QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

เทศบาลกรุงไทเป จัดเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2017

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 9 พ.ย. 60 - เทศกาลลอยกระทงกรุงไทเป

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 9 พ.ย. 60 - เทศกาลลอยกระทงกรุงไทเป

2017-11-10 20:31:19

เทศบาลกรุงไทเป จัดเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2017 ในวันเสาร์ที่ 11 พ.ย. นี้ เวลา 15.00-17.30 น. ที่สวนสาธารณะจั่วอั้นเหอปินกงหยวน (成美河濱公園) ข้างสะพานสายรุ้ง (彩虹橋) พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชาติต่างๆ รวมถึงการแสดงรำไทย (โดยดีเจอันโกะ เวลา 15.15-15.20 น.) ลอยกระทงเวลา 16.30-17.30 น. กิจกรรมในบูธต่างๆ เช่น ชิมอาหารและเครื่องดื่ม สอนทำอาหารว่าง การละเล่นต่างๆ ของชาติอาเซียน เป็นต้น

วิธีการเดินทาง

- รถเมล์สาย 205, 286, 306 และ 605 ลงป้ายแยกถนนเหราเหอ (饒河街口) แล้วเดินไปยังถนนเหราเหอเจีย ไปถึงซอย 221 เข้าไปสุดซอยจะถึงสวนสาธารณะจั่วอั้นเหอปินกงหยวน

- รถไฟฟ้าไทเปสายสีเขียว ลงที่สถานีซงซาน (Shongshan) ออกประตูทางออก 5 เดินไปยังถนนเหราเหอเจีย ไปถึงซอย 221 เข้าไปสุดซอยจะถึงสวนสาธารณะจั่วอั้นเหอปินกงหยวน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 32-34

More
สวี่เหรินหาว

หนุ่มไต้หวันสวี่เหรินหาว คว้ารองแชมป์แบดชายเดี่ยวในทัวร์นาเมนต์ระดับกรังปรีซ์ โกลด์ที่เยอมันนี

หนุ่มไต้หวันสวี่เหรินหาว คว้ารองแชมป์แบดชายเดี่ยวในทัวร์นาเมนต์ระดับกรังปรีซ์ โกลด์ที่เยอมันนี

2017-11-09 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-หนุ่มไต้หวันสวี่เหรินหาว คว้ารองแชมป์แบดชายเดี่ยวในทัวร์นาเมนต์ระดับกรังปรีซ์ โกลด์ที่เยอมันนี

-เซี่ยสูเหวยล้างแค้นคู่แข่งจากจีนก่อนจะผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายในการแข่งแขันอีเอ หัวหิน แชมเปี้ยนชิพ 2017

More
บริการหลักของศูนย์จ้างตรง ได้แก่นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลคนเดิมผ่านระบบจ้างตรง

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2560

2017-11-08 21:39:57

 

1. แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำศูนย์จ้างตรงของรัฐปิด 7 สาขาในปีหน้า

      การแก้กฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน เมื่อครบสัญญา 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่ มาตราการนี้ หลังจากมีผลใช้บังคับมาครบ 1 ปี ได้ช่วยให้แรงงานต่างชาติประมาณ 100,000 คน ได้รับประโยชน์ ประหยัดค่าหัวคิวได้แล้วประมาณ 10,000 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ก็ทำให้หน่วยงานรัฐอย่างศูนย์จ้างตรง ที่กระทรวงแรงงานก่อตั้งขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อบริการนายจ้างว่าจ้างแรงงานต่างชาติโดยตรง ไม่ต้องผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน จำนวนที่นายจ้างที่ไปใช้บริการลดฮวบลงกว่า 70% จากเดิมที่ให้บริการนายจ้างปีละกว่า 25,000 ราย ลดลงเหลือไม่ถึง 6,000 ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ จนทำให้กระทรวงแรงงานไต้หวัน ต้องประกาศปิดศูนย์จ้างตรงทั่วไต้หวัน 7 สาขา เหลือไว้เพียงศูนย์จ้างตรงสำนักงานใหญ่ที่กรุงไทเป ตั้งแต่ปีหน้า พร้อมๆ กับเปิดให้นายจ้างสามารถยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างชาติออนไลน์อย่างถ้วนหน้า

 

บริการหลักของศูนย์จ้างตรง ได้แก่นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลคนเดิมผ่านระบบจ้างตรง

 

      กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานวิเคราะห์สาเหตุที่ผู้ใช้บริการจ้างตรงลดน้อยลงอย่างฮวบฮาบ เป็นเพราะบริการหลักของศูนย์จ้างตรง ซึ่งได้แก่ นายจ้างว่าจ้างผู้อนุบาลคนเดิมผ่านระบบจ้างตรง การว่าจ้างในลักษณะนี้ หลังจากกฎหมายอนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวัน ไม่ต้องเดินทางกลับประเทศได้แล้ว นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ตกลงจะต่อสัญญาใหม่ เพียงแค่ดำเนินการยื่นขอต่อสัญญาใหม่ต่อศูนย์จ้างตรง ก่อนสัญญาฉบับเก่าจะสิ้นสุดลง 2 -4 เดือน แรงงานต่างชาติก็สามารถทำงานในไต้หวันไปได้ โดยไม่ต้องกลับไปทำเรื่องหรือไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่ ทำให้บริการจ้างตรงไม่มีความจำเป็นสำหรับนายจ้างที่ตกลงต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติอีกต่อไป

       กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณการให้บริการลูกค้าลดฮวบลงกว่า 70% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 61 เป็นต้นไป จะปิดศูนย์จ้างตรงสาขาต่างๆ ทั่วไต้หวัน 7 สาขา เหลือไว้เพียงศูนย์จ้างตรงสำนักงานใหญ่ที่กรุงไทเป พร้อมๆ กับจะเปิดให้นายจ้างสามารถยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างชาติออนไลน์ได้อย่างถ้วนหน้า ต่อไปการยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ ไม่จำเป็นต้องไปยื่นขอที่เคาน์เตอร์ของกระทรวงแรงงาน อยู่ที่บ้านก็สามารถยื่นขอได้แล้ว แถมยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ทำศูนย์จ้างตรงของรัฐปิด 7 สาขาในปีหน้า

 

2. กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการประเมินบริษัทจัดหางานไต้หวันประจำปี 2017 บจง 487 บริษัทได้รับเกรด A ส่วนบริษัทที่ได้รับเกรด C  หากไม่ปรับปรุง จะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตในปีถัดไปมี 73 บริษัท

      เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพในการให้บริการของบริษัทจัดหางานในไต้หวัน ขจัดบริษัทจัดหางานที่ไร้คุณภาพและไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขให้ออกจากตลาดแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดให้มีการประเมินคุณภาพของบริษัทจัดหางานในไต้หวันเป็นประจำทุกปี โดยปี 2017 นี้ มีบริษัทจัดหางานไต้หวันที่เข้ารับการประเมิน 1,333 บริษัท โดยผลการประเมินนี้ สามารถเป็นข้อมูลแก่นายจ้างในการเลือกใช้บริการของบริษัทจัดหางาน

      ผลการประเมินพบว่า มีบริษัทจัดหางานที่ได้รับเกรด A  ซึ่งได้รับคะแนนการประเมิน 90 คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน มี 487 บริษัท ครองสัดส่วน 36.53% บริษัทจัดหางานที่ได้รับเกดร B หรือได้รับคะแนนประเมินระหว่าง 70-89 คะแนน มี 773 บริษัท ครองสัดส่วน 57.99% ส่วนบริษัทจัดหางานที่ได้รับคะแนนประเมินต่ำกว่า 70 คะแนน หรือได้รับเกรด C  มี 73 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 5.48% ซึ่งถือเป็นเกรดต่ำสุด จะต้องรีบปรับปรุงแก้ไข และบริษัทใดได้รับเกรด C ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดหางานในปีต่อไป หรือต้องปิดตัวเองลง หลังจากที่ใบอนุญาตฉบับปัจจุบันหมดอายุลงแล้ว เท่ากับเป็นการบังคับให้ต้องปิดตัวเองจากตลาดแรงงานไปโดยปริยาย

 

 กระทรวงแรงงานไต้หวันจัดการประเมินคุณภาพในการให้บริการของบริษัทจัดหางานไต้หวันเป็นประจำทุกปี

 

3. จำคุก 8 ปี นายจ้างหื่นกามข่มขืนผู้อนุบาลอินโดนีเซีย หลังยอมจ่ายค่าทำขวัญ 500,000 เหรียญไต้หวัน

      นายเซี่ย ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ที่นครไทจง ได้ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซียมาดูแลพ่อที่แก่ชราที่นครไทจง แต่ได้ข่มขืนผู้อนุบาลต่างชาติรายนี้หลายครั้ง ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ทนไม่ไหว ใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ของนายจ้างรายนี้เอาไว้ส่งให้เพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ ต่อมาคลิปวีดิโอนี้ถูกส่งว่อนในสื่อสังคมออนไลน์ สื่อทีวีของอินโดนีเซียนำมาประโคมข่าว บริษัทจัดหางานหลังทราบเรื่องแจ้งสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ตำรวจไต้หวันบุกจับนายจ้างหื่นกามรายนี้มาลงโทษตามกฎหมาย ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุกนายเซี่ย 9 ปี 6 เดือน ต่อมานายเซี่ยยื่นอุทธรณ์ พร้อมได้แสดงหนังสือประนีประนอมที่ลงนามกับผู้เสียหาย โดยยอมจ่ายค่าทำขวัญ 500,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาลดหย่อนโทษให้จำเลยเล็กน้อย จำคุกนายจ้างหื่นกามรายนี้ 8 ปี

 

 นายเซี่ยถูกจำคุก 8 ปี ข้อหาข่มขืนผู้อนุบาลอินโดนีเซีย หลังยอมจ่ายค่าทำขวัญ 500,000 เหรียญไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายสวีเย่าชาง ผู้ว่าการจังหวัดเหมียวลี่ ขณะให้สัมภาษณ์อาร์ทีไอ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 8 พ.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเหมียวลี่ นายสวีเย่าชาง

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 8 พ.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเหมียวลี่ นายสวีเย่าชาง

2017-11-08 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 8 พ.ย. 60

สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเหมียวลี่ นายสวีเย่าชาง 

        นายสวีเย่าชาง (徐耀昌) ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการอรุณสวัสดิ์ ไต้หวัน (早安台灣) ทางสถานีวิทยุอาร์ทีไอ (Radio Taiwan International : Rti) โดยแบ่งปันประสบการณ์ด้านนโยบายเกี่ยวกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ของเทศบาลเมืองเหมียวลี่ นายสวีเย่าชางกล่าวว่า จากสถิตินับจนถึงเดือนส.ค. 2560 เมืองเหมียวลี่มีจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประมาณ 14,000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊ามากที่สุด 8,318 คน รองลงมาคือ เวียดนาม 3,296 คน และอินโดนีเซีย 1,829 คน นโยบายที่ต้องให้ความสำคัญและต้องการให้รัฐช่วยเหลือมากที่สุด คือ ปัญหาการปรับตัวในการใช้ชีวิตและการจ้างงาน ดังนั้น เมื่อเดือนส.ค. 2559 เทศบาลเมืองเหมียวลี่จึงก่อตั้ง "แผนกกิจการสตรีและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่" ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการประสานงานการจัดอบรมให้รู้หนังสือภาษาจีน อบรมการสอบใบอนุญาตขับขี่ ความรู้เกี่ยวกับเลี้ยงดูบุตร ความเท่าเทียมทางเพศ และอบรมเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นต้น ทางเทศบาลยังจัดตั้งศูนย์บริการครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 2 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ขึ้นอีก 2 แห่ง

 

     นอกจากนี้ เทศบาลเมืองเหมียวลี่ยังจัดทำเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านสวัสดิการสังคมเพื่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ มีทั้งภาษาจีนตัวย่อ ภาษาอังกฤษ ภาษาเวียดนาม และภาษาอินโดนีเซีย ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ออกจากบ้าน เข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมอย่างกระตือรือร้น ทางเทศบาลมีความพยายามในการของบประมาณกองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากรัฐบาลกลาง เพื่อใช้ประโยชน์ในการกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ขณะนี้ได้รับเงินกองทุนสนับสนุนแล้วเป็นจำนวนเงิน 10.65 ล้านเหรียญไต้หวัน หวังว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะเข้าร่วมกิจกรรม เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อสร้างความเป็นครอบครัวเดียวกัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เทศกาลคนโสดในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 60 - เทศกาลคนโสดในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 60 - เทศกาลคนโสดในไต้หวัน

2017-11-09 02:21:07

พาคุณไปรู้จักกับเทศกาลคนโสด หรือวันคนโสดในไต้หวัน (ภาษาจีนเรียกว่า 光棍節 กวงกุ้นเจี๋ย หรือ 雙11 ซวงสืออี) ตรงกับวันที่ 11 พ.ย. เทศกาลนี้มีที่มาอย่างไร? มีกิจกรรมอะไรฮอตฮิต? ติดตามได้ในรายการค่ะ

More
ทะเลดอกไม้ในเทศกาลดอกไม้นครเถาหยวน

เทศกาลทะเลดอกไม้ที่เถาหยวนเปิดฉากแล้ว

เทศกาลทะเลดอกไม้ที่เถาหยวนเปิดฉากแล้ว

2017-11-06 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- เทศกาลทะเลดอกไม้ที่เถาหยวนเปิดฉากแล้ว ปีนี้แบ่งโซนจัดแสดงเป็น 7 โซนใน 7 เขตของนครเถาหยวนคือหยางเหมย หลูจู๋ จงลี่ ต้าซี หลงถัน ผิงเจิ้น และวัดหยวนกวงซื่อ ใครอยู่ใกล้แถวไหนก็ไปตามชมกันได้เลยนะครับ

- ข่าวดีสำหรับคนเกิดเดือนพฤศจิกายน สวนสนุกเจี้ยนหูซาน (Janfusun Fancy Park) และลิ่วฝูชุน (Leofoo Village) ลดราคาค่าบัตรผ่านประตูให้เป็นพิเศษ

 

ทุ่งดอกดาวกระจายหลากสีถูกปลูกให้สลับสีสันอย่างตระการตาในช่วงเทศกาลทะเลดอกไม้นครเถาหยวน

 

บรรยากาศการขี่จักรยานชมทะเลดอกไม้ที่เขตหลงถันของเถาหยวน

 

สวนสนุกเจี้ยนหูซานในเขตจังหยุนหลินทางตอนใต้ของไต้หวัน

More
นายหลินเจียหลง ผู้ว่าการนครไถจง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 60 เลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีหน้า ดุเดือดแน่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 60 เลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีหน้า ดุเดือดแน่

2017-11-06 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 60

 

เลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีหน้า ดุเดือดแน่ ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าการนครไทจงทั้งสองพรรคฯ ขับเคี่ยวดุเดือดแน่ 

ยกแรก พรรคดีพีพี ได้เปรียบในฐานะแชมป์ ผู้ว่าการนครไทจง หลินเจียหลง จะลงสมัครป้องกันแชมป์กับผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง ตอนนี้มีอยู่ 2 ตัวเต็ง ได้แก่ นายเจียงชี่เฉิน และนางหลูซิ่วเยี่ยน สส. ในพื้นที่ ก่อนที่จะได้ตัวจริงในราวต้นปีหน้า จับตาไม่กระพริบ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
วง LION

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวง LION ในชุด Replay และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวง LION ในชุด Replay และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-05 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

           -แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวง LION ในชุด Replay และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เทศกาลม้าทองคำครั้งที่ 54 เปิดฉากแล้ว ภาพยนตร์เปิดเทศกาลคือเสี่ยกวันอิน (The Bold, the Corrupt and the Beautiful) ที่ส่งให้หุ้ยอิงหงเข้าชิงม้าทองคำในสาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง / สาวฟ่านฟ่านหรือฟ่านเหว่ยฉี เปิดแสดงทัวร์คอนเสิร์ต"บนถนนแห่งความสุข"รอบที่ 7 ที่ไทเปอารีน่า มีคนดูกว่า 1.1 หมื่นคน)

 

วง LION กับอัลบั้มเพลงชุด Replay

 

ทีมนักแสดงและผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่องเสี่ยกวันอิน (寫觀音:The Bold, the Corrupt and the Beautiful) ในการฉายรอบปฐมทัศน์เปิดเทศกาลภาพยนตร์ม้าทองคำครั้งที่ 54

 

ฟ่านฟ่าน (ฟ่านเหว่ยฉี) กับทัวร์คอนเสิร์ต "บนถนนแห่งความสุข" กับการแสดงรอบที่ 7 ที่ไทเปอารีน่า

 

More
ฝูหย่งหมิงขับรถไปขายแกงเขียวหวานแถวนิคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์หนานกั่งในวันหยุด

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 2560

2017-11-04 22:00:18

 

1. รัฐบาลไต้หวันส่งเสริมให้ประชาชนปลูกไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน หวังเพิ่มยอดสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 20%

          รัฐบาลไต้หวันมีนโยบายสำคัญคือ จะทำให้ไต้หวันเป็นดินแดนปลอดนิวเคลียร์ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2568 หรือปีค.ศ. 2025 หมายถึงว่า อีก 8 ปีข้างหน้าจะไม่ใช้พลังงานนิวเคลียร์เลย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไต้หวันทั้งหมด 4 โรงต้องปิดหมด แต่ทว่า สัดส่วนของพลังงานสะอาด โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างแสงอาทิตย์และลม ปัจจุบัน ยังมีน้อยมาก ไม่ถึง 1% ของยอดปริมาณกระแสไฟฟไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด ไม่สามารถจะทดแทนกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งมีสัดส่วน 13% ได้ รัฐบาลจึงทุ่มทุนมหาศาล อุดหนุนให้ชาวไต้หวันทุกครัวเรือนที่มีหลังคาบ้าน ติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคา นอกจากผลิตกระไฟฟ้าใช้เองแล้ว ไฟฟ้าที่เหลือใช้ยังสามารถขายคืนให้การไฟฟ้าไต้หวันได้

 

 

ไต้หวันส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไว้บนหลังคาบ้าน หวังเพิ่มยอดสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 20%

 

          แต่การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ ค่าใช้จ่ายไม่ถูก อย่างหลังคาบ้านขนาด 30 ผิง หรือประมาณ 100 ตารางเมตร ค่าติดตั้งสูงประมาณ 600,000 – 800,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ดึงดูดใจประชาชน รัฐบาลจึงต้องทุ่มงบประมาณอุดหนุนค่าติดตั้งแผงโซล่าร์เซล์ 40% จากที่ต้องลงทุน 600,000 – 800,000 เหรียญไต้หวัน ก็ลดลงเหลือประมาณ 360,000-480,000 เหรียญไต้หวัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 8-9 ปีก็คุ้มทุนแล้ว หลังจากนั้น ได้กำไรอย่างเดียว มาตรการนี้ รัฐบาลคำนวณออกมาแล้วว่า หากเป็นไปตามเป้าหมาย จะทำให้ยอดปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพิ่มจากปัจุบันที่ไม่ถึง 1% เป็น 20% ทำให้ไต้หวันหลุดพ้นจากปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า อันเนื่องมาจากรัฐบาลไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้

          อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญออกมาวิจารณ์ว่า ความฝันของรัฐบาลที่จะเพิ่มพลังงานสีเขียวเป็น 20% โดยการอุดหนุนให้ประชาชนติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เป็นจริงได้ยาก เพราะประเทศที่มีความพยายามอย่างมาก อย่างญี่ปุ่น พยามยามมาหลายปีแล้ว ขณะนัสัดส่วนของปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังแสงอาทิตย์และลม มีเพียง 4% เท่านั้น ประกอบกับในไต้หวัน ไม่ได้มีแสงแดดกันทุกวัน วันที่ไม่มีแดดก็ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ นอกจากนี้ การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคา โครงสร้างบ้านต้องแข็งแรง เพราะมีน้ำหนักมาก บ้านเก่าอาจรองรับน้ำหนังเป็น 1000 กก. ไม่ได้ อีกทั้งเมื่อติดตั้งแล้ว รื้อถอนก็ลำบากเพราะมันหนัก เมื่อฤดูไต้ฝุ่นมา อาจถูกพัดเสียหาย ซ่อมแซมใหม่ ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ที่สำคัญ กระบวนการผลิตแผงโซล่าร์เซลล์ ก่อให้เกิดมลภาวะจำพวกโลหะหนังในปริมาณสูง เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว ปัญหาขยะแผงโซล่าร์เซลล์ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของไต้หวัน

          มาตรการของรัฐบาลนี้ อาจใช้ได้ดีสำหรับโรงเรียน อาคารหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีพื้นที่กว้าง และบ้านหลังเดียวในชนบท แต่ในเมืองเป็นตึกสูง พื้นที่อาคารแม้จะกว้างร้อยกว่าผิง แต่อยู่กันเป็น 4-50 ครัวเรือน แตละครัวเรือนแบ่งผลประโยชน์ได้น้อยมาก

          แม้จะมีข้อเสียมาก แต่ถ้ามองในแง่ของความตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาพลังงานขาดแคลน ก็สมควรจะปรบมือให้กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายไล่ชิงเต๋อ ที่ดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึง 2 เดือน แต่ได้แสดงความเด็ดเดี่ยวที่จะแก้ปัญหาต่างๆ สำหรับมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน หวังเพิ่มยอดสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 20% ในปี ค.ศ. 2025 จะเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ได้หรือไม่ คงจะต้องจับตามองดูกันต่อไป

 

 

 

ตามโรงเรียนและอาคารหน่วยงานของรัฐ เริ่มมีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ไว้บนหลังคาอาคารแล้ว ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้

 

2. ฝูหย่งหมิง กุ๊กไทยกับความฝันในการสร้างธุรกิจในไต้หวัน

          ฝูหย่งหมิง (符永明 ชื่อไทย: ธวัชชัย เกษมวีรกุล) ถือกำเนิดในตระกูลที่มีสายเลือดแห่งความเป็นนักพเนจรอย่างแท้จริง เมื่ออายุเพียง 17 ปี ตัดสินใจมาแสวงหาความท้าทายในไต้หวัน หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลาย  จนถึงปัจจุบันมาอาศัยอยู่ในไต้หวัน 11 ปีแล้ว 

          ตอนมาถึงไต้หวันใหม่ๆ ฝูหย่งหมิงพูดภาษาจีนไม่ได้แม้แต่คำเดียว เขาจึงต้องเรียนภาษาจีนไปด้วยและทำงานในโรงงานไปด้วย ก่อนจะได้รับประกาศนียบัตรมาหลายใบ ทำให้ปัจจุบันนี้ เขาสามารถฟังพูดอ่านเขียนภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว หลังจากได้รับสัญชาติไต้หวัน ฝูหย่งหมิงก็ไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารอยู่ 1 ปี และเมื่อปลดประจำการแล้ว ญาติของเขาก็ได้ฝากฝังให้เข้าทำงานเป็นคนคุมเครื่องเสียงในภัตตาคารสำหรับจัดงานเลี้ยงมงคลสมรสที่มีหลายสาขาทั่วไต้หวัน หลังจากทำงานคุมเครื่องเสียงได้เพียงครึ่งปี เขาก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะต้องทำงานที่มีความท้าทายมากกว่านี้ จึงได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้เข้าไปเรียนรู้การทำอาหารในครัว เพราะถือเป็นทักษะที่ช่วยให้ไม่อดตาย ซึ่งฝูหย่งหมิงก็รู้สึกเห็นดีด้วย จึงตัดสินใจเปลี่ยนงาน เข้าไปทำงานในครัวแทน โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือก่อน ทุกๆ เช้าเขาก็จะมาถึงภัตตาคารก่อนใครๆ เพื่อที่จะเตรียมข้าวของและวัตถุดิบต่างๆ ที่จะต้องใช้ในครัว และในช่วงบ่ายที่เป็นเวลาพักผ่อน เขาก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง พยายามฝึกฝนทักษะการทำครัว ทั้งการหั่นผักและการผัดกับข้าวแบบต่างๆ

         เจ้าตัวตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า เมื่ออายุ 26 ปี ต้องมีเงินเก็บ 1 ล้าน อายุ 27 ปี ต้องมีบ้านของตัวเอง อายุ 28 ปี ต้องมีรายได้แม้จะไม่ทำงาน มาถึงตอนนี้ เป้าหมายในชีวิตที่ตั้งเอาไว้ในตอนนั้น สำเร็จตามที่ตั้งใจแล้ว....ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

 

ในวันหยุด ฝูหย่งหมิง หรือธวัชชัย จะขับรถไปขายข้าวกล่องแกงเขียวหวานแถวนิคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์หนานกั่ง โดยปรุงกันสดๆ ที่นั่น

 

ฝูหย่งหมิงตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า  เมื่ออายุ 26 ปี จะต้องมีเงินเก็บ 1 ล้าน อายุ 27 ปี ต้องมีบ้านของตัวเอง อายุ 28 ปี ต้องมีรายได้แม้จะไม่ทำงาน

 

ไข่ลูกเขย เมนูเด็ดจานเด็ดที่ฝูหย่งหมิงถนัด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โฉมหน้ากลุ่มผู้นำชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายสีจิ้นผิง หลังประชุมผู้แทนพรรคฯ

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 60 ประชาธิปไตยจีนยังห่างไกลความจริง

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 60 ประชาธิปไตยจีนยังห่างไกลความจริง

2017-11-04 22:55:00

 

ประชาธิปไตยจีนยังห่างไกลความจริง

       ในที่สุดรายงานการเมืองการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน สมัยที่ 19 ที่กำหนดนโยบายการปกครองจีนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า ก็คลอดออกมาแล้ว เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสื่อมวลชนที่มีสายตาแหลมคมพบว่า ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะคลอดออกมา สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เป็นภาษาอังกฤษก่อนที่การประชุมดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเพียงวันเดียว โดยย้ำนักย้ำหนาว่า “ประชาธิปไตยแบบจีน” ยอดเยี่ยมกว่าประชาธิปไตยตะวันตก ด้วยเหตุนี้ ในรายงานการประชุมสมัยที่ 19 จึงพบคำว่า “ประชาธิปไตย” หลายครั้งหลายหนทีเดียว แต่เมื่อพินิจพิเคราะห์บทความทั้งบทโดยละเอียดแล้ว เราก็จะพบว่า ประชาธิปไตยที่ว่าแตกต่างกับระบอบการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก ไม่ใช่ระบอบการคานอำนาจที่ประชาธิปไตยตะวันตกกล่าวถึง

        แม้ในรายงานการประชุมสมัยที่ 19 จะระบุชัดเกี่ยวกับทิศทางและเข็มมุ่งพื้นฐานในการพัฒนาระบอบสังคมนิยมแบบจีนๆ ของตนว่า “จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบอบประชาธิปไตย เสริมประชาธิปไตยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขยายหนทางแห่งประชาธิปไตย สร้างหลักประกันให้แก่ความเป็นเจ้าของประเทศของประชาชน ทั้งการเมืองและการดำรงชีวิตในสังคม” อย่างไรก็ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ยังแตกต่างจากประชาธิปไตยที่เป็นที่เข้าใจกันของสังคมประชาธิปไตย แต่เรียกได้ว่า แตกต่างกันราวฟ้ากับดินทีเดียว ทั้งนี้ เพื่อกลับขาวเป็นดำและดำเป็นขาว สีจิ้นผิงจึงได้เพิ่มเติมเสริมแต่งคำว่า “แบบจีน” ไว้ในคำว่า “ประชาธิปไตย”

        เพียงแต่ว่า หลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่เป็นการคานอำนาจและการแบ่งอำนาจกันอย่างชัดเจน ส่วนคำว่า “แบบจีนๆ” เป็นเพียงคำที่นำมาเสริมแต่งให้ไพเราะเพราะพริ้งเท่านั้น เราลองนึกดูสิว่า ภายใต้เงื่อนไขที่มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงพรรคเดียวปกครองประเทศจีน ไม่มีระบอบประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานใดๆ  ผู้ที่ถูกบงการก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงการเป็นเพียงแจกันดอกไม้ประดับเท่านั้น เมื่อ สีจิ้นผิง ประกาศว่าจะเสริมการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างทั่วด้าน ซึ่งมีแต่จะทำให้หนทางแห่งประชาธิปไตยหดแคบลง แล้วจะขยายให้กว้างขึ้นได้อย่างไร ประชาชนจะเป็นเจ้าของประเทศได้อย่างไร

        ด้วยเหตุนี้ เมื่อ สีจิ้นผิง บอกว่า “การปกครองประเทศด้วยการนำของพรรคฯ  ประชาชนเป็นเจ้าของประเทส และปกครองในระบอบนิติรัฐ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาการเมืองสังคมนิยม” เขาไม่อาจที่จะตอบคำถามได้ว่า เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์กับประชาชนขัดแย้งกันในเรื่องของผลประโยชน์แล้ว พรรคหรือประชาชนจะต้องมาก่อนกัน และการปกครองประเทศด้วยระบอบนิติรัฐ ใครเป็นผู้ออกกฎหมาย ใครเป็นผู้บังคับใช้กฏหมาย  คำตอบชัดเจนมากทีเดียว ในเมื่อสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่ภายใต้การนำของพรรค ฐานะของพรรคต้องมาก่อนเป็นดับแรก แล้วผลประโยชน์ของประชาชนเล่าจะวางไว้ตรงไหน

        “รายงานการประชุม สมัยที่ 19” ยังได้กล่าวถึง การยืนหยัดประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นนโยบายแห่งชาติ จะต้องดูแลธรรมชาติเช่นเดียวกับที่เราดูแลชีวิตของพวกเราเอง แต่ประวัติในอดีตที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์เหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนอย่างไร ทำร้ายชีวิตอย่างไร ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คน  สีจิ้นผง ทำอะไรไว้กับนายหลิวเสี่ยวโพ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างไร ในสายตาของประชาชนทั่วไป จนถึงปัจจุบันมีบุคคลในสังคมนานาชาติจำนวนมากน้อยเพียงไรที่เรียกร้องให้จีนปล่อยตัวภรรยาของนายหลิวเสี่ยวโพ ในขณะที่ทางการปักกิ่งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เราลองคิดดูสิว่า เขามีท่าทีที่หฤโหดต่อชีวิต แล้วจะเป็นมิรต่อสิ่งแวดล้อมตามที่ให้คำมั่นไว้ได้อย่างไร ความจริงแล้ว การสำรวจของสหประชาชาติ ที่ดินในประเทศจีน อากาศและน้ำ ล้วนถูกปู้ยี้ปู้ยำไม่มีชิ้นดี สิ่งที่เรียกว่า “นโยบายพื้นฐานแห่งชาติคือยืนหยัดในการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นเพียงคำพูดลมๆ แล้งๆ และโกหกมดเท็จเท่านั้น

        ความจริง ระดับเครดิตทางการเมืองของจีนคอมมิวนิตส์ตกต่ำลงเป็นลำดับ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ชาวฮ่องกงเองก็มีความเชื่อถือลดน้อยลงเป็นลำดับด้วยเช่นเดียวกัน รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า จะต้องดำเนินการทุกอย่างเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ “หนึ่งประเทศสองระบอบ” มิให้เปลี่ยนสีสรร และรูปแบบที่ควรจะเป็นไป แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องเอกราชให้แก่ฮ่องกงก็ดังกระหึ่มมากยิ่งขึ้น “หนึ่งประเทศสองระบอบ” ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุไปแล้ว

        “รายงานการประชุมสมัยที่ 19” เต็มไปด้วยสีสรรแห่งลัทธิประชาชาตินิยม ลัทธิรวมศูนย์อำนาจ เต็มไปด้วยสีสรรแห่งการรวมศูนย์อำนาจและความคิด มันจะตอบคำถามแห่งประชาสังคมที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะได้อย่างไร จึงเป็นคำถามของผู้คน ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับชนชั้นปกครองเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การประชุมสมัยที่ 19 ได้ให้ความเห็นชอบบรรจุชื่อของ สีจิ้นผิง ไว้ในหลักการของพรรค จึงมีคำถามว่า สีจิ้นผิง เพิ่งขึ้นครองอำนาจได้เพียง 5 ปีเท่านั้น แต่ก็เร่งรีบสร้างกระแสเทอดทูนบุคคล มิใช่เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อ่สร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในสังคม แล้วอย่างนี้ จีนจะยังคงมีความหวังกระนั้นหรือ ประชาธิปไตยยังคงห่างไกลความเป็นจริงมากทีเดียว

 

เขียนโดย ศ. เหยียนเจี้ยนฟา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจี้ยนสิง ไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560

2017-11-04 07:54:57

 

1. แจกฟรี! ท่านที่อยากทราบเรื่องราวเกี่ยวกับไต้หวันในเชิงลึก พลาดไม่ได้! นิตยสารไต้หวันพาโนรามา ฉบับที่ 12 ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ.2560  แนะนำวิถีการกินอาหารของคนไต้หวัน

               เนื้อหาประจำฉบับ

               - นวัตกรรมใหม่ของ "ถ่าน"

               - ดินดีน้ำใส ข้าวไต้หวันรสโอชา

               - น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก

               - แสงแดด น้ำทะเลและวัฒนธรรม สูตรสำเร็จของนาเกลือไต้หวัน

               - ตำนานซอสสูตรโบราณ

               - นิทรรศการ "รสชาติแห่งบ้านเกิด กลิ่นรสจากเอเชียอาคเนย์"

               - กาแฟกองพล 93 สืบสานตำนานบรรพบุรุษ

เพียงส่งชื่อ-ที่อยู่จัดส่งไปรษณีย์มาที่อีเมล์ thai@rti.org.tw รับนิตยสารฉบับนี้ไปอ่านเล่นที่บ้าน ฟรี! (ยังเหลือจำนวนไม่มาก)

 

 

2. ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ชั่วโมงโอทีอาจขยายจากเดือนละไม่เกิน 46 ชั่วโมง เป็น 54 ชั่วโมง หรือ 3 เดือนไม่เกิน 138 ชั่วโมง

             สภานิติบัญญัติไต้หวันได้ผ่านกฎหมายมาตรฐานแรงงาน แก้ไขมาตรา 36 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ผู้ใช้แรงงานทำงานวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน หรือมีวันหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน ในจำนวนนี้มี 1 วันที่ทำงานล่วงเวลาได้ อีก 1 วันเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำงานล่วงเวลาไม่ได้ ยกเว้นกรณีเกิดภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขอให้แรงงานเข้าทำงาน ส่วนวันหยุดที่ทำงานล่วงเวลาได้ หากนายจ้างมีความจำเป็น สามารถขอความร่วมมือจากแรงงานได้ แต่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีเพิ่มจากที่ได้รับตามปกติอยู่แล้ว ใน 2 ชั่วโมงแรก เพิ่มให้ 1.33 เท่า ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป จ่ายให้ชั่วโมงละ 1.66 เท่าของชั่วโมงปกติ หากการทำงานล่วงเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 4 ชั่วโมง เกิน 4 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 8  ชั่วโมง เกิน 8 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 12 ชั่วโมง และชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ต้องนำไปรวมกับยอดจำนวนชั่วโมงโอทีในแต่ละเดือน ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเกิน 46 ชั่วโมง

             กฎหมายใหม่นี้ แม้มีเจตนาคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน แต่เนื่องจากกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยเข้มงวดเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการขาดความยืดหยุ่น และเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานมากเกินไป จนไม่อยากและไม่กล้าให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาหรือโอที เพราะหากผิดกฎหมาย จะมีโทษปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่งผลให้ลูกจ้างแทนที่จะได้รับประโยชน์ กลับกลายเป็นเสียรายได้ นายจ้างเองบ่นว่า รัฐบาลก้าวก่ายมากเกินไป ขณะที่ผู้บริโภคก็เดือดร้อน เนื่องจากราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น และร้านรวงที่เคยเปิดบริการในวันอาทิตย์ ก็ปิดกันเป็นทิวแถว เพราะไม่กล้าให้ลูกจ้างทำงานเกินสัปดาห์ละ 5 วัน

 

 

             หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้มาเป็นเวลาใกล้ครบ 1 ปี รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ เตรียมแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานในมาตรานี้ ตามเสียงเรียกร้องของผู้ประกอบการและลูกจ้าง โดยมีกำหนดจะแก้ไขให้แล้วเสร็จในปีนี้ และประกาศใช้ในต้นปีหน้า แนวทางการแก้ไข มีดังนี้

             - ขยายชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอทีจากปัจจุบันเดือนละไม่เกิน 46 ชั่วโมง เป็น 54 ชั่วโมง หรืออาจใช้วิธีเหมารวม 3 เดือนไม่เกิน 138 ชั่วโมง

             - วันหยุดประจำสัปดาห์ที่คิดเป็นรายสัปดาห์ อาจขยายเป็น 2 สัปดาห์ทำงาน 10 วัน หยุดพัก 4 วัน ในจำนวนนี้ มี 2 วันทำโอทีได้ หรือเท่ากับ 2 สัปดาห์สามารถทำงานได้ 12 วัน

             - ชั่วโมงโอทีในวันหยุด ให้คิดตามความเป็นจริง ยกเลิกทำไม่ถึง 4 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 4 ชั่วโมง เกิน 4 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 8 ชั่วโมง เกิน 8 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 12 ชั่วโมง

             - วันหยุดพักผ่อนพิเศษประจำปี หากใช้ไม่หมดในปีนั้น สามารถไปรวมกับปีที่ 2 หากปีที่ 2 ยังใช้ไม่หมด นายจ้างจะคิดเป็นค่าจ้างให้

 

 

 เตรียมแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ชั่วโมงโอทีอาจขยายจากเดือนละไม่เกิน 46 ชั่วโมง เป็น 54 ชั่วโมง หรือ 3 เดือนไม่เกิน 138 ชั่วโมง

 

3. สัมภาษณ์นักศึกษาไทยจากภาคอิสาน นางสาวรัตนาภรณ์ บำรุงไทย จากจังหวัดขอนแก่น อดีตเคยมาเป็นล่ามไทยในโรงงานอิเลคทรอนิกส์ ปัจจุบันกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยตั้นเจียง (淡江大學) นครนิวไทเป เล่าประสบการณ์การเรียนและการปรับตัวในไต้หวัน 

 

นส.รัตนาภรณ์ บำรุงไทย  เยี่ยมและให้สัมภาษณ์ Rti ถ่ายคู่กับคุณอโศก ศรีจันทร์ ในห้องส่ง

 

นส.รัตนาภรณ์ บำรุงไทย อดีตล่ามไทยในโรงงานอิเลคทรอนิคส์ ปัจจุบันกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยตั้นเจียง (淡江大學) นครนิวไทเป

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
หนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว (潘瑋柏) กับผลงานเพลง Comming Home

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว ในเพลง Comming Home และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว ในเพลง Comming Home และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-03 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

          - ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว (潘瑋柏) ในเพลง Comming Home และข่าวบันเทิงไต้หวัน (พานเหว่ยปั๋วออกมายอมรับแล้วว่าป่วยหนักเป็นปอดบวมจนเกือบตายจริง/ โจวเจี๋ยวหลุน (周杰倫) ทำตัวไม่ถูกเมื่อแฟนเพลงแอบจิกแฟนเก่าออกไมค์กลางคอนเสิร์ตที่หังโจว)

 

หนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว (潘瑋柏) กับผลงานเพลง Comming Home

 

หนุ่มวิลล์ พานเหว่ยปั๋ว ยอมรับว่าป่วยหนักจนถูกส่งเข้าห้องไอซียูจริง

 

โจวเจี๋ยหลุน (周杰倫 : Jay Chou) ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อแฟนเพลงแอบจิกแฟนเก่าออกไมค์กลางคอนเสิร์ตที่หังโจว

 

More