QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ผลงานของ ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค. 60 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง ตอนที่ 6 ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค. 60 พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ภาพและเสียง ตอนที่ 6 ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

2017-12-09 22:55:00

ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) (ค.ศ. 1871-1945)

ประวัติโดยย่อ : เกิดที่จังหวัดชิซุโอะกะ ในประเทศญี่ปุ่น ในตระกูลขุนนางญี่ปุ่น เคยฝึกงานในกรมการสื่อสาร โตเกียว กระทรวงคมนาคม ญี่ปุ่น เคยเดินทางมายังไต้หวันในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1907-1916 ทำหน้าที่เป็นล่ามประจำกองทัพบกของญี่ปุ่น ค.ศ. 1924-1932 มาไต้หวันเป็นครั้งที่ 2 เป็นอาจารย์ด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูไต้หวัน ผลงานภาพวาดของ : ชิโอสึกิ โทโฮ (Shiotsuki Tōho) ได้รับอิทธิพลจากศิลปะการวาดภาพแบบตะวันตก และถ่ายทอดความงามของแผ่นดินผืนนี้ในอีกสไตล์ โดยครั้งแรกที่มาไต้หวันในช่วงปี ค.ศ. 1907-1916 ชิโอสึกิ โทโฮ ได้จัดตั้งกลุ่มวาดภาพสไตล์ตะวันตกขึ้น และเป็นผู้ก่อตั้ง "ฟานฉาฮุ่ย" หรือ "สโมสรน้ำชา" เพื่อเผยแพร่บรรยากาศศิลปะในหมู่ชาวญี่ปุ่นในไต้หวัน และเมื่อเข้ามาไต้หวันครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1924-1932 ก็เป็นอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูไทเป ก็ได้ทุ่มเทให้กับกิจกรรมศิลปกรรมอย่างเต็มตัวทีเดียว ซึ่งทำให้จิตกรสไตล์ตะวันตกรุ่นแรกในไต้หวันส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคตกต่ำของศิลปะการวาดภาพสีน้ำในญี่ปุ่น ชิโอสึกิ โทโฮ ได้ทุ่มเทความพยายามให้แก่การเผยแพร่ศิลปการวาดภาพแบบนี้ให้คึกคักขึ้นอีกครั้งในไต้หวัน สไตล์การวาดภาพแบบนี้ของ ชิโอสึกิ โทโฮ มีอิทธิพลต่อวงการจิตกรรมในไต้หวันอย่างลึกซึ้งและยาวไกลทีเดียว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560

2017-12-09 10:59:42

 

1. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานเกี่ยวกับวันหยุดและชั่วโมงโอทีในวาระ 1 ท่ามกลางการประท้วงทั้งภายในและนอกสภา

            สืบเนื่องจากการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานเรื่องวันหยุด ชั่วโมงการทำงานและโอทีอย่างเร่งรีบเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้แรงงาน นายจ้างไม่พอใจ แถมผู้บริโภคก็ก็ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย หลังผ่านไป 1 ปี รัฐบาล โดยนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ต้องการให้แก้กฎหมายฉบับนี้ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น กล่าวว่า แต่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานและพรรคฝ่ายค้านเห็นว่า ยิ่งแก้ยิ่งมีปัญหา แต่พรรครัฐบาลมีที่นั่งในสภามากกว่า ได้ผ่านการพิจารณาในวาระ 1 ท่ามกลางการประท้วงอย่างรุนแรง โดยรัฐบาลหวังว่า จะแล้วเสร็จกระบวนการอนุมัติจากสภา และสามารถประกาศใช้ได้ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป

 

กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานประท้วงรัฐบาลที่แก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน พวกเขากล่าวว่า แก้เข้าข้างนายจ้าง

 

          สาระสำคัญของร่างแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับนี้ :

            ผู้ประกอบการสามารถขยายวันทำงานเป็น 2 สัปดาห์ 12 วันได้ (มี 2 วันต้องจ่ายค่าโอที) แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง สหภาพแรงงาน และต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานส่วนกลาง และรับรองโดยกระทรวงแรงงานแล้ว จึงจะขยายวันทำงานได้

            ในส่วนของการทำงานล่วงเวลาหรือโอที จะแก้เป็นทำโอทีได้จากปัจจุบัน ไม่เกินสัปดาห์ละ 46 ชม. ปรับเป็น 54 ชม. แต่รวมชั่วโมงโอทีสะสม 3 เดือน ต้องไม่เกิน 138 ชม. กล่าวคือให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างมีชั่วโมงโอทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ละเดือนสามารถทำโอทีได้ไม่เกิน 54 ชม. แต่รวม 3 เดือน ห้ามเกิน 138 ชั่วโมงหรือเฉลี่ยสัปดาห์ละ 46 ชั่วโมงเหมือนในปัจจุบัน

            สำหรับข้อกำหนดที่ให้นายจ้างต้องจ่ายค่าโอที 4 ชั่วโมง กรณีที่ลูกจ้างทำโอที 1 ชม.ขึ้นไป ไม่ถึง 4 ชั่วโมง และทำงาน 5 ชม. ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ต้องจ่ายค่าโอทีเป็น 8 ชั่วโมง จะปรับเป็นคิดชั่วโมงโอทีที่ทำตามความเป็นจริง

            ด้านวันหยุดพักพิเศษประจำปี ที่ปัจจุบัน จะต้องใช้ให้หมดภายในปีนั้น ไม่สามารถนำไปรวมสะสมในปีต่อไปได้ ก็จะแก้เป็นสามารถนำไปรวมสะสมกับวันหยุดพักพิเศษประจำปีในปีต่อไปได้ หากปีต่อไปหมดกำหนดหรือยกเลิกสัญญาจ้าง วันหยุดพักพิเศษประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้หรือยังใช้ไม่หมด นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้แทน

 

กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานนอนประท้วงอยู่หน้าสภาฯ ประท้วงรัฐบาลที่แก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานเข้าข้างนายจ้าง

 

2. ไต้หวันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้แรงงานต่างชาติมาตั้งถิ่นฐานในไต้หวันได้

           สืบเนื่องจากอัตราการเกิดตกต่ำ แทบทุกภาคในไต้หวันประสบภาวะขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงหาทางแก้ไขปัญหา และการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในไต้หวันได้ เป็น 1 แนวทางของการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งรัฐบาลไต้หวันกำลังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้....ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายการออนไลน์

 

ไต้หวันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นมาตั้งรกรากในไต้หวันได้ หวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

3. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานของไทยจัดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาอาชีพ  ผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ระหว่างวันที่   27-29 พ.ย. 60 ณ ร.ร. สอนทำอาหาร Yamicook นครไทเป โดยมีผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านอาหารไทยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไปทำการอบรมและทดสอบ ผู้สมัครเข้าทดสอบเป็นคนไทยที่ทำงานในร้านอาหารหรือประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอาหารไทยในไต้หวัน จำนวน 30 คน ผ่านการทดสอบทั้งสิ้น 28 คน ไม่ผ่าน 1  คน สละสิทธิ 1 คน....

 

สำนักงานแรงงานไทย ไทเป จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย. 60 ณ ร.ร. สอนทำอาหาร Yamicook นครไทเป

 

4. สัมภาษณ์ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านอาหารไทยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เกี่ยวกับผลการทดสอบครั้งนี้

 

 

5. สัมภาษณ์ นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เกี่ยวกับโครงการครั้งนี้ และจะมีการจัดอบรมและทดสอบครั้งต่อไปหรือไม่ ติดต่อได้ที่ไหน?

 

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในไต้หวัน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย

 

6. คุณธัญพร จากนครเถาหยวน 1 ในกุ๊กไทยที่เข้าร่วมอบรมและทดสอบในครั้งนี้ สะท้อนความรู้สึกในใจ

 

พิธีมอบหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานไทย แด่ผู้ผ่านการทดสอบ 28 คน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
A-Lin

ฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-08 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังงานเพลงเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลงกวงจือไห่ (光之海-ทะเลแห่งแสง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ภาพยนตร์เรื่อง 大佛普拉斯 หรือ The Great Buddha+ ของหวงซิ่นเหยา ผู้กำกับชาวไต้หวันหน้าใหม่คนดัง ไปออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่สิงคโปร์)

 

A-Lin นักร้องสาวเสียงใสคนดังของไต้หวัน

 

หวงซิ่นเหยา (ขวา) ผู้กำกับภาพยนตร์ไต้หวันนำผลงานเรื่อง The Great Buddha+ ไปเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่สิงคโปร์

More
วิธีจัดการปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 7 ธ.ค. 60 - วิธีจัดการปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 7 ธ.ค. 60 - วิธีจัดการปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

2017-12-16 03:39:58

     ปัจจุบันมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อาศัยในนครเถาหยวนกว่า 58,000 คน มากเป็นอันดับ 4 ของไต้หวัน และมีหลายครอบครัวที่ผู้หญิงต้องประสบกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมไปถึงครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ด้วย ฝ่ายเยาวชนและสตรีสถานีตำรวจนครเถาหยวนจึงจัดทำคลิปวิดีโอ 新朋友 最近好嗎? (เพื่อนใหม่เอ๋ย ช่วงนี้สบายดีไหม) เพื่อรณรงค์การป้องกันความปลอดภัยแก่เยาวชนและสตรี โดยแนะนำวิธีการให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จัดการเมื่อเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหรือเกิดการลวนลามทางเพศขึ้น ในคลิปวีดีโอมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มาพูดคุยบรรยายถึงความรู้สึกต่อเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและการลวนลามทางเพศ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อตำรวจไต้หวัน ความยาวของวิดีโอ 2 นาที ซึ่งมีข้อความเป็นภาษาจีน ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย รวม 4 ภาษา แจ้งหมายเลขสายด่วนแจ้งความ โทร. 110 และสายด่วนคุ้มครอง โทร. 113 เพื่อย้ำเตือนสังคมให้ประชาชนเห็นความสำคัญถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ สามารถเข้าไปชมคลิปวีดีโอดังกล่าวได้ที่ YouTube แล้ว search เป็นภาษาจีนว่า 新朋友 最近好嗎?

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 44-45

 

More
ทีมฟุตบอลไต้หวัน

ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

2017-12-07 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-ทีมฟุตบอลไต้หวันคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี จากรายการ 4 เส้า CTFA International Tournament 2017 หลังจากคว้าชัยได้ 3 นัดรวด โดยเอาชนะฟิลิปปินส์ 3:0 ชนะติมอร์ฯ 3:1 และชนะลาว 2:0

-จางข่ายเจินแพ้สาวญี่ปุ่นตกรอบ 8 คน รายการออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018 เอเชีย-แปซิฟิค ไวล์การ์ด เพลย์ออฟ ส่วนอี้ฉู่หวนจับคู่หนุ่มญี่ปุ่นแพ้คู่แฝดรติวัฒน์ของไทยในรอบรอง โดยสองหนุ่มไทยคว้าแชมป์รายการนี้ได้พร้อมได้ไวล์การ์ดเข้าลงแข่งรออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2018 เป็นของแถมด้วย

 

ทีมฟุตบอลไต้หวันสามารถคว้าแชมป์แรกได้ในรอบ 59 ปี

More
เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติมีส่วนร่วมด้วยการโหวตกิจกรรมที่จะจัดในปีต่อไป

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560

2017-12-09 07:11:17

 

1. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติโหวตการจัดกิจกรรมในปีต่อไป ปรากฎว่า มวยไทยมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยบาสเก็ตบอลและฟุตซอล

                 นครเถาหยวน เมืองอุตสาหกรรมทางภาคเหนือของไต้หวัน เนื่องจากมีโรงงานตั้งกันมากมาย จำนวนแรงงานต่างชาติก็มากกว่าเมืองอื่น จากสถิติ ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติกว่า 670,000 คน ทำงานอยู่ในเถาหยวน 109,000 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 16.4 ดังนั้นการจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้คลายเครียดจากการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ที่ผ่านมา กองแรงงานนครเถาหยวนเป็นผู้กำหนดว่า ในแต่ละปีจะจัดกิจกรรมให้แก่แรงงานต่างชาติอะไรบ้าง แต่สำหรับปีหน้า ซึ่งมีงบประมาณ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จะให้แรงงานต่างชาติมีส่วนร่วม โดยการลงคะแนนเสียงในกิจกรรมที่ตนชื่นชอบและอยากให้กองแรงงานจัดให้มีขึ้น โดยกองแรงงานได้จัดประชุมสัมมนาคัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบถึง 8 ครั้ง คัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบ 13 รายการ ได้แก่ นิทรรศการศิลปะวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาประเภทบอล การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การแข่งขันร้องเพลงและเต้นรำ มวยไทย ปาเป้า การประกวดมิสและมิสเตอร์แรงงานข้ามชาติ และเทศกาลตามประเพณีของประเทศต่างๆ และจัดให้แรงงานต่างชาติ ล่ามและบริษัทจัดหางานลงคะแนนเสียงคัดเลือกเอง แรงงานต่างชาติสามารถเลือกโหวตกิจกรรมได้ 3 รายการ ขณะที่ชาวไต้หวันเลือกได้เพียง 1 รายการ โดยตั้งสถานที่ลงคะแนนเสียงไว้ด้านหน้าและหลังสถานีรถไฟเถาหยวน จงลี่ และตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หลังเปิดให้โหวต 2 สัปดาห์ ปรากฎว่า มีผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงกว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้ คนงานเวียดนามไปลงคะแนนเสียงมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 33% อินโดนีเซีย 27% ฟิลิปปินส์ 16% จำนวนแรงงานไทยที่ไปโหวต 16% ชาวไต้หวันไปร่วมโหวต  9% และผลการโหวตหรือผลการลงคะแนนเสียง กิจกรรมที่แรงงานต่างชาติต้องการให้จัดขึ้นในปีหน้ามากที่สุดได้แก่ การแข่งขันชกมวยไทย ได้ 1,836 คะแนน ตามด้วยอันดับ 2 การแข่งขันบาสเก็ตบอล ได้ 1,432 คะแนน และอันดับ 3 การแข่งขันฟุตซอล 1,392 คะแนน

 

 

มีการจัดสัมมนาถึง 8 ครั้ง เพื่อคัดเลือกกิจกรรมที่แรงงานต่างชาติชื่นชอบ

 

 

ครั้งแรกในในไต้หวัน เถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติโหวตการจัดกิจกรรมในปีต่อไป ปรากฎว่า มวยไทยมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยบาสเก็ตบอลและฟุตซอล

 

แรงงานต่างชาติแสดงความชื่นชมที่เถาหยวนจัดให้พวกตนมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมที่จะจัดในปีต่อไป

 

2. คนงานไทยเมาเหล้าทวงหนี้ 1,300 เหรียญไต้หวัน แทงเพื่อนร่วมชาติตาย

                 คดีเมาแล้วไม่พอใจเพื่อนติดหนี้ไม่จ่ายคืน เลยแทงดับคดีนี้ เกิดขึ้นที่นครเกาสง นายมานพ  พิมเสน มาจากจังหวัดตาก และนายวิทยา นาเค็ม มาจากอุดรธานี ทั้งสองเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในวันเดียวกัน คือเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 กับนายจ้าง Tsen Lung Cement Products CO.,LTD โรงงานหล่อคอนกรีตสำเร็จรูปที่เขตกังซาน นครเกาสง โดยเมื่อคืนวันที่ 25  พ.ย.ที่ผ่านมา คนงานไทยในโรงงานแห่งนี้ นั่งล้อมวงดื่มเหล้า นายมานพ ซึ่งมีอาการเมา ไม่พอใจที่นายวิทยายืมเงินตนไปนานถึง 5 เดือนแล้วยังไม่คืน จึงทำการทวง เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่เพื่อนๆ แยกทั้งสองออกจากกัน นายมานพเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้านอน แต่นายวิทยาไม่พอใจที่ถูกนายมานพต่อว่า เดินตามเข้าไปชวนทะเลาะต่อ นายมานพในอาการเมา วิ่งเข้าไปที่ห้องครัว คว้ามีดปลายแหลมสำหรับแล่ปลาออกมาแทงเข้าไปที่ช่องท้องและขาขวา จนใสทะลัก ทำให้นายวิทยาเสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทางนำส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ นายจ้างโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงเห็นนายมานพท่าทางเมาจัด จับเป่าลม พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.96 มิลิกรัมเปอร์เซ็น และบนพื้นเหลือแต่กองเลือด ส่วนนายวิทยา ถูกนายจ้างส่งรักษาพยาบาลฉุกเฉิน แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ตำรวจจึงจับนายมานพกลับโรงพัก ทำการสอบปากคำ จากนั้นส่งอัยการดำเนินคด ข้อหาฆ่าคนตาย

 

สภาพหอพักในโรงงานหล่อคอนกรีตที่เขตกังซาน เกาสง สถานที่เกิดเหตุคนงานไทยแทงเพื่อนเสียชีวิต

 

3. แรงงานไทยมาใหม่เมายาไอซ์ เผาห้องพักวอด เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นายจ้างกลัวเลิกจ้างรีบส่งกลับ

                 แรงงานไทยรุ่นใหม่มีปัญหามาก โดยเฉพาะยาเสพติด และโดยมากติดมาจากเมืองไทยแล้ว อย่างนายนิรันดร์ สารารัตน์ อายุ 21 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดนครราชสีมา เพิ่งจะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 60 กับ Suntex Ruber Enterprise Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่เขตซินอู นครเถาหยวน

                 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 60 ยามรักษาการณ์พบนายนิรันดร์ยืนพูดโทรศัพท์ที่หน้าโรงงาน พูดพลางร้องไห้ไปพลาง จึงแจ้งนายจ้างและบริษัทจัดหางานเข้าไปดูแล นายนิรันดร์บอกกับล่ามว่า ตนถูกเพื่อนร่วมงานรังแก เมื่อถามว่าใครรังแก นายนิรันดร์ตอบว่าเพื่อนร่วมงานทั้งหมดทั้งไทยและไต้หวัน ล่ามจึงปลอบและให้กำลังใจ อาการของนิรันดร์ดีขึ้น และยอมอยู่ทำงานต่อไป วันต่อมาทุกอย่างยังเป็นปกติ ตอนหัวค่ำนายนิรันดร์โทรไปหาล่ามว่า ตนทนไม่ไหวแล้ว ขอลากลับบ้าน ล่ามพูดปลอบใจจนอาการสงบลง แต่เมื่อเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน นายนิรันดร์เกิดอาการคุ้มคลั่งจุดไฟเผาห้องนอนของตัวเอง ทำให้ห้องนอนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งห้อง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นายจ้างไม่อยากให้นายนิรันดร์ถูกจับข้อหาอาญา สั่งล่ามพานายนิรันดร์กลับไปยังที่ทำการบจง. ระหว่างอยู่ที่ บจง. อาการคุ้มคลั่งของนายนิรันดร์กำเริบ จะกระโดดตึกฆ่าตัวตายหลายครั้ง ล่ามและพนักงานบจง.ต้องช่วยกันจับตัวเอาไว้จนได้รับบาดเจ็บ และต้องคอยดูแลตลอดทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกัน

                 เช้าวันที่ 28 พ.ย. นายจ้างเกรงว่า นายนิรันดร์ซึ่งดูเหมือนสติไม่ปกติ อยู่ต่อไปอาจจะเกิดปัญหาได้ แจ้งบจง.ให้ปลอบใจจนอาการสงบลง จากนั้นพาไปกองแรงงาน เพื่อยกเลิกสัญญาและได้แจ้งญาติส่งนายนิรันดร์กลับประเทศไปแล้วเมื่อบ่ายวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าม บจง.กล่าวว่า นายนิรันดร์เพิ่งจะเดินทางเข้าไต้หวันได้เดือนเศษ เป็นผู้มีอารมณ์อ่อนไหว สันนิษฐานว่า เคยเสพยาเสพติดให้โทษมาจากประเทศไทยแล้ว

 

สภาพห้องพักหลังถูกแรงงานไทยเมายาไอซ์จุดไฟเผา เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

4. คนงานไทย 2 สามีภรรยาเสพและขายยาไอซ์ให้เพื่อนร่วมชาติโดนจับ อ้างแค่แบ่งปัน

                 นายปัญญา เจียมทอง อายุ 29 ปี มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ และนางสาวนันทิชา สว่างผล อายุ 39 ปี จากจังหวัดเพชรบูณร์ สองสามีภรรยาเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อปี 2559 กับนายจ้าง Ding Jyh Co.,Ltd. ที่เขตถู่เฉิง นครนิวไทเป ในระหว่างที่ทำงานทั้ง 2 เริ่มเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด โดยทั้งเสพเองและขายให้แก่แรงงานไทยในละแวกเดียวกัน การทำงานเริ่มไม่ตั้งใจ ขาดลาบ่อยๆ จนนายจ้างผิดสังเกตแจ้งความ ตำรวจเข้าไปตรวจค้นที่ห้องนอน พบยาไอซ์หนัก 8.1 กรัม 1 ซอง เครื่องชั่งขนาดเล็ก 1 เครื่องและสมุดบัญชี 1 เล่ม ภายในบันทึกชื่อลูกค้าและจำนวนเงินที่ขาย ขณะบันทึกปากคำ นายปัญญาและแฟนรับสารภาพว่าเสพยาเสพติด แต่ปฏิเสธเสียงจำหน่ายยาเสพติดให้เพื่อนแรงงานไทยด้วยกัน เป็นเพียงการแบ่งปัน ใครเสพแล้วมีเงินจะให้หรือไม่ให้ก็ได้

                 ตำรวจจึงส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาเสพและค้ายาเสพติดประเภท 2 ช่วงปลายเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปตัดสินให้นายปัญญาและนางสาวนันทิชาเข้ารับการบำบัดยาเสพติด แต่ไม่ได้จำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ ระหว่างนี้ นายปัญญาก็ยังไม่เข็ดยังคงเสพยาเสพติดที่ห้องนอนบ้าง ในห้องส้วมบ้าง นายจ้างเหลือทน ให้บริษัทจัดหางานส่งกลับประเทศ โดยพาไปยกเลิกสัญญาที่กองแรงงาน มีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาบริษัทจัดหางานมารับไปสนามบิน นายปัญญาและแฟนกลับล่องหน ทำให้เลยกำหนดการเดินทางกลับประเทศ ต่อมานายปัญญารับปากกับนายจ้างและบริษัทจัดหางานว่า ยอมเดินทางกลับประเทศในวันจันทร์ที่ 27 พ.ย. แต่เมื่อถึงเวลานายปัญญากลับไม่ยอมขึ้นรถไปสนามบิน โยอ้างว่า ตนยังมีลูกหนี้ไม่ได้เคลียร์หนี้สินขอผัดไปก่อน ทางด้านนายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นรถ สุดท้ายนายปัญญาและแฟนยอมขึ้นรถไปสนามบินนานาชาติเถาหยวนแบบเสียไม่ได้ แต่เข้าสนามบินแล้วไม่ยอมขึ้นเครื่อง ยื้ออยู่เป็นเวลานาน จนเครื่องบินจะออกเดินทางแล้ว ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานในไทเป นั่นแหละเจ้าตัวจึงยอมขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศในวินาทีสุดท้าย

                 แรงงานไทยรุ่นหลังๆ เนื่องจากไปพัวพันกับยาเสพติดมากขึ้น ทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์แรงงานไทยเสียหายอย่างหนัก นายจ้างหลายรายที่เคยชื่นชมแรงงานไทย ต้องพบกับความผิดหวัง และช่วงปี 2 ปีมานี้ มักจะพบคนงานไทยเสพยาเสพติดมากถึงขึ้นประสาทหลอน อ้างว่าจะมีคนตามฆ่าหรือทำร้าย หลายคนบอกว่า คนงานไทยเหล่านี้มีอาการโดนของ พาเข้าวัดเพื่อให้จิตใจสงบ แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้โดนของอะไรหรอก เสพยาไอซ์จนประสาทหลอนต่างหาก

 

คนงานไทย 2 สามีภรรยาเสพและขายยาไอซ์ให้เพื่อนร่วมชาติ นายจ้างทนไม่ไหวส่งกลับ แต่ยื้ออยู่ห้องผู้โดยสารขาออกไม่ยอมขึ้นเครื่อง

 

5. คนงานไทยเสียชีวิตปริศนาในห้องนอนที่ล็อกประตูด้านใน บนคอมีบาดแผลถูกมีดกรีด

                 คนงานไทยที่ตายปริศนารายนี้ ชื่อนายสมบูรณ์ วงศ์เสนา อายุ 32 ปี มาจากจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับนายจ้าง Yong Hui Metal บริษัทผลิตอะไหล่โลหะของเครื่องปรับอากาศที่เขตกุยซาน นครเถาหยวน เมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ นอนตายอยู่บนเตียงในห้องนอน โดยห้องถูกล็อกด้านใน บนพื้นมีคราบเลือดและมีดปอกผลไม้ และที่คอของนายสมบูรณ์มีแผลถูกมีดบาด ไม่มีร่อยรองของการต่อสู้ ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า แรงงานไทยรายนี้ฆ่าตัวตาย แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุการตายต่อไป

                 ผู้จัดการโรงงานกล่าวว่า นายสมบูรณ์เดินทางมาทำงานที่โรงงานเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ผ่านมาไม่มีอะไรผิดปกติ จึงไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต และนายสมบูรณ์มีพี่สาวแท้ๆ ทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน แต่ช่วงนี้ เดินทางกลับประเทศไปพักร้อน บังเอิญคุณพ่อไม่สบาย ทำให้เดินทางกลับไต้หวันล่าช้ากว่ากำหนด

 

 

คนงานไทยในโรงงานที่กุยซานเสียชีวิตอย่างปริศนาในห้องพัก ตำรวจปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ ได้รับการเสนอชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการเมืองเจียอี้ต่ออีกหนึ่งสมัย

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่

2017-12-06 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันที่ 6 ธ.ค. 60

 

สัมภาษณ์พิเศษนายถูซิ่งเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ กับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ 

 

เจียอี้กับนโยบายมุ่งใต้ใหม่

        เทศบาลเมืองเจียอี้ผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของส่วนกลางอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกับประเทศเป้าหมายของนโยบายดังกล่าว ซึ่งในช่วงสิ้นปีนี้ เมืองเจียอี้ก็จะจัดงานเทศกาลดนตรีเครื่องเป่านานาชาติ โดยเชิญวงดนตรีเครื่องเป่าจากอาเซียนมาร่วมการแสดงด้วย รายการต่อไปก็คือความร่วมมือด้านการศึกษา ซึ่งหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักศึกษาจากอาเซียนมาศึกษาต่อที่เมืองเจียอี้ให้มากขึ้น

        การท่องเที่ยวที่เมืองเจียอี้มีความก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการด้านโรงแรมที่พัก มีกว่า 70 แห่ง เบียดเสียดกันอยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองเจียอี้ มีห้องพักกว่า 8,000 ห้อง ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ แตในช่วงสองสามปีมานี้นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้น เทศบาลเจียอี้จึงได้พยายามผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเจียอี้อย่างเต็มกำลัง โดยจับมือกับเทศบาลจังหวัดเจียอี้ และเผิงหู ส่งเสิรมโปรแกรมท่องเที่ยวเสน่ห์แห่งขุนเขา นอกจากนี้ ยังได้จัดคณะไปร่วมมหกรรมท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดนักทอ่งเที่ยวญี่ปุ่นให้มาท่องเที่ยวที่เจียอี้ให้มากขึ้น รวมทั้งได้จับมือกับบริษัทท่องเที่ยวของญีปุ่น จนมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังได้พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยอย่างเต็มที่อีกด้วย

 

แหล่งท่องเที่ยวที่เจียอี้มากมายอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

        ลักษณะพิเศษของแหล่งท่องเที่ยวที่เมืองเจียอี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรป่าไม้ ก็จะมีโปรแกรมท่องป่า ปินฉือ สถานีรถไฟเป่ยเหมิน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่างอาลีซัน ที่ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่านชมพระอาทิตย์ขึ้นยามฟ้าสาง นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ หอยิงพระอาทิตย์ และสวนป่าไม้

 

การดูแลกลุ่มผู้มาอยู่ใหม่จากอาเซียนก็เป็นนโยบายสำคัญของผู้ว่าถูฯ

        จนถึงสิ้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ในเขตเทศบาลเมืองเจียอี้ มีผู้มาอยู่ใหม่ หรือสะใภ้ไต้หวันที่มาจากประเทศอาเซียนและจีนแผ่นดินใหญ่รวม 4865 คน ซึ่งเป็นคู่สมรสจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 3459 คน คิดเป็นร้อยละ 71 ของจำนวนผู้มาอยู่ใหม่ท้งหมด ที่เจียอี้ แต่เป็นคู่สมรสต่างชาติเพียง 1406 คน คิดเป็นร้อยละ 29 แบ่งเป็นสะใภ้จากเวียดนามถึง 894 คน คิดเป็น 19% ของผู้มาอยู่ใหม่ทั้งหมดที่เจียอี้ รองลงมาได้แก่ สะใภ้จากอินโดนีเซีย 196 คน คิดเป็น 4% ทั้งนี้ ผู้มาอยู่ใหม่ที่เจียอี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับทุกปี  ทำให้ไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการปรับตัว ปัญหาการให้เข้าร่วมมือทางเศรษฐกิจ การศึกษา การทำงาน ความปลอดภัย ด้านการอนามัย ของผู้มาอยู่ใหม่

        จัดการฝึกอบรมด้านภาษา ช่วยเหลือผู้มาอยู่ใหม่ในเรื่องของการศึกษาภาษา ยกระดับความสามารถด้านภาษาของกลุ่มผู้มาอยู่ใหม่ มีแผนการอบรมบ่มเพาะรุ่นที่ 2 ของผู้มาอยู่ใหม่ให้มีความรู้ความสามารถ เกิดความปรองดองในสังคม ตลอดจนเป็นการเสิรมศักยภาพให้แก่เมืองเจียอี้ด้วย

        นอกจากนี้ เนื่องจากผู้มาอยู่ใหม่ในไต้หวันส่วนใหญ่มาจากอาเซียน ซึ่งสามารถแสดงบทบาทในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างไต้หวันกับอาเซียน ดังนั้น ส่วนท้องถิ่นจึงควรทำหน้าที่ดูแลผู้มาอยู่ใหม่และครอบควรให้ดีที่สุด ให้รุ่นที่ 2 ของผู้มาอยู่ใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้ภาษาแม่ของตน ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขให้นโยบายมุ่งใต้ใหม่ประสบความสำเร็จ 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 - คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 - คนรุ่นใหม่ในไต้หวันนิยมเปิดธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง

2017-12-06 19:39:01

      คนรุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นนี้มักจะมีความใฝ่ฝันว่าหลังจากเรียนจบแล้วไม่อยากเป็นลูกจ้าง  อยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง สัปดาห์นี้จะพาคุณผู้ฟังไปติดดาว "ธุรกิจฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ในไต้หวัน" ว่าพวกเขานิยมทำธุรกิจอะไรกันบ้าง และมีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจไม่ให้เจ๊ง ต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง ติดตามรับฟังได้ในรายการ

 

อันดับ 1 ขายของกินเล่น อาหารว่าง

 

อันดับ 2 ขายไอติม/น้ำแข็งไส/เครื่องดื่ม 

 

อันดับ 3 ขายของออนไลน์

 

อันดับ 4 เปิดร้านอาหาร

More
การสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) ในไต้หวัน เปิดรับสมัคร 12-21 ธันวาคม 2560

ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

2017-12-04 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

     -ใครอยากสอบบัตรไกด์ของไต้หวันฟังทางนี้ การสอบบัตรไกด์ประจำปี 2018 จะเปิดรับสมัครแล้ว

           รับสมัคร  12-21 ธันวาคม 2560

           วันสอบ   1. หัวหน้าทัวร์ (ทัวร์หลีดเดอร์) สอบวันที่ 11 มีนาคม 2561

                      2. มัคคุเทศก์ (ไกด์) สอบวันที่ 10 มีนาคม 2561

                      3. มัคคุเทศก์ (ไกด์) ภาษาต่างประเทศ สอบสัมภาษณ์ 19-20 พฤษภาคม 2561

            ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/Rb4N5n

 

   

การสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) ในไต้หวัน เปิดรับสมัคร 12-21 ธันวาคม 2560

 

 -ตึกไทเป 101 ปีนี้ จะทุ่มทุนสร้างเพิ่มงบประมาณในการยิงพลุฉลองปีใหม่เป็น 60 ล้าน NT สูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

 

ตึกไทเป 101 ปีนี้ จะทุ่มทุนสร้างเพิ่มงบประมาณในการยิงพลุฉลองปีใหม่เป็น 60 ล้าน NT สูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

 

 

บรรยากาศการยิงพลุฉลองปีใหม่ที่ตึกไทเป 101

More
ศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุกหลีหมิงเจ๋อ 5 ปี ไต้หวันเรียกร้องให้ปล่อยตัวโดยเร็ว

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี

2017-12-05 14:54:50

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. 60

 

นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินจำคุก 5 ปี นักวิชาการระบุ เป็นการเตือนนักเคลือนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนไต้หวันอย่าทำผิดกฏหมายจีนแผ่นดินใหย่เด็ดขาด 

         เช้าวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ศาลประชาชนประจำเมืองเย่วหยาง มณฑลหูหนาน จีนแผ่นดินใหญ่พิพากษาตัดสินจำคุกนายหลีหมิงเจ๋อ (李明哲) เป็นเวลา 5 ปี โทษฐานวางแผนล้มล้างอำนาจการปกครองของจีน  อีกทั้งถูกลิดรอนสิทธิด้านการเมือง 2 ปี  โดยนายหลีหมิงเจ๋อเป็นชาวไต้หวันที่ทำงานในองค์กรเอ็นจีโอ และเคยทำงานในพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี)ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวันและมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่  เขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาขณะที่เดินทางจากมาเก๊าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ทางมณฑลกวางตุ้ง จนกระทั่งต่อมาอีก 10 วันทางการจีนแผ่นดินใหญ่ออกมาประกาศว่า เจ้าหน้าที่สันติบาลได้จับกุมตัวนายหลีหมิงเจ๋อข้อหาวางแผนล้มล้างอำนาจการปกครองของจีน แต่นางหลีจิ้งอวี๋ (李凈瑜)ภรรยาของนายหลีหมิงเจ๋อกล่าวว่า สามีของเธอถูกบังคับให้ยอมรับข้อหาดังกล่าว

        ด้านทำเนียบประธานาธิบดีและคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันสาธารณรัฐจีนต่างออกมาแถลงและเรียกร้องว่าการแสดงความห่วงใยและแบ่งปันประสบการณ์กับอุดมการณ์ด้านเสรีประชาธิปไตยของนายหลีหมิงเจ๋อ แต่กลับถูกศาลจีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินว่าวางแผนโค่นล้มอำนาจการปกครอง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และขอเรียกร้องให้ทางการปักกิ่งรีบปล่อยตัวนายหลีหมิงเจ๋อโดยเร็ว

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สาวข่ายเล่อ (愷樂) กับมินิอัลบั้มเพลงชุด Black Butterfly

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสาวข่ายเล่อ ในชุด 黑蝴蝶 (Black Butterfly) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสาวข่ายเล่อ ในชุด 黑蝴蝶 (Black Butterfly) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-03 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทองดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำมินิอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสาวข่ายเล่อ ในชุด 黑蝴蝶 (Black Butterfly) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ใครคือเจ้าของเค้กสุขสันต์วันเกิดปีที่ 43 ของหลินจื้อหลิง? /เกิดเหตุไฟฟ้าช็อตกลางคอนเสิร์ตของ Mayday ที่เซี่ยงไฮ้)

 

สาวข่ายเล่อ (愷樂) กับมินิอัลบั้มเพลงชุด Black Butterfly

 

หลินจื้อหลิง (林志玲) กับเค้กฉลองวันเกิดที่ชาวเน็ตสงสัยกันใหญ่ว่า เค้กนี้เธอได้จากใดมา ???

 

More
Foxconn เป็นบริษัทของไต้หวัน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตถู่เฉิง นครนิวไทเป

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560

2017-12-03 07:56:55

 

1. บริษัท Foxconn จ่ายเงินปันผลให้พนักงานเฉลี่ยคนละ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

           บอกได้เลยว่า หากท่านได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ทำกำไรแล้วแบ่งปันให้พนักงาน น่าจะเป็นหน้าที่การงานที่มีความสุข มีความภาคภูมิใจและเป็นที่อิจฉาของคนอื่นอย่างมาก ในไต้หวันมีบิษัทดีๆ อย่างว่ามากมายหลายบริษัท แต่ที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้ เพิ่งจะมีข่าวออกมาหมาดๆ ว่า ปีนี้ จะจ่ายเงินปันผลให้แก่พนักงานเป็นเงินสด ยอดเงินปันผลคิดเป็นร้อยละ 6 ของกำไร เป็นเงิน 10,500 ล้านเหรียญไต้หวัน มีพนักงานประมาณ 7,000 คน เฉลี่ยจะได้รับคนละ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

          นายจ้างใจดีที่ว่านี้ ได้แก่บริษัท Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. (鴻海精密工業) หรือที่รู้จักกันในนาม Foxconn บริษัทที่รับจ้างประกอบไอโฟน ตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึง iPhone x คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Terry Gou หรือกัวไถหมิง (郭台銘) ประธาน Foxconn เพิ่งประกาศในสัปดาห์นี้ว่า การจ่ายเงินปันผลแก่พนักงานของบริษัทในปีนี้ จะไม่จ่ายใบหุ้น จ่ายแต่เงินสดล้วนๆ โดย 1 ปีที่ผ่านมา พนักงานของบริษัทได้ช่วยกันอย่างเต็มที่ ทำให้บริษัทมีมูลค่าการขายเดือนละร่วม 500,000 ล้าน ตลอดทั้งปีสูงถึง 5 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ทำไร 148,700 ล้านเหรียญไต้หวัน และบริษัทจะนำกำไรร้อยละ 6 หรือประมาณ 10,500 ล้านเหรียญไต้หวันมาจ่ายเงินปันผลให้แก่พนักงาน ซึ่งจะจ่ายตามผลงาน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานของฟอกซ์คอนในไต้หวัน ซึ่งมีประมาณ 7,000 คน จะได้รับคนละ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ถ้าคิดเป็นรายเดือน แต่ละเดือนนอกจากเงินเดือนแล้ว จะได้เงินโบนัส 125,000 เหรียญ เงินปันผลก้อนโตนี้ เตรียมจะจ่ายให้พนักงานช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างช้าต้นเดือนธันวาคมนี้ จะเข้ากระเป๋าพนักงานอย่างแน่นอน

         ความจริง Hon Hai Precision Industry หรือ Foxconn จ่ายเงินปันผลให้พนักงานทุกปี จำนวนเงินก็ประมาณนี้แหละ แต่ที่ผ่านมา จ่ายเงินสดปนกับใบหุ้น ปีนี้จ่ายเป็นเงินสดล้วนๆ ตามคำเรียกร้องของพนักงาน เลยทำให้ดูเหมือนว่าได้เยอะ

 

 

Foxconn เป็นบริษัทของไต้หวัน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตถู่เฉิง นครนิวไทเป อาคารสำนักงานไม่หรู แต่มีผลประกอบการปีละร่วม 5 ล้านล้าน NT$

 

Terry Gou หรือกัวไถหมิง (郭台銘)  เป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถ แม้แต่วงการธุรกิจญี่ปุ่นยังเกรงขาม

 

         เพื่อนผู้ฟังอาจสงสัยว่า บริษัทนี้ทำอะไรเหรอ ยอดขายถึงสูง กำไรถึงดี ถ้าบอกแล้วทุกคนคงร้องอ๋อ Hon Hai Precision Industry หรือ Foxconn ซึ่งเป็นบริษัทของไต้หวันแท้ๆ ที่เป็นผู้รับจ้างผลิตไอโฟน ไอแพด นอกจากนี้ ยังผลิตหุ่นยนต์เปปเปอร์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ยี่ห้อดังๆ หลายชนิด จัดเป็นโรงงานประกอบที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อปี 2015 ได้ซื้อกิจการ Sharp บริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ใกล้ล้มละลาย ในตอนนั้นคนญี่ปุ่นทั้งประเทศ ไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถชุบชีวิตให้บริษัท Sharp กลับมาผงาดได้อีกครั้ง แต่เพียงปีเศษๆ ก็ทำให้ Sharp กลับมาทำกำไร หุ้นของ Sharp เพิ่มเป็นหลายเท่าตัว ทำให้ชาวญี่ปุ่นตะลึงกับฝีมือการบริหารของ Terry Gou เป็นอย่างมาก

 

 

Foxconn รับจ้างประกอบไอโฟน ตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึง iPhone x และผลิตภัณฑ์ไฮเทคโนโลยีแบรนด์ดังๆ ของโลก

 

Terry Gou หรือกัวไถหมิงกับหุ่นยนต์เป๊ปเปอร์ที่ผลิตโดย Foxconn

 

         นอกจากกิจการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว Foxconn ยังทำสมาร์ทโฟนและสมาร์ททีวี ยี่ห้อง InFocus ขายดีในสหรัฐอเมริกาและจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Terry Gou หรือกัวไถหมิง CEO ของ Hon Hai Precision Industry หรือ Foxconn ยังได้ลงทุน 30,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐสร้างโรงงานผลิตจอภาพแอลอีดีความละเอียดขนาด 8K ที่รัฐวิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา คาดว่าปี 2020 ทีวีความละเอียดสูงขนาด 8K ราคาถูกจาก Foxconn จะผลิตออกมาตีตลาด

 

Foxconn มุ่งพัฒนาโรงงานประกอบโดยใช้หุ่นยนต์

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวยกย่อง Terry Gou ว่าเป็นนักธุรกิจที่ชาญฉลาด

 

2. งานที่โดดเดี่ยวที่สุด สถานที่ทำงานที่สูงที่สุดและหนาวที่สุดในไต้หวัน

         คุณทราบหรือไม่ว่า งานอะไรที่โดดเดี่ยวที่สุด สถานที่ทำงานสูงที่สุดและหนาวที่สุดในไต้หวัน คำตอบคือสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอวี้ซาน ซึ่งเป็นสำนักงานที่ตั้งอยู่บนภูเขาอวี้ซาน (玉山) ตำบลซิ่นอี้ (信義鄉) เมืองหนานโถว (南投縣) ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,850 เมตร นับเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในไต้หวันและในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทำให้สำนักงานแห่งนี้เป็นสำนักงานที่สูงที่สุดในไต้หวันและภูมิภาคเอเชียตะวันออกด้วย เจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปประจำการบนสถานีอุตุนิยมวิทยาแห่งนี้ซึ่งมีเพียง 4 คน คือหัวหน้าสถานีและเจ้าหน้าที่อีก 3 คน แต่ต้องคอยเฝ้าตรวจสภาพอากาศตลอด 24 ชม.และตลอดปีไม่มีวันหยุด จึงต้องใช้วิธีผลัดกันเข้าเวรกะละ 1 คน ในช่วงฤดูหนาวหากมีหิมะตกลงมาปกคลุมหลังคาและอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศ เจ้าหน้าที่ยังต้องฝ่าหิมะออกไปกวาดออกเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานและความแม่นยำของอุปกรณ์ต่างๆ

 

 

สถานีอุตุนิยมวิทยาอวี้ซาน ตั้งอยู่ความสูง 3,850 ม. บนเขาอวี้ซาน จัดเป็นสำนักงานที่สูงที่สุดในไต้หวัน

 

        จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอวี้ซานระบุว่า บนภูเขาอวี้ซานอุณหภูมิช่วงฤดูร้อนฉลี่ยประมาณ 15°C ฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -12 °C และหิมะแรกของปีมักจะตกลงที่ภูเขาอวี้ซาน มองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมดยิ่งเป็นช่วงกลางคืนบรรยากาศจะยิ่งวังเวงเงียบเหงา ทำให้รู้สึกโดดเดียวจนบางคนทนไม่ได้ต้องลาออกไป อีกทั้งอาหารที่รับประทานมักเป็นอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง น้ำดื่มได้มาจากการกรองน้ำฝนที่ตกลงมา นับได้ว่าเป็นงานที่โดดเดี่ยวและต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก

       ทั้งนี้สถานีอุตุนิยมวิทยาอวี้ซาน เป็น 1 ใน 24 แห่งของสถานีอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1943 (ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน) นอกจากเป็นสถานีตรวจวัดและพยากรณ์อากาศแล้วยังเป็นจุดให้บริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่มาปีนเขาอีกด้วย

 

 

 

อวี้ซาน (玉山) ภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเล 3,952 ม.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More