QR Code
บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ย. 60 - หลักสูตรการเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ บ้านหลังใหม่ หัวใจไต้หวัน (B)
2017-12-06
  • นักเรียนไต้หวันเตรียมเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ศธ.ผุดไอเดียสอน Live ไปยังร.ร.ทุรกันดาร

    นักเรียนไต้หวันเตรียมเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ศธ.ผุดไอเดียสอน Live ไปยังร.ร.ทุรกันดาร

    ภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดทำแบบเรียนแล้วมี 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, เมียนมาร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

 

     ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน สาธารณรัฐจีนจะบรรจุภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นวิชาบังคับเลือกในหลักสูตรระดับชั้นประถมศึกษาของไต้หวัน เป็นวิชาเลือกเสรีในหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และส่งเสริมให้เป็นวิชาภาษาต่างประเทศที่สองในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะนี้อบรมบุคลาการเพื่อทำหน้าที่สอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 1,262 คน หากครูอาจารย์ไม่สามารถไปสอนประจำโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารได้ จะใช้การสอนโดยวิธีการ Live ถ่ายทอดสดเพื่อให้เรียนไปพร้อมกัน

 

     สำหรับภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดทำแบบเรียนแล้วมี 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, เมียนมาร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยแต่ละภาษาแบ่งเป็น 4 ระดับ ใช้แบบเรียน 18 เล่ม รวมทุกภาษา 126 เล่ม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะต้องเลือกเรียนวิชาภาษาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ 1. ภาษาหมิ่นหนาน 2. ภาษาจีนฮากกา 3. ภาษาชนพื้นเมือง หรือ 4. ภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เรียนสัปดาห์ละ 1 คาบ

 

     สถิตินับจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันกว่า 520,000  คน และมีบุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนกว่า 300,000 คน กระทรวงศึกษาธิการ จึงนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมาธิการศึกษาธิการและวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติไต้หวัน จัดสรรงบประมาณปี 2561 มูลค่า 250 ล้านเหรียญไต้หวันสำหรับการศึกษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยงบประมาณปี 2561 เพิ่มขึ้น 80 ล้านเหรียญไต้หวัน จาก 170 ล้านเหรียญไต้หวันในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้ในโครงการสอนภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ตามสถาบันการศึกษา โครงการความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษา การบ่มเพาะบุคลากรสอนภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และการจัดตั้งสถาบันสอบวัดระดับความรู้ภาษาเวียดนาม การจัดทำคู่มือและแบบเรียนดิจิทัลสำหรับครูและผู้ปกครองฉบับภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 7 ภาษา รวมถึงการจัดตั้งระบบเชื่อมต่อด้านการศึกษาของบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่จะโยกย้ายจากต่างประเทศกลับมาศึกษาต่อในไต้หวัน เป็นต้น

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 41-43

 

อุทยานท่องเที่ยวซีลาหย่า

อุทยานท่องเที่ยวซีลาหย่าในไถหนาน เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชมแสงอาทิตย์แรกของปีในเขตอุทยานกัน

อุทยานท่องเที่ยวซีลาหย่าในไถหนาน เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชมแสงอาทิตย์แรกของปีในเขตอุทยานกัน

2017-12-11 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-อุทยานท่องเที่ยวซีลาหย่าในไถหนาน เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชมแสงอาทิตย์แรกของปีในเขตอุทยานกัน

-ตั้งแต่วันที่ 1 มค. 2018 เป็นต้นไป การรถไฟไต้หวันแก้ระเบียบใหม่ ให้ผู้โดยสารที่เดินทางถึงสถานีปลายทางแล้ว ต้องออกจากสถานีภายใน 10 นาที มิฉะนั้นจะถูกเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นอีก 15 NT

 

More
อัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหวังลี่หง ในชุด A.I.愛 (A.I. อ้าย)

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหวังลี่หง ในชุด A.I.愛 (A.I. อ้าย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหวังลี่หง ในชุด A.I.愛 (A.I. อ้าย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-10 23:35:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหวังลี่หง (王力宏 : Leehom Wang) ในชุด A.I.愛 (A.I. อ้าย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หนังใหม่ของเคอเจิ้นตงโดนจีนแผ่นดินใหญ่แบน ? )

 

อัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหวังลี่หง (王力宏 : Leehom Wang) ในชุด A.I.愛 (A.I. อ้าย)

 

หนังใหม่ของเคอเจิ้นตง (柯震東) โดนจีนแผ่นดินใหญ่แบน?

More
ไต้หวันเป็นประเทศเดียวที่ทางด่วนทุกสายใช้ระบบเก็บค่าผ่านทาง ETC

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2560

2017-12-10 09:57:21

 

1. สัปดาห์นี้ ไต้หวันมีบรรยากาศของหน้าหนาวจริงๆ เสียที  ตั้งแต่ต้นสัปดาห์จนถึงปลายสัปดาห์อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 12.5-16 °C เท่านั้น 

            เพื่อนผู้ฟังที่เมืองไทย หากว่าท่านเป็นผู้ที่ชอบอากาศหนาวๆช่วงนี้มาเที่ยวไต้หวันไม่ผิดหวัง อุณหภูมิประมาณนี้กะลังดีไม่หนาวจนเกินไป ช่วงวันอังคาร-พุธที่ลมหนาวลูกแรกของปีมาเยือน บนภูเขาเหอฮวนซาน ซึ่งเป็นภูเขาสูง 3422  เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาสูงแห่งหนึ่งของแนวเทือกเขากลาง (中央山脈) ที่พาดผ่านกลางเกาะไต้หวันจุดที่อยู่ระหว่างเขตแดนของเมืองฮัวเหลียนกับเมืองหนานโถว มีแม่คะนิ้งตกลงมา ปกคลุมถนนและพื้นที่ว่างหนา 2 เซนติเมตร อุณหภูมิลดลงไปถึง -4.8 °C กรมทางหลวงมีคำสั่งให้รถยนต์ที่จะวิ่งขึ้นไปบนภูเขาเหอฮวนซาน (合歡山) ต้องคล้องโซ่ที่ล้อรถยนต์เพื่อป้องกันอันตรายจากถนนลื่น เพราะในช่วงอากาศหนาวๆ และกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า อาจมีหิมะตกจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า (追雪族) หรือกลุ่มตามหิมะ ขับรถขึ้นเขาไปรอหิมะแรกของปี หากไม่มีมาตรการดังกล่าวอาจเกิดอุบัติเหตุได้

 

 

หิมะแรกของฤดูหนาวปีนี้เริ่มตกแล้วที่เหอฮวนซาน (合歡山)

 

กลุ่มตามหิมะ หรือ 追雪族 จะตามไปสัมผัสบรรยากาศเยือกเย็นจากหิมะที่ตกลงตามภูเขาต่างๆ ในไต้หวัน

 

 รถยนต์ที่จะวิ่งขึ้นไปบนภูเขาเหอฮวนซาน (合歡山) ต้องคล้องโซ่ที่ล้อรถยนต์เพื่อป้องกันอันตรายจากถนนลื่น

 

2 .  YouBike จะประมูลผู้รับสัมปทานใหม่ในปีหน้าและ จะให้จักรยานทุกคันได้รับการคุ้มครองประกันภัยบุคคลที่ 3

           YouBike จักรยานสาธารณะเจ้าแรกของไต้หวัน เปิดบริการประชาชนในกรุงไทเปตั้งแต่ปี 2009 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสะดวก ประหยัดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แถมได้ออกกำลังกายไปในตัว แต่เมื่อมีคนใช้มากย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาโดยเฉพาะอุบัติเหตุ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ใช้บริการ ปีหน้าเทศบาลกรุงไทเปจะบังคับให้บริษัทที่รับสัมปทานดำเนินกิจการรถจักรยานสาธารณะ YouBike  ต้องทำประกันบุคคลที่สามให้กับจักรยานทุกคัน  นอกจากนี้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จักรยาน YouBike ยังจะเข้าร่วมโครงการ ใช้ระบบขนส่งมวลชนได้รับส่วนลดค่าโดยสาร หรือ (乘車優惠) ซึ่งปัจจุบันใช้กับรถไฟฟ้าไทเปและรถเมล์ ในอนาคตผู้ที่ใช้จักรยาน YouBike แล้วไปต่อรถไฟฟ้า จะได้รับส่วนลดค่าโดยสารครึ่งราคา หรือนั่งรถไฟฟ้าแล้วไปเช่าจักรยาน YouBike ต่อได้รับส่วนลดฟรีครึ่งชม.

          ปัจจุบันจักรยาน YouBike มีจุดให้เช่า 400 จุดและมีจักรยานไว้บริการ 13,000 คัน มีผู้ใช้บริการเฉลี่ย  400,000 คนต่อเดือน

 

 

ชาวไต้หวันนิยมขับขี่จักรยานสาธารณะ YouBike

 

  

ปัจจุบันจักรยานสาธารณะ YouBike มีจุดให้เช่า 400 จุดและมีจักรยานไว้บริการ 13,000 คัน มีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 400,000 คนต่อเดือน

 

3. ใช้มาตรการเด็ด อายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ วันเดียวมีผู้ใช้รถที่ติดค้างค่าผ่านทางด่วน หรือระบบ ETC หอบเงินวิ่งโร่ไปจ่ายหลายสิบราย

          ทางด่วนในไต้หวัน ใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอิเลคทรอนิกส์ หรือ Electronic Toll Collection เรียกย่อว่า ETC อย่างเป็นทางการมาเป็นเวลาร่วม 4 ปีแล้ว ทำให้การจราจรบนทางด่วนที่เคยติดขัดเนื่องจากด่านเก็บเงินหมดสิ้นไป การเดินทางสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรถยนต์แต่ละคัน จะติดแผ่นฟิล์มหรือที่เรียกกันว่า eTag ไว้ที่กระจกด้านหน้า เมื่อรถยนต์แล่นบนทางด่วน จะมีระบบตรวจจับข้อมูลแล้วหักเงินค่าผ่านทางตามระยะทางจากบัญชีเจ้าของรถ โดยไม่ต้องไปออกันจ่ายค่าผ่านทางที่ด่านเก็บเงินเหมือนอดีต อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ แม้สะดวกรวดเร็วและรถยนต์ส่วนใหญ่จะทำตามกฎระเบียบ แต่ยังมีส่วนน้อยที่ในบัญชี ไม่มีเงินและค้างจ่ายค่าผ่านทางเป็นปีๆ แม้บริษัท Far Eastern Electronic Toll Collection (遠通電收) ผู้รับสัมปทานระบบ ETC จะแจ้งเตือนแล้วหลายครั้งก็ไม่ยอมไปจ่าย ตามข้อมูลบอกว่า ในไต้หวันมีรถยนต์ทั้งหมด 7.3 ล้านคัน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 94 ใช้ระบบจ่ายค่าผ่านทาง ETC แต่ละวันเฉลี่ยมีรถยนต์วิ่งบนทางด่วนประมาณ 1.5 ล้านคัน ในจำนวนนี้ มีส่วนน้อยที่ไม่ยอมเติมเงินในบัญชี ทำให้ติดค้างค่าผ่านทางหลายสิบล้านเหรียญไต้หวัน บัดนี้ กรมบังคับคดีของไต้หวันใช้ไม้เด็ด อายัดทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ของผู้ติดค้าง ขณะเดียวกันยังห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ปรากฏว่า ได้ผล เริ่มใช้มาตรการนี้วันแรก มีลูกหนี้รายใหญ่หลายราย หอบเงินสดเป็นถุงๆ รีบไปจ่ายค่าผ่านทางที่ติดค้าง ทำให้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นวันแรกที่ใช้มาตรการข้างต้น วันเดียวมีคนไปจ่ายหนี้ กว่า 6 ล้านเหรียญไต้หวัน ค่าผ่านทางที่ติดค้างมีตั้งแต่ 80,000-1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

ในอดีต ต้องจ่ายค่าผ่านทางตามด่านต่างๆ ทำให้เสียเวลาและมีปัญหาจราจรติดขัดบนทางด่วน

 

         พูดถึงระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอิเลคทรอนิกส์ หรือ Electronic Toll Collection เรียกย่อว่า ETC ของไต้หวัน จัดเป็นระบบเก็บค่าผ่านทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก แต่ละวันต้องจัดการค่าผ่านทาง 15 ล้านรายการ มีเพียงร้อยละ 1.5 ที่จะต้องจัดการด้วยคน เพราะป้ายทะเบียนรถสกปรก บิดเบี้ยวหรือแผ่นฟิล์ม eTag มีปัญหา ที่ต้องมีพนักงานตรวจสอบซ้ำ ทั้งนี้ รถยนต์ในไต้หวันร้อยละ 94 ใช้ระบบเสียค่าผ่านทาง ETC และตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน มีรถยนต์เสียค่าผ่านทาง ETC แล้ว 1,800 ล้านคัน/ครั้ง ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้แล้ว 74, 000 ตัน หรือเท่ากับปริมาณการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสวนสาธารณะต้าอัน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไทเปจำนวน 193 แห่งรวมกัน ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้แล้ว 31.8 ล้านลิตร หากนำไปเทลงในสระว่ายน้ำมาตรฐานกีฬาโอลิมปิก จะเทเต็ม 12 สระ ที่สำคัญ ระบบนี้ ช่วยลดการตัดต้นไม้ที่นำไปผลิตบัตรผ่านทางแบบดั้งเดิมที่ใช้กระดาษได้จำนวนมหาศาลเลยทีเดียว และระบบนี้ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของชาวไต้หวัน หากคิดจากปริมาณของรถที่ใช้ทางด่วนในแต่ละวัน 1.5 ล้านคัน แต่ละคันประหยัดเวลาที่ต้องเสียค่าผ่านทางแบบดั้งเดิมประมาณ 20 นาที ในแต่ละวัน ETC ช่วยประหยัดเวลาของผู้ใช้ทางด่วนได้มากถึง 30 ล้านนาที ถ้าคิดเป็นปี จะเท่ากับ 78 ปี เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่สนใจของหลายๆ ประเทศ ที่ต้องการจะนำเทคโนโลยีของระบ ETC ไปใช้ในประเทศตน อย่างรัสเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฮ่องกงและแม้แต่สหรัฐอเมริการ ก็ส่งคณะมาศึกษาดูงานที่ไต้หวัน

 

 

ไต้หวันเป็นประเทศเดียวที่ทางด่วนทุกสายใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอิเลคทรอนิคส์ หรือ ETC ทำให้การจราจรสะดวก รวดเร็วและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ผลงานของ ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค. 60 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง ตอนที่ 6 ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค. 60 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง ตอนที่ 6 ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

2017-12-09 22:55:00

ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

ประวัติโดยย่อ : เกิดที่จังหวัดชิซุโอะกะ ในประเทศญี่ปุ่น ในตระกูลขุนนางญี่ปุ่น เคยฝึกงานในกรมการสื่อสาร โตเกียว กระทรวงคมนาคม ญี่ปุ่น เคยเดินทางมายังไต้หวันในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1907-1916 ทำหน้าที่เป็นล่ามประจำกองทัพบกของญี่ปุ่น ค.ศ. 1924-1932 มาไต้หวันเป็นครั้งที่ 2 เป็นอาจารย์ด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูไต้หวัน ผลงานภาพวาดของ : ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) ได้รับอิทธิพลจากศิลปะการวาดภาพแบบตะวันตก และถ่ายทอดความงามของแผ่นดินผืนนี้ในอีกสไตล์ โดยครั้งแรกที่มาไต้หวันในช่วงปี ค.ศ. 1907-1916 ชิโอสึกิ โทโฮ ได้จัดตั้งกลุ่มวาดภาพสไตล์ตะวันตกขึ้น และเป็นผู้ก่อตั้ง "ฟานฉาฮุ่ย" หรือ "สโมสรน้ำชา" เพื่อเผยแพร่บรรยากาศศิลปะในหมู่ชาวญี่ปุ่นในไต้หวัน และเมื่อเข้ามาไต้หวันครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1924-1932 ก็เป็นอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูไทเป ก็ได้ทุ่มเทให้กับกิจกรรมศิลปกรรมอย่างเต็มตัวทีเดียว ซึ่งทำให้จิตกรสไตล์ตะวันตกรุ่นแรกในไต้หวันส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคตกต่ำของศิลปะการวาดภาพสีน้ำในญี่ปุ่น ชิโอสึกิ โทโฮ ได้ทุ่มเทความพยายามให้แก่การเผยแพร่ศิลปการวาดภาพแบบนี้ให้คึกคักขึ้นอีกครั้งในไต้หวัน สไตล์การวาดภาพแบบนี้ของ ชิโอสึกิ โทโฮ มีอิทธิพลต่อวงการจิตกรรมในไต้หวันอย่างลึกซึ้งและยาวไกลทีเดียว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560

2017-12-09 10:59:42

 

1. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานเกี่ยวกับวันหยุดและชั่วโมงโอทีในวาระ 1 ท่ามกลางการประท้วงทั้งภายในและนอกสภา

            สืบเนื่องจากการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานเรื่องวันหยุด ชั่วโมงการทำงานและโอทีอย่างเร่งรีบเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้แรงงาน นายจ้างไม่พอใจ แถมผู้บริโภคก็ก็ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย หลังผ่านไป 1 ปี รัฐบาล โดยนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ต้องการให้แก้กฎหมายฉบับนี้ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น กล่าวว่า แต่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานและพรรคฝ่ายค้านเห็นว่า ยิ่งแก้ยิ่งมีปัญหา แต่พรรครัฐบาลมีที่นั่งในสภามากกว่า ได้ผ่านการพิจารณาในวาระ 1 ท่ามกลางการประท้วงอย่างรุนแรง โดยรัฐบาลหวังว่า จะแล้วเสร็จกระบวนการอนุมัติจากสภา และสามารถประกาศใช้ได้ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป

 

กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานประท้วงรัฐบาลที่แก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน พวกเขากล่าวว่า แก้เข้าข้างนายจ้าง

 

          สาระสำคัญของร่างแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับนี้ :

            ผู้ประกอบการสามารถขยายวันทำงานเป็น 2 สัปดาห์ 12 วันได้ (มี 2 วันต้องจ่ายค่าโอที) แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง สหภาพแรงงาน และต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานส่วนกลาง และรับรองโดยกระทรวงแรงงานแล้ว จึงจะขยายวันทำงานได้

            ในส่วนของการทำงานล่วงเวลาหรือโอที จะแก้เป็นทำโอทีได้จากปัจจุบัน ไม่เกินสัปดาห์ละ 46 ชม. ปรับเป็น 54 ชม. แต่รวมชั่วโมงโอทีสะสม 3 เดือน ต้องไม่เกิน 138 ชม. กล่าวคือให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างมีชั่วโมงโอทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ละเดือนสามารถทำโอทีได้ไม่เกิน 54 ชม. แต่รวม 3 เดือน ห้ามเกิน 138 ชั่วโมงหรือเฉลี่ยสัปดาห์ละ 46 ชั่วโมงเหมือนในปัจจุบัน

            สำหรับข้อกำหนดที่ให้นายจ้างต้องจ่ายค่าโอที 4 ชั่วโมง กรณีที่ลูกจ้างทำโอที 1 ชม.ขึ้นไป ไม่ถึง 4 ชั่วโมง และทำงาน 5 ชม. ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ต้องจ่ายค่าโอทีเป็น 8 ชั่วโมง จะปรับเป็นคิดชั่วโมงโอทีที่ทำตามความเป็นจริง

            ด้านวันหยุดพักพิเศษประจำปี ที่ปัจจุบัน จะต้องใช้ให้หมดภายในปีนั้น ไม่สามารถนำไปรวมสะสมในปีต่อไปได้ ก็จะแก้เป็นสามารถนำไปรวมสะสมกับวันหยุดพักพิเศษประจำปีในปีต่อไปได้ หากปีต่อไปหมดกำหนดหรือยกเลิกสัญญาจ้าง วันหยุดพักพิเศษประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้หรือยังใช้ไม่หมด นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้แทน

 

กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานนอนประท้วงอยู่หน้าสภาฯ ประท้วงรัฐบาลที่แก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานเข้าข้างนายจ้าง

 

2. ไต้หวันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้แรงงานต่างชาติมาตั้งถิ่นฐานในไต้หวันได้

           สืบเนื่องจากอัตราการเกิดตกต่ำ แทบทุกภาคในไต้หวันประสบภาวะขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงหาทางแก้ไขปัญหา และการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในไต้หวันได้ เป็น 1 แนวทางของการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งรัฐบาลไต้หวันกำลังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้....ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายการออนไลน์

 

ไต้หวันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นมาตั้งรกรากในไต้หวันได้ หวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

3. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานของไทยจัดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาอาชีพ  ผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ระหว่างวันที่   27-29 พ.ย. 60 ณ ร.ร. สอนทำอาหาร Yamicook นครไทเป โดยมีผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านอาหารไทยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไปทำการอบรมและทดสอบ ผู้สมัครเข้าทดสอบเป็นคนไทยที่ทำงานในร้านอาหารหรือประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอาหารไทยในไต้หวัน จำนวน 30 คน ผ่านการทดสอบทั้งสิ้น 28 คน ไม่ผ่าน 1  คน สละสิทธิ 1 คน....

 

สำนักงานแรงงานไทย ไทเป จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย. 60 ณ ร.ร. สอนทำอาหาร Yamicook นครไทเป

 

4. สัมภาษณ์ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านอาหารไทยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เกี่ยวกับผลการทดสอบครั้งนี้

 

 

5. สัมภาษณ์ นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เกี่ยวกับโครงการครั้งนี้ และจะมีการจัดอบรมและทดสอบครั้งต่อไปหรือไม่ ติดต่อได้ที่ไหน?

 

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย

 

6. คุณธัญพร จากนครเถาหยวน 1 ในกุ๊กไทยที่เข้าร่วมอบรมและทดสอบในครั้งนี้ สะท้อนความรู้สึกในใจ

 

พิธีมอบหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานไทย แด่ผู้ผ่านการทดสอบ 28 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
A-Lin

ฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-08 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ภาพยนตร์เรื่อง 大佛普拉斯 หรือ The Great Buddha+ ของหวงซิ่นเหยา ผู้กำกับชาวไต้หวันหน้าใหม่คนดัง ไปออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่สิงคโปร์)

More
ทีมฟุตบอลไต้หวัน

ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

2017-12-07 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี จากรายการ 4 เส้า CTFA International Tournament 2017 หลังจากคว้าชัยได้ 3 นัดรวด โดยเอาชนะฟิลิปปินส์ 3:0 ชนะติมอร์ฯ 3:1 และชนะลาว 2:0

-จางข่ายเจินแพ้สาวญี่ปุ่นตกรอบ 8 คน รายการออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018 เอเชีย-แปซิฟิค ไวล์การ์ด เพลย์ออฟ ส่วนอี้ฉู่หวนจับคู่หนุ่มญี่ปุ่นแพ้คู่แฝดรติวัฒน์ของไทยในรอบรอง โดยสองหนุ่มไทยคว้าแชมป์รายการนี้ได้พร้อมได้ไวล์การ์ดเข้าลงแข่งรออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018 เป็นของแถมด้วย

 

ทีมฟุตบอลไต้หวันสามารถคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

More
เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติมีส่วนร่วมด้วยการโหวตกิจกรรมที่จะจัดในปีต่อไป

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560

2017-12-09 07:11:17

 

1. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติโหวตการจัดกิจกรรมในปีต่อไป ปรากฎว่า มวยไทยมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยบาสเก็ตบอลและฟุตซอล

                 นครเถาหยวน เมืองอุตสาหกรรมทางภาคเหนือของไต้หวัน เนื่องจากมีโรงงานตั้งกันมากมาย จำนวนแรงงานต่างชาติก็มากกว่าเมืองอื่น จากสถิติ ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติกว่า 670,000 คน ทำงานอยู่ในเถาหยวน 109,000 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 16.4 ดังนั้นการจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้คลายเครียดจากการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ที่ผ่านมา กองแรงงานนครเถาหยวนเป็นผู้กำหนดว่า ในแต่ละปีจะจัดกิจกรรมให้แก่แรงงานต่างชาติอะไรบ้าง แต่สำหรับปีหน้า ซึ่งมีงบประมาณ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จะให้แรงงานต่างชาติมีส่วนร่วม โดยการลงคะแนนเสียงในกิจกรรมที่ตนชื่นชอบและอยากให้กองแรงงานจัดให้มีขึ้น โดยกองแรงงานได้จัดประชุมสัมมนาคัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบถึง 8 ครั้ง คัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบ 13 รายการ ได้แก่ นิทรรศการศิลปะวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาประเภทบอล การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การแข่งขันร้องเพลงและเต้นรำ มวยไทย ปาเป้า การประกวดมิสและมิสเตอร์แรงงานข้ามชาติ และเทศกาลตามประเพณีของประเทศต่างๆ และจัดให้แรงงานต่างชาติ ล่ามและบริษัทจัดหางานลงคะแนนเสียงคัดเลือกเอง แรงงานต่างชาติสามารถเลือกโหวตกิจกรรมได้ 3 รายการ ขณะที่ชาวไต้หวันเลือกได้เพียง 1 รายการ โดยตั้งสถานที่ลงคะแนนเสียงไว้ด้านหน้าและหลังสถานีรถไฟเถาหยวน จงลี่ และตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หลังเปิดให้โหวต 2 สัปดาห์ ปรากฎว่า มีผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงกว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้ คนงานเวียดนามไปลงคะแนนเสียงมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 33% อินโดนีเซีย 27% ฟิลิปปินส์ 16% จำนวนแรงงานไทยที่ไปโหวต 16% ชาวไต้หวันไปร่วมโหวต  9% และผลการโหวตหรือผลการลงคะแนนเสียง กิจกรรมที่แรงงานต่างชาติต้องการให้จัดขึ้นในปีหน้ามากที่สุดได้แก่ การแข่งขันชกมวยไทย ได้ 1,836 คะแนน ตามด้วยอันดับ 2 การแข่งขันบาสเก็ตบอล ได้ 1,432 คะแนน และอันดับ 3 การแข่งขันฟุตซอล 1,392 คะแนน

 

 

มีการจัดสัมมนาถึง 8 ครั้ง เพื่อคัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบ

 

 

ครั้งแรกในในไต้หวัน เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติโหวตการจัดกิจกรรมในปีต่อไป ปรากฎว่า มวยไทยมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยบาสเก็ตบอลและฟุตซอล

 

แรงงานต่างชาติแสดงความชื่นชมที่เถาหยวนจัดให้พวกตนมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมที่จะจัดในปีต่อไป

 

2. คนงานไทยเมาเหล้าทวงหนี้ 1,300 เหรียญไต้หวัน แทงเพื่อนร่วมชาติตาย

                 คดีเมาแล้วไม่พอใจเพื่อนติดหนี้ไม่จ่ายคืน เลยแทงดับคดีนี้ เกิดขึ้นที่นครเกาสง นายมานพ  พิมเสน มาจากจังหวัดตาก และนายวิทยา นาเค็ม มาจากอุดรธานี ทั้งสองเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในวันเดียวกัน คือเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 กับนายจ้าง Tsen Lung Cement Products CO.,LTD โรงงานหล่อคอนกรีตสำเร็จรูปที่เขตกังซาน นครเกาสง โดยเมื่อคืนวันที่ 25  พ.ย.ที่ผ่านมา คนงานไทยในโรงงานแห่งนี้ นั่งล้อมวงดื่มเหล้า นายมานพ ซึ่งมีอาการเมา ไม่พอใจที่นายวิทยายืมเงินตนไปนานถึง 5 เดือนแล้วยังไม่คืน จึงทำการทวง เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่เพื่อนๆ แยกทั้งสองออกจากกัน นายมานพเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้านอน แต่นายวิทยาไม่พอใจที่ถูกนายมานพต่อว่า เดินตามเข้าไปชวนทะเลาะต่อ นายมานพในอาการเมา วิ่งเข้าไปที่ห้องครัว คว้ามีดปลายแหลมสำหรับแล่ปลาออกมาแทงเข้าไปที่ช่องท้องและขาขวา จนใสทะลัก ทำให้นายวิทยาเสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทางนำส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายจ้างโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงเห็นนายมานพท่าทางเมาจัด จับเป่าลม พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.96 มิลิกรัมเปอร์เซ็น และบนพื้นเหลือแต่กองเลือด ส่วนนายวิทยา ถูกนายจ้างส่งรักษาพยาบาลฉุกเฉิน แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ตำรวจจึงจับนายมานพกลับโรงพัก ทำการสอบปากคำ จากนั้นส่งอัยการดำเนินคด ข้อหาฆ่าคนตาย

 

สภาพหอพักในโรงงานหล่อคอนกรีตที่เขตกังซาน เกาสง สถานที่เกิดเหตุคนงานไทยแทงเพื่อนเสียชีวิต

 

3. แรงงานไทยมาใหม่เมายาไอซ์ เผาห้องพักวอด เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นายจ้างกลัวเลิกจ้างรีบส่งกลับ

                 แรงงานไทยรุ่นใหม่มีปัญหามาก โดยเฉพาะยาเสพติด และโดยมากติดมาจากเมืองไทยแล้ว อย่างนายนิรันดร์ สารารัตน์ อายุ 21 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดนครราชสีมา เพิ่งจะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 60 กับ Suntex Ruber Enterprise Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่เขตซินอู นครเถาหยวน

                 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 60 ยามรักษาการณ์พบนายนิรันดร์ยืนพูดโทรศัพท์ที่หน้าโรงงาน พูดพลางร้องไห้ไปพลาง จึงแจ้งนายจ้างและบริษัทจัดหางานเข้าไปดูแล นายนิรันดร์บอกกับล่ามว่า ตนถูกเพื่อนร่วมงานรังแก เมื่อถามว่าใครรังแก นายนิรันดร์ตอบว่าเพื่อนร่วมงานทั้งหมดทั้งไทยและไต้หวัน ล่ามจึงปลอบและให้กำลังใจ อาการของนิรันดร์ดีขึ้น และยอมอยู่ทำงานต่อไป วันต่อมาทุกอย่างยังเป็นปกติ ตอนหัวค่ำนายนิรันดร์โทรไปหาล่ามว่า ตนทนไม่ไหวแล้ว ขอลากลับบ้าน ล่ามพูดปลอบใจจนอาการสงบลง แต่เมื่อเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน นายนิรันดร์เกิดอาการคุ้มคลั่งจุดไฟเผาห้องนอนของตัวเอง ทำให้ห้องนอนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งห้อง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นายจ้างไม่อยากให้นายนิรันดร์ถูกจับข้อหาอาญา สั่งล่ามพานายนิรันดร์กลับไปยังที่ทำการบจง. ระหว่างอยู่ที่ บจง. อาการคุ้มคลั่งของนายนิรันดร์กำเริบ จะกระโดดตึกฆ่าตัวตายหลายครั้ง ล่ามและพนักงานบจง.ต้องช่วยกันจับตัวเอาไว้จนได้รับบาดเจ็บ และต้องคอยดูแลตลอดทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกัน

                 เช้าวันที่ 28 พ.ย. นายจ้างเกรงว่า นายนิรันดร์ซึ่งดูเหมือนสติไม่ปกติ อยู่ต่อไปอาจจะเกิดปัญหาได้ แจ้งบจง.ให้ปลอบใจจนอาการสงบลง จากนั้นพาไปกองแรงงาน เพื่อยกเลิกสัญญาและได้แจ้งญาติส่งนายนิรันดร์กลับประเทศไปแล้วเมื่อบ่ายวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าม บจง.กล่าวว่า นายนิรันดร์เพิ่งจะเดินทางเข้าไต้หวันได้เดือนเศษ เป็นผู้มีอารมณ์อ่อนไหว สันนิษฐานว่า เคยเสพยาเสพติดให้โทษมาจากประเทศไทยแล้ว

 

สภาพห้องพักหลังถูกแรงงานไทยเมายาไอซ์จุดไฟเผา เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

4. คนงานไทย 2 สามีภรรยาเสพและขายยาไอซ์ให้เพื่อนร่วมชาติโดนจับ อ้างแค่แบ่งปัน

                 นายปัญญา เจียมทอง อายุ 29 ปี มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ และนางสาวนันทิชา สว่างผล อายุ 39 ปี จากจังหวัดเพชรบูณร์ สองสามีภรรยาเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อปี 2559 กับนายจ้าง Ding Jyh Co.,Ltd. ที่เขตถู่เฉิง นครนิวไทเป ในระหว่างที่ทำงานทั้ง 2 เริ่มเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด โดยทั้งเสพเองและขายให้แก่แรงงานไทยในละแวกเดียวกัน การทำงานเริ่มไม่ตั้งใจ ขาดลาบ่อยๆ จนนายจ้างผิดสังเกตแจ้งความ ตำรวจเข้าไปตรวจค้นที่ห้องนอน พบยาไอซ์หนัก 8.1 กรัม 1 ซอง เครื่องชั่งขนาดเล็ก 1 เครื่องและสมุดบัญชี 1 เล่ม ภายในบันทึกชื่อลูกค้าและจำนวนเงินที่ขาย ขณะบันทึกปากคำ นายปัญญาและแฟนรับสารภาพว่าเสพยาเสพติด แต่ปฏิเสธเสียงจำหน่ายยาเสพติดให้เพื่อนแรงงานไทยด้วยกัน เป็นเพียงการแบ่งปัน ใครเสพแล้วมีเงินจะให้หรือไม่ให้ก็ได้

                 ตำรวจจึงส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาเสพและค้ายาเสพติดประเภท 2 ช่วงปลายเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปตัดสินให้นายปัญญาและนางสาวนันทิชาเข้ารับการบำบัดยาเสพติด แต่ไม่ได้จำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ ระหว่างนี้ นายปัญญาก็ยังไม่เข็ดยังคงเสพยาเสพติดที่ห้องนอนบ้าง ในห้องส้วมบ้าง นายจ้างเหลือทน ให้บริษัทจัดหางานส่งกลับประเทศ โดยพาไปยกเลิกสัญญาที่กองแรงงาน มีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาบริษัทจัดหางานมารับไปสนามบิน นายปัญญาและแฟนกลับล่องหน ทำให้เลยกำหนดการเดินทางกลับประเทศ ต่อมานายปัญญารับปากกับนายจ้างและบริษัทจัดหางานว่า ยอมเดินทางกลับประเทศในวันจันทร์ที่ 27 พ.ย. แต่เมื่อถึงเวลานายปัญญากลับไม่ยอมขึ้นรถไปสนามบิน โยอ้างว่า ตนยังมีลูกหนี้ไม่ได้เคลียร์หนี้สินขอผัดไปก่อน ทางด้านนายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นรถ สุดท้ายนายปัญญาและแฟนยอมขึ้นรถไปสนามบินนานาชาติเถาหยวนแบบเสียไม่ได้ แต่เข้าสนามบินแล้วไม่ยอมขึ้นเครื่อง ยื้ออยู่เป็นเวลานาน จนเครื่องบินจะออกเดินทางแล้ว ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานในไทเป นั่นแหละเจ้าตัวจึงยอมขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศในวินาทีสุดท้าย

                 แรงงานไทยรุ่นหลังๆ เนื่องจากไปพัวพันกับยาเสพติดมากขึ้น ทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์แรงงานไทยเสียหายอย่างหนัก นายจ้างหลายรายที่เคยชื่นชมแรงงานไทย ต้องพบกับความผิดหวัง และช่วงปี 2 ปีมานี้ มักจะพบคนงานไทยเสพยาเสพติดมากถึงขึ้นประสาทหลอน อ้างว่าจะมีคนตามฆ่าหรือทำร้าย หลายคนบอกว่า คนงานไทยเหล่านี้มีอาการโดนของ พาเข้าวัดเพื่อให้จิตใจสงบ แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้โดนของอะไรหรอก เสพยาไอซ์จนประสาทหลอนต่างหาก

 

คนงานไทย 2 สามีภรรยาเสพและขายยาไอซ์ให้เพื่อนร่วมชาติ นายจ้างทนไม่ไหวส่งกลับ แต่ยื้ออยู่ห้องผู้โดยสารขาออกไม่ยอมขึ้นเครื่อง

 

5. คนงานไทยเสียชีวิตปริศนาในห้องนอนที่ล็อกประตูด้านใน บนคอมีบาดแผลถูกมีดกรีด

                 คนงานไทยที่ตายปริศนารายนี้ ชื่อนายสมบูรณ์ วงศ์เสนา อายุ 32 ปี มาจากจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับนายจ้าง Yong Hui Metal บริษัทผลิตอะไหล่โลหะของเครื่องปรับอากาศที่เขตกุยซาน นครเถาหยวน เมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ นอนตายอยู่บนเตียงในห้องนอน โดยห้องถูกล็อกด้านใน บนพื้นมีคราบเลือดและมีดปอกผลไม้ และที่คอของนายสมบูรณ์มีแผลถูกมีดบาด ไม่มีร่อยรองของการต่อสู้ ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า แรงงานไทยรายนี้ฆ่าตัวตาย แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุการตายต่อไป

                 ผู้จัดการโรงงานกล่าวว่า นายสมบูรณ์เดินทางมาทำงานที่โรงงานเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ผ่านมาไม่มีอะไรผิดปกติ จึงไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต และนายสมบูรณ์มีพี่สาวแท้ๆ ทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน แต่ช่วงนี้ เดินทางกลับประเทศไปพักร้อน บังเอิญคุณพ่อไม่สบาย ทำให้เดินทางกลับไต้หวันล่าช้ากว่ากำหนด

 

 

คนงานไทยในโรงงานที่กุยซานเสียชีวิตอย่างปริศนาในห้องพัก ตำรวจปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ ได้รับการเสนอชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการเมืองเจียอี้ต่ออีกหนึ่งสมัย

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่

2017-12-06 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60

 

สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ 

 

เจียอี้กับนโยบายมุ่งใต้ใหม่

        เทศบาลเมืองเจียอี้ผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของส่วนกลางอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกับประเทศเป้าหมายของนโยบายดังกล่าว ซึ่งในช่วงสิ้นปีนี้ เมืองเจียอี้ก็จะจัดงานเทศกาลดนตรีเครื่องเป่านานาชาติ โดยเชิญวงดนตรีเครื่องเป่าจากอาเซียนมาร่วมการแสดงด้วย รายการต่อไปก็คือความร่วมมือด้านการศึกษา ซึ่งหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักศึกษาจากอาเซียนมาศึกษาต่อที่เมืองเจียอี้ให้มากขึ้น

        การท่องเที่ยวที่เมืองเจียอี้มีความก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการด้านโรงแรมที่พัก มีกว่า 70 แห่ง เบียดเสียดกันอยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองเจียอี้ มีห้องพักกว่า 8,000 ห้อง ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ แตในช่วงสองสามปีมานี้นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้น เทศบาลเจียอี้จึงได้พยายามผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเจียอี้อย่างเต็มกำลัง โดยจับมือกับเทศบาลจังหวัดเจียอี้ และเผิงหู ส่งเสิรมโปรแกรมท่องเที่ยวเสน่ห์แห่งขุนเขา นอกจากนี้ ยังได้จัดคณะไปร่วมมหกรรมท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดนักทอ่งเที่ยวญี่ปุ่นให้มาท่องเที่ยวที่เจียอี้ให้มากขึ้น รวมทั้งได้จับมือกับบริษัทท่องเที่ยวของญีปุ่น จนมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังได้พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยอย่างเต็มที่อีกด้วย

 

แหล่งท่องเที่ยวที่เจียอี้มากมายอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

        ลักษณะพิเศษของแหล่งท่องเที่ยวที่เมืองเจียอี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรป่าไม้ ก็จะมีโปรแกรมท่องป่า ปินฉือ สถานีรถไฟเป่ยเหมิน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่างอาลีซัน ที่ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่านชมพระอาทิตย์ขึ้นยามฟ้าสาง นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ หอยิงพระอาทิตย์ และสวนป่าไม้

 

การดูแลกลุ่มผู้มาอยู่ใหม่จากอาเซียนก็เป็นนโยบายสำคัญของผู้ว่าถูฯ

        จนถึงสิ้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ในเขตเทศบาลเมืองเจียอี้ มีผู้มาอยู่ใหม่ หรือสะใภ้ไต้หวันที่มาจากประเทศอาเซียนและจีนแผ่นดินใหญ่รวม 4865 คน ซึ่งเป็นคู่สมรสจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 3459 คน คิดเป็นร้อยละ 71 ของจำนวนผู้มาอยู่ใหม่ท้งหมด ที่เจียอี้ แต่เป็นคู่สมรสต่างชาติเพียง 1406 คน คิดเป็นร้อยละ 29 แบ่งเป็นสะใภ้จากเวียดนามถึง 894 คน คิดเป็น 19% ของผู้มาอยู่ใหม่ทั้งหมดที่เจียอี้ รองลงมาได้แก่ สะใภ้จากอินโดนีเซีย 196 คน คิดเป็น 4% ทั้งนี้ ผู้มาอยู่ใหม่ที่เจียอี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับทุกปี  ทำให้ไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการปรับตัว ปัญหาการให้เข้าร่วมมือทางเศรษฐกิจ การศึกษา การทำงาน ความปลอดภัย ด้านการอนามัย ของผู้มาอยู่ใหม่

        จัดการฝึกอบรมด้านภาษา ช่วยเหลือผู้มาอยู่ใหม่ในเรื่องของการศึกษาภาษา ยกระดับความสามารถด้านภาษาของกลุ่มผู้มาอยู่ใหม่ มีแผนการอบรมบ่มเพาะรุ่นที่ 2 ของผู้มาอยู่ใหม่ให้มีความรู้ความสามารถ เกิดความปรองดองในสังคม ตลอดจนเป็นการเสิรมศักยภาพให้แก่เมืองเจียอี้ด้วย

        นอกจากนี้ เนื่องจากผู้มาอยู่ใหม่ในไต้หวันส่วนใหญ่มาจากอาเซียน ซึ่งสามารถแสดงบทบาทในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างไต้หวันกับอาเซียน ดังนั้น ส่วนท้องถิ่นจึงควรทำหน้าที่ดูแลผู้มาอยู่ใหม่และครอบควรให้ดีที่สุด ให้รุ่นที่ 2 ของผู้มาอยู่ใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้ภาษาแม่ของตน ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขให้นโยบายมุ่งใต้ใหม่ประสบความสำเร็จ 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 - คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 - คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

2017-12-06 19:39:01

      คนรุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นนี้มักจะมีความใฝ่ฝันว่าหลังจากเรียนจบแล้วไม่อยากเป็นลูกจ้าง  อยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง สัปดาห์นี้จะพาคุณผู้ฟังไปติดดาว "ธุรกิจฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ในไต้หวัน" ว่าพวกเขานิยมทำธุรกิจอะไรกันบ้าง และมีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจไม่ให้เจ๊ง ต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง ติดตามรับฟังได้ในรายการ

 

อันดับ 1 ขายของกินเล่น อาหารว่าง

 

อันดับ 2 ขายไอติม/น้ำแข็งไส/เครื่องดื่ม 

 

อันดับ 3 ขายของออนไลน์

 

อันดับ 4 เปิดร้านอาหาร

More
การสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) ในไต้หวัน เปิดรับสมัคร 12-21 ธันวาคม 2560

ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

2017-12-04 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

     -ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

           รับสมัคร  12-21 ธันวาคม 2560

           วันสอบ   1. หัวหน้าทัวร์ (ทัวร์หลีดเดอร์) สอบวันที่ 11 มีนาคม 2561

                      2. มัคคุเทศก์ (ไกด์) สอบวันที่ 10 มีนาคม 2561

                      3. มัคคุเทศก์ (ไกด์) ภาษาต่างประเทศ สอบสัมภาษณ์ 19-20 พฤษภาคม 2561

            ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/Rb4N5n

 

   

การสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) ในไต้หวัน เปิดรับสมัคร 12-21 ธันวาคม 2560

 

 -ตึกไทเป 101 ปีนี้ จะทุ่มทุนสร้างเพิ่มงบประมาณในการยิงพลุฉลองปีใหม่เป็น 60 ล้าน NT สูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

 

ตึกไทเป 101 ปีนี้ จะทุ่มทุนสร้างเพิ่มงบประมาณในการยิงพลุฉลองปีใหม่เป็น 60 ล้าน NT สูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

 

 

บรรยากาศการยิงพลุฉลองปีใหม่ที่ตึกไทเป 101

More
ศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุกหลีหมิงเจ๋อ 5 ปี ไต้หวันเรียกร้องให้ปล่อยตัวโดยเร็ว

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี

2017-12-05 14:54:50

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60

 

นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี นักวิชาการระบุ เป็นการเตือนนักเคลือนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันอย่าทำผิดกฏหมายไต้หวันเด็ดขาด 

         เช้าวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ศาลประชาชนประจำเมืองเย่วหยาง มณฑลหูหนาน จีนแผ่นดินใหญ่พิพากษาตัดสินจำคุกนายหลีหมิงเจ๋อ (李明哲) เป็นเวลา 5 ปี โทษฐานวางแผนล้มล้างอำนาจการปกครองของจีน  อีกทั้งถูกลิดรอนสิทธิด้านการเมือง 2 ปี  โดยนายหลีหมิงเจ๋อเป็นชาวไต้หวันที่ทำงานในองค์กรเอ็นจีโอ และเคยทำงานในพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี)ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวันและมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่  เขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาขณะที่เดินทางจากมาเก๊าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ทางมณฑลกวางตุ้ง จนกระทั่งต่อมาอีก 10 วันทางการจีนแผ่นดินใหญ่ออกมาประกาศว่า เจ้าหน้าที่สันติบาลได้จับกุมตัวนายหลีหมิงเจ๋อข้อหาวางแผนล้มล้างอำนาจการปกครองของจีน แต่นางหลีจิ้งอวี๋ (李凈瑜)ภรรยาของนายหลีหมิงเจ๋อกล่าวว่า สามีของเธอถูกบังคับให้ยอมรับข้อหาดังกล่าว

        ด้านทำเนียบประธานาธิบดีและคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันสาธารณรัฐจีนต่างออกมาแถลงและเรียกร้องว่าการแสดงความห่วงใยและแบ่งปันประสบการณ์กับอุดมการณ์ด้านเสรีประชาธิปไตยของนายหลีหมิงเจ๋อ แต่กลับถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินว่าวางแผนโค่นล้มอำนาจการปกครอง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และขอเรียกร้องให้ทางการปักกิ่งรีบปล่อยตัวนายหลีหมิงเจ๋อโดยเร็ว

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More