QR Code
รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ไขปัญหาแรงงาน
2017-11-10
  • แก๊งมิจฉาชีพนิยมใช้ซิมมือถือแบบเติมเงินเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงต้มตุ๋น

    แก๊งมิจฉาชีพนิยมใช้ซิมมือถือแบบเติมเงินเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงต้มตุ๋น

    แก๊งมิจฉาชีพนิยมใช้ซิมมือถือแบบเติมเงินที่แรงงานต่างชาติใช้ เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงต้มตุ๋น ในภาพเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ถูกจับยกแก๊ง
  • เตือนแรงงานไทย รับซิมฟรีจากคนเร่แจก ระวังติดคุกไม่รู้ตัว

    เตือนแรงงานไทย รับซิมฟรีจากคนเร่แจก ระวังติดคุกไม่รู้ตัว

    เตือนแรงงานไทย รับซิมฟรีจากคนเร่แจก ระวังติดคุกไม่รู้ตัว
  • ไต้หวันเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศแล้ว

    ไต้หวันเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศแล้ว

    ไต้หวันเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศแล้ว
  • อย่าลืมนะคะ! เรามีนัดกันวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 น. (ตามเวลาไต้หวัน)

    อย่าลืมนะคะ! เรามีนัดกันวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 น. (ตามเวลาไต้หวัน)

    รับชม Live สด RtiFanpage แค่คลิกแชร์ Live แล้วคอมเมนต์พูดคุยกับผู้จัดรายการผ่านการชม Live สด ก็มีสิทธิลุ้นรับรางวัลมากมาย

 

1. เตือนแรงงานไทย รับซิมฟรีจากคนเร่แจก ระวังติดคุกไม่รู้ตัว

           ปัญหาซิมโทรศัพท์มือถือของแรงงานต่างชาติ ถูกแก๊งอาชญากรรมนำไปก่อคดี มีมานานาแล้ว จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีแรงงานไทยที่ตกเป็นเหยื่อให้ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันใหม่ หลังผ่านการอบรมที่สนามบินแล้ว ก่อนขึ้นรถหรือระหว่างทางไปตรวจโรคที่โรงพยาบาล จะมีคนขับรถรับส่งคนและพนักงานหรือล่ามที่มารับคนงาน คอยแจกซิมฟรีแก่คนงานไทยบนรถ หรือตามสถานีรถไฟ จะมีพนักงานเร่แจกซิมฟรี โดยจะใช้สมาร์ทโฟนถ่ายเอกสารสำคัญเอาไว้ เพื่อไปยื่นขอเปิดซิมให้ แต่ไม่ได้ยื่นขอเฉพาะซิมที่แจกให้แล้ว ยังนำหลักฐานไปยื่นขอเปิดซิมจากทุกค่าย จากนั้น นำซิมเหล่านี้ไปขายให้แก๊งมิจฉาชีพ นำไปก่อคดีหลอกลวงต้มตุ๋น หรือนำไปทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยในอดีตมักจะก่อคดีโดยการโทรศัพท์ แต่ปัจจุบัน จะก่อคดีผ่านไลน์ เนื่องจากซิมใหม่สามารถนำไปเปิดไลน์ได้

 

 แก๊งมิจฉาชีพนิยมใช้ซิมมือถือแบบเติมเงินที่แรงงานต่างชาติใช้ เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงต้มตุ๋น ในภาพเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ถูกจับยกแก๊ง

 

เตือนแรงงานไทย รับซิมฟรีจากคนเร่แจก ระวังติดคุกไม่รู้ตัว

 

2. คุณสมบัติผู้ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพ ทำไมไม่กำหนดตายตัวเป็นอายุเดียวไปเลย ทำไมจึงต้องมาแบ่งว่าอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน

          เหตุเพราะในอดีต ไต้หวันกำหนดอายุเกษียณที่ 60 ปี ต่อมาขยายเป็น 65 ปี เพื่อความเป็นธรรมกับคนที่ใกล้เกษียณที่อยู่ๆ ต้องยืดเวลาขอรับเงินบำเหน็จ/บำนาญออกไปนานถึง 5 ปี รัฐบาลจึงใช้วิธีแบ่งอายุของผู้มีคุณสมบัติตามที่ระบุข้างต้น แนะนำให้จำง่ายๆ คนที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพได้

 

3. ปัญหาสารพันเกี่ยวกับเงินบำเหน็จชราภาพ เช่น เสียชีวิตไปก่อนจะถึงกำหนด จะมีสิทธิรับไหม? ขณะที่อายุถึงเกณฑ์กำหนด แต่ไม่ได้อยู่ในไต้หวันมีสิทธิหรือไม่? ฯลฯ

 

 

 ไต้หวันเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่คนงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศแล้ว

 

4. อย่าลืมนะคะ! เรามีนัดกันวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 น. (ตามเวลาไต้หวัน)

พบกับเหล่าผู้จัดรายการ Rti ผ่านการรับชม Live สด ทาง https://www.facebook.com/RtiFanpage

แค่คลิกแชร์ Live แล้วคอมเมนต์พูดคุยกับผู้จัดรายการผ่านการชม Live สด ก็มิสิทธิลุ้นรับรางวัลมากมาย

เช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน InFocus รุ่น M5s, บัตรอินเตอร์เน็ต Vibo One Card 3G 365 วัน นับสิบใบ,

บัตรอินเตอร์เน็ต 3G, 4G+, 4.5G 30 วัน ใช้งานได้ไม่จำกัดทั้งค่าย T-Star,  IF, OK Card, Chunghwa Telecom

และรางวัลอื่นๆ มากมาย

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ปธน. ไช่ฯ (ขวา) ปรบมือต้อนรับขบวนแห่บุปผาชาติ ฉลองวันชาติ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน

2018-10-16 19:49:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61

        ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ในโอกาสวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ครบรอบ 107 ปี โดยผู้นำไต้หวันได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ ลานหน้าทำเนียบ ปธน. ไต้หวัน ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลก และฝูงชนที่ร่วมฉลองวันชาติ ดังนี้ 

สุนทรพจน์ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เนื่องในโอกาสฉลองวันชาติครบรอบ 107 ปี สาธารณรัฐจีน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561

      เรียนท่านประธานซูเจียฉวน ประธานการจัดงานและประธานสภานิติบัญญัติ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน ตลอดจนพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศที่กำลังชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์หรือทางอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ อรุณสวัสดิ์ สวัสดีทุกท่านค่ะ

      วันนี้เป็นวันครบรอบ 107 ปีแห่งการสถาปนาประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีน  ในวันนี้มีชาวจีนโพ้นทะเลและมิตรแท้จากทั่วโลกเดินทางมาจากแดนไกล เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองวันเกิดให้แก่ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนประชาชนชาวไต้หวัน กล่าวขอบคุณทุกท่านด้วยความใจจริง

      เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาประเทศ นอกจากจัดงานเฉลิมฉลองแล้ว ยังต้องไตร่ตรองถึงอนาคตของประเทศชาติด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทุกประเทศต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่อันเนื่องมาจากสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไป แน่นอนเป็นการทดสอบพวกเราทุกคนด้วย รัฐบาลพยายามแสวงหายุทธศาสตร์และแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าขอถือโอกาสในวันนี้ ชี้แจงแนวทางที่รัฐบาลเลือกนำมาใช้ปฎิบัติให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบอย่างละเอียด

        เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกกำลังผกผันอย่างรุนแรง ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้การแบ่งงานในภาคอุตสาหกรรมโลกต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อระเบียบของภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก ในขณะที่ความสัมพันธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น  การท้าทายสถานภาพปัจจุบันในภูมิภาคของจีน กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากประชาคมโลก ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ในแถบตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นด่านแรกที่จะได้รับผลกระทบนี้อย่างรุนแรง

         ในช่วงที่ผ่านมา การกดดันโดยผ่านสื่อและการข่มขู่ด้วยกำลังอาวุธ ตลอดจนการกดดันทางการทูตจากจีน ไม่เพียงทำร้ายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ยังเป็นการท้าทายสันติภาพ เสถียรภาพและสถานภาพปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน การเผชิญหน้ากับแรงกดดันดังกล่าว มีบางคนหวังว่ารัฐบาลจะเลือกใช้วิธีต่อต้านที่แข็งกร้าวกว่าเดิม แต่มีบางคนเห็นว่าควรใช้วิธีประนีประนอม แต่ขอเรียนทุกท่านว่า สถานการณ์ยิ่งผกผันไต้หวันก็ยิ่งต้องรักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้ได้ เราต้องใช้ความสุขุมรอบคอบมารับมือกับแรงกดดัน และใช้ความเยือกเย็นมาแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความคงอยู่ของชาติ

          จุดยืนที่ข้าพเจ้ายืนหยัดในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาคือ ธำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตตามระบอบเสรีประชาธิปไตยของประชาชนจำนวน 23 ล้านคน ปกป้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพในช่องแคบไต้หวันและเสถียรภาพในภูมิภาค นี่คือความเห็นส่วนใหญ่ของชาวไต้หวันทั้งประเทศ และนี่คือสิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีความรับผิดชอบต้องยืนหยัดที่จะปกป้องให้ถึงที่สุด

 

          ท่ามกลางที่ทั่วโลกกำลังหาทางรับมือกับการขยายอำนาจของจีน รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าจะทำให้ทั่วโลกมองเห็นความเข้มแข็งของไต้หวัน แผนการปกป้องไต้หวันที่ดีที่สุดคือ ทำให้โลกใบนี้ขาดไต้หวันไม่ได้และไม่มีชาติใดสามารถทดแทนไต้หวันได้

          แรงกดดันจากภายนอกที่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน จะไม่ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวัน แนวคิดที่ขัดแย้งกับค่านิยมสากล จะไม่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก

          ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทางการปักกิ่งอีกครั้งว่า ประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ควรสวมบทบาทเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคและโลก มิใช่เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง

          ในฐานะที่เป็นประธานาธิบดี ข้าพเจ้าขอรับประกันกับทุกท่านว่า เราจะไม่เพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น แต่จะไม่มีวันยอมศิโรราบ  ข้าพเจ้าจะไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจก้าวไปสู่การเผชิญหน้าและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ข้าพเจ้าก็จะไม่ฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน ยอมสละอธิปไตยของไต้หวัน ภายใต้สถานการณ์ที่ผกผันเช่นนี้ เราจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไม่ได้ การยั่วยุให้เกิดการปะทะกันหรือการประนีประนอม รังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

          หนทางในการรับมือของเราก็คือ “มั่นคง ปรับตัว และก้าวหน้า”แม้หนทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ ณ ขณะนี้ เป็นหนทางที่ไต้หวันต้องก้าวไปอย่างมั่นคง

          ยุทธศาสตร์ที่จะสามารถรับมืออย่างได้ผลก็คือ ต้องเสริมสร้างพลังแห่งชาติให้เข้มแข็ง ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันก็คือ การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความปลอดภัยแห่งชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เสริมเครือข่ายความมั่นคงทางสังคม และสร้าง “ความแข็งแกร่งให้แก่ไต้หวัน”อย่างต่อเนื่อง ให้ไต้หวันมีพลังอันเข้มแข็ง ยกระดับความสำคัญของไต้หวันในประชาคมโลกที่ไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญแห่งการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของไต้หวัน

           ความท้าทายที่ประเทศชาติของเรากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่มีเพียงความปลอดภัยด้านการทหารเช่นในอดีตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การกดดันด้านการทูต การแทรกซึมทางสังคม กระทั่งความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ภารกิจเร่งด่วนก็คือ ต้องสร้างยุทธศาสตร์โดยรวมขึ้น เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ

          เครือข่ายแห่งความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติอันดับแรกก็คือ ต้องเสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการทูตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างไต้หวันให้มีความสำคัญที่ไม่อาจมีสิ่งอื่นมาทดแทนได้

          ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแปรเปลี่ยนของสถานการณ์โลก การเลือกใช้ยุทธศาสตร์ของเราแจ่มชัดยิ่ง นั่นก็คือ ยืนหยัดในเสรีภาพประชาธิปไตย และเศรษฐกิจการตลาด คุณค่าพื้นฐานสองประการนี้ ได้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแบบอย่างแห่งประชาธิปไตยในเอเชีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

          สองปีที่ผ่านมา ภายใต้การกดดันจากจีน เรายืนหยัดในอุดมการณ์ของตน แสดงออกถึงความอดทนอย่างที่สุด ทำให้ประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับเรามีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ช่วงที่ผ่านมา นอกจากรัฐสภาจะผ่านกฎหมายที่เป็นมิตรกับไต้หวันหลายฉบับแล้ว ก่อนหน้านี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ประณามจีนที่กดดันทางการทูต และชื่นชมระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน

           ส่วนญี่ปุ่นที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับไต้หวัน ก็ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันทั้งในเวทีระหว่างประเทศ หรือแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติขึ้น ส่งผลให้มิตรภาพระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

          ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก รัฐสภายุโรปก็ได้มีมติ ชื่นชมการพัฒนาประชาธิปไตยของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปร่วมแรงร่วมใจสกัดกั้นการใช้กำลังอาวุธยั่วยุไต้หวัน ทำลายสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

          เรามีพันธมิตรจำนวนมาก ที่เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนไต้หวัน เรียกร้องให้ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ควรที่จะขาดไต้หวันไป ในวันนี้ เรามีมิตรที่แสนดีที่ยืนหยัดสนับสนุนไต้หวัน 3 ท่าน มาร่วมฉลองวันชาติของเรา ได้แก่ มาริโอ อับโด เบนิเตซประธานาธิบดีปารากวัย เซอร์ แทพลีย์ ซีตัน ผู้สำเร็จราชการจากเซนต์คิตส์และเนวิส และ อัลเลน แชสแตเนท นายกรัฐมนตรีจากเซ็นต์ลูเซีย

          เราขอถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งต่อพวกท่านเหล่านี้ ขอให้ทุกท่านปรบมือแสดงความขอบคุณจากใจพร้อมๆ กัน และต้อนรับผู้นำจากแดนไกลทั้ง 3 ท่านนี้ด้วยค่ะ

 

          มาตรการที่ 2 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ ก็คือการเสริมสมรรถนะความสามารถในการป้องกันประเทศ

          “สกัดกั้นเป็นแนวหลายชั้น เสริมความแข็งแกร่งให้แก่การป้องกันประเทศ”เป็นยุทธศาสตร์ด้านการทหารของเรา หัวใจของมันก็คือ การเสริมสมรรถนะความสามารถในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้ว่า ขอแต่เพียงให้ไช่อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีเท่านั้น งบประมาณด้านกลาโหมจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี กองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพของกองทัพ จะต้องสามารถปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้อย่างแน่นอน

           นอกจากนี้ เรายังได้เร่งเสริมสมรรถนะ “ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง”ด้านการทหาร โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทฮั่นเสียงของไต้หวันได้ทำพิธีเปิดใช้เครื่องบินฝึกซ้อมระดับสูง ต่อมาเดือน ส.ค. กองทัพเรือของเราก็ได้ประกาศ “เปิดศักราชใหม่กองทัพเรือ”

          ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นแผนการสร้างเครื่องบินฝึกหัดระดับสูงกับเรือดำน้ำด้วยตนเอง ที่ล่าช้ามาอย่างเนิ่นนานให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อุตสาหกรรมกลาโหมในอนาคต ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเท่านั้น หากยังจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยรอบให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นอีกด้วย รวมทั้งจะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีสำคัญของไต้หวันอีกด้วย

 

          มาตรการที่ 3 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ เป็นการป้องกันกำลังจากภายนอก บ่อนทำลายแทรกซึมเข้าในประเทศ ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจสังคมให้ดำเนินไปตามปกติ

          เสรีภาพประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายของไต้หวันเป็นค่านิยมที่พวกเราต้องยืนหยัดปกป้อง หากประเทศอื่นอาศัยเสรีภาพของสังคมไต้หวันเข้ามาแทรกซึมทำให้เกิดความวุ่นวาย พวกเราจะต้องปกป้องเต็มที่ทุกวิถีทาง จะไม่นิ่งดูดายอย่างเด็ดขาด

          ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่หรือสร้างข่าวปลอม ขโมยความลับเทคโนโลยีหรือ จงใจทำลายระบบความปลอดภัยสารสนเทศ หรือพฤติกรรมแทรกแซงการเลือกตั้ง ก่อกวนการบริหารประเทศด้วยวิธีการต่างๆ หากตรวจพบมีหลักฐาน พวกเราจะจัดการจนถึงที่สุด

          ต่อกรณี การเผยแพร่ข่าวปลอมจากบางประเทศ พวกเราจะเสริมร่วมมือกับต่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนด้านประสบการณ์เพื่อป้องกัน ในอนาคตจะจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนและตรวจสอบ ร่วมกันรับมือต่อข่าวปลอมเหล่านี้ที่ทำลายและกระทบต่อความสงบสุขสังคมในประเทศต่างๆ

 

          มาตรการที่ 4 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ คือการปฏิรูปและการปรับโครงสร้างใหม่ด้านกลยุทธ์เศรษฐกิจการค้าโลก

          การเผชิญหน้ากับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการจัดระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง พวกเราจะต้องปรับบทบาทไต้หวันให้สอดคล้องกับการพัฒนาของภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานของโลก จะต้องวางกลยุทธ์ใหม่โดยอาศัยพลังนักธุรกิจไต้หวันขนาดกลางและใหญ่ ประสานภาวะทิศทางของโลก ประกอบกับพลังของกิจการขนาดกลางและย่อม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวันมีการปฏิรูปยกระดับทั้งหมด

          สิ่งสำคัญ 3 ประการที่พวกเราต้องกระทำ

          ประการ 1 ในมุมมองการเสริมสร้างระหว่างกันในโครงสร้างการผลิตและทรัพยากร ในการวิจัยพัฒนาและการผลิตระดับสุดยอด จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการแบ่งงานอุตสาหกรรมอย่างแนบแน่น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และมีประสิทธิภาพสูง

          ประการที่ 2 ในมุมมองการแบ่งปันทรัพยากรและตลาด จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความรุ่งเรื่องร่วมกับประเทศตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่และประเทศตลาดใหม่อื่นๆ จะอาศัยความร่วมมือหลายรูปแบบ ร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ และด้านเศรษฐกิจสวัสดิการประชาชน

          ประกาศที่ 3 ในด้านประเทศพันธมิตรของพวกเรา จะช่วยเหลือรัฐบาลเหล่านั้นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและแสวงหาโอกาสใหม่ วางรากฐานการพัฒนายั่งยืนทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันจะเป็นการขยายตลาดใหม่ ฐานการผลิตใหม่ของไต้หวัน สอดคล้องกับแผนขยายจุดประกอบการของไต้หวันไปทั่วโลก

 

         ในด้านการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ พวกเราจะต้องเร่งการปฏิรูป ดำเนินโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาความขาดแคลนปัจจัยการผลิต 5 ประการ และแบ่งปันประโยชน์จากการขยายตัวเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน

          การปฏิรูปเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยี รัฐบาลมุ่งมั่น 4 เป้าหมายคือ “การชี้นำอย่างมีระบบ การผสานฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ กองทัพกับประชาชนร่วมมือกัน และการเชื่อมโยงกับเวทีโลก”เร่งยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถในการวิจัยพัฒนา เป็นพื้นฐานสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ

          พวกเราใช้แนวความคิดใหม่ ทลายกรอบที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ผ่อนคลายพันธนาการที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน  นำพาผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่โอกาสใหม่

          ในกระบวนการเหล่านี้ โครงการพัฒนานวัตกรรม 5 + 2 ได้สัมฤทธิ์ผลปฏิรูปยกระดับอุตสาหกรรม มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ปีที่แล้วมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มีการพัฒนาความแม่นยำ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง และเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอวกาศ IoT และวัสดุการแพทย์ด้วย

          นอกจากนี้ เป้าหมาย “ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์” ได้มีการยืนยันแบบพิมพ์เขียวการพัฒนาพลังงานสีเขียวที่ชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลข้ามชาติหลายบริษัทมาร่วมลงทุน ทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานลมในไต้หวันกำลังก่อตัว

          เรายังจะมีการเพิ่มการวางแผนในตลาดนานาชาติ ยกระดับศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ผกผันและปรับระบบซัพพลายอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ สภาบริหารได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักธุรกิจไต้หวันในการวางแผนฐานการผลิตที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับนักธุรกิจที่ประสงค์จะกลับมาลงทุนที่ไต้หวัน เราจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องการไปลงทุนยังประเทศอื่น เราก็จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่เช่นกัน

 

          ด้านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต งบประมาณการก่อสร้างงวดแรกในปีนี้ ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการแล้ว ผลจากการเริ่มดำเนินการของโครงการนี้ จะเริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยในจำนวนนี้ พลังงานสีเขียว ดิจิทัล แหล่งทรัพยากรน้ำ การขนส่งระบบรางและการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในตัวเมืองและชนบท เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับต่อไปที่ไต้หวันจะดำเนินการลงทุน  

          จากการปฏิรูประบบภาษีพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ทำให้รัฐบาลเมืองจางฮั่ว มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ส่งผลให้เด็กนักเรียนได้รับอาหารมื้อกลางวันที่ถูกหลักโภชนาการ รวมทั้งงบดุลสำหรับระบบสวัสดิการสังคมก็มีเสถียรภาพมากขึ้น

          ในเขตพื้นที่ชนบทและห่างไกลจากความเจริญ เราได้วางระบบโครงข่ายบรอดแบนด์ ให้เด็กๆ สามารถเชื่อมต่อกับโลกได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ลดช่องว่างระหว่างตัวเมืองและชนบทให้น้อยลง

           ด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำนั้น มีการสร้างอ่างปรับระดับน้ำที่เขื่อนสือเหมิน โครงการระบบประปาเบื้องล่างของเขื่อนหูซาน รวมทั้งการก่อสร้างโครงการคลองป้องกันดินโคลนที่เขื่อนเจิงเหวิน ทำให้ระบบการจ่ายน้ำกินน้ำใช้ ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้มีความมั่นคงมากขึ้น

          สำหรับปัญหาฝนตกหนักในบางพื้นที่จนเกิดอุทกภัย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงนั้น รัฐบาลกำลังสร้างบ่อพักน้ำ อ่างเก็บน้ำ ตลอดจนขุดลอกคูคลองและแม่น้ำ เพื่อให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น ลดภัยพิบัติให้น้อยลง

          ด้านการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างโครงการปรับปรุงทางหลวงระหว่างซูเอ้า-ฮัวเหลียน และโครงการขยายทางหลวงระหว่างไถตง-ผิงตง ขณะนี้ เริ่มเห็นผลจากโครงการดังกล่าวแล้ว

          ส่วนโครงการขนส่งระบบรางที่ทุกคนให้ความสนใจนั้น กำลังอยู่ระว่างดำเนินการปรับปรุงระบบรถไฟที่วิ่งไปยังภาคตะวันออก และเส้นทางรถไฟระหว่างฮัวเหลียน-ไถตง เพื่อให้เส้นทางรถไฟที่วิ่งรอบเกาะไต้หวันมีความสมบูรณ์มากขึ้น

          ระบบขนส่งมวลตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ อาทิ รถไฟฟ้ารางเบาในภาคเหนือที่จีหลงและซินจู๋ รถไฟเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ภาคกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เมืองจางฮั่ว รวมถึงโครงการขยายส่วนต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่นครเกาสง ก็เริ่มวางแผนก่อสร้างและเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติแล้ว

          การพัฒนาการขนส่งระบบราง ไม่เพียงแต่จะอำนวยความสะดวก ทำให้การเดินทางรวดเร็วแล้ว ยังลดมลภาวะที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

          เป้าหมายในการผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน สร้างความสมดุลด้านการพัฒนาระหว่างตัวเมืองและชนบท อันเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นใหม่

 

          เรายังมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ผู้ประกอบการห่วงใย ได้แก่ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า บุคลากรและแรงงาน ภายใต้การบริหารจัดการของนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาทยอยได้รับการแก้ไข

          ท่านคงจำกันได้ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือน้อย ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มสว่างติดต่อกันนานถึง 66 วัน แต่ปีนี้ แม้อากาศจะร้อนกว่า และภาวะเศรษฐกิจจะร้อนแรงกว่า แต่ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มไม่เคยสว่างอีกเลยแม้เพียงวันเดียว

          หากย้อนรำลึกไปถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ภาคตะวันตกมีฝนตกน้อยมาก ทุกคนผวาว่าจะขาดแคลนน้ำ แต่จากมาตรการบุกเบิกแหล่งน้ำ ประหยัดการใช้น้ำ บริหารจัดการและการสำรองที่เหมาะสม บวกกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต ส่งผลให้เราฝ่าด่านอันตรายมาได้อย่างปลอดภัย

          ช่วงที่ผ่านมา โรงงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกสัญชาติไต้หวัน เช่น บริษัท TSMC, Winbond, Powerchip เพิ่มการลงทุนในไต้หวันมากขึ้น บริษัทข้ามชาติระดับโลกอย่าง Google, Microsoft, Cisco System, Facebook บางส่วนเตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยในไต้หวัน บางส่วนเสนอโครงการความร่วมมือใหม่ เป็นการแสดงถึงสัมฤทธิ์ผลของการที่เราปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ทำให้ได้รับการยอมรับจากบริษัทและโรงงานทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

          เมื่อเริ่มดำเนินการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เริ่มก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นฟู เศรษฐกิจของไต้หวันก็เจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

          เมื่อสองปีที่แล้ว เศรษฐกิจของเราถดถอยลงติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส ในปีนี้อัตราการว่างงานตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง พ.ค. ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน เมื่อปี 2560 เงินเดือนรวมสูงที่สุดในประวัติการณ์ สิ้นสุดสถานการณ์เงินเดือนลดน้อยถอยลงในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

          ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้น แน่นอนว่าทำให้ผู้คนพึงพอใจ แต่สำหรับรัฐบาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดการปันผลจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนทั้งปวงได้

          ในปีนี้ เราได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการครูขึ้น 3% ทำให้เกิดกระแสการปรับขึ้นค่าจ้างตามในภาคธุรกิจ เรายังเร่งปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ เรายังผ่อนคลายระยะเวลาให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 4 ปี ช่วยลดภาระให้แก่กลุ่มบุคคลที่กู้ยืมเพื่อการศึกษา

          โครงการปฏิรูปภาษีที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ระบบภาษีที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายภาษี  ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือการปรับขึ้นค่าลดหย่อน 4 รายการ ในอนาคต ประชาชนผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็กจะได้รับการยกเว้นภาษีโดยปรับค่ายกเว้นสูงขึ้น

 

          ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคม เมื่อปี 2559 ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สิ่งที่ประชาชนทุกคนกังวลมากที่สุดก็คือ ปัญหาราคาบ้านที่สูงเกินไป ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล ภาระการเลี้ยงดูบุตรที่หนักหน่วง เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม และการแพร่ระบาดของยาเสพติด ระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมในรอบด้านจะต้องลงมือทำอีกมากมาย ดังนั้น ในช่วงสองปีนี้ เราจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมที่สมบูรณ์

          สำหรับปัญหาความเท่าเทียมในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในสังคม ได้เริ่มดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ขณะนี้มีทั้งที่ก่อสร้างเสร็จและอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง รวมกว่า 24,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับที่จะเริ่มก่อสร้างในภายหลัง ภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนมากเกือบ 35,000 ยูนิต สำหรับกรุงไทเปและนครนิวไทเปซึ่งมีปัญหารุนแรงที่สุด ในช่วงเกือบ 2 ปีมานี้ มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วกว่า 5,400 ยูนิต ในจำนวนนี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจตราแล้วบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือปริมาณล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกพึงพอใจ

          ระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่เป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างเร่งนั้น ขณะนี้ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 2.0” เพียงโทรไปที่สายด่วน 1966 จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ เราได้ขยายขอบเขตและกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการ และยังมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทำให้มีผู้สมัครใจเข้ามาให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้น เพิ่มการให้บริการมากขึ้น เติมเต็มความต้องการของครอบครัวที่ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จากความพยายามเหล่านี้ ทำให้จำนวนผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในช่วง 1 ปีมานี้

           สำหรับปัญหาอัตราการเกิดต่ำได้กลายมาเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากเราจะมอบเงินเบี้ยเลี้ยงอุดหนุนให้แล้ว ยังมีการจัดตั้ง “ระบบการดูแลเด็กกึ่งภาครัฐ” เพื่อพัฒนาเป้าหมายในการดูแลเด็กและให้การศึกษาของภาครัฐไปอีกขั้น ปัจจุบัน ระบบการดูแลเด็กและเนอสเซอรีกึ่งภาครัฐ สามารถให้บริการรับเลี้ยงเด็กในราคาย่อมเยาได้มากถึง 56,000 คน เพิ่มขึ้นจากในอดีตเป็นอย่างมาก เป้าหมายของเรามีความชัดเจนในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

          สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลนั้น เราได้นำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้แนวโน้มของการก่ออาชญากรรมมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัด เรายังได้ดำเนินการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมและการต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งล่าสุดปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้ใช้กฏหมายฉบับแก้ไขว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม มาดำเนินการปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มมิจฉาชีพและการกระทำความผิดอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 1,300 ราย

          ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของการดำเนินมาตรการต่อต้านยาเสพติดในชุมชน มีการจักุมยาเสพติดได้ปริมาณสูงถึง 9,700 กิโลกรัม จับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้เสพได้กว่า 1,900 ราย ในช่วงระยะเวลา 4 ปี กเราทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญ ดำเนินยุทธศาสตร์ใหม่ของการต่อต้านยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครืยข่ายยาเสพติดออกจากสังคม

 

          พี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลทุกคน ประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางในการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนไปของโลก และทำให้ไต้หวันยังยืนหยัดอยู่ในจุดนี้ได้

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต เพราะเมื่อเราส่งมอบประเทศต่อให้แก่คนรุ่นหลัง เขาจะไม่จะต้องเจอกับภาระและความยากลำบากที่มากขึ้น ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเรามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปฏิรูปประเทศ ประเทศจำเป็นต้องก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

          ด้านการปฏิรูปเงินบำนาญ เราไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิม เพราะเราไม่สามารถทำให้คนทุกยุคสมัยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตทางการเงิน

          การเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ก็ไม่สามารถก้าวถอยหลัง นี่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อนครนิวไทเปและเมืองผิงตงที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่เท่านั้น แต่เป็นทำให้ประชาชนทุกคนทุกยุคที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ปลอดจากการคุมคามของภัยพิบัตินิวเคลียร์

          การเปลี่ยนผ่านกระบวนการความเป็นธรรมยิ่งไม่สามารถก้าวถอยหลังได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารรัฐบาลในอดีต ตอนนี้รัฐบาลต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อชี้แจงความจริงและเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างได้

          การปฏิรูปอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด แต่อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า คนรุ่นต่อๆ ไป จะสัมผัสรับรู้ได้และรู้สึกขอบคุณที่เราเลือกทางเดินนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ทดสอบความเป็นผู้นำ ข้าพเจ้าจะแบกรับภาระความรับผิดชอบนี้ เพื่อนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

          ในช่วงท้ายนี้  ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับตัวแทนที่นำร้องเพลงชาติในวันนี้ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เสมือนเป็นผู้ดูแลประภาคาร

         ชายฝั่งทะเลทุกแห่งในไต้หวันมีประภาคารตั้งอยู่ทั้งหมด 36 ประภาคาร และจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลประภาคาร เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัยให้กับการเดินเรือในท้องทะเล ข้าพเจ้าใคร่ขอเป็นตัวแทนของประเทศ กล่าวขอบคุณทุกท่าน ที่ยอมอดทนต่อความเหงาและความยากลำบาก เพื่อส่องแสงสว่างในกับการเดินเรือกลับเข้าฝั่ง

          ไต้หวันก็เปรียบเสมือนประภาคารแห่งหนึ่ง ที่พวกเราได้มีการเปลี่ยนผ่านของระบอบประชาธิปไตย ไม่เพียงส่องแสงสว่างให้กับตนเองในความมืดเพื่อก้าวผ่าน แต่สำหรับคนที่กำลังตามหาประชาธิปไตยทุกคน เราก็พร้อมช่วยเป็นแสงสว่างในความมืดให้ ดังนั้นพี่น้องพ้องเพื่อนในฮ่องกง ในจีนแผ่นดินใหญ่ และทุกพื้นที่ทั่วโลก ที่กำลังตามหาประชาธMore

เฉินเจี๋ยอี๋กับอัลบั้มเพลงชุด A Time For Everything

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ในชุด A Time For Everything และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ในชุด A Time For Everything และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-10-14 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเฉินเจี๋ยอี๋ (陳潔儀) ในชุด A Time For Everything

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (กัวเหยียนฝู่ได้รับเชิญให้ไปจัดนิทรรศการภาพวาดที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ / เซียวจิ้งเถิงเจ็บตัวก่อนขึ้นเวทีอีกแล้วที่เสินเจิ้น แต่เจ้าตัวแสดงสปิริตจัดเต็มให้กับแฟนเพลงเหมือนเคย / โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนมองที่มุมซ้ายล่างกันหมด / หลี่ฉุนลูกหลี่อันได้รับเชิญให้เป็นกรรมการในเทศกาลภาพยนตร์ผิงเหยา)

 

เฉินเจี๋ยอี๋กับอัลบั้มเพลงชุด A Time For Everything

 

กัวเหยียนฝู่หันหลังให้วงการบันเทิงไปเอาดีทางการวาดภาพ จนได้รับการติดต่อจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ให้ไปเปิดนิทรรศการถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว

 

โจวทังเหาโพสภาพที่ถ่ายคู่กับหลินจื้อหลิง แต่คนไปสนใจมุมซ้ายล่างกันหมด

 

เซียวจิ้งเถิง (蕭敬騰) จัดเต็มเหมือนเคยบนเวทีคอนเสิร์ตที่เสินเจิ้น คราวนี้แอบเซ็กซี่เล็กๆด้วย

 

หลี่ฉุนลูกชายของอังลี

More
ชาวไต้หวันจัดเป็นชาติที่นิยมพอกหน้ามากที่สุดในเอเชีย

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561

2018-10-14 06:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น! สมาชิกในครอบครัว 3 คนจาก 6 คน เกิดโดยธรรมชาติในวันชาติ 10 ตุลาคม 

          ครอบครัวตระกูลพัน ที่เมืองฮัวเหลียน เป็นครอบครัวที่ดวงสมพงษ์กับวันชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ สมาชิกครอบครัว 6 คน มี 3 คนเกิดในวันชาติ ได้แก่นางจางผู้เป็นแม่ บุตรคนที่ 2 และสมาชิกคนล่าสุดเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ด้วยการคลอดตามธรรมชาติ ผู้เป็นพ่อบอกว่า ฉลองวันเกิดพร้อมกันวันเดียว 3 คน ทำให้สะดวก นอกจากจะเป็นวันแห่งความทรงจำที่ดีแล้ว ยังมีคนร่วมอวยพรวันเกิดให้ทั้งประเทศ แถมยังประหยัดเงินค่าเค้กวันเกิดอีกด้วย กลายเป็นควันหลงของวันชาติปีนี้ที่มีสื่อรายงานกันมากที่สุด

 

สมาชิกในครอบครัวตระกูลพัน 3 คนจาก 6 คน เกิดวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน

 

ในปีนี้ นครเถาหยวนมีเด็กทารกเกิดใหม่ในวันชาติ 10 ต.ค. จำนวน 26 คน

 

2. ได้บุญเท่ากัน! วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนเข้าร่วมพิธีออนไลน์สดๆ

         ศาสนาพุทธเป็นศาสนาใหญ่ที่มีชาวไต้หวันนับถือเป็นจำนวนมาก โดยศาสนาพุทธในไต้หวันเป็นลัทธิมหายาน ซึ่งจะเน้นช่วยมหาชนให้พ้นจากความทุกข์มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงตนเอง ศาสนาพุทธในไต้หวัน มีวัดใหญ่ 4 สำนัก และจะทำพิธีสวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วประจำปี หรือพิธีกงเต็กอย่างใหญ่โต พุทธศาสนิกชนที่อยากได้บุญกุศลก็ไปร่วมพิธีได้

         บางคนที่อยากไปร่วมพิธี แต่อยู่ห่างไกล หรือติดธุระไม่สะดวก ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องไปร่วมสวดมนต์ถึงงาน ที่ผ่านมา เราสามารถฟังเทศ ฟังธรรมจากเว็บ ผ่านยูทูปได้อยู่แล้ว แต่นั่น เป็นการฟังจากแหล่งที่เขาอัพโหลดไว้ ขณะนี้ ชาวพุทธในไต้หวัน สามารถร่วมพิธีสวดมนต์อุทิศบุญกุศลแด่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะบรรพบุรุษหรือผีไร้ญาติ บำเพ็ญตน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงผ่านระบบออนไลน์สดๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่จัดงาน ท่านบอกว่าได้บุญเท่ากัน

         วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรมที่จินซาน นครนิวไทเป เตรียมจัดพิธีสวดมนต์ประจำปี ณ อุทยานพุทธศึกษาโลก ภายในวัดฝากู่ซาน ช่วงระหว่าง 25 พ.ย.-2 ธ.ค. นี้ ปีนี้ยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี แต่ที่พิเศษคือ เปิดให้สาธุชนที่มีความสนใจ แต่ไม่สามารถไปร่วมพิธีได้ สามารถร่วมพิธีสดๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยการคลิกในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ว่า ต้องการจะอุทิศบุญกุศลให้ใคร หรือต้องการจะสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง เสริมบารมีก็ทำได้ ได้บุญเหมือนกับเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่เลยทีเดียว

 

 วัดฝากู่ซานหรือวัดภูเขากลองธรรม จัดพิธีพิธีสวดมนต์อุทิศบุกุศล ให้สาธุชนร่วมพิธีออนไลน์สดๆ ได้

 

3.      ไปท่องเที่ยวไต้หวัน ซื้ออะไรกลับบ้านใช้เองหรือฝากญาติมิตร? แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

         แผ่นมาส์กหน้าและมาส์กพอกหน้า สินค้ายอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดมือกลับไปฝากญาติมิตร ซึ่งมีเป็นร้อยยี่ห้อ สนนราคามีตั้งแต่แผ่นละ 20-1800 เหรียญไต้หวัน แต่ที่ได้รับความนิยมมักจะเป็นราคาระดับกลางคือ 25-200 เหรียญ จากสถิติพบว่า หญิงสาววัย 25-34 ปีคือลูกค้ากลุ่มใหญ่ รองลงมาคือช่วงอายุ 35-44 ปี โดยนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมซื้อแผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันมากที่สุด

         และไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวไต้หวันน่าจะจัดได้ว่าเป็นชาติที่นิยมใช้แผ่นมาส์กหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ามากกว่า 300 ล้านแผ่น

 

ชาวไต้หวันจัดเป็นชาติที่นิยมพอกหน้ามากที่สุดในเอเชีย แต่ละปีใช้แผ่นมาส์กหน้ากว่า 300 ล้านแผ่น

 

แผ่นมาส์กหน้าไต้หวัน  เป็น 1 ในสินค้าที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อมากสุด

 

แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันราคาไม่แพง คุณภาพเยี่ยม ครองตลาดโลก 17%

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561

2018-10-13 09:17:02

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. สภาการตรวจสอบสับ 3 กระทรวง ฐานปล่อยให้แรงงานต่างชาติเพิ่มกว่า 300,000 คนใน 8 ปี กระทรวงแรงงานโต้ ไม่กระทบโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น

       สภาการตรวจสอบของไต้หวันประกาศผลตรวจสอบการนำเข้าแรงงานต่างชาติเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากขาดการวางแผนที่รอบคอบ ทำให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้ โดยระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่นำเข้าไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน ด้วยเหตุนี้ สภาการตรวจสอบจึงมีหนังสือตักเตือน 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเศรษฐการและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ

       รายงานการตรวจสอบของสภาการตรวจสอบฉบับนี้ระบุว่า กฎหมายการจ้างงานกำหนดให้กระทรวงแรงงาน จะต้องจัดตั้งดัชนีแจ้งเตือนการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อควบคุมจำนวนแรงงานต่างชาติที่จะนำเข้าได้ในแต่ละปี ป้องกันการนำเข้าในจำนวนมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น แต่ไม่เห็นกระทรวงแรงงานจัดตั้งระบบแจ้งเตือนดังกล่าว และไม่มีการควบคุมเพดานแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 700,000 คนในเร็วๆ นี้

 

       รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน เพิ่มขึ้นจาก 379,653 คน เพิ่มเป็น 692,868 คน ช่วงระยะเวลาไม่ถึง 8 ปี จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้น ถึง 313,000 คน

       และเริ่มตั้งแต่เปิดให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มจากโควตาเดิมที่ได้รับอนุมัติตามประเภทกิจการมาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ปีค.ศ. 2013 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนส.ค. ปีนี้ มีการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติในโควตาพิเศษดังกล่าวแล้ว 220,295 คน แต่นำเข้าจริงมีเพียงร้อยละ 60.9 ของจำนวนที่อนุมัติ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ระยะเวลาไม่ถึง 8 ปีในช่วงที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 313,000 คน

 

2. แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย สท.เรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจร

       แรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากไม่ต้องสอบใบขับขี่และแรงงานต่างชาติไม่ทราบกฎจราจร ทำให้หลายเมืองที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ประสบปัญหาเกิดความวุ่นวายด้านการจราจร มีการขี่สวนเลนฝ่าไฟแดง ซิ่งด้วยความเร็วสูง 2 คันขี่ขนานกันไป ขี่ไปด้วยคุยกันไปด้วย อันตรายมาก นอกจากนี้ยังขี่บนฟุตบาท เชี่ยวชนคนเดินบนฟุตบาทเพิ่มมากขึ้น

       อย่างที่เขตถานจื่อ และเขตต้าหย่า ในนครไทจง เนื่องจากเป็นเขตนิคมอุสาหกรรม มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และเกิดเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติขี่จักรยานไฟฟ้าแล้วเชี่ยวชนคนเดินข้างทางหลายคดี จนสมาชิกสภาเทศบาลหรือสท. นำเข้าหารือในสภา จี้เทศบาลนครไทจง จะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์กฎจราจร ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ

       นายไล่เฉากั๋ว สมาชิกสภาเทศบาลนครไทจงกล่าวในสภาว่า แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า แต่มักจะเกิดอุบัติเหตุ ระยะนี้ เกิดเหตุแรงงานต่างชาติขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปเชี่ยวชนคนสูงอายุที่เดินบนฟุตบาตถึง 2 ราย อีก 1 ราย ถูกแรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าสวนเลนชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล เรียกร้องให้เทศบาล นครไทจงต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

 

สท.ไทจงเรียกร้องเพิ่มการอบรมกฎจราจรแก่แรงงานต่างชาติ

 

       ด้านกองแรงงาน นครไทจงแถลงว่า เตรียมจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านกฎจราจร ตามโรงงานและย่านที่มีแรงงานต่างชาติชุมนุมเป็นจำนวนมาก

       นอกจากคนงานเวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว คนงานไทยก็นิยมขับขี่จักรยานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ มีแรงงานไทยรายหนึ่ง ขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดง ชนกับรถบรรทุกเล็ก รถกระเด็นไปถูกคนแก่ที่เดินอยู่บนทางเดินเท้า คนงานไทยรายนี้สลบคาที่ แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องเจอค่าปรับฐานฝ่าไฟแดง และต้องชดใช้ค่ารักษพยาบาลและค่าทำขวัญให้แก่คนสูงอายุที่ถูกชนเป็นเงินหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

 แรงงานต่างชาติขับขี่จักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดงและย้อนศรชนคนเดินถนนบ่อย

 

3. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ เดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อย 5 ราย นอนหมดสติในโรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 2 ราย

       1 ในปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพและดื่มสุราจัด ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

       ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

แรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายและพักผ่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
เขื่อนสือเหมิน

เที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

เที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

2018-10-12 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ จะพาทุกท่านไปเที่ยวชิลๆ กับสถานที่แปลกใหม่ในไต้หวันจากเหนือจรดใต้

- เตรียมตัวไปท่องพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์สือซานหางในยามราตรีกัน

- ล่องเรือชมความงามของขุนเขาแมกไม้และสายน้ำ รับประทานปลาสดๆ แสนอร่อย และสนุกสนานไปกับเทศกาลว่าว ที่เขื่อนสือเหมินในเขตนครเถาหยวน

- นครไทจงพัฒนาคลองลวี่ชวน (綠川ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตจนได้รับรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม Good Design Award จากญี่ปุ่น

- พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์เพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

 

 คลองลวี่ชวน (綠川) แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ในนครไทจงได้รางรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมจากญี่ปุ่น

 

 พิพิธภัณฑ์สือซานหางซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของไต้หวัน จะเปิดให้เข้าชมในยามค่ำคืนระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคมนี้

 

บรรยากาศการนั่งเรือท่องเขื่อนสือเหมิน

 

พิพิธภัณฑ์กู้กงสาขาภาคใต้ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจียอี้ จัดเทศกาลเดือนสิงคโปร์ขึ้นเพื่อแนะนำวัฒนธรรมเปอรานากัน

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

2018-10-11 22:30:00

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่ง (戴資穎) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวที่บ้านเกิด ทำเงินรางวัลสะสมเกินล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

- สองหลินแห่งไต้หวัน (หวังฉีหลิน/เฉินหงหลิน) คว้าแชมป์แบดชายคู่ในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

- เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เทียนจินได้สำเร็จ

 

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์ที่ 7 ของปีในรายการโยเน็กซ์ ไชนีสไทเป โอเพ่น 2018

 

หวังฉีหลิน (ขวา) และเฉินหงหลิน (ซ้าย) เอาชนะเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์แบดชายคู่ในทัวร์นาเมนต์ที่ไทเปได้สำเร็จ

 

เซี่ยสูเหวยเปิดหัวได้สวยในทัวร์นาเมนต์ที่เทียนจิน

More
เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

2018-10-14 10:43:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

        ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวันอย่างหนึ่ง ได้แก่สุขภาพ โดยแรงงานไทยจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ทานอาหารรสจัดและดื่มสุรา ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพ ทำให้เกิดอาการไหลตายและมีโรคเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นต้น โดยเฉพาะโรคไหลตาย ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตแรงงานไทยไปอย่างปริศนาหลายสิบคนในแต่ละปี

        สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เตือนเพื่อนแรงงานไทยด้วยความห่วงใยว่า ช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ในไต้หวันถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหูภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันแตกต่างกันมากกว่า 10 °c ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการป่วยหรือเป็นไขหวัดได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันและโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงอาการกำเริบ โดยแพทย์ระบุว่า อากาศเย็นลง 1 องศา เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเฉียบพลันถึง 2% เหตุเลือดหนืดขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และในเดือนกันยายนเดือนเดียว มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้ว 5 ราย แนะ 7 วิธีดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาว ได้แก่

       1. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยสวมใส่ชุดนอนที่อบอุ่นและห่มผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

       2. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ให้ได้วันละ 2 ลิตร หรืออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว รับประทานอาหารปรุงสุกแล้วให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารรสไม่จัด หลีกเลี่ยงขนมหวาน อาหารไขมันสูง เพิ่มการรับประทานผักสดและผลไม้สดที่หวานน้อย เนื่องจากมีแร่ธาตุสูง มีวิตามินเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคช่วงหน้าหนาว หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา สูบบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้โรคที่มีอยู่เดิมกำเริบขึ้นได้

       3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ผลของการออกกำลังกาย จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หัวใจมีความทนทาน

       4. หมั่นตรวจเช็กค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

       5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

       6. จัดการตนเองแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่เครียด ไม่พึ่งสุรา สารเสพติด

 

 เตือนแรงงานไทยดูแลสุขภาพ กันยายนเดือนเดียวมีคนงานไทยนอนไหลตายและเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย

 

2. แรงงานไทยทำงานในไต้หวันครบ 12 แล้ว อยากทำงานต่อไป ประกาศหางานทำในเฟซบุ๊ก เตือน การเปิดเผยข้อมูลตัวเองในสื่อโซเชียลมีความเสี่ยงสูง และการหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ไม่ง่ายอย่างคิด นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

 การหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย นอกจากไร้หลักประกันด้านการทำงาน การรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพจิต

 

3. นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี โรงพยาบาลเลิดสิน แนะให้คนงานไทยในไต้หวันดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการทานอาหารที่มีโภชนาการ หลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด นอนพักผ่อนครบ 6 ชั่วโมง ออกกำลังกาย งดเว้นแอลกอฮอลล์ บุหรี่และยาเสพติด...  

 

นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี (คนนั่งคนแรก) แนะนำวิธีดูแลสุขภาพสำหรับพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ต.ค. 61 แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 8 ต.ค. 61 แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี

2018-10-09 20:02:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่  8 ต.ค. 61

        ๑. แสง สี เสียง ต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน 107 ปี ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค. 2561 19.00-21.30 น. ทุกครึ่งชั่วโมง 

        ๒. ประชุมร่วมกลาโหมไต้หวัน-สหรัฐฯ เป็นการประชุมภาคเอกชน รมว.กลาโหม ไต้หวัน ระบุ เแม้จะได้รับเชิญ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เนื่องจากไม่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคงมีโอกาสร่วมประชุมด้วย 

        ๓. รมว. กลาโหมไต้หวัน ย้ำเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพ รับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ 

More
อารอน เหยียนหย่าหลุน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-10-07 22:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหนุ่มอารอน เหยียนหย่าหลุนในชุด 親愛的怪物 (Dear Monster)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจวเหวินฟะแอบไปวิ่งจ็อกกิ้งตอนเช้า ในช่วงที่มาโปรโมทภาพยนตร์ในไทเป / โจลินเปิดร้านขายเค้กฟองดู / หลูกว่างจ้งคว้ารางวัลระฆังทองรายการโทรทัศน์สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายควบรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี)

 

More
10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 - 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

2018-10-09 19:06:46

อีกเพียงไม่กี่เดือนก็ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ ผู้คนเริ่มวางแผนเดินทางจองตั๋วเครื่องบินไปเคาท์ดาวน์ สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว 10 อันดับเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมบินไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2019

More
ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561

2018-10-07 09:31:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. ไต้หวันโชคดีอีกแล้ว กองเรย ไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ ซึ่งเป็นลูกใหม่ล่าสุด เดิมมีแนวโน้มมุ่งหน้ามายังไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้กลับเลี้ยวโค้งหักศอกขึ้นเหนือไปทางเกาหลีและญี่ปุ่นตามเคย สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่เฉพาะกับไต้ฝุ่นกองเรยเท่านั้น ยังเกิดขึ้นมาแล้วกับไต้ฝุ่นหลายลูก สื่อไต้หวันบางฉบับเขาพาดหัวตามสำนวนนิยายกำลังภายในว่า ปีนี้ ไต้หวันมีวิชาระฆังทองคุ้มกาย หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 金鐘罩 (อ่านว่า จินจงเจ้า) ไต้ฝุ่นเข้าใกล้ทีไร เป็นต้องเบี่ยงเบนทิศทางไปทางอื่น ความจริงแล้ว ไต้หวันไม่มีกำลังภายในหรอก แต่เป็นเพราะปีนี้ความกดอากาศสูงในมหาสมุทรแปซิฟิกมีกำลังแรงเป็นพเศษ และตำแหน่งอยู่ค่อนไปทางทิศเหนือ ส่งผลให้โน้มน้าวไต้ฝุ่นพัดไปทางญี่ปุ่น เกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ หากตำแหน่งของความกดอากาศสูงอยู่ค่อนไปทางทิศใต้ ไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น โอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันก็จะสูงขึ้น

 

 ปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว 25 ลูก มากสุดในรอบ 24 ปี แต่มีเพียงมาเรียที่พัดเฉียดไต้หวันไป ลูกอื่นๆ เลี้ยวโค้งไปทางอื่นหมด

 

2.  เข้าสู่เดือนตุลาคม แม้ยังมีพายุไต้ฝุ่นซึ่งมักจะเกิดในฤดูร้อนอยู่ แต่อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นลง ลมหนาวจากภาคเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่แผ่ลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ อุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกและเช้า จะแตกต่างกับกลางวันถึง 10°c ทีเดียว อากาศเช่นนี้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเกิดอาการป่วยได้ โยเฉพาะคนที่เป็นป่วยเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาจกำเริบเสียชีวิตได้ง่าย ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายและโรคเรื้อรังไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงงานไทยจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมาเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดมีปัญหาได้

 

3. พายุฝุ่นละอองระลอกแรกที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่งผลให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 25 แห่งทางภาคตะวันตกของไต้หวันตั้งแต่นครนิวไทเปถึงนครเกาสงปรากฏสัญญานเตือนภัยเป็นสีส้มและสีแดง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน บุคคลทั่วไปควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

 อากาศเริ่มเย็นแล้ว โดยเฉพาะกลางคืนและเช้า ระวังร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไม่สบายได้ง่าย

 

4. วันพุธที่ 10 ต.ค.นี้เป็นวันชาติไต้หวัน รัฐบาลเตรียมฉลองวันชาติปีนี้อย่างยิ่งใหญ่  เริ่มจากการแสดงแสงสีเสียงที่ทำเนียบประธานาธิบดีทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ทุกคืนระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค

         สำหรับพิธีฉลองวันชาติอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. และปิดฉากลงด้วยการจุดพลุฉลองวันชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสถานที่จุดพลุจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ โดยปีนี้ถึงคิวของเมืองฮัวเหลียน

         พลุที่เตรียมจะจุดในคืนวันชาติ (10 ต.ค.) ปีนี้ มีจำนวนมากถึง 30,860 ดอก ทำสถิติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้มีพลุยักษ์ขนาดความยาว 42 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม.หนัก 35 กก. จำนวน 2 ดอก เป็นไฮไลท์ของการจุดพลุฉลองวันชาติปีนี้ ซึ่งจะแบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

 ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป จะมีการแสดงแสงสีเสียงตระการตาทุก 30 นาที ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.30 น. ระหว่างวันที่ 5 -10 ต.ค.นี้

 

วันชาติปีนี้ (10 ต.ค.) จะมีการจุดพลุที่เมืองฮัวเหลียน 30,860 ดอก แบ่งการจุดออกเป็น 7 ช่วง ช่วงละประมาณ 6 นาที

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More
ณ สิงหาคม 2561 ในไต้หวันมีผู้อนุบาลต่างชาติ 253,679 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561

2018-10-06 07:25:52

 

คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

 

1. นโยบายให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ถูกวิจารณ์ว่าปล่อยให้สถานศึกษาขายบัตรประชาชน รัฐบาลโต้ว่า เข้าใจผิด จะออกใบถิ่นที่อยู่ให้ ไม่ใช่บัตรประชาชน

       สืบเนื่องจากรัฐบาลไต้หวันกำลังผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและฝีมือระดับปานกลางหรือแรงงานกึ่งฝีมือ โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาที่เป็นลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเล หลังจบการศึกษาแล้ว หากประสงค์จะทำงานและมีนายจ้างว่าจ้าง จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ และหากเป็นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีอยู่ทำงานต่อเนื่องครบ 5 ปี นักศึกษาระดับปวช. ปวส. อยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี สามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ โดยจะกลายเป็นแหล่งแรงงานกึ่งฝีมือที่สำคัญของไต้หวัน มาตรการนี้ ถูกนายเฉินป๋อจื้อ ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันวิจารณ์ว่า อาจส่งเสริมให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรของประเทศ กลายเป็นสถานฝึกอบรมแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชนที่ด้อยคุณภาพ หาเด็กนักศึกษาเข้าเรียนไม่ได้ นำเข้านักศึกษาคุณภาพต่ำจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาฝึกอบรม จากนั้นเข้าทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาบางแห่งมีสภาพการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว ทำให้เดิมขายเพียงวุฒิบัตรการศึกษา ยกระดับกลายเป็นขายบัตรประชาชน

 

 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีนักศึกษาจากกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวันจำนวน 38,000 คน

 

       ต่อคำวิจารณ์ข้างต้น นาง Kolas Yotaka โฆษกสภาบริหารชี้แจงว่า ข้อความข้างต้น เป็นความเข้าใจเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่คลาดเคลื่อน ร่างกฎหมายฉบับบี้ ไม่ได้อนุญาตให้นักศึกษาจากกลุ่มประเทศตามนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ที่เดินทางมาศึกษาต่อในไต้หวัน สามารถขอบัตรประชาชนของไต้หวันได้ แต่จะอนุญาตให้อยู่ทำงานในไต้หวันจนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด จึงมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1. นายจ้างมีความต้องการ ซึ่งเป็นการแสดงว่า ไต้หวันขาดแคลนบุคลากรเหล่านี้ 2. นักศึกษาเหล่านี้ จะต้องผ่านการสอบและได้รับใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง และประการที่ 3 จะต้องอยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี สำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และครบ 7 ปีสำหรับผู้จบระดับอาชีวศึกษา จึงจะมีสิทธิยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ แต่ไม่ใช้ขอบัตรประชาชน จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะเข้าใจวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ถูกต้องของร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่...ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

 วิทยาลัยอาชีวจงซานที่เกาสงเปิดรับนักศึกษาต่างชาติรุ่นแรกเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ปัจจุบันศิษย์เก่าเป็นผู้บริหารระดับสูงบ.ไฮเทคหลายแห่ง ในภาพเป็นนักษาต่่างชาติสาขาอิเลคทรอนิคส์ของวิทยาลัยแห่งนี้กำลังฝึกงานภาคปฏิบัติ

 

 

 วิทยาลัยอาชีวจวงจิ้งในนครนิวไทเป ปีนี้รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน 300 คน ส่วนใหญ่เรียนในสาขาทำอาหารและเบเกอรี่ มีการส่งไปฝึกงานในภัตตาคารต่างๆ

 

2. ไต้หวันเล็งออกมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้ นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 28,000 ครัวเรือนได้รับอานิสงส์

       กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา อนุมัติเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลัก ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสน ในวงเงิน 182 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือกึ่งหนึ่งของยอดจำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ 364 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่า มีนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้รับอานิสงส์กว่า 28,000 ครัวเรือน ในอนาคต นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาล ไม่ต้องกลัวว่าผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างจะขอลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว หรือลาหยุดพัก จะไม่มีคนมาช่วยดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยอนุบาลดูแลตลอดอีกต่อไป

 

ในอนาคต ผู้อนุบาลจะได้หยุดพักกันบ้างแล้ว โดยไต้หวันจะเริ่มใช้ระบบช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลหลักปลายปีนี้

 

       ปัจจุบัน ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนจำนวน 236,000 คน สิ่งที่นายจ้างผวากันมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้อนุบาลต่างชาติที่ตนว่าจ้างดูแลผู้ป่วย หากมีปัญหา จะทำให้ขาดคนดูแล และมีเพียงผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนี ลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเกิน 1 เดือนขึ้นไป จึงจะยื่นขอเงินช่วยเหลือเพื่อว่าจ้างผู้อนุบาลทดแทนที่จะมาดูแลผู้ป่วยชั่วคราว หากผู้อนุบาลลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวในระยะสั้น หรือลาพักผ่อน ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องมีคนคอยดูแลตลอด จะประสบปัญหาขาดคนดูแลทันที

       นายเสวีย เจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานของไต้หวันแถลงว่า เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นมาตรการนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยในชั้นแรก จะอุดหนุนครอบครัวที่มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วยก่อน ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่อยู่คนเดียว หรือผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือเป็นคนพิการในระดับรุนแรง จากนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประเมินทบทวน ขยายครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการให้มากขึ้น   ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นอกจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว รัฐบาลได้เตรียมผู้นุบาลชาวไต้หวันที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยชั่วคราวไว้ จำนวน 32,000 คน และคาดว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะสามารถดำเนินการได้....ฟังเพิ่มจากรายการออนไลน์ได้ที่นี่

 

ณ สิงหาคม 2561 มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน ตำแหน่งผู้อนุบาล จำนวน 253,679 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##

More