QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ซุนเยี่ยนจือ

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของซุนเยี่ยนจือ ในชุด 跳舞的梵谷 (A Dancing Van Gogh) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของซุนเยี่ยนจือ ในชุด 跳舞的梵谷 (A Dancing Van Gogh) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-19 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของซุนเยี่ยนจือ ในชุด 跳舞的梵谷 (A Dancing Van Gogh) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจลิน ไช่อีหลิน เตรียมขึ้นเวทีม้าทองคำเป็นครั้งแรกคืนวันที่ 25 พย. นี้ / หลินจื้อหลิงขอให้สื่อและแฟนๆ เว้นช่องว่างสำหรับเรื่องของเธอกับเจอรี่ F4)

 

ซุนเยี่ยนจือกับอัลบั้มเพลงชุด 跳舞的梵谷 (A Dancing Van Gogh)

 

หลินจื้อหลิงของให้สื่อและแฟนๆ ให้ช่องว่างกับเรื่องความรักของเธอ

 

ไช่อีหลินเตรียมขึ้นร้องเพลงบนเวทีของม้าทองคำเป็นครั้งแรกในปีนี้

More
ตลาดอาหารตามสั่งส่งถึงบ้านบูม เงินเดือนพนักงานส่งอาหารแตะ 60,000 เหรียญไต้หวัน

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

2017-11-19 10:08:08

 

1. แนะนำแหลมเหิงชุน (恆春半島) ดินแดนธรรมชาติตอนใต้สุดของไต้หวันและเป็นจุดสิ้นสุดของแนวเทือกเขากลางเกาะไต้หวัน หรือเทือกเขาจงยาง (中央山脈) ที่ทอดตัวจากเหนือจรดใต้ แหลมแห่งนี้โอบล้อมด้วยชายฝั่งโขดหินปะการังของมหาสมุทรแปซิฟิก ช่องแคบบาชิ (巴士海峽) และช่องแคบไต้หวัน  (台灣海峽) ทำให้ช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไปจะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดผ่าน (ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกว่า ลมตกเขา (落山風) ) การที่แหลมเหิงชุนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยร่วมกันของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย จึงนำไปสู่การก่อกำเนิดของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

          ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีเหยี่ยวหน้าเทา (灰面鷲) นับหมื่นตัวบินอพยพหนีหนาวจากคาบสมุทรไซบีเรีย ผ่านภาคเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่และญี่ปุ่น มาแวะพักค้างคืนเป็นจุดสุดท้ายที่ชุมชนหลี่เต๋อ (里德) ก่อนจะบินไปสู่จุดหมายปลายทางที่ฟิลิปปินส์ เนื่องจากบินมาช่วงประมาณวันชาติไต้หวันสาธารณรัฐจีน 10 ตุลาคม จึงได้รับการขนานนามว่า นกวันชาติ (國慶鳥)

          ในช่วงหลายปีมานี้  ทรัพยากรที่เป็นเอกลักษณ์ในชุมชนต่างๆ ได้นำมาใช้เป็นรากฐานการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) และยังกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์  รวมทั้งเป็นขุมทรัพย์สีเขียวสำหรับสิ่งแวดล้อมศึกษาอีกด้วย

 

 แหลมเหิงชุน (恆春半島) ดินแดนธรรมชาติตอนใต้สุดของไต้หวัน

 

แผนที่ท่องเที่ยวในแหลมเหิงชุน (恆春半島) ดินแดนธรรมชาติตอนใต้สุดของไต้หวัน

 

 

เหยี่ยวหน้าเทาจะบินอพยพหนีหนาวมาที่แหลมเหิงชุนช่วงตุลาคมของทุกปี

 

 

 

เดือนตุาคมของทุกปี จะมีผู้คนจำนวนมากไปชมนกที่แหลมเหิงชุนในเมืองผิงตง

 

2. ตลาดอาหารตามสั่งส่งถึงบ้านบูม เงินเดือนพนักงานส่งอาหารแตะ 60,000 เหรียญไต้หวัน

         มนุษย์เงินเดือนในไต้หวัน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งจบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ๆ มักจะบ่นกันว่า เงินเดือนน้อย ค่าครองชีพแพง เพราะบางคนเริ่มต้นที่ 27,000-28,000 แต่ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องการพนักงาน และเงินเดือนงามพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น พนักงานส่งอาหารตามสั่งถึงบ้าน ต้องการรับสมัครพนักงานส่งอาหารจำนวนมาก เงินเดือนรวมเบี้ยเลี้ยงและโบนัสแต่ละเดือนสูงถึง 60,000 เหรียญไต้หวันทีเดียว

         ปกติ คนไต้หวันนิยมทานอาหารนอกบ้านอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสังคมอุตสาหกรรมและเป็นครอบครัวขนาดเล็ก อยู่กันสองสามีภรรยา ทำงานด้วยกันทั้งคู่ บางครอบครัวอาจมีลูก 1 หรือ 2 คน โดยมากจะฝากท้องไว้กับร้านอาหารนอกบ้าน ดังนั้น ร้านอาหารในไต้หวันจึงมีทุกตรอกซอกซอยเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไต้หวันเอง อาหารไทย ญี่ปุ่น สปาเก็ตตี้ มีทุกอย่าง พูดง่ายๆ ว่าอยากทานอะไร มีให้เลือกทั้งหมด นี่เป็นความสะดวกสบายในเรื่องอาหารการกินในไต้หวัน

         นอกจากทานอาหารนอกบ้านแล้ว ผู้คนในปัจจุบัน ยังนิยมช็อปปิ้งออนไลน์ สั่งซื้อสินค้าทางเน็ต เพราะมีให้เลือกมากมาย แถมมีการโชว์หรือเทียบราคาให้ดูอย่างละเอียด ถูกกว่าซื้อตามห้าง ไม่ต้องเดินช็อปให้เหนื่อย อยู่ที่บ้านก็ซื้อได้ แถมได้เลือกดูสินค้าหลากหลาย การสั่งอาหารออนไลน์หรือทางเน็ตก็มีบริการเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหน สามารถสั่งและจะส่งให้ร้อนๆ ทันทีภายในเวลา 30-40 นาที

         สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารแฟรนไชส์ของไต้หวันเปิดเผยสถิติพบว่า แบรนด์ของร้านอาหารแฟรนไชส์ในไต้หวันได้เพิ่มจาก 523 แบรนด์ เมื่อปี 2012 มาเป็น 820 แบรนด์หรือยี่ห้อในปี 2016 ในปี 2017 ยังไม่มีสถิติ แต่รวมแบรนด์ของร้านอาหารแฟรนไชส์ทั้งในและเทศ น่าจะเพิ่มเป็น 1,000 แบรนด์แล้ว ซึ่งล้วนให้บริการสั่งอาหารออนไลน์และส่งถึงบ้าน เนื่องจากธุรกิจสั่งอาหารส่งถึงบ้านกำลังมาแรง ปัจจุบัน ค่าจ้างพนักงานส่งอาหารตามสั่งแบบ Full Time โดยมากจะเริ่มต้นที่ 40,000-45,000 เหรียญไต้หวัน หรือทำงานแบบคิดเป็นรายชั่วโมง หรือ Part Time ชั่วโมงละ 200 เหรียญไต้หวันขึ้นไป แต่ก็ยังหาพนักงานได้ไม่เพียงพอ ยิ่งบริการสั่งอาหารออนไลน์ผ่านแอพแบรนด์ดังอย่าง Foodpanda จากเยอรมันนีและแบรนด์อื่น ๆ ที่เล็งเห็นการเติบโตของตลาดในไต้หวัน ต่างเข้ามาให้บริการ ยิ่งทำให้พนักงานส่งอาหารขาดแคลน จึงมีการเสนอค่าจ้างเพิ่มขึ้น รวมเบี้ยเลี้ยงและโบนัส ประมาณ 60,000 เหรียญไต้หวัน ถือว่าเป็นค่าจ้างที่สูงพอสมควร

 

ตลาดอาหารตามสั่งส่งถึงบ้านบูม เงินเดือนพนักงานส่งอาหารแตะ 60,000 เหรียญไต้หวัน

 

อาหารตามสั่งออนไลน์ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหน สามารถสั่งและจะส่งให้ร้อนๆ ทันทีภายในเวลา 30-40 นาที

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เฉินเฉิงพัว จิตกรไต้หวันยุคใกล้

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 2560 ตอนที่ 4 ทัศนียภาพหน้าร้อน ( Street Scene on a Summer Day : 夏日街景)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 2560 ตอนที่ 4 ทัศนียภาพหน้าร้อน ( Street Scene on a Summer Day : 夏日街景)

2017-11-18 22:55:00

ตอนที่

ชื่อผลงาน : ทัศนียภาพหน้าร้อน ( Street  Scene on a Summer Day : 夏日街景)

ชื่อจิตรกร : เฉินเฉิงพัว (陳澄波 ค.ศ.1895-1947)

        เกิดที่เจียอี้ ในปี 1895

        ศึกษาจนจบปริญญาตรีด้านครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูไต้หวัน ในปี 1917

        ศึกษาต่อทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันศิลปกรรมศาสตร์ โตเกียว ในปี 1924

        ผลงานของเขาได้รับคัดเลือกเข้าร่วมงานมหกรรมจิตกรรมจักรพรรดิ ครั้งที่ 7 ในปี 1926

        จบการศึกษาระดับปริญญาโท จิตกรรม มหาวิทยาลัยศิลปกรรมโตเกียว ในปี 1929

        ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเมืองเจียอี้ สมัยที่ 1 ในปี 1946

        เป็นผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์ 228 ปี 1947 จนถูกจับยิงเป้าที่หน้าสถานีรถไฟเจียอี้ ในปี 1947

        ผลงานจิตกรรมที่เขาตั้งชื่อว่า "ทัศนียภาพหน้าร้อน" เป็นผลงานที่สะท้อนความผูกพันที่เขามีต่อบ้านเกิดที่เจียอี้  ซึ่งเขาได้วาดผลงานที่เกี่ยวกับเจียอี้มากมายทีเดียว ในมุมมองต่างๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ชื่นชมในศิลปะจิตกรรม รายการวันนี้จะนำคุณผู้ฟังไปสัมผัสด้วยตนเองกันเลยครับ

 

ชมภาพและเสียง https://www.youtube.com/watch?time_continue=37&v=H4vhhMjcOYo

More
จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560

2017-11-18 11:15:08

 

1. ระวัง ค่าจ้างทำงานเป็นปี ไม่พอเสียค่าปรับ! ตำรวจตรวจแหลกเมาแล้วขับ ที่เมืองจางฮั่วคนงานต่างชาติถูกจับคืนเดียว 6 ราย

             แรงงานไทยดื่มสุราเมาแล้วขับขี่ทั้งรถจักรยานแบบดั้งเดิม จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอร์เตอร์ไซค์ แล้วประสบอุบัติ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเงิน เสียสุขภาพ ยังอาจทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเสียชีวิต ถูกจำคุก หรือถูกเนรเทศกลับประเทศ ส่งผลให้อนาคตหม่นหมอง ล่าสุด ตำรวจทุกท้องที่ มีการตรวจเข้มเมาแล้วขับ พบแรงงานต่างชาติจำนวนมากคิดว่า เมาแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร? กระทรวงแรงงานเตือนว่า  นอกจากลงโทษปรับเงินและติดคุกแล้ว ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานมาตรา 12 ผู้ที่ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกโดยไม่มีการรอลงอาญาหรือเปรียบเทียบปรับนั้น นายจ้างมีสิทธิยกเลิกสัญญาจ้างได้ทันที หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายดื่มแล้วขับเมื่อถูกตัดสินจำคุก นายจ้างมีสิทธิไล่ออกได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใดๆ  ส่วนชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร ก็อาจถูกเพิกถอนและเนรเทศกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้อีก ถือได้ว่าเป็นการลงโทษนักดื่มที่รุนแรงมาก และมาตรการลงโทษข้างต้น ไม่มีการยกเว้นสำหรับแรงงานต่างชาติ หากตรวจพบโดนเหมือนกันหมด จึงเตือนแรงงานไทย ชาวไทยในไต้หวันที่เป็นนักดื่มทั้งหลายต้องระวัง เพราะตำรวจไต้หวันเอาจริง และปฏิบัติการตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง  

 

 

จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เมาแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร สุดท้ายโดนปรับหนัก

 

ในแต่ละปี มีคนงานไทยเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุถูกชนหรือไปชนคนอื่นมากมายหลายสิบคดี

 

ตำรวจไต้หวันเอาจริง ปฏิบัติการตรวจเข้มเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่องในทุกท้องที่

 

2. ระวังหลงกล! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ถ่ายทอดเทคนิคกลโกงแก่คนไทยต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

แก๊งมิจฉาชีพในปัจจุบัน ได้พัฒนาและปรับกลโกงการต้มตุ๋นหลอกลวงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือ อย่างเฟสบุ๊คและไลน์เป็นต้น ที่ผ่านมา การส่งข้อความหรือลิงค์หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปกดเงินตู้ ATM หรือหลอกให้ซื้อแต้มเล่นเกม ส่วนใหญ่จะส่งเป็นภาษาจีน คนงานต่างชาติแม้จะตกเป็นเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยมีผู้เสียหาย เนื่องจากอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ขณะนี้ เริ่มมีข้อความหลอกลวงต้มตุ๋นที่เป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติแล้ว อย่างเช่นภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ทำให้แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นผู้เสียหายได้ง่ายขึ้น

               จึงขอเตือนว่า คนร้ายส่วนมาก มักเล่นกับความโลภ หรือความกลัวของเหยื่อ เช่น ท่านเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเงินสดจำนวนหนึ่ง จากการจับฉลาก เงินปันจำนวนหนึ่งจากกองมรดก หรือ ทางตำรวจสืบพบว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีที่ผิดกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้รับมีอาการดีใจ หรือตื่นตกใจ จนไม่ทันคิดถึงความเป็นไปได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการมีสติ ไม่ไหลไปกับสิ่งที่ปลายสายกำลังพูด ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม

 

จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

 

3. วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะปรับสูงขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน แต่สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้รับการปรับขึ้นตามไปด้วย ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานไทย จะโชคดีกว่าแรงงานอื่นอีก 3 ชาติ ที่ค่าจ้างแรกเริ่มว่าจ้าง จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

 ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ

 

4. สัมภาษณ์กัวซิวหมิ่น (郭修敏) หรือคุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานบริษัทไทยเฟิง จำกัด (泰國泰豐有限公司) ซึ่งเป็นชาวไต้หวันที่ไปลงทุนในประเทศไทย โดยตั้งโรงงานผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกคุณภาพสูง เช่นวาล์วปั้มพีวีซี บอลวาล์วพลาสติกเป็นต้น ขานรับโครงการตอบแทนแรงงานไทยที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวัน ด้วยการพาอดีตแรงงานไทยกลับไปเยี่ยมสถานที่ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมที่พักและอาหาร ตกประมาณคนละ 40,000 เหรียญไต้หวัน

             แรงงานไทยที่โชคดี ได้เดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันในครั้งนี้ มี 5 คน เป็นชุดแรกในจำนวน 12 คน ที่โชคดีได้เดินทางกลับมาท่องไต้หวันฟรี ซึ่งส่วนใหญ่รับทราบข่าวโครงการนี้จาก Rti กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกประทับใจและสนุกสนานมาก ในอดีตเคยมาทำงานที่ไต้หวัน แต่ไม่มีโอกาสไปท่องเที่ยว มาครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า ไต้หวันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย คุณวราพร และคุณวุฒิพัฒน์ 2 อดีตแรงงานไทยผู้โชคดีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันอีกครั้ง

 

อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
By 2

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ By 2 ในเพลงม่งเซียนเซิง (夢先生) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ By 2 ในเพลงม่งเซียนเซิง (夢先生) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-17 23:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ By 2 ในเพลงม่งเซียนเซิง (夢先生) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลังมีข่าวคืนดีกับหนุ่มเจอรี่ หลินจื้อหลิงก็ไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ ปรากฏว่าชาวเน็ตแอบถ่ายภาพเจอรี่เล่นบาสอยู่ในเซี่ยงไฮ้ได้อีก สงสัยว่าตามไปเฝ้าหรือเปล่าเนี่ย???)

More
เซี่ยสูเหวย

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) คว้ารองแชมป์หญิงเดี่ยว WTA 125K ที่หัวหิน

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) คว้ารองแชมป์หญิงเดี่ยว WTA 125K ที่หัวหิน

2017-11-16 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) คว้ารองแชมป์หญิงเดี่ยว WTA 125K ที่หัวหิน

-ฝงซานซานเฉือนโปรโมของไทยคว้าแชมป์กอล์ฟหญิง LPGA รายการบลูเบย์ แอลพีจีเอที่เกาะไหหลำพร้อมขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่

More
ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย ผ่อนปรนวันหยุดประจำสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560

2017-11-16 21:40:19

 

1. ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย ผ่อนปรนวันหยุดประจำสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเพิ่มชั่วโมงโอทีในแต่ละเดือนเป็น 54 ชม. แต่รวม 3 เดือนไม่เกิน 138 ชม.

      เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันสาธารณรัฐจีนนั่งหัวโต๊ะพิจารณาแนวทางการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับวันหยุดประจำสัปดาห์และชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอที ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ นายสวีกัวหย่ง โฆษกรัฐบาลแถลงว่า หลังหารือกับ สส.พรรครัฐบาลแล้ว ปัญหาสำคัญได้แก่วันหยุดประจำสัปดาห์ จะมีการแก้ให้มีความยืดหยุนมากขึ้น ผู้ประกอบการหากต้องการให้ลูกจ้างทำงานมากกว่าสัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว ยังต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานส่วนกลาง และรับรองโดยกระทรวงแรงงานแล้ว จึงจะขยายวันทำงานได้

 

 

      ในส่วนของการทำงานล่วงเวลาหรือโอที จะแก้เป็นทำโอทีได้จากปัจจุบัน ไม่เกินสัปดาห์ละ 46 ชม. ปรับเป็น 54 ชม. และ รวมชั่วโมงโอทีต่อเนื่องกัน 3 เดือน ต้องไม่เกิน 138 ชม. กล่าวคือให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างมีชั่วโมงโอทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ละเดือนสามารถทำโอทีได้ไม่เกิน 54 ชม. แต่รวม 3 เดือน ห้ามเกิน 138 ชั่วโมงหรือเฉลี่ยสัปดาห์ละ 46 ชั่วโมงเหมือนในปัจจุบัน

      สำหรับข้อกำหนดที่ให้นายจ้างต้องจ่ายค่าโอที 4 ชั่วโมง กรณีที่ลูกจ้างทำโอที 1 ชม.ขึ้นไป ไม่ถึง 4 ชั่วโมง และทำงาน 5 ชม. ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ต้องจ่ายค่าโอทีเป็น 8 ชั่วโมง ก็จะปรับให้เป็นคิดชั่วโมงโอทีที่ทำตามความเป็นจริง

      ด้านวันหยุดพักพิเศษประจำปี ที่ปัจจุบัน จะต้องใช้ให้หมดภายในปีนั้น ไม่สามารถนำไปรวมสะสมในปีต่อไปได้ ก็จะแก้เป็นสามารถนำไปรวมสะสมกับวันหยุดพักพิเศษประจำปีในปีต่อไปได้ หากปีต่อไปหมดกำหนดหรือยกเลิกสัญญาจ้าง วันหยุดพักพิเศษประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้หรือยังใช้ไม่หมด นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้แทน

      การแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานครั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี และจะประกาศให้มีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า

 

 

2.ฟาร์มปศุสัตว์ไต้หวันขานรับนโยบายของรัฐที่ให้คนรุ่นใหม่ไปทำงานในฟาร์มรับเงินค่าจ้างเดือนละ 36,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากไม่ราบรื่นจะขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ

      นายหลินชงเสียน (林聰賢) ประธานคณะกรรมการการเกษตรของไต้หวันกล่าวว่า เพื่อจะดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ไปทำงานในฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก คณะกรรมการการเกษตรเปิดรับสมัครพนักงานในฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อเข้าทำงานในฟาร์มปศุสัตว์ที่นครเถาหยวน จางฮั่ว หยุนหลิน เจียยี่ ไถหนาน เกาสงและผิงตง ค่าจ้างเริ่มต้นที่ 28,000 เหรียญไต้หวัน บวกเบี้ยเลี้ยงและเงินโบนัส 8,800 เหรียญ หรือเท่ากับเดือนละ 36,000 เหรียญไต้หวัน และสาเหตุที่ภาคการเกษตรยังไม่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ เป็นเพราะภาคการเกษตรไม่เหมือนกับภาคการผลิต หากเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ จะทำให้สภาพการณ์ในชนบทแปรเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ จะทดลองเป็นเวลาครึ่งปี หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ หรือโครงการดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น จะอนุญาตให้ฟาร์มโคนมนำเข้าแรงงานต่างชาติได้

      คณะกรรมการการเกษตรของไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน ภาคการเกษตรประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จากการสำรวจ ขาดแคลนจำนวนกว่า 90,000 คน โครงการส่งเสริมของรัฐ ช่วยดึงดูดคนงานไปทำงานในภาคการเกษตรไดเพียงร้อยละ 10 สาเหตุเป็นเพราะว่า คนรุ่นใหม่ไร้ความอดทน คนงานร้อยละ 40 ทำงานได้ไม่นานก็ลาออก ส่งผลให้อัตราการลาออกสูงถึงร้อยละ 40 ดังนั้น รัฐบาลจึงเปิดรับสมัครพนักงานในฟาร์มโคนม ซึ่งผู้ประกอบการได้ขานรับนโยบายของรัฐเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หลังทดลองทำไปแล้วครึ่งปี หากจำนวนพนักงานที่สมัครเข้าทำงาน ยังมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จะประสานกับกระทรวงแรงงานพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้

 

ฟาร์มโคนมมีสภาพแวดล้อมไม่ดีและเป็นงานหนัก คนรุ่นใหม่ไร้ความอดทน ร้อยละ 40 ทำงานได้ไม่นานก็ลาออก

 

 

ภาวะขาดแคลนแรงงาน ทำอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของไต้หวันรน่าเป็นห่วง ในภาพเจ้าของฟาร์มต้องลงมือทำเอง เพราะหาคนงานไม่ได้ 

 

3. แรงงานเวียดนามหึงหวงแฟนสาวแทงเพื่อนร่วมชาติตาย ถูกศาลตัดสินจำคุก 13 ปี

      นายเซี่ย แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอายุ 33 ปี พบนายซู เพื่อนร่วมชาติอยู่ในห้องนอน 2 ต่อ 2 กับนางเหงียน แฟนสาวที่เป็นคู่มั่น เกิดอาการหึงหวงสุดขีด ควักมีดพับออกมาจ้วงแทงนายซู 5 แผลตายคาที่ หลังเกิดเหตุ 1 ชั่วโมงนายซูเกิดอาการกลัวเข้ามอบตัว ศาลท้องถิ่นซินจู๋อ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายเซี่ย 13 ปี หลังพ้นโทษแล้ว ให้เนรเทศออกจากไต้หวัน

      คำพิพากษาระบุว่า นายเซี่ยและนางสาวเหงียนมั่นกันตั้งแต่อยู่ที่เวียดนามแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ทั้งสองเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันหาเงินสร้างฐานะกันก่อน แต่ทำอยู่ได้ไม่นานก็หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทั้งคู่ ในวันที่เกิดเหตุ นายเซี่ยมาชวนแฟนสาวออกไปทานข้าวด้วยกัน ยังไม่ทันเข้าบ้าน เห็นในบ้านมีผู้ชายอื่นอยู่ในห้อง จึงเดินหนีไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ประมาณ 20 นาทีหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับมีดพับ นายซู ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกันมาส่งคืนรถมอเตอร์ไซค์ที่ยืมไปจากนางเหงียน พร้อมกับนำผลไม้มาขอบคุณด้วย กำลังร่วมกันทำอาหารกิน ทำให้ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู นายเซี่ยเคาะประตูอยู่นาน ไม่มีใครมาเปิดประตู ยิ่งทำให้บันดาลโทสะ เชื่อแน่ว่านายซูและแฟนสาวจะต้องมีอะไรกัน เมื่อเข้าไปได้แล้วตรงเข้าไปจ้วงแทงนายซู 5 แผล นายซูทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตหลังส่งรักษาที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน

ช่วงหลายปีมานี้ แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ก่อคดีฆาตกรรมเป็นประจำ อาจกล่าวได้ว่า คดีอาชญากรรมที่แรงงานต่างชาติก่อขึ้น ประมาณร้อยละ 60-70 เกิดจากแรงงานเวียดนาม และจำนวนแรงงานเวียดนามหลบหนีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็สร้างความปวดหัวให้กับกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวันเป็นอย่างยิ่ง จากสถิติกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ 30 ก.ย. 60 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีในไต้หวันมี 52,509 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนาม  25,409 คน ครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนี 48 %  ชาติที่หลบหนีมากเป็นอันดับสองคือแรงงานอินโดนีเซีย มีจำนวน 23,672 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 45 % ของแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ หลบหนี 2,577 คน หรือร้อยละ 4.8 ส่วนแรงงานไทยหลบหนี  850 คน อัตราส่วนการหลบหนี 1.6  %

 

 

แรงงานเวียดนามหึงหวงแฟนสาวแทงเพื่อนร่วมชาติตาย ถูกศาลตัดสินจำคุก 13 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นรม. ไล่ชิงเต๋อ เร่งเครื่องแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 14 พ.ย. 60 ไต้หวันเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า เสนอ 6 ยุทธศาสตร์

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 14 พ.ย. 60 ไต้หวันเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า เสนอ 6 ยุทธศาสตร์

2017-11-14 22:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 14 พ.ย. 60

 

ไต้หวันเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า เสนอ 6 ยุทธศาสตร์

  สภาบริหารไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุในวันนี้ว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานของภาคอุตสาหกรรมไต้หวันมีสาเหตุสำคัญมาจากตลาดแรงงานไม่เพียงพอ เงื่อนไขการทำงานไม่เป็นที่น่าสนใจ และสิ่งที่เรียนไม่สอดคล้องกับการนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงาน ตลอดจนบุคลากรด้านเศรษฐกิจดิจิตอลก็อยู่ในสภาพไม่พอเพียง นักศึกษาที่จบจากสาขาที่ตลาดต้องการมีอัตราส่วนที่ลดลง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านไอทีขยายตัวมากยิ่งขึ้น

          เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สภาบริหารไต้หวัน สาธารณรัฐจีน จึงได้เสนอ 6 นโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ได้แก่ จัดตลาดนัดแรงงาน เปิดเสรีตลาดแรงงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อตลาดแรงงาน ลดความแตกต่างระหว่าการศึกษากับการทำงาน แก้ปัญหาเงินเดือนต่ำ ส่วนการแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร จะเร่งดำเนินการดึงบุคลากร ชักจูงบุคลากร และบ่มเพาะบุคลากร

ไต้หวันดันเครือข่ายเฝ้าระวังการระบาดโรคปากเท้าเปื่อยเอเชียแปซิฟิก หวังลุยตลาดมุ่งใต้ใหม่ 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ชานมโฮ่วไหน่ฉา (厚奶茶)

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. 60 - สินค้าที่เคยมีกระแสฟีเวอร์ในไต้หวัน แต่เลิกฮิตอย่างรวดเร็ว!?!

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. 60 - สินค้าที่เคยมีกระแสฟีเวอร์ในไต้หวัน แต่เลิกฮิตอย่างรวดเร็ว!?!

2017-11-16 19:37:02

พาคุณไปรู้จักสินค้าที่เคยมีกระแสฟีเวอร์ในไต้หวัน คนไต้หวันชื่นชอบต่อแถวแย่งซื้อ แต่สุดท้ายกลับเลิกฮิตอย่างรวดเร็ว!?! 

 

1. ชานมโฮ่วไหน่ฉา (厚奶茶) ของบริษัทอี้เหม่ยฟู้ดส์ (IMEI FOODS) ขายในห้าง Costco เท่านั้น

 

 

2. ช็อกโกแล็ตธันเดอร์ (雷神巧克力) ช็อกโกแล็ตที่ขายในร้านสะดวกซื้อ จากญี่ปุ่น

 

 

3. โดนัทคริสปี้ครีม (Krispy Kreme Doughnuts) แบรนด์ของสหรัฐอเมริกา มาเปิดสาขาที่ VIESHOW Xinyi

 

 

4. ชามะนาวร้านคิงที (清玉 King Tea)

 

 

 

5. ทาร์ตไข่แบบโปรตุเกส (葡式蛋塔)

 

 

More
ฟาร์มฝูโซ่วซานหนงฉ่าง

ไปดูกันว่าแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตของชาวเน็ตในไต้หวันคือที่ไหนกันบ้าง

ไปดูกันว่าแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตของชาวเน็ตในไต้หวันคือที่ไหนกันบ้าง

2017-11-13 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-ไปดูกันว่าแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตของชาวเน็ตในไต้หวันคือที่ไหนกันบ้าง

-ตอบจดหมายเพื่อนผู้ฟัง (คุณจุฬาลักษณ์) พร้อมเพลงตามคำขอ

More
นายอู๋ตุนอี้ หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง (หน้าซ้าย) ขณะพบหารือกับ นรม. ไล่ชิงเต๋อ (หน้าขวา)

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. 60 ทำเนียบ ปธน. ไต้หวันย้ำเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองพบหารือไม่เปลี่ยนแปลง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. 60 ทำเนียบ ปธน. ไต้หวันย้ำเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองพบหารือไม่เปลี่ยนแปลง

2017-11-13 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 13 พ.ย. 60

 

ทำเนียบ ปธน. ไต้หวันย้ำความจริงใจเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองพบหารือไม่เปลี่ยนแปลง

นายซ่งฉู่หยี ตัวแทนผู้นำไต้หวันร่วมประชุมระดับผู้นำเอเปกย้ำ สร้างปฏิสัมพันธ์บนพื้นฐานแห่งความเข้าใจและอะลุ้มอะล่วยกัน

ไต้หวันจับมือสหรัฐฯ ออสเตรเลีย จัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิสตรีเอเชียแปซิฟิก สัญญลักษณ์แห่งการเคารพสิทธิสตรีของไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เซียวหวงฉี (Ricky)

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเซียวหวงฉี (Ricky) ในชุด 人生我敬你一杯 (Cheers) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเซียวหวงฉี (Ricky) ในชุด 人生我敬你一杯 (Cheers) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-12 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของเซียวหวงฉี (Ricky) ในชุด 人生我敬你一杯 (Cheers) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เจอรี่ F4 โดนนักข่าวจับได้ว่าแอบบินไปหาหลินจื้อหลิงที่มาเลเซีย หรือคู่นี้จะคืนดีกันแล้ว ???)

More