QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ดอกระฆังทองบานสวยที่เจียอี้

ตอนจบของทริปชมซากุระขั้นเทพในไต้หวัน ที่ฟาร์มอู่หลิงหนงฉ่าง

ตอนจบของทริปชมซากุระขั้นเทพในไต้หวัน ที่ฟาร์มอู่หลิงหนงฉ่าง

2017-03-27 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

 

-ดอกระฆังทอง (黃金風鈴) บานสะพรั่งที่ริมแม่น้ำปาจ่างซีในเขตจังหวัดเจียอี้ (嘉義八掌溪 )

-ความสุขความทรงจำไม่มีที่สิ้นสุดกับการชมซากุระที่ฟาร์มอู่หลิงหนงฉ่าง (武陵農場)

 

 

อุโมงค์ดอกระฆังทอง(黃金風鈴) ริมแม่น้ำปาจ่างซี เจียอี้ (嘉義八掌溪 )

 

 ดอกระฆังทอง (黃金風鈴) บานสะพรั่งที่ริมแม่น้ำปาจ่างซีในเขตจังหวัดเจียอี้

 

ดอกซากุระสวยสดใส เห็นแล้วชื่นใจ๊ชื่นใจ

 

 

ดงซากุระบริเวณที่ตั้งแคมป์ของนักท่องเที่ยว

More
ไต้หวันเปิดศูนย์อบรมต่อต้านการก่อการร้ายที่เถาหยวน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 60 ไต้หวันพร้อมรับมือก่อการร้าย พึ่งตนเองด้านการทหาร

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 60 ไต้หวันพร้อมรับมือก่อการร้าย พึ่งตนเองด้านการทหาร

2017-03-27 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 60

 

ไต้หวันพร้อมรับมือก่อการร้าย พึ่งตนเองด้านการทหาร

 

แสดงความคิดเห็นต่อรายการนี้ (tuei@rti.org.tw)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
Mayday จัดฟรีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปีที่สวนสาธารณะต้าอัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของจวงจวนอิง (莊鵑瑛) หรือเสี่ยวฉิว (小球) ในชุด 星之所向 (The Life of Stars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของจวงจวนอิง (莊鵑瑛) หรือเสี่ยวฉิว (小球) ในชุด 星之所向 (The Life of Stars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-03-26 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของจวงจวนอิง (莊鵑瑛) หรือเสี่ยวฉิว (小球) ในชุด 星之所向 (The Life of Stars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (Mayday 五月天 อู่เย่ว์เทียน จัดฟรีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปีที่สวนสาธารณะต้าอัน แฟนเพลงกว่า 3.5 หมื่นคนทะลักสวนสาธารณะต้าอัน)

 

 

Mayday อู่เย่ว์เทียนจัดฟรีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปี ที่สวนสาธารณะต้าอันใจกลางกรุงไทเป

 

ยังเหลือเวลาเปิดการแสดงอีกตั้งหลายชั่วโมง แต่แฟนเพลงนับหมื่นแห่กันไปจับจองที่นั่งรอกันแน่นสวนสาธารณะต้าอันแล้ว

 

 

Mayday จัดฟรีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปีที่สวนสาธารณะต้าอัน เมื่อ 29 มี.ค. 60 แฟนเพลงกว่า 3.5 หมื่นคนทะลักสวน

More
บางครั้งยังต้องเป็นนายแบบให้กับสาวๆ นักท่องเที่ยวด้วย

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560

2017-03-26 11:22:37

 

1. รมว.ไม่พอใจถูกตำรวจตรวจบัตรประชาชน สังคมส่วนใหญ่เชร์ตำรวจว่าทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว

           สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ประเด็นร้อนที่มีการถกกันมากในสังคมไต้หวันเห็นจะไม่มีเรื่องใดเกิน รมว.ใส่รองเท้าแตะไปซื้อเครื่องดื่มสปอร์ตดริ้งค์ที่ร้านสะดวกซื้อในสถานีขนส่งไทเป ถูกตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราสอดส่องเหล่ามิจฉาชีพอยู่ในบริเวณนั้น ขอดูบัตรประชาชน เจ้าตัวไม่ยอมโต้เถียงแล้วเดินหนี กลับถึงบ้านโพสข้อความแสดงความไม่พอใจและต่อว่าตำรวจว่า เดียวนี้ไทเปกลายเป็นรัฐตำรวจไปแล้วหรือ? เขาแค่สวมรองเท้าแตะไปซื้อของที่ 7-11 และใช้สายตาชำเลืองมองไปที่ตำรวจเท่านั้น ก็ถูกสงสัยว่าแล้วเป็นผู้ร้าย ถูกเรียกให้เอาบัตรประชาชนออกมาดู ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดใดๆ

          ความจริงเรื่องนี้  ไม่น่าจะกลายเป็นประเด็นร้อน หากเขาไม่ไปโพสต่อว่าตำรวจ และคงเป็นเพราะมีตำแหน่งเป็นถึง ประธานคณะกรรมการกิจการฮากกา ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ารัฐมนตรี และดำรงตำแหน่งมาแล้วถึง 2 ครั้ง ประจวบเหมาะกับช่วงนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน กำลังผลักดันกฎหมายป้องกันและปราบปรามการจารกรรมข้อมูลจากจีนแผ่นดินใหญ่ ยิ่งทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นที่ถกเถียงกันมาก เพราะร่างกฎหมายที่รัฐบาลจะผลักดันฉบับนี้ หากผ่านสภา ฝ่ายตรวจสอบนอกเครื่องแบบมีสิทธิ์จะขอตรวจค้นบุคคลใดก็ได้ หากสงสัยเขาผู้นั้นจารกรรมหรือส่งข้อมูลให้ฝ่ายตรงข้าม นี่แค่ตำรวจรักษาความปลอดภัยในสังคม ขอตรวจดูบัตรประชาชน เพื่อนก็โวยวายเสียแล้ว

           ประธานคณะกรรมการกิจการชาวฮากกานี้มีชื่อว่า นายหลีหย่งเต๋อ มีภรรยาเป็น ส.ส. ชื่อดัง ทั้งสองสามีภรรยาโพสข้อความในเฟซบุ๊กในทำนองต่อว่าตำรวจ ติดต่อกัน 5 โพส ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเหน็บแนมว่า คงเป็นเพราะตัวตำรวจไม่รูจักตน พอตัวเองถูกตรวจดูบัตรประชาชนก็แสดงความไม่พอใจ แต่ก่อนหน้านี้ มีชาวเน็ตสวดยับกรณีภรรยาเคยไปถีบประตูรมว.กระทรวงยุติธรรมจนพัง กลัวความปลอดภัยกลับขอตำรวจมาให้การคุ้มครอง รวมถึงนายกรัฐมนตรีหลินฉวนและ รมว.กระทรวงยุติธรรมออกมาเชียร์ตำรวจว่า ตำรวจทำหน้าที่อย่างถูกต้องแล้ว จึงทำให้นายหลีหย่งเต๋อและภรรยาเงียบไป

          ปัจจุบันตำรวจไต้หวันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความลำบาก เพราะอาจถูกประชาชนฟ้องกลับว่าทำเกินเหตุ ดังนั้น ตำรวจทุกคน ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ต้องติดกล้องถ่ายขนาดจิ๋วแบบพกพาไว้ที่ด้านหน้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันหากมีประชาชนฟ้อง

          ท่านที่อยู่ในไต้หวันเคยถูกตำรวจเรียกดูเอกสารประจำตัวไหม? มีความเห็นว่าตำรวจไต้หวันสุภาพหรือเปล่า?

 

นายหลีหย่งเต๋อ ประธานคณะกรรมการกิจการชาวฮากกา คนใส่เสื้อเหลืองสวมรองเท้าแตะ โต้เถียงกับตำรวจขณะถูกเรียกขอตรวจบัตรประชาชน

 

ในภาพเล็กเป็นภาพเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นางชิวอี้หยิง ภรรยานายหลี่ ซึ่งเป็น ส.ส. บุกกระทรวงยุติธรรมและถีบประตูห้องรมว. จนพัง

 

ตำรวจไต้หวันทำหน้าที่หนักและปฏิบัติตัวลำบาก ในภาพตำรวจใช้เวลาว่างรีบทานข้าวกล่อง ขณะรักษาการณ์ในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงนอกสภาฯ

 

ต้องตรวจตราเหล่ามาเฟียตามสถานบันเทิงต่างๆ

 

ตรวจยาเสพและการทำงานอย่างผิดกฎหมายของชาวต่างชาติติดตามแหล่งบันเทิง

 

ตรวจสกัดการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามท่าเรือ

 

ตรวจลากรถที่จอดในสถานที่ห้ามจอด

 

คอยให้คำแนะนำแก่ชาวต่างชาติที่หลงทาง

 

เป็นพี่เลี้ยงและช่วยตามหาพ่อแม่ของเด็กที่เดินหลงทาง

 

บางครั้งยังต้องเป็นนายแบบจำเป็นให้กับสาวๆ นักท่องเที่ยวด้วย

 

2. ชาวไต้หวันนิยมดื่มเครื่องดื่มอย่างมาก ทำให้ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแบบเขย่า (手搖飲料) ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด อัตราความหนาแน่นของร้านขายเครื่องดื่มแบบเขย่า ไม่แพ้ร้านสะดวกซื้อเลยทีเดียว จากสถิติพบว่า ปีที่แล้ว ชาวไต้หวันซื้อเครื่องดื่มจากร้านขาย 1,200 ล้านแก้ว ยอดขายกว่า 80,000 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และยังพบพฤติกรรมการดื่มที่แตกต่างกันระหว่างคนภาคเหนือและภาคใต้ โดยคนภาคเหนือซึ่งอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นกว่า นิยมดื่มเครื่องดื่มแบบอุ่นหรือร้อนและไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่ในปริมาณน้อย ขณะที่คนภาคใต้นิยมใส่น้ำแข็งและชอบรสชาติหวานกว่า

 

 

 

ชาวไต้หวันนิยมดื่มเครื่องดื่มทุกประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่มแบบเขย่า (手搖飲料 อ่านว่า โส่วเหยาอิ่นเลี่ยว)

 

 

ร้านขายเครื่องดื่มแบบเขย่าผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด มีอัตราความหนาแน่นไม่แพ้ร้านสะดวกซื้อ แต่ละร้านงัดกลยุทธเด็ดดึงดูลูกค้า

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
พิธีลงนามความร่วมมือวิจัยพัฒนาเรือดำน้ำ

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 25 มี.ค. 60 ไต้หวันต้องสร้างเครื่องบินรบและเรือดำน้ำเอง อุตสาหกรรมกลาโหมจึงจะมีอนาคต

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 25 มี.ค. 60 ไต้หวันต้องสร้างเครื่องบินรบและเรือดำน้ำเอง อุตสาหกรรมกลาโหมจึงจะมีอนาคต

2017-03-25 14:13:17

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 25 มี.ค. 60

 

ไต้หวันต้องสร้างเครื่องบินรบและเรือดำน้ำเอง อุตสาหกรรมกลาโหมจึงจะมีอนาคต

 

แสดงความคิดเห็นต่อรายการนี้ (tuei@rti.org.tw)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ปัจจุบันในไต้หวันเต็มไปด้วยแรงงานอินโดนีเซีย

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560

2017-03-25 07:44:21

 

1. แรงงานอินโดผิดกฎหมายกล่าวหานายจ้างใช้แรงงานทาสนาน 14 ปี  

          บริษัทฉวนเซิ่ง (筌聖) โรงงานผลิตภัณฑ์ถั่วในนครเกาสง ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบใช้แรงงานต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและค้ามนุษย์ โดยว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 3 คน เป็นระยะเวลายาวนาน ในจำนวนนี้ อาฟาง แรงงานหญิงอินโดนีเซียอายุ 46 ปี กล่าวว่าตนทำงานวันละ 15 ชั่วโมงมาเป็นเวลานาน 14 ปี ตั้งแต่ลูกชายยังมีอายุ 2 ขวบ จนขณะนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ข่าวนี้เมื่อถูกเผยแพร่ทางทีวี ก็มีชาวไต้หวันจำนวนมากออกมาประนามพฤติกรรมของนายจ้างรายนี้ว่า ทำลายภาพลักษณ์ชื่อเสียงนายจ้างไต้หวันโดยรวม แต่ก็มีเสียงที่แตกต่างกันกล่าวว่า ทุกวันนี้ แรงงานต่างชาติมีโทรศัพท์มือถือกันทุกคน และในไต้หวันผู้คนอยู่กันอย่างแออัด โอกาสที่จะกดขี่และใช้แรงงานทาสค่อนข้างยาก โดยเฉพาะเป็นเวลานานถึง 14 ปี นายหวงเก่าเจ๋ นายกสมาคมการจัดหางานนครเถาหยวน ซึ่งกล่าวในรายการทีวีว่า ดูจากสภาพการณ์ของโรงงานแล้ว ไม่น่าจะถูกกักบริเวณนานถึง 14 ปีตามที่สื่อมวลชนรายงาน และไม่ใช่แรงงานอินโดนีเซียรายนี้เพียงคนเดียว ยังมีแรงงานชาติอื่น ปัจจุบันการสื่อสารเจริญรุดหน้าไปมาก โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์จำพวกไลน์และเฟซบุ๊ก สามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงได้ง่าย ขณะที่นายจ้างออกมาขอโทษและยอมรับผิดแต่เพียงว่า ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้จำกัดเสรีภาพ แรงงานต่างชาติสามารถออกไปซื้อของนอกโรงงานได้

         อย่างไรก็ตาม กองแรงงานนครเกาสงลงโทษปรับนายจ้าง 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน และบริษัทจัดหางานที่จัดหางาน 500,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังถูกส่งฟ้องศาลข้อหาค้ามนุษย์ ทางด้านกองศึกษาธิการเกาสง ได้สั่งโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง ห้ามซื้อผลิตภัณฑ์จากโรงแห่งนี้อีกต่อไป

         ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คงต้องรอคำพิพากษาของศาลออกมาก่อน แต่ที่แน่ๆ นายจ้างรายนี้ โดนหนัก อาจถึงขั้นปิดกิจการไปเลย นี่เป็นผลจากการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย และถือโอกาสนี้เรียกร้องพี่น้องแรงงาน อย่างหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไม่มีหลักประกันใดๆ นอกจากอาจถูกกดขี่จากนายจ้างผิดกฎหมายแล้ว หลังหลบหนีออกไป 3 วัน นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งกระทรวงแรงงาน เพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถอนสมาชิกภาพประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ จะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือหางานทำยาก เพราะกฎหมายไต้หวันลงโทษค่อนข้างรุนแรง ทำให้นายจ้างส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง อีกทั้งยังต้องผวากับการถูกจับ อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้เสียสุขภาพกายและจิต 

 

 อาฟาง แรงงานหญิงอินโดนีเซียอายุ 46 ปี (คนซ้าย) กับเพื่อนร่วมงานชาวฟิลิปปินส์และเวียดนาม (Cr: Chinatimes.com)

 

ฉวนเซิ่ง โรงงานผลิตภัณฑ์ถั่วในนครเกาสง ถูกตรวจพบใช้แรงงานต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย

 

 

เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโรงงานฉวนเซิ่ง และตั้งข้อหาจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายและค้ามนุษย์

 

นางไช่ เจ้าของโรงงานฉวนเซิ่ง รับสารภาพจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมาย แต่ปฏิเสธข้อหาค้ามนุษย์

          

2. สหรัฐเผยแพร่รายงานสิทธิมนุษยชนทั่วโลกปี 2559 ห่วงใยสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติและผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

        กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ประจำปี 2559 (Human Rights Reports for 2016) ซึ่งครอบคลุม 195 ประเทศ ใน 6 ภูมิภาคทั่วโลก โดยรายงานฯ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ แบบไม่มีการจัดลำดับและไม่ระบุข้อเสนอแนะ ทั้งนี้ ในส่วนของไต้หวัน ได้แสดงความห่วงใยต่อปัญหาการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะลูกเรือประมงและผู้อนุบาลในครัวเรือน รายงานระบุว่า ในไต้หวันยังมีสภาพการณ์เหยียดเชื้อชาติคู่สมรสที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนแผ่นดินใหญ่

 

คู่สมรสต่างชาติพำนักในไต้หวัน 4 ปี สามารถโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันได้ แต่คู่สมรสจีนแผ่นดินใหญ่ต้องใช้เวลา 6 ปี

 

       รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งมีความหนา 27 หน้าฉบับนี้ กล่าวว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ยังปรากฏสภาพการณ์ถูกนายจ้างทำร้ายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ทางการจะมีระบบร้องทุกข์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักไม่ค่อยกล้าร้องเรียน เนื่องจากกลัวถูกนายจ้างยกเลิกสัญญาต้องเดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถหาเงินใช้หนี้ที่จ่ายเป็นค่าบริการจัดหางานแก่บริษัทจัดหางาน รายงานกล่าวว่า ปัจจุบัน แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีจำนวนมากกว่า 600,000 คน ส่วนใหญ่เดินทางมาจากอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์และไทย ในด้านการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ยังมีนายจ้างไต้หวันจำนวนหนึ่ง ไม่ได้จ่ายค่าจ้างทำงานล่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนด รายงานฉบับนี้ อ้างอิงรายงานการตรวจสอบทางด้านแรงงานปี 2558 ของกระทรวงแรงงานไต้หวันที่กล่าวว่า มีนายจ้างประมาณ 30% ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

 

สหรัฐชี้ ไต้หวันไม่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง แต่ยังเป็นห่วงการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้ใช้แรงงาน

         

          ด้านปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ การใช้ความรุนแรงและการค้ามนุษย์ รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2559 สัดส่วนของแรงงานต่างชาติ คู่สมรสต่างชาติและจีนแผ่นดินใหญ่ในไต้หวัน สูงถึงร้อยละ 2 ของประชากรทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่สมรสต่างชาติและจีนแผ่นดินใหญ่ ตกเป็นเป้าหมายของการเหยียดเชื้อชาติ ทั้งในครอบครัวและนอกบ้าน

          ต่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฉบับข้างต้น นายหลิน เห้อหมิง โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีของไต้หวันแถลงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติหลายฉบับ เช่น ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ลดชั่วโมงการทำงานลงเหลือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์เป็น 2 วัน และยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังจากทำงานครบสัญญา 3 ปี ฯลฯ นอกจากมาตรการเหล่านี้แล้ว ในอนาคต รัฐบาลยังจะยกระดับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างต่อเนื่อง

          ทั้งนี้ ในปี 2559 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา ได้จัดให้ไต้หวันอยู่ในบัญชีกลุ่ม 1 หรือระดับ Tier 1 ของการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ยอดเยี่ยมต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 7

 

สหรัฐเผยแพร่รายงานสิทธิมนุษยชนทั่วโลกปี 2559 ห่วงใยปัญหาการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

 

3. นับตั้งแต่รัฐบาลไต้หวันผลักดันนโยบายมุ่งสู่ใต้ครั้งใหม่ โดยยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่นักท่องเที่ยวไทย เมื่อ 1 ส.ค. 59 เป็นต้นมา มีขบวนการค้ากามอาศัยช่องทางดังกล่าว นำเข้าหญิงไทยมาขายบริการทางเพศหรือทำงานในร้านนวดแผนไทยที่ไต้หวัน หญิงไทยเหล่านี้ หลังจากเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนแล้ว จะมีรถมารับออกจากสนามบินนำไปส่งตามจุดขายบริการต่างๆ ขณะนี้ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วกว่า 100 คน

 

ของกลางที่ยึดได้จากหญิงไทยที่เดินทางมาขายประเวณีที่กรุงไทเป

 

หญิงไทยที่เดินทางมาขายบริการและถูกจับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

 

4. คุณธัญญพรจากไถหนาน เล่าการฟังรายการผ่านแอพ RTI ว่าสะดวกทันใจ ฟังเมื่อไหร่ก็ได้ และเป็นห่วงแรงงานไทยที่ลดจำนวนลงไปอย่างมาก ทุกวันนี้ที่ไถหนาน มองไปทางไหน จะเห็นแต่แรงงานชาติอื่น ไม่เห็นคนงานไทย  และขอเป็นกำลังใจแรงงานไทยในไต้หวันทุกคน ขอให้สู้ๆ

 

 

5. คุณมณธิชา เล่าประสบการณ์การต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันโดยไม่ต้องกลับประเทศไทยว่า ตนต่อเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเสียค่าต่อสัญญาใดๆ เพียงแค่เสียค่าบริการดูแลแก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญ

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โจวเจี๋ยหลุน (Jay Chou)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนในเพลงปู้ไก (不該) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนในเพลงปู้ไก (不該) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-03-24 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน (周杰倫 Jay Chou) ในเพลงปู้ไก (不該-ไม่ควร) ที่เจ้าตัวร้องคู่กับอาเมย จางฮุ่ยเม่ย (張惠妹 aMEI) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หนุ่มเจย์อึ้ง แฟนเพลงรุ่นลุงตะโกนเรียกชื่อในคอนเสิร์ต นึกว่ามาทวงเงิน)

 

โจวเจี๋ยหลุนเจอเซอร์ไพร์สจากแฟนเพลงรุ่นลุงกลางคอนเสิร์ต

 

หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนร้องคู่กับอาเมย จางฮุ่ยเม่ยในเพลงปู้ไก (不該-ไม่ควร) ฟังเพลงนี้ผ่านยูทูป

More
งานประกวดร้องเพลง ประชันเสียงชาวอาเซียนครั้งที่ 2

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.พ. 60 - งานประกวดร้องเพลง ประชันเสียงชาวอาเซียนครั้งที่ 2

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.พ. 60 - งานประกวดร้องเพลง ประชันเสียงชาวอาเซียนครั้งที่ 2

2017-04-05 17:22:22

กองแรงงาน เทศบาลไทจง จัดงานประกวดร้องเพลง ประชันเสียงชาวอาเซียน ครั้งที่ 2 第2屆「移鳴驚人‧東協好聲音才藝競賽暨移工免費義診活動」แข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย.นี้ ชิงเงินรางวัลสูงสุด 8,000 เหรียญไต้หวัน ลงทะเบียนสมัครได้ที่ http://bit.ly/2nTISgA หรือ 04-37027700 เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 27 มี.ค. ศกนี้ 

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการฟัง ระดับกลาง Band B ข้อ 48

More
จันหย่งหราน (詹詠然) และ มาติน่า ฮิงกิสส์

จันหย่งหราน (詹詠然) ควงคู่มาติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ที่อินเดียนเวลส์ของสหรัฐฯ

จันหย่งหราน (詹詠然) ควงคู่มาติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ที่อินเดียนเวลส์ของสหรัฐฯ

2017-03-23 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหราน (詹詠然) ควงคู่มาติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์เทนนิสหญิงคู่ที่อินเดียนเวลส์ของสหรัฐฯ เป็นแชมป์รายการแรกร่วมกันของทั้งคู่หลังจากเพิ่งจับคู่ลงแข่งเป็นรายการที่ 3 เท่านั้น

More
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจ้างคนไต้หวันขับแท็กซี่ขนต้นสนฮิโนกิถูกจับ

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 22 มีนาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 22 มีนาคม 2560

2017-03-23 09:10:53

 

 1. ส.ส.จี้แก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลของแรงงานต่างชาติที่ป่วยหนักและไร้นายจ้าง กระทรวงแรงงานรับจะเชิญ สนร.ประเทศผู้ส่งออกประชุมหาทางออก

          แรงงานต่างชาติที่ยกเลิกสัญญา ไม่มีนายจ้าง ซึ่งสมาชิกภาพกองทุนประกันสุขภาพจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย เมื่อเกิดอาการป่วยหนัก ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล กลายเป็นปัญหาปวดหัวของกระทรวงแรงงาน

          เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายเฉินเสวียเซิ่ง และนางสาวหลินลี่ฉาน 2 สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจัดแถลงข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลจำนวน 237,200 คน ในแต่ละปีมีแรงงานต่างชาติที่เจ็บป่วยอาการหนัก ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตประมาณ 1,500 คน ตามกฎระเบียบในปัจจุบัน นายจ้างมีหน้าที่ต้องดูแลแรงงานต่างชาติในระหว่างสัญญา ในกรณีที่แรงงานต่างชาติสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน นายจ้างมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้ แต่แรงงานต่างชาติที่ป่วยหนักและถูกนายจ้างยกเลิกสัญญาไปแล้ว กฎหมายกลับไม่ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือแต่ประการใด ส.ส.พรรคก๊กมินตั๋งทั้งสองแถลงว่า นางริต้า แรงงานหญิงอินโดนีเซีย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในตำแหน่งผู้อนุบาล ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 ทำงานได้เพียง 9 เดือน ก็ป่วยเป็นอัมพาตด้วยโรคระบบไขสันหลังบกพร่อง ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ต้องนอนบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน และกำลังจะครบสัญญา 3 ปี ในวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ เนื่องจากนางริต้า ไม่สามารถทำงานได้ นายจ้างได้ยกเลิกสัญญาตามกฎหมาย ทำให้สูญสิ้นสมาชิกภาพกองทุนประกันสุขภาพไปด้วย ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล ไม่มีใครรับผิดชอบ กฎหมายอนุญาตให้นายจ้างยกเลิกสัญญาได้ หากแรงงานต่างชาติสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน แต่ไม่มีมาตรการรองรับใดๆ จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทบทวนนโยบายและหาทางช่วยเหลือ

          ด้านกระทรวงแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน หากประสบอุบัติเหตุหรือจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน กระทรวงแรงงานมีเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือได้ สูงสุด 100,000 เหรียญไต้หวัน และกรณีของนายริต้า กระทรวงแรงงานได้อนุมัติเงินสงเคราะห์ดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 และหากแรงงานต่างชาติที่ประสบปัญหาในทำนองเดียวกันนี้ สามารถโทรศัพท์ไปร้องเรียนขอรับความช่วยเหลือได้ ที่สายด่วนร้องทุกข์ 1955 พร้อมทั้งได้ขอให้สำนักงานแรงงานอินโดนีเซียช่วยประสานญาติพี่น้องผู้ป่วย เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไปแล้ว และกระทรวงแรงงานเตรียมเชิญสำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออกแรงงานอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์และไทย มาร่วมประชุมในเร็วๆ นี้ เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ในที่ประชุม จะเรียกร้องให้ประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่แรงงานของตนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน พร้อมทั้งจะเสนอให้ร่วมกันตั้งกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินแรงงานต่างชาติที่ประสบความทุกข์ร้อนด้วย

          ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า ได้ให้ความช่วยเหลือ ในการต่ออายุใบถิ่นที่อยู่ หรือ ARC แก่นางริต้า เพื่อให้อยู่รักษาในไต้หวันต่อไปได้อย่างถูกกฎหมายต่อไปแล้ว.....

 

 

 นายเฉินเสวียเซิ่ง (คนถือไมค์) และน.ส.หลินลี่ฉาน (คนที่ 2 จากขวา)  2 ส.ส.พรรคก๊กมินตั๋ง จี้รัฐบาลแก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลของแรงงานต่างชาติที่ป่วยหนักและไร้นายจ้าง

 

 แรงงานต่างชาติที่ถูกยกเลิกสัญญา เมื่อเกิดอาการป่วยหนัก ใครจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล กลายเป็นปัญหาปวดหัวของกระทรวงแรงงาน

 

2.ผู้อนุบาลเวียดนามประมาท จุดเทียนบนกระดาษ เผาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาววอด ตาย 4 บาดเจ็บอีก 13

          เมื่อรุ่งเช้าเวลา 05.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว Bamahome ในเขตหลงถาน นครเถาหยวน เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุในศูนย์แห่งนี้ เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บอีก 13 คน ตำรวจดับเพลิงพบว่า ก่อนเกิดเหตุ แรงงานเวียดนามที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลรายหนึ่งจุดเทียนไขบนแผ่นกระดาษ โดยหยดน้ำตาเทียนไว้บนกระดาษเพื่อยึดแท่งเทียนให้มั่น ใต้กระดาษเป็นผ้าปูโต๊ะและตู้ไม้ สันนิษฐานว่า เทียนไขเอียงล้มหรือเทียนหมด ทำให้ผ้าปูโต๊ะเกิดการลุกไหม้ จนลุกลามกลายเป็นเพลิงไฟเผาอาคารห้องพักของศูนย์ฯ ซึ่งรับดูแลผู้สูงอายุ 21 คน มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 13 คน

          นายจง เจ้าของศูนย์ฯ และผู้อนุบาลเวียดนามรายนี้ ถูกจับดำเนินคดีข้อหาทำหน้าที่โดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะสอบปากคำ ผู้อนุบาลเวียดนามรายนี้ให้การว่า รุ่งเช้าตีหนึ่งของวันที่ 10 มี.ค. ก่อนเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ตนจึงนำเทียนไขสีแดง 2 เล่มมาจุดเพื่อให้ส่องสว่าง เนื่องจากหาฐานรองเทียนไม่ได้ จึงใช้กระดาษมารอง พอถึงช่วงตี 3 เทียนหมดแล้ว ตนได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเล่มใหม่ จนถึงเวลาประมาณ 05.00 น. ตนสะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นควันเต็มห้อง พบว่า ไฟได้ลุกไหม้เกือบทั่วทั้งห้องแล้ว จึงรีบกระโดดหนีตายทางหน้าต่างชั้น 2 เป็นเหตุให้ขาได้รับบาดเจ็บ

          นายจงเฉาหลิน เจ้าของศูนย์ฯ กล่าวว่า มีผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแล 21 คน เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 13 คน และรับรองว่า ตนจะรับผิดชอบเต็มที่ เบื้องต้น ทางศูนย์จ่ายค่าทำขวัญแต่ทายาทผู้ตายรายละ 200,000 เหรียญไต้หวัน และจ่ายค่าทำขวัญแก่ผู้บาดเจ็บรายละ 50,000 เหรียญไต้หวัน สำหรับค่าชดใช้ จะเจรจากับทายาทภายหลัง

          ด้านกองสังคมสงเคราะห์ นครเถาหยวนแถลงว่า นายจ้างรายนี้ ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบการป้องกันภัย ถูกลงโทษปรับ 360,000 เหรียญไต้หวัน และจะมีการตรวจเข้มความปลอดภัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวทุกแห่ง

          เจ้าหน้าที่ดับเพลิง นครเถาหยวนกล่าวเตือนว่า การจุดเทียนในห้อง เป็นสิ่งอันตราย ควรหลีกเลี่ยง ยามไฟฟ้าดับ ควรใช้ไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่างฉุกเฉิน แต่หากมีความจำเป็นต้องจุดเทียนไข ต้องจุดบนฐานหรือจุดในภาชนะที่เป็นเหล็ก รอบๆ ปราศจากวัตถุไวไฟหรือลุกไหม้ได้ง่าย และต้องคอยระมัดระวัง จะออกห่างหรือเข้านอนไม่ได้

          ปัจจุบันเนื่องจากประชากรสูงวัยในไต้หวันเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวจึงผุดขึ้นจำนวนมาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 ทั่วไต้หวันมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาตจดทะเบียนจำนวน 1,082 แห่ง รองรับผู้สูงอายุกว่า 47,000 คน ขณะที่มีผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งดูแลผู้สูงอายุอยู่ในศูนย์ฯ 14,216 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลเวียดนามมากที่สุด มี 10,519 คน รองลงมาเป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 2,499 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 1,161 คน ส่วนแรงงานไทยที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในองค์กร ได้แก่ศูนย์ดูแลและบำบัดผู้สูงอายุและผู้ป่วย 37 คน

 

 ผู้อนุบาลเวียดนามประมาท จุดเทียนบนกระดาษ เผาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาววอด ตาย 4 บาดเจ็บอีก 13 (Cr:Liberty Times)

 

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว Bamahome ในเขตหลงถาน นครเถาหยวน ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ (Cr:Liberty Times)

 

3. เหิมเกริม! รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจ้างคนไต้หวันขับแท็กซี่ขนต้นสนฮิโนกิ

          แรงงานเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 3 คน คิดการใหญ่ จ้างชาวไต้หวัน 2 คน ขับแท็กซี่และรถยนต์เล็กส่วนบุคคลอย่างละคันขึ้นภูเขาอาลีซานในเมืองเจียยี่กลางดึก เพื่อลำเลียงต้นสนฮิโนกิ ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หวงห้ามราคาแพง ถูกตำรวจป่าไม้เมืองเจียยี่ตรวจพบและจับกุมได้ทั้งหมด 5 คน ยึดของกลางเป็นไม้สนฮิโนกิที่ตัดเรียบร้อยแล้ว 6 ท่อน ราคาท้องตลาดกว่า 1 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป ตำรวจจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้ และข้อหาโจรกรรม

            โฆษกตำรวจป่าไม้เมืองเจียยี่แถลงว่า เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ตรวจพบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจำนวน 3 คน และชาวไต้หวันอีก 2 คน ใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้รถแท็กซี่ขนท่อนสนฮิโนกิจำนวน 6 ท่อน ลงจากภูเขาอาลีซานก่อน ขณะที่คนงานเวียดนามโดยสารรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาข้างหลัง แต่ไม่วายถูกจับทั้งหมดพร้อมของกลาง

          จากการสอบสวน ชาวไต้หวันทั้งสองให้การว่า รับจ้างคนงานเวียดนามขนต้นไม้จากภูเขาอาลีซาน ในราคาเที่ยวละ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่อ้างว่า ไม่ทราบเป็นต้นสนฮิโนกิ ซึ่งเป็นต้นไม้ราคาแพงและเป็นไม้หวงห้าม ส่วนแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทั้ง 3 คน ให้การวกไปวนมา มีเจตนาเลี่ยงคำถามของตำรวจ เพียงแต่ตอบว่า ทั้ง 5 คนมาจากเมืองจางฮั่ว ต้องการขนไม้กลับที่พักเพื่อใช้งาน ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้และโจรกรรม

          คนงานเวียดนามผิดกฎหมาย นับวันคิดการใหญ่และเหิมเกริมมากขึ้น จากที่เคยเป็นผู้รับจ้างขนไม้อย่างผิดกฎหมาย ปัจจุบันยกระดับมาเป็นเถ้าแก่ ว่าจ้างชาวไต้หวันช่วยตนลำเลียงไม้อย่างผิดกฎหมาย และไม้ฮิโนกิ เป็นไม้ตระกูลสน ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าไซเพรส (Cypress) ขึ้นบนยอดเขาสูงที่มีอากาศเย็น จุดเด่นของไม้ฮิโนกิคือมีกลิ่นหอม หรือบางคนเรียกว่า “ไม้หอม” เป็นไม้ที่ดูดกลิ่นอับได้ดี สามารถป้องกันแมลงต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น มด ปลวกและเชื้อรา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะไม้ฮิโนกินั้นมีสารเอสเซนเชียลออยล์หรือน้ำมันหอมละเหย นิยมนำไปทำสบู่ น้ำหอม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อระบบการเดินหายใจได้ ฯลฯ ด้วยคุณสมบัติดีๆ อย่างที่กล่าวมา จึงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ทุกวันนี้ต้นฮิโนกิเหลือน้อยและมีราคาแพง ในไต้หวันจัดให้เป็นไม้หวงห้าม ห้ามตัดห้ามซื้อขาย แต่ยังปรากฏข่าวลักลอบตัดและลำเลียงเป็นประจำ ที่ผ่านมา แก๊งลักลอบตัดไม้ฮิโนกิ หรือแก๊งมอดไม้ในไต้หวัน นิยมว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย นี่เป็นครั้งแรกที่ปรากฏข่าวแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ว่าจ้างชาวไต้หวันลักลอบลำเลียงไม้หวงห้าม

 

 

 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจ้างคนไต้หวันขับแท็กซี่ขนต้นสนฮิโนกิถูกจับ

 

 

ไม้ฮิโนกิ เป็นไม้ตระกูลสน มีกลิ่นหอม ดูดกลิ่นอับได้ดี ป้องกันแมลงต่างๆ ได้ดี ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงมีราคาแพง ในไต้หวันถูกจัดให้เป็นต้นไม้อนุรักษ์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
อันดับ 1 ไก่ทอด

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 60 - อาหารในตลาดไนท์มาร์เก็ตที่คนไต้หวันชื่นชอบ ตอนที่ 2

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 60 - อาหารในตลาดไนท์มาร์เก็ตที่คนไต้หวันชื่นชอบ ตอนที่ 2

2017-03-24 20:39:17

 สัปดาห์นี้พาไปติดดาวคนไต้หวันชื่นชอบอาหารอะไร เวลาไปตลาดไนท์มาร์เก็ต ตอนที่ 2 เชิญพบกับ อันดับ 1-5 ค่ะ

 

อันดับ 1 ไก่ทอด 雞排 จีไผ

 

 

อันดับ 2 เต้าหู้เหม็น 臭豆腐 โช่วโต้วฝู่

 

อันดับ 3 ชานมไข่มุก 珍珠奶茶 เจินจูไหน่ฉา

 

อันดับ 4 ไก่ทอดชิ้นเล็กๆ 鹽酥雞 เหยียนซูจี

 

อันดับ 5 หอยทอดสไตล์ไต้หวัน 蚵仔煎 เอ๋ออ้าเจียน

 

More
ป้ายทางเข้าอุทยานแห่งชาติเสวี่ยป้า

ไปชมซากุระที่ฟาร์มอู่หลิง แหล่งชมซากุระระดับเทพของไต้หวัน (1)

ไปชมซากุระที่ฟาร์มอู่หลิง แหล่งชมซากุระระดับเทพของไต้หวัน (1)

2017-03-20 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-จะพาทุกท่านไปเที่ยวชมความงามของดอกซากุระที่ฟาร์มอู่หลิง (武陵農場 : อู่หลิงหนงฉ่าง) แหล่งชมซากุระระดับเทพของไต้หวัน ตอนที่ 1

 

ป้ายทางเข้าอุทยานแห่งชาติเสวี่ยป้า (雪霸國家公園) ที่ใครผ่านก็ต้องขอแวะลงมาถ่ายรูป

 

สุดหล่อของเราที่ทางเข้าอุทยานแห่งชาติเสวี่ยป้า (雪霸國家公園) (ผอมไปเลยเมื่อเทียบกับคนข้างๆ ฮิๆๆๆ)

 

ซากุระบานสะพรั่ง เต็มฟาร์มอู่หลิง (武陵農場)

 

 

ปลาแซลมอนไต้หวัน (櫻花鉤吻鮭) สัตว์น้ำหายากที่มีเฉพาะในไต้หวันเท่านั้น

More