QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ปธน. ไช่อิงเหวิน ประกาศเดินเครื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้การเมืองไต้หวันเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ต.ค. 60 ก้าวแรกแห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ต.ค. 60 ก้าวแรกแห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ

2017-10-02 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 2 ต.ค. 60

 

ก้าวแรกแห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ

เพื่อพิจารณาสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าจะแก้ไขในประเด็นใดบ้าง 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
หลัวจื้อเสียง (羅志祥) และไข่เล่อ (愷樂) คว้ารางวัลระฆังทอง (金鐘獎)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจียงเหม่ยฉี ในชุด 親愛的世界 (Dear World) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจียงเหม่ยฉี ในชุด 親愛的世界 (Dear World) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-10-01 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเจียงเหม่ยฉี (江美琪) ในชุด 親愛的世界 (Dear World) และข่าวบันเทิงไต้หวัน - หลัวจื้อเสียง (羅志祥) และไข่เล่อ (愷樂) คว้ารางวัลระฆังทอง (金鐘獎) สาขาพิธีกรรายการวาไรตี้ยอดเยี่ยมประจำปี

 

อัลบั้มเพลงชุด Dear World ของเจียงเหม่ยฉี (江美琪)

 

หลัวจื้อเสียง (羅志祥) และไข่เล่อ (愷樂) คว้ารางวัลระฆังทอง (金鐘獎)

More
กิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ในเมืองเจียยี่อย่างรวดเร็ว

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560

2017-10-01 11:49:10

 

1. ตึกไทเป 101 ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 สถานที่ที่เหมาะแก่การชมพระจันทร์มากที่สุดในโลก

               วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจีน เป็นวันไหว้พระจันทร์(中秋節)ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 4 ตุลาคม ถือเป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่มีความสำคัญมากที่สุดของชาวจีน นอกเหนือจากเทศกาลตรุษจีน(春節)และเทศกาลไหว้ขนมจ้างหรือบ๊ะจ่าง(端午節)HotelsCombined เว็บไซต์จองห้องพักออนไลน์ที่มีการรีวิวข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ได้คัดเลือกสถานที่เหมาะสมแก่ชมพระจันทร์ได้สวยงามมากที่สุดในโลก 5 แห่ง ซึ่งตึกไทเป 101 ติดอันดับ 1 ใน 5 แห่งดังกล่าวด้วย  ส่วนที่เหลืออีก 4 แห่งได้แก่ การชมปรากฏการณ์ที่เรียกว่าบันไดสู่พระจันทร์( Staircase to the moon ) ซึ่งเกิดขึ้นในหลังวันที่พระจันทร์เต็มดวง 2-3 วันระหว่างเดือน มี.ค.-ต.ค.ของทุกปี ที่ชายหาดริมมหาสมุทรอินเดีย ในเขตเมือง Broome รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ตามมาด้วยทะเลสาบซีหูเมืองหังโจวในจีนแผ่นดินใหญ่  หุบเขาพระจันทร์( Valle de La Luna) ที่ประเทศชิลีและ อราชิยาม่า (嵐山 - Arashiyama) ซึ่งเป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่สุดขอบตะวันตกของนครเกียวโต  ประเทศญี่ปุ่น

 

 

ตึกไทเป 101 ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 สถานที่ที่เหมาะแก่การชมพระจันทร์มากที่สุดในโลก

 

2. พลุฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีนปีนี้ จัดขึ้นที่เมืองไถตง การรถไฟไต้หวันเพิ่มขบวนพิเศษรองรับนักท่องเที่ยวแห่ชม 

             วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันฉลองครบรอบการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐจีน ซึ่งปีนี้เป็นการครบรอบปีที่ 106 รัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีนกำหนดจะจัดงานเทศกาลวันชาติขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 ตุลาคมที่เมืองไถตง โดยไฮไลต์ของงานดังกล่าวอยู่ที่การจุดพลุฉลองวันชาติในคืนวันที่  10 ตุลาคม คาดจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางไปร่วมงานและท่องเที่ยวในเมืองไถตงได้เป็นจำนวนมาก การรถไฟไต้หวันเปิดเผยว่าระหว่างวันที่  6-11 ตุลาคม จะเพิ่มขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษอีก 210  ขบวน นอกจากนี้ขบวนที่วิ่งในช่วงกลางดึกยังมีส่วนลดอีก 30% ด้วย

 

พลุฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีนปีนี้ จัดขึ้นที่เมืองไถตง ในภาพเป็นงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน ที่เมืองไถตง

 

3. ใครชอบทานบะหมี่เนื้อของไต้หวัน อร่อยและได้บุญ ไปเที่ยวงานมหกรรมบะหมี่เนื้อไทเปเพื่อการกุศล 2560 ได้ พร้อมเสิร์ฟแล้ว 7-9 ตุลาคมนี้

            มหกรรมบะหมี่เนื้อไทเปเพื่อการกุศล 2560 กำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคมนี้ที่ลานรำลึกอดีต ด้านหลังสถานีรถไฟไทเป (後火車站懷舊廣場) ผู้เข้าชมงานบริจาคเงินตั้งแต่ 100 เหรียญไต้หวันขึ้นไปหรือบริจาคเลือด ได้รับสิทธิชิมฟรีบะหมี่เนื้อ 1 ชาม จากร้านดังที่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดอาหารเลิศรส นอกจากนี้ยังมีของรางวัลต่างๆอีกมากมายรอแจกฟรีให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน

 

 ทานบะหมี่เนื้อแล้วได้บุญ เชิญไปเที่ยวงานมหกรรมบะหมี่เนื้อไทเปเพื่อการกุศล 2560 ได้ ระหว่าง 7-9 ตุลาคมนี้

 

4. กิ้งก่ายึดเมืองเจียยี่!  ประสบภาวะวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม เมื่อกิ้งก่าต่างถิ่นขยายพันธุ์นับล้านๆ ตัว มากกว่าประชากรท้องถิ่นเสียอีก รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนจับมาแลกเงิน

          รัฐบาลเมืองเจียยี่กำลังปวดหัว กิ้งก่าจากลาตินอเมริกา ซึ่งสันนิษฐานว่าแปลกปลอมมากับเรือสินค้าที่ลำเลียงไม้ซุง หลุดออกมาจากบ้านของคนที่ซื้อมาเลี้ยงจากต่างประเทศ กลายเป็นมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมืองเจียยี่ ทางภาคใต้ตอนบนของเกาะไต้หวัน ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เนื่องจากมันแพร่พันธุ์ง่ายและเร็วมาก เข้าได้กับทุกสภาพอากาศ แถมกินได้ทุกอย่าง จึงทำให้ขยายพันธุ์ออกไปอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ จำนวนประชากรกิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล เกินกว่า 1 ล้านตัวแล้ว มากกว่าประชากรเมืองเจียยี่เสียด้วยซ้ำ

 

 

 

กิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ในเมืองเจียยี่อย่างรวดเร็ว มีจำนวนร่วม 3 ล้านตัวแล้ว มากกว่าประชากรเจียยี่เสียอีก

 

          รัฐบาลเมืองเจียยี่เริ่มตระหนักว่ากิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล กำลังจะทำลายระบบนิเวศในเมืองเจียยี่ หากไม่สามารถควบคุมการเจริญพันธุ์ของมันให้อยู่หมัด เริ่มจากปี 2552 ได้ยื่นขอให้คณะกรรมการการเกษตรอุดหนุนงบประมาณเพื่อกำจัดกิ้งก่าสายพันธุ์นี้ ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนจับแล้วนำมาแลกเงินรางวัล ในอัตรา 1 ตัวต่อ 20 เหรียญ  ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากแห่กันไปจับมาแลกเงิน ในช่วงนั้น วันเดียวจับได้หลายร้อยตัวได้เงินรางวัล 3-4,000 เหรียญ รายได้ดีกว่ารับจ้างทั่วไป เนื่องจากจับได้เยอะมาก จนเงินรางวัลไม่พอ ต่อมาได้ลดเงินรางวัลลงเหลือ 10 เหรียญ จนถึงปีที่แล้วเหลือตัวละ 3 เหรียญ ปีนี้เพิ่มเป็นตัวละ 5 เหรียญโดยเริ่มเปิดให้แลกทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถึงเดือนพ.ย. ปีนี้           ปรากฎว่า วันแรกที่เปิดให้แลก เพียงชั่วโมงเดียว มีชาวบ้าน 6 คน นำกิ้งก่าที่จับได้มาแลกจนเงินรางวัลประมาณ 1 ล้านเหรียญสำหรับวันนั้นหมดเกลี้ยง คนอื่นๆ อีก 13 คนที่รอเข้าคิวนำกิ้งก่าประมาณ 200,000 ตัวมาแลกเลยอด เสียงบ่นพึมพำดังไปทั่ว ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เขาได้ออกจับกิ้งก่าทุกคืน ได้จำนวน 4-5 หมื่นตัว หมายจะมาแลกเงินรางวัลสักหน่อย แต่ที่ไหนได้เขาต้องอด เพราะไม่ได้เข้าคิวเป็น 6 คนแรก รู้อย่างนี้ จะมาเข้าคิวล่วงหน้าสัก 2-3 วัน

 

 

กิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ในเมืองเจียยี่อย่างรวดเร็ว รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนจับมาแลกเงินรางวัลในอัตรตัวละ 5 เหรียญ (ภาพจาก Chinatimes.com)

 

         ท่ามกลางสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกันแบบถ้วนหน้า แถมมีบางสายพันธุ์ที่เผชิญกับวิกฤติที่อาจร้ายแรงถึงขั้นสูญพันธุ์ แต่ในขณะที่สัตว์บางกลุ่มที่แทบไม่เดือดร้อนกับความเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ และดูเหมือนจะได้รับประโยชน์จากปัญหานี้ไปแบบเต็มๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล Brown Anole

         แรกเริ่มเดิมทีนั้น กิ้งก่าชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศคิวบา และประเทศบาฮามาส แต่ด้วยขนาดเล็กน่ารักและเชื่องคนง่าย ทำให้มันถูกนำเข้ามาขายเป็นสัตว์เลี้ยงไปทั่วโลก ก่อนจะหลุดออกสู่ธรรมชาติ เพราะมันแพร่พันธุ์ง่ายมาก จนทำให้เสื่อมความนิยมไป และพวกมันยังว่องไวพอจะหนีออกจากที่เลี้ยงขณะที่เจ้าของไม่ทันระวัง จนทำให้มันกลายเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถพบได้ทุกที่บนโลก เฉพาะแค่ในสหรัฐอเมริกา ก็โดนมันยึดไปกว่า 8 รัฐแล้ว แถมยังไปโผล่อยู่ตามเกาะในแถบแคริบเบียน และในไต้หวัน โดยเฉพาะที่เมืองเจียยี่ ซึ่งไม่เคยเจอพวกมันตามธรรมชาติมาก่อนด้วย ก็กำลังเดือดร้อนโดนกิ้งก่าพันธุ์นี้ยึดพื้นที่

         แม้จะยังไม่มีรายงานว่ากิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาลนั้นสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศหรือไม่ แต่เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะหลังจากอากาศทั่วโลกอบอุ่นขึ้น เนื่องจากภาวะโลกร้อน นักวิทยาศาสตร์พบว่าประชากรของกิ้งก่าชนิดนี้เริ่มมีการกระจายตัวเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ในเขตหนาวเย็นที่ไม่เคยพบพวกมันหรือสัตว์เลื้อยคลานอื่นมาก่อน ทั้งยังมีการสันนิษฐานว่า…จากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้กระบวนการเจริญเติบโตของพวกมันพัฒนาเร็วขึ้นมาก และด้วยความที่เป็นสัตว์ที่ปรับตัวง่าย ทั้งยังสามารถกินได้ทั้งแมลงและผลไม้บางชนิด ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันจะเป็นสายพันธุ์ที่สามารถรอดพ้นภาวะโลกร้อนได้

 

 

 

กิ้งก่าอาโนลสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ในเมืองเจียยี่อย่างรวดเร็ว รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนจับมาแลกเงินรางวัลในอัตรตัวละ 5 เหรียญ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นางลีจิ้งอวี๋ ภรรยานายลีหมิงเจ๋อ เรียกร้องขอเยี่ยมสามีแต่ยังไร้คำตอบจากทางการจีนคอมมิวนิสต์

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 30 ก.ย. 60 นายลีหมิงเจ๋อ มีความผิดอันใดฤา?

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 30 ก.ย. 60 นายลีหมิงเจ๋อ มีความผิดอันใดฤา?

2017-09-30 22:55:00

 

        เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2560 ศาลประชาชนชั้นกลาง เมืองเยว่หยาง มณฑลหูหนาน จีนแผ่นดินใหญ่ ได้ใช้วิธีการแปลกใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน เปิดศาลพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและมีการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดียต่อนายลีหมิงเจ๋อ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวไต้หวันที่ถูกจับกุมตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งในอดีต การพิจารณาคดีในลักษณะดังกล่าวของจีนแผ่นดินใหญ่จะเป็นไปอย่างเงียบๆ และปิดเป็นความลับ บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ยูนิเวอร์สไทมส์ ปักกิ่งได้ระบุชัดๆ ตรงๆ ถึงความจงใจของทางการจีนแผ่นดินใหญ่ว่า "เป็นการสอนให้ชาวไต้หวันรู้สำนึกในการเคารพกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่" และก็ยังได้อาศัยการถ่ายทอดผ่านจอทีวี บอกชาวไต้หวันให้ทราบว่า ระบบนิติรัฐของช่องแคบไต้หวันแตกต่างกัน พฤติกรรมเหล่านี้อาจจะไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศประชาธิปไตย แต่ภายใต้กฎหมายของสังคมนิยมแบบจีนเช่นนี้ จะต้องถูกจับกุมมาลงโทษ สปิริตแห่งกฎหมายภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญก็คือสิทธิเสรีภาพ ปกป้องมิให้สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลถูกรบกวนจากการใช้อำนาจของรัฐบาล ในขณะที่สปิริตแห่งกฏหมายของระบอบสังคมนิยมแบบจีนนั้น มีไว้เพื่อปกป้องและธำรงค์รักษาไว้ซึ่งระบอบแห่งรัฐและพรรค โดยจะไม่ยอมให้ใครมีพฤติกรรมหรือวาจาท้าทายความยิ่งใหญ่แห่งอำนาจของพรรคหรือรัฐได้

        ส่วนในไต้หวันพฤติกรรมใดที่จะก่อให้เกิดการบ่อนทำลาย แบ่งแยกดินแดน หรือใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ  บ่อนทำลายรัฐบาลหรือเตรียมการเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงปลอดภัยในสังคม จึงจะถูกตัดสินว่าเป็นกบฏ ส่วนที่บอกว่า อาศัย "เฟซบุ๊ก" ส่งข้อความโจมตีรัฐบาลจีน" สนับสนุนระบอบการเมืองแบบหลายพรรคฯ มันไม่ใช่ปัญหาแห่งการบ่อนทำลายความมั่นคงปลอดภัยของสังคมแต่อย่รงใด การใช้เพียงคำพูดผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น โดยมิได้นำไปสู่การปฏิบัติ ส่วนบุคคลอันน้อยนิดจะไปบ่อนทำลายอำนาจรัฐได้อย่างไร

        นายลีหมิงเจ๋อได้กล่าวยอมรับสารภาพว่า เขามีพฤติกรรมโจมตีรัฐบาลจีนและปลุกระดมให้ใช้ระบอบการเมืองแบบหลายพรรคการเมือง แต่การโจมตีหรือการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เป็นหนึ่งในวิธีการที่ประชาชนใช้มาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ในประเทศเสรีประชาธิปไตย ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลว่า รัฐบาลจะต้องเสียชื่อเสียงเพียงเพราะคำวิพากษ์วิจารณ์จากชนกลุ่มน้อยในสังคม เนื่องจากประการแรกรัฐบาลมีโฆษกรัฐบาลคอยปกป้องและโต้ตอบคำวิจารณ์เหล่านี้ ไม่ต้องไปเกรงกลัวว่า ประชาชนจะถูกปกปิดหรือเข้าใจรัฐบาลไปอย่างผิดๆ เพียงเพราะคำวิจารณ์เหล่านั้น จีนได้ใช้มาตรการควบคุมสื่อและอินเตอร์เนทอย่างเข้มงวด จึงจำเป็นต้องวิตกต่อการใช้อินเตอร์เนทของชาวไต้หวันคนหนึ่งโจมตีรัฐบาล หรือปลุกระดมกระแสสังคมกระนั้นหรือ? หากเป็นเช่นนี้จริง สิ่งที่นายลีฯ ให้การออกมาก็เป็นเพียงพูดความจริงที่ว่า "กษัตริย์มิได้สวมเสื้อผ้าใหม่" เท่านั้น แต่ในปีนั้น ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนท้าทายอำนาจรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋ง ก็อาศัยคำขวัญลัทธิประชาธิปไตยเป็นเครื่องจูงใจ และประกาศให้หลักประกันแก่การเมืองแบบหลายพรรคฯ การปกครองท้องถิ่น และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วย แต่ตอนนี้กลับกลืนคำพูดของตัวเอง เกรงกลัวเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชน

        นายลีหมิงเจ๋อ ได้อ่านคำรับสารภาพของตนกลางศาล จากนั้น ผู้พิพากษาศาลระดับกลางของเมืองเยว่หยาง แห่งมณฑลหูหนานก็จะพิจารณาพิพากษาลดหย่อนโทษหรืออาจจะรอลงอาญา ซึ่งมันน่าจะเป็นบทละครที่เขียนเอาไว้ได้ดีที่สุดแล้ว แต่เราก็ยังคงต้องเตือนสติทางการจีน ณ ที่นี้ว่า การกระทำดังกล่าวได้บ่อนทำลายความรู้สึกถึงความมีอารยธรรมในระบอบนิติรัฐที่ชาวไต้หวันมีต่อรัฐบาลจีน และถือว่าเป็นความผิดพลาดอีกก้าวใหญ่ทางยุทธศาสตร์ของทางการปักกิ่ง ซึ่งจะทำให้ คสพ. ระหว่างช่องแคบไต้หวันได้รับผลกระทบในแง่ลบอย่างรุนแรง ซึ่งเราก็คงจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงพัฒนาการของคดีดังกล่าวต่อไป

(โดย เจิงเจี้ยนหยวน ผอ. กอง คสพ. ระหว่างช่องแคบไต้หวันไต้หวันติ้งแท๊งค์) 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 
More
8 เดือนแรกปีนี้ มีแรงงานไทยเสียชีวิตในไต้หวัน ร่วม 60 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคไหลตาย

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560

2017-09-30 11:51:28

 

1. นักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยต้องการรับแรงงานไทยในไต้หวันที่ทำงานครบสัญญาและอยากหางานทำในประเทศไทยเข้าทำงาน เหตุคุ้นเคยวัฒนธรรมในการทำงานของนายจ้างไต้หวันและสื่อภาษาจีนได้

           นักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ขณะที่แต่ละปี มีแรงงานไทยในไต้หวันครบสัญญาเดินทางกลับประเทศและประสงค์จะหางานทำในประเทศไทยต่อไป แต่ไม่ทราบว่า จะสมัครงานได้ที่ไหน? ขณะเดียวกันธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยอยากจะว่าจ้างแรงงานไทยที่เคยผ่านการทำงานที่ไต้หวัน ซึ่งจะเข้าใจวัฒนธรรมในการทำงานของนายจ้างไต้หวันค่อนข้างดี และส่วนใหญ่พอพูดหรือสื่อสารภาษาจีนได้ แต่ไม่รู้จะติดต่อแรงงานไทยเหล่านี้ได้อย่างไร?

          ปัจจุบัน มีธุรกิจไต้หวันลงทุนสร้างฐานผลิตในประเทศไทยกว่า 6,000 บริษัท แต่ช่วงหลายปีมานี้ ไทยเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่นเศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอัตราการเกิดที่ลดน้อยลง ทำให้ต้องนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น พม่า ลาวและกัมพูชา กลายเป็นประเทศที่มีทั้งส่งออกแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำเข้าแรงงานต่างชาติเช่นกัน

         ทั้งนี้ สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน องค์กรตัวแทนของกลุ่มธุรกิจไต้หวันที่ลงทุนในประเทศไทยกล่าวว่า หากแรงงานไทยใดประสงค์จะสมัครเข้าทำงานกับธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย สามารถประสานติดต่อไปได้ที่

         สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน (泰國台灣商會聯合總會: Thai-Taiwan Business Association)

         เลขที่ 30/207 ถ.สุขุมวิท ซ.39 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ กทม. Tel: 02-6627335-6,  02-6627385 

         e-mail : ttba@ttba.or.th Website: http://www.ttba.or.th

 

สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน ออกหนังสือเชิญชวนแรงงานไทยในไต้หวันที่ครบสัญญาสมัครเข้าทำงานในโรงงานของนักธุรกิจไต้หวันในไทย

 

2. แรงงานไทยมีสิทธิขอให้นายจ้างออกหนังสือรับรองการผ่านงาน เพื่อนำกลับไปใช้สมัครงานในประเทศไทย

         ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตราที่ 19 กำหนดให้นายจ้างจะต้องออกหนังสือรับรองการทำงานให้แก่ลูกจ้างทุกคน ที่ทำงานครบสัญญาและได้ยื่นขอต่อนายจ้าง โดยนายจ้างหรือตัวแทนนายจ้างจะปฏิเสธไม่ได้

         เนื่องจากนายจ้างเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดการทำงานของแรงงานไทย เมื่อนายจ้างออกหนังสือรับรองการทำงานแล้ว อาจนำใบรับรองดังกล่าวไปผ่านการรับรองจากโนตารี พับลิค หรือผ่านการรับรองตามระเบียบของฝ่ายไทย เพื่อสามารถนำกลับไปใช้สมัครงานในประเทศไทยได้ต่อไป

 

แรงงานไทยมีสิทธิขอให้นายจ้างออกหนังสือรับรองการผ่านงาน เพื่อนำกลับไปใช้สมัครงานในประเทศไทย

 

3. เถาหยวนตรวจเข้มโรงงานอุตสาหกรรม 40% ของอุบัติเหตุจากการทำงาน เกิดกับแรงงานต่างชาติ

        นครเถาหยวน เป็นเมืองอุตสาหกรรมของไต้หวัน มีนิคมอุตสาหกรรมน้อยใหญ่ร่วม 30 แห่ง แรงงานต่างชาติก็มีจำนวนมากที่สุด กล่าวคือ ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานในภาคการผลิตในไต้หวัน มี 412,971 คน ในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในนครเถาหยวน 87,063 คน หรือแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตทุกๆ 5 คน จะมี 1 คนทำงานอยู่ในนครเถาหยวน เมื่อแรงงานต่างชาติมีจำนวนมาก อุบัติเหตุก็มากตามไปด้วย สถิติพบว่า ครึ่งแรกของปีนี้ มีแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุในขณะทำงานเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน นครเถาหยวน นอกจากเริ่มตรวจเข้มความปลอดภัยในโรงงานต่างๆ ยังเตรียมจัดทำคู่มือความปลอดภัยในการทำงานสำหรับแรงงานต่างชาติ ฉบับภาษาต่างๆ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุในกลุ่มแรงงานต่างชาติลงให้ได้

 

เถาหยวนพบ 40% ของอุบัติเหตุจากการทำงาน เกิดกับแรงงานต่างชาติ

 

นายรัตน์ แรงงานไทยถูกเครื่องบดปั่นขาทั้งสองข้างติดอยู่ในถังได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

4. 8 เดือนแรกปีนี้ มีแรงงานไทยเสียชีวิตในไต้หวัน ร่วม 60 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคไหลตาย

        จากสถิติพบว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา จนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ มีแรงงานไทยในไต้หวันเสียชีวิตทั้งหมด 56 ราย ส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นโรค เช่นโรคหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคไหลตาย ในจำนวนนี้มี 3 รายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะทำงาน มี 3 รายที่เสียชีวิตจากโรคตับแข็งเนื่องจากดื่มสุราจัด และเมาแล้วขับขี่รถจักยานและจักรยานไฟฟ้าถูกชนเสียชีวิต 2 ราย

 

8 เดือนแรกปีนี้ มีแรงงานไทยเสียชีวิตในไต้หวัน ร่วม 60 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคไหลตาย

 

5. นพ.ศรชัย วีรมโนมัย จากโรงพยาเลิศสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะแรงงานไทยในไต้หวัน วิธีป้องกันอาการไหลตาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตแรงงานไทย

 

นพ.ศรชัย วีรมโนมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมจากโรงพยาบาลเลิศสิน สอนวิธีป้องกันโรคไหลตายแก่แรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
A-LIN กับอัลบั้มเพลงที่หยิบเอาชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่ออัลบั้มด้วย

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลง 你點的歌救了我 (เพลงที่เธอขอช่วยฉันไว้) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลง 你點的歌救了我 (เพลงที่เธอขอช่วยฉันไว้) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-29 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ A-Lin ในเพลง 你點的歌救了我 (เพลงที่เธอขอช่วยฉันไว้) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (A-Lin เจอเมาท์ว่าเตียงหัก ผู้จัดการส่วนตัวรีบออกมาปฏิเสธข่าว / หลี่หรงห้าวกลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้ง เพื่อเล่น MV ของตัวเอง)

More
การการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน TOCFL

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 60 - เปิดสอบวัดระดับภาษาจีน TOCFL รอบใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 60 - เปิดสอบวัดระดับภาษาจีน TOCFL รอบใหม่

2017-10-16 19:31:46

เปิดสอบวัดระดับทักษะความรู้ภาษาจีน TOCFL รอบใหม่ รับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.-11 ต.ค. จัดสอบทักษะการฟัง-อ่านในวันเสาร์ที่ 4 พ.ย. ทักษะการเขียน และทักษะการพูดในวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. รายละเอียดการสมัคร และมีสนามสอบที่ใดบ้าง ติดตามรับฟังได้ในรายการ

+++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 14-16

 

More
จันหย่งหราน (詹詠然) และมาร์ติน่า ฮิงกิสส์ คู่หูชาวสวิสซ์

จันหย่งหลานผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงที่อู่ฮั่น

จันหย่งหลานผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงที่อู่ฮั่น

2017-09-28 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหลานผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในศึกเทนนิสหญิงที่อู่ฮั่น

-หลุูเยี่ยนซวินผ่านเข้ารอบสองของศึกเทนนิสชายที่เฉิงตูทั้งในประเภทเดี่ยวและคู่

-โจวเทียนเฉิงแพ้หลี่จงเหว่ย อดีตมือ 1 ของโลกชาวมาเลเซียเป็นครั้งที่ 7 อดเข้ารอบตัดเชือกเจแปนโอเพ่น 2017

More
ไต้หวันปรากฎการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 27 กันยายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 27 กันยายน 2560

2017-09-28 08:15:00

 

1. ไต้หวันเริ่มปรากฎการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด

      กรมทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันเปิดเผยสถิติ ณ ปี 2559 ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน มีจำนวน 3,252 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงมากที่สุด ครองสัดส่วน 93.8% เหตุผลของการยื่นขอโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน อันดับ 1 หรือร้อยละ 90.7 เป็นเพราะแต่งงานกับชาวไต้หวัน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศพบว่า ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว ทำการหย่าแล้วไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกันหรือต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดสภาวะการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่  ซึ่งเป็นการย้ายถิ่นที่เกิดจากผู้ย้ายถิ่นชุดแรกๆ ไปแต่งงานกับอดีตสามีหรือแฟนเก่าในถิ่นเดิมแล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวันเพิ่มมากขึ้น ในจำนวนนี้ เวียดนามมีมากที่สุด และตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2560 มีหญิงชาวเวียดนามแต่งงานกับชาวไต้หวัน ได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว และขอหย่ากับสามีชาวไต้หวัน จากนั้นกลับไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นอดีตสามี อดีตแฟน แล้วพากลับมาอยู่ที่ไต้หวัน จำนวน  251 คน

 

      จากสถิติของกรมทะเบียนราษฎร์พบว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติได้รับอนุญาตโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว 3,252 คน ส่วนใหญ่หรือ 93.8% เป็นเพศหญิง ในจำนวนนี้ 68.5% เป็นชาวเวียดนาม และพบว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ได้รับบัตรประชาชนเป็นชาวไต้หวันแล้วไม่นาน ก็จดทะเบียนหย่ากับสามีชาวไต้หวัน แล้วไปแต่งงานกับคนชาติเดียวกัน มี 93 คน ในจำนวนนี้ สัญชาติเดิมเป็นเวียดนามมีมากที่สุด 79 คน รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย 8 คน กัมพูชา 2 คน ไทย พม่าอินเดียและเนปลาชาติละ 1 คน

 

ไต้หวันเริ่มปรากฎการย้ายถิ่นแบบลูกโซ่ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามหย่าแล้วแต่งงานกับคนชาติเดียวกันมากที่สุด

 

2. อินโดนีเซียเล็งปรับขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลในไต้หวันเป็นเดือนละ 19,000 เหรียญ สอดรับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในต้นปีหน้า

      ตามที่กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจากปัจจุบัน 21,009 เหรียญ เป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค. 2561 เป็นต้นไป รัฐบาลอินโดนีเซียกล่าวว่า จะขอให้นายจ้างไต้หวันที่จะว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ปรับขึ้นค่าจ้างจากปัจจุบัน 17,000 เหรียญไต้หวันอย่างน้อย 10% เป็นเดือนละ 18,700 เหรียญไต้หวัน หรือปรับขึ้นเป็น 19,000 เหรียญไต้หวันเลย

 

      ค่าจ้างของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งปรับขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปัจจุบันอยู่ที่ 21,009 เหรียญ กำลังจะได้รับการปรับขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันในวันที่ 1 ม.ค. 61 ขณะที่ผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน เช่นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ไม่ได้รับการปรับขึ้น โดยปัจจุบันค่าจ้างของผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานตามบ้านของนายจ้าง นอกจากผู้อนุบาลไทยแล้ว ได้รับค่าจ้างเพียง 17,000 เหรียญไต้หวัน ตัวเลขมีการปรับขึ้นจาก 15,840 เหรียญเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 หลังจากไม่ได้ปรับขึ้นมาเป็นเวลานาน 18 ปี ดังนั้น รัฐบาลอินโดนีเซียจึงหวังปรับขึ้นค้างผู้อนุบาลตามไปด้วย

 

      จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2560 พบว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน มี 663,234 คน ในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 416,749 คน ทำงานอยู่ในภาคสวัสดิการสังคม 246,485 คน ในจำนวนคนงานต่างชาติทั้งหมด เป็นแรงงานอินโดนีเซียมากที่สุด มีจำนวน 256,342 คน โดยคนงานอินโดนีเซียส่วนใหญ่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลคนป่วยและผู้สูงอายุอยู่ในบ้านของนายจ้าง มีจำนวนมากถึง 188,395 คน ครองสัดส่วนประมาณ 75% หรือ 3 ใน 4 ของผู้อนุบาลต่างชาติทั้งหมด

 

อินโดนีเซียเล็งปรับขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลในไต้หวันเป็นเดือนละ 19,000 เหรียญ สอดรับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในต้นปีหน้า

 

3. สองแรงงานอินโดนีเซียล่าเลียงผาไต้หวันมาทำอาหาร โดนจับข้อหาล่าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง

      เลียงผาไต้หวัน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์และถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวน แต่ถูกแรงงานต่างชาติล่ามาทำอาหาร โดยแรงงานต่างชาติที่สร้างวีรกรรมครั้งนี้ เป็นฝีมือของ 2 แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย นาย BUDIMAN และนาย IMALIYA ทั้ง 2 เป็นแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หลบไปหางานทำบนภูเขาหลูซานในตำบลเหรินอ้ายเมืองหนานโถว กลางวันรับจ้างทำงานเกษตร พอตกกลางคืนก็เข้าป่าล่าสัตว์มาทำเป็นอาหาร

 

      เหตุโดนจับเป็นเพราะทั้งสองออกล่าสัตว์ป่ายามกลางคืนเป็นประจำ ชาวบ้านพบเห็นมีไฟส่องสว่างตามป่าและได้ยินเสียงปืนดังเป็นประจำ สันนิษฐานว่ามีคนแอบล่าสัตว์ตามป่า จึงโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจจากสถานีตำรวจตำบลเหรินอ้ายออกปฏิบัติการตรวจสอบหลายวันโดยไม่ตีหญ้าให้งูตื่น พบคนงานต่างชาติทั้งสองใช้ปืนยาวสำหรับล่าสัตว์ไล่ล่าสัตว์ต่างๆ ในป่า เมื่อสำรวจสภาพแวดล้อมและมั่นใจในพยานหลักฐานแล้ว เมื่อรุ่งเช้าเวลา 06.30 น. วันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมานี้ รองผู้บังคับการสถานีตำรวจเหรินอ้าย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7 นาย อาศัยช่วงที่คนงานอินโดนีเซียทั้ง 2 กำลังอยู่ในช่วงหลับใหล บุกเข้าไปในกระต๊อบที่พัก จับกุมคนงานทั้งสอง นอกจากพบเนื้อเลี้ยงผาที่ถูกชำแหละเป็นก้อนๆ จำนวนมาก รวมทั้งอวัยวะเช่นแขนขาของเลียงผาถูกแช่แข็งอยู่ในตู้เย็นแล้ว ยังพบปืนยาวสำหรับล่าสัตว์รวม 6 ประบอก ลูกเหล็กสำหรับเป็นกระสุนปืน 2 กล่อง ตำรวจจึงควบคุมตัวกลับโรงพัก

 

      คนงานทั้งสองให้การว่า ช่วงกลางวันหางานเกษตรทำ กลางคืนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าป่าเพื่อล่าสัตว์มาเป็นอาหาร โดยไม่ทราบว่า การล่าสัตว์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนปืนล่าสัตว์ ทั้งสองบอกว่า ไม่ใช่ของตน แต่เป็นของเพื่อนที่นำมาฝากไว้ จึงยืมไปใช้ล่าสัตว์ ตำรวจได้ตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง

 

      เลียงผาไต้หวันเป็นสัตว์กีบคู่ มีลักษณะคล้ายแพะแต่มีรูปหน้ายาวกว่าและมีหนวดเครายาว มักอาศัยอยู่ตามหน้าผาหรือภูเขาสูง มีความสามารถในการปีนป่ายที่สูงชันได้อย่างคล่องแคล่ว ปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์ ถูกจัดให้เป็นสัตว์สงวนห้ามทำการล่า

 

 สองแรงงานอินโดนีเซียล่าเลียงผาไต้หวันมาทำอาหาร โดนจับข้อหาล่าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง (cr:Apple Daily)

 

เลี้ยงผาที่ถูกชำแหละเป็นก้อนๆ จำนวนมาก  (cr:Apple Daily)

 

ตรวจพบปืนยาวสำหรับล่าสัตว์รวม 6 ประบอก ลูกเหล็กสำหรับเป็นกระสุนปืน 2 กล่อง (cr:Apple Daily)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โรงเรียนสอนทำไอติมแท่งที่จางฮว่า

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 27 ก.ย. 60 ไอติมแท่งที่จางฮว่า อาวุธลับมุ่งใต้ใหม่

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 27 ก.ย. 60 ไอติมแท่งที่จางฮว่า อาวุธลับมุ่งใต้ใหม่

2017-09-27 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 27 ก.ย. 60

 

ไอติมแท่งที่จางฮว่า อาวุธลับมุ่งใต้ใหม่ ประสมประสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับรสชาติที่คู่สมรสจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชื่นชอบ

เสริมพลังทัพลุยความเป็นหนึ่งเดียวของผู้มาอยู่ใหม่ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
พาไปรู้จักตำรวจม้าในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 60 - พาไปรู้จักตำรวจม้าในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 60 - พาไปรู้จักตำรวจม้าในไต้หวัน

2017-09-27 21:00:00

คุณเคยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่ม้าลาดตระเวนตามจุดต่างๆ ในย่านปั่นเฉียว ตั้นสุ่ย หรือที่เกาสงไหม? พวกเขาทำหน้าที่อะไร? สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจม้าของไต้หวัน

 

More
โฉมหน้า ครม. ชุดใหม่ภายใต้การนำของ นรม. ไล่ชิงเต๋อ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 60 ครม. ใหม่พร้อมลุยบริหารประเทศ 8 นโยบายหลัก

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 60 ครม. ใหม่พร้อมลุยบริหารประเทศ 8 นโยบายหลัก

2017-09-25 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 60

 

ครม. ใหม่พร้อมลุยบริหารประเทศ 8 นโยบายหลัก

พรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวันถูกหางเลข ถุกกล่าวหาพัวพันแทรกแซงการเมืองกัมพูชา แต่ปฏิเสธพัลวัน หวังรัฐบาลกัมพูชาเข้าใจ ไต้หวันไม่เคยแทรกแซงการเมืองของประเทศใดๆ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More