QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

แรงงานอินโดนีเซียทะลุ 250,000 คน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560

2017-07-26 21:30:31

 

1. ส.ส. หญิงไต้หวันเรียกร้องเพิ่มการอบรมเพศศึกษาแก่พนักงานอัยการและผู้พิพากษา ป้องกันแรงงานต่างชาติเพศหญิงตกเป็นผู้เสียหายถูกทำร้ายซ้ำสองจากกระบวนการยุติธรรม

      สมาชิกสภานิติบัญญัติเพศหญิงของไต้หวันหลายคน พร้อมด้วยองค์กรเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิสตรี อย่างมูลนิธิ The Garden of Hope Foundation และ TransAsia Sisters Association เป็นต้น จัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา เรียกร้องให้พนักงานอัยการและผู้พิพากษารับการอบรมด้านเพศศึกษาเสียใหม่ พวกเขากล่าวว่า ขณะที่สอบปากคำหรือพิจารณาคดีที่แรงงานต่างชาติเพศหญิงถูกข่มขืนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ พนักงานอัยการหรือผู้พิพากษาผู้ชายมักจะจี้ถามผู้เสียหายว่า ทำไมไม่ขัดขืน วิ่งหนีหรือทำไมไม่ร้องเรียกความช่วยเหลือเป็นต้น โดยมองข้ามความสัมพันธ์เชิงอํานาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องถูกทำร้ายซ้ำสองจากกระบวนการยุติธรรม จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการอบรมด้านเพศศึกษาแก่พนักงานอัยการและผู้พิพากษาเสียใหม่ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมเหล่านี้ จะมองเห็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของแรงงานต่างชาติ ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้ต้องหาคดีข่มขืนและคดีล่วงละเมิดทางเพศ

      มูลนิธิ The Garden of Hope Foundation หรือที่เรียกย่อว่า GOH เปิดเผยสถิติว่า ยกตัวอย่างคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ผู้เสียหายเป็นแรงงานข้ามชาติเพศหญิง ซึ่งถูกจัดให้มาพักที่บ้านพักฉุกเฉินของมูลนิธิ GOH ระหว่างปี ค.ศ. 2014-2015 จำนวน 20 คดี ในจำนวนนี้ ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องร้อง 15 คดี อีก 5 คดีไม่มีการฟ้องร้อง และอัยการไม่สั่งฟ้องสูงถึง 13 คดี ที่มีการสั่งฟ้องมีเพียง 2 คดี คิดเป็นสัดส่วนการดำเนินคดีมีเพียง 13.3% เทียบกับคดีการล่วงละเมิดทางเพศทั่วไต้หวันในช่วงเวลาเดียวกัน มีการสั่งฟ้องดำเนินคดี 43.95% ถือว่าต่ำมาก...

 

ส.ส. หญิงและ NGO ไต้หวันเรียกร้องเพิ่มการอบรมเพศศึกษาแก่พนักงานอัยการและผู้พิพากษา ป้องกันแรงงานต่างชาติเพศหญิงตกเป็นผู้เสียหายถูกทำร้ายซ้ำสองจากกระบวนการยุติธรรม

 

2. แรงงานอินโดนีเซียทะลุ 250,000คน  ธุรกิจสำหรับชาวมุลิมในไต้หวันเฟื่องฟู

      จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมี 653,804 คน ในจำนวนนี้ เกือบ 40% หรือ  252,997 เป็นแรงงานอินโดนีเซีย กล่าวได้ว่าแรงงานต่างชาติในไต้หวันทุกๆ 10 มี 4 คนเป็นแรงงานอินโดนีเซีย และแรงงานจากอินโดนีเซียเหล่านี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85 เป็นชาวมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้น ร้านอาหารและสินค้าสำหรับชาวมุสลิม จึงเป็นที่ต้องการของแรงงานอินโดนีเซียเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ร้านอาหารสำหรับชาวมุสลิม หรือที่เรียกว่าร้านอาหารฮาลาล จึงผุดขึ้นมากมาย จากที่อดีตมีเพียงไม่กี่ร้าน ปัจจุบันทั่วไต้หวันมีร้านอาหารฮาลาล 117 ร้าน เฉพาะในกรุงไทเปมีถึง 39 ร้าน มากที่สุดในไต้หวัน ตามมาด้วยนครเถาหยวน 10 ร้าน อันดับได้แก่ นครนิวไทเปและนครไทจง มีแห่งละ 6 ร้าน และนครเกาสง นครไถหนานแห่งละ 4 ร้าน

      นายหยางเซิ่งผิง ผอ.กองส่งเสริมการท่องเที่ยวนครเถาหยวนกล่าวว่า เถาหยวนมีแรงงานอินโดนีเซียร่วม 30,000 คน บวกกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวมุสลิมที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ในนครเถาหยวน มีสุเหร่าของชาวมุสลิมอยู่หลายแห่ง จึงทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับให้บริการชาวมุสลิมเฟื่องฟูมาก

 

 

 

 

แรงงานอินโดนีเซียทะลุ 250,000 คน  พลอยทำธุรกิจสำหรับชาวมุลิมในไต้หวันเฟื่องฟู

 

3. แรงงานอินโดทำงานผิดกฎหมาย วิ่งหนีตำรวจพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาขานครเถาหยวน ได้รับแจ้งว่า มีโรงงานด้านโลจิสติกซึ่งรับจัดส่งสินค้าในเขตต้าหยวนโรงงานหนึ่ง ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงานเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดส่งตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่กองแรงงานเข้าไปตรวจสอบ เมื่อตำรวจเข้าไปถึง นายจ้างได้ส่งสัญญาณให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างทั้งหมดหลบเข้าที่กำบังซ่อนตัว แต่มิวาย ถูกจับจนได้ 17 คน เป็นแรงงานอินโดนีเซียและเวียดนาม โดยในจำนวนนี้ มี 4 ราย ตกใจวิ่งหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยการกระโดษลงจากชั้น 3 แรงงานอินโดนีเซียเพศหญิงรายหนึ่งบาดเจ็บสาหัส อีก 3 คนบาดเจ็บเล็กน้อย ตำรวจรีบนำแรงงานอินโดนเซียที่บาดเจ็บสาหัสส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์พยายามกู้ชีวิต จนถึงรุ่งเช้าวันต่อมา ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล กองแรงงานนครเถาหยวน ปรับหนักนายจ้างรายนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน ยังคอยส่งสัญญาณเตือนให้หลบหนีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ....

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สภาวิจัยแห่งชาติไต้หวัน

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60 หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60 หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

2017-07-25 11:55:00

วันอังคารที่ 25 ก.ค. 60

 

หลายสำนักระบุเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับเพิ่มจีดีพีกว่า 0.5%

ผุ้นำไต้หวันย้ำ ABAC เป็นเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญทั้งทางเศรษฐกิจการค้าและการเมืองของไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สือติ้ง

หนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนแบบสบายๆที่สือติ้ง

หนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนแบบสบายๆที่สือติ้ง

2017-07-24 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- พาคุณผู้ฟังหนีร้อนไปเที่ยวเขากับทริปคลายร้อนกับการช็อปปิ้งแบบสบายๆที่ถนนเก่าสือติ้ง (石碇) ในเขตนครนิวไทเปนี่เอง

- ไปชิมเต้าหู้ร้านเก่าแก่ร้อยปี เที่ยวชมบ้านหินโบราณ แวะดูของแปลกกับตึกมีขาที่หาดูได้ยาก

 

บรรยากาศในเขตตัวเมืองของสือติ้ง จากอดีตที่เคยรุ่งเรืองเพราะการค้าใบชากลายมาเป็นเมืองเงียบๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเหล่าคนเมืองที่รักบรรยากาศเบาสบายแบบสงบๆ ไป

 

บรรยากาศอันคึกคักของร้านเต้าหู้ตระกูลหวัง ร้านโบราณชื่อดังในแถบสือติ้ง ที่ใครมาแถวนี้เป็นต้องแวะชิม

 

ตึกมีขา ภาพแปลกตาที่กลายมาเป็นสัญญลักษณ์ประจำสือติ้งไปแล้ว

 

More
แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 - แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 - แนะนำร้านอาหารบ้านทรงไทยโบราณที่ฮอตฮิตในเมืองผิงตง

2017-07-25 09:00:00

สัปดาห์นี้พาคุณไปเกาะกระแสไทยๆ ถือว่าเป็นอะเมซซิ่งไทยแลนด์ในไต้หวันก็ว่าได้ ใครจะไปคิดว่าสถาปัตยกรรมไทย อย่างบ้านทรงไทย จะมีคนนำเข้ามาในไต้หวัน กลายเป็นร้านอาหารสุดชิค ดึงดูดผู้คนมาท่องเที่ยว ถ่ายรูปเล่น และรับประทานอาหารไทย

 

ที่เมืองผิงตง ภาคใต้ของไต้หวัน มีร้านอาหารที่ชื่อว่า 泰國高腳屋 (ไท่กั๋วเกาเจี่ยวอู) สร้างเป็นบ้านทรงไทยโบราณทำจากไม้ทั้งหลัง ทำเป็นสวนอาหารขนาดใหญ่ ที่ดูไทยแท้ๆ ให้นักท่องเที่ยวไต้หวันที่งบน้อย ไม่มีโอกาสได้บินไปเที่ยวเมืองไทยจริงๆ ได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบไทยๆ สวยงามแปลกตา หาที่ไหนไม่ได้ในไต้หวัน นักท่องเที่ยวเพียงจ่ายบัตรผ่านประตูเข้าชมคนละ 100 เหรียญไต้หวัน เด็กสูงต่ำกว่า 120 ซม. เข้าฟรี ก็สามารถเดินเที่ยวชม นั่งพักที่ศาลาไม้ที่มีหลายหลังเรียงรายอยู่ริมทางเดินอิฐตัวหนอน ถ่ายรูปเล่นในสวนได้ตามสบาย มีบ่อเลี้ยงปลาและน้ำพุสร้างบรรยากาศสบายๆ หรือจะรับประทานอาหารก็มีอาหารไทยหลากหลายเมนู

 

泰國高腳屋 ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 309 ถนนฟู่ฟงลู่ หมู่บ้านฟู่เถียน อ.เน่ยผู่ เมืองผิงตง (屏東縣內埔鄉富田村富豐路309號) เปิดวันธรรมดาเวลา 14.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น. หยุดทำการทุกวันจันทร์

 

ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจร้าน https://www.facebook.com/thaihouseintw/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

More
รายงานพิเศษ เกาะติดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน 2016

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง

2017-07-24 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60

 

การจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดอ่อนยิ่ง 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สาวโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-23 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเฉินเซิง (陳昇) ในชุด 歸鄉 (กุยเซียง-คืนถิ่น) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจลินคว้ารางวัลนักร้องเชื้อสายจีนยอดเยี่ยมประจำปีรวม 3 รางวัลจาก MTV Music Awards 2017)

 

 

สาวโจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) พักนี้ขยันโชว์เซ็กซี่ทาง IG เหลือเกิน จะโพสต์ให้ใครดูหรือจ๊าาาา

 

เฉินเซิง นักร้องเพื่อชีวิตรุ่นเดอะชาวไต้หวันกับอัลบั้มเพลงชุดคืนถิ่น

 

More
ประชากรวัยชราในไต้หวันมีสัดส่วน 14 % ของประชากรทั้งประเทศ

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

2017-07-23 08:39:43

 

1. ไต้หวันเข้าสู่การเป็นสังคมชราภาพอย่างเต็มตัว

           จากสถิติของกระทรวงมหาดไทย ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2017 พบว่า ประชากรวัยชราในไต้หวัน (อายุ 65 ปีขึ้นไป) มีจำนวนทั้งสิ้น 3,139,397 คน หรือคิดเป็น 14 % ของประชากรทั้งประเทศ  ในขณะที่ประชากรวัยเด็ก (อายุ 0- 14 ปี)  มีจำนวน 3,133,699 คน หรือคิดเป็น 13.31 % นับเป็นปีแรกที่ประชากรวัยชรามีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเด็ก  คาดการณ์ว่าในปีค.ศ. 2026 ประชากรวัยชราจะเพิ่มเป็น 20 % 

           นอกจากนี้ยังพบว่า ในบรรดา 22 เมืองของไต้หวันมี 2 ใน 3 ที่มีประชากรวัยชรามากกว่าประชากรวัยเด็ก โดยเมืองที่มีประชากรวัยชรามากที่สุดคือ เจียยี่ (嘉義) ขณะที่ประชกรวันเด็กมากที่สุดคือซินจู๋ (新竹) และเถาหยวน (桃園)

 

 

 

ในปี 2017 ประชากรวัยชราในไต้หวันมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 14 % ของประชากรทั้งประเทศแล้ว

 

2. ช่วงนี้ มีข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลฉางเกิง (長庚紀念醫院) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในไต้หวันข่าวหนึ่ง ยึดพื้นที่บนจอโทรทัศน์มานานเป็นสัปดาห์แล้ว ตามปกติ ถ้าเป็นข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลฉางเกิง โดยมากจะเป็นข่าวในแง่ดี เช่นพัฒนาการทางนวัตกรรมด้านแพทย์ใหม่ๆ หรือผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนอวัยวะสำคัญได้สำเร็จ แต่ข่าวใหญ่ที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ กลับเป็นข่าวในแง่ลบ คือแพทย์ประจำแผนกฉุกเฉินหลายสิบคนพากันลาออก ประท้วงนโยบายของผู้บริหารชุดใหม่ที่เน้นในเรื่องกำไรมากกว่าจรรยาบรรณทางการแพทย์ คือแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นแผนกที่ไม่ทำกำไรอยู่แล้ว และหลายสิบปีที่ผ่านมา ในช่วงที่หวางหย่งชิ่ง หรือ Y.C. Wang (王永慶) ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลฉางเกิงยังมีชีวิตอยู่ เน้นอยู่เป็นประจำว่า แผนกนี้ จะต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและกำลังแพทย์พยาบาลที่เพียงพอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงต้นทุน แต่ผู้บริหารชุดปัจจุบัน มองแต่ผลกำไร สร้างความไม่พอใจให้แก่แพทย์ชื่อดังจำนวนมาก ลาออกกันเป็นทิวแทว แน่นอน โรงพยาบาลอื่นรีบแย่งคน รับเข้าทำงานโดยทันที ที่จะนำมาเล่าในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องกอสซิบในโรงพยาบาล แต่จะเล่าว่า โรงพยาบาลฉางเกิงมีอะไรดี ถึงสามารถดึงดูดแพทย์ระดับแนวหน้าของไต้หวันจำนวนมาก ยอมเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้

 

โรงพยาบาลฉางเกิง (長庚紀念醫院) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในไต้หวัน  ในภาพเป็นสาขาหลินโข่ว นครนิวไทเป

 

          โรงพยาบาลฉางเกิง กล่าวได้ว่า เป็นโรงพยาบาลที่ไม่เพียงมีอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ ก็ถือได้ว่า อยู่ในระดับสุดยอดของโลก ยกตัวอย่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งผ่านกล้องจุลทรรศน์ (顯微重建整形外科) ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 20 อันดับแรกของโลก ได้แก่นายแพทย์เว่ยฝูเฉวียน (魏福全) เป็นคนผิงตงโดยกำเนิด นายแพทย์เว่ยฝูเฉวียน เป็นผู้มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยอาศัยกล้องจุลทรรศ โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยวนิ้วมือ ที่ประสบอุบัติเหตุนิ้วถูกตัด นายแพทย์เว่ยจะตัดเอานิ้วเท้าของผู้ป่วยมาแทนที่นิ้วมือ หลังเปลี่ยนแล้วผู้ป่วยสามารถใช้งานได้เกือบเหมือนเดิม แทบดูไม่ออกว่าเป็นนิ้วเท้า การผ่าตัดดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีนิ้วมือใช้เกือบเหมือนเดิมแล้วกว่า 20,000 ราย

          และที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ นายแพทย์เว่ย เคยรักษาหญิงฮ่องกงคนหนึ่งชื่ออี้เสี่ยวหลิง (易小玲) ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์จับตัวประกันนักท่องเที่ยวฮ่องกง 15 คนที่กรุงมะนิลา เมื่อปีค.ศ. 2010 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สังหารนักท่องเที่ยวฮ่องกงที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตายไปถึง 8 ราย อีก 1 รายบาดเจ็บสาหัส ก็คือน.ส.อี้เสี่ยวหลิงนี่แหละ ในขณะนั้นเธอถูกผู้ร้ายจ่อยิงกระสุนเข้าที่คาง แพทย์ที่โรงพยาบาลฮ่องกงพยายามอย่างที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถผ่าตัดให้เธอกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ แม้แต่ทานอาหารก็ยังลำบาก เวลาออกไปนอกบ้านต้องใช้ผ้าปิดปากเอาไว้ ต่อมาน.ส.อี้ถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิง นายแพทย์เว่ยตัดเอากระดูอ่อนที่น่องของเธอมาใส่แทนกราม และต่อเส้นเลือดฝอยทั้งหมดใหม่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ในที่สุดน.ส.อี้ ก็กลับมามีใบหน้าและสามารถใช้ชีวิตเกือบจะเหมือนเดิมได้อีกครั้ง นี่เป็นเพียงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงของโรงพยาบาลฉางเกิง 1 ท่านเท่านั้น ยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสิบคนที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ

 

 

นพ.เว่ยฝูเฉวียน (魏福全) เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยอาศัยกล้องจุลทรรศ ภาพจาก กต.ไต้หวัน

 

 

นพ.เว่ยฝูเฉวียน กับอี้เสี่ยวหลิง หลังรับการผ่าตัดเปลี่ยนกราม (Cr: Storm Media)

 

          ทำไมโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงสามารถดึงดูดแพทย์ฝีมือดีจำนวนมาก เป็นเพราะผู้ก่อตั้งคือ หวางหย่งชิ่ง ประธานฟอร์โมซาพลาสติกส์กรุ๊ป (台塑集團) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน เป็นผู้มีความมุ่งมั่น ที่จะตั้งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างจริงจัง โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร จึงมีนโยบายหลายอย่างที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของนายแพทย์หนุ่มฝีมือดีจำนวนมาก เช่น ห้ามแพทย์รับเงินอั๋งเปาจากผู้ป่วย แต่โรงพยาบาลให้ค่าตอบแทนแพทย์อย่างงาม แถมมีสวัสดิการที่ดีมาก ทุ่มไม่อั้นกับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องใหม่ทันสมัย และให้โรงพยาบาลซื้อยาที่มีคุณภาพมาจ่ายให้กับผู้ป่วยโดยไม่คำนึงต้นทุน ทำให้ผู้ป่วยทั่วไต้หวัน มีความเชื่อมั่นคุณภาพของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่างมาก

          พูดถึงหวางหย่งชิ่ง เสียชีวิตไปแล้วเมื่ออายุ 91 ปี ในปี ค.ศ. 2008 ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านป่วยเป็นไข้หวัด คนแก่เป็นไข้หวัดแล้วหายยากเป็นของธรรมดา เพราะสุขภาพแย่ลงตามอายุ ทำให้กลายเป็นปอดอักเสบ มีแพทย์เสนอแนะให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบ เมื่อฉีดแล้ว จะไม่เป็นโรคนี้อีก หวางหย่งชิ่งเชื่อคุณหมอรับการฉีดวัคซีนนี้ ปรากฎว่าตลอดปีนั้น ท่านไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดอีกเลย หวางหย่งชิ่งจึงถามแพทย์ที่ให้การรักษาว่า วัคซีนดีๆ เช่นนี้ ทำไมไม่ฉีดให้กับประชาชน โดยเฉพาะที่สูงอายุ แพทย์บอกว่า ราคาแพงครับท่าน หวางหย่งชิ่งได้ยินแล้ว บอกให้แพทย์รายนี้ไปคำนวณดูว่า คนแก่อายุ 75 ปีขึ้นไปทั่วไต้หวัน มีจำนวนเท่าไหร่ หากรับการฉีดถ้วนหน้าต้องใช้เงินเท่าไหร่ แพทย์ทำการสำรวจแล้วบอกว่า ถ้าฉีดคนอายุ 75 ปีขึ้นไปทุกคน จะต้องใช้เงินร่วม 500 ล้านเหรียญไต้หวัน หวางหย่งชิ่งรับปากทันที ให้แพทย์ไปดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ท่านเป็นผู้ออกเอง และนี่ก็เป็นที่มาของการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบในคนชราของไต้หวันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

 

 

หวางหย่งชิ่ง (Y.C. Wang :王永慶) ประธานฟอร์โมซาพลาสติกส์กรุ๊ป (台塑集團) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ภาวะโลกร้อนทำผู้คนอดรนทนยาก

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60 คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60 คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

2017-07-22 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 60

 

คุณพร้อมรับมือกับโลกที่ทั้งร้อนทั้งเบียดเสียดหรือยัง?

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
คนงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าหมดสิทธิ์เข้าไต้หวันเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

2017-07-21 07:00:00

 

1) โทษและสิทธิ์ของชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าหรือหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

 

       1. แรงงานต่างชาติขาดงานต่อเนื่องกัน 3 วัน โดยไม่สามารถติดต่อได้ นายจ้างจะต้องแจ้งกระทรวงแรงงานเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตการทำงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเพิกถอนใบ ARC แรงงานต่างชาติผู้นั้น จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที หากถูกตรวจพบ นอกจากต้องเตรียมค่าเดินทางกลับประเทศแล้ว ยังจะถูกกักกันและถูกลงโทษปรับเงินฐานพำนักอยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ตามอัตราค่าปรับในข้อ 2

 

       2. ชาวไทยที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา 30 วัน และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แต่ไม่ได้เดินทางกลับประเทศตามกำหนด จะถูกลงโทษปรับเงินดังนี้ :

      2.1 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดไม่เกิน 1 เดือน จะถูกปรับ 1,000 เหรียญไต้หวัน

      2.2 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จะถูกปรับ 3,000 เหรียญไต้หวัน

      2.3 หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดเกิน 3 เดือนขึ้นไป จะถูกปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน

 

      3. กรณีที่เข้ามอบตัว หลังทำเรื่องและเสียค่าปรับตามอัตราค่าปรับในข้อ 2 แล้ว สตม. จะออกหลักฐานให้รอเดินทางกลับไม่เกิน 1 เดือน โดยไม่ต้องถูกกักกัน

 

      4. กรณีทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกโทษปรับเงินตั้งแต่ 30,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป  ไม่เกิน 150,000 เหรียญไต้หวัน

 

      5. ไม่ว่าจะเป็นผู้เดินทางเข้าไต้หวันโดยได้รับการยกเว้นวีซ่าแต่อยู่เลยกำหนด หรือกรณีของแรงงานที่หลบหนีนายจ้างถูกตรวจพบหรือเข้ามอบตัว จะถูกเนรเทศขับออกนอกประเทศ ไม่มีสิทธิ์เดินทางกลับเข้ามาในไต้หวันอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป

 

 คนงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง เมื่อถูกตรวจพบ นอกจากถูกปรับและส่งกลับประเทศแล้ว หมดสิทธิ์เข้าไต้หวันอีกเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป

 

2) เดินทางเข้าไต้หวันได้เพียง 3 เดือน แต่ทำงานไม่ได้ สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ไหม?

 

3) ต่อสัญญาใหม่ทีไต้หวัน ไม่ต้องเสียค่าบริการต่อสัญญาให้แก่บริษัทจัดหางาน กรณีที่ถูกเรียกเก็บ ต้องร้องเรียน เพราะถ้าไม่ร้องเรียน หน่วยงานรัฐจะไม่มีทางทราบเลย

 

4)  ช่วยตัวเองดีกว่า หลังคนงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว บริษัทจัดหางานไม่สามารถเก็บค่าหัวคิวรอบใหม่ได้ เริ่มหาเรื่องเก็บค่าใช้จ่ายจากคนงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้น เช่นพาไปโรงพยาบาลเก็บ 600 เหรียญ ฯลฯ

 

 หลังอนุญาตต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว ทำบริษัทจัดหางานไต้หวันรายได้หด เริ่มหันมาเก็บค่าใช้จ่ายแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น

 

5) นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ แนะวิธีดูแลสุขภาพสำหรับแรงงานไทยในไต้หวัน

 

แพทย์ไทยห่วงสุขภาพแรงงานในไต้หวัน แนะให้ดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น เมื่อไม่สบายต้องไปหาหมอโดยใช้ประกันสุขภาพ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
หยางไหน่เหวิน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-07-21 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหยางไหน่เหวินในเพลง離心力 (หลีซินลี่-แรงเหวี่ยง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เวิร์ลทัวร์คอนเสิร์ต 2018 สถานีแรกของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนที่สิงคโปร์ ขายบัตรหมดภายใน 2 ชั่วโมง ตอนนี้ตั๋วผีระบาดหนัก)

 

หยางไหน่เหวิน (楊乃文) กับอัลบั้มเพลงชุด 離心力 (แรงเหวี่ยง)

 

โจวเจี๋ยหลุน (Jay Chou) เตรียมเปิดคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ช่วงต้นปีหน้า แต่บัตรขายเกลี้ยงแล้ว

 

More
การแข่งขันเกมปริศนา

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 60 - การแข่งขันเกมปริศนา รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 60 - การแข่งขันเกมปริศนา รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน

2017-07-21 10:00:00

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันจะจัดการแข่งขันเกมปริศนา“รู้จักไต้หวัน-รักไต้หวัน” สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หากคุณต้องการรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับไต้หวันมากขึ้นผ่านการเล่นเกม ในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ควรพลาดกิจกรรมดีๆ มีของรางวัลมากมายรอคุณอยู่ค่ะ เริ่มเปิดให้เล่นเกมผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคมศกนี้ หรือเข้าร่วมแข่งขันในสนามแข่ง ที่นครไทจงในวันเสาร์ที่ 22 ก.ค. เวลา 13.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์กงอี้ (巨匠電腦公益認證中心) ที่อยู่台中市西區公益路90號 และที่นครเกาสงในวันเสาร์ที่ 29 ก.ค.เวลา 13.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์ฟ่งซาน (巨匠電腦鳳山認證中心 ) ที่อยู่高雄市鳳山區光遠路320號 สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน หรือบุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยจะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลดิจิตอลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ (新住民數位資訊e網) เข้าร่วมลงทะเบียนสมาชิกและสมัครร่วมกิจกรรมนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปที่ goo.gl/gihucp หรือโทรสมัครร่วมเล่นเกมที่เบอร์ 0800-005-788 โทรฟรี

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     ช่วงแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้เป็นเรื่องของคู่สมรสชาวไทยที่แต่งงานมาอยู่ไต้หวันนาน 18 ปีแล้ว เธอมีชื่อภาษาจีนว่า ซย่าซ่านสี่ (夏善喜) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครอบครัวสนับสนุนให้เธอเปิดร้านทำธุรกิจของตัวเองเป้นครั้งแรก เธอจึงเลือกเปิดร้านนวดแผนไทย โดยมีแนวความคิดว่า ในอดีตที่ผ่านมาเธอได้พยายามเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไต้หวัน และรู้สึกรักไต้หวัน ในวันนี้เธออยากจะทำให้คนไต้หวันได้รู้จักกับวัฒนธรรมภูมิปัญญาของไทยให้มากขึ้น ผ่านภูมิปัญญานวดแผนไทย ติดตามฟังมุมมองและประสบการณ์ของเธอได้ในรายการ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 38-40

More
สวี่อวี้ซิว หนุ่มไต้หวันเพิ่งคว้าแชมป์ชายคู่เยาวชนวิมเบิลดัน

จันเฮ่าฉิง สาวจันคนน้องคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017

จันเฮ่าฉิง สาวจันคนน้องคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017

2017-07-20 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันเฮ่าฉิง สาวตระกูลจันคนน้องควงคู่สาวโรมาเนียร่วมคว้ารองแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2017 ส่วนหนุ่มไต้หวันสวี่อวี้ซิว คว้าแชมป์ชายคู่ในการแข่งระดับเยาวชนของวิมเบิลดัน

- โปรสาวไต้หวันพาเหรดตกรอบศึกกอล์ฟหญิง ยูเอสวีเมนโอเพ่น 2017 ส่วนเจิงหย่าหนีไม่ได้ลงแข่งเนื่องจากไม่ผ่านรอบควอลิฟาย

More