QR Code
ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ขุนพล แรงงานไทย
2018-02-10
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน
  • คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

1. ไอเดียกระฉูด! ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตรได้

          ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่การเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ ยังติดขัดในหลายประเด็น เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ คณะกรรมการการเกษตร ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเกษตรของไต้หวันเสนอมาตรการใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 670,000 คน สามารถไช้วันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในไร่ สวนและฟาร์มอย่างถูกกฎหมายได้ คาดจะเริ่มดำเนินการได้ครึ่งหลังของปีนี้ จุดแรกที่จะทดลองทำคือที่เมืองหยุนหลิน แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตร รัฐบาลท้องถิ่นจะจัดให้ลงทะเบียน จากนั้นจัดส่งไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มต่างๆ ที่เกษตรกรลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไว้ ค่าจ้างรายวันอาจสูงถึง 2,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ของคณะกรรมการเกษตรนี้ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า จะต้องทำการประเมิน ก่อนจะเปิดดำเนินการ

          จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเกษตรทราบว่า คณะกรรมการการเกษตรกำลังพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันและประสงค์จะหารายได้พิเศษ ใช้วันหยุดประจำสัปดาห์ 1 ในจำนวน 2 วัน ไปทำงานภาคการเกษตร ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวัน มีค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือ 22,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่มีรายได้จากการทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีแล้ว  หลังถูกหักค่าอาหาร ที่พักและค่าบริการรายเดือน แต่ละเดือนเหลือเงินค่าจ้างเพียง 17,000 เหรียญไต้หวัน หากคำนวณจากวันทำงานในแต่ละเดือน 22 วัน ค่าจ้างแต่ละวันจะได้ประมาณ 773 เหรียญ แต่หากไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มเกษตร อาจได้ค่าจ้างสูงถึงวัน 2,000 เหรียญ น่าจะเป็นที่สนใจของแรงงานต่างชาติจำนวนมาก...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์       

 

 

 

ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในฟาร์มเกษตร แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

2. จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน สภาการตรวจสอบจะสอบกระทรวงแรงงานบกพร่องในหน้าที่หรือไม่?

          ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงระหว่างปี 2553-2560 เพิ่มขึ้นมากถึง 300,000 คน สภาการตรวจสอบซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐแถลงว่า กฎหมายการจ้างงาน ซึ่งบัญญัติขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะต้องตั้งดัชนีเตือนภัยสำหรับการว่างจ้างแรงงานต่างชาติ ทั้งประเภทแรงงานไร้ฝีมือ หรือที่เรียกว่าแรงงานระดับบลูคอลลาร์ และแรงงานที่มีทักษะ หรือแรงงานระดับไวท์คอลลาร์ เพื่อป้องกันและควบคุมการว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากเกินความจำเป็น แต่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน กระทรวงแรงงานยังไม่ได้จัดตั้งดัชนีเตือนภัย และไม่มีระบบควบคุมยอดจำนวนแรงงานต่างชาติแต่อย่างใด จึงต้องดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึกว่า บกพร่องในหน้าที่หรือไม่

          สภาการตรวจสอบระบุว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ทยอยเพิ่มขึ้นจาก 303,684 คน เมื่อปี 2545 เป็น 379,653 คน เมื่อปี 2553 แต่เริ่มจากปี 2554 – 2556 ระยะเวลาเพียง 3 ปี ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งขึ้นเป็น 489,134 คน หลังจากนั้น จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คน เป็น 587,940 คน และในปี 2560 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมาถึง 679,142 คน สรุปจากปี 2553-2560 ระยะเวลา 7 ปี เพิ่มขึ้นถึง 300,000 คน...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

 

3. อีก 4 เดือนครบสัญญาจะได้กลับบ้านอยู่แล้ว แต่แทงเพื่อนร่วมชาติตาย แรงงานเวียดนามต้องนอนคุกรอ 10 ปีข้างหน้าจึงจะได้กลับบ้าน

          นายเติ้ง อายุ 39 ปี คนงานเวียดนามที่ทำงานอยู่ในโรงงานขัดผิวโลหะแห่งหนึ่งในเขตต้าหย่า นครไทจง เนื่องจากไม่พอใจ นายเหงียน อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานชาติเดียวกัน มักจะนำเรื่องของไปฟ้องต่อหัวหน้างานเป็นประจำ จนเป็นเหตุให้ตนถูกปลดออกจากหัวหน้าแรงงานเวียดนาม เมื่อค่ำเวลา 19.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค. ปีที่แล้ว ได้ชวนนายเหงียนเจรจากันที่หอพัก ระหว่างนั้น ทั้งสองเกิดการทะเลาะอย่างรุนแรง นายเติ้งชักมีดปอกผลไม้ที่ซุกซ่อนไปก่อนแล้วออกมาแทงเข้าที่หลังหลายแผล น้องสาวของนายเหงียนซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกันเห็นเหตุการณ์ รีบโทรศัพท์แจ้งความที่สายด่วน 119 รถพยาบาลนำร่างที่ท่วมไปด้วยเลือดของนายเหงียนส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่ เนื่องจากถูกแทงบาดเจ็บสาหัส เสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว นายเหงียนเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายเติ้งอาศัยช่วงที่ชุลมุน หลบหนีออกจากโรงงาน ไปยังเมืองเหมียวลี่ แต่คงคิดได้ว่าหนีไม่รอด จึงเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจเมืองเหมียวลี่ ถูกควบคุมตัวส่งให้สถานีตำรวจนครไทจง ดำเนินการตามกฎหมายข้อหาฆ่าคน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไทจงอ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายเติ้งเป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน ฐานฆ่าคนตาย เมื่อรับโทษจนครบแล้ว ให้เนรเทศออกนอกประเทศ

          จากสถิติของสำนักงานตำรวจของไต้หวัน ปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม 1,636 คดี จำนวนแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 1,676 คน ส่วนใหญ่หรือ 810 คดีเป็นคดีเกี่ยวกับเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ตามด้วยคดียาเสพติด 346 คดี ลักทรัพย์ 318 คดี ชาติที่ก่อคดีอาญามากที่สุดในไต้หวันได้แก่ เวียดนาม มีแรงงานเวียดนามถูกจับจากการก่อคดีจำนวน 1,042 คน ตามด้วยคนงานไทย 438 คน อินโดนีเซีย 201 คนและฟิลิปปินส์ 196 คน

 

คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

รายงานโดยอโศก ศรีจันทร์ ทีมข่าว Rti

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

2018-07-31 19:45:53

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

กองประชาสัมพันธ์ กรมการท่องเที่ยวไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายและเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไต้หวัน สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบไปเยือนมากที่สุดในปีนี้ 

 

อันดับ 1 ตลาดไนท์มาร์เก็ต

 

อันดับ 2 อาคารไทเป 101

 

อันดับ 3 ซีเหมินติง

 

อันดับ 4 ย่านธุรกิจซิ่นอี้

 

อันดับ 5 พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กง

More
ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

2018-07-29 09:26:14

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก จ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน เฉลี่ยแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

       ไต้หวันจัดเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมซื้อประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยแบบสะสมทรัพย์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับใหม่ล่าสุดของ Swiss Re Sigma บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัยของสวิสเซอร์แลนด์ระบุว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา เบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวันสูงถึง 4,997 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือแต่ละคนจ่ายเบี้ยประกันภัยประมาณ 150,000 เหรียญไต้หวัน เลื่อนขึ้นมาจากอันดับที่ 9 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่ที่อันดับ 6 ของโลก และสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP สูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก เฉลี่ยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน และแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

 

       เบี้ยประกันภัยต่อคนเป็นการรวมเอาเบี้ยประกันชีวิตและประกันทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ แต่หากแยกออกจากกัน มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวัน 150,000 เหรียญไต้หวัน มีจำนวน 127,900 เหรียญไต้หวัน เป็นเบี้ยประกันชีวิต พูดง่ายๆ คือคนไต้หวันนิยมชื้อประกันชีวิต ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 84% เฉลี่ยชาวไต้หวัน 23 ล้านคน แต่ละคนมีกรมธรรม์ประกันชีวิตคนละ 2.14 ใบ สูงที่สุดในโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ในภาพเป็นแผนกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ของการไปรษณีย์ไต้หวันที่ได้รับความนิยม

 

       การที่มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของไต้หวันสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุสำคัญมาจาก เบี้ยประกันชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2560 ที่ผ่านมา คนไต้หวันจ่ายเงินซื้อประกันชีวิตในวงเงินสูงถึง 3.42 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน แตกต่างไปจากคนยุโรปที่นิยมซื้อประกันภัยทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ หรือจะพูดว่า คนยุโรปกลัวทรัพย์สินของตนสูญเสียมากว่าก็ไม่ผิด ขณะที่คนไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองตัวเองและลูกหลาน ประกอบกับใช้การชื้อประกันชีวิตเป็นเครื่องมือในการประหยัดภาษี และบริหารการเงิน และไม่เฉพาะคนไต้หวันเท่านั้น ชาวเอเชียทั้งหลาย ต่างนิยมซื้อประกันชีวิตมากกว่าชาวตะวันตก

 

 สัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP ของไต้หวันสูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

2. เศรษฐีบริจาคเงินเป็นร้อยล้านไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก คนที่มีชีวิตลำบากแต่ยังนำเงินสะสมบริจาคเป็นเรื่องน่านับถือ

       อาม่า 蔡陳美วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล ผอ.โรงพยาบาลพยายามเกลี่ยกล่อมให้บริจาคซื้อเตียงหรือเก้าอี้เข็นก็พอ เหลือเงินไว้ใช้บ้างก็ไม่ยอม อาม่าบอกว่ารถพยาบาลเคยช่วยชีวิตแกไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง อาม่าบอกว่า ชีวิตวัยเด็กลำบาก แต่ปัจจุบันสบายดีลูกหลานกตัญญูแถมเป็น 小開 (อ่านว่าเสี่ยวไค แปลว่าแม้จะไม่ถึงกับร่ำรวย แต่พอมีอันจะกิน) กันทุกคนไม่ต้องลำบากอีกต่อไป

 

รถพยาบาลเคยช่วยชีวิตอาม่าไช่ไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง

 

อาม่าไช่ 蔡陳美 วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
2 คนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

2018-07-28 08:14:42

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวก ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

       กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป การยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ การขอใบอนุญาตทำงาน ขอโอนย้ายแรงงานต่างชาติไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ฯลฯ ไม่ต้องไปยื่นขอด้วยตนเองที่กระทรวงแรงงานอีกแล้ว อยู่ที่บ้านก็ทำได้ และเป็นบริการเปิดให้ยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องขอในช่วงเวลาราชการ

       นางชิวเยว่หยุน ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  กระทรวงแรงงานได้เริ่มโครงการการทำเรื่องโดยระบบออนไลน์มาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เป็นต้นมา จนถึงเดือนพ.ค. ปี 2561 นายจ้างและบริษัทจัดหางานในไต้หวันส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89 ยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติทางระบบออนไลน์ ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่ 2562 เป็นต้นไป จะใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด ยกเลิกการยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์

       ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติผู้นี้กล่าวว่า ยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาลงได้อย่างมาก การยื่นแบบดั้งเดิม เฉพาะส่งเอกสารและส่งกลับ ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หากเอกสารไม่ครบต้องเพิ่มเติมจะนานกว่านี้ แต่การยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนอนุมัติใช้เวลา ไม่เกิน 7 วัน นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยนายจ้างและบริษัทจัดหางานประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ผู้ยื่นส่วนใหญ่ทราบและเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันแล้ว ยังคงมีส่วนน้อยที่ยังใช้บริการแบบดั้งเดิม จึงเตือนให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานเหล่านี้ รีบปรับตัว เพราะในปีหน้า จะเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันทั้งหมดแล้ว

 

ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

 

2. NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน

       เนื่องจากไม่พอใจการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานสูญเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ถูกตัดวันหยุดนักขัตฤกษ์ไป 7 วัน ขยายการบังคับใช้ของการทำงานในระบบความผิดชอบ ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันเสร์ แต่ใช้วิธีให้ไปหยุดในวันอื่นแทน เป็นต้น  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานจึงมีการชุมนุมสำแดงพลัง ในกรุงไทเป เรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานลงนามเพื่อให้ได้รายชื่อครบจำนวน 280,000 คน ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกในการลงประชามติแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

       ในการชุมนุมครั้งนี้ นอกจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังมีองค์กร NGO ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิลงคะแนนเสียงเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนด้วย โดยชูคำขวัญว่า อยู่ร่วมกัน ต้องมีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วยกัน

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มีแรงงานอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งชุมนุมอยู่ที่สถานีรถไฟไทเป ภายใต้การนำของกลุ่ม NGO ใช้ภาษาอินโดนีเซียร้องตะโกนเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของพวกตน หวังว่า รัฐบาลจะได้ยินเสียงสะท้อนจากแรงงานต่างชาติบ้าง 1 ในแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากไม่มีระบบการแปลภาษาที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทำให้แรงงานต่างชาติซึ่งไม่รู้กฎหมาย มักถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับแรงงานต่างชาติมาจากประเทศที่แตกต่างกัน ไม่สามารถจะสื่อสารกันได้ เขาจึงเรียกร้องให้แรงงานทั้ง 4 ชาติ รวมพลังสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เรียกร้องสิทธิประโยชน์ขของพวกตน เช่นเดียวกับการรวมพลังของแรงงานท้องถิ่น

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       ด้านสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวันหรือ TIWA กล่าวว่า ชั่วโมงการทำงานของแรงงานต่างชาติยาวนานมาก แต่ละเดือนมากถึง 300 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าจ้างเพียง 30,000 เหรียญเศษ บวกกับมีเสียงวิจารณ์ในทำนองเหยียดหยามไม่น้อยที่ว่า แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ควรจะอดทนทำงานหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ทำให้สิทธิด้านแรงงานของแรงงานต่างชาติถูกละเลย ดังนั้น จึงหวังว่า แรงงานต่างชาติจะมีสิทธิเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ในการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยหวังว่า จะสามารถล่ารายชื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้กว่า 280,000 ราย ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกของการลงประชามติ

 

ขบวนรถรณรงค์เรียกร้องขอมีสิทธิมีเสียในการลงประชามติในกลุ่มแรงงานต่างชาติเริ่มเคลื่อนที่แล้ว

 

3. คดียิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต สถานีตำรวจซินจู๋ถูกสภาการตรวจสอบติงว่าทำเกินกว่าเหตุ

       คดีที่นายเหงือนกั๊วฟี คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้าง เมาสุราและยาไอซ์ ใช้ท่อนไม้และก้อนหินทุบรถและขัดขืนการจับกุม ต่อสู้และแย่งรถตำรวจ ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต นอกจากสำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว สภาการตรวจสอบได้ดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาการตรวจสอบแถลงผลการตรวจสอบ โดยท้วงติงสถานีตำรวจซินจู๋ว่า ใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       ทั้งนี้ในรายงานของสภาการตรวจสอบระบุว่า สถานีตำรวจซินจู๋ ไม่ได้กวดขันการฝึกซ้อมยิงปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจในสังกัด ขณะปฏิบัติหน้าที่  ใช้ปืนอย่างไม่เหมาะสม ระยะเวลา 12 วินาที ยิงรัวถึง 9 นัด กระสุนฝังร่างของแรงงานต่างชาติ ลูกกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณเอวและหลัง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติรายนี้เสียชีวิต เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบในการใช้ปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังล่าช้าในการส่งผู้ถูกยิง จนเป็นเหตุให้เสียเลือดปริมาณมากจนเสียชีวิต

       ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉงเหวิน พลตำรวจจากสถานีตำรวจจู๋เป่ย ก็ถูกสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต จากการใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับผลคืบหน้าของคดีนี้ แม้สภาการตรวจสอบจะลงความเห็นว่าตำรวจเป็นฝ่ายผิด แต่ยังคงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ตำรวจไต้หวันปัจจุบัน ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล

 

กลุ่ม NGO ประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดีคดีตำรวจยิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต

 

4. สองคนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ ตำรวจตรวจสอบแก๊งค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง

       ยาเสพติดให้โทษโดยเฉพาะยาไอซ์ ยังคงระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ เมื่อปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเห็น 2 คนงานไทยขับขี่มอเตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมาบนถนน เรียกให้หยุดแล้วให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.77 mg/L เดินแทบไม่ได้ ยังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อันตรายมาก จากการตรวจดูเอกสารคนงานไทยทั้ง 2 เป็นแรงงานถูกกฎหมายมาทำงานได้ 6 ปีแล้ว ได้แก่นายกำธร อายุ 33 ปี และนายสมัคร อายุ 26 ปี ทั้งสองทำงานอยู่ในโรงงานแถวซู่หลิน แต่อยู่คนละโรงงาน หลังตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์แล้ว ตำรวจถามว่า พกอะไรผิดกฎหมายมาด้วยหรือเปล่า คนงานไทยทั้ง 2 รีบตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมยโหย่ว เหมยโหย่ว แปลว่าไม่มี แต่พอตำรวจตรวจดูกระเป๋าก็มีซองเกล็ดสีขาวๆ เหมือนเกล็ดหิมะหรือยาไอซ์หล่นลงมา 2 ซอง ตำรวจถามว่า นี่คืออะไร นายสมัครรีบรับสารภาพทันทีว่าเป็นยาไอซ์ของตน มีไว้เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัวจะได้ไม่ง่วงในเวลาทำโอที แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลว่าซื้อมาจากไหน ตำรวจจึงรวบตัวคนงานไทยทั้งสองไปยังสถานีตำรวจ ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นอันตรายต่อสาธารณะและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง

       ก่อนหน้านี้  ตำรวจเพิ่งจะตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซียในเขตซู่หลินมียาไอซ์ไว้ในครอบครอง จึงมีการตรวจสอบ เพื่อตามหาแก๊งยาเสพติดให้โทษที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว

 

 

    2 คนงานไทยที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป เมาแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์แถมพกยาไอซ์โดนจับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
วัฒนธรรมอยู่ในซอย

คอศิลป์ฟังทางนี้!!! ไปตระเวนดูการแสดงดนตรีและละครตามสวนสาธารณะในไทเปกัน

คอศิลป์ฟังทางนี้!!! ไปตระเวนดูการแสดงดนตรีและละครตามสวนสาธารณะในไทเปกัน

2018-07-27 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- คอศิลป์ฟังทางนี้ ไปตระเวนดูการแสดงดนตรีและละครตามสวนสาธารณะในไทเปกัน

- ทริปวันเดียว เที่ยวอิงเกอซานเสีย ไปง่ายเที่ยวสนุก

 

กิจกรรมโปรโมทชุดวัฒนธรรมอยู่ในซอยของกรุงไทเป ที่เอาการแสดงดนตรีและละครมาให้ชมกันฟรีตามสวนสาธารณะกับโปรแกรมตลอดเดือนสิงหาคมนี้

 

บรรยากาศอันเงียบสงบของพิพิธภัณฑ์เซรามิก อิงเกอ

 

ไปเดินชมบรรยากาศของตลาดเก่าแบบวันวานที่ซานเสียกัน

 

ประเพณีการประกวดหมูเทพเจ้าอันคึกคึกของชาวบ้านแถบซานเสีย

 

More
เจิงจวิ้นซิน

เจิงจวิ้นซินคว้าแชมป์เทนนิสวิมเบิลดันชายเดียวระดับเยาวชนได้สำเร็จ

เจิงจวิ้นซินคว้าแชมป์เทนนิสวิมเบิลดันชายเดียวระดับเยาวชนได้สำเร็จ

2018-07-26 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหนุ่มเจิงจวิ้นซิน หนุ่มน้อยวัย 16 จากไต้หวันที่สามารถคว้าแชมป์เทนนิสวิมเบิลดันชายเดียวระดับเยาวชนได้สำเร็จ

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันภูมิใจผลงานเศรษฐกิจ รับรองสอบผ่านแน่

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันภูมิใจผลงานเศรษฐกิจ รับรองสอบผ่านแน่

2018-07-27 15:56:25

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ค. 61

 

          ๑. ผู้นำไต้หวันภูมิใจผลงานเศรษฐกิจ รับรองสอบผ่านแน่

          ๒. รัฐบาลไต้หวันกำลังพิจารณากระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน โดยให้นำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีได้

          ๓. คาดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ของไต้หวันอยู่ที่ 2.48% 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
แรงงานต่างชาติได้รับการคุ้มครองตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ไต้หวัน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561

2018-07-29 08:04:57

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เหตุผลที่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2561 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกายกให้ไต้หวันเป็นประเทศที่เอาจริงและมีมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ได้อย่างมีผล จัดให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด ได้แก่บัญชีกลุ่มที่ 1 หรือ Tier 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 แล้ว ในส่วนของการคุ้มครองแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันให้การคุ้มครอง 3 มาตรการหลักดังนี้

       1) จัดตั้งหน่วยให้บริการแรงงานต่างชาติที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนและเกาสง โดยมีเจ้าหน้าที่บริหารและล่ามแปลภาษาจาก 4 ชาติได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและเวียดนาม กว่า 50 คน ทำหน้าที่รับคนงานต่างชาติที่เดินทางถึงท่าอากาศยาน โดยจะพาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและชี้แจงสิทธิประโยชน์ ขั้นตอนและวิธีการร้องทุกข์ หากประสบปัญหาระหว่างที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน รวมถึงแจกคู่มือเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ จากนั้นพาออกมาส่งมอบให้ตัวแทนนายจ้างที่ไปรับคนงาน ซึ่งนายจ้างได้แจ้งรายชื่อต่อกระทรวงแรงงานก่อนคนงานจะเดินทางถึง 8 ชม.แล้ว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพสวมรอยนายจ้างรับคนงานต่างชาติไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ส่วนคนงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ก็สามารถร้องเรียนก่อนการเดินทางกลับประเทศได้

 

 แรงงานต่างชาติได้รับการคุ้มครองตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ไต้หวัน ระหว่างทำงาน จนกระทั่งเดินทางกลับประเทศ

 

       2) จัดตั้งสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการแรงงานต่างชาติที่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการทำงานหรือปัญหาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ สามารถร้องทุกข์หรือขอรับคำปรึกษาจากสายด่วนคุ้มครองแรงงาน ด้วยการโทรสายด่วน 1955 โดยไม่ต้องเสียค่าโทร จะมีล่าม 6 ภาษากว่า 60 คน คอยรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และบริการตลอดทั้งปีไม่มีวันหยุด หลังรับเรื่องร้องเรียนแล้ว จะมีระบบขั้นตอนในการแก้ปัญหา ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และติดตามการดำเนินงานแก้ปัญหาของหน่วยงานต่างๆ อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปี 2560 ที่ผ่านมาสายด่วนคุ้มครองแรงงานได้ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติ โอนย้ายนายจ้างสำเร็จไปแล้ว 2,220 ราย ติดตามเงินคืนให้แรงงานต่างชาติ ซึ่งประกอบด้วย ค่าจ้างค้างจ่าย เงินหักฝาก ค่าหัวคิวส่วนที่จ่ายเกิน ค่าโอที เงินคืนภาษีและค่ารักษาพยาบาลที่ถูกนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานหักไป ทั้งหมด 161 ล้านเหรียญไต้หวัน

       3) ระบบรับรองการยกเลิกสัญญา กำหนดให้นายจ้างที่จะยกเลิกสัญญากับคนงานต่างชาติก่อนครบกำหนด จะต้องพาแรงงานต่างชาติไปกองแรงงานท้องที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองแรงงาน (ล่าม) สอบถามสาเหตุการยกเลิกสัญญา ความสมัครใจและปัญหาการค้างจ่ายเงินค่าจ้าง ฯลฯ ป้องกันคนงานต่างชาติถูกนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานส่งกลับประเทศโดยไม่สมัครใจ

       นอกจากนี้ ยังให้งบประมาณในการว่าจ้างล่ามและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติแก่กองแรงงานท้องที่ ช่วยแก้ไขกรณีพิพาท และจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่แรงงานต่างชาติทุกท้องที่ทั่วไต้หวัน รวมถึงให้เงินสนับสนุนการจัดทำรายการวิทยุ 4 ภาษาด้วย

 

หากประสบปัญหาระหว่างทำงาน สามารถร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือกองแรงงานท้องที่ได้

 

2. ตำรวจไต้หวันใช้ระบบแปลภาษาของกูเกิลตรวจจับแรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎจราจรและช่วยสกัดกั้นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋น

 

ตำรวจที่นครเกาสงใช้ระบบแปลภาษาของกูเกิลช่วยสื่อสารกับแรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎจราจร

 

ตำรวจชูป้ายภาษาอังกฤษ อินโดนีเซียและเวียดนาม รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎจราจร

 

ตำรวจใช้ระบบแปลภาษาของกูเกิลช่วยแรงงานอินโดนีเซียไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋น

 

3. คุณน้อย โคราช เล่าประสบการณ์ชีวิตที่ลำบากของตนเพื่อเป็นกำลังใจแก่แรงงานไทยที่กำลังประสบปัญหาและความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ให้มีกำลังใจต่อสู้กับชีวิตต่อไป

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
หยางเฉิงหลิน

แนะนำงานเพลงล่าสุดของเรนนี่ หยาง (หยางเฉิงหลิน) ในเพลงวั่งเค่อ (วิชาลืม) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำงานเพลงล่าสุดของเรนนี่ หยาง (หยางเฉิงหลิน) ในเพลงวั่งเค่อ (วิชาลืม) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-07-22 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำงานเพลงล่าสุดของเรนนี่ หยาง (หยางเฉิงหลิน) ในเพลงวั่งเค่อ (วิชาลืม) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (แฟนๆ ขอร้องเฉินฉี่เจินให้เลิกโปรโมทคอนเสิร์ต เดี๋ยวหาซื้อบัตรยาก / ค่ายเพลิง HIM ออกมายืนยันว่าวง S.H.E. จะไม่แตกวงแน่นอน และ ELLA จะไม่ยกเลิกสัญญากับต้นสังกัดแน่ๆ)

 

Rainie Yang กับงานเพลงล่าสุด Lessons in Love

 

S.H.E. เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของไต้หวัน (ตามภาพจากซ้ายมาขวา Selina, Ella และ Hebe)

 

เฉินฉี่เจินถูกแฟนๆร้องขอให้เลิกโปรโมทคอนเสิร์ต แบบกลัวจะซื้อบัตรไม่ได้

More
น้ำโซดาฮอตฮิตช่วงหน้าร้อนในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 61 - น้ำโซดาฮอตฮิตช่วงหน้าร้อนในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 61 - น้ำโซดาฮอตฮิตช่วงหน้าร้อนในไต้หวัน

2018-07-24 16:29:49

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

           หน้าร้อนในไต้หวันช่วงนี้ ตามร้านสะดวกซื้อมีปริมาณการจำหน่ายเครื่องดื่ม เบียร์ น้ำแข็งและไอติมเพิ่มขึ้นมาก ในจำนวนนี้ น้ำดื่มโซดาหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ชี่เพ่าสุ่ย (氣泡水) กลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคในช่วงหน้าร้อน สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวกับน้ำโซดาขายดีในไต้หวัน ซึ่งในปีนี้มีสินค้าใหม่วางจำหน่ายให้เลือกมากมาย 

 

 

More
หนุ่มฝรั่งเศสยก 4 เหตุผลหลักที่ทำให้เขาทิ้งเกาหลีมาอยู่ไต้หวัน

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561

2018-07-21 22:34:22

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. โรคมะเร็งยังคงครองแชมป์ 10 สาเหตุหลักคร่าชีวิตชาวไต้หวัน

       กระทรวงสาธารณสุขของไต้หวันประกาศ 10 สาเหตุการเสียชีวิตของชาวไต้หวันในปี 2560 ปรากฏว่า โรคมะเร็ง ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของชาวไต้หวันติดต่อกันเป็นปีที่ 36 แล้ว โดยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา โรคมะเร็งคร่าชีวิตชาวไต้หวันไปถึง 48,037 ราย ในจำนวนนี้ โรคมะเร็งในปอดคร่าชีวิตชาวไต้หวันมากที่สุด ตามด้วยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งรังไข่

       ปี 2560 ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันเสียชีวิตทั้งหมด 171,857 คน เฉลี่ยทุก 3.3 นาทีเสียชีวิต 1 คน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70 เป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

       ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของชาวไต้หวันอันดับ 2 ได้แก่ โรคระบบหัวใจ ตามด้วยปอดอักเสบ โรคระบบหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน อุบัติเหตุ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง โรคไตและโรคตับ

 

โรคมะเร็งยังคงครองแชมป์ 10 สาเหตุหลักคร่าชีวิตชาวไต้หวันติดต่อกันเป็นปีที่ 36

 

2. 4 สาเหตุหลักที่ทำให้หนุ่มฝรั่งเศสทิ้งเกาหลีย้ายมาอยู่ไต้หวัน

       หนุ่มหล่อสัญชาติฝรั่งเศสที่เป็น Youtuber  หรือเป็นผู้ถ่ายคลิปเองโพสใน YouTube บรรยายว่า ตนเคยอยู่ที่เกาหลีมานานหลายปี เรียนภาษา วัฒนธรรมและตั้งใจจะตั้งรกรากอยู่ที่เกาหลี แต่หลังจากเดินทางมาเที่ยวและทัศนศึกษาที่ไต้หวันแล้ว 2-3 เดือน เขาต้องตัดสินใจทิ้งเกาหลีมาอยู่ที่ไต้หวัน โดยให้เหตุผล 4 ประการดังนี้

       1. เรื่องแรกเป็นความไม่คุ้นเคยในเรื่องอาหารการกิน เนื่องจากไม่สามารถทำอาหารกินเองได้ ต้องทานอาหารนอกบ้าน และอาหารเกาหลีล้วนแล้วแต่รสจัด ทั้งเผ็ดทั้งเค็ม ทำให้เขาทรมานมาก อยู่ที่เกาหลี 2 ปี 6 เดือน ทำให้สุขภาพทรุดโทรม แต่ในไต้หวัน มีอาหารหลากประเภท อย่างร้านข้าวแกง มีอาหารรสจัดและไม่จัดให้เลือกมากมาย อีกทั้งคนขายค่อนข้างเป็นกันเอง เช่น เขาเว้นห่างไปหลายวัน แล้วค่อยไปทานอาหารที่ร้านอีกครั้ง คนขายจะถามเขาว่า ช่วงนี้ติดธุระอะไรหรือ ไม่เห็นมาที่ร้านหลายวัน ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่น และอาหารไต้หวัน แม้จะเป็นข้าวกล่องร้อนๆ แต่ตามด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว อากาศจะร้อนแค่ไหน ก็มีความรู้สึกว่า น่าอยู่น่ากิน

 

 หนุ่มฝรั่งเศสยก 4 เหตุผลหลักที่ทำให้เขาทิ้งเกาหลีมาอยู่ไต้หวัน ได้แก่อาหารการกิน ภาษา แรงกดดันที่ถูกมองและถูกกีดกัน

 

       ประการที่ 2 คือ ความลำบากในการเรียงลำดับฐานะในภาษา ภาษาเกาหลี จะมีภาษามารยาทที่แสดงลำดับฐานะของคนพูดและคู่สนทนามากมาย ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน แม้กระทั่งระหว่างเพื่อนฝูงสนิทด้วยกัน หากพูดภาษาไม่ถูกลำดับชั้น แม้จะเป็นเพื่อนสนิทก็อาจเกิดความไม่พอใจได้ สำหรับคนเกาหลีที่เป็นเจ้าของภาษาแล้ว อาจไม่มีปัญหา แต่คนต่างชาติแล้ว การจะใช้ภาษาให้ตรงตามมารยาทเปะเป็นเรื่องยาก แต่ในไต้หวัน ไม่มีปัญหานี้ 2-3 เดือนมีเพื่อนฝูงหลายคน แต่ละคนไม่ถือตัว พูดไม่ถูกจะคอยสอนเพราะรู้ว่าเป็นชาวต่างชาติ ทำให้มีความรู้สึกว่า ชาวไต้หวันเป็นมิตรกว่าเยอะ

       ประการที่ 3 แรงกดดันที่ถูกมองถูกสังเกต ทัศนะโดยเฉพาะการมองรูปลักษณ์ภายนอกของคนในเกาหลีและไต้หวันแตกต่างกัน ที่เกาหลี เวลาที่เดินอยู่บนท้องถนน สายตาของผู้คนมักจะกวาดมาที่การแต่งกายของคุณ และเนื่องจากเกาหลีนิยมแฟชั่นทันสมัยและเปลี่ยนแปลงไวมาก แต่ละคนจะใส่ใจมากกับเครื่องแต่งกายของคนที่เดินสวนไป เขาบอกว่า ในเกาหลีคนที่เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยจะมีความสุขมาก แต่ถ้าไม่หล่อไม่สวย แถมแต่งกายไม่ทันสมัย จะถูกมองด้วยสายตาที่รังเกียจ เพราะฉะนั้นหากคุณไปท่องเที่ยว จะพบว่าที่เกาหลีผู้คนบนท้องถนนดูดีไปหมด หนุ่มก็หล่อสาวก็สวย แต่ถ้าคุณอยู่ไปนานๆ จะพบว่า ผู้คนจะแต่งตัวเหมือนกันหมด ไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างกัน

       ประการที่ 4 ข้อนี้ที่ทำให้หนุ่มฝรั่งเศสรายนี้ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ไต้หวันก็คือ อยู่ที่เกาหลี ไม่ว่าจะอยู่นานเท่าไหร่ คุณจะเป็นคนต่างชาติอยู่วันยังค่ำ แม้คุณจะเรียนรู้วัฒนธรรม พูดภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนมหาวิทยาลัยเกาหลี ดื่มเหล้ากับเพื่อนชาวเกาหลีเป็นประจำ แต่หากเผชิญปัญหา พวกเขาจะมองว่า คุณคือต่างชาติ ไม่ใช่พวกเดียวกัน หรือพูดง่ายๆ คือ คนเกาหลีในส่วนลึกแล้ว ยังมีทัศนคติกีดกันและดูถูกคนต่างชาติค่อนข้างจะรุนแรง เพราะฉะนั้น คนต่างชาติในเกาหลี ส่วนใหญ่จะอยู่กันค่อนข้างลำบาก

 

 หนุ่มฝรั่งเศสยก 4 เหตุผลหลักที่ทำให้เขาทิ้งเกาหลีมาอยู่ไต้หวัน ได้แก่อาหารการกิน ภาษา แรงกดดันที่ถูกมองและถูกกีดกัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
แม่ค้าออนไลน์ชาวเวียดนามถูกเพื่อนร่วมชาติฟ้องหลบหนีเข้าเมืองถูกจับ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

2018-07-21 06:54:14

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เจ๋ง ปี 2560 มีผู้ใช้บริการ 2.1 แสนคน/ครั้ง ทวงคืนเงินค้างจ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติแล้ว 161 ล้านเหรียญไต้หวัน

       กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยว่า นับตั้งแต่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ให้บริการไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคน/ครั้ง โดยช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิต ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ ซึ่งจะให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติ นายจ้างและบริษัทจัดหางานแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ

       กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่าสายด่วนคุ้มครองแรงงาน มีล่ามภาษาไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและภาษาอังกฤษกว่า 50 คน ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ และสถิติในปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้โทรศัพท์ไปใช้บริการถึง 210,688 สาย จำนวนนี้ร้อยละ 88 หรือ 184,823 สาย โทรศัพท์ไปขอรับคำปรึกษา ขณะที่ร้องเรียนปัญหาด้านแรงงานและกรณีพิพาท 24,722 สาย และร้องเรียนกรณีฉุกเฉิน 1,143 สาย ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างประสบความสำเร็จแล้ว 2,220 ราย ช่วยเรียกคืนค่าจ้างและเงินค้างจ่ายจากนายจ้างได้แล้ว 6,028 ราย รวมมูลค่า 161,467,231 เหรียญไต้หวัน

       สำหรับช่วงเวลาที่แรงงานต่างชาตินิยมใช้บริการ ร้อยละ 53.8 โทรศัพท์ช่วงนอกเวลาทำการ เช่นกลางคืนและวันหยุด และชาติที่ใช้บริการมากที่สุดได้แก่เวียดนาม ครองสัดส่วนร้อยละ 42.4 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด อันดับ 2 แรงงานอินโดนีเซีย ร้อยละ 31.8 อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 14.7 ส่วนแรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ร้อยละ 6.8

       ส่วนปัญหาที่ขอคำปรึกษามากที่สุด ได้แก่ สัญญาจ้างงาน มีถึง 27.8% ซึ่งประกอบด้วย ปัญหาค่าอาหารที่พัก การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ค่าชดเชยให้ออกจากงาน นายจ้างสั่งให้ไปทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ปัญหาการส่งกลับโดยไม่สมัครใจและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น รองลงมาเป็นปัญหาการเปลี่ยนนายจ้างใหม่ 12.3% ปัญหาค่าจ้างค่าโอที 11.6% ปัญหาเกี่ยวกับบริษัทจัดหางาน 7.6% และชั่วโมงทำงาน 5.8%

       สำหรับเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุดได้แก่ เอกสารประจำตัว 24.8% ปัญหาค่าจ้าง 23% สัญญาจ้าง 16.4% การบริหารงานแรงงานต่างชาติของนายจ้าง 11.6%

 

ปี 60 มีผู้ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955   2.1 แสนคน/ครั้ง ทวงคืนเงินค้างจ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติแล้ว 161 NT$

 

2. แรงงานอินโดนีเซียในเมืองจางฮั่วติดเชื้อไข้สมองอักเสบ สาธารณสุขเตือนเป็นโรคอันตราย อาจเสียชีวิตหรือสมองพิการได้ แนะป้องกันยุงรำคาญกัด

       ที่ตำบลซีโจวในเมืองจางฮั่ว มีแรงงานอินโดนีเซียรายหนึ่ง เกิดอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ หลังจากนายจ้างส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว  แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ สร้างความตื่นตระหนกแก่ชาวบ้านในเมืองนี้เป็นอย่างมาก สาธารณสุขเมืองจางฮั่วกล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งแล้ว ได้เข้าไปควบคุมสถานการณ์ พบว่า แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ มีอายุ 31 ปีทำงานอยู่ที่ตำบลซีโจว เมืองจางฮั่ว บริเวณสถานที่ทำงานมีฟาร์มเลี้ยงหมู 2 แห่ง และมียุงรำคาญซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อของโรคไข้สมองอักเสบค่อนข้างหนาแน่น ปรากฎอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ แขนขาไม่มีแรงและมีอาการปอดอักเสบแทรกซ้อนด้วย นายจ้างพาไปรักษาที่โรงพยาบาลหยุนหลิน เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา แพทย์ยืนยันว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ JE หลังจากรับการรักษามาระยะหนึ่ง ขณะนี้อาการดีขึ้น อยู่ระหว่างพักฟื้น เพื่อป้องกันโรคไข้สมองอักเสบแพร่ระบาดและบรรเทาอาการผวาของชาวบ้าน สาธารณสุขจางฮั่วได้เปิดให้ประชาชนในเขตนี้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นจำนวน 467 คนมารับการฉีดวัคซีนฟรี และจนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฎผู้ติดเชื้ออีก

        ก่อนหน้านี้ ที่เขตหลูจู๋ นครเกาสง ก็พบแรงงานเวียดนามรายหนึ่งป่วยเป็นโรคไขสมองอักเสบ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกตรวจบริเวณรอบๆ ที่เกิดเหตุ พบนอกจากมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวนมากแล้ว ภายในรัศมี 2 กม. ยังมีฟาร์มเลี้ยงสุกรถึง 23 แห่ง เพื่อป้องกันสถานการณ์ลุกลาม กองอนามัยท้องที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตหลูจู๋และมีอายุ 49 ปีขึ้นไปฟรี

โฆษกกองอนามัยเขตหลูจู๋ นครเกาสงแถลงว่า ในไต้หวันช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากยุงรำคาญเป็นพาหะนำเชื้อ JE จากในตัวหมูมาสู่คน ผู้ที่ติดเชื้อ อาการจะเริ่มด้วยมีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ต่อไปอาการปวดศีรษะจะมากขึ้น ผู้ป่วยอาเจียน ซึมลงเรื่อยๆ จนหมดสติไม่รู้สึกตัว บางรายอาจมีอาการตัวแข็งเกร็งและชักร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการหายใจไม่สม่ำเสมอ ในรายที่เป็นรุนแรงมากจะเสียชีวิตประมาณวันที่ 7-9 ของโรค ถ้าพ้นระยะนี้แล้วจะผ่านเข้าระยะฟื้นตัว ระยะเวลาของโรคทั้งหมดประมาณ 4-7 สัปดาห์ เมื่อหายแล้วประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยจะมีความพิการเหลืออยู่ เช่น อัมพาตแบบแข็งเกร็งของแขนขา พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง บุคลิกภาพเปลี่ยน สติปัญญาเสื่อม เชาวน์ปัญญาเสื่อม อัตราการเสียชีวิตของโรคไข้สมองอักเสบเจอีพบได้ร้อยละ 20-40

 

 

3. ไลฟ์สดขายของในเฟซบุ๊กทำเงินเป็นล้าน แม่ค้าออนไลน์คนดังชาวเวียดนามถูกเพื่อนร่วมชาติฟ้องหลบหนีเข้าเมืองถูกจับ

       นางสาวฝั่ม ชาวเวียดนามอายุ 27 ปี เล็งเห็นธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ทางเฟซบุ๊กในกลุ่มชาวเวียดนามในไต้หวัน ซึ่งจำนวนกว่า 300,000 คนเป็นตลาดใหญ่ หลังจากถูกจับเป็นแรงงานผิดกฎหมายถูกส่งกลับ ควักเงินกว่า 200,000 เหรียญหลบหนีเข้าเมืองทางเรือประมง จากนั้นทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ทางเฟซบุ๊กให้แก่เพื่อนร่วมชาติในไต้หวัน ทำกำไรนับล้านเหรียญ เนื่องจากกลายเป็นแม่ค้าออนไลน์คนดัง มีคนแอบแจ้งความว่าเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรวบขณะไลฟ์สดขายสินค้าเพลิน

 

แม่ค้าออนไลน์ชาวเวียดนามถูกเพื่อนร่วมชาติฟ้องหลบหนีเข้าเมืองถูกจับ

 

       ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในนครเถาหยวนแถลงว่า นางสาวฝั่ม เดิมเคยเดินทางมาทำงานที่โรงงานอิเล็คทรอนิกส์แห่งหนึ่งในนครเถาหยวน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2557 อีก 2 ปีถัดมาถูกตรวจพบถูกเนรเทศ โดยไม่สามารถกลับเข้ามาที่ไต้หวันได้อีก แต่นางสาวฝั่มเล็งเห็นกลุ่มชาวเวียดนามในไต้หวันซึ่งมีจำนวนกว่า 300,000 คน เป็นตลาดใหญ่ ในปี 2559 หาเงินกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน เดินทางไปยังมณฑลฮกเกี้ยน จ้างเรือประมงส่งข้ามช่องแคบไต้หวัน หลบหนีขึ้นฝั่งได้สำเร็จ จากนั้นเช่าบ้าน 4 ชั้นหลังหนึ่งในเขตต้าซี นครเถาหยวน เป็นทั้งบ้านพัก โกดังและที่ไลฟ์สดขายสินค้า ปรากฎว่ากิจการขายสินค้าออนไลน์คึกคักมาก ชาวเวียดนามในไต้หวันจำนวนมากสั่งซื้อสินค้าจากนางสาวฝั่ม

       เมื่อโด่งดังก็ย่อมมีคนอิจฉา มีเพื่อนร่วมชาติแอบไปฟ้องว่านางสาวฝั่มเป็นคนหลบหนีเข้าเมือง ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเป็นคนหลบหนีเข้าเมืองจริง จึงวางแผนจับกุม แต่บ้านพักหลังดังกล่าว ระบบป้องกันความปลอดภัยค่อนข้างจะแน่นหนา ประกอบกับนางสาวฝั่มไม่ยอมเปิดประตูให้กับคนแปลกหน้าง่ายๆ ดังนั้นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมานี้ ตำรวจจึงปลอมตัวเป็นพนักงานของบริษัทขนส่ง ทำทีว่า จะมาเปลี่ยนสินค้า นางสาวฝั่มจึงหลงกลลงมาเปิดประตู เมื่อเห็นว่า น่าจะไม่ใช่พนักงานขนส่งเตรียมเผ่นหนี ถูกตำรวจที่ดักรออยู่ตะครุบตัวได้

 

แม่ค้าออนไลน์ชาวเวียดนามถูกเพื่อนร่วมชาติฟ้องหลบหนีเข้าเมืองถูกจับ

 

       ตำรวจคุมตัวนางสาวฝั่มเข้าไปในบ้านพักเพื่อเก็บของใช้ส่วนตัว พบว่าภายในทำเป็นสตูดิโอมีระบบแสงสีเสียงสำหรับการไลฟ์สดครบครัน บนชั้นวางมีเสื้อผ้านับร้อยตัว และกล่องบรรจุเสื้อผ้าพร้อมส่งให้ลูกค้ากว่า 50 กล่อง โดยมีบริษัทโลจิสติกส์มืออาชีพคอยรับและส่งสินค้าให้เป็นการเฉพาะ ขณะสอบปากคำ นางสาวฝั่มให้การแบบเลี่ยงๆ ว่า ได้กำไรเดือนละแค่ 20,000 เหรียญ แต่จากการตรวจสอบจากรายการสินค้าและบัญชี ตำรวจประมาณการว่า รายได้ต่อเดือนไม่น่าจะต่ำว่า 100,000 เหรียญ  1 ปีที่ผ่านมามีรายได้เป็นล้าน เนื่องจากนางสาวฝั่มใช้ภาษาเวียดนามขายสินค้าทางเฟซบุกให้เพื่อนร่วมชาติในไต้หวัน ซึ่งรวมแรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีจำนวนกว่า 300,000 คน ตำรวจฟังภาษาเวียดนามไม่ออก หากไม่ใช่มีคนแจ้งความ นางสาวฝั่มคงจะไม่ถูกจับ ยังคงเป็นแม่ค้าออนไลน์คนดังต่อไป

 

ยึดของกลางถุงบรรจุเสื้อผ้าพร้อมส่งให้ลูกค้ากว่า 50 ถุง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สวนสาธารณะเหลยกงผี

ไปคลายร้อนกับการแช่น้ำแร่เย็นทั่วไต้หวันกันเถอะ

ไปคลายร้อนกับการแช่น้ำแร่เย็นทั่วไต้หวันกันเถอะ

2018-07-20 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- อากาศร้อนๆ แบบนี้เราไปคลายร้อนกับการแช่น้ำแร่เย็นทั่วไต้หวันกันเถอะ

 

บรรยากาศแบบสบายๆ ของสวนสาธารณะเหลยกงผีที่แอบมีน้ำแร่เย็นให้ได้แช่คลายร้อนกันด้วย

 

แช่น้ำแร่เย็นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ ในแบบอันซีน กับน้ำแร่เย็นซานจือเหลิ่งเฉวียน

 

บ่อแช่เท้าริมทางเดินเขาหนานจวงเหลิ่งเฉวียน ที่มีน้ำแร่เย็นให้ได้แช่เท้าผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากัน

More