QR Code
 
บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 7 เม.ย. 59-โอกาสดีสำหรับนักเรียนไทยเชื้อสายจีน บ้านหลังใหม่ หัวใจไต้หวัน (B)
2016-04-13
  • โอกาสดีสำหรับนักเรียนไทยเชื้อสายจีน

    โอกาสดีสำหรับนักเรียนไทยเชื้อสายจีน

    นักเรียนจีนโพ้นทะเลที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมต้นสามารถศึกษาต่ออาชีวศึกษาระดับปวช. 3 ปีในไต้หวัน และหลังจากเรียนจบปวช.ก็สามารถศึกษาต่อมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในไต้หวันต่อเนื่องอีก 4 ปี

คณะกรรมการกิจการจีนโพ้นทะเลของไต้หวันได้เดินทางไปที่ร.ร.บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนที่อาศัยของคนไทยเชื้อสายจีน เพื่อโปรโมทการรับสมัครนักเรียนจีนโพ้นทะเลที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมต้นจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มาศึกษาต่ออาชีวศึกษาระดับปวช. 3 ปีในไต้หวัน และหลังจากเรียนจบปวช.ก็สามารถศึกษาต่อมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในไต้หวันต่อเนื่องอีก 4 ปี มีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่น่าสนใจ ต้องติดตามในรายการค่ะ

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ตอนที่ 10 ข้อสอบการฟัง ระดับต้น ข้อ 45-48

 

ตอบจดหมายคุณสุชานันท์ ผู้อนุบาลเกาสง

ภัยพิบัติธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยขึ้น หากมีข้อมูลที่เข้าใจง่ายก็ป้องกันได้

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60 ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60 ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

2017-06-28 19:32:31

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 28 มิ.ย. 60  

 

ระบบเตือนภัยเข้าใจง่าย ป้องกันภัยได้กว่าครึ่ง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
บึงกุยเหมาบนเกาะกุยซานเต่า

หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2

หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2

2017-06-26 23:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

- กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเตรียมเปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

- อุทยานท่องเที่ยวแห่งชาติซีลาหย่า จัดแคมเปญเที่ยว 4 เขื่อนในเขตอุทยาน ขายบัตรชุดลดราคาเกือบ 50%

- หนีร้อนไปขึ้นเกาะกุยซานเต่า (เกาะเขาเต่า) ภาค 2 

 

บรรยากาศของทางเดินรอบบึงกุยเหมาบนเกาะกุยซานเต่า

 

อุทยานท่องเที่ยวแห่งชาติซีลาหย่า ทางตอนใต้ของไต้หวัน

 

แผ่นป้ายสโลแกนบนเกาะ 島孤人不孤 เกาะโดดเดี่ยวแต่คนไม่อ้างว้าง

More
คลังสมองนโยบายไต้หวันใหม่ระบุ 54.8% หนุนให้ไต้หวันเป็นประเทศ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60 ชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60 ชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

2017-06-26 11:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. 60

 

หลังการตัดสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปานามาชาวไต้หวันเกินครึ่งต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ

กระทรวงต่างประเทศไต้หวัน สั่งทุตทั่วโลกจับตาความสัมพันธ์ เฝ้าระวังเหตุโดมิโน

กระทรวงต่างประเทศไต้หวันดันแผนทูตสันวไมตรีการเกษตรตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ 

More
เฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-25 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

          -แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของวงเฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในชุด 醜奴兒 (โฉ่วหนูเอ๋อ - The Servile) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (นิทรรศการมองเห็นฉีป๋อหลินเปิดให้เข้าชมฟรีถึงวันที่ 11 ก.ค. ที่ สวนซงซานครีเอทีฟปาร์ค)

 

 

More
ภาวะโลกร้อนทำพืชผลเกษตรเสียหาย ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60 ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60 ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

2017-06-24 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 60

 

ผลประโยชน์มาก่อน สิ่งแวดล้อมเอาไว้ก่อน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เซียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

2017-06-25 09:57:18

 

1. ระวังโรคไข้หวัดใหญ่ แม้อากาศจะร้อน แต่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แนะให้ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ

 

2. ปี 2559 ชาวไต้หวันเสียชีวิต 172,418 คน เมื่อเทียบกับปี 2558 เพิ่มสูงขึ้น 8,844 คนหรือเพิ่มขึ้น 5.4% จำนวนผู้เสียชีวิตเพศชายเท่ากับ 1.5 เท่าของเพศหญิง ผู้เสียชีวิตวัย 65 ปีขึ้นไปครองสัดส่วน 70%

          สำหรับโรคมะเร็งซึ่งครองแชมป์สาเหตุการตายอันดับที่ 1 ติดต่อกันมาเป็นเวลา 35 ปี  ครองสัดส่วน  27.7% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในไต้หวันหรือคิดเป็นทุก 100,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 203.1 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.8% มากกว่าค่ามาตรฐานสากล 126.8 คน โดยจากสถิติพบว่าทุก 11.02 วินาทีมีคนไต้หวันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 1 คนหรือเร็วกว่าปีที่แล้ว 11 วินาทีหรือแต่ละวันมีคนเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง 130 คน

         สำหรับ 10 อันดับโรคภัยที่คร่าชีวิตชาวไต้หวันประจำปี 2559  ได้แก่

         1. โรคมะเร็ง 47,760  คน                                              2. โรคหัวใจ  20,812 คน

         3. โรคปอดอักเสบ 12,212  คน                                        4. โรคหลอดเลือดสมอง 11,846  คน

         5. โรคเบาหวาน 9,960  คน                                            6. อุบัติเหตุ  7,206 คน

         7. โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง 6,787                            8. โรคความดันโลหิตสูง 5,887 คน

         9. โรคไต  5,226  คน                                                  10. โรคตับ 4,738  คน

 

ปี 59 ชาวไต้หวันเสียชีวิต 172,418 คน เพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิง 1.5 เท่าเพศหญิง

 

มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินหายใจ

 

โรคมะเร็งครองแชมป์สาเหตุการตายอันดับ 1 ของชาวไต้หวันติดต่อกันมาเป็นเวลา 35 ปี

 

3. ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาฟอกเลือดล้างไตพร้อมทัวร์ไต้หวันมากที่สุด

          สืบเนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ของไต้หวันอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลไม่แพงหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดึงดูดผู้ป่วยโรคไตขั้นสุดท้ายที่ต้องรับการรักษาด้วยวิธีฟอกไตจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์  และมาเลเซีย เดินทางมารับการฟอกไตที่ไต้หวันเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตจากญี่ปุ่นมีจำนวนมากที่สุด โดยปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์(Medical Tourism) และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

          จากสถิติของสมาคมส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตไต้หวันพบว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ผู้ป่วยโรคไตชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่เดินทางมาพำนักในไต้หวันเป็นเวลา3-5 วัน โดยเป็นชาวญี่ปุ่นมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40 ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตครั้งละประมาณ 8,000- 10,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ในญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-40,000  เหรียญไต้หวัน อีกทั้งวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นกับชาวไต้หวันมีส่วนคล้ายคลึงกัน ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากชอบทานอาหารไต้หวันซึ่งมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับราคาอาหารในญี่ปุ่น  ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแดนสวรรค์ของผู้ป่วยโรคไตชาวญี่ปุ่นไปแล้ว

 

บริการฟอกเลือดล้างไตของไต้หวัน ได้รับความนิยมจากผู้ป่วยโรคไตประเทศต่างๆ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น นิยมฟอกไตพร้อมท่องเที่ยวไต้หวัน

 

4. ไม่น่าเชื่อ ชนบทอย่างเมืองอี๋หลาน จะมีบริษัทที่ผลิตเครื่องแต่งกายกีฬาทางน้ำชั้นนำอันดับ 1 เของโลก ครองตลาดโลกถึง 65

         บริษัทที่ว่านี้ ชื่อว่าบริษัทเชโก้ (Sheico) ภาษาจีนเรียกว่า เซวียฉางซิง (薛長興) ซึ่งตั้งตามแซ่ของผู้ก่อตั้งและแบรนด์ บริษัทนี้ประกอบกิจการผลิตชุดกีฬาทางน้ำทุกชนิด ไม่ว่าจะ ชุดประดาน้ำ ชุดตกปลา ชุดชูชีพ ถุงมือและรองเท้าสำหรับกีฬาทางน้ำ และขึ้นชื่อลือชาที่สุดในด้านวัสดุผ้าไฮเทคที่ใช้ผลิตชุดกีฬาทางน้ำ ปัจจุบันชุดประดาน้ำยี่ห้อดังระดับโลก อย่าง Billabong 、O’Neill、Rip Curl、NRS เป็นต้น ล้วนเป็นลูกค้าที่มอบหมายให้เชโก้เป็นผู้ผลิตหรือใช้วัสดุผ้าจากเชโก้ทั้งนั้น ทำให้กิจการของเชโก้ขยับขยายไปสู่หลายประเทศ มีโรงงานผลิตตั้งอยู่แถวระยอง เฉพาะที่ไทย มีพนักงานกว่า 2,700 คน นอกจากนี้ ยังมีที่เวียดนาม กัมพูชาและจีนแผ่นดินใหญ่ รายได้ประกอบการของบริษัทมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี และครองตลาดโลกถึง 65% ประมาณกันว่า ชุดประดาน้ำคุณภาพสูง ราคาแพง ทุกๆ 10 ตัว มีกว่า 6 ตัวผลิตจากบริษัทเชโก้

 

อดีต ปธน.หม่าอิงจิ่ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เยี่ยมชมบริษัทเชโก้ ประธานบริษัทให้การต้อนรับแนะนำวัสดุผ้าของบริษัท

 

เซวียฉางซิงเป็นผู้นำแนวหน้าของโลกด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุผ้าชุดกีฬาทางน้ำ

 

         อณาจักรใหญ่โตขนาดนี้ เพื่อนผู้ฟังอาจเข้าใจว่า บริษัทข้ามชาติประเทศไหนมาลงทุนหรือ? เปล่าเลยครับ คนพื้นเมืองในชนบทอี๋หลานแท้ๆ นี่แหละ นายเซวียพีก้ง (薛丕拱) ผู้ก่อตั้งบริษัทสร้างเนื้อสร้างตัวจากการขายรองเท้าผ้าใบแผงลอยหรือขายอยู่ตามข้างทาง เนื่องจากเป็นคนช่างสังเกตและเป็นคนหัวเซ็งลี้ ขณะนั้น ตามภาคเหนือของไต้หวัน อย่างที่จีหลง อี๋หลาน มีการทำเหมืองแร่หลายแห่ง คนงานเหมืองแร่ค่อนข้างมาก จึงเปลี่ยนมาขายรองเท้าสำหรับคนงานเหมืองแร่ ปรากฎว่าขายดีมาก เมื่อกิจการดีขึ้น นายเซวียก็คิดทำแบรนด์รองเท้าของตัวเองบ้าง รองเท้ายี่ห้อฉางซิง (長興牌) จึงปรากฎขึ้น คราวนี้ ไม่เพียงแค่ขายรองเท้าคนงานเหมืองแร่ ยังครอบคลุมรองเท้ากันฝนด้วย

 

บริษัทเซวียฉางซิง หรือเชโก้ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอี๋หลาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากไทเปประมาณ 40 กม.

 

         เมื่อกิจการทำมาค้าขึ้น คู่แข่งก็เริ่มปรากฎมากขึ้นเช่นกัน นายเซวียจึงคิดไกลขยับขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ เพราะมัวแต่ทำตลาดในไต้หวันอย่างเดียวไม่พอแน่ๆ จึงเริ่มธุรกิจผลิตรองเท้าส่งออกไปยังประเทศต่างๆ นอกจากพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานแล้ว ยังขวนขวายศึกษาและไปดูงานของแปลกใหม่ในต่างประเทศเนืองๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาไปดูงานนิทรรศการที่เยอรมัน เห็นมีรองเท้านักประดาน้ำวางโชว์อยู่ น่าสนใจมาก เพราะใช้วัสดุเหมือนๆ กับรองเท้ากันฝน จึงหาซื้อกลับมาศึกษาที่ไต้หวัน เขาพบว่า ใช่เลย! นี่เป็นธุรกิจที่ควรทำ เพราะในขณะนั้น คนทำรองเท้าพิเศษเหล่านี้ ในไต้หวันยังไม่มี ในต่างประเทศก็น้อยมาก และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ธุรกิจชุกกีฬาทางน้ำของบริษัทเซวียฉางซิง

 

สายการผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพของเซวียฉางซิงหรือเชโก้

 

         เมื่อปี 1979 หรือเมื่อ 38 ปีที่แล้ว บริษัทของเขาได้รับออร์เดอร์รองเท้าสำหรับนักประดาน้ำจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 500 คู่ มูลค่ารวม 3,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 100,000 บาท กลายเป็นก้าวแรกที่บริษัทเชโก้หรือเซวียฉางซิงบุกตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทได้พัฒนาคุณภาพสินค้าและราคาให้เป็นที่ไว้วางใจลูกค้า จนเติบโตจากโรงงานเล็กๆ กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้ประกอบการนับหมื่นล้านเหรียญไต้หวันในทุกวันนี้ เพราะมีการพัฒนาไม่หยุด ทิ้งคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่น ทำให้ชุดกีฬาทางน้ำของเชโก้ครองตลาดโลกถึง 65% จนปัจจุบัน แทบจะกล่าวได้ว่า เชโก้หรือเซวียฉางซิงไร้คู่แข่ง

        การจะกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ไม่เพียงแค่คุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิตและความสามารถในการบุกเบิกตลาดเท่านั้น พนักงานที่ยอมทุ่มเทให้กับบริษัทก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทเซวียฉางซิง ยึดอุคมคติ ได้มาจากสังคม ต้องคืนกำไรให้กับสังคม (取之於社會、用之於社會) พนักงานของบริษัทส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90 เป็นชาวอี๋หลาน บริษัทให้การดูแลพนักงานเป็นอย่างดี นอกจากค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงแล้ว ทุกปี จะจ่ายเงินโบนัสสองครั้ง คือช่วงกลางปีและสิ้นปี แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าเงินเดือน 2 เดือน และบริจาคเงิน 30 ล้านเหรียญตั้งเป็นกองทุนการศึกษา ส่งเสริมการศึกษาของเด็กนักเรียนในเมืองอี๋หลาน และยังมีเงินสนับสนุนกิจการของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมืองอี๋หลานอีกหลายแห่ง

 

นายเซวียพีก้ง ผู้ก่อตั้งบริษัทเชโก้ ถ่ายกับผลิตภัณฑ์ชุดประดาน้ำของบริษัท 

 

 

เซวียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก ครองตลาดโลกถึง 65% ซึ่งประมาณกันว่า  หรือทุก 10 ตัว มี 6 ตัวขึ้นไปผลิตจากเชโก้

 

 

 

 

 

โฆษณาของเซวียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลก

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ผู้ใช้แรงงานในนครไถหนาน ประท้วงรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

2017-06-24 09:27:23

 

1. ผู้ใช้แรงงานไต้หวันเดือด กฎหมายแรงงานใหม่ทำโอทีหด รายได้หาย สินค้าขึ้นราคา 16 พ่อเมืองชะลอการบังคับใช้กฎหมายในวันที่ 1 ก.ค. วอนรัฐบาลทบทวนใหม่

 

           สภานิติบัญญัติของไต้หวันแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานมตราที่ 36 และ 39  ให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดงานได้ 2 วันทุก ๆ ระยะเวลาทำงาน 7 วัน ในจำนวนนี้มี 1 วัน เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำงานล่วงเวลาไม่ได้ ยกเว้นกรณีเกิดภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขอให้แรงงานเข้าทำงาน อีก 1 วันเป็นวันหยุดพักผ่อนที่ทำงานล่วงเวลาได้ แต่นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีเพิ่มจากที่ได้รับตามปกติอยู่แล้ว ใน 2 ชั่วโมงแรก เพิ่มให้ 1.33 เท่า ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป จ่ายให้ชั่วโมงละ 1.66 เท่าของชั่วโมงปกติ หากการทำงานล่วงเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ให้จ่าย 4 ชั่วโมง เกิน 4 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 8  ชั่วโมง เกิน 8 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้คิดเป็น 12 ชั่วโมง และชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ต้องนำไปรวมกับยอดจำนวนชั่วโมงโอทีในแต่ละเดือน ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเกิน 46 ชั่วโมง  

          สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดนักขัตฤกษ์ นายจ้างต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่มให้ 1 เท่าของค่าจ้างในวันปกติ ส่วนกรณีที่มีความจำเป็นต้องทำงานในวันหยุดพักประจำสัปดาห์ในวันที่ห้ามทำโอที เช่น เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ต้องเข้าทำงาน นายจ้างสามารถขอความร่วมมือจากแรงงานให้ทำงานได้ แต่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาเพิ่มให้ 1 เท่า และต้องจัดวันหยุดชดเชยให้แรงงานได้หยุดพักผ่อนในภายหลัง

          กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ข้างต้นเดิมมีเจตนารมณ์ให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้น หากนายจ้างต้องการให้ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดประจำสัปดาห์ สามารถให้ทำได้เพียงวันเดียว โดยต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยมากเกินไป ทำให้ไร้ความยืดหยุ่น นายจ้างกลัวทำผิดกฎหมาย รวมทั้งต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ลดการทำงานล่วงเวลา หรือไปว่าจ้างแรงงานที่รับจ้างทำงานเป็นรายชั่วโมง เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ทำให้ผู้ใช้แรงงาน แทนที่จะได้รับประโยชน์ กลับมีรายได้ลดลง ขณะที่นายจ้างมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เดือดร้อนไปถึงประชาชนทั่วไป

          ตามกำหนดที่กระทรวงแรงงานประกาศ กฎหมายฉบับใหม่ หลังผ่านช่วงเวลาประชาสัมพันธ์ 6 เดือน จะเริ่มมีผลบังคับใช้และปรับหนักนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป แต่มีเสียงคัดค้านดังกระหึ่มไปทั่ว ทำให้พ่อเมืองต่างๆ ไม่ทำตามหรือชะลอการใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไป มีเพียง 6 เมืองที่รับจะปฏิบัติตามกระทรวงแรงงานกำหนด ขณะที่ สส.พรรครัฐบาลเองก็เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายฉบับนี้เสียใหม่ ก็ต้องรอดูต่อไปว่า กระทรวงแรงงานจะแก้ปัญหาอย่างไร?

 

 ผู้ใช้แรงงานในนครไถหนาน ประท้วงรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ทำรายได้หดหาย

 

ผู้ใช้แรงงานชุมนุมประท้วงที่หน้าตึกที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายแรงงานฉบับใหม่

 

รัฐบาลหวังดีให้แรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้น แต่กฎหมายไร้ความยืดหยุ่น กลับทำให้แรงงานได้รับความเสียหาย

 

กฏหมายแรงงานใหม่ หวังให้ผู้ใช้แรงงานมีวันหยุดเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลให้กิจการภาคบริการต้องหยุดให้บริการในวันหยุด สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภค

 

2. แรงงานไทยในไต้หวัน เมื่อเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวหรือกลับไปพักร้อน ต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานจัดหางาน จังหวัดใดก็ได้ หากไม่รายงานตัว ช่วงเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อกลับมาทำงานต่อที่ไต้หวัน อาจมีปัญหาเดินทางไม่ได้

 

3. คุณอาอู่ หนุ่มดอยแดนมังกร เล่าประสบการณ์ถูกตำรวจไต้หวันขอตรวจบัตรดูประจำตัว ชื่นชมตำรวจไต้หวันทำตามหน้าที่ แต่สุภาพและให้เกียรติ

 

4. คุณวีรนันท์จากนครเกาสง เล่าประสบการณ์ไปลงนามถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่กองแรงงานนครเกาสงจัดให้สถานที่ให้พี่น้องชาวไทย และไปพบแรงงานไทยกลุ่มหนึ่ง บ่นว่า ถูกหักค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทนไม่ไหว จะขอลากลับไทย แนะนำว่า มีปัญหาอย่าเก็บไว้บ่นกันเอง ควรร้องเรียนกับสำนักงานแรงงาน เกาสง เบอร์โทร 07-3927620

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เฉ่าตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-06-23 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของเฉาตงเหมยหยิ่วไพ่ตุ้ย (草東沒有派對) ในเพลง大風吹 (ต้าฟงโชย-ลมเพลมพัด) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หวังลี่หงให้แฟนๆช่วยออกความเห็นว่าจะตัดผมสำหรับอัลบั้มเพลงชุดใหม่ดีไหม)

More
สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 22 มิ.ย. 60 - สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 22 มิ.ย. 60 - สิทธิการเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

2017-06-23 22:10:23

สถาบันวิจัยวัฒนธรรมร่วมกับสถานีวิทยุแห่งชาติไต้หวัน Radio Taiwan International (Rti) จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "การเข้าถึงสื่อข้อมูลข่าวสารของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และสิทธิของพลเมืองด้านวัฒนธรรม: กรณีศึกษาจากนสพ.สี่ฝั่งและวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนามของสถานีวิทยุ Rti" หลี่จ้งจื้อ (李重志) รองผอ.สถานีวิทยุ Rti และผู้จัดรายการวิทยุภาคภาษาไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม และนักวิชาการได้ร่วมแสดงทัศนะในการสัมมนาครั้งนี้ ติดตามได้ในรายการ  

 

 

ช่วงติวสอบ TOCFL ข้อสอบการอ่าน ระดับกลาง Band B ข้อ 30-31

More
ไต้จืออิ่ง

ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

2017-06-22 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-ไต้จืออิ่งผ่านรอบแรกออสเตรเลี่ยน โอเพ่นแบบสบายมือ รอพบน้องเมย์ รัชนกในรอบ 2

-เซี่ยสูเหวย (謝淑薇) ตกรอบแรกรายการเอกอนคลาสสิคที่เบอร์มิงแฮมอย่างน่าเสียดาย

More
มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวัน เดือน พ.ค. 60 พุ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 27 มิ.ย. 60 มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวัน เดือน พ.ค. 60 พุ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 27 มิ.ย. 60 มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวัน เดือน พ.ค. 60 พุ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

2017-06-27 11:55:00

ชีพจรเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 27 มิ.ย. 60

 

มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวัน เดือน พ.ค. 60 พุ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

กระทรวงแรงงานไต้หวันอัดเม็ดเงินช่วยเหลือผู้ตกงานที่ต้องการทำงานภาคบริการดูแลผู้สูงวัย เดือนละ 5,700 เอ็นที

แผนพัฒนาเพื่ออนาคต ชุบชีวิตเมืองชั้น 2 และชั้น 3 ด้วยเม็ดเงิน 8,500 ล้านเอ็นที ใน 4 ปี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
แรงงานไทยได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วกว่า 5,000 คน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 21 มิถุนายน 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 21 มิถุนายน 2560

2017-06-22 08:18:51

 

1. 6 เดือนผ่านไปแล้ว แรงงานไทยได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วกว่า 5,000 คน ช่วยประหยัดค่าหัวคิวได้แล้ว 350 ล้านบาท

          สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ผ่านการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมหรือผ่านไปแล้ว 6 เดือน มีแรงงานต่างชาติได้รับการต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันแล้ว 51,698 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 33,614 คน ภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาลในครัวเรือน 17,084 คน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วกว่า 5,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เฉพาะแรงงานไทย ช่วง 6 เดือนที่ผ่านไป ได้รับการต่อสัญญาใหม่แล้ว 5,004 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยในภาคการผลิต 4,945 คน ผู้อนุบาล 59 คน โดยแรงงานไทยที่ ได้รับการต่อสัญญากับนายจ้างใหม่ 51 คน ถือว่าสามารถช่วยให้แรงงานไทยไม่ต้องกลับไปเสียค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวได้แล้วกว่า 350 ล้านบาท

 

ณ สิ้นเดือนพ.ค. 60 แรงงานไทยได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วกว่า 5,000 คน ช่วยประหยัดค่าหัวคิวได้แล้ว 350 ล้านบาท

 

          กรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี ในอดีตเนื่องจากกฎหมายการจ้างงานกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน แต่มีการแก้กฎหมายใหม่ ยกเลิกข้อบังคับต้องเดินทางกลับประเทศหลังทำงานครบสัญญา 3 ปี สามารถต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ดังนั้น นายจ้างจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องภายในเวลา 2-4 เดือน ก่อนจะครบสัญญา 3 ปี เพื่อต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติ และต้องช่วยทำเรื่องเปลี่ยนนายจ้างใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติที่ไม่ประสงค์ต่อสัญญากับนายจ้างเดิม แต่อยากอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป หากไม่ดำเนินการ นายจ้างจะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

          กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวอีกว่า ได้รับแจ้งว่ามีนายจ้างจำนวนหนึ่ง ไม่ได้ช่วยแรงงานต่างชาติที่อยากเปลี่ยนนายจ้างใหม่ ยื่นคำร้องต่อกระทรวงแรงงาน หากถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน จึงย้ำเตือนนายจ้างว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันยังไม่ครบ 12 ปี หรือผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันยังไม่ครบ 14 ปี เมื่อทำงานเหลือเวลา 2-4 เดือนก่อนครบสัญญา 3 ปี ให้นายจ้างดำเนินการยื่นขอต่อสัญญาใหม่ต่อกระทรวงแรงงานได้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว แรงงานต่างชาติไม่ต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่ อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันต่อไปได้ และแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้ว ไม่ต้องไปรับการตรวจโรคภายใน 3 วัน นับแต่วันที่สัญญาใหม่มีผล แต่ต้องรับการตรวจโรค ก่อนหรือหลัง 30 วันในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30 และแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนได้ ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน และห้ามเรียกรับเงินค่าบริการอื่นๆ เพิ่ม       

ส่วนกรณีที่แรงงานต่างชาติประสงค์ต่อสัญญาใหม่กับนายจ้างรายเดิมหรือนายจ้างรายใหม่ แต่ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญา 20,000-25,000 เหรียญไต้หวัน หรือมีนายจ้างและบริษัทจัดหางานบางราย บังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าหัวคิวใหม่ แล้วจึงเดินทางกลับมาทำงานต่อได้นั้น นายเสว เจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาตินั้น อนุญาตให้บริษัทจัดหางานต่างประเทศเรียกรับได้ก่อนการเดินทางเท่านั้น ส่วนบริษัทจัดหางานไต้หวัน อนุญาตให้เรียกเก็บค่าบริการดูแลเป็นรายเดือนระหว่างที่แรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่ไต้หวันได้ ในอัตราค่าบริการปีแรกเดือนละไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ ปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน ซึ่งได้รวมค่าบริการต่อสัญญาใหม่และช่วยเปลี่ยนนายจ้างใหม่อยู่ด้วยแล้ว ห้ามมีการเรียกรับค่าบริการจัดหางาน ค่าต่อสัญญาใหม่หรือค่าบริการหานายจ้างใหม่จากแรงงานต่างชาติอีก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของค่าบริการที่เรียกรับ นอกจากนี้ ยังจะถูกพักใบอนุญาตเป็นเวลา 3 เดือน

 

กระทรวงแรงงานไต้หวันย้ำ แรงงานไทยประสงค์ต่อสัญญาใหม่ แต่บจง. เรียกเก็บค่าต่อสัญญา หรือให้กลับไปทำเรื่องมาใหม่ ขอร้องเรียนต่อกองแรงงานท้องที่

 

2. เตือนแรงงานไทยในนครเกาสงระวังโรคไข้สมองอักเสบ แนะป้องกันถูกยุงกัด

หลังจากเพิ่งตรวจพบมีผู้ป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ต้นเดือนมิถุนายนนี้ ที่เขตหลูจู๋ นครเกาสง พบแรงงานเวียดนามรายหนึ่ง มีอาการคล้ายโรคไขสมองอักเสบอีกแล้ว เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกตรวจบริเวณรอบๆ ที่เกิดเหตุ พบนอกจากมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวนมากแล้ว ภายในรัศมี 2 กม. ยังมีฟาร์มเลี้ยงสุกรถึง 23 แห่ง เพื่อป้องกันสถานการณ์ลุกลาม กองอนามัยท้องที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตหลูจู๋และมีอายุ 49 ปีขึ้นไปฟรี

โฆษกกองอนามัยเขตหลูจู๋ นครเกาสงแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ไข้ขึ้นสูง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ และเนื่องจากผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบมาก่อน อีกทั้งสถานที่ทำงานห้อมล้อมไปด้วยคอกหมูและทุ่งนา เป็นแหล่งกำเหนิดยุงรำคาญ ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อจากตัวหมูมาสู่คนได้ กองอนามัยเขตหลูจู๋จึงประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีอายุ 49 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการฉีดวัดซีนมาก่อน ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบได้ฟรี ขณะเดียวกันเตือนให้หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมหรือเข้าใกล้คอกหมู ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว นอนในมุ้งที่มิดชิด อย่าให้ยุงกัด

 

เจ้าหน้าที่อนามัยในนครเกาสง กำลังตรวจสอบแหล่งเพาะพันธ์ุยุงรำคาญ ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อไข้สมองอักเสบจากหมูสู่คน

 

  กองอนามัยเขตหลูจู๋กล่าวว่า ในไต้หวันช่วงเวลาเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากยุงรำคาญเป็นพาหะนำเชื้อ JE จากในตัวหมูมาสู่คน ผู้ที่ติดเชื้อ อาการจะเริ่มด้วยมีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ต่อไปอาการปวดศีรษะจะมากขึ้น ผู้ป่วยอาเจียน ซึมลงเรื่อยๆ จนหมดสติไม่รู้สึกตัว บางรายอาจมีอาการตัวแข็งเกร็งและชักร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการหายใจไม่สม่ำเสมอ ในรายที่เป็นรุนแรงมากจะเสียชีวิตประมาณวันที่ 7-9 ของโรค ถ้าพ้นระยะนี้แล้วจะผ่านเข้าระยะฟื้นตัว ระยะเวลาของโรคทั้งหมดประมาณ 4-7 สัปดาห์ เมื่อหายแล้วประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยจะมีความพิการเหลืออยู่ เช่น อัมพาตแบบแข็งเกร็งของแขนขา พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง บุคลิกภาพเปลี่ยน สติปัญญาเสื่อม เชาวน์ปัญญาเสื่อม อัตราการเสียชีวิตของโรคไข้สมองอักเสบเจอีพบได้ร้อยละ 20-40

สำหรับวิธีป้องกันโรคไข้สมองอักเสบมีดังนี้

1. หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัด โดยเฉพาะยุงรำคาญ ซึ่งมักจะกัดเวลาพลบค่ำ

2. ไม่ควรเลี้ยงหมูในบริเวณใกล้บ้านที่อยู่อาศัย เลี้ยงหมูในคอกที่อยู่ห่างคน ไม่ควรทำกิจกรรมใกล้คอกหมู นอนในมุ้งที่มิดชิดหรือมีมุ้งลวดกันยุง

3. โรคไข้สมองอักเสบเจอีป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกันหนึ่งเดือน แล้วฉีดเพิ่มอีกหนึ่งครั้งหลังจากฉีดเข็มที่สองได้หนึ่งปี

 

ฟาร์มสุกรเป็นแหล่งเกิดไข้สองอักเสบ ไม่ควรเข้าใกล้และต้องป้องกันถูกยุงรำคาญกัด

 

3. หลังหลบหนีหลายวัน ในที่สุดหนุ่มไต้หวันที่ขี่มอเตอร์ไซค์ขโมยมาชิงทรัพย์แรงงานต่างชาติโดนรวบแล้ว

          สถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในไต้หวัน แม้เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศแล้ว ถือว่าเบามาก แต่หากเทียบกับไต้หวันในอดีต ถือว่ารุนแรงขึ้น เมื่อขี้ยาเพิ่มมากขึ้น คดีอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อยหรือวิ่งราวชกชิงทรัพย์เริ่มมีมากขึ้น แม้แต่แรงงานต่างชาติก็โดนด้วย อย่างที่เกาสง เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แรงงานหญิงฟิลิปปินส์คนหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินอยู่บาทวิถีในเขตหนานจื่อ นครเกาสง ถูกหนุ่มไต้หวันขับขี่มอเตอร์ไซค์กระชากกระเป๋า สถานีตำรวจเขตหนานจื่อตั้งชุดทำงานติดตามหาคนร้ายอย่างใกล้ชิด โดยจับตาบริเวณที่เกิดเหตุและตรวจสอบข้อมูลรถมอเตอร์ไซค์ พบก่อนหน้าเกิดเหตุ 1 วัน มีรถมอเตอร์ไซค์ถูกขโมย และรถมอเตอร์ไซค์คันนี้เคยปรากฎในที่เกิดเหตุ ผู้ขับขี่เป็นชายไต้หวันแซ่เฉินอายุ 33 ปี เคยมีประวัติถูกจับกุมคดียาเสพติด แต่เนื่องจากนายเฉิน ซึ่งเสพยาเสพติด ถูกญาติพี่น้องรังเกียจ จึงไม่ค่อยกลับบ้านและไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน ทำให้ตรวจสอบยาก แต่ตำรวจไม่ได้ละความพยายาม มีการตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่สันนิษฐานว่านายเฉินน่าจะไป จนพบว่านายเฉินมีอาการป่วย น่าจะเข้ารับการรักษาพยาบาล จึงส่งตำรวจคอยดักรอตามโรงพยาบาลและคลินิกน้อยใหญ่ในเขตหนานจื่อ จนตำรวจหลายนายพูดในเชิงล้อเล่นว่า ช่วงนี้ไปโรงพยาบาลเหมือนกับไปช๊อปปิ้งห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว และความพยายามของตำรวจไม่ได้สูญเปล่า ในที่สุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบนายเฉินไปรับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลทหารผ่านศึกสาขานครเกาสง จึงเข้าไปจับกุม

          ตำรวจชุดตรวจสอบและติดตามคดีนี้แถลงว่า นายเฉินสารภาพว่าตนติดยาเสพติด จนญาติพี่น้องตัดหางปล่อยวัด ไม่คบค้าสมาคมด้วย เพื่อหาเงินซื้อยาเสพติด จึงขโมยรถมอเตอร์ไซค์ หาเหยื่อชิงทรัพย์ และลงมือกระชากกระเป๋าผู้หญิงคนหนึ่ง โดยไม่ทราบว่าเป็นแรงงานต่างชาติ ได้เงินไป 9,000 เหรียญและใช้หมดแล้ว ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์และลักทรัพย์ต่อไป ก็ขอให้แรงงานไทย ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย

 

 

จับได้แล้ว หนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันติดยาขี่มอเตอร์ไซค์ที่ขโมยมาชิงทรัพย์แรงงานต่างชาติ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More