QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

มาตรการลดใหม่ คาดแต่ละปีจะสามารถลดปริมาณถุงขยะพลาสติกลงได้ 150 ล้านใบ

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2560

2018-01-02 10:36:04

 

1. เริ่มแล้ว 14 ประเภทกิจการกว่า 100,000 ร้านค้า ห้ามแจกฟรีถุงพลาสติกแก่ลูกค้า ฝ่าฝืนโดนปรับ ไม่เกิน 6,000 NT$

            ไต้หวันเดินหน้าลดขยะพลาสติก ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไปเพิ่มอีก 7 ประเภทกิจการ จากเดิมที่ห้ามให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าฟรีแล้ว 7 ประเภทกิจการ รวมเป็น 14 ประเภทกิจการ ครอบคลุมร้านค้ากว่า 100,000 แห่ง เพื่อให้มาตรการลดขยะพลาสติกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

            นับจากวันที่ 1 มกราคมปี 2561 เป็นต้นไปขยายร้านค้า 7 ประเภทอันได้แก่ ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขายยา ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสาร  ร้านหนังสือและเครื่องเขียน ร้านซักอบรีด ร้านขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ห้ามให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าฟรี นอกจากนี้ยังห้ามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านไฮเปอมาร์เก็ตจำหน่ายถุงพลาสติกทั่วไปแต่ให้เปลี่ยนเป็นจำหน่ายถุงพลาสติกแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นถุงพลาสติกแบบ 2 in 1 คือใช้ใส่สิ่งของและใช้เป็นถุงขยะได้ ราคาจะแพงกว่าถุงพลาสติกทั่วไป โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา กองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรุงไทเปคาดการณ์ว่า หลังจากนำมาตรการลดถุงพลาสติกนี้ออกมาใช้ปฎิบัติจะสามารถลดถุงขยะพลาสติกลงได้ปีละ 20 ล้านถุง

           ทั้งนี้ มาตรการจำกัดการใช้ถุงพลาสติกมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 ได้ขยายออกไปสู่ธุรกิจอีก 7 ประเภทรวมเป็น 14 ประเภทกิจการ ครอบคลุมร้านค้าต่างๆ 100,000 ร้าน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงิน 1,200-6,000เหรียญไต้หวัน คาดว่าแต่ละปีจะสามารถลดปริมาณถุงขยะพลาสติกลงได้ 150 ล้านใบ

 

 เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจร้านค้าต่างๆ วันแรกกว่า 10,000 แห่ง พบ 16  แห่งที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบโดนปรับ

 

มาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก คาดแต่ละปีจะสามารถลดปริมาณถุงขยะพลาสติกลงได้ 150 ล้านใบ

 

2. เผิงฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางในตำนาน ผู้พิทักษ์ระบบการเงินของไต้หวันให้รอดพ้นจากวิกฤตด้านการเงินโลกมาแล้วหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยไม่สนใจอำนาจบารมีของนักการเมืองที่นำมาล่อ จนถูกเปรียบเสมือนเป็นพวก พิวริตัน หรือชาวคริสต์ผู้เคร่งศาสนา เขากำลังจะเกษียณพ้นจากตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หลังเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางที่เหล่านักปั่นและเก็งกำไรจากตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเกรงขามที่สุดมาเป็นเวลาถึง 20 ปี จะเกษียณในเดือนกุมภาพันธ์ปีใหม่นี้

          ในไต้หวัน ถ้าพูดถึงเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของรัฐบาลที่มีฝีมือเก่งและได้รับการยอมรับจากประชาชนว่า ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและใสสะอาด ในอดีตมีจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน เหลือไม่กี่คน และ 1 ในจำนวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งและมือสะอาด ทำงานเพื่อชาติอย่างเดียว ได้แก่เผิง ฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน วัย 78 ปี ดำรงตำแหน่งมานานถึง 20 ปี  เพราะเขานี่แหละ ที่ทำให้ไต้หวันรอดพ้นจากวิกฤตการเงินโลกมาได้ทุกครั้ง อีกทั้งยังรอดพ้นจากการโจมตีด้านการเงินจากนักปั่นและเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจของไต้หวันเจริญเติบโตอย่างมั่นคง และไม่เพียงแต่เป็นผู้มีฝีมือเก่งอย่างเดียว ที่สำคัญ เขาไม่สนใจต่อสิ่งเย้ายวนจากอำนาจบารมีของนักการเมืองหลายคนที่นำมาหลอกล่อ เช่น อยากจะให้เขามาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นคู่หูลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ฯลฯ เขามาสนใจและไม่เอาทั้งนั้น ต้องการทำหน้าที่เฝ้าดูแลระบบการเงินของประเทศให้มีความมั่นคงและปราศจากการโจมตีจากภายนอกเท่านั้น

 

เผิงฮว๋ายหนาน (彭淮南) ผู้ว่าการธนาคารกลางในตำนาน พิทักษ์ระบบการเงินของไต้หวันให้รอดพ้นจากวิกฤตด้านการเงินโลกมา 20 ปี

 

          เผิงฮว๋ายหนาน กุมเงินทุนสำรองต่างประเทศของรัฐบาลไว้สูงถึง 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วม 14 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน หรือเท่ากับ 80% ของ GDP ของไต้หวัน กล่าวได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีเงินมากที่สุดในไต้หวัน เงินจำนวนนี้ สามารถเรียกลมได้ลม เรียกฝนก็ได้ฝนในตลาดการเงิน และข่าววงในเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้คนรวยไม่รู้เรื่อง ดังนั้น จึงมีคนอยากรู้จักและตีสนิท แต่เผิงฮว๋ายหนานรู้ดี จึงไม่เคยให้โอกาสแก่ใคร เขามักจะรักษาระยะห่างกับทุกคน เพื่อป้องกันเกิดเสียงครหา คนข้างบ้านเล่าว่า ในอดีต มีคนพยายามไปตีสนิทส่งของขวัญ ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ส่งของที่ระลึกให้เขาไม่เว้นวัน แต่เขาไม่ยอมรับ ใครที่เอาของไปฝาก เป็นต้องถือออกจากกลับบ้านของเขาทุกราย นานวันเข้า คนที่เข้าไปตีสนิทลดน้อยลง เพราะรู้ว่า ไม่มีผล

          เผิงฮว๋ายหนาน ขยันในการทำงานอย่างมาก เขาไม่มีวันหยุด ไม่มีวันเสาร์วันอาทิตย์ แม้แต่ตรุษจีนก็จะเฝ้าดูสถานการณ์การเงินโลก ที่ทำงานของเขาก็คือบ้าน และเป็นคนประหยัด เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีชีวิตความเป็นอยู่คล้ายกับชาวคริสต์ผู้เคร่งครัดในศาสนา ซึ่งเรียกกันว่า พิวริตัน การยึดมั่นในหน้าที่ และไม่ยอมหลงเสน่ห์อำนาจบารมีทางการเงินและการเมืองใดๆ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้นำไต้หวัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาแล้วถึง 4 คน นั่งตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลาง เฝ้าพิทักษ์คุ้มครองไต้หวันมานานถึง 20 ปี และจัดเป็นคนแรกที่ได้รับเชิดชูจากนิตยสาร Global Finance ให้เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางระดับเกรด A ติดต่อกัน 14 ปี

          ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 เผิงฮว๋ายหนานจะเกษียณและพ้นจากตำแหน่งแล้ว ผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่จะเป็นใคร และจะพิทักษ์คุ้มครองระบบการเงินไต้หวันให้มั่นคงต่อไปได้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

 

ระบบการเงินของไต้หวันภายใต้การดูแลของเผิงฮว๋ายหนาน มั่นคงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในภาพเป็นอาคารที่ทำการธนาคารกลางไต้หวันในกรุงไทเป

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนคอมมิวนิสต์

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. 60 เบื้องหลังวาจาดุดันใช้กำลังอาวุธกับไต้หวันคือความหวาดกลัว

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. 60 เบื้องหลังวาจาดุดันใช้กำลังอาวุธกับไต้หวันคือความหวาดกลัว

2017-12-31 10:55:00

เบื้องหลังวาจาดุดันใช้กำลังอาวุธกับไต้หวันคือความหวาดกลัว

        ภูมิหลังแห่งโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจโลก จีนได้อาศัยเงื่อนไขความได้เปรียบของตนทั้งทางด้านกำลังแรงงาน และค่าแรงต่ำของตนผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะเดียวกันบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ จีนก็มีบทบาท และฐานะในลักษณะยั่วยุขยายตัวมากขึ้นเป็นลำดับ จีนคอมมิวนิสต์ได้พยายามแทรกซึม บ่อนทำลาย กดดัน ข่มขู่คุกคามอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดยั้ง โดยใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ด้วยขีปนาวุธ การซ้อมรบทางทหาร การส่งสปายสายลับ การโฆษณาชวนเชื่อ การกดดันทั้งทางการทูต เศรษฐกิจ การเมือง การทุ่มเงินซื้อทางการเมืองและสื่อมวลชนในไต้หวัน ตลอดไปจนถึงการออกกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนแห่งชาติ นายลี หมิงเจ๋อ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวไต้หวันที่สนับสนุนการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในจีน กลายเป็นสัญญานหนึ่งของการข่มขู่ไต้หวันโดยทางการจีน ในขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา อัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ นายลีเค่อซิน ยังได้ใช้วาจาสามหาวระบุว่า "วันที่เรือรบสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่เกาสง ก็จะเป็นวันเดียวกับวันที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนใช้กำลังอาวุธเข้าปลดปล่อยไต้หวัน" ส่วนหนังสือพิมพ์หวนฉิวสือเป้า หรือ ยูนิเวอร์สไทม์ กระบอกเสียงของทางการจีนก็ได้ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ ระบุว่า หากไต้หวันผลักดัน "การลงประชามติเพื่อแยกหรือรวมประเทศ" "เปลี่ยนชื่อประเทศ" หรือใช้วิธีการใดๆ ในการผลักดันให้เกิดการแยกไต้หวันเป็นเอกราชโดยนิตินัยแล้ว กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนก็จะยกกำลังข้ามช่องแคบไต้หวัน บุกเข้ายึดเกาะไต้หวันโดยทันที ใช้กำลังอาวุธเข้ายุติสภาพการแยกกันของช่องแคบไต้หวัน"

        จีนเป็น 1 ในสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ในขณะที่ไต้หวันยังไม่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ แต่ก็มีประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันจำนวน 20 ประเทศ ปี 1990 จีดีพี ของไต้หวันในปี 1990 ขนาดประมาณ 43.8% ในขณะที่ตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 4.8% จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก มีทหารประจำการมากที่สุดในโลก ภายใต้สภาพการณืที่ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่เผด็จการที่เต็มไปด้วยความเป็นปฏิปักษ์และป่าวประกาศว่าจะใช้กำลังอาวุธเข้าร่วมไต้หวันเช่นนี้ ไต้หวันก็คงไม่อาจที่จะไม่มีความรู้สึกวิตกกังวลใดๆ ได้

        ในขณะที่หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นแล้ว ฝ่ายที่มีความวิตกจริตมากยิ่งกว่าน่าจะเป็นจีนมากกว่า

        การปกครองของจีน โดยผิวเผินแล้ว จะเป็นไปอย่างมั่นคง และเข้มแข็ง แต่ในทางความเป็นจริงกลับเต็มไปด้วยวิกฤตในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ความเหลวแหลกของกระบวนการตุลาการ มลภาวะ วิกฤตระบบนิเวศน์ วิกฤตอาหาร  เศรษฐกิจฟองสบู่ ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน ระบบเผด็จการได้ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอาและไม่พอใจพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโฆษณาชวนเชื่อรูปการจิตสำนึกของจีนเริ่มหมดเสน่ห์และแรงดึงดูดต่อประชาชนทั่วไปเสียแล้ว ขนบธรรมเนียมประเพณีถูกบ่อนทำลาย ความเชื่อทางศาสนาถูกกดดัน ความดีของผู้คนถูกจองจำ การศึกษากลายเป็นการล้างสมอง คนเลวกุมอำนาจ ศีลธรรมเลวร้ายลง สังคมเริ่มเน่าเฟะ นับตั้งแต่ที่ปล้นอำนาจการปกครองไปตั้งแต่ปี 1949 เป็นต้นมา จีนก็ไม่อาจแก้ไข "ปัญหาที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ได้ และภายใต้ "กระแสธารหลักแห่งประชาธิปไตยของโลก" ทำให้ "อำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืน" กลายเป็นเพียงเหตุผลของพวกอันธพาลอย่างหนึ่งเท่านั้น ภายใต้ยุคแห่งการเชื่อมต่อทางข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเริ่มตาสว่างมากยิ่งขึ้น การลุกขึ้นต่อสู้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ

        ภายใต้นโยบายกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรงเช่นนี้ ทิเบต และซินเกียง เริ่มห่างเหินและมีความเคียดแค้นต่อทางการจีนมากยิ่งขึ้นทุกขณะ ชาวทิเบต 150 คนเผาตัวเอง เป็นสัญญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงการปกครองกดขี่ข่มเหงด้วยความรุนแรงที่เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นทุกขณะ กระแส "แยกฮ่องกงเป็นเอกราช" ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นที่จับตามองกันของผู้คนไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้ว ประเด็นนี้ควรเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของทางการจีนคอมมิวนิสต์ที่ปลิ้นปล้อนหลอกลวงชาวฮ่องกงมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้นโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” มาหลอกลวงฮ่องกงและมาเก๊า ได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นการทำให้ความฝันอันสวยหรูที่มีต่อการใช้ “หนึ่งประเทศสองระบบ” มาแก้ปัญหาไต้หวัน ของกลุ่มที่ยังมีความฝันลมๆแล้งๆ เสมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่นั่นเอง  

        ธรรมะย่อมชนะอธรรม ฉันใด ไต้หวันได้อาศัยระบอบประชาธิปไตยเปลี่ยนพรรครัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้ง แม้จะยังมีปัญหาไม่น้อยที่ต้องรอการแก้ไข แต่ในแง่ของสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ นิติรัฐ และประชาธิปไตย ล้วนมีผลงานที่โดดเด่นยิ่ง และถูกมองว่าเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบและสุกงอมยิ่ง ไต้หวันได้รรับการสนับสนุนและคุ้มครองจากสหรัฐฯ สาเหตุสำคัญอยู่ที่ที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์การเมือง ปัจจุบันยังรวมถึงคุณค่าที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับเช่นเดียวกันอีกด้วย ในขณะจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงมีสภาพการณ์ทางด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่เต้มทน อยู่แถวเดียวกับประเทศที่ไม่มีเสรีภาพมากที่สุด หายใจออกมาเหมือนกับบรรดาทางการเผด็จการอื่นๆ ทั่วโลก อาศัยขนาดตลาดเป็นแรงดึงดูด และเงินทุนของตนซื้อความไว้เนื้อเชื่อใจจากทั่วโลก และอาศัยพลังของตน แต่กลับไม่มีพันธมิตรที่มีความจริงใจอย่างแท้จริงใดๆ

        เนื่องจากการกดดันจากทางการจีน ทำให้ไต้หวันยังคงไม่อาจยืนอยู่บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศในฐานะประเทศอธิปไตยที่สมบูรณ์แบบและปกติเหมือนประเทศอื่น ๆแต่ไต้วหันไม่จำเป็นต้องไปกล่าวถึงการเปลี่ยนสี ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวจนหัวหด ไต้หวันมีอาวุธลับที่จีนคอมมิวนิสต์เกรงกลัวมากที่สุด นั่นก็คือ เสรีภาพและประชาธิปไตย เช่นเดียวกับที่คุณจินจง ได้เคยกล่าวไว้ว่า ไต้หวันได้ตอบคำถามที่ทำให้ทั่วโลกตกอยู่ภายใต้ความงุนงงมากที่สุดแล้ว ชาวจีนต้องการประชาธิปไตยหรือไม่ ปฏิรูปสู่ระบอบประชาธิไตยได้หรือไม่ เช่นเดียวกับที่สังคมชาวจีน อย่างเสรีภาพในฮ่องกงที่ทำให้จีนคอมมิวนิสต์ต้องตื่นตระหนกและตกใจ ประชาธิปไตยบวกกับเสรีภาพของไต้หวัน ก็ยิ่งทำให้จีนคอมมิวนิสต์หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ชาวไต้หวันไม่เพียงแต่ได้พยายามปกป้องวามสมบูรณ์ของระบอบประชาธิปไตยและสังคมเปิดของไต้หวันอย่างเต็มที่เท่านั้น หากยังได้นำเอาระบอบประชาธิปไตยเผยแพร่ไปสู่จีน เพื่อให้จีนเกิดการปฏิรูปประชาธิปไตย หากไม่ทำเช่นนี้ เสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวันก็อาจถูกจีนรุกล้ำหรือกัดเซาะได้ จึงมีเพียงต้องช่วยให้จีนดำเนินการปฏิรูปประชาธิปไตยให้ปรากฏเป็นจริงขึ้นเท่านั้น ไต้หวันจึงจะกลายเป็นประเทศที่ปกติและมีความปลอดภัย มั่นคง และจึงจะสามารถสลัดพ้นจากความหวาดกลัวได้ ส่วนในอนาคต สิ่งที่ไต้หวันควรจะทำ ไม่ใช่ “การรักษาสถานะปัจจุบัน” เท่านั้น หากยังต้องช่วยเหลือให้ชาวจีนต่อต้านระบอบเผด็จการ สร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศจีน 

 

โดยนักวิชาการรับเชิญ สถาบันวิจัย สหรัฐฯ Institute for Advanced Study (IAS) นายเถิง เปียว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
สถานทูตไทยในเกาหลีเตือน อากาศหนาวจัด ทำยอดคนไทยตายในเกาหลีพุ่ง

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2560

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2560

2018-01-01 09:36:40

 

1. สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระวังการสวมใส่เสื้อผ้าและการรับประทานอาหาร แรงานไทยป่วยเป็นโรคหลอดเลือด โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น

 

2. แม้อากาศในไต้หวันจะหนาว แต่ถ้าเทียบกับเกาหลีใต้แล้ว ถือว่าไต้หวันยังโชคดี เพราะที่เกาหลีใต้อากาศหนาวเหน็บสุดจะทน อุณหภูมิถึงขั้นติดลบ 10 °c และมีแรงงานไทย ซึ่งโดยมากจะเป็นแรงงานที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หนาวตายไปแล้วจำนวนมาก

              ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ออกประกาศแนะคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะแรงงานที่เข้าประเทศแบบผิดกฎหมาย หลังพบคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อน เฉพาะปี 2560 จนถึง 15 ธันวาคม มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 66 ราย สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เส้นเลือดในสมองแตก หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย ไหลตาย ปอดบวม อุบัติเหตุ และขาดอากาศหายใจ

              โดยเฉพาะแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานในลักษณะผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครอง ตามกฎหมายท้องถิ่น มักเจอปัญหาถูกหลอก เอารัดเอาเปรียบจากนายหน้า และถูกกดขี่จากนายจ้าง เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สามารถไปรับการรักษาได้ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในเกาหลีใต้แพงมาก คนงานไทยไม่สามารถรับผิดชอบได้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงแนะนำคนไทยให้ดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งแรก เริ่มจากทานอาหารที่ถูกสุขลักษณ์และมีประโยชน์ เลี่ยงการดื่มสุราของมึนเมา รวมถึงนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำงานอย่างมีสติรอบคอบ และสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอกับสภาพอากาศติดลบเกิน 10 °c ในหลายพื้นที่

 

 

สถานทูตไทยในเกาหลีเตือน อากาศหนาวจัดติดลบ 10°c ทำยอดคนไทยตายในเกาหลีพุ่ง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยผิดกฏหมาย

 

3. เตือนคนงานไทยอย่างต่อสายไฟหรือต่อปลั๊กพ่วงในหอพักโดยพลการ ป้องกันเกิดเพลิงไหม้

 

4. นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป อวยพรแรงงานไทยในไต้หวัน ทำงานราบรื่นในปี 2561 ฝากความห่วงใยมายังแรงงานไทย พร้อมชี้แจงกิจกรรมต่างๆ ของสำนักงานฯ ในปีใหม่ดังนี้ :

           4.1 เริ่มปี 2561 มีข้อกฎหมายและมาตรการใหม่ที่มีผลกระทบต่อแรงงานไทยในไต้หวันหลายประการ อาทิ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 21,009 เป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างทำงานล่วงเวลา ตลอดจนเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพที่จะมีการปรับขึ้นเช่นกัน ฯลฯ

           4.2 กิจกรรมที่สำนักงานแรงงานไทยมีกำหนดจะจัดขึ้นในปี 2561 งานประเพณีสงกรานต์และแข่งขันเซปักตะกร้อ (วันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย.61) โครงการอบรมล่าม เพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการแรงงานไทย การประชุมหารือกับ บจง.ไต้หวันเพื่อเน้นการดูแลแรงงานไทยใหดีขึ้นและรักษาตลาดแรงงานไทยในไต้หวัน โครงการอบรมผู้ประกอบอาหารไทย ฯลฯ

           4.3 ปัญหาของแรงงานไทยที่สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เป็นห่วงและหาทางแก้ไข

                 - ปัญหายาเสพติดที่ยังคงรุนแรง

                 - การหลอกลวงแรงงานไทยมาทำงานไต้หวันผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

                 - แนะแรงงานไทยมีวินัยในการใช้เงิน เพื่ออนาคตครอบครัวที่สดใส

                 - ปัญหาสุขภาพของแรงงานไทย คนงานไทยป่วยเป็นโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมอง ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ฯลฯ

 

นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ฝากความห่วงใยมายังแรงงานไทย (ในภาพขณะตรวจเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างสะพานจินเหมิน)

 

5. การให้บริการแรงงานไทยที่ประสบปัญหาและความเดือดร้อน

                - โทรศัพท์ติดต่อโดยตรง 02-27011413 ในวันเวลาทำการตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ หรือส่งทางโทรสาร 02-27011433 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

                - ติดต่อผ่านทางเฟสบุ๊ค พิมพ์คำว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป

                - บริการสัญจร ณ อาคารอาเซียนสแควร์ ชั้น 3 นครไทจง ซึ่งจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปรับข้อร้องทุกข์ทุก 3 เดือน โดยสำนักงานแรงงานไทยจะประกาศกำหนดการให้บริการดังกล่าวผ่านทางเฟสบุ๊ค

 

 

 สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ออกให้บริการสัญจร ณ อาคารอาเซียนสแควร์ ชั้น 3 นครไทจง ทุก 3 เดือน โดยจะประกาศกำหนดการล่วงหน้าผ่านทางเฟสบุ๊ค

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
วง Mayday

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday อู่เยว์เทียน ในเพลง 人生有限公司 (เหรินเซิงหยิ่วเสี้ยนกงซือ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday อู่เยว์เทียน ในเพลง 人生有限公司 (เหรินเซิงหยิ่วเสี้ยนกงซือ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-29 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Mayday อู่เยว์เทียน ในเพลง 人生有限公司 (เหรินเซิงหยิ่วเสี้ยนกงซือ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (Mayday เปิดคอนเสิร์ต 3 สัปดาห์ติดที่เถาหยวนรวม 11 รอบ คาดว่าช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเถาหยวนได้มากถึง 385 ล้าน NT /หลินอีเฉินกำลังจะโดนปลดจากงานพรีเซนเตอร์เพราะเจ้าของสินค้าเห็นว่าความดังของเธอในไต้หวันลดลงไปเยอะ)

More
การประกวดภาพยนตร์สั้น หัวข้อบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 60 - การประกวดภาพยนตร์สั้น หัวข้อบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 60 - การประกวดภาพยนตร์สั้น หัวข้อบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

2018-01-08 23:25:03

กระทรวงศึกษาธิการจัดโครงการประกวดภาพยนตร์สั้นเพื่อการศึกษาภายในโรงเรียนในหัวข้อ “บุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน” เพื่อให้คุณครูและนักเรียนได้รู้จักวัฒนธรรมอันหลากหลาย ให้แต่ละวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมเกลียว สร้างแวดล้อมทางการศึกษาที่ดียิ่งขึ้น

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม:นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน

ระยะเวลาส่งผลงานเข้าประกวด
(1)สิ้นสุดเวลาส่งผลงาน:12 มกราคม 2561 นับจากตราประทับของไปรษณีย์เป็นหลัก
(2)ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบแรก:30 มีนาคม 2561
(3)ประกาศผลการแข่งขัน:13 เมษายน 2561


สอบถามรายละเอียดเพิ่มและสมัครเข้าร่วมประกวดติดต่อได้ที่:หลินเสียวเจี่ย โทรศัพท์:03-3333921 ต่อ 703

มูลนิธิช่วยเหลือทางกฎหมายเปิดรับสมัครล่ามแปลภาษา เพื่อช่วยเหลือชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการความช่วยเหลือ จึงขอเชิญสมัครเพื่อเข้าร่วมทีมล่ามแปลภาษา เงื่อนไขการสมัคร:ผู้ที่เข้าใจภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสามารถแปลเป็นภาษาจีนได้ วิธีการยื่นเรื่องและเข้ารับการอบรม: กรุณากดที่ลิ้งค์เพื่อเข้าไปที่ “แบบฟอร์มยื่นเรื่องออนไลน์” เพื่อกรอกข้อมูล และอัพโหลด “หลักฐานเข้าอบรมด้านการแปลภาษา” ※หากไม่มีหลักฐาน ทางมูลนิธิฯจะจัดทดสอบการแปลสดขึ้น ต้องเข้ารับการอบรมออนไลน์เป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยรวมไปถึง:ข้อมูลพื้นฐานของมูลนิธิ อธิบายขั้นตอนการยื่นขอตรวจสอบ การแบ่งปันประสบการณ์ของล่ามอาวุโสและทนาย ติดต่อ:02-2322-5255 ต่อ 149 ทนายจาง E-mail:chingpei@laf.org.tw ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 49-50

More
จันหย่งหรานและแอนนา ฮลาวัคโคว่า

จันหย่งหรานครองตำแหน่งนักเทนนิสหญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเอเชีย

จันหย่งหรานครองตำแหน่งนักเทนนิสหญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเอเชีย

2017-12-28 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหรานครองตำแหน่งนักเทนนิสหญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเอเชีย จากการประกาศของเวปไซด์ WTA Hotties ซึ่งเพิ่งประกาศอันดับนักเทนนิสที่เซ็กซี่ที่สุด 100 อันดับแรกของโลกเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจันหย่งหรานอยู่อันดับที่ 47 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดานักเทนนิสหญิงจากเอเชีย ส่วนคูหูคนใหม่ของเธอคือ Elina Svitokina สาวยูเครนอยู่สูงถึงอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว

- เจิ้งเจ้าชุนและกัวซิ่งฉุน คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นของไต้หวันประจำปี 2017

More
เจ้าหน้าที่ ตม. ช่วยแรงงานหญิงอินโดนีเซีย (คนอุ้มลูก) พร้อมลูก 2 คนได้พบกันและส่งกลับประเทศ

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2560

ขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2560

2017-12-28 21:33:35

1. สำนักงานแรงงานไทย ห่วงใยแรงงานไทยในไต้หวัน เตือนให้ดูแลสุขภาพและระวังขบวนการต้มตุ๋น

      ในโอกาสใกล้ขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2561 นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ.สำนักงานแรงงานไทย ไทเป กล่าวอวยพรพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน ขณะเดียวกันได้เตือนให้ดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิต่างกันมากระหว่างกลางวันและกลางคืน ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะแรงงานไทยที่อายุโดยเฉลี่ยสูงกว่าชาติอื่น และมีจำนวนไม่น้อยที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว รวมถึงขอให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการทำงาน หลีกเลี่ยงดื่มสุราของมึนเมา ซึ่งเป็นต้นเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตสำคัญประการหนึ่งของแรงงานไทย

      นอกจากนี้ยังเตือนให้ห่างไกลยาเสพติดและระวังขบวนการต้มตุ๋นมาทำงานที่ไต้หวัน ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเฟสบุ๊คหรือไลน์ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานไทยตกเป็นเหยื่อไปแล้วหลายสิบราย ผอ.ลัพธวรรณ วอลช์ กล่าวว่า...ฟังรายละเอียดจากรายการออนไลน์

 

 ผอ. ลัพธวรรณ วอลช์ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ห่วงใยสุขภาพแรงงานไทย (ในภาพ ผอ. ลัพธวรรณ กำลังตรวจเยี่ยมหอพักโรงง Unitech ที่อี๋หลาน)

 

2. เตือนแรงงานไทยอย่าต่อสายไฟหรือปลั๊กพ่วงในหอพัก ป้องกันอัคคีภัย ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ไปแล้วหลายครั้ง คร่าชีวิตแรงงานต่างชาติไปแล้ว 8 ราย

      ช่วงปลายปี 2560 ไต้หวันเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงติดต่อกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นที่นนครนิวไทเป เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา หอพักต่อเติมผิดกฎหมายเกิดเพลิงลุกไหม้ คร่าชีวิตชาวไต้หวัน 7 คนและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายชาวพม่าและอินโดนีเซียชาติละ 1 คน ต่อมาเมื่อรุ่งเช้าเวลา 01.53 น. ของวันที่ 14 ธ.ค. 60 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หอพักคนงานเวียดนามในโรงงาน Sican Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์รายใหญ่ ตั้งอยู่ที่เขตหลูจู๋ นครเถาหยวน ส่งผลให้คนงานเวียดนามที่นอนหลับไหลตื่นหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 6 ศพ ขณะที่หนีรอดออกมาได้ แต่ได้รับบาดเจ็บ 5 คน อีก 1 คนโชคดีที่ทำงานกะดึก เลยรอดไป

      หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หอพักคนงานต่างชาติที่เกิดเพลิงไหม้ เป็นอาคาร 2 ชั้นที่สร้างด้วยสังกะสี บนพื้นที่ 120 ผิง (ประมาณ 400 ตร.เมตร) โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างและไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงเกิดจากตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ชั้น 2 เนื่องจากไม่มีทางหนีไฟและมีวัสดุติดไฟง่ายวางอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เผาหอพักและโกดังเก็บสินค้าจนวอดวาย

      Sican Co., Ltd. ว่าจ้างคนงานเวียดนามชาติเดียวจำนวน 12 คน ขณะเกิดเหตุมี 1 คนที่ทำงานกะดึก อีก 11 คนกำลังเข้านอน หลังเกิดเพลิงไหม้ คนงานสะดุ้งตื่นทั้งหมด แต่หนีรอดออกมาได้ 5 คน อีก 6 คน หนีไม่ทันถูกย่างสดคากองเพลิง

      เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเฉินหงหยู วัย 46 เจ้าของ และนายเซี่ย เฉาหยี ผู้จัดการโรงงาน ในข้อหาก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะ  ด้านสมาชิกสภาเทศบาลนครเถาหยวนสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านกล่าวเรียกร้องให้ดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่บกพร่องในหน้าที่ และดำเนินการตรวจสอบอาคารสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมายถ้วนหน้า ขณะที่นายเจิ้ง เหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวนสั่งการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในเขตนครเถาหยวนทั้งหมดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

      สำนักงานแรงงาน ไทเป ได้ประสานงานกับกองแรงงาน นครเถาหยวนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันขึ้นกับแรงงานไทย ขณะเดียวกันขอเตือนแรงงานไทย ต้องระมัดระวังการต่อปลั๊กพ่วงไฟฟ้าในหอพักโดยพลการ โดยเฉพาะการชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ซึ่งอาจเกิดการโอเวอร์โหลด เป็นเหตุให้ไฟไหม้ได้ และที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักแรงงานไทย เนื่องจากต่อปลั๊กพ่วงทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรมาแล้วหลายครั้ง แต่โชคดีที่ไม่มีแรงงานไทยเสียชีวิต

 

เพลิงไหม้ที่หอพักคนงานเวียดนามในโรงงาน Sican Co., Ltd. เมื่อ 14 ธ.ค. 60 ทำให้แรงงานเวียดนามเสียชีวิต 6 คน

 

ญาติพี่น้องของคนงานเวียดนามที่ติดอยู่ในกองเพลิง มารอฟังข่าวที่โรงงานที่เกิดเหตุอย่างกระวนกระวาย

 

 นครเถาหยวนประชมเพื่อทบทวนและตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

 

3. ตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซีย คลอดลูก 2 คนแล้วทิ้ง  ตำรวจช่วยให้แม่ลูกเดินทางกลับประเทศ

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่หยุนหลิน ตรวจพบนางสาวแอนนี่ เป็นแรงงานชาวอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้างมานานกว่า 5 ปีแล้ว ตะลึงเมื่อพบเอกสารสำคัญในกระเป๋าสัมภาระ เป็นใบเกิดของลูก 2 คน จากการสอบปากคำนางสาวแอนนี่ให้การว่า หลังจากที่ตนหลบหนีนายจ้างเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้รู้จักกับแฟนซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายชาติเดียวกัน ทั้งสองหางานทำและอยู่กินกันที่นครเถาหยวนได้ประมาณ 1 ปี คลอดลูกคนที่ 1 ที่คลินิกสูตินารีเวชแห่งหนึ่งในเถาหยวน แต่เนื่องจากไม่มีเงินจะเลี้ยงดูลูก หลังคลอดได้ทิ้งลูกและหลบหนีออกจากคลินิก ต่อมาเมื่อปี 2558 ตั้งครรภ์อีกและใช้วิธีเดียวกัน คือคลอดลูกที่โรงพยาบาลในกรุงไทเป จากนั้น ทิ้งลูกและหลบหนีไป โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นาวสาวแอนนี่เคยแอบไปดูลูกคนโตเพียง 1 ครั้ง ส่วนลูกคนที่ 2 ไม่เคยได้เห็นหน้า เนื่องจากไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตาม นางสาวแอนนี่ให้เหตุผลว่า ที่ตนทิ้งลูก ไม่ใช่ตนใจร้าย แต่เป็นเพราะไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูจริงๆ และต้องการทำงานหาเงิน เพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบินพาลูกกลับอินโดนีเซีย

      หลังสอบปากคำ ตำรวจได้ประสานกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ที่นครเถาหยวนและไทเป พบลูกของนางสาวแอนนี่ทั้ง 2 คนถูกหน่วยงานสังคมสงเคราะห์รับเลี้ยงและดูแล ขณะนี้ ลูกคนโตอายุ 5 ขวบ คนที่ 2 อายุ 2 ขวบ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่เนื่องจากไม่สามารถจะตามหาบิดามารดาได้ ทำให้กลายเป็นเด็กไร้สัญชาติ ตำรวจจึงนำเอกสารทั้งหมด ช่วยนางสาวแอนนี่ไปเดินเรื่องทำใบเกิดและหนังสือเดินทางที่สำนักงานอินโดนีเซีย ขณะที่ได้พบหน้าลูกน้อยทั้ง 2 นางสาวแอนนี่ผู้เป็นแม่ได้โผเข้ากอดลูกน้อยทั้งสองด้วยน้ำตานองหน้า ท่ามกลางที่เด็กน้อยตกใจเพราะไม่รู้เป็นใคร เพื่อให้แม่ลูกทั้ง 3 ได้อยู่ร่วมกัน ตำรวจได้จัดส่งแม่ลูกทั้ง 3 คนเดินทางกลับประเทศอินโดนีเซียแล้ว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า ปัญหาใหญ่ของแรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีนายจ้างก็คือ ตั้งครรภ์และคลอดบุตรแล้วหลบหนีออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากไม่สามารถจะเลี้ยงดูได้ โดยขณะนี้ มีเด็กน้อยที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเพศหญิงที่คลอดลูกแล้วทิ้ง หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลกว่า 50 คน เด็กเหล่านี้ ไม่มีเอกสารสำคัญและไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ได้ ทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องแบกรับภาระอย่างหนัก  

      ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2560 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างหรือที่เรียกว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ 52,891 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเพศหญิง 31,606 คน ผู้ชาย 21,285 คน หากจำแนกตามสัญชาติ แรงงานเวียดนามยังคงครองแชมป์การหลบหนี มีจำนวน 25,626 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนีประมาณกึ่ง แต่หากจำแนกตามเพศแล้ว แรงงานอินโดนีเซียเพศหญิงหลบหนีมากที่สุด 19,856 คน ขณะที่แรงงานไทยหลบหนี 845 คน เป็นเพศชาย 695 คนและเพศหญิง 150 คน

 

นางสาวแอนนี่ แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย คลอดลูก 2 คนแล้วทิ้งเป็นเวลาถึง 5 ปี ตำรวจช่วยให้แม่ลูกได้พบหน้ากัน

 

เจ้าหน้าที่ ตม. ช่วยแรงงานหญิงอินโดนีเซีย (คนอุ้มลูก) พร้อมลูก 2 คนได้พบหน้ากันและช่วยส่งกลับประเทศแล้ว

 

More
น้ำตาสีฟ้าที่หมู่เกาะหมาจู่

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 - น้ำตาสีฟ้าที่หมู่เกาะหมาจู่

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 - น้ำตาสีฟ้าที่หมู่เกาะหมาจู่

2017-12-26 19:20:14

     สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวันที่สวยงามมหัศจรรย์เหนือจินตนาการซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “น้ำตาสีฟ้า” (Blue Tears) หรือภาษาจีนคือ 藍眼淚 (อ่านว่า หลันเหยี่ยนเล่ย) ที่หมู่เกาะหมาจู่ (馬祖列島 Matsu Islands) น้ำตาสีฟ้าคืออะไร เกิดจากอะไร ไปเที่ยวชมอย่างไร ติดตามได้ในรายการ

More
บรรยากาศยามอาทิตย์อัศดงที่เขื่อนสือเหมินในนครเถาหยวน

ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมินในนครเถาหยวนกันเถอะ

ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมินในนครเถาหยวนกันเถอะ

2017-12-25 23:30:00

 

เมอรี่คริตส์มาสครับ คุณผู้ฟังทุกท่าน

สำหรับธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ใบเมเปิลในไต้หวันเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว เราไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมิน (石門水庫) ในนครเถาหยวนกันเถอะ

 

บรรยากาศยามอาทิตย์อัศดงที่เขื่อนสือเหมิน (石門水庫) ในนครเถาหยวน

 

ที่นี่ไต้หวัน กับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อนสือเหมิน สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

 

 

More
กต.ไต้หวัน เรียกผอ.สนง.ตัวแทนสเปนเข้าพบ ประท้วงรัฐบาลสเปนส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันให้จีนแผ่นดินใหญ่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 ศาลสเปนอนุมัติส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันไปให้จีนแผ่นดินใหญ่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60 ศาลสเปนอนุมัติส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันไปให้จีนแผ่นดินใหญ่

2017-12-29 18:23:26

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค. 60

 

ศาลสเปนอนุมัติส่งตัวผู้ต้องหาไต้หวันไปให้จีนแผ่นดินใหญ่ อ้างหลักการจีนเดียว กต. และ คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ไม่พอใจอย่างรุนแรง 

ทำเนียบ ปธน. ไต้หวันย้ำ การแสวงหาสันติภาพเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด ในขณะที่จีนคอมมิวนิสต์ส่งเครื่องบินรบและเรือบรบฝึกซ้อมใกล้เกาะไต้หวันถี่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
Kimberly เฉินฟางอวี่

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Kimberly เฉินฟางอวี่ ในชุด #Tag Me และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Kimberly เฉินฟางอวี่ ในชุด #Tag Me และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-12-24 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Kimberly เฉินฟางอวี่ (陳芳語) ในชุด #Tag Me และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เคอเจิ้นตงลง IG ว่า ถ้าเขาตายจะมีใครสนใจไหม ? เล่นเอาแฟนๆ ใจหาย รีบโพสให้กำลังใจกันยกใหญ่)

 

Kimberly เฉินฟางอวี่ (陳芳語) กับอัลบั้มเพลงชุด #Tag Me

 

เคอเจิ้นตง (柯震東) จู่ๆ ก็โพสถามแฟนๆ ใน IG ว่า ถ้าเขาตายจะมีใครสนใจไหม ?

More
Merry Christmas & Happy New Year 2561

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. 60 ส่งความสุขเทศกาลคริสต์มาส 2560

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. 60 ส่งความสุขเทศกาลคริสต์มาส 2560

2017-12-24 22:55:00

 

ก้าวทันโลก วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. 60

 

ส่งความสุขเทศกาลคริสต์มาส 2560 Merry Christmas & Happy New Year 2561

ประวัติความเป็นมาของวันคริสต์มาส ธรรมเนียมปฏิบัติและการฉลองวันคริสต์มาสทั่วโลก 

 

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More