QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

จีดีพี ไต้หวันปีนี้โตเกิน 2%

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 6 มิ.ย. 60 จีดีพี ไต้หวันปีนี้โตเกิน 2%

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 6 มิ.ย. 60 จีดีพี ไต้หวันปีนี้โตเกิน 2%

2017-06-06 11:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 6 มิ.ย. 60

 

จีดีพี ไต้หวันปีนี้โตเกิน 2% 

รมว. เศรษฐการไต้หวันย้ำมุ่งใต้ใหม่เน้นแบ่งปันประสบการณ์พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม

กระทรวงศึกษาไต้หวันทุ่ม 60,000 ล้าน ดันการศึกษาสุดยอด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
อันดับ 5 ไปทำกิจกรรมทางน้ำ 進行水上活動

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. 60 - 10 อันดับวิธีคลายร้อนของคนไต้หวัน ตอนที่ 2

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. 60 - 10 อันดับวิธีคลายร้อนของคนไต้หวัน ตอนที่ 2

2017-06-07 22:18:13

อากาศร้อนๆ แบบนี้ จะคลายร้อนยังไงดีนะ? สัปดาห์นี้ไปติดดาว 10 อันดับวิธีคลายร้อนของคนไต้หวัน อันดับ 1-5 กันต่อค่ะ 

 

อันดับ 1 กินของเย็น 吃冰品 

 

 

อันดับ 2 กินอาหารที่มีสีแดงเยอะๆ 多吃紅色食物

 

 

อันดับ 3 เปิดแอร์ 開冷氣

 

 

อันดับ 4 กินอาหารที่มีธาตุเย็น 食用涼性食物

 

 

อันดับ 5 ไปทำกิจกรรมทางน้ำ 進行水上活動

 

More
เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน

นั่งรถไฟสำราญเที่ยวเน่ยวันและสถานีรถไฟเก่าแก่ทางภาคกลางด้วยขบวนรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ

นั่งรถไฟสำราญเที่ยวเน่ยวันและสถานีรถไฟเก่าแก่ทางภาคกลางด้วยขบวนรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ

2017-06-05 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวันที่จังหวัดไถตงจะจัดระหว่างวันที่ 30 มิ.ย. - 6 ส.ค. 60

-เราจะพาคุณผู้ฟังไปนั่งรถไฟสำราญเที่ยวเน่ยวันและสถานีรถไฟเก่าแก่ทางภาคกลางด้วยขบวนรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ

 

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน 2017 จะจัดระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.- 6 ส.ค. 60 ที่ไถตง ภาคตะวันออกของเกาะไต้หวัน

 

 

 

สถานีรถไฟเน่ยวันที่เมืองซินจู๋ (內灣車站)

 

เที่ยวไปตามทางรถไฟสายเก่ากับหัวรถจักรไอน้ำ DDT668

More
ไต้หวันกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานได้ตามกฎหมาย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. 60 ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันฟันธงห้ามเพศเดียวกันแต่งงานละเมิดรัฐธรรมนูญ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. 60 ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันฟันธงห้ามเพศเดียวกันแต่งงานละเมิดรัฐธรรมนูญ

2017-06-05 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. 60

 

ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันฟันธงห้ามเพศเดียวกันแต่งงานละเมิดรัฐธรรมนูญ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เฮ้อจวินเสียง

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่อี้จวิน (李翊君) ในชุด 愛情路口 (อ้ายฉิงลู่โข่ว-ความรักบนทางแยก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่อี้จวิน (李翊君) ในชุด 愛情路口 (อ้ายฉิงลู่โข่ว-ความรักบนทางแยก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-04 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่อี้จวิน (李翊君) ในชุด 愛情路口 (อ้ายฉิงลู่โข่ว-ความรักบนทางแยก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จู่ๆพระเอกหนุ่มเฮ้อจวินเสียงก็ประกาศข่าวแต่งงานพร้อมโพสภาพลูกสาววัย 4 เดือนบนเฟสบุ๊ค)

More
ยังนิยมทำเป็นถุงข้าวมงคล แทนการเผากระดาษเงินกระดาษทองและจุดธูปเทียน

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 60

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 60

2017-06-06 20:59:19

 

1. รักษ์โลกรักชาวนา! วัดและศาลเจ้าในไต้หวันใช้ข้าวมงคลเซ่นไหว้เทพเจ้าแทนการจุดธูปเทียนและเผาประดาษเงินกระดาษทอง เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันช่วยเกษตรกรชาวไร่ชาวนาได้ด้วย

      ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ยังสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะพิธีกรรมทางศาสนา และสิ่งที่ขาดไม่ได้ขณะเซ่นไหว้ ก็คือจุดธูปเทียน แถมด้วยเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยเชื่อว่า เป็นการอุทิศบุญกุศลและส่งเงินให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว สามารถนำไปใช้ในยมโลกได้ เพราะฉะนั้น ในเทศกาลสำคัญ ชาวไต้หวันมักจะทำพิธีเซ่นไหว้ที่บ้าน หรือไปเซ่นไหว้ที่วัดหรือศาลเจ้า ประเพณีดังกล่าว แม้นจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมานาน แต่ทว่า การจุดธูปเทียนและเผากระดาษเงินกระดาษทอง ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ลองคิดดูว่า ผู้คนนับพันเซ่นไหว้พร้อมกัน ควันธูปเทียนและควันจากการเผากระดาษเงินกระดาษทอง จะโขมงขนาดไหน? คุกคามทำลายสุขภาพของผู้ไปทำพิธีมากเพียงใด?

 

ในเทศกาลต่างๆ ชาวจีนจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยเชื่อว่า เป็นการอุทิศบุญกุศลและส่งเงินให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

 

      จากสถิติพบว่า ในแต่ละปี ชาวไต้หวันจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง คิดเป็นน้ำหนักสูงถึง 240,000 ตัน จุดธูป 3,000 ตัน ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศหรือสร้างอากาศเสีย 8.4 ล้านตัน พอๆ กับปริมาณก๊าซเสียที่ถูกขับออกมาจากรถยนต์ถึง 20,000 คัน นี่ยังไม่รวมประทัดและดอกไม้ไฟที่จุดกันตามเทศกาลและงานวัดต่างๆ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างรุนแรง

 

ในแต่ละปี ชาวไต้หวันเผากระดาษเงินกระดาษทองถึง 240,000 ตัน จุดธูป 3,000 ตัน ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศพอๆ ก๊าซเสียที่ถูกขับออกมาจากรถยนต์ถึง 20,000 คัน

 

      หรือตัวเลขจากทบวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไต้หวันกล่าวว่า ปริมาณกระดาษเงินกระดาษทองที่ชาวไต้หวันเผาเมื่อปีที่แล้ว หากนำวางทับกันจะมีความหนาสูงถึง 7.4 กิโลเมตร หรือนำมาวางเรียงกันจะมีความสูงเท่ากับทึกไทเป 101 ถึง 15 ตึก และธูปที่จุดมีความยาว 1 ล้าน กม. วางรอบเกาะไต้หวันได้ถึง 959 รอบ ทำลายสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้ ทบวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงมีโครงการ ส่งเสริมให้ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้ไหว้เจ้าด้วยความจริงใจ ดีกว่าจุดประทัดและเผากระดาษเงินกระดาษทอง

 

ถุงข้าวสารที่บรรจุเป็นสุญญากาศ และพิมพ์รูปกระดาษเงินกระดาษทอง

 

      อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเชื่อและประเพณีที่สืบทอดกันมาเป็นพันปี ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ดังนี้ การจะรณรงค์เรียกร้องเพียงอย่างเดียวคงทำได้ยาก จึงส่งเสริมให้ใช้ถุงข้าวสารที่บรรจุเป็นสุญญากาศ และพิมพ์รูปกระดาษเงินกระดาษทองไว้ด้านนอก ดูเหมือนเป็นกระดาษเงินกระดาษทองจริงมาแทนที่ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ทางศาลเจ้าจะนำไปมอบให้แก่ศูนย์สงเคราะห์คนชรา ศูนย์สงเคราะห์เด็กกำพร้าและหน่วยงานการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นต้น เป็นการใช้ประโยชน์เครื่องเซ่นไหว้อย่างเต็มที่ ลดปัญหามลภาวะทางอากาศและยังช่วยเกษตรกรชาวไร่ชาวนาได้อีกด้วย มาตรการดังกล่าว ปัจจุบัน ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน มีศาลเจ้าและวัดต่างๆ ที่ยกเลิกการจุดธูปเทียน เลิกการเผากระดาษเงินกระดาษทอง แล้วหันมาใช้ข้าวสารที่บรรจุในถุงสุญญากาศมาแทนที่มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ยังนิยมทำเป็นถุงข้าวมงคล แทนการเผากระดาษเงินกระดาษทองและจุดธูปเทียน

 

ถุงข้าวมงคลสีแดงสดใสจากเมืองผิงตง

 

ถุงข้าวมงคลจากสหกรณ์การเกษตรเมืองจางฮั่ว

 

2. สำนักธรรมเภรีบรรพตหรือวัดกลองธรรม (法鼓山 : ฝากู่ซาน) ที่เขตจินซาน (金山) นครนิวไทเป เป็นวัดพุทธมหายานในไต้หวันที่เน้นความสงบสุขทางจิต สอนนั่งสมาธิและวิธีสร้างความมั่นคงทางจิตใจ ครอบครัวและหน้าที่การงาน วัดนี้ไม่เน้นเรื่องวัตถุมงคลและพิธีกรรมทางศาสนา ไม่จุดธูปเทียนหรือเผากระดาษเงินกระดาษทอง แต่เน้นเรื่องการสั่งสอนให้สานุศิษย์ฝึกจิต ฝึกสมาธิ เพื่อให้จิตใจผ่องใสสะอาด 

 

ภาพมองจากทางไกลวัดกลองธรรมที่เขตจินซาน นครนิวไทเป

 

ภาพอีกมุมหนึ่งของวัดกลองธรรมที่เขตจินซาน นครนิวไทเป

 

         พระธรรมาจารย์เซิ่งเยียน (聖嚴法師) พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ค.ศ. 2009 ท่านเป็นผู้ก่อตั้งวัดกลองธรรม เมื่อปี 2544 ซึ่งงอยู่บนภูเขาที่มีรูปทรงคล้ายกลอง ในเขตจินซาน นครนิวไทเป ริมฝั่งทะเลทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน ท่านตั้งชื่อว่าวัดกลองธรรม โดยตั้งใจจะให้เสียงกลองแห่งธรรมะ แผ่กังวาลชำระล้างจิตใจของผู้คนให้สะอาดผุดผ่อง  ดูจากภายนอก วัดนี้มีลักษณะคล้ายสถานศึกษามากกว่าเป็นวัด เพราะเรียบง่ายไม่หรูหรา ภายในวัดมีพระภิกษุและภิกษุณีมาศึกษาธรรมจำนวนไม่น้อย รวมทั้งมีพระภิกษุจากประเทศไทยเดินทางมาศึกษาธรรมด้วย  

 

ภาพอีกมุมหนึ่งของวัดกลองธรรมที่เขตจินซาน นครนิวไทเป

 

         พระธรรมาจารย์เซิ่งเยียน ท่านเน้นการชำระล้างจิตใจพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ เจตคติที่ท่านอบรมสั่งสอน ไม่เพียงแต่จะเป็นเรื่องทางศาสนาเท่านั้น ยังเป็นเรื่องแห่งปรัชญาชีวิตและทัศนคติในการดำรงชีวิตด้วย พระธรรมาจารย์เซิ่งเหยียนสามารถใช้คำพูดอบรมสั่งสอนจรรโลงใจผู้คนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเสนอแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในมุมมองของศาสนา ถือเป็นเอกลักษณ์ และเป็นผู้สร้างประโยชน์ต่อประเทศเป็นอย่างสูงทั้งด้านวัฒนธรรม การศึกษาและสวัสดิการสังคม ถูกยกย่องให้เป็นตัวแทนของพุทธศาสนาในไต้หวัน

 

พระธรรมาจารย์เซิ่งเยียน (聖嚴法師) พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งวัดกลองธรรม ท่านได้มรณภาพแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ค.ศ. 2009

 

        พระธรรมาจารย์เซิ่งเหยียนเกิดในครอบครัวที่ยากจน แต่เด็กสุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยเสมอ จากการแนะนำของเพื่อนบ้านท่านจึงได้ออกบวชเมื่ออายุ 14 ปี  ในปี ค.ศ.1941 เกิดสงครามภายในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้ท่านจำเป็นต้องเกณฑ์ทหาร และใช้ชีวิตเป็นทหารอยู่นาน 10 ปี  ปี1960 เมื่อท่านลาออกจากการเป็นทหาร จึงตัดสินใจออกบวชอีกครั้ง ด้วยความทุ่มเทในการศึกษาพุทธศาสนา ท่านได้ออกเดินทางไปทำการศึกษาเพิ่มเติมยังประเทศญี่ปุ่นเมื่ออายุได้ 39 ปี และกลายเป็นพระในวงการพุทธศาสนาท่านแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปเผยแพร่พุทธศาสนาทั่วโลก พร้อมทั้งก่อตั้งวัดกลองธรรมและสถาบันวิจัยศาสนาขึ้นอีกหลายแห่ง จนได้รับเกียรติเลือกให้เป็นหนึ่งในบุคคลที่สร้างผลกระทบต่อไต้หวันมากที่สุดในรอบ 400 ปี จากนิตยสาร Common Wealth ของไต้หวันในปี 1998

 

        ใครที่สนใจอยากไปเที่ยวชม นั่งรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟไทเป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชม. ขึ้นรถที่ ประตูทิศตะวันออกที่ 3 (臺北火車站東三門: ตงซันเหมิน) วันปกติมี 7 เที่ยว วันหยุดมี 13 เที่ยว ป้ายสุดท้ายลงที่วัดกลองธรรม

        ดูแผนที่ได้จากลิงค์ https://goo.gl/maps/Nv7HdNyQgr22  

 

พระธรรมาจารย์เซิ่งเยียน (聖嚴法師) กับลูกศิษย์เจ็ท ลีหรือหลี่เหลียนเจ๋ (李連杰) พระเอกหนังบู๊จากจีนแผ่นดินใหญ่ (Cr: ฝากู่ซาน)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายเฉินสือจง รมว. สาธารณสุขไต้หวันเสียใจที่ไต้หวันไม่ได้เข้าร่วมประชุม WHA

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. 60 ไต้หวันถูกกีดกันเข้าร่วม WHA มิใช่ความพ่ายแพ้ด้านการทูต

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. 60 ไต้หวันถูกกีดกันเข้าร่วม WHA มิใช่ความพ่ายแพ้ด้านการทูต

2017-06-03 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. 60

 

ไต้หวันถูกกีดกันเข้าร่วม WHA มิใช่ความพ่ายแพ้ด้านการทูต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
แรงงานไทยเพศหญิงได้รับความนิยมจากนายจ้างไต้หวันมากขึ้น

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560

2017-06-02 22:30:00

 

1. การเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้สำหรับแรงงานไทยในทุกวันนี้ ไม่ดีอย่างที่คิด เพราะเศรษฐกิจเกาหลีใต้ประสบภาวะซบเซาอย่างหนัก คนหนุ่มสาวตกงานกันมาก ค่าครองชีพแพง และเนื่องจากมีแรงงานไทยถือวีซ่านักท่องเที่ยวแต่หลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย พลอยทำให้ ตม. เกาหลีใต้เข้มงวดในการตรวจตราชาวไทยที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าประเทศ แต่ละวันมีชาวไทยถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย เมื่อมีข้อพิพาทกับนายจ้าง หรือประสบปัญหาใดๆ ต้องช่วยตัวเอง เพราะไม่มีระบบบริการของบริษัทจัดหางานเหมือนอย่างไต้หวัน ต้องรอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าไม่กี่คน ขณะที่ต้องดูแลแรงงานไทยหลายหมื่นคน

 

 

 

แต่ละวัน มีคนไทยถูกตม.เกาหลีใต้สกัดกั้นไม่ให้เข้าประเทศรอการส่งกลับจำนวนมาก

 

แรงงานไทยที่ทำงานในเกาหลีใต้เมื่อประสบปัญหาต้องช่วยตัวเอง เพราะไม่มีบริษัทให้บริการ สนร.มีเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คน

 

      ดังนั้น แรงงานไทยในไต้หวันที่คิดจะยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด แล้วเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ต้องระวัง ต้องทบทวนให้ดี เพราะที่ผ่านมา หลายคนไปแล้วต้องกลับมาด้วยความผิดหวัง สุดท้ายกลับมาทำงานที่ไต้หวันต่อ การเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้จะต้องผ่านการสอบภาษาเกาหลีและไปโดยการจัดส่งของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเท่านั้น จึงจะมีหลักประกัน

 

 

คนไทยนิยมไปทำงานที่เกาหลี แต่โควตารัฐจัดส่งมีน้อย ผู้สอบผ่านภาษาเกาหลีแล้วไม่ได้เดินทางหลายพัน

 

ขณะที่ไต้หวัน แม้โดยทั่วไปรายได้อาจต่ำกว่าเกาหลีใต้ (มีคนงานไทยในโรงงานจำนวนไม่น้อยที่มีรายได้ไม่แพ้เกาหลีใต้) แต่ไต้หวันมีความมั่นคงกว่า ทำงานงานได้นานกว่า มีกฎหมายคุ้มครองดีมาก และชาวไต้หวันมีความเป็นมิตรมากกว่า แต่ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็ตาม ต้องซื่อสัตว์ ประหยัด อดทน นายจ้างถึงจะรัก

แรงงานไทยในไต้หวันได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น (ในภาพเป็น ร.ง.ผลิตยางรถยนต์ในนครเถาหยวน)

 

2. นายจ้างไต้หวันเริ่มหันมานำเข้าแรงงานไทยเพศหญิงมากขึ้น ซึ่งบริหารง่ายกว่าแรงงานไทยเพศชาย แต่ก็มีปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ มีโรงงานผลิตแอลอีดีติดอันดับโลกแห่งหนึ่งที่เหมียวลี่ นำเข้าแรงงานไทยเพศหญิงประมาณ 400 คน ขณะที่มีแรงงานฟิลิปปินส์เพศชายประมาณ 80 คน ในวันหยุดมีคนงานไทยเพศชายมาป้วนเปี้ยนหน้าโรงงาน เพื่อจีบสาวชาติเดียวกัน แต่จะมีคนงานฟิลิปปินส์ออกมากัน และสาวไทยกับหนุ่มฟิลิปปินส์แต่งงานกันไปแล้วมากมายหลายสิบคู่

 

แรงงานไทยเพศหญิงได้รับความนิยมจากนายจ้างไต้หวันมากขึ้น (ในภาพเป็น ร.ง. ผลิตแผงวงจรไฟฟ้าในนครเถาหยวน)

 

3. คนงานเวียดนามทำเสีย คนงานไทยพลอยเดือดร้อนไปด้วย ที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป มีโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าแห่งหนึ่งเนื่องจากคนงานเวียดนาม ทั้งไม่รักษาความสะอาด ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน และขโมยของ ทำให้ชาวบ้านละแวกโรงงานไม่พอใจ เกิดแก๊งปาไข่ แรงงานไทยพลอยโดยด้วย นายจ้างแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนนำเข้าแรงงานไทยเพศหญิงแทนแรงงานเวียดนาม ขณะนำเข้าแรงงานไทยเพศหญิงแล้วร่วม 200 คนแล้ว

 

แรงงานไทยเพศหญิงได้รับความนิยมจากนายจ้างไต้หวันมากขึ้น

 

4. แรงงานไทยตัวอย่าง คุณอารียา พวงกระโทก ผู้อนุบาลไทยในไทเป เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ รีบนำส่งตำรวจ ให้กำลังใจเพื่อนแรงงานไทยขยัน ประหยัด อดทน

 

5. ตอบจดหมาย นช.หนุ่มดอยแดนมังกร เล่าสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำไต้หวันว่า ผู้ต้องขังที่ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบและได้รับการจัดอันดับ 1-3 สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังเครื่องรับวิทยุและดูทีวีได้ ระดับต่ำกว่านี้ จะถูกจำกัดสิทธิ์ดังกล่าว 

 

เรือนจำกลางไทเป ซึ่งตั้งอยู่ที่นครเถาหยวน เป็นเรือนจำที่คุมขังผู้ต้องขังชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ

 

ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางไทเป เขตกุยซาน นครเถาหยวน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
17 ปีให้หลัง ไช่อีหลินพบกับทอม ครุยส์อีกครั้ง

ฟังผลงานเพลงของ Jolin ไช่อีหลิน (I'm not yours) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังผลงานเพลงของ Jolin ไช่อีหลิน (I'm not yours) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-02 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

ไปฟังผลงานเพลงของ Jolin ไช่อีหลิน (I'm not yours) และข่าวบันเทิงไต้หวัน ()

 

โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) สวยไม่สร่างจริงๆ

 

17 ปีให้หลัง ไช่อีหลินพบกับทอม ครุยส์ที่ไทเปอีกครั้ง

More
บุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่เป็นสะพานเชื่อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 1 มิ.ย. 60 - บุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่เป็นสะพานเชื่อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 1 มิ.ย. 60 - บุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่เป็นสะพานเชื่อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

2017-06-05 19:58:00

สัปดาห์นี้แนะนำชีวิตต้องสู้และประสบการณ์ของเฉินจินหลิง (陳金鈴) เป็นบุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับคัดเลือกในโครงการส่งเสริมศักยภาพบุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในต่างประเทศ ประจำปี 2017 

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 24-25

More
สวีเวยหลิง

สวีเหวยหลิงทำเกือบดีได้เป็นผู้นำร่วมวันแรกของศึก LPGA วอลวิก แต่จบรายการที่อันดับ 16 ร่วม

สวีเหวยหลิงทำเกือบดีได้เป็นผู้นำร่วมวันแรกของศึก LPGA วอลวิก แต่จบรายการที่อันดับ 16 ร่วม

2017-06-01 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้หวันแพ้เกาหลีใต้ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในแบดสุธีรมานคัพ 2017 อย่างน่าเสียดาย

- สวีเหวยหลิงทำเกือบดี ออกสตาร์ทเป็นผู้นำร่วมในวันแรกของศึก LPGA วอลวิก แชมเปี้ยนชิพ 2017 แต่สุดท้ายจบทัวนาเมนต์ที่อันดับ 16 ร่วม

More
นายจ้างและบจง.ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบได้ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2560

2017-06-01 07:50:00

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว นายจ้างและบจง.ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบได้ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป

      เพื่ออำนวยความสะดวกนายจ้างและบริษัทจัดหางานในการยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ ไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องที่เคาน์เตอร์กระทรวงแรงงานให้เสียเวลา อีกทั้งจะช่วยลดขั้นตอนต่างๆ ให้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นการอนุรักษ์โลกด้วย เพราะไม่ต้องใช้กระดาษมากเหมือนในอดีต กระทรวงแรงงานไต้หวันเริ่มเปิดบริการยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2015 โดยในระยะแรกเปิดให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เฉพาะแรงงานต่างชาติมีทักษะ หรือที่เรียกว่าไวท์คอลล่าร์ และนักษาชาวจีนโพ้นทะเลที่จบการศึกษาในไต้หวัน ปี 2016 เริ่มเปิดให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือผ่านระบบออนไลน์เฉพาะบางกิจการ และเริ่มจากวันที่ 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป การยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติที่มีทักษะ หรือไร้ฝีมือทุกกิจการ แม้กระทั่งการแจ้งความแรงงานต่างชาติหลบหนี การยื่นขอต่อสัญญาใหม่ของแรงงานต่างชาติ ทั้งกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ รวมทั้งการยื่นขอใบอนุญาตทำงาน หลังแรงงานเดินทางถึงไต้หวันแล้ว สามารถให้บริการได้โดยผ่านระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป ช่วยให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาไปยื่นขอถึงที่เคาน์เตอร์กระทรวงแรงงาน ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงแรงงานมากขึ้น อีกทั้งช่วยอนุรักษ์โลกด้วย เนื่องจากระบบออนไลน์ ไม่ต้องใช้เอกสารที่เป็นกระดาษอีกต่อไป

 

นายจ้างและบจง.ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบได้ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป

 

      กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า การให้บริการผ่านระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้นายจ้างกว่า 270,000 ราย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เพราะนอกจากไม่ต้องเสียเวลาไปยื่นที่เคาน์เตอร์แล้ว ยังสามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ถูกจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ จะอยู่ไหนหรือเวลาใด สามารถยื่นเรื่องได้ทุกเวลา และคาดว่า จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการเร็วขึ้น จากเดิมที่หลังจากยื่นคำร้องแล้ว ต้องใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติ 12 วันทำการ ลดลงเหลือ 7 วัน

      และหลังจากเปิดให้บริการยื่นเรื่องขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว การยื่นขอในระบบเดิม คือต้องนำเอกสารที่เป็นกระดาษไปเข้าแถวรอคิวที่เคาน์เตอร์ ยังไม่ได้ปิดให้บริการ แต่จะส่งเสริมให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานหันมาใช้บริการระบบออนไลน์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทจัดหางาน จะนำเอาการใช้บริการระบบออนไลน์มาบรรจุในรายการประเมินประจำปีด้วย

      เริ่มตั้งแต่เปิดให้ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติมีฝีมือเมื่อ 2015 เป็นต้นมา มีนายจ้างใช้บริการในระบบออนไลน์แล้ว 34%  ส่วนแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือ หลังเปิดให้บริการเมื่อปี 2016 เป็นต้นมา ปัจจุบบันอัตราส่วนการใช้บริการระบบออนไลน์พุ่ง 56% โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2016 จนถึปัจจุบัน มีนายจ้างใช้บริการระบบออนไลน์ทั้งหมดทุกประเภท 620,000 ราย

 

นายจ้างและบจง.ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบได้ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป

 

2. ปีที่แล้ว แรงงานต่างชาติไม่ผ่านการตรวจโรค 3,431 คน แรงงานอินโดมีพยาธิมากสุด 1,136 คน คนงานไทยเป็นซิฟิลิส 10 คน

      กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเปิดเผยข้อมูลการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ทั้งสถิติการตรวจโรคครั้งแรก หลังเดินทางถึงไต้หวันภายใน 3 วัน และการตรวจประจำในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30 ปรากฏว่า ตลอดปีมีแรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจโรค 748,654 คน ในจำนวนนี้ มี 3,431 คนที่ไม่ผ่านการตรวจ คิดเป็นสัดส่วน 0.46% ตัวเลขนี้ลดลงจากเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาประมาณ 1,000 คน โดยโรคที่ถูกตรวจพบมากที่สุด ได้แก่พยาธิในอุจจาระมีจำนวนมากที่สุด 2,847 ราย ตามมาด้วยตรวจเอกซเรย์ที่ปอด 497 คน ซิฟิลิส 81 คนและโรคเรื้อน 2 คน ส่วนการตรวจโรคเอดส์ เนื่องจากคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน กระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน ได้ลบออกจากรายการตรวจโรคของแรงงานต่างชาติแล้ว ทั้งการตรวจโรคก่อนและหลังการเดินทางตั้งแต่เมื่อ วันที่ 6 ก.พ. 2558 ดังนั้น จึงไม่มีสถิติการตรวจเชื้อ HIV ตาอย่างใด

      กรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งหมด 3,431 คน ลดลงกว่าปีก่อนหน้านี้ 1,000 คน หรือลดลง 0.19% ในจำนวนแรงงานต่างชาติที่ไม่ผ่านการตรวจโรคนี้ ส่วนใหญ่เป็นการตรวจโรคในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30 มีจำนวน 3,431 คน ในขณะที่ไม่ผ่านการตรวจโรคครั้งแรกที่เดินทางถึงไต้หวัน ซึ่งต้องเข้ารับการตรวจภายใน 3 วัน มีผู้ไม่ผ่านการตรวจโรค 287 คน สาเหตุที่ไม่ผ่านการตรวจโรคหลังจากเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว กรมควบคุมโรควิเคราะห์ว่า น่าจะมาจากโรคบางโรค โดยเฉพาะพยาธิในอุจจาระ มีระยะฟักตัว ทำให้ไม่พบในการตรวจโรคครั้งแรก

 

 

      หากจำแนกตามรายการโรค โรคที่แรงงานต่างชาติไม่ผ่านตรวจมากที่สุด ได้แก่ โรคพยาธิในอุจจาระ มีจำนวนสูงถึง 2,847 คน ครองสัดส่วน 83% ของแรงงานต่างชาติที่ไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งหมด ในจำนวนนี้ ชาติที่มีพยาธิมากที่สุด ได้แก่แรงงานอินโดนีเซีย 1,136 คน ตามมาด้วยเวียดนาม 837 คน ฟิลิปปินส์ 560 คน คนงานไทยป่วยเป็นโรคพยาธิ 314 คน แต่หากคิดเป็นอัตราส่วนแล้ว คนงานไทยมีสัดส่วนเป็นโรคพยาธิมากกว่าทุกชาติ ด้านการตรวจเอกซเรย์ที่ปอด มีผู้ไม่ผ่านการตรวจ 497 คน ในจำนวนนี้ คนงานอินโดนีเซีย 266 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 119 คนและเวียดนาม 89 คน และคนงานไทย 26 คน ส่วนโรคซิฟิลิส ซึ่งเป็นกามโรคชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างร้ายแรงและรักษายาก มีการตรวจพบ 81 ราย ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 54 คน ไทย 10 คน ฟิลิปปินส์ 9 คนและเวียดนาม 7 คน สำหรับโรคเรื้อน ตรวจพบ 2 รายเป็นแรงงานอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 คน

      เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคกล่าวว่า โรคพยาธิมักจะแพร่หลายในเขตพื้นที่ที่มีภูมิอากาศร้อนหรือร้อนชื้น เช่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พยาธิส่วนใหญ่เข้าร่างกายโดยทางปาก หากไม่มีสุขนิสัยที่ดี ไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังถ่ายอุจจาระ และทานอาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคพยาธิ จึงเรียกร้องควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ดื่มน้ำที่ต้มให้เดือด และล้างมือทุกครั้งก่อนทานอาหารและหลังออกจากห้องส้อม อย่างไรก็ตาม สำหรับโรคพยาธิในอุจจาระ หากตรวจพบในตรวจโรคครั้งแรก หลังเดินทางถึงไต้หวัน 3 วัน จะต้องเดินทางกลับประเทศ แต่หากตรวจพบพยาธิในอุจจาระในการตรวจโรคครั้งที่ 2 เป็นต้นไป อนุญาตให้บำบัดรักษาในไต้หวันได้

 

ชาติที่ไม่ผ่านการตรวจโรค โดยพบพยาธิในอุจจาระมากที่สุด ได้แก่แรงงานอินโดนีเซีย

 

3. หนีไม่รอด! แรงงานฟิลิปปินส์หลบหนี หลังประมาทในหน้าที่ทำให้อากงล้มเสียชีวิต 13 เดือนให้หลังโดนจับ

      นาง  SOBING SAROL ผู้อนุบาลชาวฟิลิปปินส์อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ถูกตำรวจจับกุมร่วมกับเพื่อนร่วมชาติอีก 4 คน หลังตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า นาง  SOBING SAROL ยังเป็นผู้ต้องหาหนีคดีที่ศาลไต้หวันออกหมายจับ ข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต โดยเมื่อเดือนมีนาคมปี 2559 ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ ขณะมาทำงานอยู่ที่เขตซิ่นอี้ กรุงไทเป แต่บกพร่องในหน้าที่ ไม่ได้ดูแลปล่อยให้อากงเดินเข้าห้องน้ำโดยไม่ใช้รถเข็นช่วยเดิน ส่งผลให้อากงขาสะดุดล้มหัวฟาดพื้น เลือดออกในสมอง ส่งรักษาในห้องไอซียูของโรงพยาบาลได้ 10 วันก็เสียชีวิต และในระหว่างอากงยังอยู่รักษาที่โรงพยาบาล ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ กลัวจะมีความผิด ชิงหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเสียก่อน

      ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ตำรวจกรุงไทเปได้รับแจ้งข้อมูล นำกำลังออกไปตรวจตราที่เขตเป่ยโถว จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 5 ราย เป็นชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด หลังตรวจลายพิมพ์นิ้วมือแล้ว พบว่า นาง  SOBING SAROL เป็นผู้ต้องหาหนีคดี ศาลแขวงซื่อหลินเคยออกหมายจับ ข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หลังถูกจับกุม ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ร้องตีโพยตีพายว่า ตนไม่ได้ทำให้อากงล้มและเสียชีวิต เหตุที่หลบหนีเป็นเพราะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับนายจ้างต่างหาก ไม่ได้เกิดจากปัญหาของอากง และขณะหลบหนี แม้แต่หนังสือเดินทางก็ไม่ได้หยิบพกไปด้วย

      หลังสอบปากคำ ตำรวจส่งตัวนาง SOBING ให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ส่วนแรงงานฟิลิปปินส์ผิดกฎหมายอีก 4 คนที่ถูกจับพร้อมกัน ตำรวจกำลังช่วยทำเรื่องเนรเทศกลับประเทศ เดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันไม่ได้อีกต่อไป

 

 

ผู้อนุบาลชาวฟิลิปปินส์ ถูกจับหลังประมาทในหน้าที่ทำให้อากงล้มเสียชีวิต แล้วหลบหนีไปนาน 13 เดือน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More