QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-20
  • การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

    การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน
  • นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ

    นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก
  • นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว

    นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว ยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งเครือญาติในสายเลือดเลยทีเดียว
  • ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    ค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันไม่เกิน 1,500 NT$

    แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$
  • จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

    จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

เรนนี่ หยางเฉิงหลิน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Lulu หวงลู่จื่ออิน ในชุด 美小鴨 (เหมยเสี่ยวยา-The Beauty Duckling) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Lulu หวงลู่จื่ออิน ในชุด 美小鴨 (เหมยเสี่ยวยา-The Beauty Duckling) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-24 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Lulu หวงลู่จื่ออิน ในชุด 美小鴨 (เหมยเสี่ยวยา-The Beauty Duckling) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ผลพวงจากการถูกหอมแก้มจนหน้าเบี้ยว??? บัตรคอนเสิร์ตของหยางเฉิงหลินขายหมดเกลี้ยงหลังเปิดขายเพียง 6 นาที)

More
ร้านปู๋เอ้อเจีย เป็นร้านขายขนมไหว้พระจันทร์เล็กๆ ในเมืองจางฮั่ว

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560

2017-09-24 09:07:11

 

1. อีก 1 สัปดาห์เศษๆ จะถึงวันไหว้พระจันทร์ (中秋節) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เทศกาลสำคัญของชาวจีนกันแล้ว วันไหว้พระจันทน์ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือนแปดตามปฏิทินจีน เป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ชาวจีนจึงเรียกว่า "จงชิว" (中秋) แปลว่า "กลางฤดูใบไม้ร่วง"ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 4 ต.ค. สาเหตุที่ล่าช้ามาถึงเดือนต.ค. เป็นเพราะว่าปีนี้เป็นปีอธิกมาส มีเดือน 6 สองหน

            วันไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่พระจันทร์ส่องแสงงดงามที่สุด และเต็มดวงที่สุด ชาวจีนจึงให้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม เป็นสื่อกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน และในวันนี้ จะทานขนมไหว้พระจันทร์ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ในอดีต ช่วงที่มองโกลยึดครองจีน เนื่องจากกลัวชาวจีนจะลุกฮือต่อต้าน จึงสั่งห้ามมีอาวุธมีคม แม้แต่มีดทำอาหารก็ไม่ได้ ชาวจีนจึงทำขนมเค้ก แล้วเอาข้อความลับซุกซ่อนไว้ภายใน เพื่อนัดชุมนุมกันต่อต้านการปกครองอย่างกดขี่ของพวกมองโกล โดยทหารมองโกลไม่ได้ระแวงถึงจุดประสงค์ของพวกกบฏ เพราะคิดว่าขนมเค้กเหล่านั้นเป็นการทำตามประเพณีดั้งเดิมของชาวจีน ด้วยเหตุนี้ มองโกลจึงถูกขับไล่ออกจากประเทศจีน จากนั้นมีการจัดตั้งราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์หมิง วันไหว้พระจันทร์ จึงเป็นประเพณีปฏิบัติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

เทศกาลไหว้พระจันทร์ใกล้เข้ามาแล้ว ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 4 ต.ค. ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายยี่ห้อเริ่มวางตลาด

 

2. เมื่อถึงวันไหว้พระจันทร์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือขนมไหว้พระจันทร์ ปัจจุบัน ขนมไหว้มีหลายหลายรูปแบบ รสชาติและราคา วางขายกันนับเป็นพันๆ ยี่ห้อ ยี่ห้อไหนอร่อย จะมีคนแห่กันไปซื้อ โดยจะเข้าคิวรอนานเป็นชั่วโมงก็ยอม กลายเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวไต้หวันไปเสียแล้ว วันนี้จะแนะนำร้านขายขนมไหว้พระจันทร์ที่ตรงถนนจงเจิ้งลู่ในเมืองจางฮั่วร้านหนึ่ง ชื่อร้าน ปู๋เอ้อเจีย (不二家) ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Only One หรือร้านเดียวเท่านั้น ร้านนี้ Only One สมชื่อ ยังอยู่ช่วงเดือนผีอยู่เลย คนแห่เข้าคิวซื้อยาวเป็นกิโลกันแล้ว สื่อไต้หวันหลายฉบับไปทำข่าว เห็นสภาพการณ์ดังกล่าว ถึงกับพาดหัวด้วยความสงสัยว่า อร่อยปานนั้นเฉียวหรือ? 

          รายงานบอกว่า ร้านปู๋เอ้อเจีย เป็นร้านเล็กๆ เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่ปี แต่เนื่องจากรสชาติและความพิถีพิถัน ทำให้มีการแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ ผู้คนหลั่งไหลแห่กันไปซื้อ จนผลิตแทบไม่ทัน ตอนเช้าตรู่ประตูร้านยังไม่ทันเปิด มีคนเข้าคิวรอซื้อยาวเหยียดกันแล้ว แม้ราคาจะปรับขึ้นทุกปี จากลูกละ 20 กว่าเหรียญมาถึงปีนี้ ลูกละ 40 เหรียญ แต่ยังไม่มีแนวโน้มหยุดความอยากชิมของผู้คนลงได้ แม้การที่มีคนมาเข้าคิวยาว ดึงดูดร้านขายขนมไหว้พระจันทร์มาเปิดกันมากมายหลายร้าน และขายราคาถูกกว่า แต่ร้านเหล่านี้ ได้แต่มองดูลูกค้าร้านปู๋เอ้อเจียยืนเข้าคิวผ่านหน้าร้านของตนเท่านั้น ไม่สามารถแย่งลูกค้าเข้าร้านได้

          ลูกค้าที่ไปซื้อ แต่ละคนซื้อกันหลายสิบกล่อง ต่างบอกว่า ขนมไหว้พระจันทร์ของร้านนี้ ไม่เลี่ยน ไม่หวานมาก รสชาติกลมกล่อมพอดิบพอดี ของดีๆ แม้ราคาจะแพง และต้องยุ่งยากขนาดไหน ก็มีคนยอมควักเงินซื้อ    

 

 

 

ร้านปู๋เอ้อเจีย เป็นร้านขายขนมไหว้พระจันทร์เล็กๆ แต่เนื่องจากรสชาติและความพิถีพิถัน ทำให้มีการแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ ผู้คนหลั่งไหลแห่กันไปซื้อ จนผลิตแทบไม่ทัน

 

ขนมไหว้พระจันทร์ของร้านปู๋เอ้อเจีย ไม่เลี่ยน ไม่หวานมาก รสชาติกลมกล่อมพอดิบพอดี ดึงดูดผู้คนแห่งซื้อ

 

3. แห่แจ้งเบาะแสทำผิดกฎหมาย ฝ่ายถูกแจ้งร้องขอความเป็นธรรม ตำรวจโอดงานล้นมือ ผู้พิพากษาครวญคดีล้นศาล

         สืบเนื่องจากอนุญาตให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทำผิดกฎหมายจราจรและสิ่งแวดล้อมได้ โดยผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลตามสัดส่วนของค่าปรับ และปัจจุบันมีการใช้กล้องติดรถยนต์และโทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ชาวไต้หวันจำนวนมากแห่แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎหมายโดยการถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวพฤติกรรมผิดกฎหมายของผู้อื่นส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อล่ารางวัลมากมาย จากสถิติของทางการไต้หวันพบว่า ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-สิงหาคม 2560 มีการออกใบสั่งไปแล้วกว่า 1.5 ล้านใบ  เฉพาะในกรุงไทเปมีจำนวนสูงถึง 468,000 ใบ

        เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า เมื่อได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จะมีการตรวจสอบหากพบว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายจริง จะดำเนินการออกใบสั่งเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายทันที มิฉะนั้นผู้แจ้งเบาะแสอาจแจ้งเอาผิดต่อเจ้าพนักงานฐานละเลยในหน้าที่ได้ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการต้องใช้เวลากับการตรวจสอบเบาะแสที่ประชาชนแจ้งเข้ามาจนแทบไม่มีเวลาทำงานด้านอื่น แต่ในทางตรงกันข้ามหากการแจ้งเบาะแสเมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายก็จะทำให้เจ้าพนักงานเสียเวลาในการตรวจสอบ โดยที่ผู้แจ้งเบาะแสไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ  ส่วนผู้ที่ถูกแจ้งความจำนวนไม่น้อยไม่พอใจที่ได้รับใบสั่งไปร้องขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ทำเอาผู้พิพากษาศาลปวดหัวเป็นอย่างมาก

        จากการเปิดเผยของศาลปกครองนครนิวไทเปและนครเถาหยวนระบุว่า คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองมากกว่า 80% เป็นคดีที่ผู้ยื่นฟ้องไม่พอใจที่ได้รับใบสั่ง ต้องการร้องขอความเป็นธรรมและต้องการให้เจ้าพนักงานเพิกถอนใบสั่ง ซึ่งกระบวนการพิจาณาคดีส่วนใหญ่ต้องใช้เวลานานเกินกว่า1 ปีจึงจะสิ้นสุดลง ส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรสังคม

        ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอว่า ควรจะมีการลดขอบเขตและรายการแจ้งเบาะแสจากประชาชนให้น้อยลงหรือใช้วิธีแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน

 

มาตรการเปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสทำผิดกฎหมายทำพิษ ตำรวจโอดงานล้นมือ ผู้พิพากษาครวญคดีล้นศาล

 

เจ้าของรถรายหนึ่งจอดรถทับเส้นแดงหน้าบ้าน เดือนเดียวได้รับใบสั่ง 40 ใบ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากช่วงนี้ Rti อยู่ระหว่างพัฒนาเว็บใหม่ ส่งผลให้การถ่ายโอนข้อมูลมีปัญหา การรับฟังอาจช้ากว่าปกติ เราจะรีบแก้ไขปัญหาให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ##

More
ไต้หวันซ้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกาะไท่ผิง เชิญสื่อต่างชาติขึ้นเยี่ยมชมเกาะ

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 23 ก.ย. 60 หากจีนไม่ระงับยับยั้งชั่งใจตัวเองบ้าง วิกฤตทะเลจีนใต้ต้องมาถึงแน่

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 23 ก.ย. 60 หากจีนไม่ระงับยับยั้งชั่งใจตัวเองบ้าง วิกฤตทะเลจีนใต้ต้องมาถึงแน่

2017-09-23 22:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 23 ก.ย. 60

 

หากจีนไม่ระงับยับยั้งชั่งใจตัวเองบ้าง วิกฤตทะเลจีนใต้ต้องมาถึงแน่

ในช่วงขณะที่เกาหลีเหนือได้ทดลองระเบิดไฮโดรเจนและทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งแล้วครั้งเล่า ได้ส่งผลให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ส่วนจีนก็พยายามอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้ของตนอย่างขะมักขะเม้น รวมทั้งเสริมการจัดวางกำลังทหารในทะเลจีนใต้เป็นการใหญ่ ถมทะเลสร้างเกาะต่อไป ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นระหว่างกัน และ คสพ. ด้านการทหารของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ กลายเป็นวิกฤตในทะเลจีนใต้ที่กำลังก่อตัวขึ้น เหมือนกับว่ากำลังจะกลายเป็นพายุลูกใหญ่พัดกระหน่ำทะเลจีนใต้

        เดือน ก.ค. ปีนี้ จีนได้ใช้กำลังทหารบุกเข้ายึดฐานในหมู่เกาะหนานซาที่เวียดนามยึดครองอยู่ ข่มขู่คุกคามบริษัทน้ำมัน Repsol ของสเปนที่ร่วมมือขุดเจาะน้ำมันกับเวียดนาม ให้ยุติการสำรวจขุดเจาะก๊าซธรรมชาตินอกน่านน้ำของเวียดนาม จนในปัจจุบันบริษัทดังกล่าวต้องถอนตัวออกไปแล้ว ซึ่งในเวลาต่อมา จีนก็ได้เสริมจำนวนเครื่องบินไร้คนขับในเขตที่มีกรณีพิพาทกับประเทศอื่นๆ อยู่ จนมีเครื่องบินไร้คนขับจำนวนมากปรากฏกายเหนือน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ โดยเมื่อเดือนที่แล้วเพียงเดือนเดียว จีนได้เพิ่มเครื่องใต้น้ำไร้คนขับอีกนับสิบเครื่อง การกระทำดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่า จะเป็นอันตรายต่อการเดินเรือในแถบนี้ ขณะเดียวกัน จีนก็ยังคงดำเนินการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะในทะเลจีนใต้ต่อไป ส่งผลให้การประชุมระดับ รมว. กต. อาเซียน เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ รวมทั้งยังได้ออกแถลงการณ์ร่วมด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวอีกด้วย รมว. กต. ของ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วม ประนามพฤติกรรมของทางการจีนที่แปรเกาะแก่งในน่านน้ำเหล่านี้ให้กลายเป็นที่มั่นทางทหารของตน

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กองบัญชาการกองทัพอากาศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เข้าไปฏิบัติภารกิจทางทหารในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกถึง 3 ครั้งในช่วงเวลา 1 เดือน ทางทหารในบริเวณน่านน้ำในปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “การบินอย่างเสรี” นอกจากนี้ ยังได้ให้เครื่องบินรบ เอฟ-15 ร่วมฝึกซ้อมยามค่ำคืนเป็นครั้งแรกกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ก็เห็นว่า ขีปนาวุธจากภาคพื้นดินต่อต้านเรือรบ หรือ SSM จะเป็นอาวุธที่ขาดไม่ได้ในการสกัดการเคลื่อนไหวของเรือรบจีนในทะเลจีนใต้ และเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวของกองทัพเรือจีน กองทัพสหรัฐฯ จึงจงใจติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบขึ้นในทะเลจีนใต้ และการซ้อมรบริมแพกในช่วงฤดูร้อนปีหน้า ก็จะเป็นการฝึกซ้อมต่อต้านเรือรบเป็นครั้งแรก ประการต่อมา กองทัพสหรัฐฯ อาจจะติดตั้งขีปนาวุธSSM ใ นประเทศพันธมิตรของตนที่ตั้งอยู่โดยรอบทะเลจีนใต้เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อวางกำลังในทะเลจีนใต้ตามแนวที่ 1 โดยรอบ ปิดล้อมเรือรบจีนให้เคลื่อนไหวได้เฉพาะภายในเส้นแนวดังกล่าวเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านี้ ก็เป็นที่แน่ชัดว่า กองเรือรบของสหรัฐฯ ได้เพิ่มจำนวนครั้งของการลาดตระเวณเพื่อการเดินเรืออย่างเสรีในทะเลจีนใต้ให้มากยิ่งขึ้น ในช่วง 8 ปี ที่ ปธน. บารัค โอบามา ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ กองเรือรบของสหรัฐฯ ลาดตระเวณในทะเลจีนใต้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น ในขณะที่ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ได้ไม่ถึงปี แต่ได้สั่งการให้กองเรือรบสหรัฐฯ ลาดตระเวณในทะเลจีนใต้ถึง 3 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แตกต่างจากการปฏิบัติการเป็น “ครั้งคราว” กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ได้วางแผนการลาดตระเวณในทะเลจีนใต้เป็นประจำเป็นครั้งแรก โดยมีแผนการที่จะให้การลาดตระเวณนี้เป็นการลาดตระเวณแบบ “ประจำ” อาศัยปฏิบัติการที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะและต่อเนื่อง มาแสดงให้เห็นถึงจุดยืนอันแน่วแน่ของสหรัฐฯ  ในประเด็นทะเลจีนใต้ แม้กระทั่งอังกฤษเองก็ยังมีแผนการส่งเรือรบเข้าไปลาดตระเวณในทะเลจีนใต้ในปีหน้าด้วย โดยจะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 2 ลำ ที่เพิ่งเข้าประจำการ จะถือเอาการลาดตระเวณในทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในภารกิจอันดับแรกของตน

จีนกับสหรัฐฯ เป็น 2 ยักษ์ใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจของโลก แม้ต่างจะแสดงท่าทีว่าจะพยายามเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างกัน แต่จีนได้เสริมปฏิบัติการทางทหารเพื่อควบคุมและยึดครองเกาะในทะเลจีนใต้ พยายามเชื่อมต่อเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะซีซา หนานซา และเกาะหวงเหยียน ให้กลายเป็น 3 เกาะแนวยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ต้องการเข้าควบคุมยึดครองทะเลจีนใต้ทั้งหมด จนส่งผลให้สหรัฐฯ ขยายการจำหน่ายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาส THAAD บริเวณโดยรอบประเทศจีน กองเรือรบและเครื่องบินรบสหรัฐฯ ก็เคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้ถี่ขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปฏิบัติการจับตาความเคลื่อนไหวทั้งทางทะเลและอากาศของจีนในน่านน้ำใกล้กับจีนด้วย สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมจะต้องกลายเป็นตัวแปรสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ประกอบกับสถานการณ์การเผชิญหน้ากันในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่ดุเดือดเข้มข้นยิ่งขึ้น คสพ. ระหว่างช่องแคบไต้หวันหยุดชะงัก จนก้าวสู่ยุค “แช่แข็ง” หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนจีน-อินเดีย ในช่วงก่อนหน้านี้ หากจีนยังไม่ปรับปรุงแก้ไขนโยบายการขยายอิทธิพลสู่ภายนอกของตนแล้ว ก็เป็นที่ค่อนข้างแน่นอนว่า คสพ. ของประเทศต่าง ๆ โดยรอบก็อาจจะตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งมันจะไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนในเอเชียเลยแม้แต่น้อย 

More
บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

2017-09-23 10:07:02

 

1. ตำรวจไต้หวันงานเข้า คดียิงคนงานผิดกฎหมายเวียดนามดับบานปลาย พ่อผู้ตายขอเข้าพบผู้นำ

          คดีที่แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างรายหนึ่งขโมยรถมอเตอร์ไซค์และของในรถบรรทุก ถูกตำรวจจับ แต่เจ้าตัวขัดขืนแถมต่อสู้และใช้ก้อนหินขว้างปาตำรวจ และหลบเข้าไปในรถตำรวจหมายขับหนี ตำรวจยิงกระสุนไปที่รถ 9 นัด คนงานเวียดนามรายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาล

          เมื่อข่าวแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกตำรวจยิงเสียชีวิตแพร่สะพัดออกมา บรรดาองค์กรที่เคลื่อนไหวทางด้านแรงงาน หรือที่เรียกกันว่า NGO ต่างออกมาแสดงความเคลือบแคลงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ใช้ปืนยิงแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีอาวุธ และเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจเปิดเผยภาพบันทึกจากกล้องถ่ายขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของตำรวจไต้หวันทุกนาย เพื่อให้สาธารณชนได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงในวันเกิดเหตุเป็นเช่นไร แนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวันกล่าวว่า คดีนี้ มีเพียงคำกล่าวของตำรวจเพียงฝ่ายเดียว พวกเขาเคลือบแคลงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรงและถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจยิงปืนในระยะใกล้ถึง 9 นัด เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่จำเป็น จึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบคดีนี้อย่างละเอียดและนำภาพบันทึกเหตุการณ์ออกมาเปิดเผยและแถลงต่อสาธารณชน ขณะที่บิดาของผู้ตายได้เดินทางมาไต้หวัน ขอเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋กำลังดำเนินการตรวจสอบ พยานหลักฐานและวัตถุก็ได้ส่งมอบให้อัยการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเพิ่มการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องระเบียบขั้นตอนการใช้อาวุธปืนให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้าที่ และคำนึงถึงการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประชาชน

          คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับข้อเท็จจริงและผลคืบหน้าของคดีนี้ คงต้องรอการตรวจสอบของพนักงานอัยการว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ปัจจุบัน ตำรวจเป็นอาชีพที่ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่อยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล

 

 บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย

 

ทายาทแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตนำอัฐิกลับไปบ้านเกิดที่เวียดนาม

 

2. การหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทำให้เกิดปัญหามากมาย

           แรงงานหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นอกจากจะไร้หลักประกันทั้งด้านการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการรักษาพยาบาลแล้ว ยังตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย ทั้งนี้เพราะแก๊งนอกกฎหมายเหล่านี้ อาศัยจุดอ่อนเรื่องสถานะผิดกฎหมายของแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง ซึ่งจะไม่กล้าแจ้งความหรือร้องเรียน จึงมักจะตกเป็นเหยื่อถูกควบคุมกักขังและใช้แรงงานเยี่ยงทาส ใครที่คิดจะหลบหนี ขอให้ทบทวนให้ดี

           ตามกฎหมายการจ้างงานของไต้หวัน แรงงานต่างชาติ จะต้องทำงานกับนายจ้างที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และนายจ้างมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ กรณีที่นายจ้างไม่สามารถติดต่อกับแรงงานต่างชาติได้เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน นายจ้างจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายในเวลา 3 วัน เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับแจ้งแล้ว จะทำการเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ทำให้แรงงานต่างชาติรายนั้น กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะดำเนินการตรวจตราติดตามตัว เพื่อเนรเทศส่งกลับประเทศ และแรงงานต่างชาติที่กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกส่งกลับประเทศแล้ว จะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้อีกเป็นเวลา 2 ปีขึ้นไป

 

 

แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

 

3. ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย นายจ้างลวนลามแรงงานต่างชาติ บริษัทจัดหางานต้องร่วมรับผิดด้วย

           กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมแก้กฎหมายการจ้างงาน เพิ่มโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จากปัจจุบันที่ลงโทษปรับเงินโดยคิดเป็นคดี กล่าวคือคดีเดียวกัน ไม่ว่าจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมายกี่คน จะเสียค่าปรับเริ่มต้นที่ 150,000 เหรียญไต้หวัน บทลงโทษเช่นนี้ ทำให้นายจ้างไม่หวั่นเกรง ส่งผลให้ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะแรงงานต่างชาติหลบหนีออกไปแล้วยังมีที่ไป ต่อไปจะแก้เป็นลงโทษปรับตามรายหัว เช่นเมื่อตรวจพบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย 10 คน ค่าปรับจะเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ว่าจ้าง 20 คน เริ่มปรับที่ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน กรณีที่เป็นความผิดซ้ำซาก นอกจากเสียค่าปรับ 15 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว นายจ้างยังมีโทษจำคุกด้วย

          และที่ผ่านมา นายจ้างกลัวว่าแรงงานต่างชาติของตนจะหลบหนี ใช้วิธียึดหรือเก็บเอกสารสำคัญประจำตัวของแรงงานต่างชาติเอาไว้ โดยให้เซ็นหนังสือยินยอมให้นายจ้างเก็บรักษา ในอนาคตจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป แม้แรงงานต่างชาติจะยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หากนายจ้างไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 60,000 -300,000 เหรียญไต้หวัน

          นอกจากนี้ บริษัทจัดหางานที่มีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายค้ามนุษย์จะถูกลงโทษปรับเงิน 300,000 -1,500,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมกับเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ ห้ามทำธุรกิจจัดหางานอีกต่อไป กรณีที่บริษัทจัดหางานทราบเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม ถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่ไม่แจ้งหรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะมีโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน ถ้านายจ้างมีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายค้ามนุษย์ นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินและรับโทษจำคุกแล้ว ยังจะถูกตัดสิทธิ์ในการว่าแรงงานต่างชาติจากเดิม 2 ปีขยายเวลาเป็น 5 ปี กรณีที่ทำผิดซ้ำสอง จะถูกตัดสิทธิ์ห้ามว่าจ้างแรงงานต่างชาติตลอดชีพ

 

แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม ถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่บจง.ไม่แจ้งหรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะมีโทษปรับ 60,000-300,000 NT$

 

บจง. มีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ ปรับเงิน 300,000 -1,500,000 NT$ และถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ

 

4. สัมภาษณ์คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง แต่กระตือรือร้นที่จะใฝ่หาความรู้พัฒนาตัวเองตลอดเวลา  เผยเคล็ดลับที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ

 

 คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง เยี่ยม Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
Rainie (楊丞琳) กับอัลบั้มชุดใหม่ (年輪說 Traces of Time In Love)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Rainie หยางเฉิงหลินในเพลง 年輪說 (เหนียนหลุนซัว - Trace of Time in Love) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Rainie หยางเฉิงหลินในเพลง 年輪說 (เหนียนหลุนซัว - Trace of Time in Love) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-09-22 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Rainie หยางเฉิงหลินในเพลง 年輪說 (เหนียนหลุนซัว - Trace of Time in Love) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลี่หรงห้าวบอกหยางเฉิงหลินกลางเวทีคอนเสิร์ตว่าผมชอบคุณมาก /ป๋าเซียว เซียวจิ้งเถิงขอร้องเลิกเรียกตัวเขาเป็นพระพิรุณ เพราะไม่ขำแล้วนะ)

 

สาวเรนนี่ หยางเฉิงหลินร้องเพลงเหนียนหลุนซัวของเธอกับหลี่หรงห้าวแฟนหนุ่ม บนเวทีคอนเสิร์ตของฝ่ายหลัง

 

 

 Rainie (楊丞琳) กับอัลบั้มชุดใหม่ (年輪說 Traces of Time In Love)

 

ป๋าเซียวขอร้องว่าเลิกเรียกผมเป็นพระพิรุณเถอะ แบบว่า...ไม่ขำแล้วนะ

More
สายการบินไทยสมายล์

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 21 ก.ย. 60 - แนะนำสายการบินใหม่บินกลับบ้านเฮา

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 21 ก.ย. 60 - แนะนำสายการบินใหม่บินกลับบ้านเฮา

2017-09-22 09:00:00

ปัจจุบัน ไต้หวันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวต่างประเทศในหมู่ชาวไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันเพื่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สืบเนื่องจากมาตรการฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวชาวไทย ทำให้ผู้ประกอบการสายการบินหลายรายมีความสนใจเปิดเส้นทางบินตรงมายังไต้หวันมากขึ้น ชาวไทยในไต้หวันจึงได้อานิสงส์ในการเลือกสายการบินเดินทางกลับไทยมากขึ้นด้วย สัปดาห์นี้แนะนำสายการบินล่าสุดที่เปิดให้บริการเส้นทางบินไทย-ไต้หวัน ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ เป็นสายการบินราคาประหยัด บริษัทลูกของการบินไทย เริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เส้นทางบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-เกาสง และสายการบินไทยไลออนแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ เส้นทางบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ไทเป และเชียงใหม่-ไทเป (เปลี่ยนเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง) เริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกวันที่ 20 ตุลาคมนี้ สำหรับรายละเอียดเวลาเที่ยวบิน ราคาตั๋ว และเทคนิคในการพิจารณาเลือกซื้อตั๋วเครื่องบิน ติดตามรับฟังได้ในรายการ

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 9-12

 

More
โจวเทียนเฉิง

แบดเจแปนโอเพ่น 2017: โจวเทียนเฉิงเข้ารอบ 16 คนแบบสบายๆ /ไต้จืออิ่งถอนตัวเพราะเจ็บหัวไหล่

แบดเจแปนโอเพ่น 2017: โจวเทียนเฉิงเข้ารอบ 16 คนแบบสบายๆ /ไต้จืออิ่งถอนตัวเพราะเจ็บหัวไหล่

2017-09-21 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- แบดเจแปนโอเพ่น 2017: โจวเทียนเฉิงเข้ารอบ 16 คนแบบสบายๆ /ไต้จืออิ่งถอนตัวเพราะเจ็บหัวไหล่

 

More
สภาบริหารอนุมัติปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำรายเดือนเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันแล้ว

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 20 กันยายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 20 กันยายน 2560

2017-09-22 17:30:23

 

1. ตรวจเข้มโรงงานอุตสาหกรรมในเถาหยวน เหตุ 40% ของอุบัติเหตุจากการทำงาน เกิดกับแรงงานต่างชาติ

           นครเถาหยวน เป็นเมืองอุตสาหกรรมของไต้หวัน มีนิคมอุตสาหกรรมน้อยใหญ่ร่วม 30 แห่ง แรงงานต่างชาติก็มีจำนวนมากที่สุด กล่าวคือ ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานในภาคการผลิตในไต้หวัน มี 412,971 คน ในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในนครเถาหยวน 87,063 คน หรือแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตทุกๆ 5 คน จะมี 1 คนทำงานอยู่ในนครเถาหยวน เมื่อแรงงานต่างชาติมีจำนวนมาก อุบัติเหตุก็มากตามไปด้วย สถิติพบว่า ครึ่งแรกของปีนี้ มีแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุในขณะทำงานเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน นครเถาหยวน นอกจากเริ่มตรวจเข้มความปลอดภัยในโรงงานต่างๆ ยังเตรียมจัดทำคู่มือความปลอดภัยในการทำงานสำหรับแรงงานต่างชาติ ฉบับภาษาต่างๆ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุในกลุ่มแรงงานต่างชาติลงให้ได้

 

ยังมีโรงงานในสัดส่วนไม่น้อยที่ระบบความปลอดภัยในการทำงานไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะโรงงานที่มีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ  

 

          สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน จัดโครงการตรวจสอบความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรมในทั่วนครเถาหยวนที่มีการว่าจ้างแรงงานตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป พบว่า ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมในสัดส่วนไม่น้อยที่ระบบความปลอดภัยในการทำงานไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะโรงงานที่มีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ และตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2560 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุจากการทำงานแล้ว 77 คดี ในจำนวนนี้ ผู้ประสบอุบัติเหตุที่เป็นแรงงานต่างชาติ มีสัดส่วนสูงถึง 40% ส่วนใหญ่ไม่มีการอบรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยก่อนการทำงาน

          ผอ. สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน กล่าวยกตัวอย่างโรงงานผลิตซิลิก้า สารตัวเติมพลาสติกส์ที่เขตต้าหยวน นครเถาหยวนแห่งหนึ่ง ในโกดังเก็บสินค้า วางแท่นไม้พาเลทเรียงซ้อนกันสูงประมาณ 2 เมตร โดยไม่มีระบบป้องกันความปลอดภัยและไม่มีคำเตือนอันตราย เมื่อรถโฟล์คลิฟท์ทำการขนย้ายผลิตภัณฑ์วิ่งไปมาชนใส่ ทำให้กองไม้พาเลตล้มทับคนงานไทยที่กำลังนั่งโทรศัพท์อยู่ข้างๆ เสียชีวิต ดังนั้น สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากจะตรวจเข้มระบบความปลอดภัยในโรงงานแล้ว ยังมีโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้โรงงานต่างๆ เพิ่มการอบรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในที่ทำงาน ก่อนจะให้แรงงานต่างชาติเข้าทำงาน โดยจะจัดทำคู่มือความปลอดภัยในการทำงานเป็นภาษาต่างๆ เพื่อให้แรงงานต่างชาติอ่านออกและเข้าใจ หวังลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยลง

 

 

พบ 40% ของอุบัติเหตุจากการทำงาน เกิดกับแรงงานต่างชาติ

 

2. นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ ยิงธนูเศรษฐกิจดอกแรก ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 3% หวังกระตุ้นผู้ประกอบการภาคเอกชนปรับตาม ขณะที่สภาบริหารอนุมัติการปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561 เป็นเดือนละ 22,000 เหรียญไต้หวันแล้ว

        นายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งขึ้นรับตำแหน่งได้เพียง 5 วัน เอาใจข้าราชการพลเรือน ทหารและตำรวจ ด้วยการประกาศปรับขึ้นเงินเดือน 3% นายสวี่ กั๋วหย่ง โฆษกสภาบริหารประกาศเมื่อค่ำวันที่ 12 ก.ย. นี้ว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนปรับขึ้นค่าจ้างให้แก่พนักงานของตนและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ ตัดสินใจเพิ่มงบประมาณรัฐบาลในปี 2561 อีก 18,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 3% ซึ่งถูกมองว่าเป็นธนูดอกแรกที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของนายไล่ชิงเต๋อ ทั้งนี้ ข้าราชการในไต้หวันได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 ในอัตรา3% 

        นอกจากนี้ สภาบริหารได้อนุมัติตามมติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำรายเดือนจากปัจจุบัน 21,009 เหรียญ เป็น 22,000 เหรียญไต้หวันถ้วน ปรับขึ้น 991 เหรียญ หรือปรับขึ้น 4.72%   ส่วนการทำงานที่คิดเป็นรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับแรงงานท้องถิ่น ปัจจุบันชั่วโมงละ 133 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 140 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 5.26% โดยการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ให้มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561

 

สภาบริหารอนุมัติปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำรายเดือนเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันแล้ว มีผล 1 ม.ค. 2561

 

3. อนาถ! คนงานเวียดนามผิดกฎหมายรับจ้างทำงานซ่อมท่อน้ำใต้ดิน ถูกดินถล่มทับตายที่เมืองอี๋หลาน

        เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุดินถล่ม ฝังคนงานเวียดนามเสียชีวิต ใจกลางเมืองอี๋หลาน คนงานเวียดนามเคราะห์ร้ายรายนี้ ชื่อ ลูแอนกุย อายุ 37 ปี เดินทางมาทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างที่นครไทจง เมื่อปี 2558 แต่หลบหนีนายจ้างออกไปหางานทำอย่างผิดกฎหมายเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยไปรับจ้างทำงานรายวันตามไซต์งานก่อสร้างแถวเมืองอี๋หลาน ในวันที่เกิดเหตุ นายลู ไปทำงานกับผู้รับเหมารายย่อย โดยลงไปในคลองระบายน้ำที่ลึกประมาณ 2 เมตร เพื่อตรวจดูท่อน้ำที่รั่วกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นชาวไต้หวัน แต่เกิดเหตุการณ์ดินถล่มฝังทับคนงานทั้งสอง โดยคนงานชาวไต้หวันหนีรอดออกมาได้ เพราะขณะเกิดเหตุอยู่ในท่ายืน ดินและทรายที่ถล่มลงมาฝังถึงระดับเอว แต่คนงานเวียดนามหายตัวไป หลังจากผู้รับเหมาแจ้งหน่วยกู้ภัยใช้เครื่องสูบน้ำสูบเอาน้ำในคลองออก แล้วใชรถขุดแบคโฮ ขุดตักดินทรายขึ้นมา เพื่อตามหานายลูอยู่นานร่วมชั่วโมง จึงพบร่างของคนงานเวียดนามรายนี้ ถูกฝังใต้ดินในสภาพไร้ลมหายใจเสียแล้ว

        ตำรวจแจ้งข้อหาผู้รับเหมาว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน  และไม่มีระบบป้องกันอันตรายขณะทำงาน ทำให้ลูกจ้างเสียชีวิต แต่ผู้รับเหมากล่าวว่า นายลูเพิ่งมารับจ้างทำงานเป็นวันแรก และตนไม่ทราบว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะเท็จหรือจริง ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้รับเหมาส่งอัยการดำเนินคดีต่อไปแล้ว

 

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายเฉินกวงฟู่ (陳光復) ผู้ว่าการจังหวัดเผิงหู ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีวิทยุอาร์ทีไอ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ก.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายเฉินกวงฟู่ ผู้ว่าการจังหวัดเผิงหู

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ก.ย. 60 สัมภาษณ์พิเศษนายเฉินกวงฟู่ ผู้ว่าการจังหวัดเผิงหู

2017-09-20 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 20 ก.ย. 60

 

สัมภาษณ์พิเศษนายเฉินกวงฟู่ ผู้ว่าการจังหวัดเผิงหู

เผิงหูจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอ่าวสวยที่สุดในโลกประจำปี 2018

เผิงหูได้รับเลือกจากกลุ่ม Club of the Most Beautiful Bays of the World ขององค์กร UNESCO ให้เป็นอ่าวสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมว่าด้วยการพิจารณาอ่าวที่สวยที่สุดของโลกประจำปีค.ศ.2018 จากการลงคะแนนของสมาชิกจำนวน 41 อ่าว ใน 25 ประเทศทั่วโลก ซึ่งการประชุมจะมีขึ้นในเดือนกันยายนปีหน้า

           นายเฉินกวงฟู่ (陳光復) ผู้ว่าการเมืองเผิงหู ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีวิทยุอาร์ทีไอวันนี้ (6 กันยายน) ว่า เผิงหูมีเกาะมากกว่า 90 แห่ง ที่ร้อยเรียงกันเป็นเหมือนไข่มุกของช่องแคบไต้หวัน ดังนั้นในเดือนกันยายนปีหน้าเผิงหูจึงได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม The Most Beautiful Bays of the World ซึ่งทางเผิงหูก็เตรียมที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในฐานะเจ้าภาพเป็นเวลา 1 เดือนเต็มระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมในปีหน้า อาทิ นิทรรศการเรือท่องเที่ยวนานาชาติ (Taiwan International boat show), การประชุมเมืองท่าเรือโลก (Global Harbor Cities Forum) และการประชุมส่งเสริมอุตสาหกรรมเมืองเผิงหู เพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจาก 70 ประเทศที่จะเดินทางมาเยือนเผิงหู และแสดงให้เห็นศักยภาพด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก

           นอกจากนี้ตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายนปีนี้เป็นต้นไป ทางเทศบาลเมืองเผิงหูจะทยอยจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนไต้หวันกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อาศัยอยู่ในเผิงหูได้เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคัก อาทิ เทศกาลอาหารนานาชาติและการจัดประกวด Miss Tourism Queen International 2017 ในระหว่างวันที่ 19-24 กันยายนนี้ด้วย

More
ร้านสะดวกซื้อสุดปังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 60 - คนไต้หวันชอบเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นชีวิตจิตใจและสินค้าทำกำไรของร้าน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 60 - คนไต้หวันชอบเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นชีวิตจิตใจและสินค้าทำกำไรของร้าน

2017-09-21 23:38:37

 

        คนไต้หวันชอบเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นชีวิตจิตใจ ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ร้านสะดวกซื้อในไต้หวัน ได้แก่ 7-11, แฟมิลี่มาร์ท, ไฮไลฟ์, OK mart  และ ไถถังมี่หลิน รวม 5 แบรนด์ในไต้หวัน ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าที่มาอุดหนุนสูงถึง 2,880 ล้านคนครั้ง หรือถ้าคำนวณจากประชากรประมาณ 23 ล้านคน เฉลี่ยเข้าร้านสะดวกซื้อกันคนละ 122 ครั้งต่อปี สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวสินค้าที่คนไต้หวันนิยมซื้อจากร้านสะดวกซื้อ สินค้าทำกำไรสูงสุดของร้านคืออะไร ติดตามได้ในรายการ

 

ภาพร้านสะดวกซื้อสุดปังอลังเว่อร์ในไต้หวัน 7-11 สาขาหูโข่ว (湖口廠) เมืองซินจู๋

 

 

 

 

 

More
ประเพณีเฉี่ยงกู (ชิงเปรต) ที่โถวเฉิงของอี๋หลัน

ไปเช็คอิน+เที่ยวชมทุ่งดอกกุ้ยช่ายที่ต้าซีของเถาหยวนกัน

ไปเช็คอิน+เที่ยวชมทุ่งดอกกุ้ยช่ายที่ต้าซีของเถาหยวนกัน

2017-09-18 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้ มีทริปเด็ดๆ ประจำสัปดาห์มาฝากเพื่อนผู้ฟังกันเยอะเลย

- เริ่มจากไปเช็คอิน+เที่ยวชมทุ่งดอกกุ้ยช่ายที่ต้าซีของเถาหยวน ไปเดินดูความงามของทุ่งดอกกุ้ยช่ายสีขาวบานสะพรั่งจนได้รับฉายาว่าเป็นหิมะเดือนเก้ากัน

- ใครจะไปเที่ยวทะเลสาปสุริยันจันทราสุดสัปดาห์นี้พอนี้ ก็อย่าลืมไปเที่ยวชมการว่ายน้ำข้ามทะเลสาปที่จะจัดในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนกันนะครับ

- วันชาติสาธารณรัฐจีนปีนี้ (10 ตุลาคม 2560) รัฐบาลจะจัดการยิงพลุเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่หยุดมาสองปี โดยปีนี้จะไปยิงพลุกันที่จังหวัดไถตง ใครยังไม่ได้แพลนโปรแกรมเที่ยววันหยุดยาวช่วงวันชาติก็ลองๆ ดูนะครับ อะไรอะไรในไต้หวันวันนี้มีข้อมูลจุดชมพลุสวยๆ ที่จังหวัดไถตงหามาฝากด้วย พร้อมวิธีการรับชมพลุแบบง่ายๆ ดูได้สวยๆ แบบไม่ต้องเบี้ยดใคร ฮิๆๆๆๆ

- ปิดท้ายด้วยประเพณีเฉี่ยงกู (搶孤) หรือประเพณีชิงเปรตแบบจีน ที่เขตโถวเฉิงในเมืองอี๋หลาน จบประเพณีนี้ก็เป็นอันว่าหมดเทศกาลเดือนผีซะที

 

ความงามของทุ่งดอกกุ้ยช่ายที่ขาวงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหิมะเดือน 9

 

ผู้จัดงานได้ทดลองซ้อมยิงพลุฉลองวันชาติที่จังหวัดไถตงเพื่อทดสอบความพร้อม

 

บรรยากาศอันคึกคักของประเพณีเฉี่ยงกู (搶孤) หรือประเพณีชิงเปรตที่โถวเฉิงของอี๋หลาน อันเป็นประเพณีปิดเทศกาลเดือนผีในไต้หวัน

 

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน มอบเครื่องอิสริยาภรณ์แด่อดีต นรม. หลินฉวน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 60 ผู้นำไต้หวันย้ำผู้รับต่อไม้ 2 ต้องทำได้ดีขึ้นแน่ๆ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 60 ผู้นำไต้หวันย้ำผู้รับต่อไม้ 2 ต้องทำได้ดีขึ้นแน่ๆ

2017-09-18 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 60

 

ผู้นำไต้หวันย้ำผู้รับต่อไม้ 2 ต้องทำได้ดีขึ้นแน่ๆ 

มุ่งใต้ใหม่ ทุ่ม 1.5 แสน หนุนเยาวชนไต้หวันสัมผัสประเทศเป้าหมายเชิงลึก 

กระทรวงต่างประเทศไต้หวันรณรงค์ให้สหประชาชาติเห็นความสำคัญของไต้หวัน ไม่ควรดูแคลนไต้หวัน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More