให้โอกาสสำนึกและแก้ตัว เด็กฉลาดมีเยอะ แต่หากไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนไปในทางที่ถูกที่ควร เด็กอาจใช้ความฉลาดไปในทางผิด เป็นผลเสียต่อสังคม

 

 

เด็กม.1 ความจำดี รีดไถรุ่นพี่ 3 ปี 97 ครั้ง จำรายละเอียดได้หมดไม่ผิดเพี้ยน ในภาพเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสำนักผิดของเด็กคนนี้

 

2.      พบชาวไต้หวันมีสินทรัพย์เกิน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเพิ่มมากเป็นอันดับ 3 มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3 เช่นกัน

         รายงานความมั่งคั่งโลกประจำปี 2561 ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์มากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ1,600 ล้านบาท) ทั้งหมด 129,700 คนหรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10% โดยสหรัฐอเมริกาติดอันดับประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก อันดับ 2 ญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับไต้หวันมีมหาเศรษฐีทรัพย์สินมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ทั้งหมด 2,010 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว 420 คนหรือเพิ่มขึ้น 26% สาเหตุสำคัญเนื่องจากตลาดหุ้นของไต้หวัน(TAIEX) พุ่งเกิน 10,000 จุดมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ดันอัตราการเพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐีมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากบราซิลและรัสเซีย 

 

ชาวไต้หวันที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้าน USD เพิ่มมากเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

มหาเศรษฐีชาวไต้หวันเฉลี่ยมีบ้าน 4.3 หลัง มากเป็นอันดับ 3  ของโลก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561

2018-07-07 07:00:00

 

คลิกฟังรายการขุนพลแรงงานไทยออนไลน์ได้ที่นี่!!!

 

1. ได้ผล! มาตรการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ทำอัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดฮวบจาก 4% เหลือ 2.8% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี

      การแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี ส่งผลให้อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นปัญหาปวดหัวของกระทรวงแรงงานไต้หวันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง จาหสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีตลอดทั้งปี มี 18,000 คน ลดลง 5,000 คนเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีการหลบหนี 23,000 คน ส่งผลให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 3.5-4% ลดฮวบเหลือ 2.78% ถือเป็นอัตราส่วนการหลบหนีที่ต่ำสุดในรอบ 15 ปี กระทรวงแรงงานวิเคราะห์สาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลง มาจากนโยบายที่อนุญาตให้แรงงานต่างชาติสามารถต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวรอบใหม่ หลังจากทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว

 

อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดจาก 4% เหลือ 2.8% หลังยกเลิกข้อบังคับให้ต้องกลับไปทำเรื่องมาใหม่ เมื่อทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว

 

      อย่างไรก็ตาม แม้สัดส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติโดยรวมจะลดลงอย่างมาก แต่จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรากฎว่า ยังมีแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง ยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงลอยนวลอยู่ในไต้หวัน จำนวนทั้งสิ้น 51,441 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 24,393 คน ครองสัดส่วน 47.42% รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย 23,606 คน หรือ 45.8% อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ 2,620 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% อันดับสุดท้ายคือคนงานไทย ซึ่งหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 795 คน หรือ 1.5% โดยในจำนวนนี้ เป็นคนงานหญิง 137 คน ผู้ชาย 658 คน

      หากจำแนกอัตรส่วนการหลบหนีตามสัญชาติ คนงานเวียดนามยังคงเป็นชาติที่หลบหนีมากที่สุด กล่าวคือ ยอดจำนวนแรงงานเวียดนามในไต้หวันมี 213,344 คน หลบหนีและยังไม่ถูกจับกุม 24,393 คน คิดเป็นอัตราส่วนการหลบหนี 11.4% สูงกว่าอัตราส่วนการหลบหนีโดยเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติทั้งหมด 2.78% อย่างมาก และไม่เพียงเท่านี้ จากสถิติยังพบว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มียอดรวมสะสมตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อร่วม 30 ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 266,060 คน เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงระยะเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา แต่ละปี 20,000 คนขึ้นไป โดยในปี 2558 หลบหนีมากที่สุด ปีละ 23,149 คน ปี 2559 หลบหนีรวม 21,708 คน ส่งผลให้ที่ผ่านมา อัตราส่วนการหลบหนีต่อแรงงานต่างชาติทั้งหมด อยู่ที่ 3.5-4% มาโดยตลอด

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีตลอดทั้งปี 2560 มี 18,000 คน เทียบกับปี 2559 ที่มี 23,000 คน ลดลง 5,000 คน

 

2. นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันเตือน อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

      ไต้หวันก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่าเป็นทางการแล้ว เนื่องจากคนอายุ 65 ปีขึ้นไปทะลุหลักร้อยละ 14 ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น  20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด ทำให้มีความต้องการผู้อนุบาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวไต้หวันรุ่นใหม่ ไม่ประสงค์จะทำงานอนุบาลหรืองานในโรงงาน จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก แต่นายถงจื่อเสียน ประธาน Pegatron Corporation บริษัท IT ยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน เคยถูกนิตยสารฟอร์บจัดอยู่ในอันดับ 259 จาก 500 บริษัทยักษ์ของโลก กล่าวเตือนว่า ท่ามกลางภาวะความต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ไต้หวัน หลายๆ ประเทศก็เช่นกัน แต่แหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากประเทศผู้ส่งออกแรงงานในปัจจุบัน กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การส่งออกแรงงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงพยากรณ์ว่า อีก 10 ปีข้างหน้า นายจ้างไต้หวัน อาจหาคนงานต่างชาติมาทำงานที่ไต้หวันไม่ได้

 

 เตือนอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

 

      นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า จีนแผ่นดินใหญ่ก็ประสบปัญหาคนสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องการนำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก อาจใช้วิธีจ่ายค่าจ้างสูง ดึงดูดแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานอยู่ในไต้หวันหรือฮ่องกง ซึ่งถูกฝึกฝนทักษะมาอย่างดี  ด้วยการจ่ายค่าจ้างที่แพงกว่า นอกจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ญี่ปุ่นซึ่งไม่ยอมรับแรงงานต่างชาติ แต่เมื่อมีปัญหาคนสูงวันเต็มเมือง รัฐบาลญี่ปุ่นก็เปลี่ยนแปลงนโยบายเริ่มมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกแรงงาน เศรษฐกิจเติบโตและต้องการแรงงานจำนวนมากเช่นกัน การส่งออกแรงงานจะลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า การว่าจ้างแรงงานต่างชาติในอนาคต จะลำบากและยากขึ้น และ 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้นายจ้างไต้หวันว่าจ้างก็ได้

      นายถงยกตัวอย่างว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว รายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อคนของเวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ที่ 600-800 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันรายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อคนของเวียดนามอยู่ที่ 2,600 ดอล่าร์สหรัฐ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอยู่ที่ 3400 ดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่ไทย 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานเหล่านี้ ต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น บางประเทศยังประสบภาวะขาดแคลนรุนแรง ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่นไทยเป็นต้น ดังนั้นโอกาสที่จะส่งออกแรงงานจะลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

      ต่อคำเตือนดังกล่าว นักวิชาการต่างแสดงความเห็นว่า รัฐบาลต้องเตรียมรับมือปัญหาแต่เนิ่นๆ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ทุกคน ดูแลสุขภาพของตนตั้งแต่บัดนี้ เมื่อยามแก่ชราลง จะได้เป็นคนสูงวัยที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น และจากสถิติพบว่า ประชากรสูงวัยในไต้หวัน ซึ่งหมายถึงอายุ 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 84 หรือ ทุก 10 คนมี 8.4 คน ที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นคนสูงวัยที่มีความสุข มีเพียง 16% ต้องการผู้อนุบาลมาดูแล

 

 นักธุรกิจชั้นนำของไต้หวันเตือนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีแรงงานต่างชาติให้ว่าจ้าง

 

3. คดีพลิก ศาลสูงตัดสิน 2 สองแรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตไม่มีความผิด

      เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศาลสูงไต้หวันพิพากษาคดีที่นายเผย แรงงานเวียดนามซึ่งทะเลาะกับ 2 จำเลยที่เป็นเพื่อนร่วมชาติ หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำข้างที่พัก สุดท้ายจมน้ำตาย ศาลท้องถิ่นเถาหยวนเห็นว่า จำเลยทั้งสอง ใช้ก้อนหินขว้างปาไปยังสระน้ำ เป็นเหตุให้ผู้ตายเสียชีวิต ตัดสินจำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 13 ปี 2 เดือน และ 12 ปี 8 เดือน ตามลำดับ แต่ศาลสูงไต้หวันพลิกคำตัดสิน โดยเห็นว่า การเสียชีวิตกลางสระน้ำของนายเผย เกิดจากเมาสุรา จมน้ำเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการขว้างปาก้อนหิน ตัดสินให้จำเลยพ้นความผิด แต่หากอัยการคัดค้าน ยังสามารถอุทธรณ์ได้

      ศาลสูงระบุในคำพิพากษาว่า สระน้ำที่เกิดเหตุมีความลึกประมาณ 2 เมตร ผู้ตายไม่สามารถขึ้นมาจากสระน้ำได้ เพราะดื่มสุราจัด ทำให้ไม่สามารถว่ายขึ้นมาได้ ไม่มีหลักฐานแสดงว่าเกิดจากการขว้างปาก้อนหินของจำเลย

 

 ศาลสูงตัดสินสองแรงงานเวียดนามใช้ก้อนหินขว้างปาเพื่อนร่วมชาติในสระน้ำเสียชีวิตพ้นความผิด

 

      คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 17 พ.ค. ปี 2560 มีชาวบ้านไปพบศพชายชาวเวียดนามคนหนึ่งในสภาพขึ้นอืดจมน้ำตายอยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่งใกล้หอพักแรงงานต่างชาติที่เขตผิงเจิ้น นครเถาหยวน เมื่อตำรวจ อัยการและนิติเวชเดินทางไปชันสูตรศพ ร่างกายของผู้ตายไม่พบบาดแผลใดๆ  สันนิษฐานจมน้ำตาย อาจเป็นเพราะถูกผลักหรือพลัดตกลงน้ำเอง จึงดำเนินการตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหาเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่พักอยู่ในหอพักเดียวกันจำนวน 2 คน หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้ง 2 กลัวจะถูกจับ รีบซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเผ่นกลับประเทศในวันเดียวกัน แต่ถูกตำรวจสกัดจับกลางท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ก่อนที่ทั้ง 2 จะขึ้นเครื่องหนีกลับไปลอยนวลที่บ้านเกิดเพียงไม่ถึง 30 นาทีเท่านั้น ตำรวจตรวจพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ร่วมกันใช้ก้อนหินขว้างปาผู้ตาย ซึ่งหนีตายโดดลงกลางสระ ไม่ให้ขึ้นจากสระจนจมน้ำเสียชีวิต จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จากการตรวจสอบมีหลักฐานชี้ว่า ทั้ง 2 กำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ จึงประสานกับตำรวจท่าอากาศยานเถาหยวน จับกุมผู้ต้องหาได้คาห้องพักผู้โดยสารที่กำลังรอขึ้นเครื่อง หากล่าช้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง ผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็สามารถหนีรอดขึ้นเครื่องกลับไปกบดานที่บ้านเกิดเวียดนามได้สำเร็จ

 

สถานที่เกิดเหตุ

 

      หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การสารภาพว่า พวกตนกับผู้ตาย เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทำงานในโรงงานเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายดื่มเหล้าเมาทะเลาะและตบหน้า 1 ใน 2 ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจ ทั้ง 2 จึงรุมชกต่อยผู้ตาย เมื่อ 1 ต่อ 2 สู่ไม่ได้จึงวิ่งหนี กระโดดลงสระน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เพื่อหนีตาย ทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น ขณะที่ผู้ตายกำลังดำผุดดำว่ายอยู่กลางสระ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังถือท่อนไม้ไล่ตีอยู่รอบๆ สระ พร้อมทั้งใช้ก้อนหินขว้างปา ไม่ให้ขึ้นจากสระน้ำ จนผู้ตายหมดเรี่ยวแรงจมน้ำตาย เวลาล่วงเลยไปแล้ว 3 วันจึงมีคนมาเห็นศพลอยอืดอยู่กลางสระน้ำโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจและอัยการใช้เวลาตรวจสอบเพียงแค่ 6 ชั่วโมง ก็สามารถคลี่คลายคดี โดยประสานกับตำรวจท่าอากาศยานจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้คาสนามบินเถาหยวน ขณะที่กำลังรอขึ้นเครื่องหนีกลับไปกบดานที่เวียดนาม

สถานที่เกิดเหตุ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ทะเลเมฆบนเขาอาลีซาน

คนขี้ร้อนฟังทางนี้!!! มาติดตาม 10 สถานที่หลบร้อนยอดฮิตของชาวเน็ตไต้หวัน (ภาคจบ)

คนขี้ร้อนฟังทางนี้!!! มาติดตาม 10 สถานที่หลบร้อนยอดฮิตของชาวเน็ตไต้หวัน (ภาคจบ)

2018-07-06 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ อะไรอะไรในไต้หวัน ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- คนขี้ร้อนฟังทางนี้!!! มาติดตาม 10 สถานที่หลบร้อนยอดฮิตของชาวเน็ตไต้หวัน (ภาคจบ) กับสวนน้ำแร่เย็นซูอ้าว ฟาร์มชิงจิ้ง และสวนป่าท่องเที่ยวเขาอาลีซาน

 

ทะเลเมฆถือเป็น 1 ใน 5 วิวสุดงามบนเขาอาลีซานที่ไม่ควรพลาดยามไปเยือน

 

บึงสองพี่น้องถือเป็นจุดชมวิวยอดนิยมบนเขาอาลีซานที่คุณไม่ควรพลาด

 

บรรยากาศเย็นสบายกับมุมสวยๆ ของรีสอร์ตแถวๆ ฟาร์มชิงจิ้ง

 

 สวนน้ำแร่เย็นซูอ้าวซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอี๋หลัน กับน้ำแร่ผสมคาร์บอเนตแบบธรรมชาติแช่แล้วเย็นเจี๊ยบสบายตัว

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งบดสาวจีนสบายๆ 2 เกมรวด ป้องกันแชมป์ที่มาเลเซียได้สำเร็จ

ไต้จืออิ่งบดสาวจีนสบายๆ 2 เกมรวด ป้องกันแชมป์ที่มาเลเซียได้สำเร็จ

2018-07-05 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่งบดสาวจีนสบายๆ 2 เกมรวด ป้องกันแชมป์ที่มาเลเซียได้สำเร็จ

- เซี่ยสูเหวยผ่านเข้ารอบ 2 เทนนิสหญิงเดี่ยวในศึกวิมเบิลดัน 2018 ได้สำเร็จ

More
นายหลิวไท่อิง (劉泰英) ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยไต้หวัน

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ค. 61 คาดปีนี้เศรษฐกิจพุ่งเป็น 2.6%

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ค. 61 คาดปีนี้เศรษฐกิจพุ่งเป็น 2.6%

2018-07-05 20:36:56

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ค. 61

      1. คาดปีนี้เศรษฐกิจพุ่งเป็น 2.6% 

      2. เศรษฐกิจพุ่ง สัญญานไฟเขียวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 

 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
แรงงานไทยหลายรายทำผิดกฎหมาย ชิงเดินทางออกไปก่อน กลับเข้าไต้หวันอีกครั้งถูกจับคาสนามบิน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2561

2018-07-08 07:00:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นเดือนยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติที่อยู่ครบ 183 วัน และมีรายได้ตลอดปีไม่เกิน 306,000 เหรียญไต้หวัน หรือเดือนละไม่เกิน 25,500 เหรียญ ไม่ต้องเสียภาษี แต่เงินภาษีของปีนี้ ซึ่งจะยื่นแบบในปีหน้า ผู้มีรายได้ตลอดทั้งปีไม่เกิน 408,000 เหรียญไต้หวัน หรือเดือนละไม่เกิน 34,000 เหรียญไม่ต้องเสียภาษี

      การยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นการยื่นเสียภาษีของปีที่แล้ว ผู้ที่อยู่ครบ 183 วันในปีที่แล้ว จะได้รับการลดหย่อนตลอดทั้งปี 306,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนที่เกินจากนี้ เรียกว่าเงินได้สุทธิ และเงินได้สุทธิส่วนที่ไม่เกิน 540,000 เหรียญ จะเสียภาษีเงินได้ 5% เกิน 540,000 แต่ไม่ถึง 1,210,000 เหรียญจะเสียภาษี 12%

       สำหรับเงินภาษีของปีนี้ ซึ่งจะยื่นแบบในปีหน้า ได้เพิ่มเงินลดหย่อนภาษีของผู้มีเงินได้จาก 306,000 เหรียญ เป็น 408,000 เหรียญ หมายถึงผู้เสียภาษี (รวมแรงงานต่างชาติด้วย) ตลอดปีจะได้รับการยกเว้นและลดหย่อน 408,000 เหรียญ แรงงานต่างชาติที่อยู่เกิน 183 วันใน 1 ปี หากมีเงินเดือนไม่เกิน 34,000 เหรียญไต้หวัน ในปีหน้าไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ หากมีการหักล่วงหน้า จะได้รับคืนทั้งหมด

 

 

2. กองแรงงานกรุงไทเปให้บริการตรวจสุขภาพแก่แรงงานต่างชาติฟรี ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. นี้ เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ลานว่างระหว่างประตูตะวันตกที่ 1 ถึงประตูเหนือที่ 3 สถานีรถไฟไทเป พี่น้องชาวไทยที่ประสงค์จะขอรับการตรวจสุขภาพ ตรวจโรคทั่วไป หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ สามารถไปใช้บริการได้

 

 

3. แรงงานไทยหลายรายดื่มสุราแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ถูกจับ และเสพยาเสพติดถูกจับ ระหว่างรอสาลตัดสินคดีหรือรอการบำบัด ชิ่งเดินทางกลับไปก่อน เวลาผ่านไปแล้ว 1 ปี กลับเข้าไต้หวันถูกจับคาสนามบิน

แรงงานไทยหลายรายทำผิดกฎหมาย ชิงเดินทางออกไปก่อน กลับเข้าไต้หวันอีกครั้งถูกจับคาสนามบิน

 

4. สัมภาษณ์ ดร. พัทยา เรือนแก้ว นักวิจัย associated ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้ดำเนินโครงการ ศึกษาวิจัยเพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคนไทย และการก่อตัวเป็นชุมชนไทยในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเยอรมนี (ตอนที่ 2)...

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันลั่นเป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าอยู่ดีมีสุข

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันลั่นเป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าอยู่ดีมีสุข

2018-07-03 19:37:15

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ก.ค. 61

 

      1. ผู้นำไต้หวันลั่นเป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าอยู่ดีมีสุข

      2.นโยบายมุ่งใต้ใหม่เริ่มผลิดอกออกผล

      3. ซีเอ็นเอ็น ระบุ กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ เรียกร้องนาวิกโยธินรักษาความปลอดภันสำนักงานเอไอที แห่งใหม่ในไทเป

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
เซียวจิ้งเถิง (蕭敬騰)

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเซียวจิ้งเถิงในชุด Reflection of Desire (欲望反光) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเซียวจิ้งเถิงในชุด Reflection of Desire (欲望反光) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-07-01 22:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเซียวจิ้งเถิงในชุด Reflection of Desire (欲望反光)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (เฉินอี้สวิ่นและสวีเจียอิ๋งคว้ารางวัลนักร้องยอดเยี่ยมฝ่ายชายและหญิงใน Golden Melody Awards ครั้งที่ 29)

More
ไต้หวันกับกระแสธุรกิจการใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. 61 - ไต้หวันกับกระแสธุรกิจการใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. 61 - ไต้หวันกับกระแสธุรกิจการใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

2018-07-03 20:52:18

     ธุรกิจการขายของด้วยตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติกำลังบูมขึ้นเรื่อยๆ ในไต้หวัน ขนาดร้านสะดวกซื้อยังนำตู้มาตั้งขายสินค้าต่างๆ ลามไปจนถึงการขายอาหารสด เช่น อาหารเช้า, ข้าวกล่องอาหารกลางวัน และขนมของว่างจิบน้ำชายามบ่าย ซึ่งขายดีสุดๆ ทำรายได้จากการขายอาหารในตู้อัตโนมัติมูลค่าเกินครึ่งล้านเหรียญไต้หวันต่อเดือน ติดตามได้ในรายการ

 

 

More
ไต้หวันมีรถมอเตอร์ไซค์ 13.76 ล้านคัน เฉลี่ยทุก 1 ตร.กม. มี 378 คัน หนาแน่นที่สุดในเอเชีย

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561

2018-07-01 08:15:53

 

 คลิกที่นี้ เพื่อฟังรายการออนไลน์ 

 

1. สัปดาห์นี้อากาศร้อน แดดแรง อุณหภูมิสูงกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอันตรายจากอากาศร้อนด้วยสัญญานไฟสีส้ม ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง กรมอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันจะมีการพยากรณ์อากาศวันถัดไปในทุกเย็น ประกอบด้วยสภาพอากาศ อุณหภูมิ ระดับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ความชื้นสัมพัทธ์ มลพิษและระดับฝุ่นอนุภาคขนาดจิ๋วในอากาศหรือ PM 2.5 ฯลฯ

2. ไต้หวันผ่านกฎหมายควบคุมและป้องกันมลพิษทางอากาศฉบับแก้ไข รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจตั้งเขตคุ้มครองคุณภาพอากาศ ห้ามรถเก่าผ่านเข้าไป และรถเก่าอายุ 10 ปีขึ้นไป ต้องตรวจสภาพรถและการปล่อยไอเสียปีละ 2 ครั้ง ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 60,000 เหรียญไต้หวัน มาตรการที่เข้มงวดเช่นนี้ ทำให้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ไม่พอใจ

 

 

   ในไต้หวันรถมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียน 13.76 ล้านคัน ทุก 1 ตร.กม. มีจำนวน 378 คัน หนาแน่นที่สุดในเอเชีย

 

       เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านร่างกฎหมายควบคุมและป้องกันมลพิษทางอากาศฉบับแก้ไข เพิ่มบทลงโทษโรงงานที่ปล่อยมลพิษสู่อากาศ ปรับเงินสูงสุดไม่เกิน 30 ล้านเหรียญไต้หวัน จูงใจให้พนักงานในโรงงานร้องเรียนการปล่อยมลพิษของโรงงานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลตามสัดส่วนของค่าปรับ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจควันจากท่อไอเสียของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะรถเก่าอายุ 10 ปีขึ้นไป เจ้าของรถที่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ หน่วยงานรับผิดชอบส่วนกลางมีอำนาจเพิกถอนทะเบียนรถได้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจตั้งเขตคุ้มครองคุณภาพอากาศ ห้ามรถเก่าผ่านเข้าไปในเขตพื้นที่ดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษปรับ 60,000 เหรียญไต้หวัน มาตรการที่เข้มงวดเช่นนี้ ทำให้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์เกิดความไม่พอใจ

       ปัจจุบัน การตรวจสภาพรถและการปล่อยไอเสียของรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในไต้หวัน รถใหม่ 5 ปีแรก งดเว้นการตรวจสภาพรถ ปีที่ 6 เป็นต้นไป ตรวจปีละ 1 ครั้ง ปีที่ 10 เป็นต้นไปตรวจปีละ 2 ครั้ง

       ทั้งนี้ ในไต้หวันรถมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียน 13.76 ล้านคัน ทุก 1 ตร.กม. มีจำนวน 378 คัน หนาแน่นที่สุดในเอเชีย

 

 รถใหม่ 5 ปีแรก งดเว้นการตรวจไอเสีย ปีที่ 6 เป็นต้นไป ตรวจปีละ 1 ครั้ง ปีที่ 10 เป็นต้นไปตรวจปีละ 2 ครั้ง

 

3.นครนิวไทเปเปิดใช้สวนสาธารณะ中和員山公園ซึ่งเดิมเป็นป้าช้าพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ มีฮวงซุ้ย 1,550 แห่ง สองปีที่แล้วให้ทายาทขุดกระดูกออกไปเผาและนำอัฐิไปเก็บ เทศบาลมีการปรับพื้นที่ปลุกต้นไม้ ดอกไม้และทำสนามหญ้ากลายเป็นสวนสาธารณะทีร่มรื่นให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ปัจจุบันสวนสาธารณะในนครนิวไทเปมีมากถึง 464 แห่ง ขณะที่กรุงไทเปมีมากกว่า 800 แห่ง

 

 2 ปีที่แล้วเป็นป้าช้าพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ มีฮวงซุ้ย 1,550 แห่ง

 

ปัจจุบัน กลายเป็นสวนสาธารณะและสวนสนุกสำหรับเด็กๆ และผู้ใหญ่

 

ป่าช้ากลายมาเป็นสนามหญ้า

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
คาดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าจะปรับขึ้น 5% เป็น 23,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2561

2018-06-30 07:10:00

 

1. คาดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปีใหม่นี้จะปรับขึ้น 5% เป็น 23,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป

          การประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี มีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ ภายใต้กระแสเรียกร้องของกลุ่มแรงงาน ประกอบกับรัฐบาลก็เห็นว่า ควรจะยกระดับค่าจ้างของไต้หวันให้สูงขึ้น ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้หลายฝ่ายมั่นใจว่า ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ จะพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้าอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในอัตราเท่าไหร่ แต่มีการคาดการณ์กันว่า ไม่น่าจะต่ำกว่า 5% หากคิดคำนวณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันที่ 22,000เหรียญไต้หวัน คาดจะปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 23,000 เหรียญไต้หวัน

 

คาดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าจะปรับขึ้น 5% เป็น 23,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป

 

         ก่อนหน้านี้ นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีนี้ จะปรับขึ้นอย่างแน่นอน ประกอบกับเศรษฐกิจเติบโตมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และช่วงปลายปีจะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น รวมถึงผู้นำไต้หวันเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า อยากเห็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้รับการปรับขึ้นเป็น 30,000 เหรียญในไม่นานนี้

         สำหรับอัตราค่าจ้างในไต้หวันมี 2 ระบบ ได้แก่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นรายเดือน และแบบรายชั่วโมง สำหรับค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง จะใช้กับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเสริม หรือทำงานคิดเป็นรายชั่วโมง ปัจจุบันอยู่ที่ 140 เหรียญไต้หวัน คาดจะได้รับการปรับขึ้นเป็นชั่วโมงละ 150 เหรียญไต้หวัน หากมีการปรับขึ้นทั้ง 2 ระบบ จะส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานประมาณ 2 ล้านคน ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติอยู่ด้วย...คลิกฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

คาดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าจะปรับขึ้น 5% เป็น 23,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป

 

2. ปี 2560 จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้น 50,000 คน เพิ่มมากเป็นอันดับสองในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา

         กระทรวงแรงงานเปิดเผยสถิติปรากฎว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้น 51,374 คน เพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับสองในรอบ 20 ปี รองจากเมื่อปี 2557 ที่เพิ่มขึ้น 62,000 คน สำหรับยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 687,116 คน คาดว่าจะทะลุด่าน 700,000 คน ภายในปีนี้อย่างแน่นอน

 

จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันคาดจะทะลุด่าน 700,000 คน ภายในปีนี้อย่างแน่นอน

 

         นับตั้งแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้างเมื่อปี 2534 และปีถัดมาอนุญาตนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเป็นต้นมา จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วง 4-5 ปีแรก เพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 4-50,000 คน แต่หลังจากนั้นเริ่มชะลอลงเป็นปีละ 1-20,000 คน เนื่องจากรัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงานในไต้หวันเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น สาเหตุหลักมาจากคนรุ่นใหม่ไม่ยอมทำงานในโรงงาน ซึ่งเป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย เสียงเรียกร้องจากผู้ประกอบการขอให้รัฐบาลผ่อนปรนการนำเข้าแรงงานต่างชาติมากขึ้น ทำให้จำนวนแรงงานที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่กระทรวงแรงงาน ใช้มาตรการให้ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติมากกว่าโควตาที่ได้รับอนุญาต ต้องจ่ายเงินซื้อโควตาเข้ากองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ซึ่งนายจ้างสามารถซื้อโควต้าเพิ่มขึ้นต่างหาก 5%, 10% และ 15% จากโควต้าเดิมที่ได้รับอยู่แล้ว โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ซึ่งโควต้าปกติ ต้องจ่ายคนละ 2,000 เหรียญต่อคนต่อเดือนอยู่แล้ว หากต้องการซื้อโควต้าเพิ่ม  5%  ต้องจ่ายรวมเป็น 5,000 เหรียญต่อคนต่อเดือน  10% จ่าย 7000 เหรียญต่อคนต่อเดือน หากต้องการโควต้าเพิ่มขึ้น  15% ก็ต้องจ่าย 9,000 เหรียญไต้หวันต่อคนต่อเดือน ทำให้จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วมาก...คลิกฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มขึ้นปีละกว่า 10,000 คนขึ้นไปในช่วง 2-3 ปีมานี้

 

3. เถาหยวนมีคนงานต่างชาติทำงานอยู่มากสุดในไต้หวัน แต่อัตราการก่อคดีอาชญากรรมต่ำเป็นอันดับ 2 รองจากนครเกาสง

         นครเถาหยวน เป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีโรงงานตั้งอยู่จำนวนมาก แน่นอนความต้องการแรงงานก็มากตามไปด้วย จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีจำนวนแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในนครเถาหยวน 111,915 คน ครองสัดส่วน 13% ของยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน 687,116 คน อย่างไรก็ตาม คดีอาชญากรรมที่แรงงานต่างชาติก่อขึ้นกลับต่ำเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงนครเกาสง

         นายหลีเหวินหมิง ผู้บังคับการสถานีตำรวจนครเถาหยวนกล่าวว่า นับจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 ในนครเถาหยวน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ 111,915 คน คดีที่แรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนก่อขึ้น มี 97 คดี อัตราส่วนการก่อคดีอาชญากรรมของแรงงานต่างชาติอยู่ที่ 8.71% ในจำนวนนี้ เป็นคดีก่ออันตรายต่อสาธารณะมากที่สุด 45 คดี ตามด้วยคดียาเสพติด 33 คดีและคดีลักทรัพย์ 32 คดี...คลิกฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

 

เถาหยวนมีสถานบันเทิงสำหรับแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ตำรวจต้องตรวจตราเป็นประจำ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More