QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

นักศึกษาบางคน ไปทำงานในโรงงานภาคการผลิต

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 9 ส.ค. 60 กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันส่งนักศึกษาไปศึกษาต่อและฝึกงานต่างประเทศกว่า 2 หมื่น

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 9 ส.ค. 60 กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันส่งนักศึกษาไปศึกษาต่อและฝึกงานต่างประเทศกว่า 2 หมื่น

2017-08-09 11:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 9 ส.ค. 60

 

กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันส่งนักศึกษาไปศึกษาต่อและฝึกงานต่างประเทศกว่า 2 หมื่นราย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
กระเป๋านารายา

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 7 ส.ค. 60 - สินค้าฮอตฮิตในสนามบินไทยที่ชาวไต้หวันชื่นชอบ

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 7 ส.ค. 60 - สินค้าฮอตฮิตในสนามบินไทยที่ชาวไต้หวันชื่นชอบ

2017-08-09 19:30:14

 

         ร้านค้าปลอดภาษีอย่าง Duty Free King Power ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช็อปก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางออกจากเมืองไทย สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวกับสินค้าไทยที่จำหน่ายในสนามบินของไทยที่นักท่องเที่ยวไต้หวันชื่นชอบ

 

กระเป๋านารายา (์NaRaYa)

ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และญี่ปุ่นมาก

จนเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองตั้งแต่ 04.00-24.00 น. (ภาพจาก AOT) 

 

คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส เจ้าของนารายาตัวจริงเสียงจริง ณ นารายา สนง.ใหญ่ แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ดีเจอันโกะจาก Rti 

 

สินค้าในร้านขายยา Boots (ภาพจาก AOT) 

 

ผลิตภัณฑ์อโรม่า (ภาพจาก Bath&Bloom)

More
เทศกาลชมทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียนปีนี้จัดระหว่างวันที่ 5 สค. - 24 กย. 60

สิงหาหรรษาในไต้หวันกับเทศกาลดอกไม้ไฟไทเปฮานาบิและทริปชมทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียน

สิงหาหรรษาในไต้หวันกับเทศกาลดอกไม้ไฟไทเปฮานาบิและทริปชมทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียน

2017-08-07 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-จะพาคุณผู้ฟังไปตะลุยสิงหาหรรษาในไต้หวันกับเทศกาลดอกไม้ไฟไทเปฮานาบิและทริปชมทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียนกัน (2017花蓮金針花季)ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 5 สค. - 24 กย. 60

 

 

เทศกาลดอกไม้ไฟไทเปฮานาบิ บริเวณท่าเรือต้าเต้าเฉิงของกรุงไทเป

 

 

 

เทศกาลชมทุ่งดอกไม้จีนที่ฮัวเหลียนปีนี้จัดระหว่างวันที่ 5 สค. - 24 กย. 60

 

More
ฉลาดเกมส์โกง หนังไทยฟอร์มแรงในไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลัวต้ายิ่ว (羅大佑) ในชุด HOME III และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลัวต้ายิ่ว (羅大佑) ในชุด HOME III และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-06 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลัวต้ายิ่ว (羅大佑) ในชุด 家III (HOME III) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หนังไทยฉลาดเกมส์โกงกวาดรายได้หนักมากในไต้หวัน ทีมดารานำเตรียมเดินทางมาขอบคุณแฟนคลับในไทเปแล้ว)

 

ฉลาดเกมส์โกง หนังไทยฟอร์มแรงกวาดรายได้ในไต้หวันมากกว่า 50 ล้านแล้ว

 

หลัวต้ายิ่ว (羅大佑) และอัลบั้มเพลงชุด HOME III

More
7 ปีรักจาง ในไต้หวันลดลงเป็น 5 ปีรักก็จางเสียแล้ว

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2560

2017-08-06 08:07:26

1. เสาไฟฟ้าแรงสูงของโรงไฟฟ้าเหอผิง (和平) ในเมืองฮัวเหลียน (花蓮) ถูกไต้ฝุ่นเนสารทพัดโค่น ทำไฟฟ้าขาดแคลน 3% รัฐสั่งหน่วยงานราชการปิดแอร์ช่วง 13.00-15.00 น. เป็นเวลา 15 วัน เวลาอื่นห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า  28 °C ในส่วนของภาคธุรกิจและภาคประชาชนไม่มีการบังคับ แต่ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดไฟ

              โรงไฟฟ้าเหอผิง มีกำลังการผลิต 130 เมกะวัตต์  ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในจำนวนโรงไฟฟ้าเอกชน 9 แห่ง รองจากโรงไฟฟ้าม่ายเหลียว (麥寮) ที่เมืองหยุนหลิน (雲林) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีกำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์

 

 

เสาไฟฟ้าแรงสูงของโรงไฟฟ้าเหอผิงในเมืองฮัวเหลียน ถูกไต้ฝุ่นเนสารทพัดโค่น ทำไฟฟ้าขาดแคลน 3% รัฐสั่งหน่วยงานราชการปิดแอร์ช่วง 13.00-15.00 น. เป็นเวลา 15 วัน

 

โรงไฟฟ้าเหอผิง (和平) ในเมืองฮัวเหลียน (花蓮) มีกำลังการผลิต 130 เมกะวัตต์ ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในจำนวนโรงไฟฟ้าเอกชน 9 แห่ง

 

โรงไฟฟ้าม่ายเหลียว (麥寮) ที่เมืองหยุนหลิน (雲林) เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีกำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์

 

2. 7 ปีรักจาง ในไต้หวันลดลงเป็น 5 ปีรักก็จางเสียแล้ว

              มีสำนวนใช้บรรยายชีวิตแต่งงานที่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง สามีภรรยาจะเริ่มระหองระแหงและมีแนวโน้มนอกใจได้ ซึ่งฝรั่งเขาว่า 7 ปี เพราะมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (นางเอกดังตลอดกาลมาริลิน มอนโร แสดงใน 1955) สำนวนนี้ ในไต้หวันนิยมนำมาพูด โดยภาษาจีนเรียกว่า 7年之癢 แปลตรงๆ คืออาการคันหลังเจ็ดปี คันในที่นี้ ไม่ใช้อาการคันตามเนื้อหนังมังสา แต่เป็นอาการที่ไม่ซื่อต่อคู่รักหรือคู่สมรส ถ้าจะใช้ภาษาไทยมาอธิบายสำนวนนี้ น่าจะใช้ 7 ปีรักจาง คงจะเหมาะสมกว่า

             นั่นเป็นสำนวนที่ใช้พูดกันทั่วไป แต่คุณทราบไหม  7年之癢 หรือ 7 ปีรักจาง ที่พูดกันมาตลอด ปัจจุบัน ในไต้หวันย่นระยะเป็น  5年之癢  ลดลงเป็น 5 ปีรักก็จางเสียแล้ว

             ทั้งนี้ เพราะกระทรวงมหาดไทยเผยแพร่ข้อมูลการหย่าร้างของคู่สมรสในไต้หวันว่า ในปี 2516 ที่ผ่านมา สามีภรรยาชาวไต้หวัน ไปจดทะเบียนหย่าถึง 53,850 คู่ มากกว่าปีก่อนหน้านี้ 402 คู่ เฉลี่ยหย่ากันวันละ 147.5 คู่ สำหรับชาวไต้หวันที่มีพลเมืองทั้งประเทศเพียง 23 ล้านคนแล้ว ตัวเลขนี้ถือว่าสูงนะครับ สถิติบอกว่า สามีภรรยาชาวไต้หวันที่ไปจดทะเบียนหย่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 33.6 แต่งงานอยู่กินกันไม่ครบ 5 ปี สามีภรรยาที่แต่งงานระหว่าง 5-9 ปี ไปจดทะเบียนหย่ามากเป็นอันดับ 2 มีร้อยละ 20.7 คู่สมรสที่อยู่กินกันยิ่งนานวัน อัตราส่วนการหย่าร้างจะยิ่งลดน้อยลง

             และพบว่า การสมรสข้ามชาติ หรือชาวไต้หวันแต่งงานกับชาวต่างชาติ มีอัตราส่วนการหย่าร้างสูงกว่า ชาวไต้หวันแต่งงานกันเอง อาจเนื่องจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน ทำให้อยู่ด้วยกันแล้ว ถึงมีความรู้สึกว่าต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากันยาก

             มุมมองจากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเชื่อว่าการหย่าไม่ได้เป็นปัญหาสังคม และเรื่องน่าอาย เด็กๆ ไม่ได้ขาดความอบอุ่นอย่างที่ใครๆ คิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคนเลี้ยงมากกว่า และการหย่าร้างที่เพิ่มขึ้นทุกปีถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเสียด้วยซ้ำ เพราะคนมีความเข้าใจเรื่องครอบครัวดีขึ้น เข้าใจเรื่องรสนิยมทางเพศ และการยังคงทำหน้าที่พ่อและแม่ได้อยู่ แม้จะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม แต่การไม่หย่าคือการสร้างปัญหาสังคม เพราะเป็นการบังคับให้คู่รัก(ขม) ต้องอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่มีความสุข แนวความคิดนี้ คุณเห็นด้วยไหม?

 

 

 

ยามรักกันหวานซึ้งปานน้ำผึ้ง แต่อยู่กินกันแล้วหลายคู่ปรับตัวเข้าหากันไม่ได่ ในไต้หวัน7 ปีรักจางก็เลยลดลงเป็น 5 ปีรักก็จางเสียแล้ว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ตึงเครียดชายแดนจีน-อินเดีย ทดสอบสติปัญญาของผู้นำ

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 5 ส.ค. 60 เหตุใดชายแดนจีนกับอินเดียจึงตึงเครียดขึ้น

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 5 ส.ค. 60 เหตุใดชายแดนจีนกับอินเดียจึงตึงเครียดขึ้น

2017-08-05 14:23:04

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 5 ส.ค. 60  เหตุใดชายแดนจีนกับอินเดียจึงตึงเครียดขึ้น

        ปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หน่วยวิศวกรรมก่อสร้างทางของจีนแผ่นดินใหญ่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างทางหลวง ตงหลาง จังหวัด Shigatseมณฑลทิเบตของจีนแผ่นดินใหญ่ ในเอเชียตะวันออก ถูกทางการอินเดียและภูฏานประท้วงอย่างรุนแรง ซึ่งรัฐบาลภูฏานระบุว่า เขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่ยังคงมีความขัดแย้งในเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนอยู่ เรียกร้องให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ระงับการก่อสร้างโดยทันที ในขณะที่ กต. จีนแผ่นดินใหญ่กลับแสดงท่าทีโยนความรับผิดชอบให้แก่กองทัพของอินเดียว่า รุกล้ำเข้าไปยังดินแดนของตน เหตุใดความขัดแย้งในประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดนระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับภูฏาน จึงได้กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับอินเดียเล่า ณ ที่นี่ เราจะมาวิเคราะห์ในประเด็นดังกล่าวในแง่มุมของประวัติศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์

        จีนแผ่นดินใหญ่กับอินเดียวมีข้อพิพาทในเรื่องดินแดนระหว่างกันมาช้านาน ที่สำคัญเป็นข้อพิพาทดินแดนด้านตะวันออกและสุดปลายตะวันตก ทั้งสองฝ่ายดูแลตลอดแนวชายแดนระหว่างกันที่มีระยะทางยาวถึง 2,000 ก.ม. ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุถึงข้อตกลงเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทดินแดนระหว่างกัน กระทั่งเคยเกิดการปะทะกันทางทหารบริเวณชายแดนในปี 2505 อย่างไรก็ดี อินเดียยืนยันว่า ยังไม่มีการปักเขตแดนที่แน่นอนบริเวณชายแดนทิเบตกับสิกขิม และบริเวณชายแดนจีนแผ่นดินใหญ่กับแคชเมียร์ ซึ่งบริเวณที่กลายเป็นกรณีพิพาทในครั้งนี้ก็คือบริเวณชายแดนทิเบตกับสิกขิม

        โครงการสร้างถนนในเขตต้งหล่างของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งอินเดียเรียกว่า ที่ราบสูง Dokalam Plateau พื้นที่กว่า 269 ตร. กม. เป็นเขตแดน 3 เหลี่ยมข้อพิพาทระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับภูฏาน ทั้งสองประเทศเคยเปิดการเจรจาในประเด็นดังกล่าวเมื่อปี 2010 โดยจีนแผ่นดินใหญ่จะยกดินแดน Jarkalung และ Pasamlungพื้นที่รวม 495 ตร.กม. ให้แก่ภูฏาน แต่ยังคงยึดครองดินแดนต้งหล่างเป็นของตนไว้ต่อไป อย่างไรก็ดี การเจรจาดังกล่าวยังคงไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย และนี่ก็คือเหตุที่รัฐบาลภูฏานประท้วงจีนแผ่นดินใหญ่ที่ก่อสร้างถนนบนดินแดนที่ยังมีข้อพิพาทระหว่างกันอยู่ นอกจากนี้ เนื่องจากในด้านการต่างประเทศ ภูฏานยังคงมีนโยบายในลักษณะเดียวกันกับของอินเดีย ซึ่งหากไม่มีกองหลังที่คอยสนับสนุนแล้ว รัฐบาลภูฏานก็ไม่อาจที่จะต่อกรกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้โดยลำพัง

        ส่วนปัญหากรณีข้อพิพาทชายแดนที่บริเวณสิขิมกับทิเบตนั้น รัฐบาลจีนระบุว่า ปัญหาชายแดนบริเวณดังกล่าวได้กำหนดเขตแดนกันเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 1890 ตามสนธิสัญญา "จีน-อังกฤษ-ทิเบต" และหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชแล้วรัฐบาลอินเดียยังได้ให้การยอมรับสนธิสัญญาดังกล่าวอีกหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ความจริงแล้ว "สนธิสัญญาจีน-อังกฤษ-ทิเบต" มีสาระสำคัญอยู่ที่การอังกฤษจะให้การคุ้มครองต่อสิกขิม การจัดทำสนธิสัญญาในขณะนั้น ภายในของทิเบตและภายในขุนนางราชวงศ์เช็งมีเสียงคัดค้านจำนวนไม่น้อย เห้ฯว่า สนธิสัญญาดังกล่าวจะทำให้ทิเบตสูญเสียฐานะการเป็นรั้วชายแดนทางภาคใต้ของจีน กลายเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ต้อนรับอังกฤษไปโดยปริยาย ซึ่งในเวลาต่อมา รัฐบาลจีนเห็นว่าสนธิสัญญาดังกล่าวเป็นการจัดทำขึ้นภายใต้สถานการณ์ความอ่อนปวกเปียกของราชวงศ์เช็งในสมัยนั้น ที่ถูกบีบบังคับจากประเทศตะวันตก กลายเป็นสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม "สนธิสัญญา "จีน-อังกฤษ-ทิเบต" ระบุว่า ชายแดนระหว่างสิกขิมกับทิเบตเริ่มต้นจากจุดแนวต่อเทือกเขา กิบโมชิ ของภูฏาน เรื่อยไปจนถึงบริเวณชายแดนเนปาล ต่อมาในปี 1950 จีนคอมมิวนิสต์ได้เข้าควบคุมทิเบต ปี 1975 อินเดียเข้ายึดครองสิกขิม ชายแดนสิกขิมกับทิเบตจึงกลายเป็นชายแดนระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับอินเดียตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา รัฐบาลอินเดียเห็นว่า รัฐบาลของทั้งสองประเทศไม่เคยมีการตกลงกันอย่างเป็นทางการในการวาดเขตพรมแดนระหว่างกันเลย แต่จีนกลับหยิบยกสนธิสัญญาที่ตนเคยเห็นว่าเป็นสนธิสัญญาที่ไม่ยุติธรรมต่อกันมาเป็นข้ออ้าง โดยอ้างว่า บริเวณดังกล่าวไม่มีข้อพิพาทในเรื่องของดินแดนแต่อย่างใด ส่วนการกล่าวหาว่ากองทัพอินเดียรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนของจีนในครั้งนี้ อยู่ที่ทางเหนือของเทือกเขากิปโมชิ ชายแดนภูฏาน ฝ่ายต่างๆ ในอินเดียมีความเห็นว่า ในเมื่อชายแดนดังกล่าวยังมีข้อพิพาทกันอยู่ การก่อสร้างถนนของจีนในเขตดังกล่าวจึงไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดอธิปไตยภูฏานเท่านั้น หากยังเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในการเจรจาประเด็นพรมแดนระหว่างจีนกับอินเดีย

        ทั้งนี้ จีนได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวในประเด็นดังกล่าวอย่างไม่เคยมีมาก่อน สาเหตุประการหนึ่งก็คือ จีนเห็นว่า ตนมีหลักการเหตุผลทางด้านกฎหมายอย่างเต็มที่ ส่วน "สนธิสัญญาจีน-อังกฤษ-ทิเบต" ที่เป็นเพียกระดาษใบเดียว กลับกลายเป็นเอกสารที่มาปกป้องจุดยืนตนเอง แต่ก็มิใช่ว่าจะเป็นเหตุการณ์โดดๆ ล้วนๆ ในปี 1984 จีนกับอังกฤษได้จัดทำ คตล. เพื่อแก้ปัญหาฮ่องกง ที่เรียกว่า "แถลงการณ์ร่วมจีน-อังกฤษ" ในขณะที่ทางการจีนได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า "เป็นเพียงเอกสารประวัติศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรที่แท้จริง" การประกาศปกป้องสนธิสัญญาที่จัดทำขึ้นในสมัยราชวงศ์เช็งที่จัดทำขึ้นในปี 1890 แต่กลับทิ้งความตกลงระหว่างประเทศที่จัดทำขึ้นหลังการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวได้ว่า รัฐบาลจีนได้ให้คำจำกัดความกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของตนที่ไม่เคยมีประเทศใดในโลกเสมอเหมือนจริงๆ อย่างแท้จริง 

More
นรม. หลินฉวน ต้องตระเวณประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่ออนาคตอย่างเต็มที่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 ส.ค. 60 โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ทำ นรม. หลินฉวน ต้องเร่งสปีด

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 ส.ค. 60 โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ทำ นรม. หลินฉวน ต้องเร่งสปีด

2017-08-07 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 ส.ค. 60

 

โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ทำ นรม. หลินฉวน ต้องเร่งสปีดทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ไม่งั้นอาจหลุด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
บจง.ไต้หวันร้องว่า แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ผลเสียมากว่าผลดี

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2560

2017-08-05 07:34:26

 

1. เชิญชวนแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในกรุงไทเป สมัครเข้าร่วมประกวดแรงงานต่างชาติและนายจ้างดีเด่น 2017

 คุณสมบัติ

          1) ทำงานอยู่ในพื้นที่กรุงไทเปอย่างถูกกฎหมายเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนขึ้นไป โดยไม่จำกัดต้องเป็นนายจ้างคนเดียวกัน

          2) ไม่เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายและไม่เคยได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นจากรุงไทเปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

          3) หากเห็นว่า นายจ้างเป็นผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารี ดูแลลูกจ้างเป็นอย่างดี ท่านสามารถบอกให้นายจ้างสมัครร่วมประกวดนายจ้างดีเด่นได้

หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 สิงหาคม 2560

 

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแด่แรงงานต่างชาติและนายจ้างดีเด่นของกรุงไทเปเมื่อปี พ.ศ. 2557

 

2.  ผลของการหลบหนี แรงงานอินโดนีเซียและเวียดนามผิดกฎหมาย 40 คน ถูกแก๊งนอกกฎหมายกดขี่และควบคุมด้วยยาเสพติด ตำรวจบุกทะลายช่วยเหลือออกมาได้

          นายเฉิน อดีตพนักงานของบริษัทจัดหางาน อาศัยจุดอ่อนของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่กล้าร้องเรียน เช่าตึก 6 ชั้นในเขตซู่หลิน นครนิวไทเป โดยแบ่งกั้นเป็น 60 ห้องเป็นที่พักพิงของแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง กลางวันจัดส่งไปทำงานในที่ต่างๆ นายเฉินหักค่านายหน้า 600 เหรียญ และยังหักที่พัก และค่าน้ำค่าไฟฟ้า และพบว่าใช้ยาเสพติดมอมเมาแรงงานต่างชาติเหล่านี้ เพื่อควบคุมได้ง่ายขึ้น ตำรวจบุกจับกุมนายเฉินและพรรคพวกได้ทั้งหมด ตั้งข้อหาค้ามนุษย์ และช่วยเหลือแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างออกมาได้ เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 39 คน เวียดนาม 1 คน

 

 

 

แรงงานอินโดนีเซียและเวียดนามผิดกฎหมาย 40 คน ถูกแก๊งนอกกฎหมายกดขี่และควบคุมด้วยยาเสพติด ตำรวจบุกทะลายช่วยเหลือออกมาได้

 

3. บริษัทจัดหางานไต้หวันร้องว่า การอนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่ ผลเสียมากว่าผลดี

          สภาผ่านกฎหมายยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติ ทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว ไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ สามารถต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำให้แรงงานต่างชาติไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวเหมือนในอดีตอีก เป็นการลดภาระหนี้สินของแรงงานต่างชาติลงได้อย่างมาก แต่สำหรับบริษัทจัดหางานแล้ว รายได้หดหาย จึงคัดค้านนโยบายนี้เป็นอย่างมาก ร้องผ่านสื่อว่า การอนุญาตให้แรงงานต่างชาติ ทำงานครบ 3 ปีแล้ว ต่อสัญญาที่ไต้หวันได้ มีผลเสียมากกว่าผลดี อย่างน้อย 2 ข้อ ได้แก่ 1) บริษัทจัดหางานต่างประเทศมีรายได้ลดน้อยลง หลายรายเลิกทำธุรกิจจัดส่งแรงงาน ทำให้จำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันลดลง หรือได้แรงงานที่ด้อยคุณภาพ 2) นายจ้างหมดสิทธิ์เลือกคนงานใหม่ หากคนงานเก่าไม่ดี นายจ้างจำใจต้องต่อสัญญา ต่อไป

          เหตุผลที่ บจง. อ้างมาทั้ง 2 ข้อ ดูเหมือนจะไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะข้อที่ 2 หากคนงานทำงานไม่ดี หรือไม่เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้าง นายจ้างมีสิทธิ์ไม่ต่อสัญญา กฎหมายไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องต่อสัญญากับแรงงานต่างชาติทุกคน...

 

 

 

 

บจง.ไต้หวันร้องว่า แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ผลเสียมากว่าผลดี

 

4.  สัมภาษณ์คุณสุจิตรา ลาภธีรวุฒิ หรือเจ๊เหอ  (何素珍: เหอซู่เจิน) นายกสมาคมไลอ้อนตลิ่งชัน แกนนำ ตม.อาสา ประจำสนามบินของกลุ่มนักธุรกิจไต้หวัน เจ๊เหอเป็นชาวไต้หวันที่แต่งงานกับหนุ่มไทยและเดินทางไปตั้งรกรากในประเทศไทยเป็นเวลาถึง 40 ปี ปัจจุบันกลายเป็นคนไทยแล้ว เล่าถึงการชวนสมาชิกสโมสรไลอ้อนตลิ่งชัน ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย ลุยน้ำฝ่าอุปสรรค นำข้าวสารและเครื่องใช้ไปบริจาค ปันน้ำใจแก่พี่น้องชาวจังหวัดสกลนครที่ประสบอุทกภัยร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

 

 

คุณสุจิตรา ลาภธีรวุฒิ หรือเจ๊เหอ และกลุ่มนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย นำข้าวสารและเครื่องใช้ลุยน้ำไปปันน้ำใจแก่พี่น้องชาวสกลนครที่ประสบอุทกภัยร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

 

 

 

 

กลุ่มนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสกลนคร

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เฉินหุ้ยถิง

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉินหุ้ยถิง (陳惠婷) ในเพลง 深夜無人火星酒吧 (Last Night on Mars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉินหุ้ยถิง (陳惠婷) ในเพลง 深夜無人火星酒吧 (Last Night on Mars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-04 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉินหุ้ยถิง (陳惠婷) ในเพลง 深夜無人火星酒吧 (เซินเยี่ยอู๋เหรินหั่วซิงจิ่วปา - Last Night on Mars) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (นักร้องสาวรุ่นเดอะ สวี่หรูหยุนเซ็นสัญญาเข้าค่ายโซนี่เรียบร้อย แต่โดนรุ่นน้องอย่างอ้ายอี๋เหลียงแซวว่าเคยฟังเพลงของเธอสมัย"เด็กๆ")

 

เฉินหุ้ยถิงกับอัลบั้มเพลงชุด Voyager 3

 

สวี่หรูหยุน นักร้องสาวไต้หวันรุ่นเดอะ

 

More
รัฐบาลไต้หวันผลักดันภาษาแม่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. 60 - รัฐบาลไต้หวันผลักดันภาษาแม่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. 60 - รัฐบาลไต้หวันผลักดันภาษาแม่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

2017-08-08 20:03:20

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันได้ผลักดันนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่อย่างจริงจัง นักธุรกิจไต้หวันจำนวนมากได้ไปลงทุนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้เกิดความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถทางภาษาเพิ่มขึ้นฃอย่างมาก กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน สาธารณรัฐจีน แถลงว่า ตั้งแต่ปี 2019 หลักสูตรการศึกษาจะบรรจุภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไว้ด้วย และจะมีการส่งเสริมการสื่อสารทางภาษา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และทำให้การเรียนภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่แพร่หลายในไต้หวัน โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาจะต้องเลือกเรียนภาษาท้องถิ่น 1 ภาษา (ภาษาไต้หวัน ฮากกา และชนเผ่าพื้นเมือง) และภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 1 ภาษา (เวียดนาม อินโดนิเซีย ไทย พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินศ์ และมาเลเซีย) และสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะเป็นวิชาเลือก

 

ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ร่วมมือกับกองการศึกษา เทศบาลนครนิวไทเปในการจัดทำตำราแบบเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ขึ้น และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีหนังสือเรียนภาษาตั้งถิ่นฐานใหม่ถึง 7 ภาษาด้วยกัน นอกจากนี้ ตำราแบบเรียนภาษาดังกล่าวยังสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่新住民語文教育資源中心 (http://newres.pntcv.ntct.edu.tw/ischool/publish_page/0/) 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 44-45

 

More
หวังจื่อเหวย

หวังจื่อเหวย ผ่านเข้ารอบ 16 คนที่นิวซีแลนด์แบบสบายๆ

หวังจื่อเหวย ผ่านเข้ารอบ 16 คนที่นิวซีแลนด์แบบสบายๆ

2017-08-03 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-หวังจื่อเหวย ผ่านเข้ารอบชายเดี่ยว 16 คนในการแข่งขันแบดมินตัน ระดับกรังด์ปรีซ์ โกลด์ รายการ “สกายซิตี้ นิวซีแลนด์ โอเพ่น 2017” ที่นิวซีแลนด์แบบสบายๆ ส่วนน้องเมย์ รัชนกก็ผ่านเข้ารอบหญิงเดี่ยว 16 คนได้เช่นกัน

More
สาวอินโดอ้างถูกนายจ้างเอาเปรียบ แทงนายจ้างดับ ถูกตัดสินติดคุก 15 ปี

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 2 สิงหาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 2 สิงหาคม 2560

2017-08-04 08:00:00

 

1. ระวัง เมาแล้วขับ นอกจากปรับหนัก 90,000 เหรียญแล้ว ยังอาจถูกส่งกลับหรือถูกเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ถาวร

      การดื่มสุราแล้วขับรถ มักจะสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินแก่ตัวเองและบุคคลอื่น ในไต้หวันมีการเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับค่อนข้างรุนแรง มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000-90,000 เหรียญไต้หวัน ตามแต่ระดับแอลกอฮอลล์ที่วัดได้ และมีโทษอาญาถึงขั้นติดคุกด้วย กรณีที่ชนคนเวียชีวิต แต่ก็ยังมีข่าวคนเมาแล้วขับชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต สร้างความปวดร้าวให้แก่ครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายเป็นประจำ

      สำหรับแรงงานไทยในไต้หวัน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบที่ชอบดื่มสุราแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า หรือรถมอเตอร์ไซค์ ถูกตรวจพบว่าเมาแล้วขับ โดนปรับสูงสุด 90,000 เหรียญมาแล้วหลายคน และนอกจากโทษปรับและจำคุกในกรณีที่ชนคนอื่นบาดเจ็บสาหัสหรือตายแล้ว แรงงานไทยอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ไม่สามารถทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ส่วนชาวไทยที่มาแต่งงานมาตั้งรกรากที่ไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรแล้ว ก็อย่าคิดว่า จะไม่มีปัญหานะครับ เพราะนอกจากโทษปรับ โทษจำคุกแล้ว ยังอาจถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิกถอนใบถิ่นที่ถาวรที่เคยได้รับแล้ว จากนั้นต้องเดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถเข้าสู่ไต้หวันได้อีก

      อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีคนไทยที่อดีตเดินทางมาทำงาน ต่อมาได้แต่งงานกับหญิงไต้หวัน และกลับเข้ามาในฐานะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ทำงานรับเหมาก่อสร้างกับผู้รับเหมารายย่อย ในโครงการขยายท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน เจ้าบ่าวไทยรายนี้ ก็เหมือนกับคนงานไทยจำนวนมาก คือชอบดื่มสุราและที่สำคัญดื่มแล้วขับ ปรากฎว่าถูกตำรวจตั้งด่านตรวจพบ นอกจากโดนปรับหลายหมื่นเหรียญไต้หวันแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังมีการพิจารณาว่า สมควรเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ถาวรหรือไม่ โชคดีที่ยังไม่เคยมีประวัติมาก่อน และไม่ได้ชนคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ที่ประชุมสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาให้คงสถานภาพเป็นผู้ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรต่อไป อย่างไรก็ตาม หนังสือตัดสินจากที่ประชุมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดังกล่าว ซึ่งแจ้งให้ทราบว่า คงสถานภาพของถิ่นที่อยู่ถาวรต่อไปฉบับนี้ มีการส่งสำเนาให้ผู้รับเหมาที่คนไทยรายนี้ไปรับเหมาทำงานอยู่ด้วย ทางผู้รับเหมาเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้าง ไม่อนุญาตให้คนไทยรายนี้กลับเข้าไปทำงานเหมือนเดิม ทำให้นอกจากเสียเงินค่าปรับ เกือบจะถูกเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ถาวรแล้ว ยังตกงานด้วย

      โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า ชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายในลักษณะร้ายแรง นอกจากรับโทษตามกฎหมายแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังจะพิจารณาเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่ถาวรด้วย จึงต้องระมัดระหว่าง อย่าคิดว่า ได้รับอนุญาตพำนักอาศัยในไต้หวันเป็นการถาวรแล้ว ทำผิดกฎหมาย อย่างมากก็รับโทษตามกฎหมาย จะไม่กระทบต่อสิทธิ์ในการพำนักอาศัยในไต้หวันนะครับ  

 

 

ตำรวจไต้หวันตรวจเข้มและตรวจอย่างต่อเนื่องเมาแล้วขับ

 

 

คนงานไทยที่เขตซู่หลิน ดื่มสุราฉลองก่อนกลับบ้าน เมาแล้วขับเลยต้องไปอยู่ในสถานกักกันรอดำเนินคดี

 

นายบัวนาค คนงานไทยเมาสุราขับรถชนคนแก่ปางตายหลบหนี ถูกตำรวจไล่จับได้ทันควัน

 

2. สาวอินโดอ้างถูกนายจ้างเอาเปรียบ ลาออกไปแล้วครึ่งปีแอบกลับมาแทงนายจ้างดับ ถูกตัดสินติดคุก 15 ปี

      นางอินดายานี่ อายุ 34 ปี แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ตำแหน่งผู้อนุบาล แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย อ้างว่าระหว่างที่ทำงานอยู่ในร้านขายอาหารเช้า ถูกนายจ้างเอาเปรียบ หลังลาออกจากงานไปแล้วครึ่งปี แอบหวนกลับมาใช้มีดแทงนายจ้างผู้หญิงจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2558 คดีนี้มีการอุทธรณ์ถึงศาลฎีกา และเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้ยืนตามคำพิพากษาของศาลสูงไต้หวัน ตัดสินให้นางอินดายานี่ ผู้เป็นจำเลยต้องโทษจำคุก 15 ปี โดยในหนังสือพิพากษาระบุว่า เมื่อปี 2557 นางอินดายานี่ทำงานอยู่ในร้านอาหารเช้าแห่งหนึ่งที่เมืองจู๋เป่ย เขตพื้นที่ซินจู๋ และลาออกช่วงปลายปี หลังลาออกไปแล้ว 6 เดือน มีความแค้นที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบในช่วงที่ทำงานอยู่ จึงพกมีดหวนกลับไปดักรอนายจ้าง ช่วงรุ่งเช้าตี 4 ของวันที่ 18 พ.ค. 2558 เมื่อเห็นนายจ้างหญิงที่ขับรถมาจอดหน้าร้านและเปิดประตูรถ หมายก้าวลงจากรถไปเปิดประตูร้าน เตรียมทำอาหารเช้าขายลูกค้า นางอินดายานี่วิ่งเข้าไปที่หน้ารถใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงนางหลิน นายจ้างหญิงตายคาเบาะคนขับ และในขณะที่ศาลพิจารณาคดีนี้ นางอินดายานี่รับสารภาพว่า เป็นคนแทงนางหลินจนเสียชีวิต แต่ไม่ฆ่าคนโดยเจตนา จำเลยอินโดนีเซียรายนี้อ้างว่า ขณะที่เกิดเหตุ หมายจะเข้าไปต่อว่า ไม่มีแผนจะฆ่าคน ที่พกมีดปลายแหลมไปด้วยก็เพื่อป้องกันตัว และระหว่างนั้นมีการยื้อแย่งมีด ผู้ตายไปทิ่มใส่มีดเองจึงถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้ นางอินดายานี่ยังเรียกร้องขอให้ศาลลดหย่อนโทษแก่ตน เนื่องจากตนป่วยเป็นโรคระบบประสาท

      แต่จากข้อมูลหลักฐานของศาลสูงเห็นว่า การตรวจสุขภาพ แม้นางอินดายานี่จะมีอาการป่วยเกี่ยวโรคในระบบประสาทจริง แต่ก่อคดีนี้ หลังจากที่ลาออกจากงานไปแล้ว 6 เดือน จึงยากที่จะยืนยันได้ว่า ขณะที่เกิดเหตุได้รับแรงกระตุ้นใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ นอกจากนี้ นับตั้งแต่ก่อคดี นางอินดายานี่ยังไม่เคยมีการประนีประนอมกับทายาทผู้ตายแต่อย่างใด และการกระทำของจำเลย ส่งผลให้ครอบครัวผู้ตายต้องแตกสลาย จึงยืนตามคำพิพากษาของศาลสูง ตัดสินจำคุกจำเลย 15 ปี เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้เนรเทศออกจากไต้หวัน 

 

 

นางอินดายานี่ สาวอินโดอ้างถูกนายจ้างเอาเปรียบ ลาออกไปแล้วครึ่งปีแอบกลับมาแทงนายจ้างดับ ถูกตัดสินติดคุก 15 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More