QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

ประตูผีเปิด....

ประตูผีเปิดแล้ว เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับงานประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

ประตูผีเปิดแล้ว เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับงานประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

2017-08-22 12:00:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-ประตูผีเปิดแล้ว เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับการไหว้เจ้าแบบจัดเต็มของคนไต้หวันและงานประเพณีสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

More
นายหลี่ซื่อกวง รมว.กระทรวงเศรษฐการ (คนที่ 3 จากขวา)

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

2017-08-21 11:55:00

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60

 

ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

รัฐมนตรีเศรษฐการลาออก ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน นายกรัฐมนตรีหลินฉวนขอโทษประชาชนที่สร้างความเดือดร้อน แถมด้วยการชดใช้ค่าเสียหายโดยการงดค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 1 วัน สหรับ 5.9 ล้านครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน 

ผู้นำไต้หวันยังย้ำนโยบายพลังงานสีเขียวของรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
หนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-20 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จางฮุ่ยเม่ยเชิญ Hebe เป็นแขกรับเชิญขึ้นเวทีคอนเสิร์ตยูโทเปีย 2.0)

More
ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซื้อของต้องพกถุงใส่ของไปเอง

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

2017-08-20 08:15:33

 

1. ไฟดับครั้งใหญ่ 17 เมืองในไต้หวัน ทำ 6.68 ล้านครัวเรือนเดือดร้อน รมว.เศรษฐการและประธานการปิโตรเลียมไต้หวันลาออกจากตำแหน่ง นักวิชาการวอนรัฐทบทวนโครงสร้างสัดส่วนการผลิตกระแสไฟ

               เมื่อเวลา 16.50 นาที ของวันนี้ (15 ส.ค.) เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกะทันหันใน 17 เมืองทั่วไต้หวัน ทำให้ค่อนครึ่งเกาะไต้หวันปั่นป่วน สัญญาณไฟจราจรผิดปกติ การจราจรโกลาหล ผู้คนติดอยู่ในลิฟต์จำนวนมาก อาคารบ้านเรือน โรงงานและร้านค้าไฟฟ้าดับ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน ท่ามกลางอากาศที่สูงถึง 36-37 °c นับเป็นเหตุการณ์ไฟดับรุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.6 ริกเตอร์ ทำไฟดับครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2542

               สาเหตุของไฟฟ้าดับครั้งนี้ การไฟฟ้าไต้หวันแถลงว่า เกิดจากระบบการส่งแก๊สธรรมชาติให้โรงไฟฟ้าของการปิโตรเลียมไต้หวัน หรือ CPC ผิดปกติ ส่งผลให้แก๊สที่ป้อนให้โรงผลิตกระแสไฟฟ้าต้าถานในเขตหลงถาน นครเถาหยวน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊สขนาดใหญ่ หยุดชงักไป 2 นาที เป็นเหตุให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้าถาน 6 เครื่องหยุดทำงาน กระแสไฟฟ้าขาดแคลนทันที 4.36 ล้านกิโลวัตต์ และส่งผลให้สถานีจ่ายไฟเมืองต่างๆ ขัดข้อง

 

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกะทันหันเมื่อเย็นวันที่ 15 ส.ค. ทำค่อนครึ่งเกาะไต้หวันปั่นป่วน สัญญาณไฟจราจรผิดปกติ การจราจรโกลาหล

 

โรงไฟฟ้าต้าถานในนครเถาหยวน เป็นโรงไฟฟ้าพลังแก๊สธรรมชาติขนาดใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวัน รองจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ไทจง มีเครื่องผลิตกระแสไฟ 10 เครื่อง

 

               นายหลี่ซื่อกวง (李世光) รมว.กระทรวงเศรษฐการ และนายเฉินจินเต๋อ (陳金德) ประธานการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC ที่เป็นต้นเหตุปิดวาล์วท่อส่งแก๊สให้โรงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

ด้านนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานออกมาเตือนรัฐบาลว่า รัฐบาลจะงดใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง เพื่อผลักดันให้ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิงในปีค.ศ. 2025 การปรับโครงสร้างการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องกระทำ แต่ในภาวะที่พลังงานทดแทนยังไม่เพียงพอ จะกระทำอย่างรีบร้อนไม่ได้ เนื่องจากมลภาวะ ความเสี่ยงและต้นทุนจะถูกผลักให้เป็นภาระของประชาชน

              ศ.เหลียงฉี่หยวน (梁啟源) มหาวิทยาลัยแห่งชาติจงยาง (國立中央大學:National Central University:NCU) ของไต้หวันชี้ว่า ไฟดับครั้งใหญ่ในครั้งนี้ รัฐบาลอ้างว่าเกิดจากความผิดพลาดของคนและปัญหาเครือข่ายพลังงาน แต่สาเหตุสำคัญที่สุดคือกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีเหลือเพียง 7.3% ระดับที่สมเหตุผลคือต้องมีปริมาณไฟฟ้าสำรอง 15%

 

นายหลี่ซื่อกวง (李世光) รมว.กระทรวงเศรษฐการ (คนที่ 3 จากขวา) นำคณะผู้บริหารออกมาขอโทษประชาชนและแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

 

นายเฉินจินเต๋อ (陳金德) ประธานการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC ที่เป็นต้นเหตุปิดวาล์วท่อส่งแก๊สให้โรงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

 

2. ไต้หวันขยายขอบข่ายจำกัดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของเป็น 14 ประเภทร้านค้า หวังลดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของปีละ 1,500 ล้านใบ

              ถุงพลาสติกเป็นของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ในปัจจุบันผู้คนทั่วโลกมียอดการใช้ 5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 นาที มีการใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 1 ล้านใบ และจำนวน 5 แสนล้านใบนี้ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวน 9 พันล้านลิตร เทียบให้ชัดเจนขึ้นคือ พลังงานที่ใช้ผลิตถุงพลาสติก 8.7 ใบ สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันให้รถวิ่งได้ไกล 1 กิโลเมตร สำหรับในไต้หวัน เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการใช้ถุงพลาสติกอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยชาวไต้หวันแต่ละปี จะใช้ถุงพลาสติก 18,000 ล้านใบ เฉลี่ยชาวไต้หวันแต่ละคนใช้ถุงพลาสติก 782 ใบ หรือวันละ 2.7 ใบ จัดเป็นสถิติที่สูงกว่าประเทศในยุโรปและอเมริกาที่แต่ละคนเฉลี่ยใช้เพียง 198 ใบต่อปี

             อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า ถุงพลาสติกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  เพราะต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน หากหันมาใช้ถุงผ้าหรือนำถุงพลาสติกที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ จะช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็ง และยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตัน ก่อให้เกิดน้ำท่วมได้ หากทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง

 

ในไต้หวันแต่ละปีใช้ถุงพลาสติก 18,000 ล้านใบ เฉลี่ยแต่ละคนใช้ 782 ใบต่อปี หรือวันละ 2.7 ใบ จัดเป็นสถิติที่สูงกว่าประเทศในยุโรปและอเมริกาที่แต่ละคนเฉลี่ยใช้เพียง 198 ใบต่อปี

 

             ดังนั้นในไต้หวัน จึงมีการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้ว มีการจำกัดการใช้ถุงพลาสติกในสถานที่ต่างๆ 7 ประเภท รวมประมาณ 20,000 แห่ง ได้แก่ สถานที่ราชการทุกแห่ง โรงเรียนเอกชนทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้า ห้างขายส่ง ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่แจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า ส่งเสริมให้ผู้บริโภคพกถุงใส่ของไปเอง หากไม่ได้พกไป และมีความจำเป็นต้องใช้ใส่ของ ต้องควักเงินซื้อต่างหาก และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะขยายวงกว้าง เพิ่มร้านค้าที่ห้ามแจกถุงพลาสติกแก่ลูกค้าจาก 7 ประเภทร้านค้า เป็น 14 ประเภท อย่างเช่นร้านขายเครื่องดื่มแบบชงสดๆ กาแฟจากร้านสะดวกซื้อ ร้านขายขนมปังและเค๊ก ร้านขายยาและเครื่องสำอาง ร้านซักผ้าและร้านขายหนังสือเป็นต้น จะไม่แจกถุงใส่สินค้าให้แก่ลูกค้าอีกต่อไปแล้ว ลูกค้าซื้อของต้องพกถุงใส่ของไปเอง หรือไม่ก็ควักเงินซื้อถุงใส่ของ จากที่อดีตจนถึงปัจจุบัน ร้านค้าเหล่านี้จะแจกถุงใส่ของให้ลูกค้าฟรี ทำให้ร้านค้าที่อยู่ในขอบข่ายห้ามแจกถุงพลาสติกให้แก่ลูกค้า เพิ่มจาก 20,000 แห่งในปัจจุบันเป็น 100,000 แห่ง แต่ตลาดสดและตลาดนัด ยังไม่อยู่ในขอบข่ายของคำสั่งให้งดใช้

             จริงๆ แล้ว ร้านค้าในไต้หวันจำนวนมาก สนองนโยบายด้วยการไม่แจก ไม่ใช้ถุงพลาสติกกันแล้ว เช่นห้างขายส่งขนาดใหญ่แบรนด์ท้องถิ่น อย่าง RT Mart ซึ่งมีสาขาทั่วไต้หวัน 22 สาขา ส่งเสริมให้ลูกค้าพกถุงใส่ของไปเอง แล้วจะแจกคูปองนำไปลดราคาสินค้าได้ 10 เหรียญ มาตรการนี้ ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้ปีละ 7.3 ล้านใบ หรือเท่ากับปริมาณการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 34,000 ต้นรวมกัน มากกว่าต้นไม้ในสวนสาธารณะต้าอัน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของกรุงไทเปเสียด้วยซ้ำ

 

เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซื้อของใน 14 ประเภทร้านค้า 100,000 แห่ง ทั่วไต้หวัน ต้องพกถุงใส่ของไปเอง

 

 

ไต้หวันขยายขอบข่ายจำกัดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของเป็น 14 ประเภทร้านค้า หวังลดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของปีละ 1,500 ล้านใบ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B สหรัฐฯ ที่ฐานทัพในกวม

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

2017-08-19 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60

 

ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

        แม้ว่า การไปมาหาสู่ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างช่องแคบไต้หวันจะยังคงคึกคักและแน่นแฟ้น แต่สถานการณ์บนช่องแคนบไต้หวันกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่อาจจะปกคุลมไปด้วยความเครียดและการเผชิญหน้ากันทางทหารมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำต้องดำเนินมาตรการจำเป็นทั้งชุด และส่งผลให้ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯแน่นแฟ้นขยายตัวสูงยิ่งขึ้น

        หลังจากที่เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ต้องเผชิญหน้ากับเครื่องบินรบ SU-30ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน โดยบินเข้าใกล้กันมากที่สุดเป็นครั้งแรกบริเวณน่านฟ้านอกชายฝั่งเกาะหลานอวี่ ของไต้หวัน ต่อมาวันที่ 12 ก.ค. เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนพร้อมด้วยเรือพิฆาตอีก 3 ลำ ก็ได้ออกลาดตระเวณเลียบแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน โดยกองทัพเรือไต้หวันได้ส่งเรือพิฆาตเฉิงกงคลาส และเรือย่ามฝั่งอีก 2 ลำ เข้าประกบ ตามแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาตรุ่น USS Arleigh Burke DDG-51 มาลาดตระเวณเพื่อติตดามความเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนบริเวณทิศเหนือของเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1996 ที่เกิดวิกฤตช่องแคบไต้หวันมานานกว่า 20 ปี ที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้ามาลาดตระเวณในช่องแคบไต้หวัน กลายเป็นเวทีการเผชิญหน้ากันระหว่างกองทัพ 3 ฝ่าย ไต้หวัน จีน และสหรัฐฯ และในเวลาต่อมา จีนก็ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ซ้อมบินลาดตระเวณรอบเกาะไต้หวันทั้งสองทิศทาง จากเหนือจรดใต้ โดยมีเป้าหมายค่อนข้างชัดเจนว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ความใกล้ชิดด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ประการต่อมาก็คือ เครื่องบินรบจีนได้บินเข้าประชิดเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันหลายครั้งหลายหน โดยที่ฝ่ายไต้หวันได้ส่งเครื่องบินรบออกสกัดแลขับไล่ให้ออกจากเขตน่านฟ้าไต้หวัน เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ชี้ชัดว่า ในอนาคตช่องแคบไต้หวันอาจกลายเป็นสนามประลองกำลังทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

      เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความแหลมคมเช่นนี้ ภายใต้สภาพที่กำลังทหารเรือระหว่างช่องแคบไต้หวันอยู่ในสภาพที่ไร้ความสมดุลย์อย่างรุนแรง สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมกำลังความสามารถในการป้องกันประเทศและการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจด้านกลาโหมให้แก่ฝ่ายบริหาร โดยการรื้อฟื่นการจอดเทียบท่าเรือไต้หวันของกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมทั้งอนุญาตให้กองบัญชาการกองทัพเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ยอมรับคำขอเข้าเทียบท่าเรือของไต้หวัน รวมทั้งหวังว่าไต้หวันจะปรับงบประมาณกลาโหมของตนให้สูงขึ้นเป็นร้อยละ 3 ของ จีดีพี แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะเสริมความเป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัยและความมั่นคงกับไต้หวันให้สูงมากยิ่งขึ้น

      นอกจากนี้ นายพล Grant Newsham อดีตนายทหารเรือนอกประจำการของสหรัฐฯ และนาย Kerry Gershaneck ผู้ชว่ยระดับสูงโครงการวิจัยแปซิฟิก ศูนย์ยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ยังได้แสดงความคิดเห็นผ่านบทคามที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Diplomat ภายใต้หัวข้อเรื่อง " Saving Taiwan's Marine Corps " โดยแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสมรรถนะการสู้รบของกองทัพบกและกองทัพเรือไต้หวัน ที่ยังคงหยุดอยู่กับที่ในระดับเดียวกับของกองทัพบกและกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อ 35 ปีที่แล้ว เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องเข้าใจถึงความสำคัญของสมรรถนะการสู้รบเพื่อป้องกันประเทศของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ช่วยเหลือไต้หวันให้กลายเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่สำคัญ ดังนั้น เมื่อกองทัพไต้หวันจัดการซ้อมรบร่วม 3 เหล่าทัพ "ฮั่นกวง หมายเลข 33" ที่เผิงหูกองนาวิกโยธินของไต้หวันก็ได้เดินทางไปร่วมการฝึกซ้อมที่สหรัฐฯ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นครึ้งแรกในรอบ 39 ปี นับตั้งแต่ปี 1978 ที่ไต้หวันยุติ คสพ. ระหว่างกัน ที่กองทัพไต้หวันได้ส่งกองทหารอาวุธครบมือจำนวน 1 หมวดไปรับการฝึกอบรมด้านการทหารร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ นอกจากจะทำให้นายทหารไต้หวันมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังอาจอาศัยการฝึกซ้อมทางทหารระหว่างประเทศมาทำความเข้าใจข้อดีข้อเสียของกองทัพของตน ยกระดับสมรรถนะการสู้รบของกองทัพให้สูงยิ่งขึ้น

      การดำเนินนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ของสหรัฐฯ ชี้ชัดถึงการยกระดับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เป็นหลักประกันมากยิ่งขึ้นต่อความปลอดภัยของไต้หวัน ขณะเดียวกัน การเข้ารับการฝึกอบรมทางทหารที่ทันสมัยที่สุดจากสหรัฐฯ ของไต้หวัน โดยกองทัพไต้หวันได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมรบร่วมกับกองทัพสหรํฐฯ ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญานให้แก่กันและกันที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เท่ากับว่า สหรัฐฯเริ่มลงทุนไต้หวันในระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยพิจารณาจากบทบาทในฐานะปมเงื่อนสำคัญทางยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ไต้หวันเองก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเสิรมกำลังป้องกันตนเองของตนด้วยเช่นเดียวกัน

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
แรงงานไทยมีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพหลังอายุ 65 ปีแล้ว

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560

2017-08-19 10:24:30

 

1. กฎระเบียบข้อบังคับของทางการไต้หวันและสิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยควรทราบ 

             1)  แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวันใหม่ ต้องเข้ารับการตรวจโรคภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันเดินทางถึง ส่วนผู้ที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ได้รับการยกเว้นการตรวจโรคครั้งแรก จากนั้น ต้องรับการตรวจโรคก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันระบุ

 

             2)  นายจ้างต้องยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ให้แรงงานต่างชาติภายใน 15 วันนับแต่วันเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน

 

             3) ไต้หวันได้แก้กฎหมายการจ้างงาน มาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติทำงานครบ 3 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 59 เป็นต้นมา นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ทำวานครบกำหนด 3 ปี และประสงค์จะต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวัน สามารถยื่นขอต่อกระทรวงแรงงานได้ ก่อนจะครบสัญญา 2- 4 เดือน

 

             4)  นายจ้างไม่มีสิทธิ์ยึด หรือครอบครองใบถิ่นที่อยู่ (ARC) หนังสือเดินทาง หรือทรัพย์สินของแรงงานต่างชาติ

 

             5)  หากแรงงานต่างชาติขาดงานต่อเนื่องกัน 3 วันโดยนายจ้างไม่สามารถติดต่อได้ และ/หรือไปทำงานอย่างผิดกฎหมายกับนายจ้างรายอื่น หากถูกทางการไต้หวันตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเป็นเงินตั้งแต่  30,000 – 150,000 NT. และจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ โดยไม่มีสิทธิ์กลับมาทำงานที่ไต้หวันได้อีกเป็นระยะเวลา 2 ปีขึ้นไป

 

      แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ไม่ต้องรับการตรวจโรคครั้งแรกของสัญญาใหม่ แต่ต้องรับการตรวจโรคก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันระบุ

 

             6) ลูกจ้างทุกคนต้องเข้าเป็นสมาชิกและได้รับการคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสุขภาพ (เจี้ยนเป่า)  ในปี 2560 มีอัตราเบี้ยประกันการเข้ากองทุน4.69% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน ในจำนวนนี้ แรงงานรับผิดชอบ 30% ขณะที่นายจ้างรับผิดชอบ 60%  และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% โดยแต่ละเดือนจะต้องเสียเบี้ยประกันกองทุนประกันสุขภาพ 985 เหรียญไต้หวัน (แรงงานต่างชาติรับผิดชอบเบี้ยประกันเดือนละ 296 เหรียญ นายจ้างและรัฐบาลรับผิดชอบ 591 และ 99  เหรียญตามลำดับ)

 

             7) นายจ้างที่ว่าจ้างลูกจ้างตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีหน้าที่แจ้งเอาประกันภัยให้แรงงานทุกคน ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 9.5% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน (แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 21,009 เหรียญไต้หวัน) ในจำนวนนี้แรงงานรับผิดชอบ 20 % ที่เหลือนายจ้างรับผิดชอบ 70% และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% (แรงงานรับผิดชอบเบี้ยประกันภัยแรงงานเดือนละ 399 เหรียญ นายจ้างรับผิดชอบ 1,397 เหรียญ ที่เหลือรัฐบาลรับผิดชอบ 199 เหรียญไต้หวัน)

             สิทธิประโยชน์และการคุ้มครอง

             -กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน  ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าจ้างตามปกติในระหว่างหยุดงานรักษาตัว  ส่วนเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจะขึ้นอยู่กับระเบียบการจ่ายเงินของกองทุนประกันภัยแรงงาน

             -กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตรายนอกงาน ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่งของค่าจ้างรายเดือนในระหว่างหยุดงานรักษาตัว ทั้งนี้รวมทั้งปีต้องไม่เกิน 30 วัน

             -กรณีเสียชีวิต (ยกเว้นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน)

             1. ลูกจ้างที่เสียชีวิตไม่ว่าจากการทำงานหรือนอกเวลาทำงาน ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าจัดการศพเท่าที่จ่ายจริง หรือไม่เกินจำนวน 5 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกัน    

             2. ลูกจ้างที่เข้าประกันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 เสียชีวิต  ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียว ตามอายุการเข้ากองทุนฯ

             3. ลูกจ้างที่เข้าประกันหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เสียชีวิต กองทุนฯจะจ่ายเงินทดแทนให้ทายาทเป็นรายเดือน

             4. เงินสงเคราะห์กรณีทายาทสายเลือดตรงเสียชีวิต (บิดามารดา คู่สมรส และบุตร) 

             5. กรณีคลอดบุตร เข้ากองทุนฯ ครบ 280 วัน (กรณีแท้ง 151 วัน) ค่าใช้จ่ายในการคลอดเป็นไปตามประกันสุขภาพ กองทุนประกันภัยแรงงาน จะจ่ายค่าทดแทนกรณีคลอดบุตร 60 วัน ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 6 เดือนสุดท้าย และกฎหมายมาตรฐานแรงงานให้สิทธิลาพักได้ 56 วันโดยมีค่าจ้างตามปกติ และพ่อ-แม่ ผลัดกันลาเลี้ยงบุตรได้ไม่เกิน 1 ปี โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ 60 

 

แรงงานต่างชาติทุกคนต้องเข้าเป็นสมาชิกและได้รับการคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสุขภาพ (เจี้ยนเป่า)  และกองทุนประกันภัยแรงงาน (เหลาเป่า)

 

             6. เงินบำเหน็จชราภาพ เงื่อนไขการขอรับ

             - เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานรวมสะสมแล้วเกิน 1 ปี เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานไต้หวันในภาค

การผลิต การก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร ซึ่งจะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ไม่ว่ากับนายจ้างไหน เขตพื้นที่ใดและปี

ไหน มีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จภาพได้ ทางกองทุนฯ จะนำอายุงานมารวมกัน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้

ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้บังคับให้เข้ากองทุนฯ

             - อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิดในปีพ.ศ. 2500) แต่ถ้าเกิดในปี 2501 ต้องอายุครบ 61 ปี เกิดปี

2502 ต้อง 62 ปี เกิดในปี 2503 ต้อง 63 ปี เกิดในปี 2504 ต้อง 64 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2505 และหลังจากนั้น ต้องมีอายุ

ครบ 65 ปี จึงจะยื่นขอได้

              - อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนประกันภัยปีละ 1 เดือน (คิดจากค่าจ้างโดย

เฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนไม่ถึง 60 เดือน ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน

โดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนสามารถรวมสะสมได้)

 

 

* หมายเหตุ ข้อมูลจาก คู่มือแรงงานไทย จัดพิมพ์โดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ติดต่อขอรับได้ที่ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป https://www.facebook.com/labourtaipei  หรือพิมพ์ที่เฟสบุ๊ค สำนักงานแรงงานไทย ไทเป  

 

2. แรงงานไทยในไต้หวันจะเข้าและรับสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมของไทยได้อย่างไร? ฟังคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
Faye 飛

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-18 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลิวรั่วอิงเปิดทัวร์คอนเสิร์ต 53 รอบใน 2 ปี กวาดเงินไป 860 ล้าน NT)

More
ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่ 2 ส่งต่อคบเพลิงงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 17 ส.ค. 60 - ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่ 2 ส่งต่อคบเพลิงงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 17 ส.ค. 60 - ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่ 2 ส่งต่อคบเพลิงงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก

2017-08-18 16:55:18

     ในวันเสาร์ที่ 19 ส.ค.นี้ จะเป็นการเปิดฉากงานพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ไทเป 2017 แล้ว ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่ไต้หวันตั้งตารอคอยทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดี ต้อนรับทัพนักกีฬาจากทั่วโลก และเปิดโอกาสผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่ 2 ได้ทำหน้าที่มีส่วนร่วมสำคัญในงานนี้

 

     เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา กิจกรรมการวิ่งส่งต่อคบเพลิงของงานกีฬามหาวิทยาลัยโลกได้ย้อนกลับมาที่กรุงไทเปแล้ว ซึ่งจะมีการส่งต่อผ่านทั้ง 12 เขตของกรุงไทเป โดยการส่งต่อคบเพลิงในครั้งนี้ เฉินจินหลิง (陳金鈴) บุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้รับเชิญจากสำนักงานเขตซิ่นอี้ให้เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้ที่รับหน้าที่ส่งต่อคบเพลิง

 

     เฉินจินหลิงกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนส่งต่อคบเพลิง เพราะไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของเขตซิ่นอี้แล้ว ยังถือว่าเป็นตัวแทนของบุตรผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ด้วยที่ได้มาทำหน้าที่อันสำคัญนี้ด้วย

 

การส่งต่อคบเพลิงของงานกีฬามหาวิทยาลัยโลกจะวิ่งผ่านทุกเขตของกรุงไทเป โดยเริ่มจากเขตซิ่นอี้ เป็นเขตแรก (ภาพจาก UDN)

 

เฉินจินหลิง ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่ 2 ร่วมเป็นหนึ่งในตัวแทนของเขตซิ่นอี้ กรุงไทเป (ภาพจาก Facebook สนง.เขตซิ่นอี้)

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

     ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B อธิบายคำศัพท์บทความย่อหน้าที่ 1 สำหรับตอบคำถาม ข้อ 47-50

More
หลูเยี่ยนซวิน

หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger Cup รายที่ 29 ในการแข่งขันเทนนิสที่จี้หนาน

หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger Cup รายที่ 29 ในการแข่งขันเทนนิสที่จี้หนาน

2017-08-17 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger Cup รายที่ 29 ในการแข่งขันเทนนิสที่จี้หนาน

-แนะนำนักกีฬาไต้หวันที่มีหวังคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2017 ที่กรุงไทเปเป็นเจ้าภาพ

More
คนงานเวียดนามผิดกฎหมายใช้โซ่ชิงช้ารัดคอตัวเอง โชว์สดฆ่าตัวตายผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ในสวนสาธารณะ

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 16 สิงหาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 16 สิงหาคม 2560

2017-08-17 08:50:12

 

1. ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติมีฝีมือในไต้หวันทุบสถิติพุ่งเกิน 30,000 คน

          ในยุคโลกาภิวัตน์ บนท้องถนนในไต้หวันสามารถพบเห็นชาวต่างชาติได้มากขึ้น นอกจากชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว ในไต้หวันยังมีชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวันพบว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเดินทางมาทำงานและพำนักอยู่ในไต้หวันจำนวน 31,000 คน เทียบกับปี 2554 เพิ่มขึ้นกว่า 15%

          ในอดีต แรงงานต่างชาติที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน หรือที่เรียกกันว่า แรงงานไวท์คอลล่าร์ ส่วนใหญ่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ปัจจุบัน สถานการณ์แปรเปลี่ยนไปแล้ว จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวันพบว่า แรงงานต่างชาติมีฝีมือที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ร้อยละ 57 หรือประมาณ 18,000 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะเฉพาะด้าน ครูสอนภาษาอังกฤษตกลงมาอยู่อันดับ 2 มีเพียง 15.7% หรือมีประมาณ 4,900 คน ร่วงตกลงทั้งสัดส่วนและจำนวนคน อันดับ 3 ได้แก่ผู้บริหารของสถานประกอบการที่ลงทุนโดยชาวจีนโพ้นทะเลหรือกิจการของชาวต่างชาติ ครองสัดส่วน 8.2% หรือประมาณ 2,500 คน....

 

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติมีฝีมือในไต้หวันทุบสถิติพุ่งเกิน 31,000 คน เทียบกับปี 2554 เพิ่มขึ้นกว่า 15%

 

2. เตือนแรงงานไทยระวังความปลอดภัย ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนการทำงานอย่างเคร่งครัด ป้องกันเกดอุบัติเหตุ

          อุบัติเหตุจากการทำงาน ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของแรงงานไทยในไต้หวัน รองจากอันดับ 1 คือโรคหัวใจและไหลตาย โดยเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา แรงงานไทยในไต้หวันเสียชีวิตทั้งหมด 70 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ 34 ราย อุบัติเหตุ 12 รายและไหลตาย 7 ราย สำนักงานแรงงานไทย นอกจากเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานไต้หวันเพิ่มมาตรการตรวจสอบ ป้องกันและประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงงานแล้ว ได้เตือนแรงงานไทยด้วยว่า ขอให้ระมัดระวังความปลอดภัย โดยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและขั้นตอนการทำงานของโรงงานอย่างเคร่งครัด จะประมาทเลินเล่อไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว            

         อย่างเช่นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมานี้ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับแรงงานไทยรายหนึ่ง สาเหตุสำคัญมาจากก่อนลงไปทำความสะอาดในถังบดลืมปิดสวิทช์ไฟ ทำให้ขาสองข้างถูกบดเละจนเสียชีวิต แรงงานไทยโชคร้ายรายนี้ชื่อ นายรัตน์ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี จากจังหวัดยโสธร เดินทางมาทำงานที่เขตต้าซี นครเถาหยวน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 ซึ่งเป็นการเดินทางกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันเป็นรอบที่ 2 แต่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุ โดยเมื่อรุ่งเช้าเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ขณะทำงานเตรียมทำความสะอาดถังบดพลาสติก ลืมปิดเครื่อง และลื่นไถลลงไปในถัง ถูกเครื่องบดปั่นขาทั้งสองข้างติดอยู่ในถังได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเพื่อนร่วมงานได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งมาปิดสวิทช์ไฟ และช่วยนำร่างนายเอกรัตน์ขึ้นมา แต่ไม่สามารถเอาออกมาได้ ต้องโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังสายด่วนฉุกเฉิน 119 เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง ใช้เวลาอยู่นานร่วม 1 ชั่วโมง จึงนำร่างของแรงงานไทยรายนี้ ออกมาจากร่องบด จากนั้นรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลทหาร 804 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง แพทย์พบว่า ขาทั้งสองข้างโดยเฉพาะข้างซ้ายของนายเอกรัตน์ถูกเครื่องบดปั่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเป็นต้องตัดทิ้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งแพทย์ได้ทำการผ่าตัดทันที อย่างไรก็ตาม ด้วยอาการที่บาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดมาก นายเอกรัตน์เสียชีวิตที่โรงพยาบาล เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน....

   

 

 

 

นายรัตน์ แรงงานไทยถูกเครื่องบดปั่นขาทั้งสองข้างติดอยู่ในถังได้รับบาดเจ็บสาหัส (Cr:udn.com)

    

3. สยองขวัญ! คนงานเวียดนามผิดกฎหมายใช้โซ่ชิงช้ารัดคอตัวเอง โชว์สดฆ่าตัวตายผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์

         ชาวบ้านเมืองหูโข่ว ซินจู๋ ที่ตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะเมื่อเวลาพบว่า มีคนนอนตายอยู่ข้างชิงช้าในสวนสาธารณะ ตำรวจตรวจพบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของแรงงานเวียดนามรายนี้ ใช้เฟสบุ๊คไลฟ์ถ่ายทอดสดขั้นตอนที่ตัวเองฆ่าตัวตายโดยใช้โซ่รัดคอตัวเอง หลังชันสูตรศพแล้ว เบื้องต้น นิติเวชยืนยันว่า นายโปยเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ และไม่ได้เกิดจากฆาตกรรม แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุว่าทำไม แรงงานเวียดนามรายนี้ จึงใช้วิธีจบชีวิตตนเองด้วยวิธีสยองเช่นนี้

          ตำรวจแถลงว่า นายโปย ผู้ตายอายุ 32 ปี เป็นแรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ตั้งแต่ต้นปี 2015 แต่ทำอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็หลบหนีนายจ้างออกไป กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่ทราบว่ามีปัญหาหนักอกหรือแรงกดดันใดๆ ที่ยากจะแก้ปัญหาได้ จนทำให้นายโปยต้องจบชีวิตตัวเองด้วยการใช้โซ่ชิงช้า ผูกและรัดคอตัวเองจนตายอย่างสยองขวัญในสวนสาธารณะ จากการตรวจสอบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของผู้ตายที่วางอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุ พบว่า นายโปยโชว์สดตัวเองฆ่าตัวตายผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ โดยในช่วงเริ่มต้นของคลิป นายโปยใช้ภาษาจีนกล่าวว่า รอแป๊บหนึ่ง ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาให้ผม 1 นาที จากนั้นไม่นาน นายโปยร้องขึ้นมาอีกว่า โอ้ย เจ็บ ไม่สามารถหายใจได้ เสียงพูดของคนงานเวียดนามผิดกฎหมายรายนี้ ซึ่งดูเหมือกำลังพูดจาหรือต่อรองกับใคร พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ไม่วิตกกังวลและไม่มีอาการดิ้นใดๆ ทั้งสิ้น จึงมีการสันนิษฐานว่า มีคนช่วยถ่ายคลิปให้หรือเปล่า ในคลิป นายโปยยังได้ฝากคำพูดไปยังพ่อแม่ บรรยายว่า ตัวเองเป็นลูกอกตัญญู ไม่สามารถกลับบ้านไปเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ได้ และได้สั่งเสียลูกเมียหลายอย่าง มีคนนำเอาคลิปฆ่าตัวตายสยองดังกล่าว ไปโพสในเฟสบุ๊คของกลุ่มชาวเวียดนาม มีคนแห่เขียนคอมเมนต์มากมาย บ้างสันนิษฐานว่า นายโปยแบกหนี้สินมากมาย เป็นเหตุนำไปสู่การฆ่าตัวตาย บ้างกล่าวว่า นายโปยหย่ากับภรรยาชาวเวียดนามแล้ว ทำให้มีอาการซึมเศร้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของการฆ่าตัวตายเป็นต้น ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวเรียกร้องอย่าชม อย่าแชร์ อย่านำคลิปสยองดังกล่าวไปโพสต่อ เพราะเกรงจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และกำลังตรวจสอบสาเหตุการฆ่าตัวตายที่แท้จริงต่อไปแล้ว

 

 

 

คนงานเวียดนามผิดกฎหมายใช้โซ่ชิงช้ารัดคอตัวเอง โชว์สดฆ่าตัวตายผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ในสวนสาธารณะ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายซุนหมิงเต๋อ ผอ. ศูนย์ฺพยากรณ์บรรยากาศเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 15 ส.ค. 60 นักวิชาการแนะรัฐบาลควรฝึกวิทยายุทธ์พื้นฐานเพื่อลุยมุ่งใต้ใหม่

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 15 ส.ค. 60 นักวิชาการแนะรัฐบาลควรฝึกวิทยายุทธ์พื้นฐานเพื่อลุยมุ่งใต้ใหม่

2017-08-15 11:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 15 ส.ค. 60

 

นักวิชาการแนะรัฐบาลควรฝึกวิทยายุทธ์พื้นฐานเพื่อลุยมุ่งใต้ใหม่ 

ไต้หวันเสริมค่าตอบแทนนักวิจัย พัฒนาคุณภาพการวิจัยในไต้หวัน

ไต้หวันเร่งขยายตลาดมุสลิม ส่งเสริมสินค้าไต้หวันของตรารับรองมาตรฐานสินค้าฮาราล

 

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
น้ำดื่มฮอตฮิตรูปขบวนรถไฟไต้หวันเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการรถไฟไต้หวันครบรอบ 130 ปี

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 60 - น้ำดื่มขบวนรถไฟไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 14 ส.ค. 60 - น้ำดื่มขบวนรถไฟไต้หวัน

2017-08-15 20:45:57

สัปดาห์นี้พาคุณไปเกาะกระแสฮอตฮิตน้ำดื่มรูปขบวนรถไฟไต้หวันเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการรถไฟไต้หวันครบรอบ 130 ปี ที่เก๋ไก๋มีให้เลือก 4 ลาย คือ รถไฟปูยูม่า รถไฟทาโรโกะ รถไฟจื้อเฉียง และรถไฟเหวยเสี้ยว วางจำหน่ายในร้านของที่ระลึกการรถไฟประจำสถานีรถไฟ ราคาขวดละ 39 เหรียญไต้หวัน

 

 

ส่วนหัวขบวนรถไฟ เป็นฝาครอบสามารถถอดออกได้

 

ถอดฝาครอบออกมาเป็นแก้ว เทน้ำดื่มได้

 

น้ำดื่มการรถไฟรุ่นแรก ดีไซน์ยังไม่โดนใจเท่ารุ่นล่าสุด

More