QR Code
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

จิ่วเฟิ่น

ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

2018-05-25 22:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ทริปแนะนำ วันเดียวเที่ยวแบสโลว์ไลฟ์ที่ผิงซีและรุ่ยฟาง

More
จันหย่างหรานและลักษิกา คำขำ

จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

2018-05-24 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- จันหย่งหรานจับคู่กับลักษิกาทะลุเข้ารอบรองหญิงคู่ในรายการที่สตราส์บูร์ก

- เซี่ยสูเหวยจบเส้นทางหญิงคู่ที่โรมเพียงรอบ 8 คู่สุดท้าย

- โปรเม เอรียาคว้าแชมป์ LPGA รายการที่ 8 ที่คิงส์มิลล์

More
ศาลสูงไต้หวัน (ศาลอุทธรณ์) อ่านคำพิพากษาอดีต ปธน. หม่าอิงจิ่ว จำคุก 4 เดือน หรือเปรียบเทียบปรับ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61 ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61 ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน

2018-05-22 19:50:17

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 61

 

   1. ศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินให้อดีต ปธน. หม่าฯ มีความผิด จำคุก 4 เดือน หรือเปรียบเทียบปรับ อดีต ปธน. หม่าฯ ลั่นฏีกาจนถึงที่สุด เพื่อทวงความบริสุทธิ์คืน ส่วน รมว. ยุติธรรม ระบุ ศาลพิพากษาลงโทษ 4 เดือนหรือปรับ เหมาะสมกับความผิดแล้ว เพราะไม่ใช่ความลับที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ 

   2. ไต้หวันขอบคุณมิตรประเทศที่สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมประชุม WHA ปีนี้มีมากขึ้นรวมถึงประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทุตกับไต้หวันด้วย เช่น สหรัฐฯ แคนาดา นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
เหลียงเหวินอิน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-05-20 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเหลียงเหวินอิน ในชุด 副駕駛座的風景 (ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ)

-ข่าวบันเทิงไต้หวัน (แฟนๆของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุนขอให้ฟางเหวินซานกลับมาช่วยเขียนเนื้อเพลงให้เจย์ เพราะรับไม่ได้กับเนื่อเพลง 「不愛我就拉倒-ไม่รักฉันก็เทกันไป」ซึ่งหนุ่มเจย์เพิ่งปล่อย MV ออกมา / โจลิน ไช่อีหลินไปชมคอนเสิร์ตอำลาวงการของนามิเอะ อามูโร่ พร้อมชมเชยเพื่อนซี้คนนี้ ที่เลือกเวลาอำลาวงการได้สวยมาก)

 

 

เหลียงเหวินอิน สาวเสียงพิณกับอัลบั้มเพลงชุด [副駕駛座的風景 - ทิวทัศน์จากที่นั่งข้างคนขับ]

 

ไช่อีหลินไปให้กำลังใจนามิเอะ อามูโร่เพื่อนซี้ ในคอนเสิร์ตอำลาวงการเพลงที่ไทเปอารีน่า (Cr: udn.com)

 

ภาพจาก IG ที่หลินซูหาวแซวโจวเจี๋ยหลุน

 

More
วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 - วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 - วันที่ประชาชนไต้หวันนิยมจดทะเบียนสมรสกันมากที่สุด

2018-05-22 17:28:05

วันที่ 20 พฤษภาคม 5月20日 ภาษาจีนออกเสียงว่า อู่เอ้อหลิง ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าหว่ออ้ายหนี่ แปลว่าฉันรักเธอ จึงทำให้ในช่วงหลายปีมานี้ 20 พ.ค. เป็นวันมงคลที่ฮอตฮิตที่สุดในการจดทะเบียนสมรสในไต้หวัน แต่ในปีนี้ 20 พ.ค. ตรงกับวันอาทิตย์ แล้วจะมีวิธีการจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างไร? และพาคุณไปติดดาวผลโหวต 10 อันดับ คุณสมบัติของผู้ชายที่สาวไต้หวันอยากแต่งงานด้วย

 

สำนักงานเขตซินเตี้ยน ประดับตกแต่งฉากและจัดชุดคอสเพลย์สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรส
ถ่ายรูปในธีมภาพยนตร์เรื่อง "อลิซในแดนมหัศจรรย์" เนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

 

สำนักงานเขตซันจือ ประดับตกแต่งฉากเป็นดอกซากุระสำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรสถ่ายรูปเนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

 

สำนักงานเขตตั้นสุ่ย จัดชุดแต่งงานแบบจีนโบราณสำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มาจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันที่ 20 พ.ค.

More
ชาวไต้หวันเข้าแถวยาวเพื่อทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561

2018-05-20 08:44:24

 

1. ปรากฎการณ์แห่ติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ ลูกค้าที่จ่ายเดือนละ 1,399 เหรียญไม่พอใจ

          ยังจำกันได้ไหม ช่วงก่อนหน้านี้ มีการแห่กักตุนกระดาษชำระ ซื้อจนเกลี้ยงชั้นวางในซุปเปอร์มาเก็ตและห้างขายส่งขนาดใหญ่ ช่วงนี้ ในไต้หวันเกิดปรากฏการณ์แปลกใหม่อีกแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันแห่เข้าแถวทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบอันลิมิเต็ด หรือแบบใช้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด เหมาจ่ายเดือนละ 499 เหรียญไต้หวันของค่ายจงหัวเทเลคอม เนื่องจากเปิดให้ทำแค่ 7 วัน มีคนไปรอเข้าแถวที่ศูนย์บริการของค่ายนี้ทุกสาขาตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงคืน ทำเอาพนักงานเป็นลม กองแรงงานพื้นที่ต่างๆ เข้าไปตรวจสอบ ฐานให้พนักงานทำงานเกินกำหนดเวลา สั่งปรับไปแล้วกว่า 20 ล้านเหรียญไต้หวัน กระแสของมวลชนที่แห่กันไปติดเน็ต 4G เดือนละ 499 เหรียญดังกล่าว กลายเป็นข่าวใหญ่ข่าวดังในรอบสัปดาห์

 

 

 

 ชาวไต้หวันเข้าแถวยาวเพื่อทำสัญญาติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

 

          จงหัวเทเลคอม ค่ายโทรศัพท์รายใหญ่ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของไต้หวัน หันมาเล่นตลาดเน็ตราคาถูก คือ 4G แบบใช้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด เหมาจ่ายเป็นรายเดือนเดือนละ 499 เหรียญ โทรฟรีตลอดในเครือข่ายเดียวกัน โทรฟรีข้ามเครือข่ายเดือนละ 180 นาที แต่ต้องผูกสัญญา 24 เดือน ปกติ ค่าติดเน็ตแบบอันลิมิเต็ดมีหลายราคา เช่น 1,399, 1,799, 2699 เป็นต้น ราคายิ่งสูง จะได้รับส่วนลดซื้อโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชั่น 499 อันลิมิเต็ด เริ่มแรกเปิดให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจและครูมีสิทธิ์ทำสัญญาก่อน โดยมีการจำกัดเวลา สร้างกระแสมาแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นเปิดให้ประชาชนทั่วไปขอซื้อได้ มีกำหนดเวลาเพียงแค่ 7 วัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากแตกตื่น แห่เข้าคิวรอซื้อกันใหญ่ ลูกค้าจำนวนมากที่เพิ่งจะซื้อไปก่อนหน้านี้ในราคาแพง เช่นเหมาจ่ายเดือนละ 1,399 เหรียญ ก็มาเข้าคิว ยอมเสียค่าปรับฐานไม่ครบกำหนดสัญญาเดิม ขณะที่จำนวนมากไม่พอใจ เพิ่งซื้อไปก่อนหน้านี้ในราคาแพง มาตอนนี้ลดฮวบเหลือ 1 ใน 3

          เรื่องนี้ คนในวงการกล่าวว่า เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ฉลาดของค่ายโทรศัพท์ เพราะอีกไม่นาน เน็ต 5G ซึ่งไวกว่า 4G มาก กำลังจะเปิดให้บริการ ค่ายโทรศัพท์ต้องการจะผูกมัดลูกค้าไว้อย่างเหนียวแน่น ใช้วิธีลดราคา ไม่ให้ไปใช้ของค่ายอื่น ความจริงแล้ว โปรโมชั่น 1,399 กับ 499 ต่างกันไม่มาก แม้โปรโมชั่นแรกราคาจะแพงกว่า แต่ได้ส่วนลดซื้อเครื่องโทรศัพท์ จากราคาเครื่องเปล่า 25,000 เหรียญ อาจเหลือเพียง 10,000 เดียว ขณะที่ 499 เหรียญ ไม่มีส่วนลดนี้

          สำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว ส่วนใหญ่ซื้อเน็ต 4G แบบรายเดือนจ่ายล่วงหน้าราคาไม่เกิน 500 เหรียญ ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว

 

ชาวไต้หวันแห่ติดเน็ต 4G แบบไม่อั้นเดือนละ 499 เหรียญ

 

2. ไต้หวันห้ามใช้ไขมันทรานส์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป หวังลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งเป็นการขานรับนโยบายองค์การอนามัยโลกที่ตั้งเป้าให้ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้คนทั่วโลกเสียชีวิตปีละ 500,000 คน ภายในปี 2566

          กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวันประกาศว่า ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ห้ามใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนผสมอาหาร มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับ 30,000-3,000,000 เหรียญไต้หวัน

          องค์การอนามัยโลก (WHO) รณรงค์ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ภายในปี  2023  หรือภายใน 5 ปี เนื่องจากมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน

          ไขมันทรานส์ (trans fat) เกิดจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) เข้าไปในน้ำมันพืช ทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น เพื่อยืดอายุอาหารและเพิ่มความคงตัวของรสชาติ และไขมันทรานส์ยังมีราคาถูก ดังนั้นจึงมีอาหารหลายชนิดใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น เนยขาว (shortenings) มาการีน คุกกี้ อาหารว่าง อาหารทอด และขนมอบ ไขมันทรานส์มีคุณสมบัติเหมือนไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลซึ่งทำให้ระดับ LDL สูงขึ้นในเลือด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แต่ไขมันทรานส์เพิ่มความร้ายกาจเป็นสองเท่า เนื่องจากยังลดระดับ HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดีต่อสุขภาพ) ในเลือดอีกด้วย

 

 

 

 

ไต้หวันห้ามใช้ไขมันทรานส์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป หวังลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ขณะที่องค์การอนามัยโลกให้ทั่วโลกเลิกใช้ไขมันทรานส์ภายในปี 2566

 

3. พบคนไต้หวันเป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.8 ล้านคนหรือ 1 ใน  4 ของประชากรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 10 ปี และปีที่แล้วมีคนไต้หวันตายเพราะโรคความดันโลหิตสูง 40,000 คน คิดเป็น 22 % ของสาเหตุการตายและคนไต้หวัน 24% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ไม่ไปตรวจความดันโลหิตเลยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

 

พบคนไต้หวันเป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.8 ล้านคนหรือ 1 ใน  4 ของประชากร เพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 10 ปี 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561

2018-05-19 07:00:00

 

1. ไต้หวันเตรียมออกกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

 

      นโยบายคนเข้าเมืองของไต้หวันมีการผ่อนปรนครั้งใหญ่ เตรียมอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป มีใบรับรองที่เกี่ยวข้องและนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน ยื่นขอทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ โดยไม่จำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป เมื่อทำงานครบ 7 ปี แต่ละปีอยู่เกิน 183 วัน สามารถยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ เตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในสมัยประชุมหน้า

 

นายกรัฐมนตรีไต้หวัน (คนที่ 4 จากซ้าย) ประกาศจะเปิดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างตามกำหนด มีสิทธ์ยื่นขออยู่ทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือได้ตลอดไป

 

      เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ที่ประชุมสภาบริหารของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ได้ผ่านร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เปิดให้ชาวต่างชาติสามารถมาทำงานในไต้หวันได้ง่ายและมากขึ้น แก้ปัญหาขาดแคลนคนงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยจะดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุนในไต้หวัน เพียงแค่ลงทุน 15 ล้านเหรียญไต้หวัน จ้างงานชาวไต้หวัน 5 คนขึ้นไปเป็นเวลากว่า 3 ปี จะได้รับใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC ถาวร ที่สำคัญ จะเปิดให้แรงงานกึ่งฝีมือมาทำงานโดยไม่จำกัดระยะเวลา ซึ่งมีแหล่งที่มาเช่น นักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาต่อในสถาบันอาชีวศึกษาในไต้หวัน เมื่อจบการศึกษาสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ขณะที่แรงงานต่างชาติระดับพื้นฐานหรือระดับกรรมกร ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปี ได้รับการฝึกฝนทักษะจากการทำงานจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในหน้าที่การงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่น ภาษา วุฒิการศึกษา ทักษะการทำงานเป็นต้น และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง ถ้าเป็นแรงงานในภาคการผลิต 41,393 เหรียญ ผู้อนุบาลในครัวเรือน 32,000 เหรียญไต้หวัน จะได้รับการยกยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออนุญาตให้ทำงานอยู่ในไต้หวันต่อไปได้อย่างถาวร ไม่ถูกจำกัดด้วยระยะเวลาทำงาน และเมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 7 ปี แต่ละปีอยู่เกิน 183 วัน สามารถโอนสัญญาชาติเป็นพลเมืองไต้หวันได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติหรือยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ถาวรและมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการจากรัฐเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน

      จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป ในภาคการผลิตมีจำนวน 50,886 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล มีจำนวน 50,900 คน

 

แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ในไต้หวันได้อย่างถาวร

 

      นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน อัตราการว่างงานในไต้หวันอยู่ที่ 3.6-3.7% ต่ำสุดในรอบ 18 ปี ดังนั้นกำลังแรงงานที่จะป้อนตลาดถึงขีดจำกัดแล้ว ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาขอให้รัฐบาลแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานมาโดยตลอด และจากการสำรวจของสำนักงานสถิติและบัญชีกลางก็พบว่า ภาคการผลิตของไต้หวัน โดยเฉพาะแรงงานระดับกึ่งฝีมือ แรงงานควบคุมเครื่องจักรกล ขาดแคลนปีละ 120,000 คน รัฐบาลจึงผ่อนผันนโยบายด้วยการผลักดันกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ดังกล่าว  นายกรัฐมนตรีของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า มีนายจ้างจำนวนมากสะท้อนปัญหาว่า แรงงานต่างชาติของตน ได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ แต่แล้วไม่สามารถอยู่ทำงานต่อในไต้หวันได้ ต้องเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากทำงานครบ 12 ปี พวกตนต้องมาฝึกฝนแรงงานต่างชาติคนใหม่ต่อไป เป็นการเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานและบั่นทอนศักยภาพการแข่งขันของภาคการผลิตอย่างมาก ทำไมไม่พิจารณาให้แรงงานต่างชาติเหล่านี้ย้ายถิ่น อาศัยและทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่เป็นการแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

      ด้านนายจูเจ๋อหมิน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติและบัญชีกลางแถลงว่า การเปิดให้แรงงานต่างชาติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะไม่ฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ เนื่องจากตั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่นายจ้างในภาคการผลิตต้องจ่ายไว้ที่ 41,393 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานต่างชาติในปัจจุบันที่ 26,000 เหรียญ ขณะที่นายจ้างของผู้อนุบาลต้องจ่าย 32,000 เหรียญ สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลซึ่งอยู่ที่ 19,000 เหรียญ

      ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ดังกล่าว ผ่านที่ประชุมสภาบริหารแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ จัดทำรายละเอียดปลีกย่อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน จากนั้นจะประกาศให้สาธารณชนเสนอความคิดเห็น และคาดว่าจะสามารถส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติได้ในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้...ฟังรายละเอียดเพิ่มด้วยการคลิกไอคอนหูฟังที่ท้ายหัวข้อด้านบน

 

ไม่ขยายระยะเวลาทำงาน แต่จะเปิดให้ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ มีสิทธิ์อยู่ทำงานในไต้หวันได้ตลอดไป

 

2. คนงานไทยดื่มเหล้าขับรถส่งของตามนายจ้างสั่ง ถูกจับเสียค่าปรับกว่า 100,000 เหรียญ ยังอาจต้องติดคุกด้วย

 

      เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ตำรวจจราจรเมืองซินจู๋ จับรถบรรทุกเล็กคันหนึ่ง พบคนขับเป็นคนงานไทย กำลังขับรถส่งเศษแผ่นไม้ไปยังไซต์งานก่อสร้างตามคำสั่งของนายจ้าง แต่เนื่องจากไม่มีการผูกมัดไว้ให้แน่นหนา เศษแผ่นไม้อาจปลิวหรือร่วงหล่นลงมา ตกใส่คนหรือรถคันอื่นที่วิ่งผ่านไปมาได้ ตำรวจจราจรจึงเรียกให้หยุดและตรวจสอบ ปรากฎว่าคนงานไทยรายนี้ ชื่อนายอุทัย นามสมมุติ อายุ 50 ปี เป็นคนงานถูกกฎหมายของไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง นอกจากไม่มีใบขับขี่ ได้รับใบสั่งใบแรกเสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวันแล้ว ยังมีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัว ตำรวจเรียกให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 1.02 มิลิกรัม ได้รับใบสั่งใบที่ 2 ต้องเสียค่าปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน และมีโอกาสโทษติดคุก ข้อหามีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสาธารณะด้วย

 

คนงานไทยขับรถส่งเศษแผ่นไม้ตามนายจ้างสั่ง แต่ไม่ได้มัดอย่างแน่นหนา ตำรวจจราจรเรียกให้หยุดและตรวจสอบ พบไม่มีใบขับขี่แถมเมาแล้วขับ โดนปรับเป็นแสน

 

       นายอุทัยเห็นใบสั่งแล้วหน้ามืดจะเป็นลม ทำท่าอ้อนวอนตำรวจอย่าได้เอาเรื่องกับตนเลย แต่พูดกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงเรียกล่ามมาช่วยแปลภาษาได้ความว่า แรงงานไทยรายนี้เดินทางมาทำงานในไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ในวันเกิดเหตุ นายอุทัยดื่มเบียร์ไป 1 ขวด ก่อนที่นายจ้างจะสั่งให้ขับรถบรรทุกเล็กไปส่งเศษแผ่นไม้ที่ไซต์งานก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร แต่ไม่ได้มัดแผ่นไม้ให้ดี ถูกตำรวจเรียกให้หยุดเพื่อรับการตรวจ เจอไม่มีใบขับขี่แถมดื่มแล้วขับอีกต่างหาก...ฟังรายละเอียดเพิ่มด้วยการคลิกไอคอนหูฟังที่ท้ายหัวข้อด้านบน

 

ตำรวจเรียกให้คนงานไทยหยุดรถเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 1.02 มิลิกรัม ถูกปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน 

More
ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花)

ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

2018-05-18 22:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- ประสบการณ์กับเหตุการณ์โกลาหล 499 ที่คนไต้หวันแห่ไปทำสัญญามือถือรายเดือนกันแบบมืดฟ้ามัวดินช่วงวันแม่ที่ผ่านมา จะรออะไรอยู่ ของแบบนี้มันต้องตามไปดู ชิมิๆๆ

- ดอกไฮเดรนเยียที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

 

คนไต้หวันแห่กันไปทำสัญญามือถือราคา 499/เดือนกันแบบมืดฟ้ามัวดิน

 

ดอกไฮเดรนเยีย (繡球花) ที่หยางหมิงซานบานสะพรั่งแล้วจ้า

More
เซี่ยสูเหวย (謝淑薇)

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

2018-05-17 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมแบบไม่เหนื่อย

- จันหย่งหรานตกรอบแรกหญิงคู่ที่โรม แต่คะแนนสะสมยังพอจะยืนอันดับ 1 ของโลกได้เป็นสัปดาห์ที่ 28

 

เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ผ่านเข้ารอบสองทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในศึกเทนนิสหญิงที่กรุงโรมเรียบร้อยแล้ว

 

จันหย่งหราน (詹詠然) และ Bethanie Mattek-Sands คู่หูชาวอเมริกัน ฟอร์มบู่ไม่เลิก ตกรอบแรกในเทนนิสหญิงคู่ที่โรม

More
การประปาไต้หวันจับมือ ITRI ลุยตลาดน้ำในประเทศเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61 มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอินเดีย

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61 มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอินเดีย

2018-05-16 19:29:51

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 61

       มุ่งใต้ใหม่ ลุยอินเดีย จับมืออุตสาหกรรมน้ำสะอาดในอาเซียนและเอเชียใต้ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ไต้หวันพร้อมจับมือผู้ประกอบการนำเทคนิคการทำน้ำสะอาดขยายอาณาจักรสู่่ 18 ประเทศเป้าหมาย "มุ่งใต้ใหม่"

 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

More
นายสวี่ซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

2018-05-20 06:00:00

 

1.  กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน ด้านรัฐบาลตั้งเป้าปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน ภายในเวลา 4-6 ปีข้างหน้า

     นายซือจวิ้นจี๋ (施俊吉) รองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า หากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน จะสามารถเป็นจริงได้ภายในเวลา 4-6 ปี รองนายกรัฐมนตรีของไต้หวันผู้นี้กล่าวยกตัวอย่างว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 6% ต่อปี ภายในปี 2567 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากปรับในอัตราส่วน 7% ใช้เวลา 5 ปี และหากปรับขึ้น 8% ทุกปี ใช้เวลาเพียง 4 ปี ค่าจ้างขั้นต่ำก็จะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน (Cr : Mirror Media)

 

      จากแนวโน้มสถานการณ์ในปัจจุบัน คาดว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป น่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำกันทุกปี และปรับขึ้นในสัดส่วนที่น่าจะสูงกว่า 6% ขึ้นไป จนกว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะไปอยี่ที่ระดับ 30,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทย

      นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาในไต้หวัน มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวม 7 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน  ปรับขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันในปัจจุบัน ปรับขึ้นแล้วรวม 4,720 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 27.31% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 7 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญเป็น 140 เหรียญในในปีนี้ ปรับขึ้นไปแล้ว 45 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 47.60% 

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์หน้าสภานิติบัญญัติเมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

2. สองแรงงานไทยบริษัทชินพูนอินดัสเทรียลที่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ ทายาทได้รับเงินชดเชยจากนายจ้าง เงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยของไต้หวัน เงินช่วยเหลือและบริจาคกว่า 8 ล้านบาท ขณะที่อีก 250 คนที่ยังไม่มีงานทำ เนื่องจากสถานที่ทำงานถูกไฟไหม้ นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างตามปกติ แต่หากประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน นายจ้างยินยอมจ่ายเงินชดเชยให้ออกจากงานตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานของไต้หวัน

      กรณีที่นายเชิดศักดิ์ บุรัมสูงเนิน จังหวัดบุรีรัมย์ และนายภานุพงศ์ เสงี่ยม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา 2 แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในโรงงาน บ. Chin Poon Industrial Co.,Ltd สาขาผิงเจิ้น นครเถาหยวน เมื่อคืนวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา  สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ช่วยประสานและเจรจากับบริษัทจัดหางานและนายจ้าง นอกจากรับผิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาไต้หวันของทายาทแรงงานไทยทั้งสองราย และรับผิดชอบค่าทำศพทั้งหมดแล้ว  ในส่วนของทายาทนายเชิดศักดิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รวมค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน ได้รับกว่า 4,614,988 บาท

      ขณะที่ญาตินายภานุพงศ์ ได้เงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รับเงินค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน และเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน รวมกว่า 3,673,388 บาท แต่เนื่องจากนายภานุพงศ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน หลัง 1 ม.ค. 2552 ทายาทจะได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนฯ เป็นรายเดือน เดือนละ 3,210 บาท ตลอดชีพ

      นอกจากทางการต้องตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างเข้มงวดแล้ว เตือนแรงงานไทยเองก็ต้องระมัดระวัง อย่างต่อสายไฟโดยพลการหรือเสียบปลั๊กไฟจนเกิดภาวะโอเวอร์โหลด เพราะชีวิตเรามีค่า ต่อให้เงินชดเชยมากขนาดไหนก็ไม่คุ้ม

 

สำนักงานแรงงานไทยไทเป และกองแรงงานนครเถาหยวน ช่วยเจรจาสิทธิประโยชน์แก่ทายาทแรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 2 รวมทั้งแรงงานไทยที่ประสบความเดือดร้อนในครั้งนี้ จนนายจ้างยอมจ่ายเงินชดเชยให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

 

 พิธีไว้อาลัยแรงงานไทยที่เคราะห์ทั้งสองราย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มีหน่วยงานและเพื่อนร่วมงานไปร่วมพิธีมากมาย

 

3.   คนงานหญิงชาวเวียดนามประท้วงกลางดึก นายจ้างหักเงินแล้วไม่ยอมเปิดแอร์

      เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. แรงงานหญิงเวียดนามกว่า 100 คน ชุมนุมกันนอกหอพักข้างถนนสายหลักในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป ประท้วงนายจ้างที่หักค่าที่พักและค่าแอร์ แต่จัดหาที่พักที่คับแคบ ห้องสุขาไม่เพียงพอและที่สำคัญ คนอยู่กันแน่น อากาศเริ่มร้อน นายจ้างหักค่าแอร์เดือนละ 400 เหรียญ แต่ไม่ยอมเปิดแอร์ ให้เปิดตัวพัดลม ทำให้นอนไม่หลับ ทนไม่ไหวจึงชุมนุมกันประท้วง

      ด้านกองแรงงาน นครนิวไทเปได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงงานดังกล่าว พบว่า นายจ้างไม่ได้เก็บค่าอาหารและที่พักตามที่ตกลงกันไว้ กล่าวคือในสัญญาจ้างระบุ หักค่าอาหารและที่พักเดือนละ 2,500 เหรียญ แต่หักจริง 3,940 เหรียญไต้หวัน เข้าข่ายไม่จ่ายค่าจ้างให้แรงงานเต็มจำนวน ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่วนปัญหาที่พักคับแคบพบว่า ที่พักในปัจจุบันเป็นอาคาร 5 ชั้น แต่มีแรงงานอัดแน่นคล้ายปลากระป๋องถึง 362 คน และห้องสุขาไม่เพียงพอ ต้องเข้าคิวปลดทุกข์และอาบน้ำ

      กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดหาที่พักที่ได้มาตรฐาน โดยแรงงานต่างชาติแต่ละคนต้องมีพื้นที่พักโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.2 ตารางเมตร

 

 แรงงานเวียดนามประท้วง 362 คนอัดแน่นกันอยู่ในตึก 5 ชั้น ห้องสุขาไม่เพียงพอและร้อนอบอ้าว

 

4. น่าเชิดชู!  นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจจากเมืองผิงตง ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซียมาดูแลคุณแม่วัย 90 ปี ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ทำงานได้ 6 ปี ผู้อนุบาลรายนี้ป่วยเป็นมะเร็งในเต้านม นายจ้างไม่ได้ส่งกลับ แต่ให้การดูแลเป็นอย่างดีเสมือนเป็นญาติและพาไปรับการบำบัดอย่างต่อเนื่องนานถึง 4 ปี จนอาการดีขึ้น เดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายจ้างรายนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายจ้างดีเด่นประจำปีนี้ของเมืองผิงตง เมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ (คนยืน) ดูแลผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่มาดูแลคูณแม่อายุ 90 ปี (คนนั่ง) แต่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมนาน 4 ปี ได้รับเลือกเป็นนายจ้างดีเด่นของเมืองผิงตงในปีนี้

 

5. น้องเก๋ พิศมัย ใจขาน เล่าประสบการณ์การทำงานที่ไต้หวันของตนและเผยเคล็ดลับที่ทำให้นายจ้างเชื่อมั่น  

 

น้องเก๋เยี่ยม Rti ถ่ายภาพกับคุณอัญชัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เจ้าหนุ่มสลาตันที่ผันตัวเองมาเป็นคุณพ่อสลาตัน กับอัลบั้มเพลงชุด My Pride

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่งในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่งในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-05-13 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่ง (林志穎) ในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ยินดีด้วยกับคุณแม่คนใหม่ เว่ยหรูเซวียน และเซี่ยอีหลินประกาศข่าวดีในวันแม่ /หวังจู่เสียนโพสอวยพรวันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคน/Mayday เชิญเหลียงเจียฮุยขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง)

 

เจ้าหนุ่มสลาตันที่ผันตัวเองมาเป็นคุณพ่อสลาตัน กับอัลบั้มเพลงชุด My Pride

 

เว่ยหรูเซวียนประกาศข่าวดีในวันแม่ว่าเธอเตรียมเป็นคุณแม่แล้ว

 

หวังจู่เสียน นางเอกรุ่นดึกกับภาพกระชากวัยในโพสอวยพรวันแม่ของเธอ

 

Mayday เชิญเหลียงเจียฮุย พระเอกรุ่นเดอะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตของพวกเขาที่ฮ่องกง

More