QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ไต้หวันลุยตลาดท่องเที่ยวมุสลิม

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 24 พ.ค. 60 ไต้หวันเสริมแรงหนุนนโยบายมุ่งสู่ใตัใหม่ ยกเว้นวีซ่าให้อีกหลายประเทศในเอเชียใต้

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 24 พ.ค. 60 ไต้หวันเสริมแรงหนุนนโยบายมุ่งสู่ใตัใหม่ ยกเว้นวีซ่าให้อีกหลายประเทศในเอเชียใต้

2017-05-24 11:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 24 พ.ค. 60

 

ไต้หวันเสริมแรงหนุนนโยบายมุ่งสู่ใตัใหม่ ยกเว้นวีซ่าให้อีกหลายประเทศมุสลิมในเอเชียใต้

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
มะม่วง ผลไม้ฮอตฮิตหน้าร้อนของไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 60 - มะม่วง ผลไม้ฮอตฮิตหน้าร้อนของไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 60 - มะม่วง ผลไม้ฮอตฮิตหน้าร้อนของไต้หวัน

2017-05-24 04:55:05

 

สัปดาห์นี้พาไปติดดาว "มะม่วง" ผลไม้ฮอตฮิตในหน้าร้อนของไต้หวัน และเมนูสุดฮิต "น้ำแข็งไสมะม่วง" ที่ขายดีมาก ถ้านำยอดจำหน่ายต่อวันมาเรียงกันจะเทียบเท่ากับความสูงของตึกไทเป 101 (อีกแล้ว?!?) เจ้าไหนกันหนอ ติดตามได้ในรายการค่ะ

 

 

 

 

 มะม่วงเป็นผลไม้เมืองร้อน ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้ามะม่วงของไต้หวัน นำมาทำเป็นเมนูยอดนิยมคือ น้ำแข็งไสมะม่วง (หมังกั่วปิง 芒果冰)

More
ชายฝั่งสีเขียวที่เหล่าเหมย (老梅) ในนครนิวไทเป

ไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวลึกลับสุดสวยในใจชาวเน็ตไต้หวันกัน

ไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวลึกลับสุดสวยในใจชาวเน็ตไต้หวันกัน

2017-05-22 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-แนะนำสถานที่แข่งเรือมังกรที่น่าสนใจทั่วไต้หวัน

-ไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวลึกลับสุดสวยในใจชาวเน็ตไต้หวันกัน - ผาลืมกังวล (忘憂谷 : วั่งยิวกู่) ที่จีหลง /ชายฝั่งสีเขียวที่เหล่าเหมย  (老梅) ในนครนิวไทเป /บึงดอกเหมย (梅花湖 : เหมยฮัวหู) ในเมืองอี๋หลัน (宜蘭縣

 

บึงดอกเหมย (梅花湖 : เหมยฮัวหู) ในเมืองอี๋หลัน (宜蘭縣)

 

 

 

 

ชายฝั่งสีเขียวที่เหล่าเหมย (老梅) ในนครนิวไทเป 

 

 

 

 

ผาลืมกังวล (忘憂谷 : วั่งยิวกู่) ในจีหลง

More
รองผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูประบบบำนาญแห่งชาติ เพื่อความอยู่รอดร่วมกัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 60 ครบขวบปี รัฐบาลพรรค DPP เร่งปฏิรูเพื่อความแข็งแกร่ง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 60 ครบขวบปี รัฐบาลพรรค DPP เร่งปฏิรูเพื่อความแข็งแกร่ง

2017-05-22 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 60

 

ครบขวบปี รัฐบาลพรรค DPP เร่งปฏิรูเพื่อความแข็งแกร่ง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
จูเกอเลี่ยง

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดสุดท้ายของ G.U.T.S. ในชุด 搞砸 (เก่าจ๋า-SKRU UP) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดสุดท้ายของ G.U.T.S. ในชุด 搞砸 (เก่าจ๋า-SKRU UP) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-05-21 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดสุดท้ายของ G.U.T.S. ในชุด 搞砸 (เก่าจ๋า-SKRU UP) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จูเกอเลี่ยง (豬哥亮) ดาวตลกชื่อดังของไต้หวันถึงแก่อสัญกรรมที่โรงพยาบาลไถต้า)

 

จูเกอเลี่ยง (豬哥亮) ดาวตลกชื่อดังของไต้หวัน

 

ซวงตี้เปิ่นเซ่อ (兄弟本色 G.U.T.S.) และอัลบั้มเพลงชุด SKRU UP

More
สระว่ายน้ำมูลค่าเกือบ 100 ล้าน พร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกแล้ว

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 20 พ.ค. 60 กีฬามหาวิทยาลัยโลก ไทเป 2017 ดันไต้หวันสู่เวทีโลก

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 20 พ.ค. 60 กีฬามหาวิทยาลัยโลก ไทเป 2017 ดันไต้หวันสู่เวทีโลก

2017-05-20 14:34:16

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 20 พ.ค. 60

 

กีฬามหาวิทยาลัยโลก ไทเป 2017 ดันไต้หวันสู่เวทีโลก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
Gogoro ประกาศจะลดราคาอยู่ที่ 70,000 NT$

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560

2017-05-21 08:25:52

 

1. ผลผลิตน้ำผึ้งของไต้หวันลดลงมากที่สุดในรอบ 50 ปี ราคาพุ่ง 50%

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเมืองจางฮั่ว ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงผึ้งในไต้หวันเปิดเผยว่า ชาวสวนลำไยและลิ้นจี่ใช้ยาฆ่าแมลง  “อิมิดาโคลพริด”ในปริมาณมาก รบกวนระบบประสาทของผึ้งที่บินไปเก็บน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ หลงทางและตายลงเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำผึ้งลดลงประมาณ 70% นับว่าต่ำสุดในรอบ  50 ปี ราคาขายส่งที่หน้าฟาร์มถีบตัวขึ้นจากกก.ละ 200 เพิ่มเป็น กก.ละ 300 เหรียญไต้หวันหรือพุ่งขึ้น 50%

ทั้งนี้ ปัจจุบันเกษตรกรไต้หวันนิยมใช้ “อิมิดาโคลพริด( Imidacloprid )” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ให้ระบบประสาทของแมลงศัตรูพืชผิดปกติ พลอยทำผึ้งที่ได้รับสารนี้จะหลงทาง เฉื่อยชา อ่อนแรง หยุดกินอาหาร และตายในที่สุด

 

ปริมาณการผลิตน้ำผึ้งในไต้หวันลดลงประมาณ 70% ต่ำสุดในรอบ 50 ปี

 

 

 

 ชาวสวนลำไยและลิ้นจี่ใช้ยาฆ่าแมลง “อิมิดาโคลพริด”ในปริมาณมาก รบกวนระบบประสาทและทำให้ผึ้งตาย

 

ปริมาณการผลิตน้ำผึ้งลดฮวบ ส่งผลให้สิ้นค้าที่ใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบราคาพุ่ง เช่นเค้กน้ำผึ้งปรับราคาขึ้น 50%

 

2. Gogoro สมาร์ทสกู๊ตเตอร์ หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดแจ่มจากไต้หวัน เตรียมลดราคาอยู่ที่ 70,000 เหรียญไต้หวัน หักเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ซื้อจริงประมาณ 50,000 เหรียญ ถูกกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาเริ่มต้น 60,000 ขึ้นไป

          ภาวะวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ส่งผลให้เกิดกระแสความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในไต้หวันกำลังผลักดันพลังงานสีเขียว สินค้าต่างๆ ปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วันนี้จะนำเอารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบอัจฉริยะที่วิจัยและผลิตในไต้หวันมาเล่าให้ฟัง

          หลายๆ ท่านอาจเคยได้ยินมาแล้วว่า เจ้า Gogoro สมาร์ทสกู๊ตเตอร์สุดแจ่มจากไต้หวัน ที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดสวยและเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำยุค ด้วยรูปร่างลักษณะดึงดูดความสนใจวัยรุ่นยุคใหม่ได้ไม่ยาก ทั้งในไต้หวันและตลาดในยุโรป แต่ทว่าสนนราคาเริ่มต้นที่ 80,000 เหรียญไต้หวัน ทำให้ฉุดความสนใจของหลายๆ คนลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อแพร่หลายมากขึ้น ต้นทุนการผลิตถูกลง ราคาขายของรถ Gogoro ก็ลดลง ล่าสุด บริษัทผู้ผลิต Gogoro ประกาศว่า Gogoro ราคาที่เป็นมิตร 70,000 เหรียญไต้หวันกำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ หลังหักเงินอุดหนุนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งมีตั้งแต่ 15,000-29000 เหรียญ ขึ้นอยู่กับเมืองไหน? (เถาหยวนอุดหนุนมากที่สุด 29,000 เหรียญ) ทำให้ราคาซื้อ Gogoro อยู่ที่ 50,000 เหรียญเท่านั้น ถูกกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปที่เริ่มต้น 60,000 เหรียญขึ้นไปเสียอีก คาดว่าเมื่อ Gogoro รุ่นราคาประหยัดออกสู่ตลาดแล้ว จะส่งผลให้รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปได้รับแรงกดดันอย่างมาก อาจได้เห็นกระแสเปลี่ยนมอเตอร์ไซค์แบบที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบไฟฟ้าระลอกใหญ่ก็ได้

 

 

Gogoro ประกาศจะลดราคาอยู่ที่ 70,000 NT$ หักเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ซื้อจริงประมาณ 50,000 NT$ ถูกกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไปที่ราคา 60,000 ขึ้นไป

 

            พูดถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คน น่าจะยังยึดติดกับรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้ารุ่นเก่าๆ ในอดีตที่ไม่ค่อยจะมีความแรงสักเท่าไร ทว่าหากคุณได้รู้จักกับ Gogoro แล้ว เชื่อว่าความเชื่อเก่าๆ จะต้องหายไปโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้า Gogoro นั้น มาพร้อมกับมอเตอร์ที่สามารถให้พลังงานได้ 6.4-7.2 kW ทำให้มีอัตราเร่งของความเร็วจาก 0 ไปที่ 50 km/hr ได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3.7-4.2 วินาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ทางบริษัทได้ออกแบบให้ Gogoro มีความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 95 km/hr เท่านั้นครับ

 

 

หลินซงชิ่ง หัวหน้าฝ่ายวิจัยและสร้างสรรค์กับมอเตอร์ G1 (ใช้ใน Gogoro รุ่นรองท็อป) ซึ่งให้กำลังไฟฟ้า 6.4 kW ใช้เวลาเร่งไปที่ความเร็วจาก 0 ไปที่ 50 km/hr ได้ภายในระยะเวลา 4.2 วินาที

 

ชิ้นส่วนของ Gogoro สมาร์ทสกู๊ตเตอร์ หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะจากไต้หวัน

 

           เอกลักษณ์โดดเด่นของ Gogoro ก็คือ ไม่ต้องเติมน้ำมัน เพราะใช้แบตเตอรี่ 2 ก้อน และไม่ต้องเสียเวลาชาร์ตแบต จะมีให้เปลี่ยนตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีเกือบ 400 ปั๊มแล้ว สามารถเช็คจุดเปลี่ยนแบตที่ใกล้สุดได้จากแอพในมือถือ ถอดแล้วเปลี่ยนแบตใหม่วิ่งต่อไปได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา เปลี่ยนแบตแต่ละครั้งวิ่งได้ประมาณ 90-100 กม. โดยเสียค่าเช่าแบตเป็นรายเดือน เช่นค่าเช่าเดือนละ 299 เหรียญ สามารถวิ่งได้ในระยะ 100 กม. 499 เหรียญ วิ่งได้ 300 กม. เดือนละ 799 เหรียญ วิ่งได้ 600 กม. และ 1,199 เป็นแบบอันลิมิเตด เหมือนเน็ตมือถือเลย วิ่งได้ไม่อั้น และที่ไฮเทคมากก็คือ สามารถควบคุม หรือตรวจสภาพของรถผ่านแอพมือถือ ไม่มีกุญแจล๊อกรถ สามารถล๊อกด้วยแอพ

 

 

Gogoro ใช้แบตเอรรี่ จ่ายค่าเช่ารายเดือน และไม่ต้องชาร์จแบต เปลี่ยนจากที่ปั๊มน้ำมันแล้วขับขี่ต่อไปได้เลย

 

 

 สามารถควบคุมทุกอย่างด้วยแอพ

 

          อย่าเห็นว่า Gogoro คันเล็กกะทัดรัดนะครับ คนตัวใหญ่จะขับขี่ไม่ได้ คันจับได้ปรับแต่งให้ผู้ใช้สามารถที่จะปรับให้เหมาะสมกับการขับขี่ของผู้ใช้งานได้เอง (ทำให้ไม่ว่าคุณจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็สามารถที่จะปรับคันบังคับให้เข้ากับตัวได้)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ยาไอซ์ระบาดหนักในกลุ่มแรงงานไทยและเวียดนาม

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560

2017-05-20 09:33:06

 

1. 1-31 พ.ค. เป็นช่วงยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของปี 2559 หากในปีพ.ศ. 2559 แรงงานไทยพำนักอยู่ในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีตลอดปี 306,000 เหรียญไต้หวัน หมายความว่า ตลอดทั้งปี ใครที่มีรายได้ไม่ถึง 306,000 เหรียญไต้หวัน หรือเฉลี่ยมีรายได้ไม่เกินเดือนละ 25,500 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ส่วนที่นายจ้างหักไปล่วงหน้า จะได้รับคืน กรณีที่มีรายได้เกิน 306,000 เหรียญ ส่วนที่เกินจาก 306,000 เป็นเงินได้สุทธิ และเงินได้สุทธิไม่เกิน 520,000 เหรียญ ต้องเสียภาษีร้อยละ 5 หากพำนักอาศัยในไต้หวันไม่ครบ 183 วัน และมีรายได้ไม่เกิน 37,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน จะเสียภาษีเงินได้ร้อยละ 5 แต่หากมีเงินเดือนเกินกว่า 37,000 เหรียญไต้หวัน จะเสียภาษีเงินได้ร้อยละ 18 โดยไม่สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีได้

 

 

เดือนพ.ค.ของทุกปี เป็นช่วงยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของไต้หวัน

 

 

แรงงานไทยพำนักอยู่ในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีตลอดปี 306,000 NT$

 

2. ยาไอซ์ระบาดในกลุ่มแรงงานไทย หนักสุดแถวภาคกลาง สร้างความปวดหัวแก่นายจ้างไต้หวัน ต่างร้องเรียนขอความช่วยเหลือ สำนักงานแรงงานไทยเตรียมหยิบยกปัญหานี้หารือกับฝ่ายไต้หวันในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมหารือปัญหาแรงงานไทย-ไต้หวันครั้งที่ 18 ปลายเดือนมิ.ย. ศกนี้

 

 

ยาไอซ์ระบาดหนักในกลุ่มแรงงานไทยและเวียดนาม  ภาคกลางเกาะไต้หวันรุนแรงสุด

 

 

ตำรวจไต้หวันเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับยาเสพติด ในภาพเตำรวจทะลายแก๊งขายยาไอซ์ให้แรงงานไทยในเมืองอี๋หลาน

 

3. ไม่เฉพาะในไต้หวัน ที่ประเทศอิสราเอล ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ก็อยู่ในสภาพที่รุนแรง เนื่องจากการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารมีความสะดวกมาก แรงงานไทยมักนิยมโดยสารรถแท็กซี่เดินทางไปในที่ต่างๆ ดังนั้นการขนส่งและจำหน่ายยาเสพติดจึงกระทำได้ไม่ยาก โดยส่วนใหญ่พบว่าแรงงานไทยขายกันเอง โดยมากจะเป็นยาบ้า

 

 

ชีวิตแรงงานไทยในอิสราเอลหลังเลิกงาน

 

4. นพ. อัครฐาน จิตนุยานนท์ หัวหน้าทีมตรวจเยี่ยมแรงงานไทยด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สอนวิธีคลายเครียดให้แก่แรงงานไทยในไต้หวัน

 

ทีมแพทย์ไทยให้คำแนะนำวิธีคลายเครียดการรักษาสุขภาพให้แก่แรงงานไทยในไต้หวัน

  

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
จางฮุ่ยเม่ย

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Mei จางฮุ่ยเม่ย ในเพลง 默 (เงียบ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Mei จางฮุ่ยเม่ย ในเพลง 默 (เงียบ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-05-19 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Mei จางฮุ่ยเม่ย (張惠妹) ในเพลง 默 (เงียบ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ซูฉีแอบบอกข่าวดีผ่านเฟสบุ๊คในโพสฉลองวันแม่หรือเปล่า???/ หวีเหวินเล่อและหยางเชียนฮั่วขึ้นเวทีเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของ Mayday ที่ฮ่องกง)

 

อาเมย จางฮุ่ยเม่ย (張惠妹) กับอัลบั้มเพลงชุดเสียงแห่งความฝัน

 

หวีเหวินเล่อ (ซ้าย) กับหยางเชียนฮั่ว (กลาง) และอาซิ่น (ขวา) บนเวทีคอนเสิร์ตของ Mayday ที่ฮ่องกง

More
จันหย่งหรานและมาติน่า ฮิงกิสส์

จันหย่งหรานคว้าแชมป์หญิงคู่ WTA ที่มาดริดได้สำเร็จ

จันหย่งหรานคว้าแชมป์หญิงคู่ WTA ที่มาดริดได้สำเร็จ

2017-05-19 13:00:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหรานจับคู่กับมาติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์หญิงคู่ WTA ที่มาดริดได้สำเร็จ

More
เชิญชวนผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ร่วมฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 60 - เชิญชวนผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ร่วมฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 60 - เชิญชวนผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ร่วมฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง

2017-05-19 15:20:59

เพื่อให้ผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมท้องถิ่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมจัดงานเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างหรือตวนอู่เจี๋ย (端午節) ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00-12.00 น. ที่ศาลาผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่เขตว่านหัว (萬華新移民會館) ขอเชิญชวนผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ทุกท่านเข้าร่วมงาน และร่วมสัมผัสประสบการณ์ของงานเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของไต้หวัน นอกเหนือจากจะมีการแสดงเต้นระบำจากผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่แล้ว ยังมีกิจกรรมห่อบ๊ะจ่าง เพื่อให้ผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ได้เรียนรู้วิธีการห่อบ๊ะจ่าง ที่อยู่: ชั้น 4 เลขที่ 171 ถนนฉางซาเจีย เอ้อร์ต่วน (長沙街2段171號4樓)

 

ช่วงแบ่งปันประสบการณ์ คุณหลี่ฉิน แม่ดีเด่น ผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในนครไถหนาน

 

คุณหลี่ฉิน แม่ดีเด่น ผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในนครไถหนาน กับลูกชายทั้งสอง

 

[ข่าวประชาสัมพันธ์] รับสมัครครูสอนภาษาไทยชั้นเบื้องต้น สอนที่โรงเรียนมัธยมปลาย 立人高中 เขตต้าหลี่ นครไถจง คุณสมบัติ – เพศหญิง – พูดภาษาไทยได้ชัดเจน – สามารถสอนภาษาไทยโดยใช้ภาษาจีนสอนได้ สอนทุกวันอังคาร 14.00-16.00 น. เทอมละ 18 ครั้ง สัญญา 2 เทอม คาบละ 2 ชม. ค่าตอบแทนชม.ละ 550 เหรียญไต้หวัน (ครั้งละ 2 ชม. 1,100 เหรียญไต้หวัน) ภาคเรียนที่ 1 เริ่ม 1 ก.ย. ภาคเรียนที่ 2 เริ่ม 10 ก.พ. สนใจติดต่อ คุณประสาท โทร.0932-514-371 คุณผู้ฟังที่เป็นคู่สมรสชาวไทยที่อาศัยอยู่ในนครไทจง ถ้ามีเวลาว่าง ก็ลองโทรไปสมัครดูนะคะ รับสมัครด่วนภายในสิ้นเดือนนี้ค่ะ

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 20-21

More
ชาวเวียดนามโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันมากกว่าทุกประเทศ

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2560

2017-05-18 08:50:19

 

1. ปี 2559 มีชาวต่างชาติได้รับสัญชาติไต้หวัน 3,252 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 66 เป็นชาวเวียดนาม ส่วนชาวไทยมี 284 คน

          กระทรวงมหาดไทย ไต้หวันประกาศสถิติชาวต่างชาติที่ได้รับการโอนสัญชาติเป็นชาวไต้หวันเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า มีชาวเวียดนาม 2,146 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 65.99 % ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน จากชาวต่างชาติที่ด้รับการโอนสัญชาติทั้งหมด 3,252 คน ซึ่งมีจำนวนลดลงจากปีก่อนหน้านี้ 360 คน และเหตุผลสำคัญในการยื่นคำร้องขอโอนสัญชาติก็คือ เป็นคู่สมรสของชาวไต้หวัน

 

ในบรรดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1

 

ปี 2559 มีชาวต่างชาติได้รับการโอนสัญชาติทั้งหมด 3,252 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเวียดนาม 2,146 คน หรือ 65.99 %

 

          โฆษกกระทรวงมหาดไทยแถลงว่า เงื่อนไขและคุณสมบัติของชาวต่างชาติที่จะยื่นขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวไต้หวัน จะต้องเป็นผู้พำนักอาศัยในไต้หวันรวมสะสมแล้วปีละไม่ต่ำกว่า 183 วัน ต่อเนื่องกัน 3 ปี จึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอได้ และพบว่าผู้ขอโอนสัญชาติส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติหรือบุคคลไร้สัญชาติที่สมรสกับชาวไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีมาตรการสะกัดกั้นการสมรสแอบแฝงหรือการแต่งงานปลอม ด้วยการสัมภาษณ์ก่อนอนุญาตตรวจลงตราหรือออกวีซ่าเข้าเมืองให้ ตั้งแต่สำนักงานตัวแทนไต้หวันในต่างประเทศแล้ว ส่งผลให้ยอดจำนวนคู่สมรสต่างชาติที่ยื่นขอโอนสัญชาติ ซึ่งในอดีต ช่วงที่มีสถิติสูงสุด คือเมื่อปี 2551 สูงถึงปีละ 13,230 คน ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงเมื่อปีที่แล้ว ชาวต่างชาติที่ยื่นคำร้องขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน ลดลงเหลือ 3,252 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเวียดนามมากที่สุด 2,146 คน ครองสัดส่วน 66.59% ตามด้วยอินโดนีเซีย 382 คน ไทย 284 คน ฟิลิปปินส์ 275 คน มาเลเซีย 34 คน พม่า 20 คน กัมพูชา 6 คนและสิงคโปร์ 1 คน รวมผู้ขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3,148 คน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 96.80 เหตุผลสำคัญในการขอโอนสัญชาติก็คือ แต่งงานกับชาวไต้หวัน

 

เมื่อปี 2551 ยอดจำนวนคู่สมรสต่างชาติที่ยื่นขอโอนสัญชาติ ทำสถิติสูงสุดปีละ 13,230 คน

 

          เป็นที่น่าสังเกตว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน เพิ่มขึ้นถึง 248 คน แต่กระทรวงมหาดไทยไต้หวันไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่า อะไรที่ทำให้ชาวไทยยื่นขอโอนสัญญชาติมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ที่มีการยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2 รองจากไทย โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวฟิลิปปินส์ขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันเพิ่มขึ้น 32 คน   

 

ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวไทยยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันจำนวน 284 คน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 248 คน

 

2. กระทรวงสาธารณสุขเตือนนายจ้างและแรงงานต่างชาติ ให้ยึดวันอนุญาตต่อสัญญาใหม่เป็นหลัก จัดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจโรคในเดือนที่ 6, 18 และ 30

          หลังไต้หวันประกาศยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบ 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่หรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำให้การนับระยะเวลาเข้ารับการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติเกิดความสับสน เพื่อให้นายจ้างมีหลักยึดในการปฏิบัติตาม กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจึงปรับระเบียบการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ได้รับการต่อสัญญาในไต้หวัน ยึดวันที่ระบุในใบอนุญาตเป็นวันแรกของการทำงาน จัดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจโรคในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30  ทั้งนี้ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องรับการตรวจโรคครั้งแรกภายใน 3 วัน ส่วนแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ต่อสัญญาในไต้หวัน หรือเพิ่งจะเดินทางเข้ามาใหม่ ยังคงเป็นไปตามระเบียบเดิม กล่าวคือยึดตามวันแรกที่เดินทางถึงไต้หวันเป็นหลัก ต้องเข้ารับการตรวจโรคภายในเวลา 3 วัน นับแต่วันเดินทางถึง จากนั้นก่อนหรือหลัง 30 วันของเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30

          สำหรับรายการการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันแล้ว มีทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ 1. ตรวจซิฟิลิส 2.ตรวจวัณโรคโดยเอกซเรย์ปอด หากตรวจพบวัณโรคในการตรวจโรคเดือนที่ 6 เป็นต้นไป จะอนุญาตให้รักษาในไต้หวันได้ แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอมจากตัวแรงงานและนายจ้างก่อน 3. ตรวจพยาธิในอุจจาระ รวมทั้งเชื้อบิดอามีบ้า หากตรวจพบพยาธิในอุจจาระในการตรวจโรคเดือนที่ 6 เป็นต้นไป อนุญาตให้รักษาในไต้หวันได้  4. โรคเรื้อน และ5. โรคหัดและหัดเยอรมัน

 

 

3. แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า เตือนอันตราย ปีที่แล้วจางฮั่วเพียงเมืองเดียวเกิดอุบัติเหตุแล้ว 228 คดี

          แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก จนถึงปัจจุบันร่วม 650,000 คนแล้ว ในอดีตแรงงานต่างชาติมักจะปั่นจักรยานเป็นยานพาหนะ แต่ 2-3 ปีมานี้ รถจักรยานไฟฟ้ากำลังมาแรง ทั้งนี้เนื่องจาก จะปั่นก็ได้ หรือไม่ปั่นก็ยังวิ่งได้ เพราะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ แม้ความเร็วจะสู้รถมอเดอไซค์ไม่ได้ แต่ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ที่สำคัญ ไม่ต้องมีใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่าง๔กกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ ตามถนนหนทาง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อย่างที่เมืองจางฮั่ว ตามถนนหนทาง จะพบเห็นรถจักรยานไฟฟ้าวิ่งเต็มไปหมด แต่การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า อัตราการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง กองตำรวจจราจรเมืองจางฮั่วรายงานว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา เฉพาะรถจักรยานไฟฟ้าในเมืองจางฮั่วเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 228 คดี ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตไป 1 ราย และจากการวิเคราะห์พบว่า ในจำนวนอุบัติเหตุรถจักรยานไฟฟ้า 228 ครั้ง มีกว่าร้อยละ 80 เกิดจากแรงงานต่างชาติเป็นคนขับขี่ ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนว่า ต้องระมัดระวัง

          รายงานกล่าวว่า ปัจจุบัน รอบๆ บริเวณสถานีรถไฟในเมืองต่างๆ อย่างสถานีรถไฟจางฮั่วและหยุนหลิน จะพบเห็นแรงงานต่างชาติขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก สาเหตุที่รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยม เป็นเพราะไม่ต้องสอบใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้ ไม่ต้องออกแรงปั่นอย่างเดียวเหมือนจักรยานทั่วไป และสนนราคาถูกว่าหลายเท่าตัว แบบมาตรฐานและทั่วๆ ไป ราคาคันละหมื่นต้นๆ หากเป็นรถจักรยานไฟฟ้าที่คุณภาพสุดยอด ราคาก็แค่ 20,000 เหรียญเศษ ถูกกว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่อย่างถูกๆ ก็เริ่มต้นที่ 6-7 หมื่นแล้ว แต่หากเป็นรถมอเตอร์ไซค์หรู ราคาจะอยู่ที่ 8-9 หมื่นเหรียญไต้หวัน และมีการลือกันว่า แม้เมาเหล้าขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จะไม่ถูกจับเหมือนขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นข่าวลือผิดๆ จึงทำให้รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ แม้แต่แรงงานไทยก็ไม่เว้น ส่งผลให้คดีอุบัติเหตุจากรถจักรยานไฟฟ้าพุ่ง

          กองจราจรเมืองจางฮั่วเตือนว่า การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าหลังดื่มสุรา หากตรวจพบจะมีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เพราะขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า ซึ่งต้องเสียค่าปรับแพงมาก ตามระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดที่วัดได้ สูงสุดปรับ 90,000 เหรียญไต้หวัน เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่า เมาแล้วขับรถจักรยานไฟฟ้าด้วยการปั่นด้วยเท้า ไม่ได้ใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ หากพิสูจน์ได้ จะเสียค่าปรับถูกลง 300-600 เหรียญ แต่โดยมากแล้ว จะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ถูกดำเนินคดีข้อหาความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณะ จึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่า ต้องระมัดระวัง เพราะนอกจากเสียค่าปรับแล้ว ยังอาจมีอันตรายถึงบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิตได้

 

 

รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในหมู่แรงงานต่างชาติ เพราะราคาถูกและไม่ต้องมีใบขับขี่ (Cr:Liberty Times Net)

 

การขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าหลังดื่มสุรา มีโทษเหมือนกับขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ (Cr:Liberty Times Net)

 

4. จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดิน เป็นนายหน้าเถื่อน ขูดรีด ใช้แรงงานทาสและบังคับเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณี

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปทะลายแก๊งนอกกฎหมายชาวอินโดนีเซีย ที่อาศัยเปิดร้านขายของชำบังหน้า ที่แท้รับโอนเงินใต้ดิน เก็บค่าธรรมเนียมแพงและคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม ยังเป็นนายหน้าจัดหางานอย่างผิดกฎหมาย จัดส่งผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้างไปทำงานที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า บ่ายให้กลับมาช่วยทำงานที่ร้านขายของชำ ซึ่งมีถึง 4 สาขา และกลางคืนบังให้ไปขายประเวณี

          โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงว่า การทะลายแก๊งชาวอินโดนีเซียครั้งนี้ ตรวจพบข้อมูลโดยบังเอิญจากคดีจับกุมแก๊งนอกกฎหมายชาวอินโดนีเซีย ที่อาศัยยาเสพติดควบคุมเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณีเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว เนื่องจากหัวโจกของคดีนี้ ใช้บริการโอนเงินของร้านของชำดังกล่าว จึงมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พบว่า เจ้าของร้านขายของชำ เป็นของ 2 พี่น้องชาวอินโดนีเซีย น้องสาวแต่งงานมาอยู่ไต้หวันกว่า 10 ปีแล้ว และเปิดร้านขายของชำอยู่ที่เขตซินเตี้ยน พี่ชายเดินทางมาไต้หวันในมาดนักธุรกิจ แต่จริงๆ แล้ว ช่วยน้องสาวทำธุรกิจนอกกฎหมาย โดย 2 พี่น้องเปิดร้านขายของชำในนครนิวไทเปถึง 4 สาขา แต่ร้านขายของชำเป็นเพียงบังหน้า ธุรกิจจริงๆ  คือรับโอนเงินกลับอินโดนีเซียอย่างผิดกฎหมาย ยอดจำนวนเงินโอนแต่ละปี สูงนับร้อยล้านเหรียญไต้หวัน โดยเก็บค่าธรรมเนียมการโอนแบบโอนธรรมดา 3 วันถึง 200 เหรียญต่อการโอน 1 รายการ แต่หากต้องการโอนแบบเร่งด่วน 1-2 วันถึง ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเงินยอดละ 300 เหรียญ และจะเอากำไรในการโอนเงินจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แพงกว่าธนาคารประมาณ 1-2%  นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหางานให้แรงงานอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้าง ด้วยการหักค่านายหน้าจากหยาดเหงื่อของเพื่อนร่วมชาติ โดยนายการจับกุมครั้งนี้ มีแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายที่ตกเป็นเหยื่อ 1 ราย ให้การสารภาพว่า ตนถูกจัดให้ไปทำความสะอาดที่โรงพยาบเป็นเวลาครึ่งวัน ได้รับค่าจ้าง วันละ 1,000 เหรียญ แต่ถูกหักค่านายหน้าวันละ 300 เหรียญ ช่วงบ่ายต้องกลับมาหั่นพักทำกับข้าวที่ร้านขายของชำ และกลางคืนถูกส่งไปค้าประเวณี ต้องทำงานตลอดทั้งวันโดยไม่ได้พักหรือว่างเลย

 

 

 

จับสองพี่น้องชาวอินโดนีเซียรับโอนเงินใต้ดิน เป็นนายหน้าเถื่อน ขูดรีด ใช้แรงงานทาสและบังคับเพื่อนร่วมชาติค้าประเวณี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More