QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

จางเสี่ยวเยี่ยน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ A-Lin ในอัลบั้มชุด A-Lin และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ A-Lin ในอัลบั้มชุด A-Lin และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-11 06:00:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ A-Lin ในอัลบั้มชุด A-Lin และข่าวบันเทิงไต้หวัน อาเจ๊จางเสี่ยวเยี่ยน (張小燕) ขอพัก ค่ายเพลงฟงหัวถึงคราวเปลี่ยนมือแล้ว...

 

จางเสี่ยวเยี่ยน เจ๊ใหญ่แห่งวงการบันเทิงไต้หวันขอวางมือ ตัดสินใจขายบริษัทฟงหัวซึ่งเป็นค่ายเพลงชื่อดังที่ปั้นมากับมือให้กับกลุ่มทุนอื่นแล้ว

 

A-LIN กับอัลบั้มเพลงที่หยิบเอาชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่ออัลบั้มด้วย

 

More
ธุรกิจพรีเวดดิ้งหรือการถ่ายภาพก่อนการวิวาห์ บูมสุดๆ เมื่อ 30 ปีที่แล่้ว

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560

2017-09-10 11:57:29

 

1. เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่อากาศในไต้หวันยังร้อนอบอ้าว คงต้องร้อนไปถึงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากปรากฎการณ์ชิวเหลาหู่ (秋老虎) หรือเสือฤดูใบไม้ผลิ หมายถึงฤดูใบไม้ร่วงดุที่ยังคงร้อนน้องๆ ฤดูร้อน

 

2. หนุ่มสาวไต้หวันในปัจจุบันแต่งงานน้อยลง ประกอบกับอัตราการเกิดลดน้อยลง ทำธุรกิจพรีเวดดิ้ง หรือถ่ายภาพก่อนการวิวาห์ ของบรรดาร้านเวดดิ้งสตูดิโอ ในกรุงไทเป ซึ่งเมื่อ 30 ปีที่แล้ว บูมสุดๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะถนนอ้ายกั๋วตงลู่ (愛國東路) ข้างอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็คและจงซานเป่ยลู่ (中山北路) ในกรุงไทเป ริมถนนทั้งสองสาย เรียงรายไปด้วยร้านเวดดิ้งสตูดิโอชนิดที่เรียงติดกันร้านต่อร้านยาวเป็นหลายร้อยเมตร รวมแล้วนับเป็น 100 ร้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหลักหน่วย ร้านเวดดิ้งสตูดิโอจึงดิ้นรนหาลูกค้าใหม่ ได้แก่คนเพศเดียวกัน ซึ่งนิยมถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ทำให้ผู้ประกอบการอยู่รอดต่อไปได้ ธุรกิจจากกลุ่มคนรักร่วมเพศ นี้ กลายเป็นธุรกิจใหม่ของไต้หวัน เรียกว่า เศรษฐกิจสายรุ้ง (彩虹經濟)

 

ธุรกิจพรีเวดดิ้งหรือการถ่ายภาพก่อนการวิวาห์ บูมสุดๆ เมื่อ 30 ปีที่แล่้ว

 

 

ถนนอ้ายกั๋วตงลู่ (愛國東路) ข้างอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็คและจงซานเป่ยลู่ (中山北路) ในกรุงไทเป เรียงรายไปด้วยร้านเวดดิ้งสตูดิโอ

 

3. ไต้หวัน กลายเป็นชาติแรกในเอเชียที่อนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนเป็นคู่รักได้ ณ มิ.ย.ปีนี้ คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสแล้ว 2,223 คู่ หญิงกับหญิงจดทะเบียนมากสุดเป็น 4 เท่าของชายกับชาย

            ไต้หวัน เป็นเขตพื้นที่ของชาวจีนที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของจีนเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จำได้ว่าเมื่อประมาณ 10 ปีย้อนหลัง เรื่องเพศศึกษา เรื่องรักร่วมเพศ ยังถือเป็นประเด็นต้องห้ามที่สังคมจะไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่ อย่างหนังสือสุขศึกษาในมัธยมต้น มัธยมปลาย บทที่เกี่ยวกับเพศศึกษา ครูมักจะข้ามไป ให้เด็กนักเรียนไปอ่านกันเอง แต่ช่วง 10 ปีมานี้ สังคมไต้หวันแปรเปลี่ยนไปมาก เรื่องเพศศึกษาไม่ใช้สิ่งต้องห้ามอีกต่อไป ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ยังติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยแบบหยอดเหรียญไว้ที่หอพัก ขณะที่กลุ่มรักร่วมเพศก็กล้าที่จะออกมาเปิดเผยตัว เรียกร้องสิทธิ์ของพวกเขามากขึ้น มีการเดินขบวนของกลุ่มคนสีรุ้งเป็นประจำทุกปี จนปัจจุบันกลายเป็นการเดินขบวนของกลุ่มคนรักร่วมเพศที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น เสียงเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิการแต่งงานของคนเพศเดียวกันก็ดังกระหึ่ม กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมของไต้หวันที่มีผู้คนทั้งสนับสนุนและคัดค้านแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว

 

 

 


การเดินขบวนของกลุ่มคนสีรุ้งในกรุงไทเปกลายเป็นการเดินบวนของกลุ่มคนรักร่วมเพศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียไปแล้ว

 

          และเมื่อปลายเดือนพ.ค. ปีนี้ ศาลฎีกาของไต้หวันมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมายปัจจุบันที่ห้ามการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถือเป็นคำพิพากษาที่จะเปิดทางให้ไต้หวันเป็นชาติแรกในเอเชียที่ให้การสมรสระหว่างคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ผู้พิพากษาศาลฎีกาไต้หวันระบุว่า กฎหมายปัจจุบันที่ห้ามคู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิในความเสมอภาคของพลเมือง คำพิพากษานี้ กำหนดให้สภานิติบัญญัติไต้หวันมีเวลา 2 ปี ในการแก้ไขกฎหมายปัจจุบัน หรือผ่านกฎหมายใหม่เพื่อรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน แต่หากไม่สามารถทำตามกรอบเวลา 2 ปีได้ คู่รักเพศเดียวกันก็จะสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้โดยยึดคำวินิจฉัยของศาลในครั้งนี้

 

          แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า สภานิติบัญญัติของไต้หวันจะดำเนินการต่อเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด โดยกลุ่มรักร่วมเพศหวังว่า พวกเขาจะได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกันกับคู่สมรสต่างเพศ ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการขอรับอุปการะบุตรบุญธรรม การรับมรดกจากคู่สมรส รวมทั้งมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องทางการแพทย์ของคู่สมรสในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม พวกเขาเกรงว่ารัฐสภาไต้หวันจะผ่านกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อรับรองการสมรสของคนเพศเดียวกัน แต่จะให้พวกเขามีสิทธิ์เพียงบางประการเท่านั้น ไม่เท่าเทียมกับคู่สมรสต่างเพศ

 

          ด้านองค์กรทางศาสนาและกลุ่มผู้ปกครองที่ต่อต้านการสมรสของคนเพศเดียวกันบอกว่า จะเคลื่อนไหวไม่ให้รัฐสภาไต้หวันผ่านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยชี้ว่าประเด็นการสมรสของคนเพศเดียวกันส่งผลกระทบต่อคนทั้งสังคมและโครงสร้างสถาบันครอบครัว ดังนั้นจึงไม่ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ลงประชามติตัดสินเรื่องนี้

 

          และผลจากคำวินิจฉัยข้างต้น เมืองต่างๆ ทั่วไต้หวัน 18 เมือง ยกเว้น ฮัวเหลียน ไถตง หยุนหลินและเผิงหู ได้เปิดให้คนเพศเดียวกันไปจดทะเบียนสมรสได้ แต่ยังไม่มีสิทธิ์ตามในกฎหมายแพ่ง หมวดครอบครัว พูดง่ายๆ คือ จดทะเบียนว่าเป็นคู่กัน แต่ยังไม่มีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกับคู่สมรสต่างเพศ กระนั้นก็ตาม หลังเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ทั่วไต้หวันมีคนเพศเดียวกันไปจดทะเบียนเป็นคู่รักแล้ว 2,223 คู่ ในจำนวนนี้ ผู้หญิงชวนกันไปจดทะเบียนมากที่สุดถึง 3,510 คน ขณะที่ผู้ชายชวนกันไปจดทะเบียน 936 คน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 4 เท่าตัว เมืองที่มีคนเพศเดียวกันไปจดทะเบียนสมรสมากที่สุดคือ นครนิวไทเป มี 970 คน อันดับ 2 นครไทจง 846 คน อันดับ 3 เป็นกรุงไทเป 818 คน

 

 

 

ทั่วไต้หวันมีคนเพศเดียวกันไปจดทะเบียนเป็นคู่รักแล้ว 2,223 คู่ ในจำนวนนี้ ผู้หญิงชวนกันไปจดทะเบียนมากที่สุดถึง 3,510 คน ขณะที่ผู้ชายชวนกันไปจดทะเบียน 936 คน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 4 เท่าตัว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
บรรยากาศการเลือกตั้งที่สิงคโปร์ ปี 2015

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ก.ย. 60 เลือกตั้งผู้นำเมืองลอดช่องปีนี้ จำกัดเฉพาะเชื้อสาย “มาเลย์” เท่านั้น

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ก.ย. 60 เลือกตั้งผู้นำเมืองลอดช่องปีนี้ จำกัดเฉพาะเชื้อสาย “มาเลย์” เท่านั้น

2017-09-09 15:10:03

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ก.ย. 60

 

เลือกตั้งผู้นำเมืองลอดช่องปีนี้ จำกัดเฉพาะเชื้อสาย “มาเลย์” เท่านั้น

        เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันชาติของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเมื่อวันที่ 20 ส.ค. นรม. ลีเซียนลุง แห่งสิงคโปร์ ได้กล่าวรายงานสถานการณ์บ้านเมืองต่อประชาชนที่จัดให้มีขึ้นเป็นประจำว่า ในอนาคตอีกไม่นานนักสิงคโปร์จะมีประธานาธิบดีที่มาจากบุคคลเชื้อสายมาเลย์ ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นกระบวนการการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสิงคโปร์คนใหม่ที่ยังไม่มีการประกาศกำหนดการต่างๆ โดยละเอียด

        หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ นรม. ลีเซียนลุง ก็ได้ลงนามในคำสั่งจัดการเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์ โดยเปิดรับสมัครจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งสิงคโปร์มีระเบียบเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปธน. อย่างเข้มงวด โดยจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีผู้ขอลงสมัครรับเลือกตั้งที่ผ่านมา 2 สมัยถูกตัดสิทธิเนื่องจากมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ทำให้เหลือผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว จึงได้รับเลือกตั้งโดยปริยาย เพราะฉะนั้น หากการเลือกตั้งในคราวนี้มีผู้มีคุณสมบัติเกินกว่า 2 คนขึ้นไป สิงคโปร์ก็จะจัดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ปธน. คนใหม่ ในวันที่ 23 ก.ย. 2560

        ที่ผ่านมา ปธน. สิงคโปร์ จะเลือกตั้งโดยสมาชิกรัฐสภา อยู่ในวาระคราวละ 6 ปี โดยไม่จำกัดว่าจะดำรงตำแหน่งกี่วาระ ตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา สิงคโปร์ได้จัดการเลือกตั้ง ปธน. โดยประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยตรงเป็นครั้งแรก ซึ่ง ปธน. สิงคโปร์ สมัยที่ 2 และ 3 เป็น ปธน. ที่มาจากเชื้อสายอินเดีย ส่วน ปธน. สมัยที่ 4 และ 5 มาจากเชื้อสายชาวจีน สิงคโปร์ใช้ระบบการปกครองในระบอบคณะรัฐมนตรีแบบพรรคเดียว ส่วน ปธน. เป็นเพียงผู้นำประเทศโดยตำแหน่งเท่านั้น อำนาจหน้าที่คล้ายกับธนาคารกลางของไต้หวัน บวกกับอำนาจในการอภัยโทษ ยุบสภา และยังมีอำนาจในการปฏิเสธประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยแห่งชาติเช่น งบประมาณของรัฐบาลด้วย

        เมื่อเดือน พ.ย. 2016 รัฐสภาสิงคโปร์มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงกลไกการเลือกตั้ง ปธน. เพื่อให้โอกาสแก่ชนกลุ่มน้อยในการดำรงตำแหน่ง ปธน. สิงคโปร์ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การเลือกตั้ง ปธน. ใน 5 สมัยที่ผ่านมา ซึ่งก็คือในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ยังมีกลุ่มชนบางกลุ่มในสิงคโปร์ไม่เคยมีโอกาสดำรงตำแหน่ง ปธน. เพราะฉะนั้น การเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์ในสมัยต่อไป จึงจำกัดให้ผู้ที่มีเชื้อสายมาเลย์เท่านั้น ที่จะมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์ในสมัยนี้ได้

        สถานการณ์ในปัจจุบันก็คือ ผู้ที่มีโอกาสมากที่สุดและอาจจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสุดยอดของสิงคโปร์ในการเลือกตั้งคราวนี้ก็คือประธานรัฐสภาหญิงคนแรกของสิงคโปร์ นาง Halimah Yacob บางที นางอาจจะกลายเป็น ปธน. หญิงคนแรกของสิงคโปร์ นอกจากนี้ ยังนักธุรกิจอีก 2 คน ที่ตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์ แต่พวกเขาจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้หรือไม่ยังมีบททดสอบคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์ รออยู่เบื้องหน้า หมายความว่า ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งที่มาจากนักธุรกิจจะต้องดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทและถือหุ้นในบริษัทที่มีมูลค่าอย่างต่ำ 500 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ขึ้นไป อย่างไรก็ดี คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง ปธน. สิงคโปร์มีอำนาจที่จะออกใบรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปธน. ได้ตามสภาพความเป็นจริง

กล่าวโดยสรุปแล้ว มาตรฐานในระดับสูงและการพิจารณาโดยคำนึงถึงปัจจัยทางการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของสิงคโปร์ เป็นเงื่อนไขที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะผ่านการพิจารณาได้ เช่นเดียวกับการที่สมัชชาประชาชนของจีนแผ่นดินใหญ่มีมติผ่านร่างแผนการปฏิรูปการเมืองของฮ่องกง กำหนดให้ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกงต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงจะกลายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งในทางความเป็นจริง ฐานะของนาง Halimah Yacob เป็นที่ถกเถียงกันมากพอสมควร เนื่องจากบิดาของนางมีเชื้อสายอินเดีย มารดามีเชื้อสายมาเลย์ เมื่อเป็นเช่นนี้จะตัดสินว่านางฯ มีเชื้อสายอินเดียหรือมาเลย์กันแน่ รัฐธรรมนูญสิงคโปร์ได้ระบุเกี่ยวกับความหมายของเชื้อสายของกลุ่มต่างๆ ในสิงคโปร์อย่างละเอียดในมาตราที่ 19บี ว่า บุคคลที่เป็นสมาชิกของชุมชนมาเลย์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายมาเลย์หรือไม่ จะต้องยอมรับว่าเป็นสมาชิกหนึ่งของชุมชนมาเลย์ และจะต้องเป็นบุคคลที่ชุมชนมาเลย์ให้การยอมรับด้วย

เริ่มตั้งแต่การกลายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปธน. จนถึงได้รับการเลือกตั้ง กระบวนการนี้มิได้ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของประชาชนแต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการเมืองที่ค่อนข้างสูงมาก นอกจากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้หลักประกันในการมีส่วนร่วมของกลุ่มชนชาติต่างๆ ในประเทศแล้ว ในทำนองเดียวกัน ระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ได้จำกัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งของกลุ่มชนอื่น ๆ ในสังคม ประการต่อมาก็คือ กลไกการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งจะแสดงบทบาทที่สำคัญยิ่ง แม้ ปธน. สิงคโปร์จะเป็นเพียงผู้นำประเทศในตำแหน่งเท่านั้น มีความหมายทางการเมืองไม่มากนักก็ตาม แต่ในหลายสมัยที่ผ่านมา สิ่งที่เรียกว่า “การเลือกตั้งโดยตรง” จากประชาชนก็มีความหมายเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น ซึ่งยังคงห่างไกลจากความหมายที่แท้จริงของการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแน่นอนแล้ว 1 ม.ค. ปีหน้า จากปัจจับันเดือนละ 21,009 เป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2560

2017-09-09 12:20:01

 

1. ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแน่นอนแล้ว 1 ม.ค. ปีหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำเดือนละ 22,000 เหรียญไต้หวัน   

ตามมติในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 60 ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน จากจากปัจจุบัน 21,009 เหรียญ เป็น 22,000 เหรียญไต้หวันถ้วน ปรับขึ้น 991 เหรียญ หรือปรับขึ้น 4.72%   ส่วนการทำงานที่คิดเป็นรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับแรงงานท้องถิ่น ปัจจุบันชั่วโมงละ 133 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 140 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 5.26% อดีตนายกรัฐมนตรีหลินฉวน ก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ได้อนุมัติในที่ประชุมสภาบริหาร ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามมติของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561

 

ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแน่นอนแล้ว 1 ม.ค. ปีหน้า จากปัจจับันเดือนละ 21,009 เป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน

 

2. นักเขียนชื่อดังของไต้หวัน นายหาวกว่างไฉ (郝廣才) กล่าวในเชิงมุขตลกบนเวทีมอบรางวัลวรรณกรรมและสำนักงานพิมพ์ก่อนหน้านี้ว่า วันหนึ่งเขาไปส่งเพื่อนขึ้นรถไฟ ตกใจเห็นผู้คนทั้งเด็กเล็กผู้ใหญ่ นั่งบนพื้นเต็มห้องโถงสถานีรถไฟไทเป ทีแรกคิดว่าเป็นแรงงานต่างชาติ แต่มองชัดๆ ส่วนใหญ่เป็นคนไต้หวัน จึงเกิดคำถามว่า ทำไมคนไต้หวันจึงนิยมไปนั่งล้อมวงเต็มห้องโถงสถานีรถไฟไทเปเลียนแบบคนงานต่างชาติแล้วหรือ? คำพูดที่เขาคิดว่าน่าจะตลกเรียกเสียงฮาได้ประโยคนี้ กลับโดนวิพากวิจารณ์หนักว่าเหยียดหยามคนงานต่างชาติ เจ้าตัวรีบออกมาขอโทษและแก้ต่างว่า ความหมายของเขาคือ ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีวัฒนธรรมในการนั่งกับพื้น แต่ที่คนงานต่างชาติต้องไปนั่งล้อมวงพื้นห้องโถงสถานีรถไฟไทเป เพราะรัฐบาลบกพร่องในหน้าที่ ไม่ได้จัดที่นั่งเพื่อให้ผู้คนได้นั่ง...แหม! แก้ตัวอ้อมแอ้มแบบนี้ คุณเชื่อไหม? ปัจจุบัน คำพูดที่ส่อไปในทางดูหมิ่นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ มักจะโดนตอบโต้รุนแรงจากสังคมของไต้หวัน ไม่ว่าคนพูดจะเป็นคนมีตำแหน่งใหญ่โตหรือโด่งดังแค่ไหนก็ตาม จะโดนด่ายับเลยแหละขอบอก....

 

นักเขียนชื่อดังของไต้หวัน นายหาวกว่างไฉ (郝廣才) ถูกโจมตีว่า พูดจาดูถูกเหยียดหยามแรงงานต่างชาติ เจ้าตัวรีบออกมาแก้ตัวพัลวันว่าเกิดความเข้าใจผิด

 

 

ไม่เพียงแต่แรงงานอินโดนีเซียเท่านั้น ปัจจุบันชาวไต้หวันก็นิยมไปนั่งพื้นห้องโถงสถานีรถไฟไทเปเช่นกัน

 

คนงานอินโดนีเซียจะนัดรวมญาติมิตร ยึดพื้นที่สถานีรถไฟไทเปในวันสิ้นสุดการถือศีลอดทุกปี

 

3. เมษัณฑ์ เอี่ยมศรี แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เขตหลินโข่ว นครนิวไทเป ร้องเพลงถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ชื่อเพลงฟ้าร้องไห้

 

4. เข็มพร ศรีดงเพชร หญิงไทยใจแกร่ง เดินทางมาทำงานในตำแหน่งที่ไต้หวันด้วยความอดทน ขยันเรียนรู้ จนเป็นที่รักใคร่ชอบพอของสมาชิกในครอบครัวของนายจ้าง เก็บเงินส่งเสียลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย เจ้าตัวยังใฝ่หาความรู้พัฒนาตัวเองจน สามารถพูดอ่านเขียนภาษาจีนได้ดี ได้รับประกาศนียบัตรจากมาตรฐานการสอบวัดทักษะความรู้ภาษาจีนระดับต้นและกลางของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน (TOCFEL) เธอทำได้อย่างไร มาฟังประสบการณ์ของเข็มพรที่ให้สัมภาษณ์ผ่าน Rti…

 

เข็มพร (สวมเสื้อแดง) น้องเก๋ (ชุดยีนส์) 2 ผู้อนุบาลไทยที่ขยัน อดทนและใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง เยี่ยมและถ่ายรูปกับทีม  Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โจวเจี๋ยหลุน (Jay Chou)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนในเพลงอ้ายฉิงเฟ้ยฉาย (愛情廢柴) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนในเพลงอ้ายฉิงเฟ้ยฉาย (愛情廢柴) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-08 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปิน

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนในเพลงอ้ายฉิงเฟ้ยฉาย (愛情廢柴) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หนูน้อยเสื้อแดงภาค 2  กวาดรายได้สุดสัปดาห์แรกไป 55 ล้าน NT ครองแชมป์หนังไต้หวันทำเงินประจำสัปดาห์)

 

โจวเจี๋ยวหลุน (周杰倫 : Jay Chou) กับเพลงอ้ายฉิงเฟ้ยฉาย

 

หนูน้อยเสื้อแดงภาค 2 (紅衣小女孩2 : The Tag-Along 2) หนังผีไต้หวันชื่อดัง ทำเงินสัปดาห์แรกทะลุ 55 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว

 

More
จันหย่งหราน (詹詠然) และมาร์ติน่า ฮิงกิสส์

สองสาวตระกูลจันเตรียมทำศึกสายเลือดใน US Open 2017 แย่งตั๋วรอบตัดเชือก

สองสาวตระกูลจันเตรียมทำศึกสายเลือดใน US Open 2017 แย่งตั๋วรอบตัดเชือก

2017-09-07 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- สองสาวตระกูลจันเตรียมทำศึกสายเลือดใน US Open 2017 แย่งตั๋วรอบตัดเชือก และอาจเกิดศึกคู่กัดไต้หวันหากเซี่ยสูเหวยไปถึงรอบตัดเชือกได้สำเร็จ

 

More
ครึ่งแรกของปีนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ช่วยแรงงานต่างชาติเรียกคืนค่าจ้างค้างจ่ายแล้ว 83 ล้าน NT$

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 กันยายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 กันยายน 2560

2017-09-07 08:38:09

 

1. ครึ่งแรกปีนี้ สายด่วนร้องทุกข์ 1955 ช่วยแรงงานต่างชาติเรียกคืนค่าจ้างค้างจ่ายแล้ว 83 ล้านเหรียญไต้หวัน

          กระทรวงแรงงานไต้หวัน เผยแพร่ผลงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 พบว่า มีนายจ้างและบริษัทจัดหางานไต้หวัน รวมถึงแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ร้องเรียน สอบถามรายละเอียดระเบียบกฎหมายและขอรับคำปรึกษามากถึง 106,466 ครั้ง เที่ยบกับครึ่งแรกของปีที่แล้ว สายด่วน 1955 ให้บริการเพิ่มขึ้น 16.7%  ช่วยแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างใหม่สำเร็จกว่า 1,000 ราย เพิ่มขึ้น 27.8%  ช่วยติดตามทวงคืนค่าจ้างและค่าโอทีให้กับแรงงานต่างชาติ 83,563,306 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.5% แสดงว่า ผลการดำเนินงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เป็นรูปธรรมและช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเหลือนายจ้างและแรงงานต่างชาติแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบ

          กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เดิมจะให้บริการช่วยเหลือเฉพาะนายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานต่างชาติเท่านั้น เรียกสายด่วนคุ้มครองแรงงานต่างชาติ แต่เริ่มจากวันที่ 7 พ.ย. 2559 เป็นต้นมา เพิ่มการให้บริการแก่แรงงานท้องถิ่นด้วย เปลี่ยนชื่อมาเป็นสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติ รวมถึงนายจ้างและบริษัทจัดหางาน และครึ่งแรกของปีนี้ มีแรงงานท้องถิ่นโทรศัพท์ร้องเรียนหรือสอบถามปัญหาแล้ว 4,270 ครั้ง ส่วนแรงงานต่างชาติ นายจ้างและบริษัทจัดหางาน โทรศัพท์ร้องเรียนและสอบถามปัญหา 106,466 ครั้ง รวมการให้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในครึ่งแรกของปีนี้ สูงถึง 110,736 ครั้ง….ฟังรายละเอียดเพิ่มจากในรายการออนไลน์...

 

ครึ่งแรกของปีนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ช่วยแรงงานต่างชาติเรียกคืนค่าจ้างค้างจ่ายแล้ว 83 ล้าน NT$ ในภาพเป็นห้องทำงานของสายด่วน 1955 ที่เขตปั่นเฉียว นครนิงไทเป

 

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เป็นหน่วยงานที่รัฐบาลประเทศต่างๆ เดินทางมาดูงานมากที่สุดแห่งหนึ่ง ในภาพเป็นคณะจากสำนักงานประกันสังคมของไทยเดินทางมาดูงาน

 

2. อินโดนีเซียระงับการส่งออกแรงงานชั่วคราว ทำนายจ้างและบริษัทจัดหางานไต้หวันป่วนหนัก

          กรมคุ้มครองแรงงานอินโดนีเซียไปทำงานต่างประเทศ ของกระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย ออกประกาศระงับการส่งออกแรงงานอินโดนีเซียให้แก่นายจ้างภาคการผลิตของไต้หวันชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา คำสั่งระงับการส่งออกที่ประกาศอย่างกะทันหันดังกล่าว สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดแรงงานต่างชาติของไต้หวันเป็นอย่างมาก ยังดีที่ระงับการส่งออกเฉพาะแรงงานในภาคการผลิต ได้แก่พนักงานในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวน 60,000 คน นายจ้างหันไปนำเข้าแรงงานชาติอื่นแทน แรงงานไทยก็ได้รับอานิสงส์ บริษัทจัดหางานไทยหลายรายกล่าวว่า ได้รับแจ้งให้ส่งออกแรงงานไทยแทนที่คนงานอินโดนีเซีย ประกาศดังกล่าว หากรวมไปถึงตำแหน่งผู้อนุบาล จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะปัจจุบันแรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาลในครัวเรือน มีจำนวนกว่า 230,000 คน ผู้อนุบาลอินโดนีเซียมีจำนวน 190,000 คน ครองสัดส่วนถึง 82%

          ในประกาศของกรมคุ้มครองแรงงานอินโดนีเซียไปทำงานต่างประเทศ ไม่ได้แจ้งสาเหตุของการระงับส่ออกแรงงานอินโดนีเซียชั่วคราว และจะเปิดเมื่อไหร่ แต่บริษัทจัดหางานไต้หวันกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียต้องการให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว และตั๋วเครื่องบิน รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คนงานอินโดนีเซียต้องเสียก่อนการเดินทาง ประมาณ 150,000 เหรียญไต้หวัน ทางกระทรวงแรงงานอินโดนีเซียเห็นว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่แพงเกินกว่าแรงงานจะรับผิดชอบไหว และก่อนหน้านี้ เคยมีนายจ้างไต้หวันรายหนึ่ง ช่วยแรงงานอินโดนีเซียออกค่าจ้างการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันทั้งหมด รวมถึงค่าบริการดูแลรายเดือนของแรงงานอินโดนีเซียระหว่างที่ทำงานอยู่ในไต้หวันด้วย รัฐบาลอินโดนีเซีย จึงประสงค์ให้นายจ้างไต้หวัน ปฏิบัติเหมือนอย่างนายจ้างรายนี้

          ด้านนายจางเทียนหย่ง ประธานสหพันธ์การจัดหางานของไต้หวันกล่าวว่า ประกาศของกระทรวงแรงงานอินโดนีเซียดังกล่าว ซึ่งมีผลหลังประกาศเพียงวันเดียว ทำให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานรับมือไม่ทัน ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้างอย่างรุนแรง เขากล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลอินโดนีเซียต้องการแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานอินโดนีเซีย ก็น่าจะประกาศค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวว่า ห้ามเกินเท่าไหร่ จากนั้นดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้บริษัทจัดหางานปฏิบัติตาม ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องและได้ผลกว่า แต่นี่จู่ๆ ก็ประกาศระงับการส่งออก โดยไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ….ฟังรายละเอียดเพิ่มจากในรายการออนไลน์...

 

รัฐบาลอินโดนีเซียระงับการส่งออกแรงงานชั่วคราวตั้งแต่ต้นเดือนสิงคม ทำให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานไต้หวันป่วนหนัก

 

ประกาศระงับการส่งออกแรงงานอินโดนีเซียชั่วคราว มีผลเฉพาะภาคการผลิตและก่อสร้าง ไม่รวมผู้อนุบาลอยู่ด้วย

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮว่า ให้สัมภาษณ์พิเศษอาร์ทีไอ นโยบายมุ่งใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 6 ก.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮั่ว นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับบทบาทของจางฮว่า

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 6 ก.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮั่ว นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับบทบาทของจางฮว่า

2017-09-06 20:33:43

 

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 6 ก.ย. 60

 

        สัมภาษณ์พิเศษนายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮั่ว  นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับบทบาทของจางฮั่ว

        จากเหตุการณ์ไฟดับทั่วไต้หวันวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากทุกภาคส่วนให้รัฐบาลพิจารณาตรวจสอบนโยบายด้านพลังงานเสียใหม่ ต่อกรณีนี้ นายเว่ยหมิงกู่  (魏明谷) ผู้ว่าการเมืองจางฮั่ว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของอาร์ทีไอว่า พลังงานสีเขียวเป็นกระแสของโลกในอนาคต เทศบาลเมืองจางฮั่วได้ผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวอย่างกระตือรือร้น และจะทำให้เขตนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งจางฮั่ว (Changhua Coastal Industrial Park) กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวอัจฉริยะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปัจจุบันมีการลงทุนสูงถึง 1.012 ล้านล้านเหรียญไต้หวันแล้ว

 

       นายเว่ยหมิงกู่ กล่าวว่า ชายฝั่งเมืองจางฮั่วมีทุ่งกังหันลมที่ดีมาก กระทรวงเศรษฐการได้คัดเลือกให้เป็น 1 ใน 21 ทุ่งกังหันลมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทุ่งกังหันลม 1 แห่งสามารถก่อตั้งได้ 1 บริษัท ทุ่งกังหันลม 21 แห่งก็มี 21 บริษัท คาดว่าช่วงปลายปีนี้จะสามารถผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อผ่านเรียบร้อยแล้วก็สามารถยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างได้ทันที หลังจากโครงการผ่านไป 4 ปี เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมจะสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ โดยจะติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมปีละ 50-100 ตัว ผ่านไป 10 ปี จะสามารถติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ 800 ตัว

 

       ผู้ว่าการเมืองจางฮั่วผู้นี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พลังงานลมเป็นพลังงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ เพียงแค่มีลมพัดก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชม. หลังจากทุ่งกังหันลมจางฮั่วติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมครบ 1,000 ตัว ก็จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เมืองหยุนหลินไปจนถึงอี๋หลานซึ่งมีประชากรรวม 5.8 ล้านครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้ได้ตลอดทั้งปี

 

นายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮั่ว ให้สัมภาษณ์พิเศษอาร์ทีไอ นโยบายมุ่งใต้ใหม่

 

จางฮั่วกับนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (นิวเซาท์บาวด์)

       เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่อย่างได้ผล เทศบาลจังหวัดจางฮั่วจึงต้องพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมมหกรรมฟอรั่มเศรษฐกิจโลกฤดูร้อนปี 2560  เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถึงสองรายการ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนและเสรษฐกิจของประเทศอาเซียน

 

    ซึ่งท่านผู้ว่าเว่ยฯ ย้ำว่า จุดเด่นของจังหวัดจางฮั่วก็คือพื้นฐานอุตสาหกรรมอันเข้มแข็ง  ทั้งทางด้านเครื่องจักรกล โลหะ และโลหะแปรรูป ตลอดจนอะไหล่รถยนต์ เครื่องจักร และสิ่งทอ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดใหญ่ ไต้หวันมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ตั้งโรงงานในประเทศเหล่านี้ สร้างพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีกับภาคเอกชนซึ่งภายใต้การผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 ที่เป็นแนวโน้มที่ต้องเป็นไป วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมจะต้องมองหาศักยภาพและโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งเทศบาลจังหวัดจางฮว่าได้คำนึงถึงประเด็นเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะที่จะกลายเป็นแนวโน้มที่ต้องเป็นไปของอุปกรณ์ขนส่งคมนาคมในอนาคต ซึ่งย่อมจะต้องส่งผลให้บริษัทขนส่งต่างๆ ต้องเกิดการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย คนในยุคใหม่ใช้รถยนต์สนองความต้องการของตน ทำให้ในอนาคตมีความต้องการรถยนต์ในลักษณะแตกต่างกั นไป และการออกแบบก็จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน รถยนต์อัจฉริยะขับเคลื่อนอัตโนมัติย่อมจะต้องเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ไต้หวันมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้าน ไอที จำนวนมาก ในขณะที่จังหวัดจางฮั่วเองก็เป็นฐานภาคการผลิตที่เข้มแข็งด้วย และยังมีศูนย์วิจัยค้นคว้าพัฒนารถยนต์ที่นี่ เพราะฉะนั้น รับรองได้ว่าจังหวัดจางฮั่ว ต้องเป็นส่วนหนึ่งในกระแสแห่งการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะอย่างแน่นอน

 

    จังหวัดจางฮั่วเตรียมการต้อนรับทุนต่างชาติไว้อย่างไรบ้าง บรรยากาศการลงทุนในจางฮั่วเป็นอย่างไรบ้าง เหมาะสมกับการดึงดูดนักลงทุนจากประเทศกลุ่มเป้หมายนิวเซาท์บาวด์อย่างไร?

             ผู้ว่าฯ ตอบว่า จังหวัดจางฮั่วดำเนินการตามแนวนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และได้พยายามล๊อบบี้ให้กรมการอุตสาหกรรมติดตั้งอุปรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยบริเวณชายฝั่งฟากตะวันออกของเขตหลุนเว่ย นอกจากนี้ ยังได้พยายามสำรวจสิ่งปลูกสร้างหรือเขตที่มิได้มีการทำการเกษตร แนวคลองส่งน้ำ บ่อพักน้ำป่า และที่ดินรกร้างในเขตจังหวัดจางฮั่ว เพื่อนำมาใช้พัฒนาพลังงานสีเขียว พร้อมๆ ไปกับการนำมาฟื้นฟูเป็นพื้นที่การเกษตร ตลอดจนอนุรักษ์ดินด้วย

 

             ในสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคจะเป็นอุปกรณ์สำคัญของซอฟท์เพาเวอร์ดิจิทัลแห่งชาติ ซี่งเชื่อว่า เส้นทางแห่งการพัฒนาพลังงานสีเขียวจะต้องยืนหยัดต่อไปดึงดูดผู้ประกอบกาดิจิทัลระดับโลกให้เข้ามาลงทุนที่นี่ กระตุ้นการพัฒนาและการลงทุนพื้นฐานไอทีในไต้หวัน

              จังหวัดจางฮั่ว นอกจากจะเป็นฐานการเกษตรสำคัญของไต้หวันแล้ว ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติของไต้หวันจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นบริษัทยางรถยนต์แมกซิน เคนด้า และเมอร์ริด้า มีโรงงานที่นี่ ทั้งนี้เนื่องจากจางฮั่วมีสภาพแวดล้อมอากาศดีเหมาะแก่การพำนักอาศัย ประกอบกับเป็นพื้นที่ราบ ระบบการป้องน้ำท่วมก็ออกแบบเป็นอย่างดี เป็นจุดเด่นสำหรับระบบป้องกันน้ำท่วมในการก่อสร้างโรงงานที่นี่ สภาพแวดล้อมเหล่านี้เป็นสิ่งดึงดูดให้ยักษ์ใหญ่ด้านเอนจิ้นเวปไซต์ยังกูเกิ้ล เลือกที่จะมาเปิดศูนย์ข้อมูลของตนที่จังหวัดจางฮั่ว

 

              นิตยสารโกบอลวิวสำรวจพบว่า ตอนนี้ แอปเปิ้ล มีสีเขียวมากขึ้นทุกขณะ โดยเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทแอปเปิ้งได้ประกาศว่า มีบริษัทซัพพลายเยอร์ของตน 7 บริษัทได้ให้คำมั่นว่าภายในปี 2018 ซึ่งก็คือปีหน้า จะสามารถใช้พลังงานรีไซเคิลได้ 100% และบริษัท จาบิล โรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันดับ 3 ของโลก และเป็นซัพพลายเยอร์สำคัญให้แก่แอปเปิ้ลก็ได้ประกาศเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า โรงงานที่ผลิตอะไหล่สำคัญให้แก่แอปเปิลในเมืองจีนของตน จะใช้พลังงานรีไซเคิล 100% ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งทำให้แอปเปิ้ลก้าวเข้าใกล้เป้าหมายของตนที่ต้องการให้ซัพพลายเยอร์ของตนใช้พลังงานสีเขียวแบบ 100%

 

              นอกจากนี้ ในอนาคต การพัฒนาพลังานแสงอาทิตย์และพลังงานลมของจังหวัดจางฮว่า ยังสามารถที่จะเพิ่มอัตราส่วนการใช้พลังงานสีเขียวให้แก่ผู้ประกอบการและโรงงานต่างๆ ในจังหวัดได้อีกด้วย ซึ่งก็จะเป็นโอกาสดีในการหาตลาดส่งออกได้มากยิ่งขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็ฯเครื่องยืนยันถึงข้อได้เปรียบของจังหวัดจางฮว่า ไม่เพียงแต่สามารถดึงดูดนักลงทุนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เท่านั้น หากยังสามารถดึงดูดบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ให้มาลงทุนเปิดโรงงานที่นี่อีกด้วย  

 

การบริหารแรงงานข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดจ่างฮว่า

              ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดจางฮั่ว มีแรงงานข้ามชาติรวม 51,664 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าในไทเปเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว และเป็นจังหวัดที่มีแรงงานข้ามชาติมากที่สุด ซึ่งเทศบาลจังหวัดจางฮั่ว ได้พยายามดุแลและบริหารแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ด้วยความเอาใจใส่ เสริมสวัสดิการ ให้การศึกษา ประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านกฎหมาย จัดกิจกรรม หรือฝึกอาชีพให้แก่แรงงานข้ามชาติ ทั้งนี้เพื่ออาศัยกิจกรรมหลากหลายเสริมสวัสดิการให้แก่ทั้งแรงงานข้ามชาติและประชาชนในจังหวัดจางฮว่าไปพร้อมๆ กันด้วย ยกตัวอย่างเช่น

 

1.เยี่ยมแรงงานข้ามชาติที่เพิ่งเดินทางเข้ามาใหม่ สร้างหลักประกันให้แก่การทำงานของแรงงานข้ามชาติ

2.ให้บริการปรึกษาแนะนำแก่ประชาชนแบบเคาะประตู

3.จัดกิจกรรมสันทนาการหลากหลากหลาย เพิ่มสวัสดิการให้แก่แรงงานข้ามชาติด้วย

4.จัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับการช่วยเหลือฉุกเฉินให้แก่แรงงานข้ามชาติ

5.ผลักดันการจัดการฝึกอบรมอาชีพเพิ่มเติมฟรีให้แก่แรงงานข้ามชาติ

 

 นายเว่ยหมิงกู่ ผู้ว่าการจังหวัดจางฮั่ว ให้สัมภาษณ์พิเศษอาร์ทีไอ นโยบายมุ่งใต้ใหม่

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
10 อันดับของไหว้สัมภเวสีที่คนไต้หวันนิยมไหว้สารทจีน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ก.ย. 60 - 10 อันดับของไหว้สัมภเวสีที่คนไต้หวันนิยมไหว้สารทจีน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ก.ย. 60 - 10 อันดับของไหว้สัมภเวสีที่คนไต้หวันนิยมไหว้สารทจีน

2017-09-05 19:37:28

วันสารทจีน ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปีปฏิทินทางจันทรคติของจีน ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 5 กันยายน จะมีการตั้งโต๊ะทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษรวมถึงเซ่นไหว้สัมภเวสีหรือที่คนไต้หวันเรียกว่า ห่าวซงตี้ (好兄弟) ด้วย สัปดาห์นี้จึงพาคุณไปติดดาว 10 อันดับของไหว้สัมภเวสีที่คนไต้หวันนิยมไหว้สารทจีน

  

 คนไต้หวันนิยมนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเซ่นไหว้มากที่สุด (ภาพจาก cardu)

 

อั่งกุยก้วย (ขนมรูปกระดองเต่าสีแดง)

 

 ขนมปังแครกเกอร์ข้าวยีสต์แดง

More
การจุดไฟกำมะถันจับปลาในท้องทะเลแถบจินซาน

ไปชมความงามของทะเลยามค่ำกับทริปจุดไฟจับปลาในท้องทะเลแถบจินซานกัน

ไปชมความงามของทะเลยามค่ำกับทริปจุดไฟจับปลาในท้องทะเลแถบจินซานกัน

2017-09-05 00:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-ไปชมความงามของทะเลยามค่ำกับทริปจุดไฟจับปลาในท้องทะเลแถบจินซาน (金山磺火捕魚 Sulfuric Fire Fishing) ในนครนิวไทเป ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ในการจับปลาโดยจุดไฟจากเชื้อเพลิงกำมะถันของชาวประมงในเขตจินซานที่ใกล้จะสูญหายไปแล้ว

 

 

 

 

การจุดไฟกำมะถันจับปลาในท้องทะเลแถบจินซาน (金山磺火捕魚 Sulfuric Fire Fishing) ในนครนิวไทเป เป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ในการจับปลาของชาวประมงในเขตพื้นที่จินซาน นครนิวไทเป

 

ปลาที่จับได้จากวิธีการจับปลาแบบโบราณ

 

More
ความวุ่นวายในสภาฯ ขณะพิจารณางบประมาณโครงการสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ก.ย. 60 สภานิติบัญญัติไต้หวันอนุมัติงบแสนล้านโครงการสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ก.ย. 60 สภานิติบัญญัติไต้หวันอนุมัติงบแสนล้านโครงการสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต

2017-09-04 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ก.ย. 60

 

สภานิติบัญญัติไต้หวันอนุมัติงบแสนล้านโครงการสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต

ทูตไทยในไต้หวันย้ำมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะยกเว้นวีซ่าให้ไต้หวัน แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเวลาที่เหมาะสม

สมาคมท่องเที่ยวไต้หวันเรียกร้องให้ไทยยกเว้นวีซ่าให้ไต้หวัน เพื่อส่งเสริมให้ชาวไต้หวันไปเที่ยวไต้หวันให้มากขึ้น 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของสาวอี้ฝาน (亦帆) ในชุด 亦帆風順 (อี้ฝานฟงซุ่น-Bon Voyage) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของสาวอี้ฝาน (亦帆) ในชุด 亦帆風順 (อี้ฝานฟงซุ่น-Bon Voyage) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-03 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของสาวอี้ฝาน (亦帆) ในชุด 亦帆風順 (อี้ฝานฟงซุ่น-Bon Voyage) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เกือบได้เห็นภาพของสาวโจลินกลัวยืนบนเวทีเดียวกันหนุ่มเจย์และคุนหลิงที่เซี่ยงไฮ้ซะแร้ว)

 

อี้ฝานและอัลบั้มเพลงชุด Bon Voyage

 

โจลินบนเวทีคอนเสิร์ตที่เซี่ยงไฮ้ ถูกเมาท์ว่าไม่อยากอยู่บนเวทีร่วมกับเจย์ โชว์และสาวคุนหลิง ภรรยาคนสวย เลยรีบเล่นรีบกลับ

More