QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน กล่าวสุนทรพจน์ในวันสิทธิมนุษยชนสากล

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 23 ธ.ค. 60 แสงเจิดจรัสแห่งวันสิทธิมนุษยชนสากล

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 23 ธ.ค. 60 แสงเจิดจรัสแห่งวันสิทธิมนุษยชนสากล

2017-12-24 10:55:00

แสงเจิดจรัสแห่งวันสิทธิมนุษยชนสากล

        เมื่อปี 1950 ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติได้มีมติให้วันที่ 10 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล ต่อมาปี 1966 สหประชาชาติได้จัดทำ "อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ" และ "อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมืองระหว่าประเทศ" กลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้บรรดาผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่อสู้กับระบอบเผด็จการในวันสิทธิมนุษยชนสากล ภายใต้กรอบของธรรมนูญสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ

        เดือน ส.ค. 1975 37 ประเทศได้ร่วมลงสัตยาบรรณ "ความตกลงเฮลซิงกิ" โดยอนุสัญญาทั้งสองฉบับก็ถูกบรรจุอยู่ในความตกลงดังกล่าวด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพของผู้คน เมื่อสาธารณรัฐเช็คเข้าร่วมลงสัตยาบรรณด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนทั่วสากลคึกคักยิ่งขึ้น ในช่วงก่อนและหลังวันสิทธิมนุษยชนสากลเดือน ธ.ค. 1976 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเช็คจำนวน 241 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งในที่สุดก็ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ที่เรียกว่า "ธรรมนูญ 77" ในเดือน ม.ค. 1977

        เช่นเดียวกับที่เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล วันที่ 10 ธ.ค. 1979 สมาชิกผู้ร่วมจัดทำนิตยสาร "เม่ยลี่ต่าว" ได้จัดกิจกรรมเดินขบวนและไฮค์ปาร์กที่นครเกาสง เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ซึ่งจบลงด้วยการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยกกำลังเข้าปราบปราม และหลังจากที่กลายเป็นข่าวใหญ่และมีการวิพากษ์วิจารณ่ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวีแล้ว ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อการก้าวสู่ประชาธิปไตยของไต้หวัน

        และในวันก่อนวันสิทธิมนุษยชนในปี 2008 นายหลิว เสี่ยวปอ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเมืองจีน ถูกทางการจีนแผ่นดินใหญ่จับกุมในปี 2008  เมื่อเขากำลังเตรียมการเผยแพร่ "รัฐธรรมนูญ 08" อย่างไรก็ดี "รัฐธรรมนูญ08" ฉบับสมบูรณ์และผู้ร่วมลงนามรับรองอีก 303 คน ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันสิทธิมนุษยชนสากล ตามกำหนดการเดิม

        "รัฐธรรมนูญ 08" ชื่อ ข้อเรียกร้อง และแกนหลักของการถือกำเนิดขึ้นแล้ว ใกล้เคียงกับ "ธรรมนูญ 77" เป็นอย่างมากทีเดียว ทั้งนี้ เนื่องจาก จีนแผ่นดินใหญ่กับสาธารณรัฐเช็ก ได้ผ่านเหตุการณ์ปราบปรามอย่างนองเลือดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เทียนอันเหมินในปี 1989 และเหตุการณ์ปาร์กสปริง จากนี้ ก็ได้กลายเป็นบรรยากาศการเมืองแห่งการกดขี่ริดรอนสิทิเสรีภาพทางการเมือง และทำให้เกิดกลุ่มบุคคลต่อต้านระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเคลื่อนไหว "รัฐธรรมนูญ 08" และ "ธรรมนูญ 77" ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านของกลุ่มผู้มีความคิดเห็นไม่ลงรอยในประเทศคอมมิวนิสต์

        อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว การเคลื่อนไหว "รัฐธรรมนูญ 08" มีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เหม่ยลี่ต่าวของไต้หวัน หลังปี 1989 จีนคอมมิวนิสต์ดำเนินการกดดันทางการเมืองอย่างรุนแรง แต่ได้เปิดโอกาสให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจให้เสรีมากขึ้น จนเกิดสื่อมวลชนในระบบการตลาดมากขึ้น ระบอบกฎหมาย มีการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอ ตลอดจนมีการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับไต้หวันในยุคแห่งการประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วย ความจริงผู้ร่วมลงนามใน "รัฐธรรมนูญ 08" มีทั้งบุคคลจากวงการสื่อสารมวลชน ทนายความ นักเคลื่อนไหวเอ็นจีโอ ผู้นำทางความคิดในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ จึงได้รับการขนามนามว่า เป็นปีแห่งต้นกำเนิดของภาคประชาสังคม "รัฐธรรมนูญ 08" ในปี 2008 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มากกว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล สามัคคีกลุ่มคนในสังคมมากและกว้างขวางยิ่งขึ้น

        เดือน พ.ย. 1989 คือหลังการจัดทำ "ธรรมนูญ 77" ได้ 12 ปี สาธารณรัฐเช็คก็เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติขนห่านขึ้น นายฮาร์เวล์ล หนึ่งในผู้ร่วมลงนามชุดแรกของ "ธรรมนูญ 77" ต่อมาก็ได้กลายเป็น ปธน. คนแรกของเช็กโกสโลวาเกีย เมื่อก้าวสู่ประชาธิปไตยแล้ว เดือน มี.ค. 2000 หลังเหตุการณ์ "เม่ยลี่ต่าว" ได้ 20 ปี เฉินสุยเปี่ยน ทนายความคดีเม่ยลี่ต่าว และ น.ส. ลวี่ ซิ่วเหลียน จำเลย ในคดีดังกล่าวได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปธน. และรอง ปธน. ชุดแรก เมื่อมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองเป็นพรรครัฐบาล

        อย่างไรก็ดี โชคไม่เข้าข้าง เหตุการณ์เหล่านี้มิได้เกิดขึ้นในเมืองจีน ในทางกลับกัน นายหลิวเสี่ยวปอ กลับถูกทางการจีนคอมมิวนิสต์จับกุมคุมขังนาน 11 ปี เพราะเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน แม้ในปี 2010 นายหลิวฯ จะได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นวันแห่งประชาธิปไตยเกิดขึ้นในเมืองจีน นายหลิวฯ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับในเรือนจำ ในวันที่ 13 ก.ค. 2017 จากสากลนี้ไปด้วยความเสียใจ

        "การปฏิวัติขนห่าน" ในเช็ก และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโซเวียตตะวันออก แสดงให้เห็นว่า ระบบเผด็จการแบบเก่าๆ ของลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่อาจที่จะปรับตัวให้เข้ากับกระแสสากลาภิวัฒน์ในปัจจุบันได้ ในที่สุดก็พบกับจุดจบที่ต้องล่มสลายลง ประสบการณ์ของไต้หวันระบุชัดว่า การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ที่นำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม การพัฒนาเมือง การกระจายการศึกษา และการถือกำเนิดขึ้นของชนชั้นกลาง ล้วนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดการเติบใหญ่เข้มแข็งยิ่งขึ้นของสังคม แล้วก้าวสู่สังคมประชาธิปไตยในที่สุด ภาพทั้งสองดังกล่าวข้างต้น ล้วนเกิดจากผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ร่วมกันผลักดันให้ "รัฐธรรมนูญ 08" เป็นจริงในเร็ววัน

        อย่างไรก็ดี ชะตากรรมของนายหลิวฯ ชี้ชัดว่า ทางการจีนคอมมิวนิสต์ได้นำเอาระบอบคอมมิวนิสต์หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกับเศรษฐกิจการตลาด ภายใต้กรอบสังคมเผด็จการของตน ซึ่งกำลังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน และยังได้เอาชนะความตายตัวของระบอบเก่าไปพร้อมกับการกดดันแรงขับเคลื่อนของพลังใหม่ในสังคม กลายเป็น "เผด็จการสมบูรณ์แบบ" ที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือระบอบการตลาดใหม่ที่รวมศูนย์อำนาจไว้ ซึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้นในยุคใหม่นี้

        เช่นเดียวกับที่ได้รับกำลังใจจาก "ธรรมนูญสิทธิมนุษยชนสากล" ได้มีการจัดกิจกรรมในวันสิทธิมนุษยชนสากลรวม 3 รายการ แต่กลับมีทิศทางแตกต่างกัน ผู้เกี่ยวข้องต่างมีชะตากรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี เวลามิได้หยุดเดิน โศกนาฏกรรมของนายหลิวเสี่ยวปอ มิใช่เป็นจุดจบสุดท้าย ระบอบเผด็จการไม่ว่าจะยืนยงคงกระพันได้เพียงใด ในที่สุดก็ยากที่จะดำรงอยู่ได้เนื่องจากมันละเมิดความเป็นมนุษย์ ในวันสิทธิมนุษยชนสากลครั้งแรกหลังการเสียชีวิตของนายหลิวฯ แล้ว เราเชื่อมั่นว่า ความพยายามแสวงหาสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของชาวจีน จะต้องมีวันที่ประสบความสำเร็จเป็นจริงเช่นเดียวกับในสาธารณรัฐเช็กและในไต้หวัน  

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
น.ส.อำไพ โห้คลัง  พนักงานของ บ. Ho Yu Textile Co.,Ltd.

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560

2017-12-24 07:17:14

 

1. ใกล้ปีใหม่แล้ว ในปีพ.ศ. 2561 มีกฎระเบียบและมาตรการต่างๆ หลายอย่างที่มีผลกระทบต่อแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะเรื่องของค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) รายการวันนี้ ได้รวบรวมและสรุปสิทธิประโยชน์ที่มีผลต่อแรงงานต่างชาติในปี 2561 นี้มาเล่ให้ฟังดังนี้

    1.1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับขึ้นจากเดือนละ 21,009 เหรียญไต้หวันเป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน หรือเท่ากับวันละ 734 เหรียญไต้หวัน หรือชั่วโมงละ 91.67 เหรียญไต้หวัน

       -  การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ   

          2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 123 เหรียญไต้หวัน ชั่วโมงที่ 3-4 ชั่วโมงละ 153 เหรียญไต้หวัน 

       -  การทำงานในวันหยุดพักประจำสัปดาห์

          2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 123 เหรียญไต้หวัน ชั่วโมงที่ 3 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 153 เหรียญไต้หวัน

          ทำงานทั้งวันหรือ 8 ชั่วโมง จะได้รับ 1,164 เหรียญไต้หวัน

      -  การทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์         

         ชั่วโมงละ 91.67 เหรียญไต้หวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง ได้รับค่าจ้างเพิ่ม 1 วัน (734 เหรียญไต้หวัน)

 

   

  1.2 การลางาน :                           

        ลากิจ 1 วัน หักค่าจ้าง 734 เหรียญไต้หวัน

        ลาป่วย 1 วัน หักค่าจ้างกึ่งหนึ่ง หรือ 367 เหรียญไต้หวัน

  1.3 เบี้ยประกันภัยแรงงาน (คิดจากวงเงินแระกัน 22,000/เดือน) แรงงานรับผิดชอบ 418 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 1,463 เหรียญไต้หวัน

  1.4 เบี้ยประกันสุขภาพ (คิดจากวงเงินแระกัน 22,000/เดือน)     แรงงานรับผิดชอบ 310 เหรียญไต้หวัน นายจ้างจ่าย 997 เหรียญไต้หวัน

 

 

  1.5 ภาษีเงินได้  ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลประจำปี 2561 ซึ่งจะยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของปี 2560 ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 หากในปี 2560 แรงงานไทยพำนักอยู่ในไต้หวันครบ 183 วันขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีตลอดปี 306,000 เหรียญไต้หวัน หมายความว่า ตลอดทั้งปี ผู้มีรายได้ไม่ถึง 306,000 เหรียญไต้หวัน หรือเฉลี่ยมีรายได้ไม่เกินเดือนละ 25,500 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ส่วนที่นายจ้างหักไปล่วงหน้า จะได้รับคืน ในส่วนที่เกินจาก 306,000 เหรียญไต้หวัน จึงจะเสียภาษี เงินได้สุทธิ 0- 540,000 เหรียญไต้หวัน จะเสียภาษีในอัตรา 5% แต่หากพำนักอาศัยในไต้หวันไม่ครบ 183 วัน และมีรายได้ไม่เกิน 31,513 เหรียญไต้หวันต่อเดือน (1.5 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำ) เสียภาษีเงินได้ร้อยละ 5 แต่หากมีรายได้เกินกว่า 31,513 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จะเสียภาษีเงินได้ร้อยละ 18 โดยไม่สามารถเคลมคืนมาได้  

 

 

2. 3 แรงงานไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวัน ให้เป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2560 ให้สัมภาษณ์เผยเคล็ดลับในการทำงานที่ทำให้ได้รับเกียรติสูงส่งนี้ 

 

นายทวี บุญประดับ จากอุดรธานี พนักงานของ บ. Jen Yeong Textile Factory Co.,Ltd.

 

น.ส.อำไพ โห้คลัง  พนักงานของ บ. Ho Yu Textile Co.,Ltd.

 

นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  จากนครราชสีมา พนักงานของ บ. Lovetex Industrial Corp.

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โจลิน ไช่อีหลิน กับเพลง Soundtrack ของภาพยนตร์เรื่อง On Happiness Road

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Jolin ไช่อีหลิน ในเพลง 幸福路上 (On Happiness Road) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Jolin ไช่อีหลิน ในเพลง 幸福路上 (On Happiness Road) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-22 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Jolin ไช่อีหลิน ในเพลง 幸福路上 (On Happiness Road)  และข่าวบันเทิงไต้หวัน (อาซินแห่ง May Day ไม่ยอมแต่งเพลงให้เสียที สาวโจลินไช่อีหลินเลยฝากนักข่าวไปถามโจวเจี๋ยหลุน ให้ช่วยแต่งเพลงให้)

 

 

 

โจลิน ไช่อีหลิน (蔡依林) กับเพลง Soundtrack ของภาพยนตร์เรื่อง On Happiness Road

 

More
สัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมบุคลากรสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค. 60 - สัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมบุคลากรสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค. 60 - สัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมบุคลากรสอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

2017-12-26 19:19:01

กองการศึกษา เทศบาลนครไถหนาน จัดโครงการอบรมบุคลากรอาจารย์ผู้สอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และการอบรมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน กองการศึกษา เทศบาลนครไถหนาน ได้จัดงานเฉลิมฉลองสำเร็จการอบรมและแสดงผลสัมฤทธิ์ผลโครงการอบรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เข้ารับการอบรมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรม และความรู้สึกของตนเองที่มีต่อการอบรมในครั้งนี้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 47-48

More
จันหย่งหรานและแอนนา ฮลาวัคโคว่า

จันหย่งหรานเปิดตัวคู่หูคนใหม่ที่จะเล่นร่วมกันในปี 2018 แล้ว

จันหย่งหรานเปิดตัวคู่หูคนใหม่ที่จะเล่นร่วมกันในปี 2018 แล้ว

2017-12-21 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหราน (詹詠然) เทนนิสหญิงคู่มือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวไต้หวัน ได้ประกาศเปิดตัวคู่หูคนใหม่ที่จะมาจับคู่เล่นด้วยกันในปี 2018 แล้ว ซึ่งก็คือแอนนา ฮลาวัคโควา สาวเช็คที่ปัจจุบันเป็นมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทหญิงคู่นั่นเอง

-โจวเทียนเฉิงแพ้วิคเตอร์ เอกเซลส์สัน แบดชายเดี่ยวมือ 1 ของโลกคนปัจจุบัน อดเข้ารอบรองเป็นครั้งแรกของรายการ ดูไบ เวิร์ลซูเปอร์ซีรีย์ ไฟนอล 2017

 

จันหย่งหราน (ขวา) จะจับคู่กับแอนนา ฮลาวัคโคว่า (ซ้าย) ลงแข่งในปี 2018 นี้

 

More
ไต้หวันมีแรงงานข้ามชาติร่วม 700,000 คน

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560

2017-12-23 07:19:08

 

1. เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน ไต้หวันเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ ที่จะเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้

          ปัญหาอัตราการเกิดที่ตกต่ำ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลไต้หวันเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายหลินว่านอี้ (林萬億) รัฐมนตรีประจำสภาบริหาร เสนอแนวความคิดเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นมายังไต้หวันได้ โดยจะเริ่มจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเป้าหมายของนโยบายมุ่งสู่ใต้ก่อน เขากล่าวว่า ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้ว จากในระยะแรก อนุญาตให้ทำงานได้เพียง 2 ปี ต่อมาขยายระยะเวลาเรื่อยมา จนปัจจุบัน ผู้อนุบาลในครัวเรือน สามารถทำงานได้ไม่เกิน 14 ปี ขณะที่แรงงานในภาคการผลิตทำงานได้ไม่เกิน 12 ปี และอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันได้ โดยไม่ต้องกลับไปทำเรื่องมาใหม่หลังทำงานครบ 3 ปีแล้ว และรายงานของสภาอุตสาหกรรมไต้หวันประจำปี 2559 และ 2560 ได้มีการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตมากกว่า 12 ปี รัฐมนตรีประจำสภาบริหารผู้นี้กล่าวว่า ไต้หวันต้องการแรงงานที่มีทักษะและแรงงานระดับผู้บริหาร เมื่อไต้หวันมีแรงงานต่างชาติที่ผ่านการฝึกฝน กลายเป็นแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานจำนวนมาก ทำไมไม่พิจารณาให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ย้ายถิ่น อาศัยและทำงานในไต้หวันต่อไปได้ นอกจากแรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนร่วม 700,000 คนแล้ว นายหลินว่านอี้ยังกล่าวว่า ภาคการเกษตร การประมงและโครงการดูแลผู้สูงวัยระยะยาว ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก รัฐบาลอาจพิจารณาเปิดให้นำเข้านักศึกษาต่างชาติระดับปวช. ปวส. หรือแม้กระทั่งระดับอุดมศึกษา มาเรียนต่อและฝึกงานที่ไต้หวันได้ เมื่อจบการศึกษา อนุญาตให้ทำงานและพำนักอาศัยในไต้หวันได้ และหากทำงานไประยะหนึ่ง ไม่มีประวัติฝ่าฝืนกฎหมาย ก็อนุญาตให้ย้ายถิ่นหรือพำนักอาศัยในไต้หวันอย่างถาวรต่อไปได้

 

นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสภาบริหาร ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับนโยาบการแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยจะศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้

 

ไต้หวันมีแรงงานข้ามชาติร่วม 700,000 คน แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ หลังทำงานครบกำหนดระยะเวลา พวกเขาต้องไปทำงานที่ประเทศอื่นต่อ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

 

          ด้านนายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อก็กล่าวว่า เมื่อพูดถึงมาตรการดึงดูดบุคลากรจากต่างประเทศ ก็ต้องพูดถึงนโยบายการย้ายถิ่น ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องนี้แล้ว

 

นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อกล่าวว่า รัฐบาลเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติแล้ว

 

          แต่องค์กร NGO อย่าง TIWA กล่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า แค่ปรับปรุงสวัสดิการของผู้อนุบาลในครัวเรือน ยังไม่สามารถทำได้เลย ทุกวันนี้ ผู้อนุบาลในครัวเรือนยังต้องทำงานต่อเนื่องกันยาวนาน บางคนนานติดต่อกัน 17 ชั่วโมง และกว่าครึ่งไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขส่วนนี้ก่อน แล้วค่อยมาพูดนโยบายการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติ

           แม้องค์กร NGO จะไม่สนับสนุน แต่รัฐบาลอินโดนีเซียแสดงความชื่นชมและอยากให้นโยบายนี้เป็นจริง จะทำให้แรงงานต่างชาติมีความมั่นใจและตั้งใจทำงานมากขึ้น Nusron Wahid  ผอ. สำนักงานคุ้มครองแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวกลางหรือ CNA ของไต้หวันประจำอินโดนีเซียว่า นโยบายที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติย้ายถิ่นมาทำงานและตั้งรกรากในไต้หวันได้ จะช่วยให้แรงงานอินโดนีเซียและนักศึกษาอินโดนีเซียในไต้หวัน มีความมั่นใจและทำงานอย่างขยันขันแข็งมากขึ้น เขากล่าวว่า การที่แรงงานอินโดนีเซียทำงานอย่างตั้งใจและมุ่งมั่น จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เจริญรุ่งเรือง หากไต้หวันเปิดให้แรงงานข้ามชาติย้ายถิ่นได้จริง ไม่เพียงแต่อินโดนีเซียเท่านั้น น่าจะชื่นชมและแสดงความยินดีกันทุกชาติ

 

ไต้หวันกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีความต้องการผู้อนุบาลจำนวนมาก

 

ภาคการประมงก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนักเช่นกัน

 

2.สมาคมผ้าไหมและสิ่งทอไต้หวันเชิดชู 3 แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2560

            เพื่อเป็นการให้กำลังใจแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างพากเพียรขยันขันแข็ง พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้เทคนิคการทำงาน เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน สมาคมผ้าไหมและสิ่งทอของไต้หวัน ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอทั่วไต้หวันจำนวนกว่า 150 บริษัท และมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 30,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 6,000 คน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ได้จัดให้มีการประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นเป็นประจำทุกปี  โดยจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแด่แรงงานต่างชาติที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ จวบจนกระทั่งขณะนี้ มีการจัดประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นมาแล้ว 22 รุ่น มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นแล้วกว่า 180 คน แรงงานไทยเหล่านี้ ได้สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แรงงานไทยโดยรวม จนมีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ประกอบการว่า แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติที่ดีที่สุดและเหมาะสมทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สุด

           สำหรับในปีพ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นปีที่ 64 ปี แห่งการจัดตั้งสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอ ทางสมาคมฯ ได้มีการจัดประชุมสามัญประจำปี ขณะเดียวกันได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่แรงงานต่างชาติดีเด่นเช่นเคย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ โดยมีแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในโรงงานสิ่งทอ ฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้รับการเสนอชื่อจากนายจ้างและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นจำนวน 20 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนาม 8 คน แรงงานฟิลิปปินส์ 7 คน แรงงานไทยได้รับการคัดเลือก 3 คน และอินโดนีเซีย 2 คน โดยนายทศพล สุมานนต์ รอง ผอ. สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเป ได้รับมอบหมายเดินทางไปร่วมแสดงความยินดี และได้มอบรางวัลเพื่อเป็นการกำลังใจแด่แรงงานไทยทั้ง 3 คน 

           สำหรับคนงานไทยที่ได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นในภาคอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอในเขตพื้นที่ไต้หวัน ประจำปี 2560 ทั้ง 3 คน มีดังนี้ 

1. น.ส.อำไพ โห้คลัง  อายุ ๓๙ ปี มาจากชัยนาท พนักงานของ บ. Ho Yu Textile Co.,Ltd.

2. นายทวี บุญประดับ  อายุ ๕๐ ปี มาจากอุดรธานี พนักงานของ บ. Jen Yeong Textile Factory Co.,Ltd.

3. นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  อายุ ๓๕ ปี มาจากนครราชสีมา พนักงานของ บ. Lovetex Industrial Corp.

 

 (จากขวา) นายรุ่งเกียรติ เปล่งสมศรี  นายทวี บุญประดับ นายทศพล สุมานนต์ รอง ผอ. สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเปและน.ส.อำไพ โห้คลัง

 

3. แรงงานอินโดนีเซียร่วมใจบริจาคเงินสร้างสุเหร่าแห่งแรกในเมืองอี๋หลาน

          ที่เมืองอี๋หลาน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ 13,000 คน ในจำนวนนี้เป็น แรงงานอินโดนีเซียประมาณ 7,000 คน เวียดนาม 3,300 คน ฟิลิปปินส์ 2,300 คน แรงงานไทย 618 คน และในจำนวนแรงงานอินโดนีเซียในเมืองอี๋หลาน 7,000 คน มี 2,000 คนเป็นลูกเรือประมง อีก 5,000 คนเป็นผู้อนุบาล แรงงานอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ละวันจะต้องทำพิธีละหมาด ที่ผ่านมา เมืองอี๋หลานไม่มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาสำหรับชาวมุสลิม ดังนั้น เริ่มจากแรงงานอินโดนีเซียจำนวน 11 คน ตระเวนหาบ้านเช่าที่เหมาะสม ในที่สุดก็ได้บ้านเช่าขนาด 2 ชั้นหลังหนึ่งในตัวเมืองอี๋หลาน แรงงานอินโดนีเซียช่วยกันตกแต่งและทาสีบ้านเสียใหม่ ช่วยกันออกเงินจ่ายค่าเช่าเดือนละ 12,000 เหรียญไต้หวัน  เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแรกของชาวมุสลิมในเมืองอี๋หลาน

          แม้จะไม่หรูหรา แต่สำหรับแรงงานอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัดแล้ว การมีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของพวกตนโดยเฉพาะ ถือเป็นสิ่งที่มีความหมายและทำให้ชีวิตความเป็นอยู่มีความสุขมากขึ้น

 

 

 

แรงงานอินโดนีเซียร่วมใจบริจาคเงินสร้างสุเหร่าแห่งแรกในเมืองอี๋หลาน แม้จะไม่หรูหรา แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม (Cr: Liberty Times)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมในอินเดีย

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ธ.ค. 60 ไต้หวันแทคทีมรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งใต้ใหม่ เป้าหมายแรกคืออินเดีย

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ธ.ค. 60 ไต้หวันแทคทีมรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งใต้ใหม่ เป้าหมายแรกคืออินเดีย

2017-12-20 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ธ.ค. 60

 

ไต้หวันแทคทีมรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งใต้ใหม่ เป้าหมายแรกคืออินเดีย

     สมาคมพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศหรือ TAITRA ไต้หวันระดมผู้ประกอบการด้านรถยนต์/จักรยานยนต์ไฟฟ้าในไต้หวันลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่อินเดีย เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสามารถเติบโตได้มาก และมีความต้องการรถยนต์หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่วนไต้หวันก็มีเทคโนโลยีที่พร้อมจะเสริมทัพให้แก่อุตสาหกรรมนี้ของอินเดีย

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
ประเด็นฮอตฮิตในสังคมออนไลน์ของไต้หวันประจำปี 2017

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 - ประเด็นฮอตฮิตในสังคมออนไลน์ของไต้หวันประจำปี 2017

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 - ประเด็นฮอตฮิตในสังคมออนไลน์ของไต้หวันประจำปี 2017

2017-12-26 19:18:30

      สัปดาห์พาคุณไปเกาะกระแสสื่อสังคมออนไลน์ที่คนไต้หวันนิยมใช้ เช่น เฟซบุ๊ก ยาฮู และกูเกิ้ล มีประเด็นอะไรที่ฮอตฮิตเป็นที่สนใจสำหรับคนไต้หวันมากที่สุด ประจำปี 2017 และคนไต้หวันสนใจค้นหาเรื่องอะไรในกูเกิ้ลมากที่สุด ติดตามได้ในรายการค่ะ

More
ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

เคาท์ดาวน์ปีนี้ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

เคาท์ดาวน์ปีนี้ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

2017-12-18 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

        -เคาท์ดาวน์ปีนี้ตึกไทเป 101 จะยิงพลุฉลองปีใหม่นานถึง 360 วินาที

        -ไปดูภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวันที่ทะเลสาปชุ่ยฟงหูบนภูเขาไท่ผิงซานกัน

 

 

 

ตึกไทเป 101 กับภาพจำลองการเล่นแสงสีผสมผสานกับการยิงพลุฉลองปีใหม่ 2018

 

บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลสาปชุ่ยฟงหู หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในไต้หวัน

More
กลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราชเรียกร้องลงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 ไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายลงประชามติ ทำได้ง่ายขึ้น

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60 ไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายลงประชามติ ทำได้ง่ายขึ้น

2017-12-19 19:57:49

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ธ.ค. 60

 

ไต้หวันผ่านร่างแก้ไขกฎหมายลงประชามติ ทำได้ง่ายขึ้น 

     วันที่ 12 ธ.ค.นี้สภานิติบัญญัติ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ผ่านการพิจารณา “ร่างกฏหมายการจัดทำประชามติฉบับแก้ไข”ทั้งสามวาระแล้ว โดยได้ลดเกณต์มาตรฐานของการยื่นญัตติ จัดทำประชามติ  การดำเนินการจัดทำประชามติ และการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ  ในอนาคตเมื่อกฏหมายฉบับนี้นำออกบังคับใช้ หากสามารถล่ารายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ในอัตราหมื่นละ 1 หรือประมาณ 1,800 กว่าคนก็สามารถยื่นขอทำประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้  และหากสามารถล่ารายชื่อได้1.5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือประมาณ 280,000 คน ก็สามารถดำเนินการจัดทำประชามติได้ รวมถึงการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติให้ถือเอาเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงและมีจำนวนตั้งแต่ 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียงจากเดิมที่กำหนดไว้ครึ่งหนึ่ง

ผู้นำไต้หวันย้ำยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ สร้างความมั่นคงให้แก่สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันประนามอัครราชทูตจีนแผ่นดินใหญ่ประจำสหรัฐฯ พูดพล่อยๆ เรื่องการรุกล้ำไต้หวันด้วยกำลังอาวุธ หากเรือรบสหรัฐฯ แวะจอดที่ท่าเรือในไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
อาเมย จางฮุ่ยเม่ย

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของอาเมย จางฮุ่ยเม่ย ในชุด 偷故事的人 (Story Thief) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของอาเมย จางฮุ่ยเม่ย ในชุด 偷故事的人 (Story Thief) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-17 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของอาเมย จางฮุ่ยเม่ย (張惠妹) ในชุด 偷故事的人 (Story Thief) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หยางเฉิงหลินเชิญหลินยิ่วเจียเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตที่ไทเปอารีน่าของเธอ)

 

 

จ้างฮุ่ยเม่ยกับอัลบั้มเพลงชุด Story Thief

 

หยางเฉิงหลิน (ขวา) และหลินยิ่วเจีย (ซ้าย) บนเวทีคอนเสิร์ตที่ไทเปอารีน่าของฝ่ายแรก

 

More
ฝูเต๋อเคิง ในเขตมู่จ้า ชานกรุงไทเป เดิมเป็นลานขยะ ปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560

2017-12-17 09:17:46

 

1. ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในอนาคตชาวไต้หวันมีสิทธิลงคะแนนเสียงในประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณะมากขึ้น แต่ก็มีข้อกังวลตามมาว่า อาจเกิดความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

              เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ได้ผ่านการพิจารณา “กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับแก้ไข” โดยได้ลดเกณฑ์มาตรฐานของจำนวนผู้ยื่นญัตติจากเดิม ทุก 1 พันคน ต้องมี 5 คน ลดลงเป็น 1 หมื่นคน มีเพียง 1 คน ทั้งนี้ ใต้หวันมีประชากร 23 ล้านคน ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง มีประมาณ 18 ล้านคน ดังนั้น จำนวน 1,800 กว่าคน ก็สามารถยื่นขอทำประชามติเกี่ยวกับสาธารณะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้แล้ว  และหากสามารถล่ารายชื่อได้ 1.5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือประมาณ 280,000 คน สามารถจัดทำประชามติได้ และการลงออกเสียงประชามติ หากมีคนลงคะแนนเสียงเห็นด้วยเกิน 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด หรือประมาณ 4.5 ล้านคน ก็ถือว่าผ่านการทำประชามติในประเด็นนั้น นอกจากนี้ ยังลดอายุผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จากเดิมต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ลงเหลือ 18 ปีบริบูรณ์

             การจัดทำประชามติข้างต้น เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงคาดว่า จะจัดพร้อมๆ กับการเลือกตั้งระดับประเทศ อย่างเลือกประธานาธิบดี หรือ สส. หรือจัดพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เช่นเลือกตั้งผู้ว่าการนคร เมืองและ สจ. สท. เป็นต้น

             กฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ชาวไต้หวันมีสิทธิมีเสียงในนโยบายของรัฐที่ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ เขตแดนและเปลี่ยนสถานะประเทศ นอกนั้นเปลี่ยนได้หมด ซึ่งคาดว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น คือเลือกตั้งผู้ว่าการนครและเมือง รวมถึง สจ. สท. ในปีหน้า จะมีการเสนอให้จัดทำประชามติในญัตติต่างๆ หลายประเด็น

             การผ่านกฎหมายฉบับนี้ ดูเหมือนว่า ทำให้ชาวไต้หวันมีสิทธิมีเสียงและมีประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า การให้สิทธิลงคะแนนเสียงแสดงประชามติได้ทุกเรื่องที่ไม่เห็นด้วย อาจทำให้สังคมไต้หวันมีแต่ความขัดแย้งวุ่นวาย ไม่จบไม่สิ้น จนส่งผลต่อการพัฒนาประเทศได้

 

 ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในอนาคตชาวไต้หวันมีสิทธิลงคะแนนเสียงในประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณะมากขึ้น แต่ก็มีข้อกังวลตามมาว่า อาจเกิดความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

 

2. แห่งแรกของไต้หวัน เปลี่ยนภูเขาขยะเป็นเนินเขาแห่งพลังงาน

            เทศบาลกรุงไทเปร่วมมือกับบริษัทต้าถง (大同) สร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์บนเนินเขาที่ชื่อว่า福德坑  ในเขตมู่จ้า ชานกรุงไทเป เดิมเป็นลานถมขยะ ต่อมาปลูกหญ้าปลูกต้นไม้ ทำเป็นสวนสาธารณะสวยงาม ปัจจุบันกำลังจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มพรืดบนพื้นที่ 3 เฮกตาร์หรือ18.3 ไร่ ปริมาณการผลิตกระแสะไฟฟ้าปีละ 2 ล้านเมกะวัตต์ (MWp)  นับได้ว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างบนลานถมขยะแห่งแรกในไต้หวัน ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งขายให้แก่การไฟฟ้าไต้หวันและสามารถสร้างรายได้ให้แก่เทศบาลกรุงไทเปปีละ 1 ล้านเหรียญไต้หวันหรือร้อยละ 10 ของยอดขายกระแสไฟฟ้าในแต่ละปี  โรงไฟฟ้าพลังงงานแสงอาทิตย์แห่งนี้จะเปิดเดินเครื่องในวันที่ 10 ม.ค.ปีหน้า และในอนาคตเทศบาลไทเปยังจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนลานถมขยะแห่งที่ 2 ที่หนานกั่งในเร็วๆ นี้ด้วย

 

 

 

ฝูเต๋อเคิง ในเขตมู่จ้า ชานกรุงไทเป เดิมเป็นลานขยะ ปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

 

 

ก่อนจะกลายมาเป็นโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ลานขยะฝูเตอเคิงถูกแปลงโฉมเป็นสวรสาธารณะมาก่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More