QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

สวี่หมิงชุน รมว. แรงงาน

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 20 มี.ค. 61 ค่่าจ้างขั้นต่ำพร้อมเสนอเป็นกฎหมายปลายปีนี้ ไต้หวัน-อินโดฯ จับมือพัฒนาน้ำ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 20 มี.ค. 61 ค่่าจ้างขั้นต่ำพร้อมเสนอเป็นกฎหมายปลายปีนี้ ไต้หวัน-อินโดฯ จับมือพัฒนาน้ำ

2018-03-20 11:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 20 มี.ค. 61

 

1. ค่่าจ้างขั้นต่ำพร้อมเสนอเป็นกฎหมายปลายปีนี้

2.ไต้หวัน-อินโดฯ จับมือพัฒนาน้ำ 

3.ไทเป-นิวไทเป จับมือออกบัตรโดยสารรายเดือน เอ็มอาร์ที+รถเมล์ ไม่จำกัดการใช้ เพียงเดือนละ 1280 เอ็นที 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงานจากกรุงไทเป ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

More
ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 19 มี.ค. 61

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 19 มี.ค. 61 - แนะนำขนมปังสุดฮิตในไต้หวัน จังจังเปา (ขนมปังเลอะเลอะ)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 19 มี.ค. 61 - แนะนำขนมปังสุดฮิตในไต้หวัน จังจังเปา (ขนมปังเลอะเลอะ)

2018-03-21 18:39:22

ช่วงนี้ที่ไต้หวันมีกระแสของขนมสุดฮิต เป็นขนมปังช็อกโกแลตที่กินแล้วผงโกโก้จะเลอะปากเลอะมือ ภาษาจีนเรียกว่า เรียกว่า “จังจังเปา” (髒髒包) แปลว่า ขนมปังเลอะเลอะ สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักที่มาและความฮอตฮิตของขนมปังเลอะเลอะ จังจังเปากัน

 

 

 

ขนมปังสุดฮิตในไต้หวัน จังจังเปา (髒髒包 : ขนมปังเลอะเลอะ)

More
ดอกคาร่าลิลลี่หลากสีสัน

ไปชมดอกคาร่าลิลลี่หลากสีสัน ในเทศกาลคาร่าลิลลี่ที่นครเถาหยวนกัน

ไปชมดอกคาร่าลิลลี่หลากสีสัน ในเทศกาลคาร่าลิลลี่ที่นครเถาหยวนกัน

2018-03-19 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

      -จะพาคูณผู้ฟังไปชมดอกคาร่าลิลลี่หลากสีสัน ในเทศกาลคาร่าลิลลี่ที่นครเถาหยวนกัน

      -ดอกกุหลาบพันปีเริ่มบานสะพรั่งทั่วไทเป ห้ามพลาดชม อูไหลตู้เจวียน กุหลาบพันปีพันธุ์พิเศษของไต้หวัน ที่ปลูกมากแถบสือติ้งของนิวไทเป

      -แนะนำจุดชมหิ่งห้อยเด็ดๆในไทเป

 

เทศกาลคาร่าลิลลี่หลากสีสันในเขตต้าหยวนของนครเถาหยวน

 

บรรยากาศของเทศกาลดอกคาร่าลิลลี่หลากสีสันในนครเถาหยวนที่มีมวลมหาประชาชนแห่ชมทุ่งคาร่าลิลลี่กันเต็มไปหมด

 

"อูไหลตู้จวน"ดอกกุหลาบพันปีพันธุ์พิเศษที่มีเฉพาะในไต้หวัน

 

หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับกัน

More
โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林)

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหลูกว่างจ้ง ในชุด 幾分之幾 (You complete me) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหลูกว่างจ้ง ในชุด 幾分之幾 (You complete me) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-03-18 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของหลูกว่างจ้ง (盧廣仲) ในชุด 幾分之幾 (You complete me) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จู่ๆ สื่อจีนแผ่นดินไหญ่ก็รายงานข่าวว่าเจอรี่ F4 ดอดไปจองโรงแรมจัดสถานที่จัดงานแต่งงาน แต่หลินจื้อหลิง (林志玲) บอกไม่รู้เรื่องว่าใครจะแต่งงาน ถ้าใครได้ไปงานถ่ายรูปมาฝากด้วย / โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) ออกงานโชว์ตัวครั้งแรกหลังป่วยหนัก ในงานดินเนอร์ของมิชิลินไกด์ฉบับไทเป)

 

หลูกว่างจ้งกับมินิอัลบั้มเพลงชุด You complete me

 

ข่าวลือของเจอรี่กับหลินจื้อหลิงมาอีกแล้ว คราวนี้ถูกลือว่าจะจัดงานแต่งงานทีเกาะบาหลีช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

 

อาเจ๊โจลิน ปรากฏตัวครั้งแรกหลังป่วยหนักในงานเลี้ยงดินเนอร์ของมิชิลินไกด์ฉบับแนะนำไทเป

More
โฆษกทำเนียบขาว สหรัฐฯ ประกาศรับคำเชิญผู้นำเกาหลีเหนือ คาดปลายเดือน พ.ค. 61 เจอกันแน่

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค. 61 วิกฤตนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี เริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค. 61 วิกฤตนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี เริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว

2018-03-17 15:10:17

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่  17 มี.ค. 61

วิกฤตนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี เริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว

       หลังจากที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีดีวันดีขึ้น โดยส่งตัวแทนนักกีฬาของทั้งสองฝ่ายร่วมทีมโอลิมปิกส์ ฤดูหนาวที่เปียงชาง เมื่อต้นเดือน ก.พ. 61 แล้ว คสพ. ระหว่างกันก็เพิ่มอุณหภูมิขึ้นทุกขณะ จน ปธน. คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เชื้อเชิญผู้นำพญาอินทรีย์ นั่งโต๊ะเจรจา ซึ่งคาดว่าจะจัดให้มีขึ้นในราวปลายเดือน พ.ค. 61 ส่งสัญญานปลดล๊อควิกฤตนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลีที่คุกรุ่นมานานหลายปี ...............

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงานจากกรุงไทเป ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

 

More
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติชาวไทย 18 คน ขณะถูกจับที่เมืองเหมียวลี่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2561

2018-03-17 07:43:40

 

1. ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เพิ่มพรวด เถาหยวนเนรมิตสถานีตำรวจเก่าหน้าสถานีรถไฟ ให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่แห่งใหม่  เปิดตัวเดือนเมษายนปีนี้

          นครเถาหยวน นอกจากจะมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากที่สุดแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนมากถึง 58,774 คน ครองสัดส่วนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ทั้งหมด 11% มากเป็นอันดับ 4 รองจากนครนิวไทเป กรุงไทเปและนครเกาสง แต่จากข้อมูลของนครเถาหยวนพบว่า หน่วยงานที่ให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ และศูนย์บริการผู้ต้องถิ่นฐานใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไปแล้วเพียง 250 คนเท่านั้น ถูกสภาเทศบาลโจมตีว่า ไร้ประสิทธิภาพและไม่ได้ให้บริการอย่างทั่วถึงต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาสถานที่แห่งใหม่และปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการ ด้านเทศบาลนครเถาหยวนกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ปรับปรุงอาคารสถานีตำรวจเก่าที่หน้าสถานีรถไฟเถาหยวน ซึ่งมีพื้นที่กว้าง เดินทางไปใช้บริการสะดวกและที่สำคัญคือว่างอยู่ ให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หวังเพิ่มการให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้อย่างครบวงจร

          นางหวงหว่านหรู สมาชิกสภาเทศบาลนครเถาหยวนแถลงว่า ปัจจุบัน จำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีมากถึง 58,000 คนแล้ว แต่สถานที่ให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ มีพื้นที่คับแคบเพียง 20 กว่าผิง (ประมาณ 60 ตร.ม.) เท่านั้น ไม่มีห้องประชุม สถานที่จัดแสดงและไม่สามารถให้บริการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือให้คำปรึกษาได้ อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่เพียงแค่ 2 คน จึงเรียกร้องให้กองสังคมของเทศบาลนครเถาหยวน เพิ่มเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งจัดหาสถานที่แห่งใหม่ที่กว้างกว่าเดิม

          ด้านนายหลี่กวงต๋า สท.นครเถาหยวนอีกผู้หนึ่งกล่าวว่า นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและจัดหาสถานที่แห่งใหม่แล้ว ยังควรจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมตามประเพณีของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ด้วย เช่น งานประเพณีสงกรานต์ของไทยเป็นต้น และยังควรพิจารณาให้มีที่นั่งในสภา 1-2 ที่นั่ง เพื่อเป็นปากเสียงในสภาแทนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 

 เถาหยวนเนรมิตสถานีตำรวจเก่าหน้าสถานีรถไฟ ให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่แห่งใหม่  เปิดบริการเดือนเมษายนปีนี้

 

2. ชาวเวียดนามลักลอบเข้าสู่ไต้หวันโดยทางเรือมากขึ้น แทนที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ลดลงอย่างมาก

          สถานกักกันหลายแห่งที่อดีตเคยใช้เป็นสถานที่รองรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่หลบหนีเข้าไต้หวันเพื่อหางานทำเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นสถานรองรับชาวต่างชาติ โดยชาติที่ถูกจับข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมากที่สุด ได้แก่ชาวเวียดนาม และนอกจากลักลอบเข้าเมืองแล้ว แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างออกไปหางานทำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเรียกกันว่าแรงงานผิดกฎหมาย และยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนกว่า 50,000 คน กลายเป็นปัญหาใหญ่เสมือนเป็นระเบิดเวลาในสังคมที่อาจปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยสถิติกพบว่า ช่วงที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่หลบหนีเข้าไต้หวันมากที่สุด คือช่วงปีค.ศ. 1989-1994 แต่ละปีตรวจพบและส่งกลับมากกว่า 3,000 คน โดยเฉพาะปี ค.ศ. 1993 ทำลายสถิติ ปีเดียวตรวจพบและส่งกลับ 5,986 คน แต่หลังจากปีค.ศ. 2005 เป็นต้นมา จำนวนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ลักลอบเข้าไต้หวันเพื่อทำงานหาเงินและถูกตรวจพบลดลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียง 595 คน จากนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งปี ค.ศ. 2015 มีเพียง 7 คน ในขณะที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ผู้ลักลอบเข้าเมืองลดลงอย่างรวดเร็ว โดยในปี ค.ศ. 2011  เป็นต้นมา ชาวเวียดนามที่อาศัยเรือประมงเดินทางมาทางเรือลักลับเข้าไต้หวัน มีจำนวนมากที่สุดแทนที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และใน10 เดือนแรกของปี 2017 ที่ผ่านมา มีมนุษย์เรือชาวเวียดนามถูกตรวจพบและส่งกลับประเทศไปแล้ว 186 คน จีนแผ่นดินใหญ่ 23 คน

 

 

 

จับมนุษย์เรือชาวเวียดนาม นั่งเรือยอร์ชลักลอบเข้าสู่ไต้หวัน

 

3. แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไทยมาฝึกวิชาที่ไต้หวันโดนรวบ อัยการสั่งทำงานสาธารณประโยชน์ 3 ปี ก่อนรับโทษตามกฎหมาย

          คดีนี้ นายหงเหว่ยเหลียง ผู้ต้องหาซึ่งเป็นหัวโจกคดีนี้ เคยถูกจับและถูกตัดสินลงโทษ 14 ปี คดีปล้นชิงทรัพย์ เพิ่งจะได้รับอนุญาตพักโทษก่อนกำหนดเมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2561 แต่ออกจากเรือนจำได้ไม่นาน ได้ร่วมกับเพื่อนลงขัน 1.2 ล้านบาท ว่าจ้าง 2 คนไทย ได้แก่นางสาวธัญวรรณ และนายณัฐสิทธิ์ ซึ่งเป็นแฟนกัน รับสมัครพนักงานไทย 18 คน โดยอ้างค่าตอบแทนสูงถึง 1 แสนบาทต่อเดือนเป็นตัวล่อ รับสมัครคนไทยทยอยเดินทางมาฝึกอบรมเทคนิคกลโกงที่นครไทจงเป็นเวลาเดือนเศษ จากนั้นส่งไปปฏิบัติหน้าที่ต้มตุ๋นคนไทยทางโทรศัพท์ ซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเหมียวลี่

          DSI ของไทยตรวจพบ 2 คนไทยดังกล่าว มีพฤติการณ์น่าสงสัย โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนไต้หวัน และมีข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง จนมีฐานะร่ำรวยผิดสังเกต และพบเบาะแสว่า จะเดินทางเข้าไต้หวัน ช่วงระหว่างวันที่ 20 - 25 ก.ย. 60 ทีมสืบสวน DSI  จึงได้ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ กรมสอบสวน กระทรวงยุติธรรมของไต้หวัน เฝ้าติดตามพฤติกรรมและหาพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2561 ถูกตำรวจจู่โจมจับกุมผู้ต้องได้ทั้งหมด เป็นชาวไทย 18 คน ชาวไต้หวัน 5 คน อีก 4 คนอยู่ระหว่างหลบหนีและเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งไทยและไต้หวันทั้งหมด นอกจากข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋นแล้ว เพื่อให้เข็ดหลาบอัยการยังสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดจะต้องทำงานสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 3 ปี ก่อนรับโทษตามกฎหมาย

          สำนวนฟ้องของอัยการระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 5-12 ตุลาคม ก่อนจะถูกจับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ ใช้โทรศัพท์ต้มตุ๋นเหยื่อผู้เสียหายในประเทศไทย โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปปส. เจ้าหน้าที่การไปรษณีย์ ตำรวจ พนักงานอัยการ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมสถาบันการเงิน แจ้งกับผู้เสียหายว่า บัตรประชาชนหรือบัญชีธนาคารถูกคนอื่นนำไปใช้ก่อคดีอาชญากรรม ขอให้โอนเงินเข้าไปในบัญชีที่ปลอดภัย ที่แท้เป็นบัญชีของหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้เงินจากการต้มตุ๋นทุกวัน ระยะเวลาสั้นๆ เพียง 8 วันก่อนถูกจับ มีชาวไทยตกเป็นเหยื่อสูญเงินแล้ว 950,000 บาท

          ในสำนวนฟ้องของอัยการ ขอให้ศาลเพิ่มการลงโทษจำคุกผู้ต้องหาชาวไต้หวันเป็นเวลา 10 ปี ยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการต้มตุ๋นทั้งหมดและปรับ 100 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนผู้ต้องหาชาวไทย เนื่องจากให้ความร่วมมือโดยดี ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมายในสถานเบา คือจำคุก 3 ปี และเพื่อให้หลาบจำ อัยการจะขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทั้งหมดต้องไปทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ก่อนเข้ารับโทษตามกฎหมายเป็นเวลา 3 ปี

 

ตำรวจไทจงจับ 18 คนไทย อาศัยฟรีวีซ่า ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

 

 

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติชาวไทย 18 คน ขณะถูกจับที่เมืองเหมียวลี่ (Cr : The Liberty Times)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
หลัวจื้อเสียง

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหลัวจื้อเสียงในเพลงจื้อมิ่งซัง (致命傷) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหลัวจื้อเสียงในเพลงจื้อมิ่งซัง (致命傷) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-03-16 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปิน

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหลัวจื้อเสียงในเพลงจื้อมิ่งซัง (致命傷) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลินจื้อหลิงขออภัยแฟนๆ ผ่านทางผู้จัดการส่วนตัวที่ทำให้คนเข้าใจผิดนึกว่าท้องแล้ว /ชิงฟงเปิดบัญชี IG แล้ว พร้อมโพสต์ภาพสยบข่าวโซดากรีนวงแตก)

 

หลัวจื้อเสียง (羅志祥) นักร้องหนุ่มคนดังชาวไต้หวัน

 

ชิงฟง นักร้องนำของวงโซดากรีน กับภาพถ่ายสยบข่าววงแตก

More
โจวเทียนเฉิง

โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เยอรมัน

โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เยอรมัน

2018-03-15 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลก

-โจวเทียนเฉิงคว้าแชมป์แบดชายเดี่ยวที่เยอรมัน 

-ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกศึกออลอิงแลนด์สบายๆ

-เซี่ยสูเหวยทะลุเข้ารอบรองฯ หญิงคู่ ศึก BNP ปาริบาส โอเพ่น 2018 ที่เมืองอินเดียนเวลส์

More
ไต้หวันมีระบบคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่ดี

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 14 มีนาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 14 มีนาคม 2561

2018-03-15 20:36:21

 

1. เหตผลที่ไต้หวันยังคงเป็นตลาดอันดับ 1 ของแรงงานไทย นอกจากประชาชนและนายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตร ไม่ได้มองแรงงานต่างชาติเป็นลูกจ้างแล้ว ที่สำคัญ ไต้หวันมีระบบคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่ดี ใช้กฎหมายแรงงานฉบับเดียวกับแรงงานท้องท้องถิ่น ดูแลแรงงานต่างชาติตั้งแต่เริ่มเข้าสู่สนามบินและระหว่างทำงานหากมีปัญหามีหน่วยงานสายด่วน 1955 ที่ให้ความช่วยเหลือและร้องเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถทำงานได้นานถึง 12 ปี โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปประเทศไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่ และเมื่อแรงงานต่างชาติอายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว (ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน) ยังสามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพตามระยะเวลาที่เคยทำงานอยู่ในไต้หวันได้ด้วย (เป็นประเทศเดียวที่ให้สวัสดิการนี้แก่แรงงานต่างชาติ)

 

 

ไต้หวันมีระบบคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่ดี ใช้กฎหมายแรงงานฉบับเดียวกับแรงงานท้องท้องถิ่น ดูแลแรงงานต่างชาติตั้งแต่เริ่มเข้าสู่สนามบิน

 

2. แรงงานไทยแห่สมัครสอบคัดเลือกเพื่อเดินทางมาทำงานในไต้หวันผ่านระบบจัดส่งโดยรัฐ รับ 30 คน มาสมัคร 300 คน นายจ้างคัดเลือกโดยวิธีสัมภาษณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

 

3. บริษัทข้ามชาติ เช่น Apple Computer ฯลฯ กำหนดให้ซัพพลายเออร์นำเข้าแรงงานต่างชาติ ต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยที่แรงงานต่างชาติไม่ต้องเสียค่าหัวคิว แม้แต่ค่าธรรมเนียมทำใบประวัติอาชญากรรม หนังสือเดินทางและค่าตรวจโรค นายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เท่ากับว่าการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับนายจ้างเหล่านี้ แรงงานต่างชาติไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ปัจจุบันมีการนำเข้าแรงงานผ่านระบบนายจ้างออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดแล้วหลายพันคน ขณะที่แรงงานไทยที่โชคดีเดินทางมาทำงานกับนายจ้างเหล่านี้แล้วร่วมพันคน

      ล่าสุด บริษัท SHIN ZU SHING CO., LTD. ตั้งอยู่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป ซึ่งเป็นซับพลายเออร์ของบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังหลายบริษัท เช่น Apple Computer, HP, Dell และ Acer เป็นต้น มีความประสงค์จะนำเข้าคนงานไทย จำนวน 60 คน โดยแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวไป-กลับเมื่อทำงานครบสัญญา ค่าอาหารที่พักและค่าบริการรายเดือนที่ต้องเสียให้กับบริษัทจัดหางานระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวัน ผู้สนใจต้องมีคุณสมบัติดังนี้

      เพศชาย อายุ ไม่เกิน 40 ปี ส่วนสูง 160 ซม. ขึ้นไป จบการศึกษา มัธยมปีที่ 3 เป็นต้นไป

นายจ้างมีกำหนดจะไปสอบคัดเลือกคนงานที่กรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2561 ท่านที่มีญาติพี่น้องอยากเดินทางมาทำงานไต้หวันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรีบสมัครได้ที่

      บริษัทจัดหางาน ทีวีที-ทีน่า เซอร์วิส  02-5309120-3

      หรือติดต่อโดยตรงกับพนักงานของบริษัทที่รับผิดชอบทางด้านนี้

      คุณเป้ 086-3341156 คุณก้อย 081-7666178  คุณนิค 086-3030336  คุณเนย์ 086-3287804

 

โปสเตอร์ประกาศรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานไต้หวันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ของบริษัท SHIN ZU SHING CO., LTD.

 

4. ไต้หวันปรับ ครม.ใหม่ สวี่หมิงชุน รองผู้ว่าการนครเกาสงรับตำแหน่ง รมว. กระทรวงแรงงานแทนหลินเหม่ยจูที่ลาออกจากปัญหาทางสุขภาพ

      รัฐบาลไต้หวันปรับครม.ใหม่ โดยมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งระดับ รมว. 5 กระทรวง ในจำนวนนี้ นางหลินเหม่ยจู รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลทางสุขภาพ โดยมีนางสวี่ หมิงชุน รองผู้ว่าการนครเกาสงรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ และหลังจากพิธีเข้ารับตำแหน่งเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 26 ก.พ. นี้แล้ว นางสวี่ หมิงชุน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่กล่าวว่า ตนมาจากครอบครัวผู้ใช้แรงงาน ทำให้เข้าใจและตระหนักปัญหาของผู้ใช้แรงงานได้เป็นอย่างดี และขอรับประกันว่า จะยึดจุดยืนในการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน ให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานอย่างเคร่งครัด และมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถติดต่อสื่อสารและเจรจากับสหภาพแรงงานได้อย่างราบรื่น

      ทั้งนี้ นางสวี่ หมิงชุน ปัจจุบันอายุ 52 ปี จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เคยเป็นทนายความนานถึง 21 ปี ระหว่างนี้เคยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่กลุ่มแรงงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก่อนจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ เคยดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการนครเกาสง ผอ. กองนิติการนครเกาสงและเมืองผิงตง

 

สวี่หมิงชุน รองผู้ว่าการนครเกาสง (คนขวา) รับตำแหน่ง รมว. กระทรวงแรงงานแทนหลินเหม่ยจู (คนซ้าย) ที่ลาออกจากปัญหาทางสุขภาพ

 

5. แรงงานอินโดนีเซียเมาสุรา เดินเซบนชานชลาถูกรถไฟเฉี่ยวชน รอดตายราวปาฏิหาริย์

      แรงงานอินโดนีเซียคนหนึ่งนามว่า โรคิม (Rokim) อายุ 31 ปี ในอาการเมาสุรา เดินเซไปเซมาบนชานชลาของสถานีรถไฟจงลี่ ในนครเถาหยวน ในขณะนั้น เดินเซถลาไปชนกับรถไฟขบวนหนึ่งที่กำลังลดความเร็วลงเพื่อจอดเทียบชานชลา ทำให้ใบหน้าและกะโหลกศีรษะด้านซ้ายแตก ผู้โดยสารคนอื่นโทรเรียกรถพยาบาลช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แม้จะได้รับบาดเจ็บใบหน้าและกะโหลกศีรษะค่อนข้างสาหัส แต่โชคดีที่ขณะนั้นรถไฟลดความเร็วลงแล้ว ประกอบกับได้รับการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก่อนนำส่งโรงพยาบาล ทำให้แรงงานอินโดนีเซียรายนี้รอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์

      ในอดีตเคยมีแรงงานไทย เมาสุราแล้วเดินโซเซบนรางรถไฟ เดินหรือปั่นรถจักรยานฝ่าด่านกั้นถูกรถไฟเฉียวชนเสียชีวิตมาแล้วหลายราย มาคราวนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซีย จึงขอเตือนแรงงานไทยว่า ไม่ว่าจะดื่มสุราหรือไม่ หลีกเลี่ยงเดินบนรางรถไฟ และเมื่อเดินบนชานชานชลา ก็ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะรถไฟขบวนพิเศษที่วิ่งผ่านด้วยความเร็วสูงโดยไม่จอดเทียบสถานีเล็ก เราจะมีความรู้สึกว่าถูกรถไฟดูดเข้าไป คล้ายกับว่าโดนผลักจากข้างหลัง ดังนั้นจึงต้องเดินหรือยืนในเขตปลอดภัยที่สถานีรถไฟเขากำหนดไว้

 

 

6. ดร.พัทยา เรือนแก้ว นักวิจัยด้านการย้ายถิ่นของคนไทย ซึ่งทำโครงการร่วมกับศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าสภาพการณ์ของคนไทยที่ได้พบเห็นในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ไต้หวันส่งออก Smart Precise Agriculture ไปยังประเทศเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 14 มี.ค. 61 นักวิชาการเขยเกษตรกรนำไฮเทคปรับปรุงเทคนิคการเกษตรพร้อมส่งออกตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 14 มี.ค. 61 นักวิชาการเขยเกษตรกรนำไฮเทคปรับปรุงเทคนิคการเกษตรพร้อมส่งออกตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่

2018-03-14 11:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 14 มี.ค. 61

นักวิชาการเขยเกษตรกรนำไฮเทคปรับปรุงเทคนิคการเกษตรพร้อมส่งออกตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่

 

    นักวิชาการเขยเกษตรกรนำไฮเทคปรับปรุงเทคนิคการเกษตรดีเยี่ยม พยากรณ์การออกดอกและการออกผลได้อย่างแม่นยำ เพิ่มผลผลิต ด้วย Smart Precise Agriculture ปรับปรุงคุณภาพชีวิตเกษตรกร พร้อมส่งออกเทคนิคเหล่านี้ไปยังประเทศเป้าหมาย "มุ่งสู้ใต้ใหม่" สมกับที่เป็นนักวิชาการลูกเขยเกษตรกรไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงานจากกรุงไทเป ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

More
อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (中正紀念堂) ใกล้รถไฟฟ้า MRTสายสีแดง/เขียว สถานี  CKS Memorial Hall

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 12 มี.ค. 61 - แนะนำสถานที่ชมดอกซากุระในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 12 มี.ค. 61 - แนะนำสถานที่ชมดอกซากุระในไต้หวัน

2018-03-15 20:51:27

กิจกรรมที่คนไต้หวันฮอตฮิตในช่วงนี้คือการชมดอกซากุระ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ส่างอิง (賞櫻) สัปดาห์นี้ขอแนะนำสถานที่ชมดอกซากุระในไต้หวันมีที่ใดน่าสนใจ ติดตามได้ในรายการ

 

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (中正紀念堂) ใกล้รถไฟฟ้า MRTสายสีแดง/เขียว สถานี  CKS Memorial Hall 

แผนที่ :  https://goo.gl/maps/2gKjg4BD9nH2

 

สวนสาธารณะเล่อหัว (樂活公園) ใกล้รถไฟฟ้า MRTสายสีน้ำตาล สถานี  Donghu แผนที่ : https://goo.gl/maps/BKF9NCaKVP72

 

ศาลเจ้าเทียนหยวนกง (天元宮) เขตตั้นสุ่ย นครนิวไทเป แผนที่ : https://goo.gl/maps/CsggRbBE8NM2

 

 

More
เกาะเสี่ยวหลิวฉิว

ทริป 3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาะเสี่ยวหลิวฉิว ง่ายจะตาย

ทริป 3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาะเสี่ยวหลิวฉิว ง่ายจะตาย

2018-03-12 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เทศกาลดอกวีสเทอเรียที่รุ่ยหลี่ของเจียอี้เริ่มเปิดฉากแล้ว (瑞里紫藤花季)

- ชมซากุระไม่ต้องไปไหนไกล แถวนครนิวไทเปมีให้ชมมากถึง 150,000 กว่าต้นเลย

- ทริป 3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาะเสี่ยวหลิวฉิว (小琉球) ง่ายจะตาย

 

 

เกาะเสี่ยวหลิวฉิว (小琉球) ไข่มุกทะเลใต้ของไต้หวัน

 

 

เทศกาลดอกวีสเทอเรียที่รุ่ยหลี่ของเจียอี้เริ่มเปิดฉากแล้ว (瑞里紫藤花季)

More