QR Code
 
รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 15 เมษายน 2560 สโมสรผู้ฟัง (B)
2017-04-16
  • วิวโชว์ (威秀影城 VIESHOW CINEMAS0) โรงหนังอันดับหนึ่งของไต้หวัน

    วิวโชว์ (威秀影城 VIESHOW CINEMAS0) โรงหนังอันดับหนึ่งของไต้หวัน

    วิวโชว์ (威秀影城 VIESHOW CINEMAS0) โรงหนังอันดับหนึ่งของไต้หวัน ทั่วไต้หวันมี 13 แห่ง ในภาพเป็นวิวโชว์ย่านธุรกิจซิ่นอี้ในกรุงไทเป
  • หน้าร้อนปีนี้ โรงหนังห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 26 c°

    หน้าร้อนปีนี้ โรงหนังห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 26 c°

    เพื่อประหยัดไฟฟ้า หน้าร้อนปีนี้ จำกัดการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่สาธารณะ 20 ประเภท รวมโรงหนังห้ามเปิดต่ำกว่า 26 c°
  • โรงหนังในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นโรงหนังขนาดเล็ก 300-400 ที่นั่ง

    โรงหนังในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นโรงหนังขนาดเล็ก 300-400 ที่นั่ง

    โรงหนังในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นโรงหนังขนาดเล็ก 300-400 ที่นั่ง
  • ครูใหญ่ชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันที่เป็นเพศหญิงมีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้น

    ครูใหญ่ชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันที่เป็นเพศหญิงมีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้น

    ครูใหญ่ชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันที่เป็นเพศหญิงมีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้น เมืองซินจู๋สุงสุด 50%
  • ในไต้หวันมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก

    ในไต้หวันมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก

    ปัจจุบันในไต้หวันมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก ผู้หญิงมีความสามารถในการทำงาน หาเลี้ยงชีพไม่แพ้ผู้ช

 

1. ร้อนนี้โรงหนังทั่วไต้หวันห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 26 C゜

ร้อนนี้สถานที่สาธารณะในไต้หวันรวม 20 ประเภท ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส

          กรมพลังงาน กระทรวงเศรษฐการของไต้หวัน เชิญชวนประชาชนช่วยกันประหยัดไฟ พร้อมออกมาตรการกำหนดให้สถานที่สาธารณะ อาทิ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และสถานที่ราชการต่างๆ รวม 20 ประเภท ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส   สำหรับโรงภาพยนตร์ซึ่งทั่วไต้หวันมีจำนวนทั้งสิ้น 109 แห่ง เพิ่งจะถูกจัดให้เป็นสถานที่สาธารณะที่ต้องมีการกำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็นครั้งแรก ดังนั้นกรมพลังงานจึงกำหนดให้หน้าร้อนปีนี้จะเป็นการทดลองใช้มาตรการดังกล่าวก่อน หากการดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างราบรื่นจะกำหนดเป็นมาตรการถาวร

 

เพื่อประหยัดไฟฟ้า หน้าร้อนปีนี้ จำกัดการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่สาธารณะ 20 ประเภท รวมโรงหนังห้ามเปิดต่ำกว่า 26 c°

 

2. โรงภาพยนตร์ไต้หวันส่วนใหญ่เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก 300-400 ที่นั่ง และมีหลายโรงรวมอยู่ที่เดียวกัน ผู้ชมสามารถเลือกชมแนวภาพยนตร์ตามที่ตนชื่นชอบได้ และจะแบ่งออกเป็นโรงภาพยนตร์ที่ฉายหนังใหม่ แน่นอน ราคาค่าตั๋วจะแพงกว่า หากเป็นหนังที่สร้างในไต้หวันจะอยู่ที่ 250-300 เหรียญ แต่ถ้าเป็นหนังฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวูด จะแพงกว่า ประมาณ 300 เหรียญขึ้นไป และยังมีโรงหนังอีกประเภทหนึ่ง ฉายหนังเก่าหรือหนังที่ลงโรงแล้วประมาณ 12 เดือน ค่าตั๋วเข้าชมจะถูกกว่า และสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งวัน ไม่มีการเคลียร์ที่นั่งระหว่างรอบ

 

 

โรงหนังในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นโรงหนังขนาดเล็ก 300-400 ที่นั่ง

 

วิวโชว์ (威秀影城 VIESHOW CINEMAS0) โรงหนังอันดับหนึ่งของไต้หวัน ทั่วไต้หวันมี 13 แห่ง ในภาพเป็นวิวโชว์ย่านธุรกิจซิ่นอี้ในกรุงไทเป

 

3. ฮัวมู่หลาน 花木蘭 ยุคใหม่! ซินจู๋ เมืองที่บ่มเพาะครูใหญ่หญิงมากที่สุดในไต้หวัน

ปัจจุบันในไต้หวันมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก ผู้หญิงมีความสามารถในการทำงาน หาเลี้ยงชีพไม่แพ้ผู้ชาย และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายเหมือนสังคมในอดีตอีกต่อไป จะเห็นได้ว่า งานหลายๆ อย่าง ในอดีตที่มีแต่ผู้ชายทำ ปัจจุบันผู้หญิงก็สามารถทำได้แล้ว อย่างทหาร ตำรวจ แม้กระทั่งนักบินที่ขับเครื่องบินรบ แต่วันนี้ ในรายการจะมาคุยเรื่องราวครูใหญ่โรงเรียนชั้นประถมและมัธยมในไต้หวัน ซึ่งอดีตร้อยละ 90 เป็นครูใหญ่ผู้ชาย แต่ปัจจุบันเป็นเพศหญิงเพิ่มมากขึ้นเกือบจะครึ่งต่อครึ่งแล้ว โดยเฉพาะในเมืองซินจู๋ (新竹) ซึ่งเป็นเมืองที่ประชากรมีระดับการศึกษาโดยเฉลี่ยสูงที่สุด เพราะในเมืองนี้เป็นที่ตั้งของอุทยานวิทยาศาสตร์ (新竹科學園區) มีบริษัทไฮเทคโนโลยีตั้งเรียงรายกว่า 1,000 บริษัท ทั้งเมืองเต็มไปด้วยวิศวกร ปรากฎว่าเมืองนี้มีครูใหญ่ที่เป็นเพศหญิงสูงกว่าทุกที่ในไต้หวัน

          จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันพบว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา โรงเรียนชั้นประถมและมัธยมทั่วไต้หวัน ซินจู๋มีครูใหญ่ที่เป็นเพศหญิงสูงถึง  50 % อันดับ 2 ได้แก่กรุงไทเป 46.67% อันดับ 3 เมืองเจียอี้ 45% สาเหตุที่เมืองซินจู๋มีครูใหญ่เพศหญิงสูง เพราะครูที่เป็นเพศหญิงในเมืองนี้มีจำนวนมากว่าครูผู้ชายในอัตราส่วน 7 ต่อ 3 และสัดส่วนของครูผู้ชายและผู้หญิงในการสอบตำแหน่งครูใหญ่ อยู่ที่ 1ต่อ 1 ประกอบกับผู้หญิงมีความละเอียดกว่า ขยันกว่า ทำงานด้านวิชาการและงานขีดเขียนดีกว่าผู้ชาย ที่ผ่านมา ผู้หญิงอาจติดปัญหาภาระการดูแลครอบครัว แต่ปัจจุบัน ความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีสูงขึ้น จึงคาดว่า ฮัวมู่หลาน (花木蘭) ยุคใหม่ จะเพิ่มมากขึ้น

         ทั้งนี้ ฮัวมู่หลาน(花木蘭) เป็นสตรีในยุคสมัยของราชวงศ์ฮั่น ที่มีความกล้าหาญ มีความกตัญญูกตเวที ยอมแปลงกายตนเองให้เป็นบุรุษเพศออกศึกสู้รบกับชนเผ่าผู้รุกรานแทนบิดาผู้แก่เฒ่า จนกลายเป็นตำหนานวีรสตรีของชาวจีน

 

ครูใหญ่ชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันที่เป็นเพศหญิงมีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้น เมืองซินจู๋สุงสุด 50%

 

ปัจจุบันในไต้หวันมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก ผู้หญิงมีความสามารถในการทำมาหาเลี้ยงชีพไม่แพ้ผู้ชาย

 

4. ตอบจดหมายผู้ฟังจากประเทศไทยและในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

โจวเทียนเฉิง

ร่วมเชียร์นักกีฬาไต้หวันและไทยสู้ศึกแบดมินตันโยเน็กซ์โอเพ่นไชนีสไทเป 2017

ร่วมเชียร์นักกีฬาไต้หวันและไทยสู้ศึกแบดมินตันโยเน็กซ์โอเพ่นไชนีสไทเป 2017

2017-06-29 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-ร่วมเชียร์นักกีฬาไต้หวันและไทยสู้ศึกแบดมินตันโยเน็กซ์โอเพ่นไชนีสไทเป 2017 

More
แรงงานไทยแอบปลูกกัญชาในบ้านร้างข้างหอพักจำนวน 16 ต้นโดนจับ

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 28 มิถุนายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 28 มิถุนายน 2560

2017-06-29 08:51:59

 

1. การประชุมหารือปัญหาแรงงานไทย-ไต้หวันครั้งที่ 18 ราบรื่น สองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหลายประเด็น เป็นประโยชน์ทั้งต่อแรงงานไทยและนายจ้างไต้หวัน

          การประชุมคณะกรรมการร่วมหารือไทย-ไต้หวัน ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนกันเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 18 แล้ว ฝ่ายไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่โรงแรมเวสทิน ในไทเป เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย. นี้ การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันหลายประเด็น เช่น จะเพิ่มความร่วมมือด้านการจัดส่งโดยรัฐมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายของคนงานไทยลง และเพิ่มความร่วมมือด้านการสะกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานไทยเป็นต้น

          การประชุมครั้งนี้ มีนางหวงชิวกุ้ย อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานเป็นประธานในที่ประชุมฝ่ายไต้หวัน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของไต้หวันเข้าร่วมการประชุม เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานประกันภัยแรงงาน ส่วนฝ่ายไทย มีนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เป็นหัวหน้าคณะ นำคณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม

          นางหวง ชิวกุ้ย อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวในพิธีเปิดการประชุมว่า ณ สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันจำนวน 59,494 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 9.2 ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด โดยแรงงานไทยส่วนใหญ่ทำงานในภาคการผลิต และเนื่องจากทำงานขยันขันแข็ง และมีคุณภาพ จึงเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบจากนายจ้างไต้หวันมาโดยตลอด และหวังว่าการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความร่วมมือแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้กับทั้งแรงงานไทยและนายจ้างไต้หวันมากขึ้น

ด้านนายพิรุณ ลายสมิต ผอ.ใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับเชิญมาร่วมพิธีเปิดการประชุมกล่าวว่า ปัจจุบัน ไต้หวันกำลังผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายเชิงรุก มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไต้หวันกับประชาชนของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน รวมถึงประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น และความร่วมมือด้านแรงงาน ก็เป็นมิติหนึ่งภายใต้นโยบายมุ่งใต้ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแรงงานต่างชาติ

          ส่วนนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ประธานในที่ประชุมฝ่ายไทยกล่าวขอบคุณทางการไต้หวันที่ให้การดูแลและคุ้มครองแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบปีที่ผ่านมา ไต้หวันมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดสัญญา 3 ปี สามารถต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ช่วยให้แรงงานไทยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงค่าบริการจัดหางานที่บริษัทจัดหางานเรียกรับจากแรงงานไทย    

     

          การประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายไต้หวันห่วงใยปัญหาของแรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกตรวจพบหรือเข้ามอบตัว บางรายไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ค่าอาหารระหว่างรอการส่งกลับ ค่าเดินทางและค่ารักษาพยาบาล ฝ่ายไทยรับจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบ และขอให้ฝ่ายไต้หวันประสานติดต่อกับหน่วยงานไทยในไต้หวันทันทีที่มีแรงงานไทยหลบหนีและไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ ส่วนข้อเสนอของฝ่ายไต้หวันที่ขอให้ตั้งกองทุนสำรองจ่ายค่าปรับและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับแทนแรงงานไทยก่อน ฝ่ายไทยเกรงจะเป็นการส่งเสริมให้แรงงานไทยหลบหนีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รับจะนำไปศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป......ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์ (คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน)

 

2. แรงงานไทยแอบปลูกกัญชาในบ้านร้างข้างหอพักโดนจับ มีหวังถูกจำคุก 7 ปีขึ้นไป

          คนงานไทยอาศัยช่วงเลิกงาน ปลูกกัญชาในบ้านร้าง โดยคิดว่าคงไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น หวังรวยทางลัด แต่ไม่นึกว่าถูกจับ มีหวังถูกจำคุกหัวโต  คนงานไทยรายนี้ คือนายประสิทธิ์ พรมเสมอ อายุ 47 ปี มาจากอุบลราชธานี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน โดยเป็นลูกจ้างของบริษัทผลิตสารเคมีจำพวก Calcium Carbonate ตั้งอยู่ที่เขตซ่านฮั่ว นครไถหนาน คือบริษัท Yuncheng Chemical Industrial Co., Ltd. และนายประสิทธิ์ขยันทำมาหากินแต่ผิดทาง อาศัยช่วงเวลาว่างเว้นจากหน้าที่การงาน ปลูกและดูแลต้นกัญชา โดยปลูกไว้ในที่มิดชิดภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งใกล้หอพัก คนทั่วไปไม่สามารถหาเจอหรือเจอก็อาจไม่รู้จัก แต่มีชาวบ้านแจ้งความว่า มีคนงานไทยแอบปลูกกัญชาไว้ขาย และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ตำรวจไต้หวันได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับยาเสพติด เกรงว่ากัญชาเหล่านี้ จะเข้าสู่สังคม ทำลายสุขภาพกายและจิตของคนรุ่นใหม่ จึงตั้งชุดทำงานคอยสอดส่องหาหลักฐาน และยื่นขอหมายตรวจค้นจากศาล

 

นายประสิทธิ์ (คนใส่หมวก) แรงงานไทยแอบปลูกกัญชาในบ้านร้างข้างหอพักเพื่อขายจำนวน 16 ต้นโดนจับ มีหวังถูกจำคุก 7 ปีขึ้นไป

 

          หลังจากที่ตำรวจไปยืมใช้บ้านของชาวบ้านในละแวกนั้น เพื่อสอดส่องและหาหลักฐานอยู่นานหลายวัน จนพบว่า นายประสิทธิ์มักจะไปรดน้ำพรวนดินและถอนหญ้า ดูแลเอาใจใส่ต้นกัญชาที่ปลูกอย่างพิถีพิถัน และยังพบ มีการเด็ดใบกัญชาไปขายให้กับผู้ที่ต้องการด้วย เมื่อมีหลักฐานชัดเจนแล้ว เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันตำรวจแห่งชาติ ตำรวจจากหลายโรงพัก ภายใต้การกำกับของอัยการจากศาลท้องถิ่นไถหนาน ได้บุกเข้าไปยังบ้านร้างดังกล่าว พบนายประสิทธิ์มือถือสายยาง กำลังรดน้ำต้นกัญชา ตำรวจเข้าจับกุมคนงานไทยรายนี้ทันที ขณะเดียวกันได้ยึดของกลางเป็นต้นกัญชาที่กำลังโตเต็มที่ 16 ต้น มีบางต้นสูง 170 ซม. เท่าคน ต้นกัญชาที่แห้งแล้ว 1 ต้น ใบกัญชาแห้งที่จัดการแล้ว 100 กรัม เมล็ดกัญชา 215 เม็ด และกัญชาพร้อมขายจำนวนหนึ่ง

          นายประสิทธิ์ให้การสารภาพว่า เมล็ดกัญชาได้มาจากคนงานไทย ซึ่งตนจำชื่อไม่ได้แล้ว ส่วนวิธีและเทคนิคการปลูก อาศัยความรู้จากสื่อสังคมออนไลน์ ศึกษาวิธีการเพาะปลูกเอง โดยปลูกไว้ในพื้นที่กลางแจ้งในบ้านร้างที่ค่อนข้างมิดชิด โดยคิดว่าคงจะไม่มีคนมาเห็นเข้า หรือเห็นคงไม่รู้ว่า นี่คือกัญชา แต่แล้วก็ถูกจับจนได้ นายประสิทธิ์ยอมรับว่า ตนติดกัญชา และปลูกต้นกัญชามาประมาณ 1 ปี โดยหวังเก็บเกี่ยวแล้ว นำใบกัญชามาบดหรือหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมายัดใส้ในบุหรี่ ส่วนหนึ่งไว้สูบเอง นอกนั้นเตรียมขายให้กับเพื่อนร่วมชาติหรือชาวไต้หวันที่ชื่นชอบทางด้านนี้

          ด้านโฆษกตำรวจนครไถหนานกล่าวเตือนเพื่อนแรงงานไทยว่า ไต้หวันจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทสอง การลักลอบปลูก มีไว้เพื่อเสพและจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป จนถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน ขณะเดียวกัน กัญชาเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาท กดและหลอนประสาท ทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด หัวเราะตลอดเวลา นอกจากนี้ยังจะมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน ๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใด ๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ หมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก     

 

 


 

  แรงงานไทยแอบปลูกกัญชาในบ้านร้างข้างหอพักเพื่อขายจำนวน 16 ต้นโดนจับ มีหวังถูกจำคุก 7 ปีขึ้นไป

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ภัยพิบัติธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยขึ้น หากมีข้อมูลที่เข้าใจง่ายก็ป้องกันได้

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60 ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60 ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

2017-06-28 19:32:31

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60  

 

ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
บึงกุยเหมาบนเกาะกุยซานเต่า

หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2

หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2

2017-06-26 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเตรียมเปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

- อุทยานท่องเที่ยวแห่งชาติซีลาหย่า จัดแคมเปญเที่ยว 4 เขื่อนในเขตอุทยาน ขายบัตรชุดลดราคาเกือบ 50%

- หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2 

 

บรรยากาศของทางเดินรอบบึงกุยเหมาบนเกาะกุยซานเต่า

 

อุทยานท่องเที่ยวแห่งชาติซีลาหย่า ทางตอนใต้ของไต้หวัน

 

แผ่นป้ายสโลแกนบนเกาะ 島孤人不孤 เกาะโดดเดี่ยวแต่คนไม่อ้างว้าง

More
คลังสมองนโยบายไต้หวันใหม่ระบุ 54.8% หนุนให้ไต้หวันเป็นประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60 ชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60 ชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

2017-06-26 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60

 

หลังการตัดสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปานามาชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

กระทรวงต่างประเทศไต้หวัน สั่งทุตทั่วโลกจับตาความสัมพันธ์ เฝ้าระวังเหตุโดมิโน

กระทรวงต่างประเทศไต้หวันดันแผนทูตสันวไมตรีการเกษตรตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ 

More
เฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-25 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

          -แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (นิทรรศการมองเห็นฉีป๋อหลินเปิดให้เข้าชมฟรีถึงวันที่ 11 ก.ค. ที่ สวนซงซานครีเอทีฟปาร์ค)

 

 

More
ภาวะโลกร้อนทำพืชผลเกษตรเสียหาย ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60 ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60 ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

2017-06-24 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60

 

ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เซียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

2017-06-25 09:57:18

 

1. ระวังโรคไข้หวัดใหญ่ แม้อากาศจะร้อน แต่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แนะให้ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ

 

2. ปี 2559 ชาวไต้หวันเสียชีวิต 172,418 คน เมื่อเทียบกับปี 2558 เพิ่มสูงขึ้น 8,844 คนหรือเพิ่มขึ้น 5.4% จำนวนผู้เสียชีวิตเพศชายเท่ากับ 1.5 เท่าของเพศหญิง ผู้เสียชีวิตวัย 65 ปีขึ้นไปครองสัดส่วน 70%

          สำหรับโรคมะเร็งซึ่งครองแชมป์สาเหตุการตายอันดับที่ 1 ติดต่อกันมาเป็นเวลา 35 ปี  ครองสัดส่วน  27.7% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในไต้หวันหรือคิดเป็นทุก 100,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 203.1 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.8% มากกว่าค่ามาตรฐานสากล 126.8 คน โดยจากสถิติพบว่าทุก 11.02 วินาทีมีคนไต้หวันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 1 คนหรือเร็วกว่าปีที่แล้ว 11 วินาทีหรือแต่ละวันมีคนเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง 130 คน

         สำหรับ 10 อันดับโรคภัยที่คร่าชีวิตชาวไต้หวันประจำปี 2559  ได้แก่

         1. โรคมะเร็ง 47,760  คน                                              2. โรคหัวใจ  20,812 คน

         3. โรคปอดอักเสบ 12,212  คน                                        4. โรคหลอดเลือดสมอง 11,846  คน

         5. โรคเบาหวาน 9,960  คน                                            6. อุบัติเหตุ  7,206 คน

         7. โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง 6,787                            8. โรคความดันโลหิตสูง 5,887 คน

         9. โรคไต  5,226  คน                                                  10. โรคตับ 4,738  คน

 

ปี 59 ชาวไต้หวันเสียชีวิต 172,418 คน เพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิง 1.5 เท่าเพศหญิง

 

มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินหายใจ

 

โรคมะเร็งครองแชมป์สาเหตุการตายอันดับ 1 ของชาวไต้หวันติดต่อกันมาเป็นเวลา 35 ปี

 

3. ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาฟอกเลือดล้างไตพร้อมทัวร์ไต้หวันมากที่สุด

          สืบเนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ของไต้หวันอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลไม่แพงหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดึงดูดผู้ป่วยโรคไตขั้นสุดท้ายที่ต้องรับการรักษาด้วยวิธีฟอกไตจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์  และมาเลเซีย เดินทางมารับการฟอกไตที่ไต้หวันเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตจากญี่ปุ่นมีจำนวนมากที่สุด โดยปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์(Medical Tourism) และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

          จากสถิติของสมาคมส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตไต้หวันพบว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ผู้ป่วยโรคไตชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่เดินทางมาพำนักในไต้หวันเป็นเวลา3-5 วัน โดยเป็นชาวญี่ปุ่นมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40 ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตครั้งละประมาณ 8,000- 10,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ในญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-40,000  เหรียญไต้หวัน อีกทั้งวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นกับชาวไต้หวันมีส่วนคล้ายคลึงกัน ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากชอบทานอาหารไต้หวันซึ่งมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับราคาอาหารในญี่ปุ่น  ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแดนสวรรค์ของผู้ป่วยโรคไตชาวญี่ปุ่นไปแล้ว

 

บริการฟอกเลือดล้างไตของไต้หวัน ได้รับความนิยมจากผู้ป่วยโรคไตประเทศต่างๆ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น นิยมฟอกไตพร้อมท่องเที่ยวไต้หวัน

 

4. ไม่น่าเชื่อ ชนบทอย่างเมืองอี๋หลาน จะมีบริษัทที่ผลิตเครื่องแต่งกายกีฬาทางน้ำชั้นนำอันดับ 1 เของโลก ครองตลาดโลกถึง 65

         บริษัทที่ว่านี้ ชื่อว่าบริษัทเชโก้ (Sheico) ภาษาจีนเรียกว่า เซวียฉางซิง (薛長興) ซึ่งตั้งตามแซ่ของผู้ก่อตั้งและแบรนด์ บริษัทนี้ประกอบกิจการผลิตชุดกีฬาทางน้ำทุกชนิด ไม่ว่าจะ ชุดประดาน้ำ ชุดตกปลา ชุดชูชีพ ถุงมือและรองเท้าสำหรับกีฬาทางน้ำ และขึ้นชื่อลือชาที่สุดในด้านวัสดุผ้าไฮเทคที่ใช้ผลิตชุดกีฬาทางน้ำ ปัจจุบันชุดประดาน้ำยี่ห้อดังระดับโลก อย่าง Billabong 、O’Neill、Rip Curl、NRS เป็นต้น ล้วนเป็นลูกค้าที่มอบหมายให้เชโก้เป็นผู้ผลิตหรือใช้วัสดุผ้าจากเชโก้ทั้งนั้น ทำให้กิจการของเชโก้ขยับขยายไปสู่หลายประเทศ มีโรงงานผลิตตั้งอยู่แถวระยอง เฉพาะที่ไทย มีพนักงานกว่า 2,700 คน นอกจากนี้ ยังมีที่เวียดนาม กัมพูชาและจีนแผ่นดินใหญ่ รายได้ประกอบการของบริษัทมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี และครองตลาดโลกถึง 65% ประมาณกันว่า ชุดประดาน้ำคุณภาพสูง ราคาแพง ทุกๆ 10 ตัว มีกว่า 6 ตัวผลิตจากบริษัทเชโก้

 

อดีต ปธน.หม่าอิงจิ่ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เยี่ยมชมบริษัทเชโก้ ประธานบริษัทให้การต้อนรับแนะนำวัสดุผ้าของบริษัท

 

เซวียฉางซิงเป็นผู้นำแนวหน้าของโลกด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุผ้าชุดกีฬาทางน้ำ

 

         อณาจักรใหญ่โตขนาดนี้ เพื่อนผู้ฟังอาจเข้าใจว่า บริษัทข้ามชาติประเทศไหนมาลงทุนหรือ? เปล่าเลยครับ คนพื้นเมืองในชนบทอี๋หลานแท้ๆ นี่แหละ นายเซวียพีก้ง (薛丕拱) ผู้ก่อตั้งบริษัทสร้างเนื้อสร้างตัวจากการขายรองเท้าผ้าใบแผงลอยหรือขายอยู่ตามข้างทาง เนื่องจากเป็นคนช่างสังเกตและเป็นคนหัวเซ็งลี้ ขณะนั้น ตามภาคเหนือของไต้หวัน อย่างที่จีหลง อี๋หลาน มีการทำเหมืองแร่หลายแห่ง คนงานเหมืองแร่ค่อนข้างมาก จึงเปลี่ยนมาขายรองเท้าสำหรับคนงานเหมืองแร่ ปรากฎว่าขายดีมาก เมื่อกิจการดีขึ้น นายเซวียก็คิดทำแบรนด์รองเท้าของตัวเองบ้าง รองเท้ายี่ห้อฉางซิง (長興牌) จึงปรากฎขึ้น คราวนี้ ไม่เพียงแค่ขายรองเท้าคนงานเหมืองแร่ ยังครอบคลุมรองเท้ากันฝนด้วย

 

บริษัทเซวียฉางซิง หรือเชโก้ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอี๋หลาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากไทเปประมาณ 40 กม.

 

         เมื่อกิจการทำมาค้าขึ้น คู่แข่งก็เริ่มปรากฎมากขึ้นเช่นกัน นายเซวียจึงคิดไกลขยับขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ เพราะมัวแต่ทำตลาดในไต้หวันอย่างเดียวไม่พอแน่ๆ จึงเริ่มธุรกิจผลิตรองเท้าส่งออกไปยังประเทศต่างๆ นอกจากพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานแล้ว ยังขวนขวายศึกษาและไปดูงานของแปลกใหม่ในต่างประเทศเนืองๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาไปดูงานนิทรรศการที่เยอรมัน เห็นมีรองเท้านักประดาน้ำวางโชว์อยู่ น่าสนใจมาก เพราะใช้วัสดุเหมือนๆ กับรองเท้ากันฝน จึงหาซื้อกลับมาศึกษาที่ไต้หวัน เขาพบว่า ใช่เลย! นี่เป็นธุรกิจที่ควรทำ เพราะในขณะนั้น คนทำรองเท้าพิเศษเหล่านี้ ในไต้หวันยังไม่มี ในต่างประเทศก็น้อยมาก และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ธุรกิจชุกกีฬาทางน้ำของบริษัทเซวียฉางซิง

 

สายการผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพของเซวียฉางซิงหรือเชโก้

 

         เมื่อปี 1979 หรือเมื่อ 38 ปีที่แล้ว บริษัทของเขาได้รับออร์เดอร์รองเท้าสำหรับนักประดาน้ำจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 500 คู่ มูลค่ารวม 3,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 100,000 บาท กลายเป็นก้าวแรกที่บริษัทเชโก้หรือเซวียฉางซิงบุกตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทได้พัฒนาคุณภาพสินค้าและราคาให้เป็นที่ไว้วางใจลูกค้า จนเติบโตจากโรงงานเล็กๆ กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้ประกอบการนับหมื่นล้านเหรียญไต้หวันในทุกวันนี้ เพราะมีการพัฒนาไม่หยุด ทิ้งคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่น ทำให้ชุดกีฬาทางน้ำของเชโก้ครองตลาดโลกถึง 65% จนปัจจุบัน แทบจะกล่าวได้ว่า เชโก้หรือเซวียฉางซิงไร้คู่แข่ง

        การจะกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ไม่เพียงแค่คุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิตและความสามารถในการบุกเบิกตลาดเท่านั้น พนักงานที่ยอมทุ่มเทให้กับบริษัทก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทเซวียฉางซิง ยึดอุคมคติ ได้มาจากสังคม ต้องคืนกำไรให้กับสังคม (取之於社會、用之於社會) พนักงานของบริษัทส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90 เป็นชาวอี๋หลาน บริษัทให้การดูแลพนักงานเป็นอย่างดี นอกจากค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงแล้ว ทุกปี จะจ่ายเงินโบนัสสองครั้ง คือช่วงกลางปีและสิ้นปี แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าเงินเดือน 2 เดือน และบริจาคเงิน 30 ล้านเหรียญตั้งเป็นกองทุนการศึกษา ส่งเสริมการศึกษาของเด็กนักเรียนในเมืองอี๋หลาน และยังมีเงินสนับสนุนกิจการของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมืองอี๋หลานอีกหลายแห่ง

 

นายเซวียพีก้ง ผู้ก่อตั้งบริษัทเชโก้ ถ่ายกับผลิตภัณฑ์ชุดประดาน้ำของบริษัท 

 

 

เซวียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก ครองตลาดโลกถึง 65% ซึ่งประมาณกันว่า  หรือทุก 10 ตัว มี 6 ตัวขึ้นไปผลิตจากเชโก้

 

 

 

 

 

โฆษณาของเซวียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ผู้ใช้แรงงานในนครไถหนาน ประท้วงรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

2017-06-24 09:27:23

 

1. ผู้ใช้แรงงานไต้หวันเดือด กฎหมายแรงงานใหม่ทำโอทีหด รายได้หาย สินค้าขึ้นราคา 16 พ่อเมืองชะลอการบังคับใช้กฎหมายในวันที่ 1 ก.ค. วอนรัฐบาลทบทวนใหม่

 

           สภานิติบัญญัติของไต้หวันแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานมตราที่ 36 และ 39  ให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดงานได้ 2 วันทุก ๆ ระยะเวลาทำงาน 7 วัน ในจำนวนนี้มี 1 วัน เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำงานล่วงเวลาไม่ได้ ยกเว้นกรณีเกิดภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขอให้แรงงานเข้าทำงาน อีก 1 วันเป็นวันหยุดพักผ่อนที่ทำงานล่วงเวลาได้ แต่นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีเพิ่มจากที่ได้รับตามปกติอยู่แล้ว ใน 2 ชั่วโมงแรก เพิ่มให้ 1.33 เท่า ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป จ่ายให้ชั่วโมงละ 1.66 เท่าของชั่วโมงปกติ หากการทำงานล่วงเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ให้จ่าย 4 ชั่วโมง เกิน 4 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 8  ชั่วโมง เกิน 8 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 12 ชั่วโมง และชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ต้องนำไปรวมกับยอดจำนวนชั่วโมงโอทีในแต่ละเดือน ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเกิน 46 ชั่วโมง  

          สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดนักขัตฤกษ์ นายจ้างต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่มให้ 1 เท่าของค่าจ้างในวันปกติ ส่วนกรณีที่มีความจำเป็นต้องทำงานในวันหยุดพักประจำสัปดาห์ในวันที่ห้ามทำโอที เช่น เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ต้องเข้าทำงาน นายจ้างสามารถขอความร่วมมือจากแรงงานให้ทำงานได้ แต่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาเพิ่มให้ 1 เท่า และต้องจัดวันหยุดชดเชยให้แรงงานได้หยุดพักผ่อนในภายหลัง

          กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ข้างต้นเดิมมีเจตนารมณ์ให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้น หากนายจ้างต้องการให้ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดประจำสัปดาห์ สามารถให้ทำได้เพียงวันเดียว โดยต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยมากเกินไป ทำให้ไร้ความยืดหยุ่น นายจ้างกลัวทำผิดกฎหมาย รวมทั้งต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ลดการทำงานล่วงเวลา หรือไปว่าจ้างแรงงานที่รับจ้างทำงานเป็นรายชั่วโมง เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ทำให้ผู้ใช้แรงงาน แทนที่จะได้รับประโยชน์ กลับมีรายได้ลดลง ขณะที่นายจ้างมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เดือดร้อนไปถึงประชาชนทั่วไป

          ตามกำหนดที่กระทรวงแรงงานประกาศ กฎหมายฉบับใหม่ หลังผ่านช่วงเวลาประชาสัมพันธ์ 6 เดือน จะเริ่มมีผลบังคับใช้และปรับหนักนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป แต่มีเสียงคัดค้านดังกระหึ่มไปทั่ว ทำให้พ่อเมืองต่างๆ ไม่ทำตามหรือชะลอการใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไป มีเพียง 6 เมืองที่รับจะปฏิบัติตามกระทรวงแรงงานกำหนด ขณะที่ สส.พรรครัฐบาลเองก็เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายฉบับนี้เสียใหม่ ก็ต้องรอดูต่อไปว่า กระทรวงแรงงานจะแก้ปัญหาอย่างไร?

 

 ผู้ใช้แรงงานในนครไถหนาน ประท้วงรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ทำรายได้หดหาย

 

ผู้ใช้แรงงานชุมนุมประท้วงที่หน้าตึกที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายแรงงานฉบับใหม่

 

รัฐบาลหวังดีให้แรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้น แต่กฎหมายไร้ความยืดหยุ่น กลับทำให้แรงงานได้รับความเสียหาย

 

กฏหมายแรงงานใหม่ หวังให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลให้กิจการภาคบริการต้องหยุดให้บริการในวันหยุด สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภค

 

2. แรงงานไทยในไต้หวัน เมื่อเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวหรือกลับไปพักร้อน ต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานจัดหางาน จังหวัดใดก็ได้ หากไม่รายงานตัว ช่วงเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อกลับมาทำงานต่อที่ไต้หวัน อาจมีปัญหาเดินทางไม่ได้

 

3. คุณอาอู่ หนุ่มดอยแดนมังกร เล่าประสบการณ์ถูกตำรวจไต้หวันขอตรวจบัตรดูประจำตัว ชื่นชมตำรวจไต้หวันทำตามหน้าที่ แต่สุภาพและให้เกียรติ

 

4. คุณวีรนันท์จากนครเกาสง เล่าประสบการณ์ไปลงนามถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่กองแรงงานนครเกาสงจัดให้สถานที่ให้พี่น้องชาวไทย และไปพบแรงงานไทยกลุ่มหนึ่ง บ่นว่า ถูกหักค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทนไม่ไหว จะขอลากลับไทย แนะนำว่า มีปัญหาอย่าเก็บไว้บ่นกันเอง ควรร้องเรียนกับสำนักงานแรงงาน เกาสง เบอร์โทร 07-3927620

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-23 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หวังลี่หงให้แฟนๆช่วยออกความเห็นว่าจะตัดผมสำหรับอัลบั้มเพลงชุดใหม่ดีไหม)

More
สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 22 มิ.ย. 60 - สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 22 มิ.ย. 60 - สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

2017-06-23 22:10:23

สถาบันวิจัยวัฒนธรรมร่วมกับสถานีวิทยุแห่งชาติไต้หวัน Radio Taiwan International (Rti) จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "การเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และสิทธิของพลเมืองด้านวัฒนธรรม: กรณีศึกษาจากนสพ.สี่ฝั่งและวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนามของสถานีวิทยุ Rti" หลี่จ้งจื้อ (李重志) รองผอ.สถานีวิทยุ Rti และผู้จัดรายการวิทยุภาคภาษาไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม และนักวิชาการได้ร่วมแสดงทัศนะในการสัมมนาครั้งนี้ ติดตามได้ในรายการ  

 

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 30-31

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

2017-06-22 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

-เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ตกรอบแรกรายการเอกอนคลาสสิคที่เบอร์มิงแฮมอย่างน่าเสียดาย

More