QR Code
 
รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 12 เมษายน 2560 ขุนพล แรงงานไทย (B)
2017-04-13
  • ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย มอบของที่ระลึกแก่รมว.แรงงานไต้หวัน

    ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย มอบของที่ระลึกแก่รมว.แรงงานไต้หวัน

    นายพิรุณ ลายสมิต ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย มอบของที่ระลึกแก่ นางหลิน เหม่ย จู รมว.แรงงานไต้หวัน
  • คณะเจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้ที่กระทรวงแรงงานไต้หวัน

    คณะเจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้ที่กระทรวงแรงงานไต้หวัน

    คณะเจ้าหน้าที่ไทยในไต้หวันและเจ้าหน้ที่กระทรวงแรงงานไต้หวันถ่ายภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึก
  • แรงงานไทยติดคดียาเสพติดชิงหลบออกจากไต้หวันก่อน อย่าคิดว่าจะรอด

    แรงงานไทยติดคดียาเสพติดชิงหลบออกจากไต้หวันก่อน อย่าคิดว่าจะรอด

    แรงงานไทยติดคดียาเสพติดชิงหลบออกจากไต้หวันก่อน อย่าคิดว่าจะรอด หลายคนเปลี่ยนชื่อกลับเข้ามาใหม่โดนรวบ
  • แรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราได้กลับประเทศแล้ว

    แรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราได้กลับประเทศแล้ว

    แรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราได้กลับประเทศแล้ว
  • สวี่หรูเฟิน (คนที่ 2 จากซ้าย) นางพยาบาลใจบุญจาก ร.พ.ไถหนาน

    สวี่หรูเฟิน (คนที่ 2 จากซ้าย) นางพยาบาลใจบุญจาก ร.พ.ไถหนาน

    สวี่หรูเฟิน (คนที่ 2 จากซ้าย) นางพยาบาลใจบุญจาก ร.พ.ไถหนาน ถ่ายภาพร่วมกับภรรยาและน้องชายของแรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

 

1. ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทยเข้าพบหารือปัญหาแรงงานไทยกับ รมว.แรงงานไต้หวัน เรียกร้องให้ขยายเวลาทำงาน 12 ปีออกไป

          เมื่อบ่ายเวลา 15.30 น. วันที่ 31 มีนาคม 2560 นายพิรุณ ลายสมิต ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานไทย ไทเปและเกาสง เข้าเยี่ยมคารวะ นางหลิน เหม่ย จู (林美珠) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน พร้อมหารือปัญหาแรงงานไทย อาทิ ความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติมากกว่า 12 ปี การฝึกอาชีพให้แก่แรงงานไทย การออกใบรับรองผ่านงานให้แก่แรงงานไทยที่ทำงานครบสัญญาเดินทางกลับประเทศและปัญหายาเสพติด ฯลฯ รมว. แรงงานไต้หวัน รับจะนำไปพิจารณาและให้ความร่วมมือต่อไป ขณะเดียวกันฝ่ายไต้หวันแสดงความประสงค์ที่จะยกระดับหัวหน้าคณะที่ประชุมคณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาแรงงานไต้หวัน-ไทย ครั้งที่ 18 ซึ่งไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงไทเปในปลายเดือนมิถุนายนปีนี้ จากระดับอธิบดีเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน

          ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยกล่าวแสดงความยินดีต่อนางหลินเหม่ยจู เนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง รมว.กระทรวงแรงงาน และได้นำความปรารถนาดีของ รมว. กระทรวงแรงงานไทยมามอบให้ รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวันด้วย ขณะที่นางหลินเหม่ยจู กล่าวขอบคุณแรงงานไทยที่เดินทางมาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมและสังคมของไต้หวัน โดยกระทรวงแรงงานในนามรัฐบาลไต้หวัน จะให้การดูแลและพิทักษ์คุ้มครองแรงงานไทยตามกฎหมายเฉกเช่นแรงงานท้องถิ่น

          นอกจากกล่าวทักทายตามพิธีการแล้ว นายพิรุณ ลายสมิต ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย กล่าวสะท้อนปัญหาที่แรงงานไทยส่วนใหญ่มีความประสงค์ขอให้ฝ่ายไต้หวันนำไปพิจารณาผ่อนผัน ได้แก่ปัระเด็นแรงงานไทยจำนวนมากเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน จนใกล้ครบหรือครบ 12 ปีแล้ว ไม่สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป ประสงค์จะขอให้ไต้หวันพิจารณาผ่อนผัน ขยายระยะเวลาทำงานเกิน 12 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เนื่องจากตามกฎหมายการจ้างงานของไต้หวันในปัจจุบัน อนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้ไม่เกิน 12 ปี แต่แรงงานไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยและอยากจะอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป ประกอบกับแรงงานไทยเหล่านี้ มีทักษะการทำงานที่ดีเยี่ยม เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้าง หากไม่สามารถอยู่ทำงานต่อไปได้ จะเป็นความสูญเสียทั้งลูกจ้าง นายจ้างและอุตสาหกรรมของไต้หวัน หลังฟังข้อชี้แจงของฝ่ายไทยแล้ว รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันรับที่จะนำไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

 

นายพิรุณ ลายสมิต ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นางหลิน เหม่ย จู รมว.แรงงานไต้หวัน หารือปัญหาแรงงานไทย

 

          นอกจากประเด็นปัญหาขยายระยะเวลาการทำงานเกิน 12 ปีแล้ว แรงงานไทยยังต้องการให้กระทรวงแรงงานไต้หวัน ออกใบรับรองผ่านการทำงานที่ไต้หวัน ให้แก่แรงงานไทยที่ทำงานครบสัญญา ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อเป็นเกียรติและสามารถนำไปใช้สมัครงานกับนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยได้ นางหลินเหม่ยจูกล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่ดี นอกจากสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาความเป็นไปได้ต่อไปแล้ว ยังรับว่าจะนำไปหารือกับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้แรงงานไทยที่ทำงานครบสัญญาแล้ว และไม่สามารถเดินทางกลับมาทำงานที่ไต้หวันได้อีก มีโอกาสเข้าไปทำงานในธุรกิจของชาวไต้หวันในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายมุ่งสู่ใต้ของรัฐบาลไต้หวันที่กำลังผลักดันอยู่ในขณะนี้

          รมว. แรงงานของไต้หวันกล่าวว่า ปัจจุบัน ไต้หวันผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานหลายฉบับ ทำให้แรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลส่งเสริมให้จัดกิจกรรมสันทนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของแรงงานต่างชาติ หากฝ่ายไทยมีแนวความคิดดีๆ ขอให้เสนอได้ ด้านนางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สนร. ไทเปกล่าวว่า หากกระทรวงแรงงานไต้หวันจะพิจารณาจัดคอร์สฝึกอาชีพให้แก่แรงงานไทย โดยอาศัยช่วงเวลาว่างเว้นจากการทำงาน เช่นสอนภาษาจีน สอนการใช้คอมพิวเตอร์ หรือฝึกวิชาอาชีพที่แรงงานไทยจะนำกลับไปประกอบอาชีพที่เมืองไทยได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยอย่างมาก รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันผู้นี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปศึกษาความเป็นไปได้ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังกล่าวถึงปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดในหมู่แรงงานต่างชาติ ฝ่ายไต้หวันก็รับที่จะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้สำนักงานแรงงานไทยประสานติดต่อกับกรมพัฒนากำลังแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือแก้ไขปัญหาแรงงานไทยต่อไป และในการนี้ รมว. แรงงานไต้หวัน ได้แสดงความประสงค์ที่จะขอให้ฝ่ายไทยยกระดับหัวหน้าคณะในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาแรงงานไต้หวัน-ไทย ครั้งที่ 18 ซึ่งไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงไทเปในปลายเดือนมิถุนายนปีนี้ จากระดับอธิบดีเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน ฝ่ายไทยรับจะนำไปรายงานต่อกระทรวงแรงงานต่อไป

 

นายพิรุณ ลายสมิต ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทยและนางหลินเหม่ยจู รมว.แรงงานไต้หวัน มอบของที่ระลึกซึ่งกันและกัน

 

คณะเจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานไต้หวันถ่ายภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึก

 

2. แรงงานไทยติดคดียาเสพติดหลบกลับบ้าน ก่อนถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ กลับเข้าไต้หวันอีกรอบโดนรวบ

          แรงงานไทยอายุ 30 ปี มาจากจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. ปีนี้ โดยทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตเครื่องดนตรีชื่อดังระดับโลกในเขตจงลี่ นครเถาหยวน เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีตำรวจหลายนายบุกเข้าไปที่โรงงานและจับกุมแรงงานไทยรายนี้ไปยังโรงพัก ข้อหาหลบคดี ซึ่งถูกจับกุมเสพและขายยาเสพติดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่หลังจากอัยการปล่อยตัวกลับมาโรงงาน รอการขึ้นศาล แรงงานไทยรายนี้อาศัยช่วงว่างชิงหลบหนีกลับประเทศไทย ก่อนที่อัยการจะสั่งระงับการเดินทางออกนอกประเทศ หลังกลับแล้วหลายเดือน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว ตำรวจคงตรวจพบยาก จึงไปสมัครงานกับบริษัทจัดหางานเดินทางกลับเข้ามาทำงานที่ไต้หวันใหม่ สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครเถาหยวน ตรวจพบชื่อผู้ต้องหาหนีคดีรายนี้จากฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงส่งตำรวจไปจับกุมตัวมาดำเนินคดี หลังเดินทางถึงโรงพักแล้ว ตำรวจบังคับตรวจปัสสาวะพบว่ามีปฏิกิริยาเป็นบวกต่อสารเสพติด เจ้าตัวก็ยอมรับสารภาพว่า ตนเสพยาไอซ์จริง และจำหน่ายให้เพื่อนฝูงด้วย อัยการจึงส่งเข้าสถานบำบัดยาเสพติด ซึ่งต้องใช้เวลาบำบัด 1 เดือนครึ่ง หลังพ้นจากการบำบัดแล้ว จะเนรเทศส่งกลับประเทศ ทางด้านนายจ้าง หลังได้ยินว่า แรงงานไทยรายนี้นอกจากเสพแล้ว ยังเป็นเอเย่นต์จำหน่ายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติด้วย ผวารีบแจ้งยกเลิกสัญญาต่อกระทรวงแรงงาน ไม่กล้าจะรับแรงงานไทยรายนี้เข้าทำงานอีกต่อไป โดยผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม จะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ไต้หวันอย่างน้อย 5 ปี

          ส่วนแรงงานไทยอีกรายของบริษัทเดียวกัน ซึ่งก่อคดีจี้โชเฟอร์แท็กซี่จนดังไปทั่วไต้หวัน เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เนื่องจากมีท่าทีอ่อนโยน และให้ความร่วมมือโดยดี อัยการปราณี ไม่สั่งฟ้องและอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา

 

อย่าคิดว่าจะรอด! แรงงานไทยติดคดียาเสพติดชิงหลบออกจากไต้หวันก่อน  หลายคนเปลี่ยนชื่อกลับเข้ามาใหม่ถูกจับคาสนามบิน

 

3. ชาวไต้หวันใจดี บริจาคเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลและส่งแรงงานต่างชาติป่วยหนักเดินทางกลับประเทศ

          ไต้หวันเป็นสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล แม้กับแรงงานต่างชาติก็เช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ มีผู้อนุบาลอินโดนีเซียป่วยด้วยโรคไตวาย แรงงานเวียดนามเส้นเลือดสมองแตกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แม้ว่ากองทุนประกันสุขภาพจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลส่วนใหญ่ ส่วนที่ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบมีจำนวนไม่มาก แต่สำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว ก็ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล กองแรงงานนครไถหนาน นอกจากช่วยยื่นขอเงินสงเคราะห์ตามสิทธิ์แล้ว ยังรณรงค์รับบริจาคเงินช่วยเหลือแรงงานต่างชาติทั้งสองคนด้วย ไม่เพียงแต่จะเพียงพอจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ยังสามารถจ้างเจ้าหน้าที่พยาบาลคอยดูแลระหว่างการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 400,000 เหรียญไต้หวัน ยังเหลือเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลหลังจากกลับถึงประเทศแล้วด้วย

            เจ้าหน้าที่กองแรงงาน นครไถหนานกล่าวว่า เมื่อปลายปีที่แล้ว มีผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่ง อายุ 23 ปี เพิ่งเดินทางมาทำงานดูแลคนป่วย แต่ดูแลได้ไม่กี่วัน ก็ป่วยเป็นโรคไตวาย ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในห้องไอซียู หลังออกจากโรงพยาบาล นายจ้างได้ว่าจ้างผู้อนุบาลท้องถิ่นมาดูแลผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ ด้านบริษัทจัดหางานได้ช่วยรับพี่ชายของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมและดูแลน้องสาวถึงที่ไต้หวัน ขณะที่กองแรงงานได้ช่วยยื่นขอเงินสงเคราะห์จากกระทรวงแรงงานจำนวน 100,000 เหรียญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แรงงานอินโดนีเซียรายนี้อาการดีขึ้น นายจ้างได้ซื้อตั๋วเครื่องบินส่งกลับประเทศไปแล้ว พร้อมกับพี่ชาย

          อีกรายหนึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ดื่มเหล้าฉลองวันเกิดหลังจากรับเงินเดือน ทำให้มีอาการเมา เดินพลาดขณะลงบันได หัวฟาดพื้น สมองถูกกระแทกอย่างแรง ต้องทำการผ่าตัดหลายครั้ง แม้ช่วยกู้ชีวิตได้ แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา นายจ้างและบริษัทจัดหางานได้ช่วยรับภรรยาเดินทางมาเยี่ยมและดูแลถึงที่ไต้หวัน หลังจากอาการมั่นคง นายจ้าง บริษัทจัดหางาน และชาวไต้หวันผู้ใจบุญ ได้ช่วยกันบริจาคเงิน จ่ายค่าเดินทางกว่า 400,000 เหรียญไต้หวัน ส่งแรงงานเวียดนามรายนี้กลับประเทศไปแล้ว ตามความต้องการของญาติพี่น้อง และยังเหลือเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลหลังกลับถึงเวียดนามแล้ว

 

สวี่หรูเฟิน (คนที่ 2 จากซ้าย) นางพยาบาลใจบุญจาก ร.พ.ไถหนาน ถ่ายภาพร่วมกับภรรยาและน้องชายของแรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

 

 

ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ ร.พ. และชาวไต้หวันผู้ใจบุญ แรงงานเวียดนามที่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ได้กลับประเทศแล้ว ตามความต้องการของญาติพี่น้อง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳)

หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger รายการที่ 27 จากรายการแข่งขันในไทเป

หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger รายการที่ 27 จากรายการแข่งขันในไทเป

2017-04-27 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-หลูเยี่ยนซวิน (盧彥勳) คว้าแชมป์ระดับ ATP Challenger รายการที่ 27 ได้สำเร็จจากรายการ 2017 Santaizi ATP Challenger ในไทเป

More
แรงงานต่างชาติขอลากลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างควรอนุญาต

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 26 เมษายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 26 เมษายน 2560

2017-04-27 08:53:29

 

1. บริษัทจัดหางานไต้หวันครวญ แรงงานต่างชาติหลบหนี แต่ปรับบริษัทจัดหางาน ปี 2559 โดนไปแล้ว 21 ราย

          เพื่อป้องกันและลดปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้แก้กฎหมายตั้งแต่ปลายปี 2557  ให้บริษัทจัดหางานต้องร่วมรับผิดชอบต่อการหลบหนีของแรงงานต่างชาติด้วย หากแรงงานต่างชาติที่นำเข้าหลบหนีภายในเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่เดินทางถึง เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนด บริษัทจัดหางานจะถูกลงโทษปรับเงิน ตั้งแต่ 60,000 – 300,000 เหรียญไต้หวัน ปรากฎว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีบริษัทจัดหางานถูกลงโทษ 21 ราย เทียบกับปี 2558 ที่มีเพียง 10 ราย ต่อมาตรการแรงงานต่างชาติหลบหนี แต่ปรับบริษัทจัดหางานนี้ บรรดาบริษัทจัดหางานของไต้หวันบ่นพึมพำว่า ไม่ยุติธรรม เพราะสาเหตุการหลบหนีของแรงงานต่างชาติในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากปัญหาส่วนตัวของแรงงานต่างชาติ ตามด้วยนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาจ้าง ซึ่งล้วนไม่ใช่เป็นสิ่งที่บริษัทจัดหางานจะสามารถควบคุมได้ จึงเรียกร้องให้ทบทวนกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรมนี้เสีย แต่กระทรวงแรงงานกล่าวว่า บริษัทจัดหางานมีหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองแรงงานต่างชาติที่จัดส่งให้แก่นายจ้าง หลังมีกฎระเบียบนี้ บริษัทจัดหางานจัดส่งแรงงานต่างชาติด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และกฎระเบียบฉบับนี้ นับแต่ประกาศใช้มาเป็นเวลา 2 ปี  มีบริษัทจัดหางานจำนวนน้อยมากที่เข้าข่ายถูกลงโทษ แสดงว่า บริษัทจัดหางานส่วนใหญ่ สามารถผ่านมาตรฐานนี้ได้ ดังนั้น จะมีการทบทวนกฎระเบียบนี้หรือไม่? อย่างไร? ขึ้นอยู่กับจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และบริษัทจัดหางานที่ทำผิดกฎระเบียบ...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

แรงงานต่างชาติหลบหนีภายในเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่เดินทางถึง เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนด บจง. จะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000 – 300,000 NT$

 

บริษัทจัดหางานไต้หวันประท้วงว่าไม่ยุติธรรม กรณีแรงงานต่างชาติหลบหนี แต่ลงโทษบริษัทจัดหางาน

 

2. ไต้หวันประกาศระเบียบการลาพักร้อนของแรงงานต่างชาติ หากนายจ้างไม่อนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

          กฎหมายการจ้างงานฉบับใหม่ ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าบริการจัดหางานรอบใหม่อีกต่อไป แต่มีข้อกังวลว่า เมื่อต่อสัญญาที่ไต้หวันได้แล้ว อาจทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนมากไม่สามารถเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวได้ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงกำหนดระเบียบการลากลับไปเยี่ยมครัวของแรงงานต่างชาติ และได้ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. นี้เป็นต้นไป สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ระบุว่า เมื่อแรงงานต่างชาติขอลาเพื่อเดินทางกลับไปพักร้อนหรือเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว ตามสิทธิที่พึงมีในกฎหมายมายมาตรฐานแรงงานหรือตามสัญญาจ้าง นายจ้างควรจะอนุญาต แต่หากว่า มีความจำเป็นด้านการประกอบธุรกิจ หรือการเดินทางกลับไปพักร้อนของแรงงานต่างชาติ ส่งผลกระทบต่อการผลิต หรือต่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่แรงงานต่างชาติให้การดูแล นายจ้างสามารถร้องขอให้เปิดการเจรจาประนีประนอมกันได้ แต่หากการเจรจาไม่เป็นผล นายจ้างควรอนุญาตให้แรงงานต่างชาติเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวได้ ตามกำหนดเวลาที่แรงงานต่างชาติระบุ หากนายจ้างปฏิเสธ ถือว่าผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษหนักปรับเงิน ตั้งแต่ 60.000-300,000 เหรียญไต้หวัน...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

 

ตั้งแต่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป แรงงานต่างชาติขอลากลับไปพักร้อนหรือไปเยี่ยมครอบครัว ตามสิทธิที่พึงมีในกฎหมายมายมาตรฐานแรงงานหรือตามสัญญาจ้าง นายจ้างควรอนุญาต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ไต้หวันลดภาษีซื้อขายหุ้นที่ซื้อ-ขายในวันเดียวกันลงครึ่งหนึ่ง หวังดันยอดซื้อขายหุ้น

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 25 เม.ย. 60 ไต้หวันลดภาษีซื้อขายหุ้นที่ซื้อ-ขายในวันเดียวกันลงครึ่งหนึ่ง หวังดันยอดซื้อขายหุ้น

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 25 เม.ย. 60 ไต้หวันลดภาษีซื้อขายหุ้นที่ซื้อ-ขายในวันเดียวกันลงครึ่งหนึ่ง หวังดันยอดซื้อขายหุ้น

2017-04-25 19:21:27

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 25 เม.ย. 60

 

ไต้หวันลดภาษีซื้อขายหุ้นที่ซื้อ-ขายในวันเดียวกันลงครึ่งหนึ่ง หวังดันยอดซื้อขายหุ้น

 

แสดงความคิดเห็นต่อรายการนี้ (tuei@rti.org.tw)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
พิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย

เทศกาลชมดอกหยิวถงฮัว (ดอกมะเยา) ในไต้หวันเริ่มเปิดฉากแล้ว

เทศกาลชมดอกหยิวถงฮัว (ดอกมะเยา) ในไต้หวันเริ่มเปิดฉากแล้ว

2017-04-24 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-เทศกาลชมดอกหยิวถงฮัว (油桐花 : ดอกมะเยา) ในไต้หวันเริ่มเปิดฉากแล้ว

-ไปเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ยป๋ออู้กวั่น (奇美博物館 : Chimei Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สไตล์ยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันกัน  

 

บรรยากาศสไตล์ยุโรปในพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย ในนครไถหนาน

 

บรรยากาศของดอกหยิวถงฮัวที่เขาปากั้วซานในเขตจังหวัดจางฮั่ว

 

More
ประท้วงต่อต้านปฏิรูประบบบำนาญข้าราชาการหน้าสภาฯ เจอฝนตก

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 เม.ย. 60 ปฏิรูประบบำนาญข้าราชการเกิดอุปสรรค ประท้วงรุนแรง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 เม.ย. 60 ปฏิรูประบบำนาญข้าราชการเกิดอุปสรรค ประท้วงรุนแรง

2017-04-24 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 24 เม.ย. 60

 

ปฏิรูประบบำนาญข้าราชการเกิดอุปสรรค ประท้วงรุนแรง ผู้นำไต้หวันกร้าวดำเนินคดีผู้ก่อความรุนแรง

พร้อมเรียกร้องทำเพื่อรุ่นลูกรุ่นหลาน

รมว. กต. ไต้หวันยอมรับจีนแผ่นดินใหญ่เป็นอุปสรรคของนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ของไต้หวัน 

 

แสดงความคิดเห็นต่อรายการนี้ (tuei@rti.org.tw)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

 

More
By 2

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสองสาว By2 ในชุด 愛又愛 (อ้ายยิ่วอ้าย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสองสาว By2 ในชุด 愛又愛 (อ้ายยิ่วอ้าย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-04-23 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงชุดใหม่ของสองสาว By2 คนน่ารัก ในชุด 愛又愛 (อ้ายยิ่วอ้าย-รักยิ่งรัก) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ซินหลงบ่นรับโทรศัพท์วันละเป็นร้อยสายหลังมีข่าวถูกรางวัลที่ 1 แม้จะผ่านไปหลายเดือนแล้ว)

 

 

More
ยุคตื่นตัวการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในกรุงไทเปปรากฏอาคารสีเขียวมากมาย

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2560

2017-04-24 13:59:42

 

1. อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับไต้หวันกำลังผลักดันนโยบายปลอดนิวเคลียร์และหันมาใช้พลังงานสีเขียว แต่คงต้องรอหลายปีกว่าจะเห็นผล ทำให้ปีนี้ ไต้หวันมีความเสี่ยงที่ไฟฟ้าไม่พอใช้ วอนทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า

 

 ยุคตื่นตัวการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในกรุงไทเปปรากฏอาคารสีเขียวมากมาย ในภาพเป็นอาคารคอนโดมิเนียมหรูย่านซิ่นยี่ ใจกลางกรุงไทเป

 

 สนามกีฬากลางนครเกาสง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา

 

2. ข้าราชการพลเรือนและตำรวจเกษียณ ปะทะเดือดที่หน้าสภานิติบัญญัติ ประท้วงรัฐบาลที่ดำเนินการปฏิรูประบบเงินบำนาญและมีผลย้อนหลัง ทำให้ข้าราชการเกษียณได้รับเงินบำนาญลดลง ที่สำคัญถูก ส.ส. พรรครัฐบาลกล่าวหาเป็นพวกกัดกร่อนความมั่นคงของกองทุนเงินบำนาญ

 

 

 

ข้าราชการพลเรือนและตำรวจเกษียณ ปะทะเดือดที่หน้าสภานิติบัญญัติ ประท้วงรัฐบาลที่ดำเนินการปฏิรูประบบเงินบำนาญ

 

3. อัตราการเกิดของประชากรในไต้หวันลดลง รัฐบาลตั้งสำนักงานแก้ปัญหาการมีบุตรน้อย ตั้งเป้าเพิ่มทารกเกิดใหม่ปีละ 90,000 คน

                กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จัดตั้ง “สำนักงานแก้ไขปัญหาการมีบุตรน้อย” พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการมีบุตรของไต้หวันให้สูงขึ้นเป็น 1.6 (ต่อประชากรพันคน) จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.1  หรือเพิ่มทารกเกิดใหม่ปีละ 90,000 คน อย่างไรก็ดีเนื่องจากปัญหาการมีบุตรน้อยของคนไต้หวันมีสาเหตุมาจากปัญหาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู การศึกษาและค่านิยมของคนหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ไม่อยากมีบุตร  ดังนั้นหากรัฐบาลแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ เพิ่มสวัสดิการให้แก่ครอบครัวที่มีเด็กทารกเกิดใหม่ รวมถึงโหมประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนมีบุตรเพิ่ม  ด้วยการใช้ดารานักร้องที่มีชื่อเสียง คาดว่าจะทำให้ได้ผลดีขึ้น ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาการมีบุตรน้อยนั้นจะต้องร่วมกันหารือและผลักดันโดยหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุขฯจะสามารถดำเนินการแก้ไขตามลำพังได้

 

 

4. ผลจากอัตราการเกิดตกต่ำ ทำ ร.ร. ประถมในกรุงไทเป อดีตเคยทำลายสถิติกินเนสบุ๊ค เวิลด์ เรคคอร์ด มีเด็กนักเรียนเกินกว่า 10,000 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 500 คน

                อัตราเกิดตกต่ำ ทำให้เด็กเกิดใหม่ลดลง ส่งผลให้เด็กนักเรียนชั้นประถมและมัธยมลดน้อยลง ในอดีตโรงเรียนประถมขนาดใหญ่ในไต้หวัน ที่มีเด็กนักเรียนกว่า 10,000 คน มีหลายแห่งด้วยกัน อย่างโรงเรียนประถมเหล่าซง (老松國小) ในกรุงไทเป ซึ่งก่อตั้งโรงเรียนมาเป็นเวลากว่า 120 ปีแล้ว เมื่อปี 1966 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เคยมีเด็กนักเรียนมากถึง 11,100 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 500 คน 

                โรงเรียนประถมซิ่วหลั่ง (秀朗國小) ในนครนิวไทเป ก่อตั้งเมื่อปี 1976 เมื่อปี 1985 เคยเป็นโรงเรียนประถมที่มีเด็กนักเรียนมากที่สุดในโลก มีนักเรียนมากถึง 12,470 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1 ใน 4  มี 3,195 คน แต่ยังครองอันดับ 2 ของโรงเรียนประถมที่มีเด็กนักเรียนมากที่สุดในไต้หวัน รองจากร.ร.ประถมกวงหัวในเขตซินจวง นครนิวไทเป (新莊區光華國小) ที่มีเด็กนักเรียน 3,595 คน

 

 ร.ร.ประถมเหล่าซงในกรุงไทเป อดีตมีนักเรียนกว่า 11,000 คน ทุกเช้าก่อนเข้าเรียนเห็นแต่หัวเด็กนักเรียนเต็มสนามขนาดใหญ่

 

แต่ปัจจุบัน ร.ร.ประถมเหล่าซง เหลือเด็กนักเรียนเพียง 500 คน ทำให้สนามกีฬาขนาดใหญ่ดูโล่งมาก

 

 

ร.ร.ประถมซิ่วหลั่ง (秀朗國小) ในนครนิวไทเป เมื่อปี 1985 เคยมีเด็กนักเรียนมากที่สุดในโลกถึง 12,470 คน ปัจจุบันเหลือ 1 ใน 4 มี 3,195 คน แต่ยังครองอันดับ 2 ของไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
วันเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นครั้งแรกในไต้หวัน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 เม.ย. 60 ตะโกนเสียงดังว่า “นี่ความเห็นของฉัน” เพื่อเป็นหลักประกันแก่ “ความเห็นของผู้อื่น”

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 เม.ย. 60 ตะโกนเสียงดังว่า “นี่ความเห็นของฉัน” เพื่อเป็นหลักประกันแก่ “ความเห็นของผู้อื่น”

2017-04-22 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 22 เม.ย. 60

 

ตะโกนเสียงดังว่า “นี่ความเห็นของฉัน” เพื่อเป็นหลักประกันแก่ “ความเห็นของผู้อื่น”

 

แสดงความคิดเห็นต่อรายการนี้ (tuei@rti.org.tw)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
บจง.เรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ ร้องเรียนได้

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560

2017-04-22 09:19:02

 

1. ผ่านไป 5 เดือน แรงงานต่างชาติได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วกว่า 40,000 คนเป็นแรงงานไทย 3,000 คน กระทรวงแรงงานย้ำ ห้าม บจง.รับค่าต่อสัญญาใหม่ ใครโดนเก็บขอให้ร้องเรียน

            สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ผ่านการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบ 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ มีนายจ้างไต้หวันที่ยื่นคำร้องขอต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติของตนแล้วกว่า 30,000 ราย และช่วยแรงงานต่างชาติของตนขอต่อสัญญากับนายจ้างใหม่ร่วม 5,000 ราย แสดงว่า ระบบใหม่ ช่วยให้แรงงานต่างชาติ ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่แล้วกว่า 40,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยกว่า 3,000 คน

            กรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี ในอดีตเนื่องจากกฎหมายการจ้างงานกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน แต่หลังจากแก้กฎหมายใหม่ ยกเลิกข้อบังคับต้องเดินทางกลับประเทศหลังทำงานครบสัญญา 3 ปี สามารถต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ตั้งแต่ 5 พ.ย. 2559 เป็นต้นมา นายจ้างที่ประสงค์จะต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติของตน จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องภายในเวลา 2-4 เดือน ก่อนจะครบสัญญา 3 ปี และต้องช่วยทำเรื่องเปลี่ยนนายจ้างใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติที่ไม่ประสงค์ต่อสัญญากับนายจ้างเดิม แต่อยากอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป หากไม่ดำเนินการ นายจ้างจะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

            กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวย้ำว่า อนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการดูแลเป็นรายเดือนระหว่างที่แรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่ไต้หวันเท่านั้น ในอัตราค่าบริการปีแรกเดือนละ ไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ ปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน ซึ่งได้รวมค่าบริการต่อสัญญาใหม่และช่วยเปลี่ยนนายจ้างใหม่อยู่ด้วยแล้ว ห้ามมีการเรียกรับค่าบริการจัดหางาน ค่าต่อสัญญาใหม่หรือค่าบริการหานายจ้างใหม่จากแรงงานต่างชาติอีก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของค่าบริการที่เรียกรับ นอกจากนี้ ยังจะถูกพักใบอนุญาตเป็นเวลา 3 เดือน แรงงานต่างชาติรายใดถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ ขอให้ร้องเรียนต่อสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์ 1955 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แรงงานต่างชาติในไต้หวันได้รับการต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวัน โดยไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่แล้วกว่า 40,000 คน

 

แรงงานต่างชาติ ถูก บจง.เรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ ร้องเรียนต่อสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์ 1955 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

2. สำนักงานประกันภัยแรงงานเผย ปี 2559 จ่ายเงินทดแทนแก่ทายาทแรงงานต่างชาติที่เสียชีวิต  330 คน แล้วกว่า 8,500 ล้านเหรียญไต้หวัน

                สำนักงานการประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยสถิติของปี 2559 ที่ผ่านมาพบว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันที่เป็นสมาชิกของกองทุนประกันภัยและเสียชีวิต มีทั้งหมด 330 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เข้ากองทุนประกันภัยแรงงานก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2552 ซึ่งทายาทมีสิทธิรับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียว จำนวน 167 ราย รวมเงินทดแทนที่ทายาทรับไปแล้ว 68,934,925 เหรียญ แต่ละรายเฉลี่ยได้รับเงิน 412,784 เหรียญไต้หวัน และอีก 163 ราย เนื่องจากเข้ากองทุนฯ ครั้งแรกหลังวันที่ 1 ม.ค. 2552 จึงได้รับเงินกองทุนประกันภัยแรงงานเป็นรายเดือน คิดเป็นมูลค่า 16,710,150 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานต่างชาติที่ญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่อกองทุนฯ และได้รับอนุมัติแล้ว มีจำนวนมากกว่า 5,009 ราย รวมเงินทดแทนทั้งหมด 360,349,973 เหรียญไต้หวัน แต่ละรายเฉลี่ยได้รับเงินสงเคราะห์ 71,941 เหรียญไต้หวัน สำนักงานการประกันภัยแรงงานกล่าวเรียกร้องนายจ้างและบริษัทจัดหางานว่า ควรให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติในการยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมาย

                ในส่วนของแรงงานไทยในไต้หวัน ในปี 2559 ที่ผ่านมา เสียชีวิตทั้งหมด 70 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ 34 ราย อุบัติเหตุ 12 รายและไหลตาย 7 ราย

 

สนง.ประกันภัยแรงงานเผย ปี 59 จ่ายเงินทดแทนแก่ทายาทแรงงานต่างชาติที่เสียชีวิต  330 คน แล้วกว่า 8,500 ล้าน NT$

 

                 ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยระเบียบการจ่ายเงินกองทุนประกันภัยแรงงานฉบับใหม่  เปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับเงินสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันภัยแรงงาน โดยกำหนดให้ผู้เอาประกันที่เข้ากองทุนประกันภัยแรงงานครั้งแรก หลังวันที่ 1 ม.ค. 2552 หากเคราะห์ร้ายเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นรายเดือน แทนที่จะเป็นก้อนครั้งเดียวเหมือนอย่างผู้เอาประกันที่เข้ากองทุนก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2552 โดยให้มีผลครอบคลุมผู้เอาประกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติ

                นอกจากเงินทดแทนกรณีผู้เอาประกันบาดเจ็บพิการหรือเสียชีวิตแล้ว  แรงงานต่างชาติที่เข้ากองทุนประกันภัยแรงงาน ยังสามารถยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานได้ กรณีที่บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรเสียชีวิต โดยมีเงื่อนไขคือ กรณีบิดามารดาหรือคู่สมรสเสียชีวิต แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานเท่ากับค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันจำนวน 3 เดือน หากบุตรที่อายุครบ 12 ปีขึ้นไปเสียชีวิต   แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานเท่ากับค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันจำนวน 2 เดือน แต่หากบุตรมีอายุไม่ถึง 12 ปีเสียชีวิต  แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานเท่ากับค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันจำนวน 1½ เดือน โดยปี 2558 ที่ผ่านมา มีคนงานต่างชาติใช้สิทธิยื่นขอเงินสงเคราะห์ข้างต้นไปแล้วจำนวน 5,009 ราย รวมเป็นเงิน 360 ล้าน 349,973 เหรียญไต้หวัน แต่ละรายเฉลี่ยได้รับเงินสงเคราะห์ 71,941 เหรียญไต้หวัน

 

 สนง.การประกันภัยแรงงานกล่าวเรียกร้องนายจ้างและ บจง. ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติในการยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมาย

 

3. คุณอามี่ ผู้ต้องขังแรงงานไทย ที่มีความประพฤติดี เคารพกฎระเบียบ ได้รับการคัดเลือกให้ไปอยู่ที่เรือนจำพิเศษหมิงเต๋อ ที่นครไถหนาน เล่าสภาพการณ์ภายในเรือนจำ

 

เรือนจำหมิงเต๋อ นครไถหนาน (明德外役監獄) เป็นเรือนจำพิเศษความมั่นคงต่ำสำหรับนักโทษชั้นดี กลางวันออกไปทำงานได้ กลางคืนกลับมานอนที่เรือนจำ

 

ภาพบรรยากาศภายในเรือนจำหมิงเต๋อที่นครไถหนาน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
โจลิน ไช่อีหลิน (ซ้าย)

ฟังเพลงเพราะๆจาก 3 สาว S.H.E. ในเพลง Too Much และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงเพราะๆจาก 3 สาว S.H.E. ในเพลง Too Much และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-04-21 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ไปฟังเพลงเพราะๆจาก 3 สาว S.H.E. ในเพลง Too Much และข่าวบันเทิงไต้หวัน (โจลินชวนแฟนๆ ไปเที่ยวไถตง ทางจังหวัดตั้งชื่อต้นไม้ให้เลย)

More
น้องต่าย (ไต้จืออิ่ง 戴資穎)

น้องต่าย (ไต้จืออิ่ง) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 5 ติดต่อกันที่สิงคโปร์

น้องต่าย (ไต้จืออิ่ง) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 5 ติดต่อกันที่สิงคโปร์

2017-04-20 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- น้องต่าย (ไต้จืออิ่ง 戴資穎) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 5 ติดต่อกันที่สิงคโปร์ ด้วยการปราบสาวมาริน อดีตมือ 1 หญิงโลกชาวสเปนไปแบบไม่เหนื่อย

 

ไต้จืออิ่ง (戴資穎) คนขวามือ ปราบมารินคว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 5 ติดต่อกันที่สิงคโปร์

 

ไต้จืออิ่งคว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวในรายการมาเลเซีย โอเพ่น

 

 

ไต้จืออิ๋ง นักแบดสาวไต้หวัน คว้าแชมป์โลกจากรายการ “โยเน็กซ์ ออลล์ อิงแลนด์”

 

ไต้จืออิ๋ง(ซ้าย) คว้าแชมป์โลกจากรายการ “โยเน็กซ์ ออลล์ อิงแลนด์” ขณะรับเหรียญรางวัลกับ “เมย์” รัชนก (ขวา) 

More
การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 19 เมษายน 2560

2017-04-20 08:35:02

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวัน ปรับลดค่าบริการรายเดือนของแรงงานต่างชาติในปีที่ 4 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน

          ในอดีตแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับเข้ามารอบใหม่ นอกจากต้องเสียค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิวครั้งใหม่แก่บริษัทจัดหางานไทยแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน แม้จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม บริษัทจัดหางานจำนวนไม่น้อยกจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเสมือนคนงานใหม่ คือเริ่มที่ปีแรก 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เก็บเดือนละ 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 ถึงจะเก็บเดือนละ 1,500 เหรียญ แต่หลังจากมีการแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันหลังทำงานครบ 3 ปี อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม จะเสียค่าบริการให้แก่บริษัทจัดหางานเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงงานต่างชาติที่ต่อสัญญากับนายจ้างรายใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญไต้หวัน เหมือนแรงงานที่เดินทางมาใหม่

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศมาตรฐานการจัดเก็บค่าบริการของบริษัทจัดหางานฉบับใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปี ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ ไม่ว่าจะต่อสัญญาในไต้หวันกับนายจ้างเดิมหรือกับนายจ้างรายใหม่ เสียค่าบริการรายเดือนไม่เกิน 1,500 เหรียญ กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและทำงานในไต้หวันต่อไป ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมหรือรายใหม่ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในไต้หวันแล้ว โอกาสที่จะเรียกใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากบริษัทจัดหางานมีไม่มากเหมือนอย่างในช่วงแรกที่เดินทางมาถึง ประกอบกับไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้บริษัทจัดหางานไม่ต้องช่วยทำเรื่องกลับประเทศ ไม่ต้องรับ-ส่งที่สนามบิน ฯลฯ ดังนั้น จึงอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกรับค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ ไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน หรือพูดง่ายๆ คือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเสียค่าบริการรายเดือนเท่ากับที่เสียในปีที่ 3 หรือไม่เกินเดือนละ 1,500 เหรียญไต้หวัน

 

แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาในไต้หวัน ไม่ว่ากับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ จะเสียค่าบริการรายเดือนไม่เกินเดือนละ 1,500 NT$

 

2. นายจ้างไต้หวันชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ มอบเงินล้านให้เป็นทุนทำธุรกิจที่บ้าน

          สังคมไต้หวันนับวันจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี กระทรวงมหาดไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้ คนสูงวัยหรือคนชรา ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในไต้หวันจะมีสัดส่วนสูงถึง 14% ตามนิยามของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเมื่อถึงปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด เมื่อคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการผู้อนุบาลมาดูแลก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงทำให้จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นถึง 250,000 คนแล้ว

          ผู้อนุบาลต่างชาติที่เดินทางมาดูแลคนป่วยและคนสูงอายุในไต้หวัน อาจพักรวมกับนายจ้างในบ้านเดียวกัน หรือบางรายจะพักอยู่กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตามลำพัง การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน โดยคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะรักและพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติยิ่งกว่าลูกหลานที่อาจมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติ แรกๆ อาจเป็นเพราะหน้าที่ แต่เมื่ออยู่นานๆ เกิดความผูกพัน ถือผู่ป่วยหรือผู้สูงอายุเสมือนเป็นญาติของตน และการดูแลที่เอาใจใส่ ทำให้นายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ผู้อนุบาลดูแล เกิดความซาบซึ้งและประทับใจมองว่า ผู้อนุบาลต่างชาติทำหน้าที่ดูแลหรือมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มากกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ความชื่นชมนี้เอง ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่เพียงแต่ถือผู้อนุบาลต่างชาติเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนยังมีความใกล้ชิดผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดเลยทีเดียว

 

นายจ้างและผู้สูงอายุจำนวนมากมีความผูกพันและรักเอ็นดูผู้อนุบาลต่างชาติเสมือนเป็นลูกหลานเลยทีเดียว

 

          บริษัทจัดหางานหลายรายกล่าวว่า นายจ้างไต้หวันมีความเป็นมิตรและมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากกว่านายจ้างชาติอื่น หากชื่นชมหรือประทับใจการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ มักจะมอบเงินเป็นแสนให้แก่แรงงานของตนที่ทำงานครบสัญญา ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว เพื่อนำกลับไปสร้างบ้าน หรือเป็นทุนรอนทำกิจการเลี้ยงครอบครัว บางรายดูแลแรงงานต่างชาติในยามที่เจ็บป่วย หรือยามที่คลอดลูกเสมือนเป็นญาติพี่น้องของตน ออกค่าใช้จ่ายรับสามีหรือลูกของคนงานให้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวัน มอบเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เป็นต้น และภาพคนงานต่างชาติซาบซึ้งในน้ำใจของนายจ้าง คุกเข่ากราบขอบคุณนายจ้าง หรือร้องไห้ร่ำลานายจ้าง ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นประจำที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

          กรณีของนายเฉินซงหย่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ของไต้หวันที่อยู่เป็นโสดและสุขภาพไม่ดีในยามแก่ชรา ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาศัยผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นผู้คอยดูแลภารกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเรียกนายเฉินว่าพ่อ นายเฉิงก็ถือผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่ดูแลตนเสมือนลูกสาว นายเฉิงเคยมอบเงินแสนให้นำกลับไปสร้างบ้านให้ลูก และยังเตรียมเงินไว้จำนวน 2 ล้านเหรียญให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ นำกลับบ้านไปทำธุรกิจส่วนตัวเลี้ยงครอบครัว หลังจากทำงานครบสัญญา

          บริษัทจัดหางานเล่าว่า ที่นครเถาหยวน มีนายจ้างรายหนึ่งชื่นชมการทำงานของผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างดียิ่งกว่าตนเป็นเวลานานถึง 9 ปี ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมครอบครัว นายจ้างนอกจากจัดการให้ทุกอย่าง ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มอบเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ยังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยทองให้ผู้อนุบาลนำกลับไปฝากสามีและลูกๆ ด้วย และช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้รับสามีและลูกของผู้อนุบาลรายนี้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่ไต้หวันแล้ว 2 ครั้ง โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

การอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความผูกพัน

 

นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่ชื่นชมผู้อนุบาลต่างชาติ ดูแลเอาใจใส่คนป่วยและผู้สูงอายุดีกว่าลูกหลานแท้ๆ เสียอีก

 

3. จับชายไต้หวันขายยาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์ เอเย่นต์แรงงานฟิลิปปินส์วอนตำรวจอย่างส่งกลับประเทศ เพราะกลัวถูกยิงเป้า

          ตำรวจนครเกาสงทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกค้าที่เป็นลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ มีการฝึกเอเย่นต์ให้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ และหลอกล่อให้แรงงานฟิลิปปินส์มาเป็นเอเย่นต์ขายยา เพื่อตีสนิทและจำหน่ายยาเสพติดแก่เพื่อนร่วมชาติได้ง่าย และโคกราคายาเสพติดขึ้นอีกเท่าตัว แอมเฟตทามีนขนาด 3.75 กรัม ราคาทั่วไป 1,600 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ 3,000 เหรียญ ตำรวจจับกุมหัวโจกของแก๊งนี้ พร้อมเอเย่นต์ขายยาที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ หลังถูกจับกุม ผวาถูกส่งกลับประเทศโดนประหารชีวิต คุกเข่าวอนตำรวจอย่างส่งกลับ

          ตำรวจนครเกาสงแถลงว่า นายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่จบการศึกษาเพียงมัธยมต้น เคยเป็นจับกังอยู่แถวท่าเรือเฉียนเจิ้นในนครเกาสง แต่อาศัยที่เคยมีภรรยาและเคยมีแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์มาก่อน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟิลิปปินส์ได้บ้าง ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากขายให้กับชาวไต้หวันแล้ว ยังดึงแรงงานฟิลิปปินส์มาร่วมขายด้วย พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ และจะขายให้แรงงานฟิลิปปินส์ในราคาแพงกว่าทั่วไปถึง 1 เท่าตัว หลังจากได้แจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ตำรวจได้จัดกำลังสอดส่องความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาแก๊งนี้ จนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา  ได้โอกาสบุกเข้าจับกุม นอกจากจับนายกู่ ผู้เป็นหัวโจกได้แล้ว ยังจับกุมลูกสมุนที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ชาย 2 หญิง 1 แรงงานฟิลิปปินส์ทั้ง 3 หลังถูกจับเกรงว่าจะถูกส่งกลับประเทศ ถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจว่า อย่างส่งพวกตนกลับประเทศ เพราะอาจถูกยิงเป้าที่บ้านเกิดก็ได้ เนื่องจากผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ได้แก่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังใช้มาตรการเด็ดขาด สังหารผู้ค้ายาเสพติด

          แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง หลังสอบปากคำส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ค้ายาเสพติดจำพวกแอมเฟตทามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 จะถูกจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป และหลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน

          สำหรับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ที่แรงงานฟิลิปปินส์ผู้ค้ายาเสพติดหวาดกลัว เป็นผู้นำที่กำลังทำสงครามปรามปรามยาเสพติด เขาประกาศว่า ต้องการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นภัยคุกคามที่กระทบชีวิตประชาชนร่วม 4 ล้านคน และมีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตราว 6,000 คน นับตั้งแต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้เดินหน้าทำสงครามปราบเสพติดเมื่อราว 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีนายหน้าค้ายาและผู้เสพอีกราว 1 ล้านคน เข้ามอบตัวกับทางการ ด้านประชาคมโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เด็ดขาดของผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ โดยนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มบอกว่า การที่นายดูแตร์เตสนับสนุนนโยบายจับตาย อาจทำให้เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติได้      

 

ทะลายแก๊งค้ายาที่ขายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

 จับนายกู่ ชื่อเล่นว่าบอสส์ ชายไต้หวันที่เคยมีภรรยาและแฟนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ร่วมกับเพื่อนตั้งแก๊งค้ายาเสพติดมอมเมาแรงงานฟิลิปปินส์

 

ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดที่จำหน่ายยาไอซ์ แอมเฟตทามีน และยาเสพติดใหม่ที่เรียกว่าลูกอมยาเสพติด โดยมีพุ่งเป้าไปยังลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More