QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-05-18
  • ชาวเวียดนามโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันมากกว่าทุกประเทศ

    ชาวเวียดนามโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันมากกว่าทุกประเทศ

    ในบรรดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1
  • ปี 2559 มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน

    ปี 2559 มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน

    ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 248 คน
  • รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในหมู่แรงงานต่างชาติ

    รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในหมู่แรงงานต่างชาติ

    รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในหมู่แรงงานต่างชาติ เพราะราคาถูกและไม่ต้องมีใบขับขี่ (Cr:Liberty Times Net)
  • จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์

    จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์

    จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์
  • จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์

    จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์

    จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดินและค้ามนุษย์

 

1. ปี 2559 มีชาวต่างชาติได้รับสัญชาติไต้หวัน 3,252 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 66 เป็นชาวเวียดนาม ส่วนชาวไทยมี 284 คน

          กระทรวงมหาดไทย ไต้หวันประกาศสถิติชาวต่างชาติที่ได้รับการโอนสัญชาติเป็นชาวไต้หวันเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า มีชาวเวียดนาม 2,146 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 65.99 % ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน จากชาวต่างชาติที่ด้รับการโอนสัญชาติทั้งหมด 3,252 คน ซึ่งมีจำนวนลดลงจากปีก่อนหน้านี้ 360 คน และเหตุผลสำคัญในการยื่นคำร้องขอโอนสัญชาติก็คือ เป็นคู่สมรสของชาวไต้หวัน

 

ในบรรดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1

 

ปี 2559 มีชาวต่างชาติได้รับการโอนสัญชาติทั้งหมด 3,252 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเวียดนาม 2,146 คน หรือ 65.99 %

 

          โฆษกกระทรวงมหาดไทยแถลงว่า เงื่อนไขและคุณสมบัติของชาวต่างชาติที่จะยื่นขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวไต้หวัน จะต้องเป็นผู้พำนักอาศัยในไต้หวันรวมสะสมแล้วปีละไม่ต่ำกว่า 183 วัน ต่อเนื่องกัน 3 ปี จึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอได้ และพบว่าผู้ขอโอนสัญชาติส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติหรือบุคคลไร้สัญชาติที่สมรสกับชาวไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีมาตรการสะกัดกั้นการสมรสแอบแฝงหรือการแต่งงานปลอม ด้วยการสัมภาษณ์ก่อนอนุญาตตรวจลงตราหรือออกวีซ่าเข้าเมืองให้ ตั้งแต่สำนักงานตัวแทนไต้หวันในต่างประเทศแล้ว ส่งผลให้ยอดจำนวนคู่สมรสต่างชาติที่ยื่นขอโอนสัญชาติ ซึ่งในอดีต ช่วงที่มีสถิติสูงสุด คือเมื่อปี 2551 สูงถึงปีละ 13,230 คน ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงเมื่อปีที่แล้ว ชาวต่างชาติที่ยื่นคำร้องขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน ลดลงเหลือ 3,252 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเวียดนามมากที่สุด 2,146 คน ครองสัดส่วน 66.59% ตามด้วยอินโดนีเซีย 382 คน ไทย 284 คน ฟิลิปปินส์ 275 คน มาเลเซีย 34 คน พม่า 20 คน กัมพูชา 6 คนและสิงคโปร์ 1 คน รวมผู้ขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3,148 คน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 96.80 เหตุผลสำคัญในการขอโอนสัญชาติก็คือ แต่งงานกับชาวไต้หวัน

 

เมื่อปี 2551 ยอดจำนวนคู่สมรสต่างชาติที่ยื่นขอโอนสัญชาติ ทำสถิติสูงสุดปีละ 13,230 คน

 

          เป็นที่น่าสังเกตว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน เพิ่มขึ้นถึง 248 คน แต่กระทรวงมหาดไทยไต้หวันไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่า อะไรที่ทำให้ชาวไทยยื่นขอโอนสัญญชาติมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ที่มีการยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2 รองจากไทย โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวฟิลิปปินส์ขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันเพิ่มขึ้น 32 คน   

 

ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 248 คน

 

2. กระทรวงสาธารณสุขเตือนนายจ้างและแรงงานต่างชาติ ให้ยึดวันอนุญาตต่อสัญญาใหม่เป็นหลัก จัดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจโรคในเดือนที่ 6, 18 และ 30

          หลังไต้หวันประกาศยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบ 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่หรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำให้การนับระยะเวลาเข้ารับการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติเกิดความสับสน เพื่อให้นายจ้างมีหลักยึดในการปฏิบัติตาม กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจึงปรับระเบียบการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ได้รับการต่อสัญญาในไต้หวัน ยึดวันที่ระบุในใบอนุญาตเป็นวันแรกของการทำงาน จัดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจโรคในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30  ทั้งนี้ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องรับการตรวจโรคครั้งแรกภายใน 3 วัน ส่วนแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ต่อสัญญาในไต้หวัน หรือเพิ่งจะเดินทางเข้ามาใหม่ ยังคงเป็นไปตามระเบียบเดิม กล่าวคือยึดตามวันแรกที่เดินทางถึงไต้หวันเป็นหลัก ต้องเข้ารับการตรวจโรคภายในเวลา 3 วัน นับแต่วันเดินทางถึง จากนั้นก่อนหรือหลัง 30 วันของเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30

          สำหรับรายการการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันแล้ว มีทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ 1. ตรวจซิฟิลิส 2.ตรวจวัณโรคโดยเอกซเรย์ปอด หากตรวจพบวัณโรคในการตรวจโรคเดือนที่ 6 เป็นต้นไป จะอนุญาตให้รักษาในไต้หวันได้ แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอมจากตัวแรงงานและนายจ้างก่อน 3. ตรวจพยาธิในอุจจาระ รวมทั้งเชื้อบิดอามีบ้า หากตรวจพบพยาธิในอุจจาระในการตรวจโรคเดือนที่ 6 เป็นต้นไป อนุญาตให้รักษาในไต้หวันได้  4. โรคเรื้อน และ5. โรคหัดและหัดเยอรมัน

 

 

3. แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า เตือนอันตราย ปีที่แล้วจางฮั่วเพียงเมืองเดียวเกิดอุบัติเหตุแล้ว 228 คดี

          แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก จนถึงปัจจุบันร่วม 650,000 คนแล้ว ในอดีตแรงงานต่างชาติมักจะปั่นจักรยานเป็นยานพาหนะ แต่ 2-3 ปีมานี้ รถจักรยานไฟฟ้ากำลังมาแรง ทั้งนี้เนื่องจาก จะปั่นก็ได้ หรือไม่ปั่นก็ยังวิ่งได้ เพราะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ แม้ความเร็วจะสู้รถมอเดอไซค์ไม่ได้ แต่ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ที่สำคัญ ไม่ต้องมีใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่าง๔กกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ ตามถนนหนทาง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อย่างที่เมืองจางฮั่ว ตามถนนหนทาง จะพบเห็นรถจักรยานไฟฟ้าวิ่งเต็มไปหมด แต่การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า อัตราการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง กองตำรวจจราจรเมืองจางฮั่วรายงานว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา เฉพาะรถจักรยานไฟฟ้าในเมืองจางฮั่วเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 228 คดี ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตไป 1 ราย และจากการวิเคราะห์พบว่า ในจำนวนอุบัติเหตุรถจักรยานไฟฟ้า 228 ครั้ง มีกว่าร้อยละ 80 เกิดจากแรงงานต่างชาติเป็นคนขับขี่ ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนว่า ต้องระมัดระวัง

          รายงานกล่าวว่า ปัจจุบัน รอบๆ บริเวณสถานีรถไฟในเมืองต่างๆ อย่างสถานีรถไฟจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก สาเหตุที่รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยม เป็นเพราะไม่ต้องสอบใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้ ไม่ต้องออกแรงปั่นอย่างเดียวเหมือนจักรยานทั่วไป และสนนราคาถูกว่าหลายเท่าตัว แบบมาตรฐานและทั่วๆ ไป ราคาคันละหมื่นต้นๆ หากเป็นรถจักรยานไฟฟ้าที่คุณภาพสุดยอด ราคาก็แค่ 20,000 เหรียญเศษ ถูกกว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่อย่างถูกๆ ก็เริ่มต้นที่ 6-7 หมื่นแล้ว แต่หากเป็นรถมอเตอร์ไซค์หรู ราคาจะอยู่ที่ 8-9 หมื่นเหรียญไต้หวัน และมีการลือกันว่า แม้เมาเหล้าขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จะไม่ถูกจับเหมือนขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นข่าวลือผิดๆ จึงทำให้รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ แม้แต่แรงงานไทยก็ไม่เว้น ส่งผลให้คดีอุบัติเหตุจากรถจักรยานไฟฟ้าพุ่ง

          กองจราจรเมืองจางฮั่วเตือนว่า การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าหลังดื่มสุรา หากตรวจพบจะมีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เพราะขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า ซึ่งต้องเสียค่าปรับแพงมาก ตามระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดที่วัดได้ สูงสุดปรับ 90,000 เหรียญไต้หวัน เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่า เมาแล้วขับรถจักรยานไฟฟ้าด้วยการปั่นด้วยเท้า ไม่ได้ใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ หากพิสูจน์ได้ จะเสียค่าปรับถูกลง 300-600 เหรียญ แต่โดยมากแล้ว จะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ถูกดำเนินคดีข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่า ต้องระมัดระวัง เพราะนอกจากเสียค่าปรับแล้ว ยังอาจมีอันตรายถึงบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิตได้

 

 

รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในหมู่แรงงานต่างชาติ เพราะราคาถูกและไม่ต้องมีใบขับขี่ (Cr:Liberty Times Net)

 

การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าหลังดื่มสุรา มีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ (Cr:Liberty Times Net)

 

4. จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดิน เป็นนายหน้าเถื่อน ขูดรีด ใช้แรงงานทาสและบังคับเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณี

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปทะลายแก๊งนอกกฎหมายชาวอินโดนีเซีย ที่อาศัยเปิดร้านขายของชำบังหน้า ที่แท้รับโอนเงินใต้ดิน เก็บค่าธรรมเนียมแพงและคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม ยังเป็นนายหน้าจัดหางานอย่างผิดกฎหมาย จัดส่งผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้างไปทำงานที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า บ่ายให้กลับมาช่วยทำงานที่ร้านขายของชำ ซึ่งมีถึง 4 สาขา และกลางคืนบังให้ไปขายประเวณี

          โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า การทะลายแก๊งชาวอินโดนีเซียครั้งนี้ ตรวจพบข้อมูลโดยบังเอิญจากคดีจับกุมแก๊งนอกกฎหมายชาวอินโดนีเซีย ที่อาศัยยาเสพติดควบคุมเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณีเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว เนื่องจากหัวโจกของคดีนี้ ใช้บริการโอนเงินของร้านของชำดังกล่าว จึงมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พบว่า เจ้าของร้านขายของชำ เป็นของ 2 พี่น้องชาวอินโดนีเซีย น้องสาวแต่งงานมาอยู่ไต้หวันกว่า 10 ปีแล้ว และเปิดร้านขายของชำอยู่ที่เขตซินเตี้ยน พี่ชายเดินทางมาไต้หวันในมาดนักธุรกิจ แต่จริงๆ แล้ว ช่วยน้องสาวทำธุรกิจนอกกฎหมาย โดย 2 พี่น้องเปิดร้านขายของชำในนครนิวไทเปถึง 4 สาขา แต่ร้านขายของชำเป็นเพียงบังหน้า ธุรกิจจริงๆ  คือรับโอนเงินกลับอินโดนีเซียอย่างผิดกฎหมาย ยอดจำนวนเงินโอนแต่ละปี สูงนับร้อยล้านเหรียญไต้หวัน โดยเก็บค่าธรรมเนียมการโอนแบบโอนธรรมดา 3 วันถึง 200 เหรียญต่อการโอน 1 รายการ แต่หากต้องการโอนแบบเร่งด่วน 1-2 วันถึง ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเงินยอดละ 300 เหรียญ และจะเอากำไรในการโอนเงินจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แพงกว่าธนาคารประมาณ 1-2%  นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหางานให้แรงงานอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้าง ด้วยการหักค่านายหน้าจากหยาดเหงื่อของเพื่อนร่วมชาติ โดยนายการจับกุมครั้งนี้ มีแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายที่ตกเป็นเหยื่อ 1 ราย ให้การสารภาพว่า ตนถูกจัดให้ไปทำความสะอาดที่โรงพยาบเป็นเวลาครึ่งวัน ได้รับค่าจ้าง วันละ 1,000 เหรียญ แต่ถูกหักค่านายหน้าวันละ 300 เหรียญ ช่วงบ่ายต้องกลับมาหั่นพักทำกับข้าวที่ร้านขายของชำ และกลางคืนถูกส่งไปค้าประเวณี ต้องทำงานตลอดทั้งวันโดยไม่ได้พักหรือว่างเลย

 

 

 

จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดิน เป็นนายหน้าเถื่อน ขูดรีด ใช้แรงงานทาสและบังคับเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

สภาวิจัยแห่งชาติไต้หวัน

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60 หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60 หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

2017-07-25 11:55:00

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60

 

หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

ผุ้นำไต้หวันย้ำ ABAC เป็นเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญทั้งทางเศรษฐกิจการค้าและการเมืองของไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สือติ้ง

หนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนแบบสบายๆที่สือติ้ง

หนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนแบบสบายๆที่สือติ้ง

2017-07-24 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- พาคุณผู้ฟังหนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนกับการช็อปปิ้งแบบสบายๆที่ถนนเก่าสือติ้ง (石碇) ในเขตนครนิวไทเปนี่เอง

- ไปชิมเต้าหู้ร้านเก่าแก่ร้อยปี เที่ยวชมบ้านหินโบราณ แวะดูของแปลกกับตึกมีขาที่หาดูได้ยาก

 

บรรยากาศในเขตตัวเมืองของสือติ้ง จากอดีตที่เคยรุ่งเรืองเพราะการค้าใบชากลายมาเป็นเมืองเงียบๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเหล่าคนเมืองที่รักบรรยากาศเบาสบายแบบสงบๆ ไป

 

บรรยากาศอันคึกคักของร้านเต้าหู้ตระกูลหวัง ร้านโบราณชื่อดังในแถบสือติ้ง ที่ใครมาแถวนี้เป็นต้องแวะชิม

 

ตึกมีขา ภาพแปลกตาที่กลายมาเป็นสัญญลักษณ์ประจำสือติ้งไปแล้ว

 

More
แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 - แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 - แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

2017-07-25 09:00:00

สัปดาห์นี้พาคุณไปเกาะกระแสไทยๆ ถือว่าเป็นอะเมซซิ่งไทยแลนด์ในไต้หวันก็ว่าได้ ใครจะไปคิดว่าสถาปัตยกรรมไทย อย่างบ้านทรงไทย จะมีคนนำเข้ามาในไต้หวัน กลายเป็นร้านอาหารสุดชิค ดึงดูดผู้คนมาท่องเที่ยว ถ่ายรูปเล่น และรับประทานอาหารไทย

 

ที่เมืองผิงตง ภาคใต้ของไต้หวัน มีร้านอาหารที่ชื่อว่า 泰國高腳屋 (ไท่กั๋วเกาเจี่ยวอู) สร้างเป็นบ้านทรงไทยโบราณทำจากไม้ทั้งหลัง ทำเป็นสวนอาหารขนาดใหญ่ ที่ดูไทยแท้ๆ ให้นักท่องเที่ยวไต้หวันที่งบน้อย ไม่มีโอกาสได้บินไปเที่ยวเมืองไทยจริงๆ ได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบไทยๆ สวยงามแปลกตา หาที่ไหนไม่ได้ในไต้หวัน นักท่องเที่ยวเพียงจ่ายบัตรผ่านประตูเข้าชมคนละ 100 เหรียญไต้หวัน เด็กสูงต่ำกว่า 120 ซม. เข้าฟรี ก็สามารถเดินเที่ยวชม นั่งพักที่ศาลาไม้ที่มีหลายหลังเรียงรายอยู่ริมทางเดินอิฐตัวหนอน ถ่ายรูปเล่นในสวนได้ตามสบาย มีบ่อเลี้ยงปลาและน้ำพุสร้างบรรยากาศสบายๆ หรือจะรับประทานอาหารก็มีอาหารไทยหลากหลายเมนู

 

泰國高腳屋 ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 309 ถนนฟู่ฟงลู่ หมู่บ้านฟู่เถียน อ.เน่ยผู่ เมืองผิงตง (屏東縣內埔鄉富田村富豐路309號) เปิดวันธรรมดาเวลา 14.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น. หยุดทำการทุกวันจันทร์

 

ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจร้าน https://www.facebook.com/thaihouseintw/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

More
รายงานพิเศษ เกาะติดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน 2016

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง

2017-07-24 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60

 

การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สาวโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-23 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจลินคว้ารางวัลนักร้องเชื้อสายจีนยอดเยี่ยมประจำปีรวม 3 รางวัลจาก MTV Music Awards 2017)

 

 

สาวโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) พักนี้ขยันโชว์เซ็กซี่ทาง IG เหลือเกิน จะโพสต์ให้ใครดูหรือจ๊าาาา

 

เฉินเซิง นักร้องเพื่อชีวิตรุ่นเดอะชาวไต้หวันกับอัลบั้มเพลงชุดคืนถิ่น

 

More
ประชากรวัยชราในไต้หวันมีสัดส่วน 14 % ของประชากรทั้งประเทศ

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

2017-07-23 08:39:43

 

1. ไต้หวันเข้าสู่การเป็นสังคมชราภาพอย่างเต็มตัว

           จากสถิติของกระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2017 พบว่า ประชากรวัยชราในไต้หวัน (อายุ 65 ปีขึ้นไป) มีจำนวนทั้งสิ้น 3,139,397 คน หรือคิดเป็น 14 % ของประชากรทั้งประเทศ  ในขณะที่ประชากรวัยเด็ก (อายุ 0- 14 ปี)  มีจำนวน 3,133,699 คน หรือคิดเป็น 13.31 % นับเป็นปีแรกที่ประชากรวัยชรามีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเด็ก  คาดการณ์ว่าในปีค.ศ. 2026 ประชากรวัยชราจะเพิ่มเป็น 20 % 

           นอกจากนี้ยังพบว่า ในบรรดา 22 เมืองของไต้หวันมี 2 ใน 3 ที่มีประชากรวัยชรามากกว่าประชากรวัยเด็ก โดยเมืองที่มีประชากรวัยชรามากที่สุดคือ เจียยี่ (嘉義) ขณะที่ประชกรวันเด็กมากที่สุดคือซินจู๋ (新竹) และเถาหยวน (桃園)

 

 

 

ในปี 2017 ประชากรวัยชราในไต้หวันมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 14 % ของประชากรทั้งประเทศแล้ว

 

2. ช่วงนี้ มีข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลฉางเกิง (長庚紀念醫院) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในไต้หวันข่าวหนึ่ง ยึดพื้นที่บนจอโทรทัศน์มานานเป็นสัปดาห์แล้ว ตามปกติ ถ้าเป็นข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลฉางเกิง โดยมากจะเป็นข่าวในแง่ดี เช่นพัฒนาการทางนวัตกรรมด้านแพทย์ใหม่ๆ หรือผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนอวัยวะสำคัญได้สำเร็จ แต่ข่าวใหญ่ที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ กลับเป็นข่าวในแง่ลบ คือแพทย์ประจำแผนกฉุกเฉินหลายสิบคนพากันลาออก ประท้วงนโยบายของผู้บริหารชุดใหม่ที่เน้นในเรื่องกำไรมากกว่าจรรยาบรรณทางการแพทย์ คือแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นแผนกที่ไม่ทำกำไรอยู่แล้ว และหลายสิบปีที่ผ่านมา ในช่วงที่หวางหย่งชิ่ง หรือ Y.C. Wang (王永慶) ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลฉางเกิงยังมีชีวิตอยู่ เน้นอยู่เป็นประจำว่า แผนกนี้ จะต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและกำลังแพทย์พยาบาลที่เพียงพอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงต้นทุน แต่ผู้บริหารชุดปัจจุบัน มองแต่ผลกำไร สร้างความไม่พอใจให้แก่แพทย์ชื่อดังจำนวนมาก ลาออกกันเป็นทิวแทว แน่นอน โรงพยาบาลอื่นรีบแย่งคน รับเข้าทำงานโดยทันที ที่จะนำมาเล่าในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องกอสซิบในโรงพยาบาล แต่จะเล่าว่า โรงพยาบาลฉางเกิงมีอะไรดี ถึงสามารถดึงดูดแพทย์ระดับแนวหน้าของไต้หวันจำนวนมาก ยอมเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้

 

โรงพยาบาลฉางเกิง (長庚紀念醫院) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในไต้หวัน  ในภาพเป็นสาขาหลินโข่ว นครนิวไทเป

 

          โรงพยาบาลฉางเกิง กล่าวได้ว่า เป็นโรงพยาบาลที่ไม่เพียงมีอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ ก็ถือได้ว่า อยู่ในระดับสุดยอดของโลก ยกตัวอย่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งผ่านกล้องจุลทรรศน์ (顯微重建整形外科) ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 20 อันดับแรกของโลก ได้แก่นายแพทย์เว่ยฝูเฉวียน (魏福全) เป็นคนผิงตงโดยกำเนิด นายแพทย์เว่ยฝูเฉวียน เป็นผู้มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยอาศัยกล้องจุลทรรศ โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยวนิ้วมือ ที่ประสบอุบัติเหตุนิ้วถูกตัด นายแพทย์เว่ยจะตัดเอานิ้วเท้าของผู้ป่วยมาแทนที่นิ้วมือ หลังเปลี่ยนแล้วผู้ป่วยสามารถใช้งานได้เกือบเหมือนเดิม แทบดูไม่ออกว่าเป็นนิ้วเท้า การผ่าตัดดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีนิ้วมือใช้เกือบเหมือนเดิมแล้วกว่า 20,000 ราย

          และที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ นายแพทย์เว่ย เคยรักษาหญิงฮ่องกงคนหนึ่งชื่ออี้เสี่ยวหลิง (易小玲) ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์จับตัวประกันนักท่องเที่ยวฮ่องกง 15 คนที่กรุงมะนิลา เมื่อปีค.ศ. 2010 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สังหารนักท่องเที่ยวฮ่องกงที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตายไปถึง 8 ราย อีก 1 รายบาดเจ็บสาหัส ก็คือน.ส.อี้เสี่ยวหลิงนี่แหละ ในขณะนั้นเธอถูกผู้ร้ายจ่อยิงกระสุนเข้าที่คาง แพทย์ที่โรงพยาบาลฮ่องกงพยายามอย่างที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถผ่าตัดให้เธอกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ แม้แต่ทานอาหารก็ยังลำบาก เวลาออกไปนอกบ้านต้องใช้ผ้าปิดปากเอาไว้ ต่อมาน.ส.อี้ถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิง นายแพทย์เว่ยตัดเอากระดูอ่อนที่น่องของเธอมาใส่แทนกราม และต่อเส้นเลือดฝอยทั้งหมดใหม่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ในที่สุดน.ส.อี้ ก็กลับมามีใบหน้าและสามารถใช้ชีวิตเกือบจะเหมือนเดิมได้อีกครั้ง นี่เป็นเพียงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงของโรงพยาบาลฉางเกิง 1 ท่านเท่านั้น ยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสิบคนที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ

 

 

นพ.เว่ยฝูเฉวียน (魏福全) เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยอาศัยกล้องจุลทรรศ ภาพจาก กต.ไต้หวัน

 

 

นพ.เว่ยฝูเฉวียน กับอี้เสี่ยวหลิง หลังรับการผ่าตัดเปลี่ยนกราม (Cr: Storm Media)

 

          ทำไมโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงสามารถดึงดูดแพทย์ฝีมือดีจำนวนมาก เป็นเพราะผู้ก่อตั้งคือ หวางหย่งชิ่ง ประธานฟอร์โมซาพลาสติกส์กรุ๊ป (台塑集團) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน เป็นผู้มีความมุ่งมั่น ที่จะตั้งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างจริงจัง โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร จึงมีนโยบายหลายอย่างที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของนายแพทย์หนุ่มฝีมือดีจำนวนมาก เช่น ห้ามแพทย์รับเงินอั๋งเปาจากผู้ป่วย แต่โรงพยาบาลให้ค่าตอบแทนแพทย์อย่างงาม แถมมีสวัสดิการที่ดีมาก ทุ่มไม่อั้นกับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องใหม่ทันสมัย และให้โรงพยาบาลซื้อยาที่มีคุณภาพมาจ่ายให้กับผู้ป่วยโดยไม่คำนึงต้นทุน ทำให้ผู้ป่วยทั่วไต้หวัน มีความเชื่อมั่นคุณภาพของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่างมาก

          พูดถึงหวางหย่งชิ่ง เสียชีวิตไปแล้วเมื่ออายุ 91 ปี ในปี ค.ศ. 2008 ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านป่วยเป็นไข้หวัด คนแก่เป็นไข้หวัดแล้วหายยากเป็นของธรรมดา เพราะสุขภาพแย่ลงตามอายุ ทำให้กลายเป็นปอดอักเสบ มีแพทย์เสนอแนะให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบ เมื่อฉีดแล้ว จะไม่เป็นโรคนี้อีก หวางหย่งชิ่งเชื่อคุณหมอรับการฉีดวัคซีนนี้ ปรากฎว่าตลอดปีนั้น ท่านไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดอีกเลย หวางหย่งชิ่งจึงถามแพทย์ที่ให้การรักษาว่า วัคซีนดีๆ เช่นนี้ ทำไมไม่ฉีดให้กับประชาชน โดยเฉพาะที่สูงอายุ แพทย์บอกว่า ราคาแพงครับท่าน หวางหย่งชิ่งได้ยินแล้ว บอกให้แพทย์รายนี้ไปคำนวณดูว่า คนแก่อายุ 75 ปีขึ้นไปทั่วไต้หวัน มีจำนวนเท่าไหร่ หากรับการฉีดถ้วนหน้าต้องใช้เงินเท่าไหร่ แพทย์ทำการสำรวจแล้วบอกว่า ถ้าฉีดคนอายุ 75 ปีขึ้นไปทุกคน จะต้องใช้เงินร่วม 500 ล้านเหรียญไต้หวัน หวางหย่งชิ่งรับปากทันที ให้แพทย์ไปดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ท่านเป็นผู้ออกเอง และนี่ก็เป็นที่มาของการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบในคนชราของไต้หวันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

 

 

หวางหย่งชิ่ง (Y.C. Wang :王永慶) ประธานฟอร์โมซาพลาสติกส์กรุ๊ป (台塑集團) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ภาวะโลกร้อนทำผู้คนอดรนทนยาก

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60 คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60 คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

2017-07-22 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60

 

คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
คนงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าหมดสิทธิ์เข้าไต้หวันเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

2017-07-21 07:00:00

 

1) โทษและสิทธิ์ของชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

 

       1. แรงงานต่างชาติขาดงานต่อเนื่องกัน 3 วัน โดยไม่สามารถติดต่อได้ นายจ้างจะต้องแจ้งกระทรวงแรงงานเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตการทำงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเพิกถอนใบ ARC แรงงานต่างชาติผู้นั้น จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที หากถูกตรวจพบ นอกจากต้องเตรียมค่าเดินทางกลับประเทศแล้ว ยังจะถูกกักกันและถูกลงโทษปรับเงินฐานพำนักอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ตามอัตราค่าปรับในข้อ 2

 

       2. ชาวไทยที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา 30 วัน และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แต่ไม่ได้เดินทางกลับประเทศตามกำหนด จะถูกลงโทษปรับเงินดังนี้ :

      2.1 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดไม่เกิน 1 เดือน จะถูกปรับ 1,000 เหรียญไต้หวัน

      2.2 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จะถูกปรับ 3,000 เหรียญไต้หวัน

      2.3 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดเกิน 3 เดือนขึ้นไป จะถูกปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน

 

      3. กรณีที่เข้ามอบตัว หลังทำเรื่องและเสียค่าปรับตามอัตราค่าปรับในข้อ 2 แล้ว สตม. จะออกหลักฐานให้รอเดินทางกลับไม่เกิน 1 เดือน โดยไม่ต้องถูกกักกัน

 

      4. กรณีทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกโทษปรับเงินตั้งแต่ 30,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป  ไม่เกิน 150,000 เหรียญไต้หวัน

 

      5. ไม่ว่าจะเป็นผู้เดินทางเข้าไต้หวันโดยได้รับการยกเว้นวีซ่าแต่อยู่เลยกำหนด หรือกรณีของแรงงานที่หลบหนีนายจ้างถูกตรวจพบหรือเข้ามอบตัว จะถูกเนรเทศขับออกนอกประเทศ ไม่มีสิทธิ์เดินทางกลับเข้ามาในไต้หวันอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป

 

 คนงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง เมื่อถูกตรวจพบ นอกจากถูกปรับและส่งกลับประเทศแล้ว หมดสิทธิ์เข้าไต้หวันอีกเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป

 

2) เดินทางเข้าไต้หวันได้เพียง 3 เดือน แต่ทำงานไม่ได้ สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ไหม?

 

3) ต่อสัญญาใหม่ทีไต้หวัน ไม่ต้องเสียค่าบริการต่อสัญญาให้แก่บริษัทจัดหางาน กรณีที่ถูกเรียกเก็บ ต้องร้องเรียน เพราะถ้าไม่ร้องเรียน หน่วยงานรัฐจะไม่มีทางทราบเลย

 

4)  ช่วยตัวเองดีกว่า หลังคนงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว บริษัทจัดหางานไม่สามารถเก็บค่าหัวคิวรอบใหม่ได้ เริ่มหาเรื่องเก็บค่าใช้จ่ายจากคนงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้น เช่นพาไปโรงพยาบาลเก็บ 600 เหรียญ ฯลฯ

 

 หลังอนุญาตต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว ทำบริษัทจัดหางานไต้หวันรายได้หด เริ่มหันมาเก็บค่าใช้จ่ายแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น

 

5) นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ แนะวิธีดูแลสุขภาพสำหรับแรงงานไทยในไต้หวัน

 

แพทย์ไทยห่วงสุขภาพแรงงานในไต้หวัน แนะให้ดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น เมื่อไม่สบายต้องไปหาหมอโดยใช้ประกันสุขภาพ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
หยางไหน่เหวิน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-21 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เวิร์ลทัวร์คอนเสิร์ต 2018 สถานีแรกของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนที่สิงคโปร์ ขายบัตรหมดภายใน 2 ชั่วโมง ตอนนี้ตั๋วผีระบาดหนัก)

 

หยางไหน่เหวิน (楊乃文) กับอัลบั้มเพลงชุด 離心力 (แรงเหวี่ยง)

 

โจวเจี๋ยหลุน (Jay Chou) เตรียมเปิดคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ช่วงต้นปีหน้า แต่บัตรขายเกลี้ยงแล้ว

 

More
การแข่งขันเกมปริศนา

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 60 - การแข่งขันเกมปริศนา รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 60 - การแข่งขันเกมปริศนา รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน

2017-07-21 10:00:00

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันจะจัดการแข่งขันเกมปริศนา“รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน” สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หากคุณต้องการรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับไต้หวันมากขึ้นผ่านการเล่นเกม ในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ควรพลาดกิจกรรมดีๆ มีของรางวัลมากมายรอคุณอยู่ค่ะ เริ่มเปิดให้เล่นเกมผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคมศกนี้ หรือเข้าร่วมแข่งขันในสนามแข่ง ที่นครไทจงในวันเสาร์ที่ 22 ก.ค. เวลา 13.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์กงอี้ (巨匠電腦公益認證中心) ที่อยู่台中市西區公益路90號 และที่นครเกาสงในวันเสาร์ที่ 29 ก.ค.เวลา 13.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์ฟ่งซาน (巨匠電腦鳳山認證中心 ) ที่อยู่高雄市鳳山區光遠路320號 สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน หรือบุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยจะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลดิจิตอลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ (新住民數位資訊e網) เข้าร่วมลงทะเบียนสมาชิกและสมัครร่วมกิจกรรมนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปที่ goo.gl/gihucp หรือโทรสมัครร่วมเล่นเกมที่เบอร์ 0800-005-788 โทรฟรี

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     ช่วงแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้เป็นเรื่องของคู่สมรสชาวไทยที่แต่งงานมาอยู่ไต้หวันนาน 18 ปีแล้ว เธอมีชื่อภาษาจีนว่า ซย่าซ่านสี่ (夏善喜) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครอบครัวสนับสนุนให้เธอเปิดร้านทำธุรกิจของตัวเองเป้นครั้งแรก เธอจึงเลือกเปิดร้านนวดแผนไทย โดยมีแนวความคิดว่า ในอดีตที่ผ่านมาเธอได้พยายามเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไต้หวัน และรู้สึกรักไต้หวัน ในวันนี้เธออยากจะทำให้คนไต้หวันได้รู้จักกับวัฒนธรรมภูมิปัญญาของไทยให้มากขึ้น ผ่านภูมิปัญญานวดแผนไทย ติดตามฟังมุมมองและประสบการณ์ของเธอได้ในรายการ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 38-40

More
สวี่อวี้ซิว หนุ่มไต้หวันเพิ่งคว้าแชมป์ชายคู่เยาวชนวิมเบิลดัน

จันเฮ่าฉิง สาวจันคนน้องคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017

จันเฮ่าฉิง สาวจันคนน้องคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017

2017-07-20 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันเฮ่าฉิง สาวตระกูลจันคนน้องควงคู่สาวโรมาเนียร่วมคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017 ส่วนหนุ่มไต้หวันสวี่อวี้ซิว คว้าแชมป์ชายคู่ในการแข่งระดับเยาวชนของวิมเบิลดัน

- โปรสาวไต้หวันพาเหรดตกรอบศึกกอล์ฟหญิง ยูเอสวีเมนโอเพ่น 2017 ส่วนเจิงหย่าหนีไม่ได้ลงแข่งเนื่องจากไม่ผ่านรอบควอลิฟาย

More
สวนชาก็ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก คนงานสวนชาส่วนใหญ่เป็นอาม่า

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2560

2017-07-20 08:00:00

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศ ยังไม่เปิดให้ภาคเกษตรกรรมนำเข้าแรงงานต่างชาติ

          กรณีที่ภาคการเกษตรของไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ดังนั้น เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเกษตรได้เสนอโครงการนำร่องแรงงานต่างชาติในภาคการเกษตร โดยตั้งเป้าว่า ระยะแรก จะเปิดให้ผู้ประกอบการไร่ชา สวนผลไม้ ฟาร์มเพาะเห็ด ฟาร์มกล้วยไม้ โรงฆ่าและชำแหละสัตว์เป็นต้น นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ก่อน โดยผู้ประกอบการจะต้องว่าจ้างแรงงานท้องถิ่น 4 คน จึงมีสิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ 1 คน แต่กระทรวงแรงงานไม่เห็นด้วยที่จะเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาทำงานในภาคการเกษตร ยกเว้นแต่โรงฆ่าสัตว์และชำแหละสัตว์เท่านั้น และล่าสุด กระทรวงแรงงานแถลงว่า จะยังไม่เปิดให้ภาคการเกษตรนำเข้าแรงงานต่างชาติ เนื่องจากคณะกรรมการการเกษตร ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเกษตรของไต้หวัน มีโครงการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่งานภาคการเกษตรมากขึ้นถึง 2 โครงการ

 

 ไร่ชาประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก คนงานไร่ชาส่วนใหญ่เป็นอาม่า

 

 

ตามสวนผลไม้ เห็นแต่แรงงานสูงอายุ

 

 

 

 ภาคการเกษตรของไต้หวัน ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่กระทรวงแรงงานประกาศยังไม่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ

 

2. อนาถ! แรงงานเวียดนามลักลอบเข้าไต้หวันทางทะเล แต่โชคร้ายเรือประมงอับปางจมน้ำตายอย่างน้อย 16 ศพ

      แรงงานเวียดนามจำนวนหลายสิบคน ลงขันซื้อเรือประมงเก่าๆ จากจีนแผ่นดินใหญ่ หวังนั่งจากชายฝั่งกวางตุ้ง ผ่านช่องแคบไต้หวัน ลักลอบเข้าสู่ไต้หวัน แต่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุ เรือประมงอับปางกลางทะเล หน่วยกู้ภัยค้นพบแล้ว 16 ศพ

      สื่อสิ่งพิมพ์ในเวียดนามรายงานว่า หน่วยกู้ภัยจีนแผ่นดินใหญ่ค้นพบศพลอยอืดอยู่ในทะเลบริเวณแนวชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง จีนแผ่นดินใหญ่จำนวน 16 ศพ สันนิษฐานว่าเป็นชาวเวียดนามทั้งหมด จึงแจ้งกงสุลใหญ่เวียดนามประจำเมืองกวางเจา เพื่อพิสูจน์สัญชาติของผู้ตายเหล่านี้ ผลการตรวจ DNA พบว่า มี 7 คนที่ยืนยันแล้วว่า เป็นชาวเวียดนาม ที่เหลือยังต้องตรวจสอบต่อไป รายงานกล่าวว่า ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ได้มอบศพให้แก่ทายาทเพื่อนำกลับไปจัดการตามประเพณีต่อไปแล้ว ทางการเวียดนาม นอกจากเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการตรวจ DNA ศพที่เหลือ ซึ่งคาดว่าเป็นชาวเวียดนามเช่นกันโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยกู้ภัยจีนแผ่นดินใหญ่ ค้นหาคนที่หายสาบสูญไปอีกนับ 10 คนต่อไป

      1 ในทายาทผู้ตายกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า บุตรชายของเขาพร้อมด้วยชาวเวียดนามอีก 22 คน จ่ายเงินให้นายหน้าจัดหางานเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ จากนั้นไม่นาน นายหน้ารายดังกล่าวได้พาคนงานเวียดนามทั้ง 23 คน เดินทางไปทำงานที่จีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อวันที่ 31 มีนาคมปีนี้ ได้รับโทรศัพท์จากลูกชายว่า แรงงานเวียดนามทั้งหมด เตรียมลงขันซื้อเรื่อเก่าๆ ลำหนึ่ง ออกเดินทางจากกวางตุ้ง เพื่อลักลอบเข้าไปทำงานที่ไต้หวัน จากนั้น ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายอีกเลย มาได้รับแจ้งอีกครั้ง ก็เป็นข่าวร้ายที่ลูกชายเสียชีวิตเสียแล้ว

      ข่าวการลักลอบเข้าไต้หวันทางเรือเพื่อหางานทำของชาวเวียดนาม ปรากฎอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นปีนี้ ยังเคยปรากฎชาวเวียดนาม 40 คน ลงขันซื้อเรือประมงเก่าจากจีนแผ่นดินใหญ่ แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเพื่อขึ้นบกและหางานทำในไต้หวัน แต่ถูกเรือยามฝั่งของไต้หวันตรวจพบก่อน จัดเป็นชาวเวียดนามที่ถูกตรวจพบลักลอบเข้าไต้หวันครั้งที่มีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนจะถูกเนรเทศกลับประเทศ ชาวเวียดนามกลุ่มนี้ให้การว่า พวกตนเสียเงินให้แก่นายหน้าจัดหางานตั้งแต่ 4,500-6,500 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 140,000-200,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อเป็นค่านายหน้าจัดส่งมาทำงานที่ไต้หวัน หลังจากจ่ายเงินแล้ว นายหน้าก็ได้ส่งพวกตนเข้าไปที่มณฑลกวางตุ้ง จีนแผ่นดินใหญ่ ไม่นานได้จัดหาเรือประมงเก่าๆ ลำหนึ่ง แออัดยัดเยียดกันอยู่ในห้องเล็กๆ ที่สูงเพียง 1.2 เมตร และมีจำนวนมากที่เมาคลื่นอาเจียนกันจนเต็มพื้นเรือ นายหน้าจัดหางานบอกว่า ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงก็ขึ้นบกที่ไต้หวันได้แล้ว แต่พวกเราต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นาน 4 วัน นึกว่าจะได้ขึ้นฝั่งแล้ว ที่ไหนได้โดนจับเสียก่อน ทำให้เงินค่านายจ้าง ซึ่งต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาสูญสลายไม่สามารถทวงคืนกับนายหน้าเถื่อนได้ และยังไม่รู้เลยว่า จะไปเอาเงินที่ไหนมาชดใช้หนี้สิน

 

ชาวเวียดนาม 40 คน นั่งเรือประมงจากจีนแผ่นดินใหญ่ ลักลอบเข้าไต้หวัน แต่ถูกจับก่อน

 

3. เตือนภัย แก้งค้ากามใช้ยาเสพติดควบคุมแรงงานต่างชาติหลบหนีค้ากาม ตำรวจช่วยเหลือสาวเวียดนาม ไทยและอินโดนีเซียออกมาได้ 6 คน

       กองคดีอาญา สถานีตำรวจกรุงไทเป ได้รับแจ้งข่าวกรองตั้งแต่ต้นปี 2560 ว่า มีขบวนการค้ากามเคลื่อนไหวอยู่ในนครนิวไทเปและนครเถาหยวน ใช้วิธีข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว ล่อให้เสพยาเสพติดและติดหนี้ มาบังคับให้แรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีนายจ้าง หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเพศหญิงขายประเวณี  เจ้าหน้าที่ตำรวจกองคดีอาญาจึงประสานกับตำรวจท้องที่ในนครนิวไทเป ดำเนินการตรวจสอบขบวนการค้ากามแก๊งนี้ และช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมนายอู๋ ชายชาวไต้หวันอายุ 37 ปี ลูกสมุนของขบวนการค้ากามแก๊งนี้ได้ จากการตรวจค้นที่พัก พบอาวุธปืนและกระสุนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่า ขบวนการค้ากามแก๊งนี้ ใช้วิธีหลอกล่อให้แรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีนายจ้าง ต้องการจะหางานทำให้เสพยาเสพติด หรือหลอกให้เซ็นชื่อในใบกู้เงิน จากนั้น บีบบังคับให้ค้าประเวณี

       หลังจากจับกุมนายอู๋ได้แล้วไม่นาน ตำรวจระดมกำลังหลายสิบนาย บุกเข้าไปทะลายจุดขายบริการของขบวนการค้ากามแก๊งนี้ ซึ่งใช้ชื่อโฆษณาในโซเชียลมีเดียว่า เจ่เจ (姐姐) หรือพี่สาว ซึ่งส่วนใหญ่ครอบคลุมอยู่ในเขตพื้นที่นครเถาหยวนและนครนิวไทเปนับ 10 จุด  จับกุมนายเฉิน อายุ 43 ปี ชายชาวไต้หวันผู้เป็นหัวโจกและสมุนรวม 6 คน ช่วยเหลือหญิงที่ถูกบังคับขายประเวณีออกมาได้ 9 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างสัญชาติเวียดนามและอินโดนีเซีย 5 คน หญิงไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว 1 คน และหญิงชาวไต้หวัน 3 คน พร้อมของกลางเป็นถุงยางอนามัย วาสลีนและเงินสดที่เก็บได้จากลูกค้าอีกกว่า 5 ล้านเหรียญไต้หวัน

      จากการสอบปากคำทราบว่า ขบวนการค้ากามแก๊งนี้ จะใช้วิธีหลอกล่อให้แรงงานต่างชาติเพศหญิงหน้าตาดีหลบหนีจากนายจ้าง หรือผู้หญิงที่มีปัญหาด้านการเงิน ปล่อยเงินกู้ให้ติดหนี้จนไม่สามารถจะชดใช้ได้ แล้วล่อให้เสพยาเสพติด จากนั้นบังคับให้ขายประเวณี โดยโฆษณาในสื่อโซเชียลว่า นางแบบสุดสวยจากประเทศอาเซียน ค่าบริการราคาตั้ง 1,800-3,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของตำรวจ ขบวนการค้ากามแก๊งนี้ จะใช้สถานที่ให้บริการแบบไม่คงที่ เช่นโมเต็ลหรือบ้านเช่าต่างๆ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็จนมุม ถูกทะลายราบคาบทั้งแก๊ง

      ขอเตือนเพื่อนแรงงานไทยทั้งชายหญิงว่า ปัจจุบันมีแก๊งมิจฉาชีพคอยหากินกับแรงงานต่างชาติ วิธีเอาตัวรอดและทำงานราบรื่นปลอดภัยคือ อย่าหลงคารมคนแปลกหน้า อย่ากู้หนี้ยืมสินใคร เพราะจะนำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนแก่เรามากมาย

 

ทะลายแก้งค้ากามใช้ยาเสพติดควบคุมแรงงานต่างชาติหลบหนีขายประเวณี ตำรวจช่วยเหลือสาวเวียดนาม ไทยและอินโดนีเซียออกมาได้ 6 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More