QR Code
ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ขุนพล แรงงานไทย
2018-02-10
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

    ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  • จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

    จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน
  • คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

    คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

1. ไอเดียกระฉูด! ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตรได้

          ภาคการเกษตรในไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่การเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ ยังติดขัดในหลายประเด็น เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ คณะกรรมการการเกษตร ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเกษตรของไต้หวันเสนอมาตรการใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 670,000 คน สามารถไช้วันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในไร่ สวนและฟาร์มอย่างถูกกฎหมายได้ คาดจะเริ่มดำเนินการได้ครึ่งหลังของปีนี้ จุดแรกที่จะทดลองทำคือที่เมืองหยุนหลิน แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานหารายได้พิเศษในภาคการเกษตร รัฐบาลท้องถิ่นจะจัดให้ลงทะเบียน จากนั้นจัดส่งไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มต่างๆ ที่เกษตรกรลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไว้ ค่าจ้างรายวันอาจสูงถึง 2,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ของคณะกรรมการเกษตรนี้ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า จะต้องทำการประเมิน ก่อนจะเปิดดำเนินการ

          จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเกษตรทราบว่า คณะกรรมการการเกษตรกำลังพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันและประสงค์จะหารายได้พิเศษ ใช้วันหยุดประจำสัปดาห์ 1 ในจำนวน 2 วัน ไปทำงานภาคการเกษตร ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวัน มีค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือ 22,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่มีรายได้จากการทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีแล้ว  หลังถูกหักค่าอาหาร ที่พักและค่าบริการรายเดือน แต่ละเดือนเหลือเงินค่าจ้างเพียง 17,000 เหรียญไต้หวัน หากคำนวณจากวันทำงานในแต่ละเดือน 22 วัน ค่าจ้างแต่ละวันจะได้ประมาณ 773 เหรียญ แต่หากไปทำงานตามไร่สวนและฟาร์มเกษตร อาจได้ค่าจ้างสูงถึงวัน 2,000 เหรียญ น่าจะเป็นที่สนใจของแรงงานต่างชาติจำนวนมาก...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์       

 

 

 

ไต้หวันจะพิจารณาเปิดให้แรงงานต่างชาติ ใช้เวลาว่างในวันหยุดประจำสัปดาห์ไปทำงานในฟาร์มเกษตร แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

2. จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน สภาการตรวจสอบจะสอบกระทรวงแรงงานบกพร่องในหน้าที่หรือไม่?

          ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงระหว่างปี 2553-2560 เพิ่มขึ้นมากถึง 300,000 คน สภาการตรวจสอบซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐแถลงว่า กฎหมายการจ้างงาน ซึ่งบัญญัติขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะต้องตั้งดัชนีเตือนภัยสำหรับการว่างจ้างแรงงานต่างชาติ ทั้งประเภทแรงงานไร้ฝีมือ หรือที่เรียกว่าแรงงานระดับบลูคอลลาร์ และแรงงานที่มีทักษะ หรือแรงงานระดับไวท์คอลลาร์ เพื่อป้องกันและควบคุมการว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากเกินความจำเป็น แต่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน กระทรวงแรงงานยังไม่ได้จัดตั้งดัชนีเตือนภัย และไม่มีระบบควบคุมยอดจำนวนแรงงานต่างชาติแต่อย่างใด จึงต้องดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึกว่า บกพร่องในหน้าที่หรือไม่

          สภาการตรวจสอบระบุว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ทยอยเพิ่มขึ้นจาก 303,684 คน เมื่อปี 2545 เป็น 379,653 คน เมื่อปี 2553 แต่เริ่มจากปี 2554 – 2556 ระยะเวลาเพียง 3 ปี ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งขึ้นเป็น 489,134 คน หลังจากนั้น จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คน เป็น 587,940 คน และในปี 2560 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมาถึง 679,142 คน สรุปจากปี 2553-2560 ระยะเวลา 7 ปี เพิ่มขึ้นถึง 300,000 คน...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

จำนวนแรงงานต่างชาติพุ่งไม่หยุด 7 ปีเพิ่ม 300,000 คน

 

3. อีก 4 เดือนครบสัญญาจะได้กลับบ้านอยู่แล้ว แต่แทงเพื่อนร่วมชาติตาย แรงงานเวียดนามต้องนอนคุกรอ 10 ปีข้างหน้าจึงจะได้กลับบ้าน

          นายเติ้ง อายุ 39 ปี คนงานเวียดนามที่ทำงานอยู่ในโรงงานขัดผิวโลหะแห่งหนึ่งในเขตต้าหย่า นครไทจง เนื่องจากไม่พอใจ นายเหงียน อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานชาติเดียวกัน มักจะนำเรื่องของไปฟ้องต่อหัวหน้างานเป็นประจำ จนเป็นเหตุให้ตนถูกปลดออกจากหัวหน้าแรงงานเวียดนาม เมื่อค่ำเวลา 19.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค. ปีที่แล้ว ได้ชวนนายเหงียนเจรจากันที่หอพัก ระหว่างนั้น ทั้งสองเกิดการทะเลาะอย่างรุนแรง นายเติ้งชักมีดปอกผลไม้ที่ซุกซ่อนไปก่อนแล้วออกมาแทงเข้าที่หลังหลายแผล น้องสาวของนายเหงียนซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกันเห็นเหตุการณ์ รีบโทรศัพท์แจ้งความที่สายด่วน 119 รถพยาบาลนำร่างที่ท่วมไปด้วยเลือดของนายเหงียนส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่ เนื่องจากถูกแทงบาดเจ็บสาหัส เสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว นายเหงียนเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายเติ้งอาศัยช่วงที่ชุลมุน หลบหนีออกจากโรงงาน ไปยังเมืองเหมียวลี่ แต่คงคิดได้ว่าหนีไม่รอด จึงเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจเมืองเหมียวลี่ ถูกควบคุมตัวส่งให้สถานีตำรวจนครไทจง ดำเนินการตามกฎหมายข้อหาฆ่าคน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไทจงอ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายเติ้งเป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน ฐานฆ่าคนตาย เมื่อรับโทษจนครบแล้ว ให้เนรเทศออกนอกประเทศ

          จากสถิติของสำนักงานตำรวจของไต้หวัน ปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม 1,636 คดี จำนวนแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้อง 1,676 คน ส่วนใหญ่หรือ 810 คดีเป็นคดีเกี่ยวกับเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ตามด้วยคดียาเสพติด 346 คดี ลักทรัพย์ 318 คดี ชาติที่ก่อคดีอาญามากที่สุดในไต้หวันได้แก่ เวียดนาม มีแรงงานเวียดนามถูกจับจากการก่อคดีจำนวน 1,042 คน ตามด้วยคนงานไทย 438 คน อินโดนีเซีย 201 คนและฟิลิปปินส์ 196 คน

 

คนงานเวียดนามแทงเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

รายงานโดยอโศก ศรีจันทร์ ทีมข่าว Rti

จิ่วอีอี

แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-08-05 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำ EP ชุดใหม่ของจิ่วอีอี (玖壹壹 : 911) กับงานเพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว  (我跟你卡好) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (สวีเจียอิ๋ง (徐佳瑩) ประกาศข่าวดี เตรียมแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่เป็นผู้กำกับแล้ว)

 

จิ่วอีอีและ EP เพลงหว่อเกินหนี่ขาห่าว ที่มีเสี่ยวจู หลัวจื้อเสียง (羅志祥) มาเป็นศิลปินรับเชิญ

 

สาวลาล่า สวีเจียอิ๋ง (徐佳瑩) ประกาศข่าวดีเตรียมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มผู้กำกับแล้ว

More
เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. 61 - เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. 61 - เซเว่นอีเลเว่นเปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลังในไต้หวัน

2018-08-07 05:38:46

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 7-11 เปิดใหม่เก๋ไก๋ สุดอลัง 3 สไตล์ ในไต้หวัน

 

1. เซเว่นอีเลเว่นที่ไม่มีพนักงานแคชเชียร์ 7-ELEVEN 無人超商 X-STORE ที่เขตซิ่นอี้ กรุงไทเป 

 

2. เซเว่นอีเลเว่นสไตล์สวยแบบมุ้งมิ้งที่สุดในไต้หวันที่กลายเป็นสถานที่ฮอตฮิตในการถ่ายรูปเล่น ตั้งอยู่ที่นครไทจง

 

3. เซเว่นอีเลเว่นที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ด้วยคอนเซ็ปต์แหล่งรวมขนมเบเกอรี่ ที่เขตซิ่นอี้ กรุงไทเป

More
ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561

2018-08-05 08:55:06

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. คนไต้หวันมีความโอบอ้อมอารีชอบช่วยเหลือคนอื่นเหมือนคนไทย โดยเฉพาะคนไต้หวันที่อยู่ต่างจังหวัด

       อย่างที่เมืองไถตง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีพนักงานของร้านเซเว่น ซึ่งในไต้หวันเรียกว่าถ่งอีเชาซัง หรือเรียกย่อๆ ว่า 小7 คนหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กชาวเมืองไถตงบอกว่า ตัวเขาเองเนื่องจากไม่ค่อยสบายทานยา ทำให้สมองเบลอ เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ โรงงานผลิตเสร็จและส่งมาถึงแล้ว ไม่ทราบจะจัดการอย่างไรดี ลำพังขายในร้านสะดวกซื้อเหลือบานแน่ จึงขอความช่วยเหลือชาวเน็ต ช่วยกันซื้อหน่อย เพื่อแก้ไขความผิดพลาดในครั้งนี่ ใครที่ซื้อเกิน 4 ชิ้น จะไปส่งถึงที่บ้าน

       หลังโพสต์ข้อความแล้ว ชาวเน็ตในเมืองไถตงจำนวนมากต่างเห็นใจพนักงานรายนี้ รีบเดินทางไปซื้อกันที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวทันที มีจำนวนมากที่ซื้อ 5 ชิ้นขึ้นไป ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ขนมปัง 660 ชิ้น ขายเกลี้ยงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ข่าวนี้ ถูกนำมาเผยแพร่ในโซเซียล ชาวเน็ตจำนวนมากชื่นชมความมีน้ำใจของชาวไถตงว่า มีจิตใจอบอุ่นยิ่งกว่าอากาศร้อนๆ ในขณะนี้เสียอีก

       คนไต้หวันเป็นผู้มีน้ำใจ มีความเป็นมิตร ใครมีความเดือดร้อน มักจะให้ความช่วยเหลือ ส่วนนี้ คล้ายๆ กับคนไทย ใครที่มาอยู่ไต้หวันคิดว่าน่าจะรู้สึกได้

 

คงไถตงน้ำใจงามช่วยพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เผลอสั่งขนมปังไส้หมูหยองและขนมปังช็อกโกแลต รวม 660 ชิ้น ราคากว่า 20,000 เหรียญ

 

2. น่าชื่นชม! ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยเฉพาะขวด PET นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ถึง 95%

       สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไต้หวันจัดงาน “นิทรรศการ 20 ปีกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ” ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 25 ส.ค. นี้  ณ Eco ARK ไทเป เอ็กโปปาร์ค ซึ่งเป็นอาคารขวด PET แห่งแรกของโลก

       ปี 2560 ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ทั้งสิ้น 4.13 ล้านตัน หรือคิดเป็น 52. 51% เป็นรองเพียงเยอรมนีและออสเตรียเท่านั้น ประสิทธิภาพในการจัดการขยะของไต้หวันถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

 

ไต้หวันรีไซเคิลขยะได้ปีละ 4.13 ล้านตันหรือ 52. 51% มากเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

       นิทรรศการนี้ เป็นการจัดแสดงผลสำเร็จด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไต้หวันที่เกิดจากความพยายามตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็นยุคต่างๆ ดังนี้ ยุคแรกเป็นยุคตลาดเสรีหรือที่เรียกกันว่า “ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า” ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับซื้อของเก่าถึงบ้าน ต่อมาเป็นยุคที่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ คือช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2531-2540 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้ประกอบการต้องพึ่งตนเอง ในขณะนั้นได้มีการประกาศจัดตั้งสมาพันธ์รีไซเคิลขยะขึ้นและสิ่งแรกที่นำมารีไซเคิลคือขวดพลาสติก PE (Polyethylene) จนถึงยุคปัจจุบัน (2561) นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกจำนวน 32 ทีม มีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สวมใส่ชุดกีฬาที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขวดพลาสติกรีไซเคิลของไต้หวัน โดยไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

ยุคซาเล้งรับซื้อของเก่า ซึ่งแต่ละบ้านจะเก็บขวดหรือกระป๋องที่ใช้แล้วนำไปขายให้ผู้ประกอบการที่มารับถึงบ้าน

 

 

ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 95%

 

       ต่อมาเป็นยุคแห่งการรีไซเคิลขยะซึ่งเป็นยุคการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลทรัพยากรให้เจริญก้าวหน้า โดยมีรัฐบาลเป็นหัวรถจักรนำพาภาคประชาชนร่วมมือกันจัดตั้งกองทุนบริหารการรีไซเคิลขยะ ซึ่งในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขยายตลาดในต่างประเทศแล้ว โดยขวดพลาสติก PET จากประเทศต่างๆ ถูกส่งมารีไซเคิลที่ไต้หวันหรือไต้หวันส่งออกเทคโนโลยีและประสบการณ์ไปยังประเทศอื่น

 

หุ่นยนต์บัมเบิ้ลบี เหลืองมหาประลัยที่ผลิตจากเศษชิ้นส่วน ตั้งโชว์ในงาน

 

       สาเหตุที่ไต้หวันสามารถจัดการรีไซเคิลขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้มากถึงขนาดนี้ มาจากรัฐบาลเริ่มจากปี 2531 มีการผลักดันโครงการรีไซเคิล 4 in 1 คือผนึกกำลัง 4 ฝ่ายเป็น 1 เดียว  แก้ไขปัญหาขยะล้น ได้แก่ชุมชนที่เป็นแหล่งเกิดขยะ ผู้ประกอบการเก็บขยะมารีไซเคิล หน่วยเก็บขยะของเมืองต่างๆ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาล และกองทุนขยะรีไซเคิลที่ผู้ประกอบการ ซึ่งผลิตสินค้าก่อให้เกิดขยะ ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน เพื่อให้กองทุนนำไปจัดการกับปัญหาขยะ การผนึกกำลังทั้ง 4 กลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น บวกกับรัฐบาลได้เปิดให้เอกชนร่วมกำจัดขยะโดยมีการจัดเป็นระบบนำขยะกลับมารีไซเคิลใช้อีก ทำให้ขยะถูกจัดการและนำกลับมาใช้ได้ใหม่

 

 สถานที่จัดงาน Eco ARK อาคารขวด PET แห่งแรกของโลก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก The Far Eastern Group สร้างขึ้นจากขวด PET รีไซเคิล 52 ล้านขวด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2561

2018-08-03 20:46:35

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นายจ้างเตรียมกุมขมับ กระทรวงแรงงานจะประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ ต้นทุนที่พักแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30%

      ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเตรียมควักเงินเพิ่ม กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเดิมกำหนดต้องมีพื้นที่พักคนละไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4.6 ตร.ม. ห้องอาบน้ำและห้องสุขาจากเดิมทุก 15 คนจะต้องมี 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมี 1 ห้อง ประมาณการคร่าวๆ นายจ้างจะต้องจ่ายต้นทุนที่พักแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 30% คาดส่งผลกระทบต่อนายจ้างในภาคการผลิตที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติกว่า 430,000 คน

      ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานยังกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องแนบใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านสาธารณะของสิ่งปลูกสร้างและใบรับรองผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ขณะที่รายงานการเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน และการตรวจสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ กรณีที่ขนาดหอพักไม่ถึงระดับที่ต้องมีใบรับรอง จะต้องมีการติดตั้งระบบเตือนอัคคีภัยตามกฎหมาย คาดว่ามาตรฐานหอพักแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ จะให้โอกาสนายจ้างปรับตัวเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นหากยังไม่ได้มาตรฐาน จะถูกลงโทษ หนักสุดถูกเพิกถอนสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติ จัดได้ว่า มีผลกระทบต่อผู้ประกอบที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เช่นอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ อุตสาหกรรมดั้งเดิมและการก่อสร้างเป็นต้น

 

กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ที่พักของแรงงานต่างชาติ เดิมกำหนดต้องมีพื้นที่พักคนละไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4.6 ตร.ม.

 

      ต่อมาตรฐานหอพักแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ข้างต้น นายจ้างจำนวนไม่น้อยร้องโอดครวญ ไม่เพียงแค่เรื่องของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากแต่ว่า ไม่มีพื้นที่ที่จะรองรับหอพักใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น

      ผู้ประกอบการบริษัทจัดหางานเปิดเผยว่า หากจะให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ดังกล่าว หอพักแรงงานต่างชาติจะต้องเพิ่มต้นทุนอีกอย่างน้อย 30% ยกตัวอย่างเช่น ห้องพักขนาด 10 ผิง หรือประมาณ 33 ตร.ม. เดิมมีเตียง 2 ชั้นพักกัน 8 คน แต่ระเบียบใหม่พักได้ไม่เกิน 6 คน จะต้องเพิ่มห้องพักจึงจะสอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ และห้องอาบน้ำ ห้องสุขาก็มีจำนวนตายตัวอยู่แล้วในสิ่งก่อสร้าง หากต้องเพิ่มมากขึ้น จะต้องสร้างใหม่หรือไปเช่าที่ใหม่

 

ห้องอาบน้ำและห้องสุขาจากเดิกำหนดทุก 15 คนจะต้องมี 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมี 1 ห้อง (ในภาพเป็นห้องน้ำที่สะอาดได้มาตรฐานของแรงงานไทย บ. Unitech สาขาอี๋หลาน)

 

2. ไทย-ไต้หวันจัดประชุมคณะกรรมการร่วมหารือปัญหาแรงงานไทยครั้งที่ 19 ณ กรุงเทพฯ ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่จะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยหลายประเด็น

      การประชุมคณะกรรมการร่วมหารือไทย-ไต้หวัน ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนกันเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 19 แล้ว ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค กทม. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันหลายประเด็น เช่น ฝ่ายไทยรับจะพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้าง เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยและติดค้างค่ารักษาพยาบาล และจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายของไต้หวันในเรื่องยาเสพติดให้โทษและการดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบว่า ค่าบริการรายเดือน เป็นค่าใช้จ่ายที่แรงงานต่างชาติสามารถเลือกเองได้ว่า จะใช้บริการของบริษัทจัดหางานหรือไม่เป็นต้น

      ในที่ประชุมมีการหารือปัญหาเกี่ยวกับการนำเข้าและการบริหารแรงงานไทย เช่น กรณีที่มีแรงงานไทยรายหนึ่งเสพและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง หลังจากถูกจับ ถูกลงโทษ หลังพ้นโทษ ระหว่างรอการส่งกลับเกิดอาการป่วยรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน แต่เนื่องจากเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่มีประกันสุขภาพ ไม่มีกำลังจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงกว่า 500,000 เหรียญไต้หวันได้ นอกจากนี้ เมื่อปี 2559 มีแรงงานไทยผิดกฎหมายถูกตรวจพบและส่งกลับอีก 25 ราย ยังคงติดค้างค่าอาหารระหว่างรอการส่งกลับและค่าตั๋วเครื่องบินกว่า 460,000 เหรียญไต้หวัน ฝ่ายไทยและไต้หวันตกลงจะร่วมกันหามาตรการแก้ไขปัญหาการติดค้างค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างได้ผลของแรงงานไทยผิดกฎหมายกลุ่นนี้ต่อไป

 

 แรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้าง เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ เมื่อเจ็บป่วยค่ารักษาพยาบาลกลายเป็นปัญหาใหญ่

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เทศกาลสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

เดือนผีมาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

เดือนผีมาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

2018-08-03 22:30:00

 

 คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เดือนผี (ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 ส.ค. ) มาถึงอีกแล้ว กับการเซ่นไหว้แบบจัดเต็มตามประเพณีสาร์ทจีน (25 ส.ค.) ที่เมืองจีหลง 

 

การประดับประดาโคมไฟยักษ์ในช่วงเทศกาลสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

 

ประตูผี (ด้านซ้าย) ที่วัดเหล่าต้ากง (老大公廟) ในเมืองจีหลง (基隆)

 

More
เหลียงเอินซั่ว

เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

2018-08-02 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เหลียงเอินซั่วลงแข่งหญิงเดี่ยวในเทนนิส WTA เป็นครั้งแรกที่เจียงซี และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

- ไต้จืออิ่งใช้เวลาเพียง 31 นาทีคว้าชัยนัดที่ 30 ติดต่อกันเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายหญิงเดี่ยวแบดมินตันชิงแชมป์โลกที่จีน

More
สายด่วน1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561

2018-08-05 07:06:23

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงถูกยุงกัด ป้องกันติดเชื้อโรคยุงเป็นพาหะ โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ ซึ่งอัตรายถึงตาย แม้รักษาหายโอกาสที่จะพิการค่อนข้างสูง

       ช่วงนี้มีแรงงานต่างชาติติดเชื้อโรคไข้สมองอักเสบหลายราย ล่าสุดเป็นแรงงานอินโดนีเซียในเมืองจางฮั่ว เกิดอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ หลังจากนายจ้างส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว  แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ พบบริเวณสถานที่ทำงานมีฟาร์มเลี้ยงหมู 2 แห่ง และมียุงรำคาญซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อของโรคไข้สมองอักเสบค่อนข้างหนาแน่น ปรากฎอาการไข้ขึ้นสูง หมดสติ แขนขาไม่มีแรงและมีอาการปอดอักเสบแทรกซ้อนด้วย แพทย์ยืนยันว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ JE

        ก่อนหน้านี้ ที่นครเกาสง ก็พบแรงงานเวียดนามป่วยเป็นโรคไขสมองอักเสบเช่นกัน กองอนามัยนครเกาสงเตือนแรงงานต่างชาติว่า หากมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ไข้ขึ้นสูง ซึ่งเป็นอาการของโรคไข้สมองอักเสบ ต้องรีบเข้ารับการรักษา เพราะโรคนี้ มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 20-40 เมื่อหายแล้วประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยจะมีความพิการเหลืออยู่ เช่น อัมพาตแบบแข็งเกร็งของแขนขา พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง บุคลิกภาพเปลี่ยน สติปัญญาเสื่อม เชาวน์ปัญญาเสื่อม

สำหรับวิธีป้องกันคือ หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมหรือเข้าใกล้คอกหมู ซึ่งเป็นแหล่งกำเหนิดยุงรำคาญ และเป็นพาหะนำเชื้อจากตัวหมูมาสู่คนได้ ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว นอนในมุ้งที่มิดชิดหรือมีมุ้งลวดกันยุง

 

ยุงรำคาญซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อของโรคไข้สมองอักเสบ มักจะออกกัดคนช่วงพลบค่ำ

 

2. สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ ปี 2560 ช่วยทวงคืนเงินค้างจ่ายได้แล้ว 161 ล้านเหรียญไต้หวัน

       สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ให้บริการไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคน/ครั้ง ช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิต ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ ซึ่งจะให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติ นายจ้างและบริษัทจัดหางานแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ

 

สายด่วน1955 ล่ามเคลื่อนที่และศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติ ปี 60 ทวงคืนเงินค้างจ่ายได้แล้ว 161 ล้าน NT$ ช่วยโอนย้ายนายจ้างสำเร็จ 2,220 ราย

 

       สถิติในปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้โทรศัพท์ไปใช้บริการถึง 210,688 สาย จำนวนนี้ร้อยละ 88 หรือ 184,823 สาย โทรศัพท์ไปขอรับคำปรึกษา ขณะที่ร้องเรียนปัญหาด้านแรงงานและกรณีพิพาท 24,722 สาย และร้องเรียนกรณีฉุกเฉิน 1,143 สาย ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างประสบความสำเร็จแล้ว 2,220 ราย ช่วยเรียกคืนค่าจ้างและเงินค้างจ่ายจากนายจ้างได้แล้ว 6,028 ราย รวมมูลค่า 161,467,231 เหรียญไต้หวัน

แรงงานต่างชาตินิยมที่ใช้บริการมากที่สุดได้แก่เวียดนาม ครองสัดส่วนร้อยละ 42.4 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด อันดับ 2 แรงงานอินโดนีเซีย ร้อยละ 31.8 อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 14.7 ส่วนแรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ร้อยละ 6.8

 

 การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ (ล่ามไทย) สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ผลัดเปลี่ยนให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยไม่มีวันหยุด

 

3. ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

       เป็นห้องสมุดเอกชนตั้งอยู่บนรถบรรทุก เจ้าของชื่นชอบวัฒนธรรมอาเซียน และอดีตเคยเป็นเจ้าของร้านขายหนังสือมาก่อน จึงสั่งซื้อหนังสือและนิตยสารจากประเทศอาเซียนมาบริการแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่โดยไม่คิดมูลค่า ในวันหยุดจะตระเวนขับไปจอดตามจุดต่างๆ ที่มีแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชุมนุมกัน ครั้งต่อไปคือวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 61 จะไปให้บริการที่ถ.อินโดนีเซีย หลังสถานีรถไฟไทเป และวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 61 ที่วงเวียนตงเหมินหรือตงเหมินหยวนหวนในเมืองซินจู๋ ใครที่ชื่นชอบอ่านหนังสือและอยู่ใกล้หรือว่างไปใช้บริการฟรีได้

 

นายหลินฉวินหรือเมาเกอ เจ้าของห้องสมุดเคลื่อนที่ฟรีสำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 

 

ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับแรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 

4. ไปฟังเรื่องราวจากคุณวรรณิภา เจ้าหน้าที่ล่ามของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แรงงานต่างชาติว่า เป็นหน่วยงานที่พิทักษ์สิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาและให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในทุกเรื่อง เปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการของสายด่วน 1955 ทำงานกันอย่างไร? และต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง จึงจะเข้าทำงานบริการนี้ได้?

 

  คุณวรรณิภา ล่ามไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ขณะปฏิบัติหน้าที่

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายหลินเจียหลง (林佳龍) ผู้ว่าการนครไถจง กร้าวต้องจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะว้นออกให้ได้

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 30 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 30 ก.ค. 61 ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์

2018-07-31 19:30:39

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่  30 ก.ค. 61

          1. ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ต่อกรจีนคอมมิวนิสต์ กรณียกเลิกสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออกของนครไถจง 

           2. นครไถจงยื่นอุทธรณ์ขอคืนสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออก 

           3. กรณียกเลิกสิทธิเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียตะวันออก ทำกระแสขอเปลี่ยนชื่อเป็นไต้หวันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ขึ้นสู่กระแสสูง ผุ้คนแห่งร่วมลงชื่อจัดลงประชามติประเด็นดังกล่าว 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
หลี่เจียเหวย

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-07-29 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Jess Lee (หลี่เจียเหวย) ในชุด About Jess และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ซีลีน ดิออนจัดเต็มสำหรับแฟนเพลงในไทเป /จางอ้ายเจียเมาท์จินเฉิงอู่ว่าหาตัวยากกว่าหลิวเต๋อหัว)

 

หลี่เจียเหวย (Jess Lee) และอัลบั้มเพลงชุด About Jess

 

ซีลีน ดิออนโผล่ตัวจากหลังคารถโบกมือทักทายแฟนเพลงอย่างเป็นกันเองหลังจบคอนเสิร์ต

 

จางอ้ายเจีย ดาราและผู้กำกับภาพยนตร์คนดังชาวไต้หวัน

More
สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 - สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่โดนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

2018-07-31 19:45:53

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

กองประชาสัมพันธ์ กรมการท่องเที่ยวไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายและเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไต้หวัน สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงไทเปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบไปเยือนมากที่สุดในปีนี้ 

 

อันดับ 1 ตลาดไนท์มาร์เก็ต

 

อันดับ 2 อาคารไทเป 101

 

อันดับ 3 ซีเหมินติง

 

อันดับ 4 ย่านธุรกิจซิ่นอี้

 

อันดับ 5 พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กง

More
ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561

2018-07-29 09:26:14

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก จ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน เฉลี่ยแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

       ไต้หวันจัดเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมซื้อประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยแบบสะสมทรัพย์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับใหม่ล่าสุดของ Swiss Re Sigma บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัยของสวิสเซอร์แลนด์ระบุว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา เบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวันสูงถึง 4,997 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือแต่ละคนจ่ายเบี้ยประกันภัยประมาณ 150,000 เหรียญไต้หวัน เลื่อนขึ้นมาจากอันดับที่ 9 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่ที่อันดับ 6 ของโลก และสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP สูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิตมากที่สุดในโลก เฉลี่ยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 150,000 เหรียญต่อคน และแต่ละคนมีกรมธรรม์ 2.14 ใบ

 

       เบี้ยประกันภัยต่อคนเป็นการรวมเอาเบี้ยประกันชีวิตและประกันทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ แต่หากแยกออกจากกัน มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของชาวไต้หวัน 150,000 เหรียญไต้หวัน มีจำนวน 127,900 เหรียญไต้หวัน เป็นเบี้ยประกันชีวิต พูดง่ายๆ คือคนไต้หวันนิยมชื้อประกันชีวิต ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 84% เฉลี่ยชาวไต้หวัน 23 ล้านคน แต่ละคนมีกรมธรรม์ประกันชีวิตคนละ 2.14 ใบ สูงที่สุดในโลก

 

 ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ในภาพเป็นแผนกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ของการไปรษณีย์ไต้หวันที่ได้รับความนิยม

 

       การที่มูลค่าเบี้ยประกันภัยต่อคนของไต้หวันสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุสำคัญมาจาก เบี้ยประกันชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2560 ที่ผ่านมา คนไต้หวันจ่ายเงินซื้อประกันชีวิตในวงเงินสูงถึง 3.42 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน แตกต่างไปจากคนยุโรปที่นิยมซื้อประกันภัยทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ หรือจะพูดว่า คนยุโรปกลัวทรัพย์สินของตนสูญเสียมากว่าก็ไม่ผิด ขณะที่คนไต้หวันนิยมซื้อประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองตัวเองและลูกหลาน ประกอบกับใช้การชื้อประกันชีวิตเป็นเครื่องมือในการประหยัดภาษี และบริหารการเงิน และไม่เฉพาะคนไต้หวันเท่านั้น ชาวเอเชียทั้งหลาย ต่างนิยมซื้อประกันชีวิตมากกว่าชาวตะวันตก

 

 สัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP ของไต้หวันสูงถึง 21.30% เลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 2 ของปีก่อนหน้านี้ มาอยู่อันดับ 1 ของโลก

 

2. เศรษฐีบริจาคเงินเป็นร้อยล้านไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก คนที่มีชีวิตลำบากแต่ยังนำเงินสะสมบริจาคเป็นเรื่องน่านับถือ

       อาม่า 蔡陳美วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล ผอ.โรงพยาบาลพยายามเกลี่ยกล่อมให้บริจาคซื้อเตียงหรือเก้าอี้เข็นก็พอ เหลือเงินไว้ใช้บ้างก็ไม่ยอม อาม่าบอกว่ารถพยาบาลเคยช่วยชีวิตแกไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง อาม่าบอกว่า ชีวิตวัยเด็กลำบาก แต่ปัจจุบันสบายดีลูกหลานกตัญญูแถมเป็น 小開 (อ่านว่าเสี่ยวไค แปลว่าแม้จะไม่ถึงกับร่ำรวย แต่พอมีอันจะกิน) กันทุกคนไม่ต้องลำบากอีกต่อไป

 

รถพยาบาลเคยช่วยชีวิตอาม่าไช่ไว้ จึงคิดอยากให้มีรถพยาบาลไว้ช่วยชีวิตคนอื่นๆ บ้าง

 

อาม่าไช่ 蔡陳美 วัย 80 ปีนำเงินที่ออมมาตลอดชีวิตและเบี้ยยังชีพคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 3,000 เหรียญไต้หวัน บริจาคให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่เกาะเผิงหูซื้อรถพยาบาล

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
2 คนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

2018-07-28 08:14:42

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวก ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

       กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป การยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ การขอใบอนุญาตทำงาน ขอโอนย้ายแรงงานต่างชาติไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ฯลฯ ไม่ต้องไปยื่นขอด้วยตนเองที่กระทรวงแรงงานอีกแล้ว อยู่ที่บ้านก็ทำได้ และเป็นบริการเปิดให้ยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องขอในช่วงเวลาราชการ

       นางชิวเยว่หยุน ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  กระทรวงแรงงานได้เริ่มโครงการการทำเรื่องโดยระบบออนไลน์มาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เป็นต้นมา จนถึงเดือนพ.ค. ปี 2561 นายจ้างและบริษัทจัดหางานในไต้หวันส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89 ยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติทางระบบออนไลน์ ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่ 2562 เป็นต้นไป จะใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด ยกเลิกการยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์

       ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติผู้นี้กล่าวว่า ยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาลงได้อย่างมาก การยื่นแบบดั้งเดิม เฉพาะส่งเอกสารและส่งกลับ ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หากเอกสารไม่ครบต้องเพิ่มเติมจะนานกว่านี้ แต่การยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนอนุมัติใช้เวลา ไม่เกิน 7 วัน นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยนายจ้างและบริษัทจัดหางานประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ผู้ยื่นส่วนใหญ่ทราบและเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันแล้ว ยังคงมีส่วนน้อยที่ยังใช้บริการแบบดั้งเดิม จึงเตือนให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานเหล่านี้ รีบปรับตัว เพราะในปีหน้า จะเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันทั้งหมดแล้ว

 

ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้

 

2. NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน

       เนื่องจากไม่พอใจการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานสูญเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ถูกตัดวันหยุดนักขัตฤกษ์ไป 7 วัน ขยายการบังคับใช้ของการทำงานในระบบความผิดชอบ ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันเสร์ แต่ใช้วิธีให้ไปหยุดในวันอื่นแทน เป็นต้น  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานจึงมีการชุมนุมสำแดงพลัง ในกรุงไทเป เรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานลงนามเพื่อให้ได้รายชื่อครบจำนวน 280,000 คน ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกในการลงประชามติแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

       ในการชุมนุมครั้งนี้ นอกจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังมีองค์กร NGO ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิลงคะแนนเสียงเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนด้วย โดยชูคำขวัญว่า อยู่ร่วมกัน ต้องมีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วยกัน

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มีแรงงานอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งชุมนุมอยู่ที่สถานีรถไฟไทเป ภายใต้การนำของกลุ่ม NGO ใช้ภาษาอินโดนีเซียร้องตะโกนเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของพวกตน หวังว่า รัฐบาลจะได้ยินเสียงสะท้อนจากแรงงานต่างชาติบ้าง 1 ในแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากไม่มีระบบการแปลภาษาที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทำให้แรงงานต่างชาติซึ่งไม่รู้กฎหมาย มักถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับแรงงานต่างชาติมาจากประเทศที่แตกต่างกัน ไม่สามารถจะสื่อสารกันได้ เขาจึงเรียกร้องให้แรงงานทั้ง 4 ชาติ รวมพลังสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เรียกร้องสิทธิประโยชน์ขของพวกตน เช่นเดียวกับการรวมพลังของแรงงานท้องถิ่น

 

NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป

 

       ด้านสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวันหรือ TIWA กล่าวว่า ชั่วโมงการทำงานของแรงงานต่างชาติยาวนานมาก แต่ละเดือนมากถึง 300 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าจ้างเพียง 30,000 เหรียญเศษ บวกกับมีเสียงวิจารณ์ในทำนองเหยียดหยามไม่น้อยที่ว่า แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ควรจะอดทนทำงานหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ทำให้สิทธิด้านแรงงานของแรงงานต่างชาติถูกละเลย ดังนั้น จึงหวังว่า แรงงานต่างชาติจะมีสิทธิเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ในการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยหวังว่า จะสามารถล่ารายชื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้กว่า 280,000 ราย ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกของการลงประชามติ

 

ขบวนรถรณรงค์เรียกร้องขอมีสิทธิมีเสียในการลงประชามติในกลุ่มแรงงานต่างชาติเริ่มเคลื่อนที่แล้ว

 

3. คดียิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต สถานีตำรวจซินจู๋ถูกสภาการตรวจสอบติงว่าทำเกินกว่าเหตุ

       คดีที่นายเหงือนกั๊วฟี คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้าง เมาสุราและยาไอซ์ ใช้ท่อนไม้และก้อนหินทุบรถและขัดขืนการจับกุม ต่อสู้และแย่งรถตำรวจ ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต นอกจากสำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว สภาการตรวจสอบได้ดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาการตรวจสอบแถลงผลการตรวจสอบ โดยท้วงติงสถานีตำรวจซินจู๋ว่า ใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       ทั้งนี้ในรายงานของสภาการตรวจสอบระบุว่า สถานีตำรวจซินจู๋ ไม่ได้กวดขันการฝึกซ้อมยิงปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจในสังกัด ขณะปฏิบัติหน้าที่  ใช้ปืนอย่างไม่เหมาะสม ระยะเวลา 12 วินาที ยิงรัวถึง 9 นัด กระสุนฝังร่างของแรงงานต่างชาติ ลูกกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณเอวและหลัง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติรายนี้เสียชีวิต เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบในการใช้ปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังล่าช้าในการส่งผู้ถูกยิง จนเป็นเหตุให้เสียเลือดปริมาณมากจนเสียชีวิต

       ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉงเหวิน พลตำรวจจากสถานีตำรวจจู๋เป่ย ก็ถูกสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต จากการใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ

       คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับผลคืบหน้าของคดีนี้ แม้สภาการตรวจสอบจะลงความเห็นว่าตำรวจเป็นฝ่ายผิด แต่ยังคงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ตำรวจไต้หวันปัจจุบัน ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล

 

กลุ่ม NGO ประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดีคดีตำรวจยิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต

 

4. สองคนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ ตำรวจตรวจสอบแก๊งค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง

       ยาเสพติดให้โทษโดยเฉพาะยาไอซ์ ยังคงระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ เมื่อปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเห็น 2 คนงานไทยขับขี่มอเตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมาบนถนน เรียกให้หยุดแล้วให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.77 mg/L เดินแทบไม่ได้ ยังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อันตรายมาก จากการตรวจดูเอกสารคนงานไทยทั้ง 2 เป็นแรงงานถูกกฎหมายมาทำงานได้ 6 ปีแล้ว ได้แก่นายกำธร อายุ 33 ปี และนายสมัคร อายุ 26 ปี ทั้งสองทำงานอยู่ในโรงงานแถวซู่หลิน แต่อยู่คนละโรงงาน หลังตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์แล้ว ตำรวจถามว่า พกอะไรผิดกฎหมายมาด้วยหรือเปล่า คนงานไทยทั้ง 2 รีบตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมยโหย่ว เหมยโหย่ว แปลว่าไม่มี แต่พอตำรวจตรวจดูกระเป๋าก็มีซองเกล็ดสีขาวๆ เหมือนเกล็ดหิมะหรือยาไอซ์หล่นลงมา 2 ซอง ตำรวจถามว่า นี่คืออะไร นายสมัครรีบรับสารภาพทันทีว่าเป็นยาไอซ์ของตน มีไว้เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัวจะได้ไม่ง่วงในเวลาทำโอที แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลว่าซื้อมาจากไหน ตำรวจจึงรวบตัวคนงานไทยทั้งสองไปยังสถานีตำรวจ ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นอันตรายต่อสาธารณะและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง

       ก่อนหน้านี้  ตำรวจเพิ่งจะตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซียในเขตซู่หลินมียาไอซ์ไว้ในครอบครอง จึงมีการตรวจสอบ เพื่อตามหาแก๊งยาเสพติดให้โทษที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว

 

 

    2 คนงานไทยที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป เมาแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์แถมพกยาไอซ์โดนจับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More