QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

นายจ้างโอดครวญ กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ทำแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้น

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560

2017-07-13 08:00:00

 

1. นายจ้างโอด กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ทำแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงแรงงานไต้หวันโต้ว่า ไม่เป็นความจริง

      เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้แก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์เป็น 2 วัน ในจำนวนนี้มี 1 วัน เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำงานล่วงเวลาไม่ได้ อีก 1 วันเป็นวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ที่ทำงานล่วงเวลาได้ แต่นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีเพิ่มจากที่ได้รับตามปกติอยู่แล้ว 2 ชั่วโมงแรก เพิ่มให้ชั่วโมง 1.33 เท่า ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป จ่ายให้ชั่วโมงละ 1.66 เท่าของชั่วโมงปกติ หากการทำงานล่วงเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 4 ชั่วโมง เกิน 4 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 8  ชั่วโมง เกิน 8 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 12 ชั่วโมง มาตรการนี้ มีเจตนาดีต้องการให้แรงงานมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น แต่การกำหนดอย่างละเอียดเช่นนี้ กลับทำให้นายจ้างลดการทำงานล่วงเวลาลง เพื่อประหยัดต้นทุนด้านแรงงาน รวมถึงเกรงว่าจะทำผิดกฎหมายถูกลงโทษในสถานหนัก ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ลดลง และราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคพุ่งสูงขึ้น เสียงสะท้อนทั้งจากแรงงานและนายจ้างดังกระหึ่มมากขึ้นทุกวัน เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนมาตรการดังกล่าวใหม่อีกรอบ

 

นายจ้างโอดครวญ กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ทำแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงแรงงานไต้หวันโต้ว่า ไม่เป็นความจริง

 

      สภาอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นองค์กรของนายจ้าง ได้เชิญนายหลี่ซื่อกวง รมว. กระทรวงเศรษฐการมาร่วมประชุม และได้กล่าวว่า กฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับใหม่ กำหนดค่าจ้างทำงานล่วงเวลาสูงเกินไป ประกอบกับมีการกำหนดค่อนข้างหยุมหยิม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก ไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาหรือโอที ส่งผลผู้ใช้แรงงาน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติที่มีภาระหนี้สินมากรวมอยู่ด้วย มีรายได้ลดน้อยลง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น

แต่คำพูดของผู้ประกอบการข้างต้น ถูกกระทรวงแรงงานโต้กลับว่า การหลบหนีของแรงงานต่างชาติ มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่อาจนำมาเหมารวมว่า เป็นเพราะมีโอทีลดน้อยลง กระทรวงแรงงานแถลงว่า จากสถิติ อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ อยู่ที่ร้อยละ 1.05% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ 1.27% และช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 อยู่ที่ 1.31% เห็นได้ชัดว่า อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติในปีนี้ ไม่ได้เพิ่มกลับลดน้อยลง ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า กฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับใหม่เป็นต้นเหตุให้แรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้น จึงไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

      กระทรวงแรงงานกล่าวอีกว่า ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเพิ่มการลงโทษนายจ้างและบริษัทจัดหางานที่ทำผิดกฎหมาย ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติที่ประสบปัญหาในช่องทางต่างๆ เพิ่มบริการของสายด่วนร้องทุกข์ 1955 ผลักดันการว่าจ้างแรงงานต่างชาติโดยระบบจ้างตรงหรือจัดส่งโดยรัฐ เพิ่มการบริหารจัดการบริษัทจัดหางาน มีการผ่านกฎหมายยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศ หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำให้แรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางาน นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจ เพิ่มการตรวจตราแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้มงวดมากขึ้น

      จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน ณ วันที่ 30 เม.ย. 60 แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันแล้วหลบหนีนายจ้าง กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวนทั้งสิ้น 53,320 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 26,558 คน รองลงมาได้แก่แรงงานอินโดนีเซีย 23,678 คน อันดับ 3 เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ 2,167 คน อันดับ 4 เป็นแรงงานไทย มีจำนวน 888 คน และแรงงานมาเลเซีย 1 คน

 

นายจ้างโอดครวญ กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ทำแรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มขึ้น

 

2. เตือนภัย แก๊งต้มตุ๋นพุ่งเป้ามาที่แรงงานต่างชาติ 2 แรงงานอินโดหลงกลลวงทางไลน์ โชคดีที่พนักงานร้านสะดวกซื้อแจ้งตำรวจช่วยไว้ได้ทัน

      แก๊งมิจฉาชีพได้พัฒนาและปรับกลวิธีการต้มตุ๋นหลอกลวงไปตามนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือ อย่างเฟสบุ๊กและไลน์เป็นต้น ที่ผ่านมา การส่งข้อความหรือลิงค์หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปกดเงินตู้ ATM หรือหลอกให้ซื้อแต้มเล่นเกมเป็นต้น ส่วนใหญ่จะส่งเป็นภาษาจีน คนงานต่างชาติแม้จะตกเป็นเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยมีผู้เสียหาย เนื่องจากอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ขณะนี้ เริ่มมีข้อความหลอกลวงต้มตุ๋นที่เป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติแล้ว อย่างเช่นภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ทำให้แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นผู้เสียหายได้ง่ายขึ้น

      อย่างเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา 2 แรงงานหญิงชาวอินโดนีเซียทำงานอยู่ที่เขตฟงหยวน นครไทจง ได้รับข้อความสั้นทางไลน์เป็นภาษาอินโดนีเซีย เชิญชวนให้ลงทุนด้วยการซื้อแต้มเกมจากร้านสะดวกซื้อตั้งแต่ 3,000-20,000 เหรียญไต้หวัน แต่ละเดือนจะได้รับเงินปันผลอย่างงาม 2 สาวอินโดนีเซียหลงกลลวงไปที่ร้านแฟมิลี่มาร์ทใกล้โรงงาน ซื้อแต้มเกมตามที่ข้อความทางไลน์แนะนำ เป็นเงิน 3,000 เหรียญ หวังนั่งรับกำไรสบายเฉิบ โดยหารู้ไม่ว่าตกเป็นเหยื่อเสียแล้ว โชคดีที่พนักงานขายรู้ทัน รีบโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงทำ 2 สาวอินโดนีเซียตกใจ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจขอดูข้อความทางไลน์ แต่เป็นภาษาอินโดนีเซียอ่านไม่ออก ถาม 2 สาวอินโดนีเซียก็สื่อกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจใช้ Google แปลภาษา จึงรู้ว่าเป็นข้อความของแก๊งต้มตุนที่แอบอ้างว่า เป็นธนาคารของอินโดนีเซีย เชิญชวนให้เหยื่อลงทุนด้วยการซื้อแต้มเกมจากร้านสะดวกซื้อ แล้วให้แจ้งกลับหมายเลขซีเรียลจะได้เงินปันผลที่น่าพอใจ จึงใช้ Google แปลภาษาจีนเป็นภาษาอินโดนีเซีย แจ้งให้ทราบว่าถูกหลอกเสียแล้ว แรกๆ 2 สาวอินโดนีเซียยังไม่เชื่อ แต่ตำรวจก็พยายามอธิบายให้ฟังโดยผ่าน Google แปลภาษาว่า เป็นกลลวงของแก๊งมิจฉาชีพที่พบเห็นได้ทั่วไป ในที่สุด 2 สาวอินโดนีเซียจึงเชื่อและขอบคุณตำรวจที่ทำให้ไม่สูญเสีย 3,000 เหรียญ ยังดีที่ซื้อแล้ว แต่ยังไม่ทันส่งหมายเลขซีเรียลให้ฝ่ายตรงข้าม พนักงานขายของร้านแฟมิลี่มาร์ทรีบชิงแจ้งความก่อน หลังจากที่พนักงานขายคืนเงินแล้ว 2 สาวอินโดนีเซียก็กลับเข้าโรงงาน

      โฆษกสถานีตำรวจฟงหยวนแถลงว่า การหลอกให้เหยื่อซื้อแต้มเกมแล้วส่งหมายเลขซีเรียลกลับ โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านั้น เป็นกลลวงของขบวนการต้มตุ๋นที่พบเห็นบ่อยมาก แต่ที่ผ่านมา ข้อความที่ส่งมาทางไลน์หรือผ่านเมสเซนเจอร์จะเป็นภาษาจีน ผู้เสียหายมักจะเป็นชาวไต้หวัน แต่นี่ส่งมาเป็นภาษาอินโดนีเซีย แสดงว่า แรงงานต่างชาติ กำลังตกเป็นเป้าหมายของขบวนการต้มตุนแล้ว และเท่าที่ทราบ ไม่เพียงแต่ภาษาอินโดนีเซีย เวียดนามและภาษาไทยก็พบแล้ว จึงเตือนภัยมายังแรงงานต่างชาติทุกคน ขอให้ระมัดระวัง อย่างหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อใดๆ เพราะเหล่ามิจฉาชีพ จะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อหาเหยื่อ หากไม่ระวัง อาจตกเป็นผู้เสียหายได้โดยง่าย

 

2 สาวอินโดนีเซียหลงกลลวงของแก๊งต้มตุ๋น ซื้อแต้มเกมเป็นเงิน 3,000 เหรียญไต้หวัน

 

พนักงานร้านสะดวกซื้อเห็นแรงงานอินโดนีเซียซื้อแต้มเกม เกรงถูกต้มตุ๋น แจ้งความต่อตำรวจ

 

 

ตำรวจมาถึงขอดูข้อความทางไลน์ แต่เป็นภาษาอินโดนีเซีย ต้องใช้ Google แปลภาษา พบเป็นกลลวงของแก๊งมิจฉาชีพที่พบเห็นได้ทั่วไป

 

ตำรวจแจ้งให้ 2 สาวอินโดนีเซียทราบว่า นี่เป็นข้อความหลอกลวงของแก๊งต้มตุ๋น

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
มนุษย์มีปอดอยู่ในทรวงอก มีสองข้าง คือขวาและซ้าย มีกระดูกซี่โครงคอยปกป้องปอดไว้อีกชั้นหนึ่ง

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 12 ก.ค. 60 ปอดอักเสบขยับเป็น 10 อันดับแรกสาเหตุการตายของชาวไต้หวัน

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 12 ก.ค. 60 ปอดอักเสบขยับเป็น 10 อันดับแรกสาเหตุการตายของชาวไต้หวัน

2017-07-12 11:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 12 ก.ค. 60

 

ปอดอักเสบขยับเป็น 10 อันดับแรกสาเหตุการตายของชาวไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
แนะนำสวนน้ำฮอตฮิตเที่ยวฟรีทั่วไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 60 - แนะนำสวนน้ำฮอตฮิตเที่ยวฟรีทั่วไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 60 - แนะนำสวนน้ำฮอตฮิตเที่ยวฟรีทั่วไต้หวัน

2017-07-13 20:20:46

กิจกรรมที่ได้รับความนิยมที่ไต้หวันในหน้าร้อนนี้ คือการไปเที่ยวสวนน้ำ สัปดาห์นี้ขอแนะนำสวนน้ำฮอตฮิตที่เล่นฟรีทั่วไต้หวัน

 

เทศกาลเด็กหรรษาริมฝั่งไทเป (台北河岸童樂會) 

 

สวนน้ำการประปากรุงไทเป (自來水園區水鄉庭園戲水池)

 

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาอิงเกอ นครนิวไทเป (鶯歌陶瓷博物館)

 

ลานหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองซินจู๋ (新竹市政府前廣場)

 

ท่าเรือตงสืออวี๋เหรินหม่าโถว เมืองเจียยี่ (東石漁人碼頭)

 

สวนสาธารณะจือข่าเซวียนลู่เซินหลินชินสุ่ย เมืองฮัวเหลียน (知卡宣綠森林親水公園)

More
ทุ่งไฮเดรนเยีย

ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花) บานสะพรั่งทั่วไต้หวันอีกแล้ว

ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花) บานสะพรั่งทั่วไต้หวันอีกแล้ว

2017-07-10 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวัน สัปดาห์นี้

- เมื่อปูจะวางไข่ สำนักงานอุทยานฯ เขิ่นติงประกาศปิดถนนทางหลวงหมายเลข ไถ26 ระหว่างวันที่ 8-10 ก.ค. และ 4-6 ต.ค. 2560 เวลา 18.30-20.30 เพื่อให้ปูบกนานาพันธุ์ข้ามถนนไปวางไข่ในทะเล

- สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการลองนั่งบนใบบัวที่เขตกวนอินของเถาหยวน และต.ซินผู่ของซินจู๋

- เที่ยวชมสวนดอกดอกไฮเดรนเยีย (繡球花) ที่บานสะพรั่งทั่วไต้หวันอีกแล้ว ใครอยู่แถวไทเปไม่น่าพลาด ขึ้นไปที่จู๋จื่อหูของหยางหมิงซานก็ชมได้เลย

 

คุณลองสัมผัสประสบการณ์นั่งบนใบบัวดูหรือยัง สาวงามบนใบบัว

 

แม้แต่อาม่ายังกล้านั่ง จะกลัวไปทำไม

 

ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งที่จู๋จื่อหูในเขตอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน

 

More
งานท่องเที่ยวไต้หวันที่เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือน มิ.ย. 60

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 60 ไต้หวันพร้อมเปิด สนง. ท่องเที่ยวไต้หวันในไทย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 60 ไต้หวันพร้อมเปิด สนง. ท่องเที่ยวไต้หวันในไทย

2017-07-10 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 60

 

ไต้หวันพร้อมเปิด สนง. ท่องเที่ยวไต้หวันในไทย

สหประชาชาติเริ่มกระบวนสอบสวนกรณีทางการจีนคอมมิวนิสต์ควบคุมตัวชาวไต้หวัน โดยไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยม

หลายกลุ่มเรียกร้องอภัยโทษอดีต ปธน. เฉินสุยเปี่ยน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ซูฉีกับฝงเต๋อหลุน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจิงเพ่ยฉือ (Pets) ในชุด 我愛你 以上 (I Love You / Period) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจิงเพ่ยฉือ (Pets) ในชุด 我愛你 以上 (I Love You / Period) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-09 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจิงเพ่ยฉือ (Pets) ในชุด 我愛你 以上 (I Love You / Period) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (แต่งยังไม่ถึงปีแต่ลือสะพัดแล้วว่าซูฉีเตรียมหย่ากับฝงเต๋อหลุน)

เจิงเพ่ยฉือ 曾沛慈 (Pets) กับอัลบั้มเพลงชุดหว่ออ้ายหนี่ อี่ซั่ง ( 我愛你 以上 :I Love You / Period)

 

ภาพหวานแหววของซูฉีกับฝงเต๋อหลุนและการแต่งงานแบบเรียบง่าย

 

More
บิ๊กไบค์เรียกร้องสิทธิการใช้ทางด่วน

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560

2017-07-09 08:59:06

 

1. กลุ่มบิ๊กไบค์เรียกร้องสิทธิการใช้ทางด่วน! กระทรวงคมนาคมยัน ทดลองเปิดให้ใช้ทางด่วนเส้นขวางและจับตามองเป็นพิเศษ 1 ปี

            กลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ขนาดเครื่องยนต์ 550 CC ขึ้นไป หรือบิ๊กไบค์ รวมตัวกันประท้วงเรียกร้องสิทธิการใช้ทางด่วนเช่นเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  กระทรวงคมนาคม  ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้จัดประชุมกับตัวแทนกลุ่มนักบิดบิ๊กไบค์เมื่อวันที่ 3 ก.ค. บรรลุความเห็นร่วมกันว่า จะทดลองเปิดให้รถมอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดความจุตั้งแต่ 550 CC ขึ้นไป สามารถขับขึ้นทางด่วนได้เป็นเวลา 1 ปีคือระหว่างวันที่ 1 ก.ค.2560-30 มิ.ย.2561 จากนั้น จะทำการประเมินผลโดยใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI : Key Performance Indicator) ซึ่งวัดจากมาตรฐาน 3 รายการได้แก่ ความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและพฤติกรรมการขับขี่ หากผ่านการประเมินผล อย่างเร็วที่สุดเดือนตุลาคม 2561 จะเปิดให้บิ๊กไบค์ใช้ทางด่วนได้ โดยในขั้นตอนแรกเปิดให้ใช้เฉพาะทางด่วนเส้นขวาง หรือทางด่วนเลขคู่ ซึ่งไม่ใช่เป็นทางด่วนสายหลัก

            นายชีเหวินจง(祁文中)รมช.คมนาคมเปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องการเปิดให้บิ๊กไบค์ขับขึ้นทางด่วนได้ถือเป็นประเด็นด้านนโยบายสาธารณะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยในการใช้ทางด่วนของผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลกด้วย  เพราะจากผลการสำรวจความคิดเห็นที่กระทรวงคมนาคมจัดทำขึ้นหลายครั้งระหว่างปี 2556-2559 พบว่ามากกว่า 60 % ของชาวไต้หวันไม่เห็นด้วยกับนโยบายการเปิดให้บิ๊กไบค์ขับขึ้นทางด่วนเพราะเกรงจะเกิดอันตรายได้ง่าย ขณะที่มีผู้สนับสนุนเพียง 33%

 

 

บิ๊กไบค์เรียกร้องสิทธิการใช้ทางด่วน

 

2. วัดและศาลเจ้าทางภาคกลางและใต้ เตรียมขึ้นเหนือประท้วงปกป้องวัฒนธรรมการจุดธูปเทียนและเผากระดาษเงินกระดาษทอง เนื่องจากทางการผลักดันไหว้พระไม่จุดธูป หลายวัดหลายศาลเจ้าในไต้หวันเริ่มวิตกวัฒนธรรมสูญหาย!!!!

          วัดวาอารามต่างๆ ในไต้หวัน กำลังเตรียมการรวมตัวเดินทางเข้ากรุงไทเป เพื่อร้องเรียนทำเนียบประธานาธิบดี เกี่ยวกับนโยบายรณรงค์ให้งดจุดธูป ขณะกราบไหว้พระ เป็นการทำลายวัฒนธรรมการไหว้พระและไหว้เจ้าของประชาชนนั้น นายไช่หงเต๋อ อธิบดีกรมอากาศ ทบวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไต้หวันได้ชี้แจงว่า รัฐบาลมิได้มีการห้ามการจุดธูป หรือเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เพียงแต่ส่งเสริมให้ลดการจุด หรือเผาเท่านั้น

          รัฐบาลไต้หวันต้องการผลักดันนโยบายลดมลภาวะในอากาศที่เป็นฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว พีเอ็ม 2.5 จึงได้รณรงค์ให้มีการลดการจุดธูป หรือเผากระดาษเงิน กระดาษทอง และลดการจุดประทัดด้วย ซึ่งต่อมามีหลายวัดที่เป็นวัดชื่อดังในไต้หวันเช่น ศาลเจ้าหรือวัดสิงเทียนกง ได้ยกเลิกการจุดธูปภายในวัด เพื่อลดมลภาวะ ส่วนวัดหลงซานก็ได้ลดกระถางลง รวมทั้งรณรงค์ให้สานุศิษย์จุดธูปสักการะเพียงดอกเดียว จากเดิมที่ต้องจุดธูปนับสิบดอก อย่างไรก็ดี ยังมีผู้คนในไต้หวันจำนวนไม่น้อยที่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมแบบเดิมที่ต้องมีการจุดธูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัดและศาลเจ้าทางภาคกลางของไต้หวัน กำลังรวมตัวกันเพื่อปกป้องวัฒนธรรมดั้งเดิมในการจุดธูปบูชา และนัดหมายที่จะรวมตัวเดินทางมาไทเป ในวันที่ 23 ก.ค. 2560 เพื่อร้องเรียนต่อประธานาธิบดี ขอให้รัฐบาลอย่าทำลายประเพณีดั้งเดิมเช่นนี้ เพราะตัวการทำลายสภาวะอากาศ คือปล่องควันอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหินและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่รัฐบาลกำลังโหมสร้างกัน เพื่อป้องกันขาดแคลนไฟฟ้า เนื่องจากนโยบายปลอดนิวเคลียร์นั่นเอง

 

 

       

ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ เข้าวัดหรือศาลเจ้าจุดธูปเทียนขอให้พระและสิ่งศักดิ์คุ้มครอง

 

ในช่วงหลายปีมานี้ วัดและศาลเจ้าต่างๆ ในไต้หวันได้ลดจำนวนธูปเทียนที่ใช้จุดและลดกระถางเผากระดาษาเงินกระดาษทองลง

 

 

วัดและศาลเจ้าต่างๆ ในไต้หวัน มีการลดการจุดธูปเทียนแล้วตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา อย่างที่วัดหลงซานซื่อในกรุงไทเป

 

3. เรื่องราวของคนรักหมา สาวใหญ่ชาวเมืองเถาหยวน ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการดูแลหมาจรจัด จนทำให้ไม่ได้แต่งงาน เธอบอกว่า ชาตินี้ต้องชดใช้หนี้หมา

             มีผู้หญิงรักหมาคนหนึ่ง ชื่อเฉินฮุ่ยหลิง อายุ 40 ปี เป็นชาวเมืองเถาหยวน เนื่องจากเป็นคนรักน้องหมา เมื่อ 13 ปีที่แล้ว เห็นสุนัขจรจัดน่าสงสาร จึงทุ่มเงินออมไปเช่าที่รกร้างในชนบททำเป็นฟาร์มเลี้ยงสุนัข ซื้ออาหาร พาไปหาสัตวแพทย์ เธอดูแลสุนัขจรจัดเพียงคนเดียวมาตลอด ทุกวันนี้ มีสุนัขจรจัดในความดูแลของเฉินฮุ่ยหลิงจำนวน 140 ตัว ค่าอาหาร ค่ายาในแต่ละเดือน เป็นเงินหลายหมื่นเหรียญไต้หวัน เงินเดือนจากการทำงานในแต่ละเดือน รวมทั้งเงินออมที่เคยมีหลายล้านเหรียญใช้จนหมดเกลี้ยง แถมยังเป็นหนี้ถึง 500,000 เหรียญ แต่เธอไม่เสียใจ บอกแต่เพียงว่า จะดูแลลูกมีขนเหล่านี้ต่อไป จนสุดกำลัง เพราะชาตินี้ เป็นหนี้หมา

             นักข่าวที่ไปสัมภาษณ์รายงานว่า ฟาร์มเลี้ยงสุนัขจรจัดของน.ส. เฉินฮุ่ยหลิง แม้จะมีสุนัขในความดูแลจำนวนถึง 140 ตัว ในฟาร์มมีห้องสำหรับให้สุนัขนอนหลายห้อง ภายในฟาร์มสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย สุนัขจรจัดแต่ละตัว ดูสมบูรณ์ดี ไม่เหมือนสุนัขจรจัดทั่วไป แสดงว่า ได้รับการดูแลดี นักข่าวถามว่า ภาระในการดูแลสุนัข 140 ตัวเพียงคนเดียว ค่อนข้างจะหนัก ทำไมไม่ส่งให้หน่วยงานรัฐที่มีมีหน้าที่ดูแลสุนัขจรจัดเป็นผู้ดูแลแทน เธอตอบว่า เลี้ยงดูแลมาหลายปี ใจไม่แข็งพอและไม่ค่อยวางใจที่จะส่งให้หน่วยงานรัฐนำไปเลี้ยงดูแลต่อไป

             คนรักสัตว์นั้นมีจำนวนมาก แต่คงจะมีน้อยราย ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างและยืนหยัดเป็นเวลานานกับการดูแลน้องหมาจรจัด เท่ากับเฉินฮุ่ยหลิง

 

 

เฉินฮุ่ยหลิง อายุ 40 ปี สาวใหญ่ที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการดูแลหมาจรจัด เธอบอกว่า ชาตินี้เป็นหนี้น้องหมา

 

4. พูดถึงหน่วยงานที่ดูแลสุนัขจรจัด ในไต้หวันมีสมาคมคุ้มครองสัตว์เลี้ยง จัดโครงการ น้องหมานำพาโชคลาภมาให้ ตามสำนวนจีนที่กล่าวกันทั่วไปบอกว่า 貓來窮、狗來富 แมวนำความจนมาสู่ หมานำโชคลาภมาให้

             สมาคมคุ้มครองสัตว์เลี้ยงใช้สำนวนนี้ มาจัดทำโครงการ โดยให้คนรักสุนัขรับน้องหมาจรจัดที่สมาคมฯ รับมาจากที่ต่างๆ นำไปเลี้ยง โดยผู้เลี้ยง ไม่ต้องรับผิดชอบค่าอาหารสัตว์และค่ารักษาพยาบาล แถมยังจะได้รับค่าเลี้ยงดูเดือนละ 500 เหรียญต่อตัว

             ที่เมืองไถหนาน มีชาวสวนจำนวนมากไปลงทะเบียนรับสุนัขจรจัดไปเลี้ยง นอกจากช่วยดูแลสวนได้แล้ว แต่ละเดือนคนเลี้ยง ยังจะได้รับเงิน 500 เหรียญต่อน้องหมา 1 ตัว

             ในจำนวนนี้ มีเกษตรกรทำสวนผลไม้รายหนึ่ง แช่เจียง ปกติเป็นคนชอบหมาอยู่แล้ว ลงทะเบียนขอรับหมาไปเลี้ยง 10 ตัว นายเจียงบอกว่า สุนัขเหล่านี้ เชื่องมาก ฝึกฝนนิดหน่อย กลายเป็นยามรักษาความปลอดภัย หรือรปภ. ในสวนได้เป็นอย่างดี ช่วยไล่งู หนูและลิงที่จะมากัดแทะกินผลได้ และตั้งแต่มีสุนัขรปภ. เหล่านี้ พวกโจรที่จะมาลักขโมยผลไม้ก็ลดลงไปมาก กลางคืนนอนหลับได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลจะมีขโมยมาเด็ดผลไม้ แถมยังได้ค่าเลี้ยงดูสุนัขทั้ง 10 เดือนละ 5,000 เหรียญไต้หวัน

             ผลจากการที่นายเจียงรับสุนัขจรจัดมาเลี้ยง ช่วยให้ผลผลิตในสวนผลไม้เก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างมะม่วงอ้ายเหวินราคาแพง ออกเต็มสวน สมาคมคุ้มครองสัตว์เลี้ยง ยังช่วยโฆณาขายทางเว็บด้วย เข้าทำนอง หมานำพาโชคลาภมาให้จริงๆ และนายเจียงเตรียมจะขอรับน้องหมาเลี้ยงอีก 10 ตัว เพราะพื้นที่สวนที่ต้องดูแลกว้างมาก

 

เกษตรกรในนครไถหนานรับน้องหมาจรจัดจากสมาคมคุ้มครองสัตว์มาเลี้ยง ช่วยเป็นยามเฝ้าสวนได้เป็นอย่างดี

 

เจ้าของสวนในเมืองไถหนาน เนื่องจากมีน้องหมาช่วยเฝ้าสวน ไม่กังวลมะม่วงอ้ายเหวินถูกขโมย 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เว็บไซต์ศูนย์รับมือภัยพิบัติส่วนกลางของไต้หวัน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 8 ก.ค. 60 เมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติ เป้าหมายเดียวคือความปลอดภัย

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 8 ก.ค. 60 เมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติ เป้าหมายเดียวคือความปลอดภัย

2017-07-08 14:23:34

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 8 ก.ค. 60

 

เมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติ เป้าหมายเดียวคือความปลอดภัย

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ฟางต้าถง (ขวา) และหวังลี่หง (ซ้าย) ในเพลง Flow ของฝ่ายแรก

ฟังเพลงจีนใหม่ๆ ของฟางต้าถงและหวังลี่หง ในเพลง Flow และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนใหม่ๆ ของฟางต้าถงและหวังลี่หง ในเพลง Flow และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-07 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดา์นี้

-ฟังเพลงจีนใหม่ๆ ของฟางต้าถง (方大同) และหวังลี่หง (王力宏) ในเพลง Flow และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ฟางต้าถงคว้ารางวัลนักร้องยอดเยี่ยมฝ่ายชายจาก Golden Melody Awards เสียที หลังได้แต่เข้าชิงมาหลายปีดีดัก)

 

 

 

ฟางต้าถง (ขวา) และหวังลี่หง (ซ้าย) ในเพลง Flow ของฝ่ายแรก

 

More
คลาสอบรมทักษะเพื่อการจ้างงานสำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติ

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ค. 60 - คลาสอบรมทักษะเพื่อการจ้างงานสำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติ

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ค. 60 - คลาสอบรมทักษะเพื่อการจ้างงานสำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติ

2017-07-07 19:57:16

เพื่อเป็นการดูแลและช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในกรุงไทเป สำนักงานบริการการจ้างงาน กรุงไทเป จะเปิดคลาสอบรมทักษะเพื่อการจ้างงานของคู่สมรสชาวต่างชาติ ในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00-12.30 น. จึงขอเชิญชวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม เนื้อหาที่อบรมแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก คือ บริการแนะนำการจ้างงาน วัฒนธรรมการทำงานในไต้หวันและคุณสมบัติทักษะความสามารถของผู้ที่เป็นที่ต้องการของตลาดงาน การหางานในอุดมคติ และสิทธิประโยชน์ในการทำงานรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน อบรม ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่มีลูกยังเล็ก ทางศูนย์มีบริการดูแลลูกให้ระหว่างเข้าอบรมด้วย

 

สถานที่จัดอบรม: ศูนย์กิจกรรมฟู่ฝูชวีหมิ๋นหัวต้งจงซิน (富福區民活動中心) ชั้น 3 เลขที่ 101 ถ.หมงเจี่ยต้าเต้า เขตว่านหัว กรุงไทเป สนใจสมัคร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-23085231 ต่อ 716 ติดต่อเฉินเสียวเจี่ย

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 34-35

More
เซี่ยสูเหวย (謝淑薇)

โจวเทียนเฉิงเฉือนเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์ชายเดี่ยวศึกขนไก่ไทเป

โจวเทียนเฉิงเฉือนเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์ชายเดี่ยวศึกขนไก่ไทเป

2017-07-06 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-โจวเทียนเฉิงเฉือนเพื่อนร่วมชาติคว้าแชมป์ชายเดี่ยวศึกขนไก่ไทเป

-เซี่ยสูเหวยแพ้อีก นักกีฬาไต้หวันตกรอบแรกประเภทเดี่ยวของวิมเบิลดันหมดเกลี้ยง รอลุ้นต่อในประเภทคู่

More
ตำรวจสอบปากคำแรงงานไทย ร.ง.ฟอกหนังในจางฮั่ว 10 คน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560

2017-07-06 08:00:00

 

1. สหรัฐยกไต้หวันป้องกันค้ามนุษย์เยี่ยม จัดให้อยู่ในบัญชีกลุ่มดีที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8

      เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงรายงานประจำปี เรื่องสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2559 ณ กรุงวอชิงตันดีซี ยกย่องไต้หวันว่า เป็นประเทศที่เอาจริงและมีมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ได้อย่างมีผล จัดให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด ได้แก่บัญชีกลุ่มที่ 1 หรือ Tier 1 ซึ่งหมายถึงเป็นประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ในการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 แล้ว โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับ 36 ประเทศ อย่างสหรัฐ แคนนาดา เยอรมัน อังกฤษและเกาหลีใต้เป็นต้น ส่วนประเทศไทยยังคงถูกจัดให้อยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ร่วมกับเมียนมาและลาว รายงานฉบับนี้ ยังได้ปรับลดอันดับของจีนแผ่นดินใหญ่สู่บัญชีกลุ่มที่ 3 หรือ "เทียร์ 3" ซึ่งเป็นระดับเดียวกับอิหร่าน เกาหลีเหนือ และซีเรีย

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว. กต. สหรัฐ ยกย่องไต้หวันป้องกันค้ามนุษย์เยี่ยม จัดให้อยู่ในบัญชีกลุ่มดีที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8

 

Robert Forden รอง ผอ.สนง.ตัวแทนอเมริกาประจำไต้หวัน (AIT) มอบรายงานค้ามนุษย์ 2017 ส่วนของไต้หวันแก่นายเหอหรงชุน ผบ.สตม. ของไต้หวัน

 

      ในพิธีเปิดตัวรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว. กต. สหรัฐ พร้อมด้วยอีวานก้า ทรัมป์ ที่ปรึกษาและบุตรสาวของผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้มอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ได้รับเลือกเป็นวีรบุรุษต่อต้านการค้ามนุษย์จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน 8 คน หนึ่งในจำนวนนี้ได้แก่ น.ส.หลี่ลี่หัว (李麗華) เลขาธิการสหภาพลูกเรือประมงเมืองอี๋หลานจากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลือและเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของลูกเรือประมงต่างชาติในเมืองอี๋หลานมาโดยตลอด จึงได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้เป็น 1 ใน 8 ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ในปีนี้

      กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ดำเนินการสำรวจสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นประจำทุกปี เพื่อเสนอต่อรัฐสภาสหรัฐ โดยปีนี้ ได้ครอบคลุมสถานการณ์และความพยายามในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของรัฐบาลประเทศต่างๆ 188 ประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เป็นการสะท้อนผลการประเมินโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าด้วยความพยายามของรัฐบาลประเทศต่างๆ ในการดำเนินการตามมาตรฐานขั้นต่ำในการปราบปรามการค้ามนุษย์ ในช่วงระยะเวลาของการรายงานแต่ละปี อันมีทั้งสิ้นสี่ระดับ ได้แก่บัญชีกลุ่มที่ 1, กลุ่มที่ 2, กลุ่มที่ 2 เฝ้าติดตาม (Watch List) และกลุ่มที่ 3 ต่ำสุดและเลวร้ายที่สุด

 

       น.ส.หลี่ลี่หัว (李麗華) เลขาธิการสหภาพลูกเรือประมงเมืองอี๋หลานจากไต้หวัน ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 8 นักต่อต้านค้ามนุษย์ 2017

 

2. สุดทน! นายจ้างแจ้งจับ 2 แรงงานไทยขายยาไอซ์มอมเมาเพื่อนร่วมชาติกว่า 10 คน

      โรงงานฟอกหนังแห่งหนึ่งในเมืองจางฮั่ว สงสัยแรงงานไทยเสพยาเสพติด ส่งตรวจปัสสาวะ พบคนงานไทยกว่า 10 คน ในปัสสาวะมีสารเสพติด แจ้งความตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมาย พบ 2 คนงานไทยเก๋า หวังรวยทางลัด ซื้อยาไอซ์จากร้านอาหารไทยมาขายให้แรงงานไทยรุ่นน้อง จนติดกันงอมแงม นับเป็นโรงงานแห่งแรกที่นายจ้างเป็นฝ่ายแจ้งความเอาเรื่องกับแรงงานต่างชาติ ตำรวจควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลติดตามเอเย่นต์ที่อยู่เบื้องหลังป้อนยาเสพติดให้แรงงานไทยมาดำเนินคดีต่อไป

 

ตำรวจบุกตรวจ ร.ง.ฟอกหนังในจางฮั่ว หลังนายจ้างแจ้งความ 2 คนงานไทยเก๋า ขายยาไอซ์มอมเมาเพื่อร่วมชาติร่วม 10 คน

 

        สถานประกอบการที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานฟอกหนัง ตั้งอยู่ที่ตำบลเซ่อโถวในเมืองจางฮั่ว ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานประมาณ 100 คน ในจำนวนนี้ คนงานไทยยังเหลือประมาณ 20 คน นอกนั้นเป็นเวียดนามและอินโดนีเซียทั้งหมด ที่ผ่านมา บริษัทมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากแถวเมืองจางฮั่ว มีการระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทย แต่ช่วงระยะหลังคนงานไทยหลายคนมีอาการซึมเตร้า หน้าตาไม่แจ่มใสเหมือนเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริหารของโรงงานตรวจสอบพบว่า แรงงานไทยเหล่านี้ เสพยาเสพติด แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน จึงใช้วิธีส่งคนงานต่างชาติตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ผลการตรวจทำให้ผู้บริหารโรงงานถึงกับตะลึง เพราะมีแรงงานต่างชาติกว่า 10 คน พบสารเสพติดในปัสสาวะ และทั้งหมดเป็นแรงงานไทย ผู้บริหารของโรงงานหนักว่าว่า ควรจะแจ้งตำรวจหรือไม่ เพราะหากแจ้งความ อาจทำให้สายการผลิตมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่หากไม่แจ้งความ จะเป็นการส่งสัญญาณให้คนงานไทยเข้าใจผิดได้ว่า บริษัทไม่ให้ความสำคัญ ยิ่งจะทำให้แรงงานไทยเหล่านี้เหิมเกริมได้ใจ ในที่สุดผู้บริหารโรงงานตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจและอัยการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

        หลังรับแจ้งแล้ว ตำรวจเข้าไปโรงงานสอบปากคำคนงานไทยในคืนวันเดียวกัน คนงานไทย 10 คน สารภาพทันทีว่าเสพยาเสพติดชนิดยาไอซ์ ตำรวจได้ไปตรวจค้นตามห้องพัก พบห้องนอนของคนงานไทย 4 คน มีอุปกรณ์เสพยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ และจากการสอบปากคำพบ 2 คนงานไทยที่เคยเดินทางมาทำงานในโรงงานแห่งนี้หลายรอบแล้ว ได้แก่ นายชาญณรงค์และนายคำจันทร์ หวังรวยทางลัด เป็นผู้ไปรับยาเสพติดจากหญิงไทยรายหนึ่ง มาแบ่งขายแก่แรงงานไทยรุ่นน้อง และตัวเองก็เสพด้วย

 

ตำรวจสอบปากคำแรงงานไทย ร.ง.ฟอกหนังในจางฮั่ว 10 คน หลังตรวจพบสุมหัวกันเสพยาไอซ์

 

ตรวจพบอุปกรณ์ใช้ในการเสพยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในห้องนอนของแรงงานไทย

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More