QR Code
บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. 59-อบรมการปรับตัวการใช้ชีวิตในไต้หวันสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ บ้านหลังใหม่ หัวใจไต้หวัน (B)
2016-06-17
  • อบรมการปรับตัวการใช้ชีวิตในไต้หวันสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่

    อบรมการปรับตัวการใช้ชีวิตในไต้หวันสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่

    กองการปกครอง เทศบาลนครไถจง จัดอบรมทั้งหมด 3 วัน ในวันเสาร์ที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 3 และวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ ระยะเวลาอบรม 20 ชม. เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กองการปกครอง เทศบาลนครไถจง เปิดอบรมชั้นเรียนการปรับตัวการใช้ชีวิตในไต้หวันสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ประจำปี 2559 (105年新住民生活適應輔導班) จัดอบรมทั้งหมด 3 วัน ในวันเสาร์ที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 3 และวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ ระยะเวลาอบรม 20 ชม. เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รับสมัครเพียง 10 คนเท่านั้นนะคะ สนใจสมัคร โทรศัพท์ติดต่อที่ เบอร์ 04-2635-3644 รายละเอียดต่างๆ ติดตามรับฟังได้ในรายการค่ะ

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่านระดับต้น Band A ข้อ 36-40

 

ช่วงแบ่งปันประสบการณ์ จดหมายจากคุณเยาวเรศ จวง

ผลงานของจิตกรญี่ปุ่นชื่อดังในไต้หวัน เมื่อ ๙๐ ปีก่อน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ผลงานจิตกรชาวญี่ปุ่นชื่อดังในไต้หวัน อิชิคาว่า คินิชิโร (1871 – 1945)

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ผลงานจิตกรชาวญี่ปุ่นชื่อดังในไต้หวัน อิชิคาว่า คินิชิโร (1871 – 1945)

2017-12-04 11:09:51

อิชิคาว่า คินิชิโร (1871 – 1945) 

 เกิดในตระกูลขุนนางที่เสื่อมอำนาจในจังหวัดชิซูโอกะ ( Shizuoka) ของญี่ปุ่น
 ผ่านการศึกษาในโรงเรียนอาชีวศึกษาโทรคมนาคม ในสังกัดกระทรวงคมนาคม
 1907 – 1916 มาไต้หวันครั้งที่ 1 เป็นล่ามทหาร ในศาลาผู้ตรวจการไต้หวัน
 1924 – 1932 มาไต้หวันครั้งที่ 2 เป็นอาจารย์ศิลปะมหาวิทยาลัยครูไต้หวัน
ภาพวาดสีน้ำของอิชิคาวา มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการภาพวาดของไต้หวัน

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

 

 

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
แรงงานไทยฝังมุกและฉีดเจ้าโลกจนอักเสบเกิดอาการเน่าโร่เข้ารักษาเพิ่มมากขึ้น

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2560

ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2560

2017-12-02 11:12:55

 

          1. แรงงานไทยในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นมากกว่าปัญหาด้านกฎหมายหรือปัญหาจากสัญญาจ้างงาน เช่นใช้จ่ายเงินอย่างฟุ้งเฟ้อ เล่นการพนันและพัวพันกับยาเสพติด นายจ้างและบจง.ไต้หวันหลายรายบ่นว่า คนงานไทยของตนบางคน นิยมเล่นพนันมวยตู้ โดยทายว่ามุมน้ำเงินหรือมุมแดงชนะ เดิมพันด้วยจำนวนเงินค่อนข้างสูง หรือเล่นหวยใต้ดิน ทำให้ติดหนี้ก้อนโต จนไม่เป็นอันทำงาน และมักจะขอลากลับประเทศก่อนกำหนดเพื่อหลบหนี้ โดยจะอ้างตามสูตรมาตรฐานว่า พ่อป่วย แม่ตาย เมียหนี....

 

 

 ปัจจุบัน แรงงานไทยบางคนมักจะประสบปัญหาเองมากกว่าปัญหาด้านกฎหมายหรือปัญหาจากสัญญาจ้างงาน

 

          2. บจง. ร้องขอความช่วยเหลือ แรงงานไทยที่ฝังมุกและฉีดเจ้าโลกจากไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต และเกือบทุกรายเกิดการอักเสบในเวลาที่แตกต่างกัน โดยแรงงานไทยที่เกิดปัญหาจะไม่กล้าไปหาหมอ จนอาการหนักเป็นไขขึ้นสูงแล้ว ถึงยอมเข้ารับการรักษา หมอไต้หวันพยายามรักษาโดยวิธีผ่ามุกออก หรือทำความสะอาดสิ่งแปลกปลอมที่ฉีดเข้าในอวัยวะเพศ แต่เนื่องจากถูกทิ้งไว้นาน ทำให้บางรายอักเสบถึงขั้นเนื้อตายต้องตัดทิ้งทั้งต้น หรือที่รักษาได้ ก็ทำให้เสื่อมสมรรถนะไปจากเดิม

          บริษัทจัดหางานไต้หวันรายหนึ่งเล่าว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้ แรงงานไทยของตนที่มีปัญหาดังกล่าว มีประมาณ 5 คนแล้ว ตัวเลขนี้สูงกว่าอดีตมาก ด้านคุณหมอเตือนว่า การฝังมุกนั้น อาจเป็นความเชื่อที่ทำให้ผู้ชายมั่นใจ แต่ทางการแพทย์นั้นไม่รองรับ ดังนั้นร้านรับฝังมุกจึงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และหากไม่อยากเสี่ยงถูกตัดอวัยวะเพศ ทางที่ดีควรเปลี่ยนจากการฝังมุกไปใช้ถุงยางอนามัยแบบพิเศษ ซึ่งก็มีมากมายหลายแบบ เพราะนอกจากจะป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อแล้ว ยังสามารถคุมกำเนิดได้อีกด้วย

          ส่วนการฉีดน้ำมันมะกอกหรือซิลิโคนเหลวเพื่อเพิ่มขนาดเจ้าโลก เมื่อมีการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป สารดังกล่าวจะถูกกลไกของร่างกายต่อต้าน สร้างพังผืด กลายเป็นแผลเป็น กระจายเป็นก้อน ๆ บางทีหงิก ไม่สม่ำเสมอ ปกติบริเวณดังกล่าวจะมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงผิวหนัง พอหนาตัว แข็ง เส้นเลือดโดนบีบ ผิวหนังพวกนี้ก็เริ่มเปลี่ยนสี อักเสบ มีหนอง เวลาเกิดแผลหายยาก เป็นเรื้อรัง บริเวณที่ฉีดจะเป็นรูเข็ม แล้วข้างในอักเสบเป็นหนองปะทุอยู่เยอะมาก บางคนกินยารูข้างนอกอาจปิดแต่ไม่ปิดสนิท ก็จะเป็นเรื้อรังเป็นๆ หายๆ สุดท้ายเกิดอาการเน่า ต้องตัดทิ้ง

 

 หมอไต้หวันตะลึง แรงงานไทยฝังมุกและฉีดเจ้าโลกจนอักเสบเกิดอาการเน่าโร่เข้ารักษาเพิ่มมากขึ้น

 

          3. บจง.ไต้หวันเริ่มบันทึกเลขบัตรประชาชนลงในฐานข้อมูล ป้องกันแรงงานไทยที่พัวพันยาเสพติดหรือมีพฤติกรรมไม่ดี เช่นเล่นการพนัน เดินทางกลับเองหรือถูกนายจ้างส่งกลับ ไปเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนบจง.รายใหม่กลับเข้ามาไต้หวันอีก โดย บจง. ไต้หวันจะแชร์ข้อมูลคนงานที่มีปัญหาให้แก่บริษัทจัดหางานไต้หวันรายอื่นๆ และบริษัทจัดหางานไทย สกัดการเดินทางเข้าสู่ไต้หวันของแรงงานไทยที่มีปัญหา

 

 บจง.ไต้หวันเริ่มบันทึกเลขบัตรประชาชนลงในฐานข้อมูล สกัดแรงงานไทยพฤติกรรมเลว เช่นเสพยาเสพติด ฯลฯ เดินทางเข้าไต้หวันอีก

 

          4.  นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ. Dr. Chanvit Tharathep ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อคิดเรื่องการดื่มสุราและยาเสพติด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอนาคตอย่างไรบ้าง?

 

การดื่มสุราและเสพยาเสพติด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอนาคตอย่างร้ายแรง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นักเรียนไต้หวันเตรียมเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ศธ.ผุดไอเดียสอน Live ไปยังร.ร.ทุรกันดาร

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ย. 60 - หลักสูตรการเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ย. 60 - หลักสูตรการเรียนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

2017-12-06 19:07:39

 

     ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน สาธารณรัฐจีนจะบรรจุภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นวิชาบังคับเลือกในหลักสูตรระดับชั้นประถมศึกษาของไต้หวัน เป็นวิชาเลือกเสรีในหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และส่งเสริมให้เป็นวิชาภาษาต่างประเทศที่สองในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะนี้อบรมบุคลาการเพื่อทำหน้าที่สอนภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 1,262 คน หากครูอาจารย์ไม่สามารถไปสอนประจำโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารได้ จะใช้การสอนโดยวิธีการ Live ถ่ายทอดสดเพื่อให้เรียนไปพร้อมกัน

 

     สำหรับภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดทำแบบเรียนแล้วมี 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, เมียนมาร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยแต่ละภาษาแบ่งเป็น 4 ระดับ ใช้แบบเรียน 18 เล่ม รวมทุกภาษา 126 เล่ม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะต้องเลือกเรียนวิชาภาษาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ 1. ภาษาหมิ่นหนาน 2. ภาษาจีนฮากกา 3. ภาษาชนพื้นเมือง หรือ 4. ภาษาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เรียนสัปดาห์ละ 1 คาบ

 

     สถิตินับจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันกว่า 520,000  คน และมีบุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนกว่า 300,000 คน กระทรวงศึกษาธิการ จึงนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมาธิการศึกษาธิการและวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติไต้หวัน จัดสรรงบประมาณปี 2561 มูลค่า 250 ล้านเหรียญไต้หวันสำหรับการศึกษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยงบประมาณปี 2561 เพิ่มขึ้น 80 ล้านเหรียญไต้หวัน จาก 170 ล้านเหรียญไต้หวันในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้ในโครงการสอนภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ตามสถาบันการศึกษา โครงการความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษา การบ่มเพาะบุคลากรสอนภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และการจัดตั้งสถาบันสอบวัดระดับความรู้ภาษาเวียดนาม การจัดทำคู่มือและแบบเรียนดิจิทัลสำหรับครูและผู้ปกครองฉบับภาษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 7 ภาษา รวมถึงการจัดตั้งระบบเชื่อมต่อด้านการศึกษาของบุตรผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่จะโยกย้ายจากต่างประเทศกลับมาศึกษาต่อในไต้หวัน เป็นต้น

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 41-43

 

More
ไต้จืออิ่ง (戴資穎)

ไต้จืออิ่งแรงไม่หยุดคว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 7 ในปีนี้แล้ว

ไต้จืออิ่งแรงไม่หยุดคว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวรายการที่ 7 ในปีนี้แล้ว

2017-11-30 22:30:00

 

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

- ไต้จืออิ่ง (戴資穎) แบดหญิงเดียวมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวไต้หวัน ยังคงแรงไม่หยุดคว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวในรายการ โยเน็กซ์ ซันไรซ์ ฮ่องกง โอเพ่น 2017 ได้อีกแล้ว ถือเป็นถ้วยแชมป์รายการที่ 7 ในปีนี้ของสาวไต้ด้วย

 

 

ไต้จืออิ่ง (戴資穎) คว้าแชมป์แบดหญิงเดี่ยวในรายการ โยเน็กซ์ ซันไรซ์ ฮ่องกง โอเพ่น 2017 มาครองได้สำเร็จ

More
คนงานเวียดนามเข้าใจผิดเข้าปั้มน้ำเติมน้ำมัน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560

2017-11-30 17:11:15

 

1. แรงงานต่างชาติลงประชามติแล้วกว่า 8,000 คน ร้อยละ 99 เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่ให้เปลี่ยนนายจ้างได้โดยเสรี ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทและให้ผู้อนุบาลในครัวเรือนได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

      กรณีที่แนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วย NGO ที่เคลื่อนไหวทางด้านแรงงานต่างชาติหลายองค์กร จัดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันกว่า 600,000 คน ลงประชามติสะท้อนความรู้สึกของตนเอง เรียกร้องการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ยกเลิกระบบการจัดส่งคนงานมาทำงานที่ไต้หวันโดยบริษัทจัดหางาน ให้ใช้ระบบรัฐต่อรัฐแทน และเรียกร้องสิทธิในการโอนย้ายนายจ้างได้อย่างเสรี เพื่อกดดันรัฐบาล โดยทั่วไต้หวันมีจุดลงประชามติจำลองในกรุงไทเป เขตจงลี่ นครเถาหยวน ซินจู๋ นครไทจงและนครเกาสงเป็นต้น ทั้งหมด 10 แห่ง เริ่มเปิดให้ลงคะแนนเสียงตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา สิ้นสุดลงวันที่ 10 ธันวาคมศกนี้นั้น

แนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวันประกาศผลการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 4 จนถึงวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมาปรากฎว่า มีผู้ไปลงคะแนนเสียงแล้ว 8,207 เสียง ในจำนวนนี้ มีผู้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ขอให้รัฐบาลบัญญัติกฎหมายเพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือนจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานถึง 8,141 เสียง ไม่เห็นด้วยเพียง 10 เสียงและเป็นโมฆะ 56 เสียง ส่วนประเด็นเรียกร้องสิทธิในการโอนย้ายนายจ้างได้อย่างเสรี มีผู้ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย 8,122 เสียง ไม่เห็นด้วย 47 เสียงและเป็นโมฆะ 38 เสียง สำหรับประเด็นที่เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งคนงานมาทำงานที่ไต้หวันโดยบริษัทจัดหางาน ให้หันไปใช้การจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐแทนนั้น มีผู้ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย 8,130 เสียง ไม่เห็นด้วย 36 เสียง โมฆะ 41 เสียง

      สวี่ฉุนเหว่ย โฆษกแนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวันกล่าวว่า เมื่อสิ้นสุดกำหนดการลงประชามติ คือวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จำนวนผู้ลงคะแนนเสียงน่าจะเกินกว่า 10,000 คนแน่นอน และจะนำภาพบันทึกการลงคะแนนเสียง รวมทั้งการประชุมสัมมนาสิทธิทางการเมืองของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองไต้หวันไปโพสในเว็บและโซเชียลออนไลน์ เพื่อให้ชาวไต้หวันได้ทราบและตระหนักในประเด็นเหล่านี้

  

 

 แรงงานต่างชาติลงประชามติแล้วกว่า 8,000 คน ร้อยละ 99 เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่ให้เปลี่ยนนายจ้างได้โดยเสรี ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทและให้ผู้อนุบาลในครัวเรือนได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน

 

2. ยิ่งร้องยิ่งจับ เกษตรกรไม่พอใจตำรวจกวาดล้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เปรียบการทำนาเหมือนขโมย ต้องคอยหลบตำรวจอยู่ร่ำไป

      ช่วงนี้ เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโอดครวญว่าขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติภาคการเกษตร แต่เสียงเรียกร้องนี้ หลังจากที่สื่อมวลชนประโคมข่าวอย่างครึกโครมแล้ว ไม่ได้รับเสียงตอบสนองจากรัฐบาลแต่อย่างใด กลับดึงดูดเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าไปกวาดจับแรงงานต่างชาติตามไร่นากันอย่างเข้มงวด เกษตรกรหลายสิบคนรวมกันประท้วง ขอให้รัฐบาลอย่าเอาแต่จับอย่างเดียว แต่ให้ช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างเร่งด่วน

      ที่ตำบลหลุนเป้ยในเมืองหยุนหลิน มีอาม่าวัย 70 ปีคนหนึ่ง ต้องลงมือปลูกกะหล่ำปลีบนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ด้วยตนเอง เนื่องจากหาคนงานมาช่วยเหลือเก็บเกี่ยวไม่ได้ แม้แต่คนงานต่างชาติก็หายไปหมด อาม่าต้องลงมือเก็บคนเดียว ทำให้กะหล่ำปลีเน่าเสียคาต้น สูญเสียกว่า 300,000 เหรียญไต้หวัน สภาพการณ์เช่นนี้พบเห็นได้โดยทั่วไป นายหลี่หมิงเจ๋อ สมาชิกสภาจังหวัดของเมืองหยุนหลิน เจ้าของสวนใกล้กับอาม่าคนดังกล่าว เรียกร้องของให้รัฐบาลเห็นใจเกษตรกร แม้แต่ตัวเขาเอง ซึ่งเป็นถึง สจ. ก็ยังประสบปัญหาหาคนงานมาทำงานไม่ได้ เขาเปรียบเปรยสถานภาพของชาวสวนที่แสนลำบากในปัจจุบันว่า เหมือนกับขโมยเลยทีเดียว ต้องหลบการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ที่หยุนหลิน ไร่สวนจำนวนมากถูกทิ้งรกร้างว่างเปล่า เพราะหาคนงานเข้าทำงานไม่ได้

 

หลังมีเสียงเรียกร้องเปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติภาคการเกษตร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกวาดจับแรงงานต่างชาติตามไร่นาอย่างเข้มงวด (ภาพจาก chinatimes.com)

 

      หลีหมิงเจ๋อกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ มีสจ.และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาร้องเรียกให้รัฐบาล แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร แต่ไม่นึกว่า จะยิ่งทำให้เกษตรกรเดือดร้อน เพราะหลังจากนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงและตำรวจ ได้เข้าไปกวาดล้างจับกุมอย่างเข้มงวด นายหลี่หมิงเจ๋อ ซึ่งเป็นสจ.สังกัดพรรคก๊กมินตั๋งกล่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ เก่งแต่จับคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ชาวนาและชาวสวนจะลุกฮือขึ้นมาประท้วงอย่างแน่นอน

      ด้านนายหวงเหวินเสียง สจ.เมืองหยุนหลินอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ปัจจุบัน ที่นาและสวนหลายแห่งถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า เพราะหาคนงานไม่ได้ เจ้าของซึ่งอายุโดยเฉลี่ยเกิน 65 ปี ต้องลงมือทำเอง ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้มาก จึงอยากจะให้เสียงสะท้อนของชาวนาชาวสวน ดังไปถึงหูของรัฐบาล รีบหาทางแก้ไขปัญหาโดยด่วน มิเช่นนั้น อีกไม่นาน เมืองหยุนหลิน จะไม่ใช่แหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้ที่สำคัญของไต้หวันอีกต่อไป

      ด้านนายจิ้นหย่ง ผู้ว่าการเมืองหยุนหลินกล่าวว่า ภาคการเกษตรของเมืองหยุนหลิน ขาดแคลนแรงงานปีละ 6,000 คน  แต่โครงการรับสมัครคนรุ่นใหม่กลับไปทำงานภาคการเกษตรของคณะกรรมการการเกษตร ซึ่งรัฐบาลโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักและจ่ายค่าจ้างที่สูงพอสมควร แต่จนถึงขณะนี้ มีคนสมัครเพียงแค่ 140 คนเท่านั้น ไม่เพียงพอกับความต้องการ

 

     ชาวสวนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจที่ตำรวจกวาดจับแรงงานต่างชาติตามสวน

 

3. มอเตอร์ไซค์เกือบพัง คนงานเวียดนามเข้าใจผิดเข้าปั้มน้ำเติมน้ำมัน ตำรวจเกาสงใจดีช่วยเหลือไว้ได้ทัน

      วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน มักจะก่อให้เกิดปัญหาและความเสียหายได้ แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เนื่องจากไม่เข้าใจในวัฒนธรรมและสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เกิดความเข้าใจผิดมากมายหลากหลายเรื่อง บ้างก็เป็นเรื่องขบขัน ขณะที่บางครั้งอาจสร้างความเสียหายได้ อย่างที่นครเกาสง เนื่องจากขาดแคลนน้ำ และน้ำประปามีกลิ่นคลอรีนค่อนข้างแรง ทำให้ชาวเกาสงนิยมซื้อน้ำดื่ม ส่งผลให้มีปั้มขายน้ำตั้งกันดาษดื่น และลักษณะของปั้มทำคล้ายกับปั้มน้ำมัน แต่มีขนาดเล็กกว่า มีหัวจ่ายน้ำเหมือนหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง คนต่างชาติที่อ่านภาษาจีนไม่ออก อาจคิดว่าเป็นปั้มน้ำมันได้ง่าย

      อย่างเมื่อกลางดึกประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ มีแรงงานเวียดนามเพศชายรายหนึ่ง จูงมอเตอร์ไซค์มาแต่ไกล เพราะน้ำมันหมด กำลังตามหาปั้มน้ำมัน ไปเจอปั้มเติมน้ำ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นปั้มน้ำมันชนิดหยอดเหรียญเติมเอง ขณะที่กำลังจับหัวจ่ายจ่อเข้าไปที่ถังน้ำมัน ประจวบเหมาะที่มีตำรวจตรวจลาดตระเวนมาเห็นเข้า จึงร้องเรียกให้หยุด เพราะนั่นเป็นน้ำที่ใช้ดื่ม ไม่ใช่น้ำมันเชื้อเพลิง หากเติมน้ำเข้าไป จะทำให้เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์พังได้ แต่คนงานเวียดนาม เพิ่มจะมาทำงานที่ไต้หวันเป็นครั้งแรกได้เพียงเดือนเศษ ยังฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่องทำหน้างง ตำรวจต้องเอาขวดน้ำแร่ออกมาจากรถตำรวจและทำท่าดื่มให้ดู นั่นแหละ คนงานเวียดนามจึงเข้าใจว่าเป็นปั้มเติมน้ำ ตำรวจยังกลัวคนงานต่างชาติรายนี้ หาปั้มน้ำมันไม่เจอ ขับรถนำไปยังปั้มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยแรงงานเวียดนามเติมน้ำมันเต็มถัง จากนั้นพากลับที่เดิม เพราะกลัวจะหลงทาง คนงานเวียดนามรู้สึกมีความอบอุ่นและเป็นกันเอง โค้งคำนับตำรวจขอบคุณเป็นการใหญ่

      ตำรวจไต้หวันค่อนค้างจะสุภาพและเป็นมิตร โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นที่ทาง จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อนชาวไทยที่เคยมีประสบการณ์ติดต่อหรือประสบปัญหาขอรับความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่จะประทับใจในการให้บริการของตำรวจไต้หวัน

 

คนงานเวียดนามเข้าใจผิดเข้าปั้มน้ำเติมน้ำมัน ตำรวจเกาสงใจดีช่วยเหลือไว้ได้ทัน ก่อนที่มอเตอร์ไซค์จะพัง

 

More
ไต้หวันพร้อมเป็นสมาชิก TPP ?

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 28 พ.ย. 60 CPTPP เป้าหมายต่อไปของไต้หวัน

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 28 พ.ย. 60 CPTPP เป้าหมายต่อไปของไต้หวัน

2017-11-28 22:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 28 พ.ย. 60

 

CPTPP เป้าหมายต่อไปของไต้หวัน 

 CPTPP หรือ Comprehensive Progressive Agreement for the Trans Pacific Partnership แปลงร่างมาจาก TPP ที่สหรัฐฯ ได้ถอนตัว หลังจาก ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพญาอินทรีย์ แต่สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้เงที่เหลืออีก 11 ประเทศ ที่มี ญี่ปุ่นเป็นแกนนำหลัก ประกาศยืนหยัดดันความร่วมมือให้คืบหน้าต่อไปแต่เปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ในขณะที่ไต้หวันก็เล็งขอเข้าเป็นคู่เจรจารอบแรกหาก คตล. น ี้คลอดเป็นรูปเป็นร่างในปีหน้า แต่ต้องทบทวนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของ คตล. นี้ คงต้องลงแรงอีกมากทีเดียว

 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เมนูเด็ดของร้าน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 60 - ร้านขายเต้าหู้เหม็นที่กำลังเป็นกระแสดังในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 60 - ร้านขายเต้าหู้เหม็นที่กำลังเป็นกระแสดังในไต้หวัน

2017-12-01 16:58:58

     เต้าหู้เหม็น หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า โช่วโต้วฝู่ (臭豆腐) เป็นอาหารขึ้นชื่อของไต้หวันที่หลายๆ คนคงได้ยินกันบ่อยๆ ว่ามาไต้หวันแล้วต้องลองกิน ด้วยรสชาติและกลิ่นที่พิเศษ บางคนอาจจะว่าเหม็น แต่เมื่อได้ลองรับประทานแล้วถึงกับติดใจ ถึงแม้ว่าอาหารชนิดนี้จะเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่ล่าสุดมีร้านที่ขายเต้าหู้เหม็นซึ่งได้ลงในหนังสือพิมพ์ New York Times ของสหรัฐฯ ว่าเป็นร้านเต้าหู้เหม็นที่อร่อยที่สุดในไต้หวัน ทำให้กลายเป็นกระแสฮอตฮิตมีลูกค้าไปต่อแถวรอกิน แน่นร้านยิ่งกว่าเดิม สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักความเป็นมาของเต้าหู้เหม็นและร้านไต้จี้ตู๋โช่วจือเจีย (戴記獨臭之家)

 

เมนูเด็ดของร้าน นำเต้าหู้เหม็นมายำ ทอด นึ่ง

 

ยำเต้าหู้เหม็น ราดน้ำมันหอยและโรยด้วยสาหร่ายป่นทอดกรอบสูตรเฉพาะของร้าน (ภาพ: UDN)

 

หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ยกย่องให้เป็นร้านเต้าหู้เหม็นที่อร่อยเด็ดที่สุดในไต้หวัน

 

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ย้ำไต้หวันปกป้องสิทธิเด็กเต็มกำลัง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 60 ผู้นำไต้หวันย้ำปกป้องสิทธิเด็กเต็มกำลัง

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 60 ผู้นำไต้หวันย้ำปกป้องสิทธิเด็กเต็มกำลัง

2017-11-27 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 60

 

ผู้นำไต้หวันย้ำปกป้องสิทธิเด็กเต็มกำลัง

ประชุมร่วมไต้หวัน-ฟิลิปปินส์ พร้อมเปิดฉากจับมือด้านทรัพยากรน้ำ 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ศาลเจ้าเป่าอันกงในกรุงไทเป

ไปเซ่นไหว้เจ้าพ่อเป่าเซิงต้าตี้เพื่อขอพรด้านสุขภาพ ที่ศาลเจ้าเป่าอันกงในไทเปกัน

ไปเซ่นไหว้เจ้าพ่อเป่าเซิงต้าตี้เพื่อขอพรด้านสุขภาพ ที่ศาลเจ้าเป่าอันกงในไทเปกัน

2017-11-27 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-จะพาคุณผู้ฟังไปเซ่นไหวเจ้าพ่อเป่าเซิงต้าตี้  (保生大帝) เพื่อขอพรด้านสุขภาพ ที่ศาลเจ้าเป่าอันกง (保安宮) ในไทเปกัน

 ลิงค์แผนที่เดินทาง https://goo.gl/maps/P4CeCtbZzj22

 

 

บรรยากาศด้านหน้าของศาลเจ้าเป่าอันกง (保安宮) ในกรุงไทเป

 

เจ้าพ่อเป่าเซิงต้าตี้ (保生大帝) เทพเจ้าที่คุ้มครองด้านสุขภาพที่ศาลเจ้าเป่าอันกงในไทเป

 

More
หลี่หรงห้าว

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่หรงห้าว ในชุด 嗯 (อืมม์) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่หรงห้าว ในชุด 嗯 (อืมม์) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-11-26 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลี่หรงห้าว (李榮浩) ในชุด 嗯 (อืมม์) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ต้าฝอผู่ลาซือคว้าม้าทองคำครั้งที่ 54 มาได้มากสุด 5 รางวัล แต่หวงซิ่นเหยาผู้กำกับเสียดายที่ไม่ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี)

 

หลี่หรงห้าว (李榮浩) กับอัลบั้มเพลงชุดอืมม์

 

ภาพยนตร์เรื่อง The Bold, the Corrupt and the Beautiful หรือเสี่ยกวันอิน คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง และนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง จากม้าทองคำครั้งที่ 54 (ภาพจาก udn.com)

 

The Great Buddha+ หรือต้าฝอผู่ลาซือ คว้าม้าทองคำครั้งที่ 54 ได้ถึง 5 รางวัล

 

More
สถานีรถไฟฟ้าสวนสาธารณะต้าอันในกรุงไทเป

สโมสรผู้ฟังวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560

สโมสรผู้ฟังวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560

2017-11-26 08:11:24

 

1. บริษัทรถไฟฟ้าไทเปหรือ Metro Taipei ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน 3% เท่ากับข้าราชการ หลังจากปีที่แล้วสวนกระแสปรับขึ้น 10% แถมจ่ายโบนัส 4.4 เดือน สูงที่สุดในบรรดารัฐวิสาหกิจของไต้หวัน สาเหตุเพราะทำกำไรงาม ต่างจากบริษัทรถไฟฟ้าเกาสงที่ขาดทุนย่อยยับ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทุกครั้งที่มีการรับสมัครพนักงาน จะมีผู้คนแห่ไปสมัครอย่างล้นหลาม

            ปัจจุบันรถไฟฟ้าไทเปเปิดบริการ 5 สาย ระยะทาง136.6 กม. มีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ย 2.15  ล้านคนต่อวัน ค่าโดยสารเริ่มจาก 20 เหรียญไต้หวัน สูงสุด 65  เหรียญไต้หวัน

 

 

 

 

สถานีรถไฟฟ้าสวนสาธารณะต้าอันในกรุงไทเป เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่สวยงาม มีที่ให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนหย่อนใจและชมศิปะ

 

สถานีรถไฟฟ้าเหม่ยลี่เต่า (美麗島站) ในนครเกาสง เคยได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 สถานีรถไฟฟ้าที่สวยงามที่สุดในโลกจาก CNN

 

รถไฟฟ้าไทเปมีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด เฉลี่ยวันละ 2.15  ล้านคน ค่าโดยสารเริ่มจาก 20 NT$ สูงสุด 65 NT$

 

2. ชาวมุสลิมในไต้หวันร้อนใจ ไม่มีที่ฝังศพตามประเพณี

          ในไต้หวันมีชาวมุสลิมประมาณ 50,000 คน ตัวเลขนี้ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามธรรมเนียมของศาสนาอิสลาม เมื่อชาวมุสลิมเสียชีวิต จะต้องทำการฝังอย่างเดียวภายในเวลาที่เร็วที่สุด 24 ชั่วโมง กรณีมีความจำเป็นห้ามเกิน 72 ชั่วโมง และจะไม่มีการขุดหรือเก็บประดูกศพที่ฝังไปแล้ว ขัดแย้งกับวัฒนธรรมในการจัดการศพของไต้หวันที่โน้มเอียงไปทางฌาปนกิจศพหรือใช้วิธีเผา เนื่องจากไต้หวันมีพื้นที่แคบ พื้นที่สุสานฝังศพมีเพียงไม่กี่แห่ง ส่งผลให้ชาวมุสลิมกังวลการจัดการศพหลังสิ้นชีพไปแล้ว

          ตามประเพณีแต่โบราณของชาวจีน เมื่อคนเราสิ้นชีพแล้ว จะต้องทำการฝัง อย่างสำนวนที่มักจะพูดกันเมื่อญาติมิตรเสียชีวิตว่า 入土為安 หมายถึงคนตายแล้ว จะต้องฝังจึงจะไปสู่สุคติภพ ยกเว้นกรณีที่เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหรือเสียชีวิตอย่างไม่ปกติ จึงจะใช้วิธีฌาปนกิจหรือใช้วิธีเผาศพ แต่เนื่องจากไต้หวันมีพื้นที่เพียง 36,000 ตร.กม. ขณะที่มีประชากรมีมากถึง 24 ล้านคน อัตราความหนาแน่นของประชากรอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก การฝังศพโดยเฉพาะบนที่ดินของตน จึงเป็นสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนทั่วไป คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสุสานสาธารณะของรัฐ แต่เมื่อนานเข้าสุสานสาธารณะก็ไม่พอใช้ รัฐบาลจึงส่งเสริมให้ใช้วิธีฌาปนกิจศพหรือวิธีเผาศพ จากนั้นเก็บอัฐิไปไว้ในเจดีย์หรือสถานที่เก็บแบบรวม ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นำเถ้าอัฐิไปลอยอังคาร ภาษาจีนเรียกว่า 海葬 นำเถ้าอัฐิไปฝังโคนต้นไม้เรียกว่า 樹葬 หรือนำไปฝังใต้ต้นไม้ที่เรียกว่า花葬 ขณะที่มีข้อกำหนดให้ผู้ที่ยังยืนยันใช้วิธีฝังศพในสุสานสาธารณะ จะฝังได้เป็นเวลาเพียง 7 ปี เมื่อครบ 7 ปี จะต้องไปเก็บกระดูก เพื่อทำพื้นที่ฝังศพให้ว่างสำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ จะเห็นได้ว่า การฝังศพ ไม่เพียงแต่ไม่มีที่ ยังยุ่งยากและราคาแพงด้วย ดังนั้นปัจจุบัน ชาวไต้หวันจึงหันมาใช้วิธีฌาปนกิจศพ ซึ่งเมืองต่างๆ จะมีสถานที่ฌาปนกิจศพประจำเมือง ค่าใช้จ่ายไม่แพง และจะมีบริษัทรับจัดทำศพตั้งเรียงรายทั้งถนนบริเวณสถานฌาปนกิจศพ กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่บูมและมาแรง เมื่อญาติพี่น้องเสียชีวิตมอบหมายให้บริษัทรับจัดงานศพไปดำเนินการทุกอย่าง ทายาทไม่ต้องเดือดร้อน และเนื่องจากมีการแข่งขันสูง สนนราคาถือว่ายังอยู่ในระดับที่เหมาะสม มีตั้งแต่ไม่กี่หมื่นไปถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาหรูขนาดไหน

          ทีนี้กลับมาคุยกันต่อถึงชาวมุสลิม ซึ่งในไต้หวัน มีสุสานสำหรับชาวมุสลิมเพียง 2 แห่งเท่านั้น ได้แก่ที่ไทเปและเกาสง เป็นสุสานสาธารณะของรัฐ ในนครไทจง เถาหยวน และเมืองอื่นๆ ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ไม่มีสุสานสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ ต้องหาที่ฝังศพเอาเอง กลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาวมุสลิม

          นายหลิวเกินหรง 柳根榮 อิหม่ามประจำสุเหร่าจงลี่ นครเถาหยวน ซึ่งมีชาวมุสลิมไปทำพิธีละหมาดค่อนข้างมากกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการไม่มีที่ฝังศพของชาวมุสลิม นายหลิวกล่าวยกตัวอย่างที่ทำได้ดีมาก คือสุสานสำหรับชาวมุสลิมที่จังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย ทำเลสุสานตั้งอยู่ในที่ลุ่ม เมื่อฝังจนเต็มพื้นที่แล้ว ถมดินเข้าไป สามารถฝังต่อเป็นชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ใช้ได้นานถึง 4-50 ปีเลยทีเดียว

 

สุสานสาธารณะสำหรับชาวมุสลิมในกรุงไทเป

 

สุสานสาธารณะสำหรับชาวมุสลิมในนครเกาสง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สาหร่ายตะขาบในเขตนิวไทเป ลดลงเพราะอากาศวิปริต แต่ตอนนี้ประสบความสำเร็จเพาะได้เพิ่มขึ้น

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 25 พ.ย. 60

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 25 พ.ย. 60

2017-11-25 22:55:00

มุมมองคนดัง 

วิกฤตอากาศทุบสถิติ ร้อนสุด ๆ ในช่วงปีที่แล้ว

        โลกใบนี้กำลังส่งเสียงครวญคราง รายงานสภาพอากาศขององค์การอากาศโลกปี 2017 ระบุว่า ปีนี้อาจจะเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงสุด 1 ใน 3 อันดับแรกของโลก คือร้อนที่สุด เกิดเหตุอากาศปรวนแปรหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นพายุเฮอร์ริเคน น้ำป่าหลาก คลื่นลมร้อน และแห้งแล้ง ดัชนีการเปลี่ยนแปลงของอากาศระยะยาวประกอบไปด้วย ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเป็นกรดของน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น ทะเลน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือยังคงต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย รายงานดังกล่าวระบุอีกว่า สภาพความร้อนของเปลือกโลก ยังคงรุนแรงมากยิ่งขึ้น มันจึงถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มลงมือปฏิบัติการกอบกู้โลกใบนี้ของเราแล้ว

        ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ อุณหภูมิบนโลกโดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมประมาณ 1.1 องศาเซลเซียส ส่วนปีที่แล้ว ปรากฏการณ์อัลนิโยได้ส่งผลให้ผลกระทบในวงกว้าง ทำให้กลายเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยปี 2017 และ 2015 อยู่ในอันดับ 2 และ 3 นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีที่ต้องเผชิญหน้ากับความผันผวนของอากาศอย่างรุนแรง การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสภาพอากาศเหล่านี้ จำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการศึกษาวิจัยการเปลี่ยนแปลงของอากาศ มายืนยันว่า พฤติกรรมใดของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อปฏิกิริยาเรือนกระจกกันแน่

        องค์การอาหารโลก หรือ เอฟเอโอ สำรวจพบว่า ภาคการเกษตรของประเทศกำลังพัฒนากว่า 26% ได้รับความเสียหายจากภาวะคลื่นฝนและพายุ น้ำท่วม ตลอดจนภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากความแปรปรวนของอากาศ ส่วนองค์การอนามัยโลกหรือ ดับเบิ้ลยูเอชโอ ก็รายงานว่า ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา โรคภัยไข้เจ็บหรือการเสียชีวิตที่เกิดจากความเสี่ยงเรื่องอากาศร้อน นับวันเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น และในปัจจุบัน ประชากรของโลกกว่า 30% ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางภัยคุกคามจากกระแสลมร้อนในระยะเวลาอันยาวนาน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาการที่ต้องประสบกับภัยความร้อนเพิ่มมากขึ้นถึง 125 ล้านคน ซึ่งในช่วงปีที่แล้วมีผู้คนต้องกลายเป็นประชากรไร้ที่อยู่อาศัยถึง 23.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เกี่ยวกับน้ำท่วมและพายุเป็นหลัก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

        พายุหมุนเขตร้อนในรอบปีที่ผ่านมา คึกคักมากในมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น เฮอร์ริเคนฮาร์เวย์ในเดือน ส.ค. เออร์มาและมาเรีย ในเดือน ก.ย. โดยเฮอร์ริเคนฮาร์เวย์ได้ถล่มรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ นานถึง 5 วัน ปริมาณน้ำฝนรวมสูงถึง 1539 มม. ซึ่งทุบสถิติปริมาณน้ำฝนสูงสุดของเฮอร์ริเคนลูกเดียวในสหรัฐฯ และในปี 2017 ก็เป็นครั้งแรกที่มีเฮอร์ริเคนระดับ 4 ถล่มสหรัฐฯ ต่อเนื่องในปีเดียวกันถึง 2 ลูก คือฮาร์เวย์กับเออร์มา ในขณะที่เฮอร์ริเคนเออร์มา มีความเร็วลมสูงสุดถึง 300 กม./ชม. ต่อเนื่องถึง 37 ชม. ทุบสถิตนับตั้งแต่ที่มีดาวเทียมเป็นต้นมา ส่วนในเดือน ตค. เฮอร์ริเคนโอเฟลล่า ก็มีความรุนแรงระดับ 3 เคลื่อนตัวไปยังไอร์แลนด์ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก  ทำให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรง

        ภาวะน้ำท่วม เกิดเหตุฝนตกหนักรุนแรงในอเมริกากลางและใต้ในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และในช่วงระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. ถึง 2 ก.ค. ก็เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงบริเวณลุ่มน้ำแยงซีเกียง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดือน ส.ค. เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงในเนปาล บังคลาเทศ และภาคเหนือของอินเดีย ส่งผลให้ประชาชนกว่า 40 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบ องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า เฉพาะเหตุน้ำท่วมรุนแรงเดือน ส.ค. ในบังคลาเทศ มีผู้ติดเชื้อโรคติดต่อและโรคระบบทางเดินหายใจถึง 30,000 กว่าราย ในขณะที่องค์กรด้านอนามัยของเนปาลก็มีรายงานในลักษณะเดียวกัน

        ภาวะภัยแล้ง ในช่วงระหว่างปี 2016-2017 เกิดเหตุภัยแล้งในแอฟริการตะวันออก โดยที่โซมาเลีย ภาคเหนือของเคนยา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเอธิโอเปีย มีประชากรกว่า 11 ล้านคนต้องเผชิญหน้ากับภาวะความอดหยาก นอกจากนี้ หลายพื้นที่ในเมดิเตอร์เรเนียนก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งด้วย ภัยแล้งทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันมะกอกของอิตาลีลดลงจากในปี 2016 ถึง 62% ส่วนสเปนและโปรตุเกสก็มีหลายพื้นที่ที่ต้องประสบกับภาวะภัยแล้งเช่นเดียวกัน

        กระแสลมร้อนหรือ ฮีทเวฟ เดือน ม.ค. ส่งผลกระทบต่อชิลีในอเมริกาใต้ ซึ่งรวมถึง ซานดิเอโก้ ด้วยที่มีอุณหภูมิสูงถึง 37.4 องศาเซลเซียส และที่ท่าเรือแมดดรินในอาร์เจนตินา ก็มีอุณหภูมิสูงถึง 43.5 ในวันที่ 27 ม.ค. ภาคตะวันออกของออสเตรเลียอุณหภูมิสูงถึง 47 องศา ระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ. ชายแดนปากีสถานกับอิหร่าน ร้อนถึง 54 องศา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ส่วนที่อิหร่านและอามานห์ก็มีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศา วันที่ 26 มิ.ย. เมืองอาวาซ์ ของอิหร่านก็มีอุณหภูมิพุ่งเป็น 53.7 องศา นอกจากนี้ บาร์เรนห์ก็ทุบสถิติร้อนสุดเดือน ส.ค. เซี่ยงไฮ้กับฮ่องกงก็มีอุณหภูมิพุ่งเป็น 40.9 และ 36.6 องศา ทุบสถิติที่เคยมีมาด้วย ส่วนที่แคลิฟอร์เนีย ก็ร้อนสุดในช่วงหน้าร้อนเช่นเดียวกัน โดยที่ซานฟรานซิสโกทุบสถิติที่ 41.1 องศาเซลเซียส

        รายงานดังกล่าวระบุชัดว่า ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกผู้ทุกนามจะจับมือกันเพื่อสกัดภาวะดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้

 โดยนายเจี่ยซินซิง ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์อากาศไต้หวัน

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More