QR Code
สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 10 ม.ค. 61 รายงานพิเศษภาวะผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อายุน้อยลงทุกขณะ
2018-01-10
  • รัฐบาลแจกกำไลป้องกันการหลงทางสำหรับคนชราที่เป็นโรคอัลไซเมอร์

    รัฐบาลแจกกำไลป้องกันการหลงทางสำหรับคนชราที่เป็นโรคอัลไซเมอร์

    โครงการแจกกำไลป้องกันการหลงทางสำหรับคนชราที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ให้ความช่วยเหลือคนชรา
  • โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ

    โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ

    โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ
  • โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ

    โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ

    โรคอัลไซเมอร์คุกคามผู้คนยุคใหม่มากขึ้นทุกขณะ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 10 ม.ค. 61

 

รายงานพิเศษภาวะผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อายุน้อยลงทุกขณะ สัญญานเตือนผู้คนระวังโรคความจำเสื่อมรุกล้ำสุขภาพของคุณ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

2018-10-09 19:06:46

อีกเพียงไม่กี่เดือนก็ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ ผู้คนเริ่มวางแผนเดินทางจองตั๋วเครื่องบินไปเคาท์ดาวน์ สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

More
ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

2018-10-07 09:31:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ไต้หวันโชคดีอีกแล้ว กองเรย ไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ ซึ่งเป็นลูกใหม่ล่าสุด เดิมมีแนวโน้มมุ่งหน้ามายังไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้กลับเลี้ยวโค้งหักศอกขึ้นเหนือไปทางเกาหลีและญี่ปุ่นตามเคย สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่เฉพาะกับไต้ฝุ่นกองเรยเท่านั้น ยังเกิดขึ้นมาแล้วกับไต้ฝุ่นหลายลูก สื่อไต้หวันบางฉบับเขาพาดหัวตามสำนวนนิยายกำลังภายในว่า ปีนี้ ไต้หวันมีวิชาระฆังทองคุ้มกาย หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 金鐘罩 (อ่านว่า จินจงเจ้า) ไต้ฝุ่นเข้าใกล้ทีไร เป็นต้องเบี่ยงเบนทิศทางไปทางอื่น ความจริงแล้ว ไต้หวันไม่มีกำลังภายในหรอก แต่เป็นเพราะปีนี้ความกดอากาศสูงในมหาสมุทรแปซิฟิกมีกำลังแรงเป็นพเศษ และตำแหน่งอยู่ค่อนไปทางทิศเหนือ ส่งผลให้โน้มน้าวไต้ฝุ่นพัดไปทางญี่ปุ่น เกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ หากตำแหน่งของความกดอากาศสูงอยู่ค่อนไปทางทิศใต้ ไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น โอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันก็จะสูงขึ้น

 

 ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี แต่มีเพียงมาเรียที่พัดเฉียดไต้หวันไป ลูกอื่นๆ เลี้ยวโค้งไปทางอื่นหมด

 

2.  เข้าสู่เดือนตุลาคม แม้ยังมีพายุไต้ฝุ่นซึ่งมักจะเกิดในฤดูร้อนอยู่ แต่อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นลง ลมหนาวจากภาคเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่แผ่ลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ อุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกและเช้า จะแตกต่างกับกลางวันถึง 10°c ทีเดียว อากาศเช่นนี้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเกิดอาการป่วยได้ โยเฉพาะคนที่เป็นป่วยเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาจกำเริบเสียชีวิตได้ง่าย ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมาเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดมีปัญหาได้

 

3. พายุฝุ่นละอองระลอกแรกที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่งผลให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 25 แห่งทางภาคตะวันตกของไต้หวันตั้งแต่นครนิวไทเปถึงนครเกาสงปรากฏสัญญานเตือนภัยเป็นสีส้มและสีแดง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน บุคคลทั่วไปควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

 อากาศเริ่มเย็นแล้ว โดยเฉพาะกลางคืนและเช้า ระวังร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไม่สบายได้ง่าย

 

4. วันพุธที่ 10 ต.ค.นี้เป็นวันชาติไต้หวัน รัฐบาลเตรียมฉลองวันชาติปีนี้อย่างยิ่งใหญ่  เริ่มจากการแสดงแสงสีเสียงที่ทำเนียบประธานาธิบดีทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ทุกคืนระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

         สำหรับพิธีฉลองวันชาติอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. และปิดฉากลงด้วยการจุดพลุฉลองวันชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสถานที่จุดพลุจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ โดยปีนี้ถึงคิวของเมืองฮัวเหลียน

         พลุที่เตรียมจะจุดในคืนวันชาติ (10 ต.ค.) ปีนี้ มีจำนวนมากถึง 30,860 ดอก ทำสถิติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้มีพลุยักษ์ขนาดความยาว 42 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม.หนัก 35 กก. จำนวน 2 ดอก เป็นไฮไลท์ของการจุดพลุฉลองวันชาติปีนี้ ซึ่งจะแบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

 ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค.นี้

 

วันชาติปีนี้ (10 ต.ค.) จะมีการจุดพลุที่เมืองฮัวเหลียน 30,860 ดอก แบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ณ สิงหาคม 2561 ในไต้หวันมีผู้อนุบาลต่างชาติ 253,679 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

2018-10-06 07:25:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นโยบายให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ถูกวิจารณ์ว่าปล่อยให้สถานศึกษาขายบัตรประชาชน รัฐบาลโต้ว่า เข้าใจผิด จะออกใบถิ่นที่อยู่ให้ ไม่ใช่บัตรประชาชน

       สืบเนื่องจากรัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและฝีมือระดับปานกลางหรือแรงงานกึ่งฝีมือ โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาที่เป็นลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเล หลังจบการศึกษาแล้ว หากประสงค์จะทำงานและมีนายจ้างว่าจ้าง จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ และหากเป็นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีอยู่ทำงานต่อเนื่องครบ 5 ปี นักศึกษาระดับปวช. ปวส. อยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ โดยจะกลายเป็นแหล่งแรงงานกึ่งฝีมือที่สำคัญของไต้หวัน มาตรการนี้ ถูกนายเฉินป๋อจื้อ ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันวิจารณ์ว่า อาจส่งเสริมให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรของประเทศ กลายเป็นสถานฝึกอบรมแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชนที่ด้อยคุณภาพ หาเด็กนักศึกษาเข้าเรียนไม่ได้ นำเข้านักศึกษาคุณภาพต่ำจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาฝึกอบรม จากนั้นเข้าทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาบางแห่งมีสภาพการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว ทำให้เดิมขายเพียงวุฒิบัตรการศึกษา ยกระดับกลายเป็นขายบัตรประชาชน

 

 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีนักศึกษาจากกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวันจำนวน 38,000 คน

 

       ต่อคำวิจารณ์ข้างต้น นาง Kolas Yotaka โฆษกสภาบริหารชี้แจงว่า ข้อความข้างต้น เป็นความเข้าใจเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่คลาดเคลื่อน ร่างกฎหมายฉบับบี้ ไม่ได้อนุญาตให้นักศึกษาจากกลุ่มประเทศตามนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ที่เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวัน สามารถขอบัตรประชาชนของไต้หวันได้ แต่จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันจนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด จึงมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1. นายจ้างมีความต้องการ ซึ่งเป็นการแสดงว่า ไต้หวันขาดแคลนบุคลากรเหล่านี้ 2. นักศึกษาเหล่านี้ จะต้องผ่านการสอบและได้รับใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง และประการที่ 3 จะต้องอยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี สำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และครบ 7 ปีสำหรับผู้จบระดับอาชีวศึกษา จึงจะมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ แต่ไม่ใช้ขอบัตรประชาชน จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะเข้าใจวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ถูกต้องของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

 วิทยาลัยอาชีวจงซานที่เกาสงเปิดรับนักศึกษาต่างชาติรุ่นแรกเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ปัจจุบันศิษย์เก่าเป็นผู้บริหารระดับสูงบ.ไฮเทคหลายแห่ง ในภาพเป็นนักษาต่่างชาติสาขาอิเลคทรอนิคส์ของวิทยาลัยแห่งนี้กำลังฝึกงานภาคปฏิบัติ

 

 

 วิทยาลัยอาชีวจวงจิ้งในนครนิวไทเป ปีนี้รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน 300 คน ส่วนใหญ่เรียนในสาขาทำอาหารและเบเกอรี่ มีการส่งไปฝึกงานในภัตตาคารต่างๆ

 

2. ไต้หวันเล็งออกมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้ นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 28,000 ครัวเรือนได้รับอานิสงส์

       กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา อนุมัติเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลัก ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสน ในวงเงิน 182 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือกึ่งหนึ่งของยอดจำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ 364 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่า มีนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้รับอานิสงส์กว่า 28,000 ครัวเรือน ในอนาคต นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาล ไม่ต้องกลัวว่าผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างจะขอลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว หรือลาหยุดพัก จะไม่มีคนมาช่วยดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยอนุบาลดูแลตลอดอีกต่อไป

 

ในอนาคต ผู้อนุบาลจะได้หยุดพักกันบ้างแล้ว โดยไต้หวันจะเริ่มใช้ระบบช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้

 

       ปัจจุบัน ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนจำนวน 236,000 คน สิ่งที่นายจ้างผวากันมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างดูแลผู้ป่วย หากมีปัญหา จะทำให้ขาดคนดูแล และมีเพียงผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี ลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเกิน 1 เดือนขึ้นไป จึงจะยื่นขอเงินช่วยเหลือเพื่อว่าจ้างผู้อนุบาลทดแทนที่จะมาดูแลผู้ป่วยชั่วคราว หากผู้อนุบาลลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวในระยะสั้น หรือลาพักผ่อน ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยดูแลตลอด จะประสบปัญหาขาดคนดูแลทันที

       นายเสวีย เจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานของไต้หวันแถลงว่า เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นมาตรการนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยในชั้นแรก จะอุดหนุนครอบครัวที่มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วยก่อน ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่อยู่คนเดียว หรือผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือเป็นคนพิการในระดับรุนแรง จากนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประเมินทบทวน ขยายครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการให้มากขึ้น   ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นอกจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว รัฐบาลได้เตรียมผู้นุบาลชาวไต้หวันที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวไว้ จำนวน 32,000 คน และคาดว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะสามารถดำเนินการได้....ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

ณ สิงหาคม 2561 มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน ตำแหน่งผู้อนุบาล จำนวน 253,679 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ปูวั่นหลี่

เที่ยวชิวชิวในฤดูใบไม้ร่วง กับการเดินชมเทศกาลกล้วยไม้ ชิมปูวั่นหลี่ และเที่ยวประภาคารที่แหลมซานติอาโก้

เที่ยวชิวชิวในฤดูใบไม้ร่วง กับการเดินชมเทศกาลกล้วยไม้ ชิมปูวั่นหลี่ และเที่ยวประภาคารที่แหลมซานติอาโก้

2018-10-05 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ จะพาคุุณผู้ฟังไปเที่ยวชิวชิวในฤดูใบไม้ร่วง 

      - เดินชมกล้วยไม้ในเทศกาลกล้วยไม้พันธุ์หวายจัดขึ้นที่ทำเนียบเก่าของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ระหว่างวันที่ 3 -14 ต.ค. 61

      - ขึ้นเหนือไปชิมปูที่เขตวั่นหลี่ของนครนิวไทเป

      - ตะลอนต่อไปจุดที่อยู่ตะวันออกสุดของเกาะไต้หวันเพื่อเที่ยวชมประภาคารสุดกรีซ ที่แหลมซานติอาโก้

 

เทศกาลกล้วยไม้พันธุ์หวายจัดขึ้นที่ทำเนียบเก่าของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ระหว่างวันที่ 3 -14 ต.ค. 61

 

ประภาคารทรงกรีกที่ตั้งอยู่บริเวณที่เป็นจุดตะวันออกสุดของเกาะไต้หวัน

 

ฤดูกินปูวั่นหลี่เปิดฉากขึ้นแล้ว นครนิวไทเปจัดที่จอดรถฟรีที่เฝ่ยชุ่ยวัน พร้อมมีบริการรถรับส่งระหว่างจุดจอดรถกับท่าเรือกุยข่ง/เย๋หลิ่ว

 

More
โจวเทียนเฉิง

เก่งจริงไอ้น้อง! โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เกาหลีใต้

เก่งจริงไอ้น้อง! โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เกาหลีใต้

2018-10-04 22:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เก่งจริงไอ้น้อง! โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เกาหลีใต้

- เซี่ยสูเหวยอดเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในเทนนิสหญิงคู่ที่อู่ฮั่นอย่างน่าเสียดาย

More
แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต มีสิทธิยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพของไต้หวันได้

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561

2018-10-10 06:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1) ไต้หวันเป็นประเทศเดียวที่จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติที่อดีตเคยเดินทางไปทำงานภาคการผลิตที่ไต้หวัน ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายใด ช่วงเวลาไหน? เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยของไต้หวันได้ ในอัตราอายุงาน 1 ปีจะได้ 1 เดือน

            ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา กองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันอุมัติคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยไปแล้วกว่า 300 ราย รวมเงินบำเหน็จที่ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 13 ล้านเหรียญไต้หวัน

            แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในภาคการผลิตในไต้หวัน เช่นในโรงงาน ไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวน กว่า 480,000 คน จากยอดจำนวน 690,000 คน  (ยกเว้นลูกจ้างตำแหน่งผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน)  นายจ้างที่ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งเอาประกันภัยให้แรงงานทุกคน ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 9.5% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน (แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 22,000 เหรียญไต้หวัน) ในจำนวนนี้แรงงานรับผิดชอบ 20 % ที่เหลือนายจ้างรับผิดชอบ 70% และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% (แรงงานรับผิดชอบ 418 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 1,463 เหรียญไต้หวัน ที่เหลือรัฐบาลรับผิดชอบ 220 เหรียญไต้หวัน)

 

แรงงานต่างชาติที่เคยเดินทางไปทำงานภาคการผลิตที่ไต้หวัน เมื่ออายุครบ 60 ปี สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพของไต้หวันได้

 

2) การเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน จะ ได้รับการคุ้มครองอะไรบ้าง?

            - ได้รับเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจากการทำงาน

            - ได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพและเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต

            - ได้รับเงินสงเคราะห์กรณีทายาทสายเลือดตรงเสียชีวิต (บิดามารดา คู่สมรส และบุตร)

            - ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

 

3) คุณสมบัติและเงื่อนไขในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากประกันภัยแรงงานไต้หวัน

            1. ต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในภาคการผลิต ก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร จะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ

            2. อายุครบ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน

            3. อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนฯ ไม่ถึง 5 ปี ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนฯ สามารถรวมสะสมกันได้)

            4. วิธีและขั้นตอนในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ผู้มีสิทธิ์กรอกใบคำร้องและใบรับเงิน (อยู่ในใบเดียวกัน ขอรับได้จาก สนง.แรงงานจังหวัดในท้องที่หรือกระทรวงแรงงานไทย) ทั้งนี้ ใบคำร้องเป็นภาษาจีน แรงงานไทยผู้มีสิทธิ์ ให้กรอกชื่อ และบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ (ตามชื่อในหนังสือเดินทางเล่มเดิม)

            5. แนบหลักฐานแสดงตนดังนี้

            - สำเนาหนังสือเดินทาง (เล่มเก่าๆ)

            - สำเนาใบถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC (ใบเก่าๆ)

            - หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่เปิดบัญชี

            - สำเนาทะเบียนบ้าน

 

4) เอกสารที่กล่าวมาทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน การสะกดชื่อของผู้ยื่นขอ ต้องตรงตามในหนังสือเดินทาง และผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ยกเว้นสำเนาใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC)  ซึ่งเป็นเอกสารของราชการไต้หวัน ไม่ต้องแปลและผ่านการรับรอง (ข้อแนะนำ ควรเก็บสำเนาหรือใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC) เก่าๆ ไว้ทุกใบ เพื่อความสะดวกในการตรวจหาข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงาน)

 

ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยไปแล้ว กว่า 300 ราย มูลค่ากว่า 10 ล้าน NT$

 

5) หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ (ไต้หวัน) ที่สำนักงานแรงงานไทเป 02-27011413 (ไทย) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงานไทย 0-22321242

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน (กลาง) ร่วมอวยพรวันเกิดอาร์ทีไอ 90 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 1 ต.ค. 2561 อาร์ทีไอ ฉลองวันเกิด 90 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 1 ต.ค. 2561 อาร์ทีไอ ฉลองวันเกิด 90 ปี

2018-10-02 19:55:48

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 1 ต.ค. 2561

          1. อาร์ทีไอ ฉลองวันเกิด 90 ปี คึกคัก เต็มไปด้วยความหมาย 

ปธน.ไช่อิงเหวินเผย หากมองไม่เห็นความยั่งยืนของไต้หวัน ก็จะไม่มีความยั่งยืนที่แท้จริงบนโลก

         เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน 2561 ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (蔡英文) เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน International Conference on Achieving Sustainability in Asia-Pacific (ASAP) ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 สถานีวิทยุอาร์ทีไอ (Radio Taiwan International) ภายใต้ประเด็นเรื่อง “การนับถอยหลังของโลก และเสียงจากสื่อมวลชน” โดยประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้กล่าวในระหว่างการเปิดงานว่า พวกเรามีความเชื่อมั่นง่ายๆ ว่าโลกใบนี้ไม่มีแบ่งแยกเธอกับฉัน และมีเพียงไต้หวันเท่านั้นที่ยังยั่งยืนอยู่ได้บนความไม่ยั่งยืน ขณะเดียวกันหากนานาชาติมองไม่เห็นความยั่งยืนของไต้หวัน ก็จะไม่มีความยั่งยืนที่แท้จริงบนโลก ดังนั้นไต้หวันจึงยืนหยัดที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้ต่อไป เราต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนจนทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่พัฒนาได้อย่างยั่งยืนบนโลกใบนี้ และทำให้ไต้หวันสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในบริบทต่างๆ ของประชาคมโลก

        ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินอีกกล่าวว่า  ตลอดสองปีที่ผ่านมาไต้หวันใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อดำเนินนโยบายตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานหรือการเลือกใช้พลังงานทดแทนของหน่วยงานภาครัฐ หรือการจัดตั้งหน่วยงาน National Sustainable Development Network ของสภาบริหารไต้หวัน เพื่อร่างแผนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้บรรลุตามเป้าหมาย  และมีการปรับแก้มาตรการในระดับการปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนนโยบายหลักด้วย

        นอกจากนี้ประธานาธิบไช่อิงเหวินยังได้กล่าวถึงสถานีวิทยุอาร์ทีไอเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีว่า ประวัติศาสตร์กว่า 90 ปีของสถานีวิทยุอาร์ทีไอเป็นเหมือนอีกหน้าประวัติศาสตร์ของไต้หวัน เพราะสถานีวิทยุอาร์ทีไอมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกับระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน วันนี้สถานีอาร์ทีไอนอกจากจะเป็นองค์กรสื่อเก่าแก่ที่พัฒนาตัวเองเข้าสู่ยุคอินเตอร์เนตและสื่อออนไลน์แล้ว ก็ยังมีการลงทุนในภาษาต่างประเทศเพื่อเปลี่ยนผ่านฟังก์ชั่นการรับฟังรายการให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัลที่มีทั้งภาพและเสียงอย่างสมบูรณ์ด้วย

          2. เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ ปลายปีนี้งวดเข้ามาทุกขณะ ทุกพรรคระดม สส. ลงพื้นที่ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

More
สวี่หรูหยุน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสวี่หรูหยุน ในชุด 綻放的綻放的綻放 (Fraya) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสวี่หรูหยุน ในชุด 綻放的綻放的綻放 (Fraya) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-09-30 22:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสวี่หรูหยุน ในชุด 綻放的綻放的綻放 (Fraya)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลินจื้ออิ่งโพสภาพบน IG บอกไปหาของกินยามดึก แต่ชาวเน็ตกลับเห็นอะไรบางอย่างในรูป / ข่งลิ่งฉีโพสต์ภาพหวานแหววกับแฟนสาวพร้อมอวดแหวนหมั้น)

More
ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. 61

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. 61 - หมั่นโถวดอกกุหลาบ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. 61 - หมั่นโถวดอกกุหลาบ

2018-10-02 18:05:40

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว หมั่นโถวดอกกุหลาบ ขนมบ้านๆ แต่มีไอเดียในการสร้างสรรค์จนทำให้ฮอตฮิตมาก มีออร์เดอร์ใบสั่งซื้อล่วงหน้ายาวไปจนถึงสิ้นปี ที่นครไถหนาน

 

 

 

More
ชาวเมืองซินจู๋มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนสูง 1,010,000 NT$ ตามหลังกรุงไทเป

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561

2018-09-30 09:21:46

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น เฉลี่ย 80.4 ปี ติดอันดับแถวหน้าของโลก ชาวกรุงไทเปอายุยืนสุด 83.6 ปี ไถตงต่ำสุด 75.5 ปี

       กระทรวงมหาดไทยไต้หวันประกาศตารางชีพแบบย่อประจำปี 2560 ปรากฏว่า ชาวไต้หวันมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 80.4 ปี โดยเพศหญิงมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี ผู้ชาย 77.3 ปี ทำสถิติใหม่ทั้งคู่ ตัวเลขนี้ต่ำกว่าญี่ปุ่น สเปน สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์ แต่สูงกว่าอายุขัยเฉลี่ยของโลก

       ตารางชีพแบบย่อประจำปี 2560 ของกระทรวงมหาดไทยพบว่า อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไต้หวันอยู่ที่ 77.3 ปี น้อยกว่าผู้ชายญี่ปุ่น แต่มากกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของผู้ชายทั่วโลกถึง 10.6 ปี ส่วนผู้หญิงที่มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี ก็สูงกว่าตัวเลขโดยเฉลี่ยของโลก 8.7 ปี

       หากดูจากเขตพื้นที่ เมืองในไต้หวันที่มีอายุยืนยาวที่สุดได้แก่ กรุงไทเป มีอายุขัยโดยเฉลี่ยสูงถึง 83.6 ปี รองลงมาเป็นนครนิวไทเป 81.17 ปี เมืองซินจู๋  80.9 ปี เถาหยวน 80.7 ปี นครไทจง 80.34 ปี ไถหนาน 79.73 ปี เกาสง 79 ปี ส่วนเมืองที่ประชากรอายุยืนยาวน้อยสุดในไต้หวัน ได้แก่เมืองไถตง เฉลี่ย 75.5 ปี อายุสั้นกว่าชาวกรุงไทเป 8.1 ปี

อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไต้หวันอยู่ที่ 77.3 ปี มากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ชายทั่วโลกถึง 10.6 ปี ส่วนผู้หญิงที่มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 83.7 ปี มากกว่าค่าเฉลี่ยของโลก 8.7 ปี

 

       สาเหตุที่ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น กระทรวงมหาดไทยวิเคราะห์ว่า มาจากความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์ ประชาชนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น นิยมออกกำลังกายมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างในกรุงไทเป มีระบบขนมวลชนที่สะดวกรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมาก ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ไปมาสะดวก ระหว่างขึ้นลงรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง ส่วนใหญ่จะใช้เดินเพราะห่างกันไม่ไกล รวมทั้งมีสวนสาธารณจำนวนมาก มีศูนย์ออกกำลังกายของรัฐทุกเขตพื้นที่และมีจักรยานสาธารณะราคาถูกและสะดวกมีแทบทุกที่ ประกอบกับมีโรงพยาบาลได้มาตรฐานโลกมากมาย รวมถึงมีคุณชีวิตที่ดี ทำงานช่วงเช้า 09.00  น. ตื่น 07.30 น. ทานอาหารเช้าแล้วค่อยออกบ้านไปทำงานสบายๆ

 

 

2. ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนของคนไต้หวันทะลุหลัก 800,000 NT$ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

       สำนักสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวันสาธารณรัฐจีนเผยแพร่สถิติค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาพบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนทั่วไต้หวันประจำปี 2560 อยู่ที่ 811,670 เหรียญไต้หวัน ทะลุหลัก 800,000 เหรียญเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และทำสถิติใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เทียบกับปี 2559 เพิ่มขึ้น 4.49%  โดยกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือน 1,080,000 NT$ สูงที่สุดในไต้หวัน เฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 90,000 NT$  เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5,000 NT$ ตามมาด้วยเมืองซินจู๋มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือน 1,010,000 NT$

 

 

สำหรับนครใหญ่แห่งอื่นๆ ของไต้หวันนอกเหนือจากกรุงไทเป อาทิ นครนิวไทเปมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนอยู่ที่ 820,000 NT$ เถาหยวน 880,000 NT$ ไทจง 850,000 NT$ และไถหนาน 710,000 NT$

       ทั้งนี้ รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดของคนไต้หวันคือ ค่าที่พักอาศัยและค่าไฟค่าน้ำคิดเป็น 19.4% รองลงมาคือค่าอาหารเครื่องดื่ม 12.7%

       สำหรับกรุงไทเปเมืองที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนสูงที่สุดในไต้หวันนั้น รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดของคนไทเปคือ ค่าที่พักอาศัย โดยเป็นค่าเช่าบ้านกับค่าผ่อนบ้านสูงที่สุดเดือนละ 23,300 NT$ รองลงมาคือค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเฉลี่ยเดือนละร่วม 3,000 NT$ ส่วนชาวเมืองซินจู๋ รายการค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดคือค่าอาหารที่ทานในร้านอาหารกับค่าโรงแรมเฉลี่ยเดือนละร่วม 10,000 NT$ สูงที่สุดในไต้หวัน และตามมาด้วยค่ายานพาหนะปีละ 6,7921 NT$ แพงกว่าชาวไทเปที่มีค่ายานพาหนะแค่ปีละ 4,700 กว่า NT$ เท่านั้น

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
การยิงพลุที่ทะเลสาปสุริยันจันทรา

จัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากัน

จัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากัน

2018-10-04 09:21:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

 

       - 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันครูในไต้หวัน ขอให้คุณครูทุกท่านสุขภาพแข็งแรงมีความสุขมากๆ นะครับ

       - ดอกเหลืองโกเมนเริ่มบานสะพรั่งทั่วไทเป กับจุดชมดอกไม้ยอดฮิต

       - ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม - 17 พฤศจิกายนนี้ ทุกๆ คืนวันเสาร์จะมีการยิงพลุและแสดงดนตรีที่ทะเลสาปสุริยันจันทรา เตรียมจัดคิวไปชมพลุเคล้าเสียงเพลงที่ทะเลสาปสุริยันจันทรากันเลยครับ 

 

บรรยากาศการชมพลุเคล้าเสียงดนตรีที่ทะเลสาปสุรยันจันทรา

 

บรรยากาศในการซ้อมพิธีเซ่นไหว้ขงจื้อ ที่ศาลขงจื้อกรุงไทเป

 

ดอกเหลืองโกเมน (ไถวันหร่วนซู่) เปลี่ยนสี ถือเป็นสีสันสุดสวยแห่งฤดูใบไม้ร่วงของไต้หวัน

 

ดอกเหลืองโกเมนแสนสวย ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ร่วงในไต้หวัน

More
สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561

2018-09-28 23:00:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เปิดให้แสดงความเห็นถึง 5 ต.ค. นายจ้างส่วนใหญ่เห็นว่ากำหนดค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือสูงเกินไป เกรงกลายเป็นวาดวิมานกลางอากาศ

        เพื่อจะแก้ปัญหาอัตราการเกิดตกต่ำและนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการยกระดับอุตสาหกรรม ไต้หวันได้ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ดึงดูดบุคลากรและกำลังแรงงานต่างประเทศให้ย้ายถิ่นมาพำนักและทำงานที่ไต้หวัน โดยร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ อยู่ในขั้นตอนประกาศให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็นมาตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม กำลังจะครบ 2 เดือน หมดเขตเปิดให้แสดงความเห็นในวันที่ 5 ต.ค. นี้ จากนั้นเตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติภายในเดือนต.ค.นี้

 

ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่จะเปิดให้แสดงความเห็นถึง 5 ต.ค. นี้ จากนั้นจะส่งสภานิติบัญญัติพิจารณาปลายต.ค.

 

      คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เชิญชวนทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น เพื่อให้นโยบายดึงดูดบุคลากรต่างชาติดังกล่าวมีความครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุด ทั้งนี้ นับตั้งแต่ประกาศให้ประชาชนแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. เป็นต้นมา ได้จัดทำประชาพิจารณ์ โดยเชิญชวนตัวแทนผู้ประกอบการ กลุ่มแรงงาน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการมาร่วมแสดงความเห็นไปแล้ว 4 รอบ ประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจมี 3 ข้อ ในจำนวนนี้ ประเด็นที่มีเสียงถกเถียงมากสุดได้แก่ เงื่อนไขค่าจ้างของแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปและนายจ้างยินยอมจ่ายค่าจ้าง 41,393 เหรียญไต้หวัน ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ ฝ่ายผู้ประกอบการและฝ่ายแรงงานเกิดความเห็นแบ่งแยกออกเป็น 2 ขั้ว โดยตัวแทนฝ่ายผู้ประกอบการเห็นว่าสูงเกินไป โอกาสที่นายจ้างจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้วยเงินเดือนนี้มีน้อย ต้องการให้ปรับลดลง เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลสามารถนำไปปฏิบัติได้ ส่วนทางด้านตัวแทนกลุ่มแรงงานมีความเห็นตรงกันข้าม พวกเขาเห็นว่า ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานกึ่งฝีมือตั้งไว้ที่ 41,393 เหรียญไต้หวัน ถือว่าเหมาะสมแล้ว ไม่ควรจะปรับลดลง เพื่อไม่ให้นโยบายยกระดับแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือเป็นแรงงานกึ่งฝีมือกระทบโอกาสทำงาน และจะเป็นตัวฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ

        ด้านคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกล่าวว่า  ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเปิดให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น หากมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ก็จะพิจารณาปรับแก้ โดยจะสิ้นสุดการเปิดให้แสดงความคิดเห็นในวันที่ 5 ต.ค. นี้ จากนั้น จะรวบรวมความเห็นและข้อเสนอส่งให้สภาบริหารพิจารณาอนุมัติ และคาดว่า จะสามารถส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะบรรจุเป็นญัตติเร่งด่วนที่สภาฯ จะเร่งพิจารณา คาดจะรูผลก่อนสิ้นปี 2561...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

นายจ้างส่วนใหญ่เห็นว่า กำหนดค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือสูงเกินไป เกรงกลายเป็นวาดวิมานกลางอากาศ

 

2. ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน มีจำนวนกว่า 730,000 คน แต่ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรมีเพียง 14,400 คนเท่านั้น

      เพื่อจะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานและบุคลากรที่มีทักษะฝีมือ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับในภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลโดยคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติได้ผลักดันการร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันให้ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือนั้น จากสถิติล่าสุดของกระทรวงมหาดไทยพบว่า ณ วันที่ 31 ก.ค. 2561 ในไต้หวันมีชาวต่างชาติทำงานอยู่อย่างถูกกฎหมาย  ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ 730,844 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติทั่วไป 625,769 คน ที่เหลือเป็นผู้บริหาร วิศวกร ช่างเทคนิค ครูและผู้เผยแพร่ศาสนา ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นกว่าปี 2551 จำนวน 300,000 คน อย่างไรก็ตาม มีผู้ยื่นขอและได้รับใบถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ถาวรเพียงแค่ 14,448 คน มากกว่าปีที่แล้วประมาณ 1,000 คน เป็นการแสดงว่า รัฐบาลจะต้องเพิ่มความพยายามในอันที่เพิ่มจำนวนชาวต่างชาติที่ได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรให้มากขึ้น

      ตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยพบว่า นอกจากแรงงานต่างชาติทั่วไปแล้ว ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นครู ซึ่งมีจำนวน 5,935 คน รองลงมาเป็นนักธุรกิจและผู้บริหาร 5,234 คน วิศวกร 2,888 คน นักสอนศาสนา 1,375 คน แพทย์ 463 คน

      สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรแล้ว ซึ่งมีจำนวน 14,448 คน ถือสัญชาติญี่ปุ่นมากที่สุด มีจำนวน 2,379 คน สหรัฐอเมริกา 2,019 คน   

 

ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน มีจำนวนกว่า 730,000 คน แต่ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรมีเพียง 14,400 คนเท่านั้น

 

3. แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายคลอดลูกแล้วทิ้ง สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติ 171 คน

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 31 ก.ค. มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 51,999 คน ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง 31,702 คน และส่วนใหญ่หรือ 20,110 คน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 63 เป็นแรงงานหญิงอินโดนีเซีย เมื่อมีแรงงานผิดกฎหมายมากขึ้น ปัญหาต่างๆ ที่ตามมาก็เพิ่มขึ้น ในจำนวนนี้ มีปัญหาสังคมหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ นั่นคือเด็กไร้สัญชาติที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งอย่าว่าแต่การเลี้ยงดูเด็กในภายหลังเลย แม้แต่ค่าใช้จ่ายทำคลอดในโรงพยาบาลก็ไม่มีจะจ่าย คุณแม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จะใช้วิธีคลอดลูกเสร็จแอบหนีจากโรงพยาบาล ทิ้งลูกไว้เป็นภาระของโรงพยาบาล รายงานกล่าวว่า แต่ละสัปดาห์จะมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 ราย แต่ละเดือนมีเด็กทารกไร้สัญชาติเกิดใหม่อย่างน้อย 5 คน

 

สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย (ภาพจาก Storm Media)

 

      เด็กเหล่านี้ ทางโรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ได้แต่แจ้งหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่น รับไปเลี้ยงดูตามสถานสงเคราะห์เด็กของรัฐบาล หรือสถานรับเลี้ยงดูเด็กไร้สัญชาติขององค์กรการกุศลเอกชน อย่างสมาคมบ้านปรองดอง หรือ Harmony Home Association (台灣關愛之家協會) ซึ่งเป็นองค์การกุศลที่ช่วยเหลือเด็กที่ติดเชื้อเอดส์และเด็กไร้สัญชาติ ทุกวันนี้ ที่ Harmony Home Association มีเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน นอกจากค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายประจำวันของเด็กๆ แล้ว เนื่องจากคุณแม่ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็กทารกเกิดใหญ่สุขภาพอ่อนแอ ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล ทางสมาคมต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลของเด็กที่ป่วยอาการหนักด้วย อย่างเช่นก่อนหน้านี้ มีเด็กไร้สัญชาติป่วยเป็นโรคหัวใจแต่กำเหนิด ต้องรับการผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลกว่า 2,000,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ยังมีเด็กอีกหลายคน นอนรักษาอยู่ในห้องไอซียู ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เป็นภาระที่หนักอึ้งของสมาคมแห่งนี้

 

สมาคม Harmony Home รับดูแลเด็กไร้สัญชาติจำนวน 171 คน

 

        หยาง เจ๋ อวี๋ ผู้ก่อตั้งสมาคมบ้านปรองดองหรือ Harmony Home Association กล่าวว่า ในจำนวนเด็กไร้สัญชาติ 171 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย และในจำนวนนี้ มี 15 คนที่ยังไม่สามารถตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดได้ ซึ่งคิดว่า ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

        ไต้หวัน ไม่ได้ให้สัญชาติเด็กเกิดใหม่ตามหลักดินแดน แต่ยึดตามหลักสายโลหิต ดังนั้นเด็กทารกที่พ่อแม่ทอดทิ้งเหล่านี้ จึงกลายเป็นเด็กไร้สัญชาติ ไม่สามารถรับสวัสดิการด้านสาธารณสุข หรือการศึกษาแต่อย่างใด

 

หยาง เจ๋ อวี๋ ผู้ก่อตั้งสมาคมบ้านปรองดองหรือ Harmony Home Association (ภาพจาก Storm Media)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More