QR Code
กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 16 ก.ค. 61 ไต้หวันปรับ ครม. รับมือสถานการณ์ใหม่ กระแสประชาธิปไตย
2018-07-17
  • นายสวีกั๋วหย่ง (徐國勇) รมว. มหาดไทยคนใหม่

    นายสวีกั๋วหย่ง (徐國勇) รมว. มหาดไทยคนใหม่

    นายสวีกั๋วหย่ง (徐國勇) รมว. มหาดไทยคนใหม่
  • นายเย่จวิ้นหยง ( 葉俊榮) รมว. ศึกษาธิการ คนใหม่

    นายเย่จวิ้นหยง ( 葉俊榮) รมว. ศึกษาธิการ คนใหม่

    นายเย่จวิ้นหยง ( 葉俊榮) รมว. ศึกษาธิการ คนใหม่
  • นายอู๋หงโหมว (吳宏謀) รมว. คมนาคม คนใหม่

    นายอู๋หงโหมว (吳宏謀) รมว. คมนาคม คนใหม่

    นายอู๋หงโหมว (吳宏謀) รมว. คมนาคม คนใหม่
  • Kolas Yotaka โฆษกรัฐบาลคนใหม่

    Kolas Yotaka โฆษกรัฐบาลคนใหม่

    Kolas Yotaka โฆษกรัฐบาลคนใหม่

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 16 ก.ค. 61

       ไต้หวันปรับ ครม. รับมือสถานการณ์ใหม่ รวม 5 ตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ รมว. คมนาคม มหาดไทย ศึกษา คมนาคม โฆษกรัฐบาล และตำแหน่งใน ครม. อีกหลายตำแหน่ง ถูกวิเคราะห์ว่า เป็นการปรับขบวนทัพเพื่อรับศึกเลือกตั้้งท้องถิ่นปลายปีนี้ 

        ส่วนอังกฤษสวนหมัดจีนแผ่นดินใหญ่ กต. อังกฤษยัำไม่ควรกดดันภาคเอกชนในเรื่องนี้ และอังกฤษก็เรียกไต้หวันว่า ไต้หวันมาโดยตลอด 

 

ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงาน

นายสวี่ซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

2018-05-20 06:00:00

 

1.  กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน ด้านรัฐบาลตั้งเป้าปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน ภายในเวลา 4-6 ปีข้างหน้า

     นายซือจวิ้นจี๋ (施俊吉) รองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า หากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็น 30,000 เหรียญไต้หวัน จะสามารถเป็นจริงได้ภายในเวลา 4-6 ปี รองนายกรัฐมนตรีของไต้หวันผู้นี้กล่าวยกตัวอย่างว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 6% ต่อปี ภายในปี 2567 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากปรับในอัตราส่วน 7% ใช้เวลา 5 ปี และหากปรับขึ้น 8% ทุกปี ใช้เวลาเพียง 4 ปี ค่าจ้างขั้นต่ำก็จะอยู่ที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทีเดียวเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน (Cr : Mirror Media)

 

      จากแนวโน้มสถานการณ์ในปัจจุบัน คาดว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป น่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำกันทุกปี และปรับขึ้นในสัดส่วนที่น่าจะสูงกว่า 6% ขึ้นไป จนกว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะไปอยี่ที่ระดับ 30,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทย

      นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาในไต้หวัน มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวม 7 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน  ปรับขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันในปัจจุบัน ปรับขึ้นแล้วรวม 4,720 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 27.31% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 7 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญเป็น 140 เหรียญในในปีนี้ ปรับขึ้นไปแล้ว 45 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 47.60% 

 

กลุ่มแรงงานในไต้หวันชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์หน้าสภานิติบัญญัติเมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

2. สองแรงงานไทยบริษัทชินพูนอินดัสเทรียลที่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ ทายาทได้รับเงินชดเชยจากนายจ้าง เงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยของไต้หวัน เงินช่วยเหลือและบริจาคกว่า 8 ล้านบาท ขณะที่อีก 250 คนที่ยังไม่มีงานทำ เนื่องจากสถานที่ทำงานถูกไฟไหม้ นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างตามปกติ แต่หากประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน นายจ้างยินยอมจ่ายเงินชดเชยให้ออกจากงานตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานของไต้หวัน

      กรณีที่นายเชิดศักดิ์ บุรัมสูงเนิน จังหวัดบุรีรัมย์ และนายภานุพงศ์ เสงี่ยม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา 2 แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในโรงงาน บ. Chin Poon Industrial Co.,Ltd สาขาผิงเจิ้น นครเถาหยวน เมื่อคืนวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา  สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ช่วยประสานและเจรจากับบริษัทจัดหางานและนายจ้าง นอกจากรับผิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาไต้หวันของทายาทแรงงานไทยทั้งสองราย และรับผิดชอบค่าทำศพทั้งหมดแล้ว  ในส่วนของทายาทนายเชิดศักดิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รวมค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน เงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน ได้รับกว่า 4,614,988 บาท

      ขณะที่ญาตินายภานุพงศ์ ได้เงินช่วยเหลือจากนายจ้าง 3,284,285 บาท รับเงินค่าจัดการศพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน และเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานไทยและไต้หวัน รวมกว่า 3,673,388 บาท แต่เนื่องจากนายภานุพงศ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน หลัง 1 ม.ค. 2552 ทายาทจะได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนฯ เป็นรายเดือน เดือนละ 3,210 บาท ตลอดชีพ

      นอกจากทางการต้องตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างเข้มงวดแล้ว เตือนแรงงานไทยเองก็ต้องระมัดระวัง อย่างต่อสายไฟโดยพลการหรือเสียบปลั๊กไฟจนเกิดภาวะโอเวอร์โหลด เพราะชีวิตเรามีค่า ต่อให้เงินชดเชยมากขนาดไหนก็ไม่คุ้ม

 

สำนักงานแรงงานไทยไทเป และกองแรงงานนครเถาหยวน ช่วยเจรจาสิทธิประโยชน์แก่ทายาทแรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 2 รวมทั้งแรงงานไทยที่ประสบความเดือดร้อนในครั้งนี้ จนนายจ้างยอมจ่ายเงินชดเชยให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

 

 พิธีไว้อาลัยแรงงานไทยที่เคราะห์ทั้งสองราย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มีหน่วยงานและเพื่อนร่วมงานไปร่วมพิธีมากมาย

 

3.   คนงานหญิงชาวเวียดนามประท้วงกลางดึก นายจ้างหักเงินแล้วไม่ยอมเปิดแอร์

      เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. แรงงานหญิงเวียดนามกว่า 100 คน ชุมนุมกันนอกหอพักข้างถนนสายหลักในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป ประท้วงนายจ้างที่หักค่าที่พักและค่าแอร์ แต่จัดหาที่พักที่คับแคบ ห้องสุขาไม่เพียงพอและที่สำคัญ คนอยู่กันแน่น อากาศเริ่มร้อน นายจ้างหักค่าแอร์เดือนละ 400 เหรียญ แต่ไม่ยอมเปิดแอร์ ให้เปิดตัวพัดลม ทำให้นอนไม่หลับ ทนไม่ไหวจึงชุมนุมกันประท้วง

      ด้านกองแรงงาน นครนิวไทเปได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงงานดังกล่าว พบว่า นายจ้างไม่ได้เก็บค่าอาหารและที่พักตามที่ตกลงกันไว้ กล่าวคือในสัญญาจ้างระบุ หักค่าอาหารและที่พักเดือนละ 2,500 เหรียญ แต่หักจริง 3,940 เหรียญไต้หวัน เข้าข่ายไม่จ่ายค่าจ้างให้แรงงานเต็มจำนวน ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่วนปัญหาที่พักคับแคบพบว่า ที่พักในปัจจุบันเป็นอาคาร 5 ชั้น แต่มีแรงงานอัดแน่นคล้ายปลากระป๋องถึง 362 คน และห้องสุขาไม่เพียงพอ ต้องเข้าคิวปลดทุกข์และอาบน้ำ

      กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดหาที่พักที่ได้มาตรฐาน โดยแรงงานต่างชาติแต่ละคนต้องมีพื้นที่พักโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.2 ตารางเมตร

 

 แรงงานเวียดนามประท้วง 362 คนอัดแน่นกันอยู่ในตึก 5 ชั้น ห้องสุขาไม่เพียงพอและร้อนอบอ้าว

 

4. น่าเชิดชู!  นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจจากเมืองผิงตง ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซียมาดูแลคุณแม่วัย 90 ปี ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ทำงานได้ 6 ปี ผู้อนุบาลรายนี้ป่วยเป็นมะเร็งในเต้านม นายจ้างไม่ได้ส่งกลับ แต่ให้การดูแลเป็นอย่างดีเสมือนเป็นญาติและพาไปรับการบำบัดอย่างต่อเนื่องนานถึง 4 ปี จนอาการดีขึ้น เดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายจ้างรายนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายจ้างดีเด่นประจำปีนี้ของเมืองผิงตง เมื่อ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

นายสวีซินซิน (徐昕昕) นายจ้างมีน้ำใจ (คนยืน) ดูแลผู้อนุบาลอินโดนีเซียที่มาดูแลคูณแม่อายุ 90 ปี (คนนั่ง) แต่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมนาน 4 ปี ได้รับเลือกเป็นนายจ้างดีเด่นของเมืองผิงตงในปีนี้

 

5. น้องเก๋ พิศมัย ใจขาน เล่าประสบการณ์การทำงานที่ไต้หวันของตนและเผยเคล็ดลับที่ทำให้นายจ้างเชื่อมั่น  

 

น้องเก๋เยี่ยม Rti ถ่ายภาพกับคุณอัญชัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เจ้าหนุ่มสลาตันที่ผันตัวเองมาเป็นคุณพ่อสลาตัน กับอัลบั้มเพลงชุด My Pride

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่งในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่งในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-05-13 22:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหลินจื้ออิ่ง (林志穎) ในชุด 我的驕傲 (My Pride) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (ยินดีด้วยกับคุณแม่คนใหม่ เว่ยหรูเซวียน และเซี่ยอีหลินประกาศข่าวดีในวันแม่ /หวังจู่เสียนโพสอวยพรวันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคน/Mayday เชิญเหลียงเจียฮุยขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง)

 

เจ้าหนุ่มสลาตันที่ผันตัวเองมาเป็นคุณพ่อสลาตัน กับอัลบั้มเพลงชุด My Pride

 

เว่ยหรูเซวียนประกาศข่าวดีในวันแม่ว่าเธอเตรียมเป็นคุณแม่แล้ว

 

หวังจู่เสียน นางเอกรุ่นดึกกับภาพกระชากวัยในโพสอวยพรวันแม่ของเธอ

 

Mayday เชิญเหลียงเจียฮุย พระเอกรุ่นเดอะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตของพวกเขาที่ฮ่องกง

More
ขนมเค้กเลอะเลอะ

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. 61 - ของขวัญฮอตฮิตเทศกาลวันแม่ไต้หวัน 2018

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. 61 - ของขวัญฮอตฮิตเทศกาลวันแม่ไต้หวัน 2018

2018-05-14 21:42:43

วันแม่ไต้หวันตรงกับวันแม่สากล คือ วันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม พาคุณไปติดดาวของขวัญที่คนไต้หวันนิยมมอบให้เป็นของขวัญวันแม่ในปีนี้

 

ขนมเค้กเลอะเลอะ (髒髒蛋糕 จังจังตั้นเกา)

 

รังนกและซุปไก่สกัด

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวสีแดง

 

เครื่องสำอางประทินผิว

More
อาชีพคุณแม่เป็นอาชีพที่ต้องทำตลอดชีวิตไม่มีวันเกษียณ

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561

2018-05-13 08:00:00

 

1. เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ สำรวจพบ คุณแม่ชาวไต้หวันไม่พอใจนโยบายการเลี้ยงดูบุตรของรัฐบาล

           วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพ.ค.เป็นวันแม่สากลและวันแม่แห่งชาติของไต้หวัน ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณแม่ พบร้อยละ 45.3 ไม่พอใจนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตร สิ่งที่คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการมากที่สุดคือการจัดตั้งสถานดูแลเด็กเล็กที่มีค่าดูแลเด็กไม่แพง ได้มาตรฐานและให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ปกครอง

           คุณแม่ส่วนใหญ่เห็นว่า อาชีพคุณแม่เป็นอาชีพที่ต้องทำตลอดชีวิตไม่มีวันเกษียณ เงินเดือนที่เหมาะสมน่าจะประมาณ 53,000 เหรียญ

 

คุณแม่ในไต้หวันส่วนใหญ่เห็นว่า อาชีพคุณแม่เป็นอาชีพที่ต้องทำตลอดชีวิตไม่มีวันเกษียณ เงินเดือนที่เหมาะสมน่าจะประมาณ 53,000 เหรียญ ไต้หวัน

 

คุณแม่ชาวไต้หวันต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งสถานดูแลเด็กเล็ก

 

2. กรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันเปิดเว็บไซต์แนะนำข้อมูลการปั่นจักรยานในไต้หวันชื่อ “Taiwan on 2 Wheels”

           นำเสนอข้อมูลในเชิงลึกและเชิงกว้างสำหรับนักปั่นจักรยานจากทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษ โดยเส้นทางจักรยานในไต้หวันเฉพาะเส้นทางที่วนรอบเกาะไต้หวันมีความยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางจากเหนือจรดใต้ของเกาะไต้หวันมีความยาว 395 กิโลเมตร แต่เส้นทางจักรยานทั่วเกาะมีความยาวรวมกันประมาณ 5,000-6,000 กิโลเมตร ซอกซอนไปตามชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ ทั่วทั้งเกาะ สำหรับการท่องเที่ยวในไต้หวันหากใช้รถยนต์ถือว่าเร็วเกินไป ถ้าใช้วิธีเดินก็ช้าเกินไป การใช้จักรยานจะเหมาะสมที่สุดเพราะไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป หากคุณกล้าพอที่จะเผชิญกับความท้าทายในลักษณะนี้ การปั่นรอบเกาะไต้หวันใช้เวลาประมาณ 9 วัน

 

 ผู้สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มได้ จากลิงค์ http://www.taiwanon2wheels.com

ไต้หวันมีเส้นทางจักรยานรอบเกาะความยาวรวมกันประมาณ 5,000-6,000 กิโลเมตร

 

 

 กรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันเปิดเว็บไซต์แนะนำข้อมูลการปั่นจักรยานในไต้หวันชื่อ “Taiwan on 2 Wheels”

 

3. เด็กพิเศษหรือเด็กที่ป่วยเป็นโรคออทิสติกที่เมืองไถตงจำนวน 8 คน อยากไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ในกรุงโตเกียวแต่ไม่มีเงินค่าเดินทาง ยืนหยัดไม่รับเงินบริจาค จะพึ่งลำแข้งของตัวเองอย่างเดียว ขายข้าวได้กำไรถุงละ 15 เหรียญ ผ่านทางเฟสบุ๊ค ใช้เวลานานครึ่งปี ขายได้ 16,000 ถุง ได้กำไร 240,000 เหรียญ พอเป็นค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับ 8 คน ทำความฝันเป็นจริง เตรียมออกเดินทางไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นี้

          นายซุนกวงจง นายกสมาคมห่วงใยครอบครัวที่มีเด็กออทิสติกของไต้หวันเล่าว่า เนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนชาวญี่ปุ่น ช่วยประสานครอบครัวเด็กออทิสติกของญี่ปุ่นผ่านทางเฟสบุ๊ค ทางสมาคมฯ เตรียมส่งเด็กออทิสติกของสมาคมจำนวน 8 คน เดินทางไปแลกเปลี่ยนและเยี่ยมเยือนกลุ่มเด็กที่เป็นโรคเดียวกันและถือโอกาสไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่ญี่ปุ่นด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเด็กแต่ละคน 30,000 เหรียญไต้หวัน หากขอรับบริจาค ไม่น่าจะเป็นปัญหาเลย แต่เด็กกลุ่มนี้ บอกกับนายกสมาคฯ มว่า พวกตนจะไม่ขอรับบริจาค ขอยืนหยัดพึ่งลำแข้งตัวเอง ด้วยการแพ็คถุงข้าวสาร นำออกจำหน่ายในสื่อโซเชียล ด้วยความพยายาม ครึ่งปีขายได้ 16,000 ถุง ได้กำไร 240,000 เหรียญ พอเป็นค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นคนละ 30,000 เหรียญไต้หวันสำหรับ 8 คน ทำความฝันเป็นจริง เตรียมออกเดินทางไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นี้

 

เด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติกที่เมืองไถตงใช้เวลาครึงปีขายข้าว 16,000 ถุง หาทุนเป็นค่าใช้จ่ายไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ในกรุงโตเกียว

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นายจ้างไต้หวันพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นอย่างมาก

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2561

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2561

2018-05-12 07:42:08

 

1. กระทรวงแรงงานเตือน หากลดจำนวนแรงงานต่างชาติลง อาจบีบให้นายจ้างย้ายฐานผลิตไปตั้งยังต่างประเทศ

          ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันกำลังจะทะลุหลัก 680,000 คน ทำให้เกิดความกังวลว่า การที่แรงงานต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานจึงได้กำหนดดัชนีเตือนภัยแรงงานต่างชาติ เพื่อใช้ควบคุมยอดจำนวนแรงงานต่างชาติ ไม่ให้สูงจนเกินไป แต่การทดลองใช้ดัชนีตัวนี้ กำลังจะครบวาระ 1 ปี ประกอบกับสำนักงานสถิติและบัญชีกลางจะหยุดการสำรวจอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานไร้ฝีมือ ส่งผลต่อจัดทำดัชนีเตือนภัยแรงงานต่างชาติ ดังนั้น กระทรวงแรงงานเตรียมทบทวนดัชนีเตือนภัยแรงงานต่างชาติทั้งระบบ โดยจะรวบรวมข้อเสนอและความเห็นจากทุกฝ่าย จากนั้น ค่อยกำหนดทิศทางการปรับปรุงดัชนีดังกล่าว

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า  ดัชนีเตือนภัยแรงงานต่างชาติส่งสัญญาณไปในทางบวก ไม่ได้หมายความว่า จะสามารถเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติขึ้นอย่างมากได้ อาจกล่าวได้แต่เพียงว่า ระบบการควบคุมมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงานย้ำว่า จะสังเกตเห็นได้ว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติแม้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการว่างงานของแรงงานท้องถิ่นกลับลดน้อยลง แสดงว่า การนำเข้าแรงงานต่างชาติ ไม่เกี่ยวข้องกับโอกาสการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ทั้งนี้เนื่องจากงานที่แรงงานต่างชาติทำ เป็นงานหนัก สกปรกและอันตรายที่แรงงานท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่ประสงค์จะทำ นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นปัจจัยฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นตกต่ำลง แม้การลดจำนวนแรงงานต่างชาติลง อาจมีผลทำให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ผลเสียคือ นายจ้างอาจย้ายฐานการผลิตไปตั้งยังต่างประเทศ ทำให้แรงงานท้องถิ่นตกงาน ที่สำคัญ ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นที่ตกต่ำ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาในภาคบริการ ซึ่งไม่ได้เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ ดังนั้น ประเด็นที่กล่าวกันว่า แรงงานต่างชาติเป็นต้นเหตุฉุดให้ค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่นตกต่ำ จึงไม่มีมูลความจริง

 

 

กระทรวงแรงงานเตือน หากลดจำนวนแรงงานต่างชาติลง อาจบีบให้นายจ้างย้ายฐานผลิตไปตั้งยังต่างประเทศ (Cr:udn.com)

 

2. สตม.เตือน อย่าหลงกลคำโฆษณาชวนเชื่อ แรงงานต่างชาติมาเรียนและทำงานที่ไต้หวันพร้อมๆ กันได้

          ระยะนี้ มีบริษัทจัดหางานบางราย รับสมัครแรงงานต่างชาติมาทำงานที่ไต้หวัน ด้วยโฆษณาที่ว่า สามารถมาเรียนและทำงานที่ไต้หวันพร้อมๆ กันได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันออกแถลงการณ์กล่าวว่า การเดินทางมาศึกษาต่อที่ไต้หวันต้องขอวีซ่าเข้าเมืองประเภทนักเรียน ไม่ใช่วีซ่าทำงาน ขอให้แรงงานต่างชาติอย่างหลงกลของบริษัทจัดหางานเหล่านี้ เพราะอาจทำให้เสียหายได้

          นายหยางเจียจวิ้น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวันกล่าวขณะเดินทางไปพร้อมๆ กับผูอำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอินโดนีเซียประจำไต้หวัน เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจและรับฟังปัญหาและเสียงสะท้อนจากแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาพบหรือนัดกับญาติมิตรที่ห้องโถงสถานีรถไฟไทเป บรรดาแรงงานอินโดนีเซียร้องเรียนกับผู้บัญชาการ สตม. ว่า มีเพื่อนบ้านหลายคน หลงคำชักชวนของบริษัทจัดหางานว่า เดินทางมาเรียนและทำงานที่ไต้หวันพร้อมๆ กันได้ จึงได้ยื่นขอวีซ่านักเรียนเข้ามาเรียนที่ไต้หวัน เมื่อว่างจากการเรียน ได้หางานทำในร้านอาหารเพื่อยังชีพ แต่ถูกจับข้อหาทำงานผิดกฎหมาย ทำให้ยังไม่ทันจบการศึกษาก็ถูกส่งกลับประเทศเสียก่อน

 

นายหยางเจียจวิ้น ผู้บัญชาการ สตม. (คนนั่งทำมือไขว้) เตือน อย่าหลงกลคำโฆษณาชวนเชื่อ แรงงานต่างชาติมาเรียนและทำงานที่ไต้หวันพร้อมๆ กันได้

 

          ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า การเดินทางมาศึกษาต่อที่ไต้หวัน ใช้วีซ่านักเรียน หากจะทำงานอย่างถูกกฎหมาย จะต้องขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งนักศึกษาต่างชาติ จะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้สัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง หรือเดือนละไม่เกิน 48 ชั่วโมง หากไม่ได้รับอนุญาตถือว่าทำงานผิดกฎหมาย เมื่อตรวจพบ จะถูกส่งกลับประเทศ และจะถูกบันทึกในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้าไต้หวันอีกเป็นเวลา 1-3 ปี ตามแต่ความร้ายแรงของโทษที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้น จึงเตือนแรงงานต่างชาติควรสอบถามสำนักงานตัวแทนของตนในไต้หวันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของตน

          กลโกงที่หลอกให้จ่ายค่าหัวคิวก้อนหนึ่งแล้วจะจัดส่งมาศึกษาที่ไต้หวันพร้อมทั้งทำงานไปด้วยดังกล่าว ส่วนใหญ่เกิดกับแรงงานอินโดนีเซีย ในส่วนของนักศึกษาและแรงงานไทย แม้จะยังไม่มีข่าวคราวด้านนี้เกิดขึ้น แต่ขอให้ระมัดระวัง อย่างหลงเชื่อกลโกงของพวกมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด

 

นักศึกษาต่างชาติในไต้หวัน จะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้สัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง หรือเดือนละไม่เกิน 48 ชั่วโมง

 

3. ไต้หวันเตรียมเปิดให้เยาวชนไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานภาคการเกษตร แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

          คณะกรรมการการเกษตร ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้วางแผนอนุญาตให้เยาวชนจากประเทศกลุ่มเป้าหมายของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เข้ามาทำงานด้านการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาภาคเกษตรขาดแคลนแรงงาน ตั้งเป้าจะเริ่มทดลองดำเนินการได้ตั้งแต่ มิ.ย. ศกนี้ เป็นต้นไปเป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ยังจะเปิดอนุญาตให้แรงงานประมงเข้ามาทำงานในภาคการเกษตรช่วงระหว่างที่มีการหยุดทำประมงชั่วคราว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้เป็นต้นไป โดยหวังว่าจะสามารถแก้ไขสภาพการณ์ขาดแคลนแรงงานในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตลิ้นจี่ในปีนี้

          เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร คณะกรรมการการเกษตรไต้หวันวางแผนจัดทำความตกลงความร่วมมือระหว่างกันกับไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย นายหลินชงเสียน ประธานคณะกรรมการการเกษตรไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้รับการตอบรับด้วยดีจาก 4 ประเทศ เหลือเพียงการจัดทำความตกลงความร่วมมือระหว่างกัน เบื้องต้นจะอนุญาตให้เยาวชนของ 4 ประเทศดังกล่าว โดยขั้นต้นจะเปิดให้เยาวชนจาก 4 ประเทศดังกล่าวทำงานภาคเกษตรได้ประเทศละ 200 คน โดยต้องสมัครล่วงหน้า หวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาภาคการเกษตรขาดแคลนแรงงานในระยะสั้น และขาดแคลนแรงงานตามฤดูกาล อีกทั้งจากการทดลองดำเนินมาตรการนี้จะสามารถประเมินได้ว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงตามที่หลายฝ่ายห่วงกังวลหรือไม่ โดยปัจจุบันแรงงานผิดกฏหมายในไต้หวันยังคงเป็นแรงงานเวียดนามมีจำนวนมากที่สุด

 

ไต้หวันเตรียมเปิดให้เยาวชนไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานภาคการเกษตร แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

 

          ปัจจุบันความตกลงที่ไต้หวันลงนามกับประเทศต่างๆเรื่องการเปิดให้เยาวชนเดินทางมาท่องเที่ยวและทำงานไปด้วยหรือที่เรียกว่า working holidays นั้นกำหนดอายุระหว่าง 20-30 ปี แต่ความตกลงที่จะจัดทำกับ 4 ประเทศดังกล่าว กำหนดอายุระหว่าง 20-45 ปี ระยะเวลาทำงานอย่างน้อย 180 วัน และอาจขยายเวลาออกไปเป็น 1-2 ปี คาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้เครือญาติของคู่สมรสต่างชาติจาก 4 ประเทศได้ร่วม 150,000 คน

          โดยนายหลินชงเสียนระบุว่า 4 ประเทศอาเซียนนี้ก็ต้องการเทคโนโลยีจากไต้หวัน คณะกรรมการการเกษตรจึงได้วางแผนจะช่วยเหลือเยาวชนที่ความชำนาญเฉพาะด้านได้ออกไปขยายตลาดในต่างประเทศด้วย สำหรับในวันนี้ (26เม.ย.) ได้ส่งนายเฉินจี๋จ้ง รองประธานคณะกรรมการการเกษตรนำคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปร่วมประชุมหารือที่กระทรวงแรงงานเกี่ยวกับการเปิดอนุญาตให้แรงงานประมงเข้ามาทำงานในภาคการเกษตรช่วงระหว่างที่มีการหยุดทำประมงชั่วคราว ขณะที่กรมผลิตผลการเกษตรคาดการณ์ว่าปีนี้ลิ้นจี่จะมีผลผลิตปริมาณมาก เกรงว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวอย่างรุนแรง หากทุกอย่างราบรื่นหวังว่าจะสามารถเปิดทดลองดำเนินการได้ในเดือนหน้า นายหลินชงเสียนชี้ว่า การควบคุมบริหารแรงงานประมงสามารถใช้วิธีเข้าออกเป็นกลุ่มพร้อมกัน อย่างไรก็ดีขั้นตอนต่างๆที่เกี่ยวข้องต้องสอดคล้องกับกฏหมายการจ้างงาน

 

 ภาคการเกษตรของไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก หากไม่แก้ปัญหา จะส่งผลกระทบเกษตรกรรมที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของไต้หวันตกต่ำ

 

          นายหลินชงเสียนเปิดเผยอีกว่า ค่าจ้างของเยาวชนต่างชาติที่ทำงานตามมาตรการ working holidays จะต่างจากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติทั่วไปและจะเร่งหารือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยในเร็ววันนี้ ด้านนายจูเจี้ยนเหว่ย ผอ.กองแนะแนวกล่าวว่า งานขนต้นกล้าข้าวค่าจ้างวันละ 1,800-2,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่งานเก็บเกี่ยวหัวกระเทียมมีค่าจ้างวันละ 1,200-1,500 เหรียญไต้หวัน   

 

 

ภาคการเกษตรของไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ตามชนบทมีแต่เกษตรกรสูงอายุทำงาน     

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
กรุงไทเป

ไทเปได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นแห่งเอเชียประจำปี 2018

ไทเปได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นแห่งเอเชียประจำปี 2018

2018-05-11 22:30:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-ไทเปได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นแห่งเอเชียประจำปี 2018

-ตู้หนีบตุ๊กตากลับมาฮิตในไต้หวันอีกแล้ว ทำไม? เพราะอะไร? ไปลองฟังกันดู พร้อมเคล็ดลับ เทคนิคการหนีบตุ๊กตาให้ได้แบบง่ายๆ

 

ทิวทัศน์มุมสูงของกรุงไทเป ที่คงไม่ต้องบอกนะ ว่าถ่ายจากมุมไหน

 

ตู้หนีบตุ๊กตากลับมาฮิตในไต้หวันอีกแล้ว ตามไปดูกันว่าทำไม? เพราะอะไร?

More
เจิงจวิ้นซิน

เจิงจวิ้นซิน หนุ่มวัย 16 ของไต้หวันไปคว้าแชมป์เทนนิสชายเดี่ยวระดับ ITF ที่เวียดนามได้สำเร็จ

เจิงจวิ้นซิน หนุ่มวัย 16 ของไต้หวันไปคว้าแชมป์เทนนิสชายเดี่ยวระดับ ITF ที่เวียดนามได้สำเร็จ

2018-05-10 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-เจิงจวิ้นซิน หนุ่มวัย 16 ของไต้หวันไปคว้าแชมป์เทนนิสชายเดี่ยวระดับ ITF ที่เวียดนามได้สำเร็จ

-เซี่ยสูเหวยอดเล่นหญิงเดี่ยวที่มาดริดเพราะดันเข้ารอบรองที่โมรอคโกเลยมาแข่งคัดเลือกไม่ทัน แต่ก็ลงแข่งในประเภทคู่ได้ และผ่านรอบแรกแบบสบายๆ

-สองสาวไต้หวัน (หลี่หมินและเฉียนเพิ่ยหยุน) อดเงินรางวัลในศึกกอล์ฟ แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ โวลันเทียร์ส ออฟ อเมริกา แอลพีจีเอ เท็กซัส คลาสสิค เพราะคะแนนไม่ถึง

More
แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันแล้วร่วม 150,000 คน

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561

2018-05-12 16:40:56

 

1. แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วร่วม 150,000 คนเป็นแรงงานไทยกว่า 10,000 คน ใครที่ถูกนายจ้างและบจง.บังคับกลับไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่แนะให้ร้องเรียนได้

          สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ผ่านการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบ 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 59 เป็นต้นมา จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ มีนายจ้างไต้หวันที่ยื่นคำร้องขอต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติของตนแล้ว 113,400 ราย และช่วยแรงงานต่างชาติของตนขอต่อสัญญากับนายจ้างใหม่ 3,900 ราย แสดงว่า ระบบใหม่ ช่วยให้แรงงานต่างชาติ ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่แล้วร่วม 120,000 คน

          จากสถิติของกรมพัฒนากำลังแรงงานพบว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือหลังจากระบบใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว 1ปี 4 เดือน มีนายจ้างที่ยื่นคำร้องขอต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติของตนและได้รับอนุมัติแล้ว 113,400 ราย ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น ภาคการผลิต 73,119 ราย ครองสัดส่วน 65% และตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน 40,289 ราย หรือ 35% ส่วนแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว ไม่ต่อสัญญากับนายจ้างเดิม แต่อยากจะอยู่ทำงานต่อไปกับนายจ้างใหม่ ยื่นขอเปลี่ยนนายจ้างใหม่จำนวน 14,600 ราย ในจำนวนนี้ หานายจ้างใหม่ได้แล้ว 3,900 ราย หรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ได้สำเร็จเพียง 26.7%

 

       แรงงานต่างชาติที่ถูกนายจ้างและบจง.บังคับกลับไปเสียค่าหัวคิวมาใหม่ กระทรวงแรงงานแนะให้ร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ได้

 

           สำหรับแรงงานไทยที่ทำงานในภาคการผลิตได้รับการต่อสัญญาใหม่กับนายจ้างเดิมไปแล้ว 10,978 คน แบ่งเป็นทำงานในภาคการผลิต 10,869 คนทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล 109 คน ส่วนที่ขอเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่สำเร็จ มีจำนวน 233 คน ในจำนวนนี้ ทำงานในภาคการผลิต 197 คน ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน 36 คน

           กรณีที่แรงงานต่างชาติประสงค์ต่อสัญญาใหม่กับนายจ้างรายเดิมหรือนายจ้างรายใหม่ แต่ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญา 20,000-25,000 เหรียญไต้หวัน หรือมีนายจ้างและบริษัทจัดหางานบางราย บังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศไปเสียค่าหัวคิวใหม่ แล้วจึงเดินทางกลับมาทำงานต่อได้นั้น นายเสว เจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาตินั้น อนุญาตให้บริษัทจัดหางานต่างประเทศเรียกรับได้ก่อนการเดินทางเท่านั้น ส่วนบริษัทจัดหางานไต้หวัน อนุญาตให้เรียกเก็บได้เฉพาะค่าบริการดูแลเป็นรายเดือนระหว่างที่แรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่ไต้หวัน ในอัตราค่าบริการปีแรกเดือนละไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ ปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน ซึ่งได้รวมค่าบริการต่อสัญญาใหม่และช่วยเปลี่ยนนายจ้างใหม่อยู่ด้วยแล้ว ห้ามมีการเรียกรับค่าบริการจัดหางาน ค่าต่อสัญญาใหม่หรือค่าบริการหานายจ้างใหม่จากแรงงานต่างชาติอีก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของค่าบริการที่เรียกรับ นอกจากนี้ ยังจะถูกพักใบอนุญาตเป็นเวลา 3 เดือน

 

แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้วร่วม 150,000 คน (ภาพจาก Chinatimes)

 

2. ผู้อนุบาลอินโดนีเซียฮิตขายยาลดความอ้วน ทำเพื่อนร่วมชาติที่หลงเชื่อคำโฆษณา 2 ปีตายแล้วอย่างน้อย 4 ราย บจง.วอนรัฐบาลเข้าแทรกแซงตรวจสอบ

          สมาคมการจัดหางานไทเป นครนิวไทเป นครเถาหยวนและนครเกาสงจัดแถลงข่าวว่า ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีแรงงานอินโดนีเซีย ทานยาลดความอ้วนอย่างไม่ถูกต้องเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 4 ราย ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมผู้ที่ป่วยเป็นอัมพาตและมีอาการป่วยไม่รุนแรงอีกหลายสิบราย เรียกร้องหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเข้าไปสอดส่องดูแลและตรวจสอบขบวนการขายยาลดความอ้วนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมักจะโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านทางเฟสบุ๊คและไลน์

          สมาคมการจัดหางานไต้หวันกล่าวว่า ขบวนการขายยาลดความอ้วนทางเฟสบุ๊คและไลน์ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซียด้วยกัน การที่แรงงานอินโดนีเซียบางรายเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน แต่แอบทำธุรกิจขายตรงยาลดความอ้วนให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ส่งผลให้เกดความเสี่ยง ทั้งต่อนายจ้าง บจง.และแรงงานต่างชาติที่หลงเชื่อคำโฆษณา นอกจากควรได้รับโทษฐานค้ากำไรเกินควรจากการขายตรงแล้ว กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการควรตรวจสอบว่าทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมายและยาที่จำหน่ายได้มาตรฐานผ่านการตรวจสอบและอนุญาตจากองค์การอาหารและยาหรือไม่ คณะกรรมการการค้ายุติธรรมต้องเข้าไปตรวจสอบว่าโฆษณาเกินความเป็นจริงไหม? กระทรวงแรงงานก็ไม่ควรละเลย แรงงานต่างชาติได้รับอนุญาตมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาล แต่ใช้ตำแหน่งงานบังหน้า มาทำมาหากิน ที่สำคัญมีอันตรายต่อแรงงานต่างชาติด้วยกัน

 

Sina ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ซื้อยาลดความอ้วนโดยการแนะนำของคนบ้านเดียวกันมาทาน กลายเป็นอัมพาตนอนรักษาที่โรงพยาบาลนาน 3 ปี

 

          สมาคมการจัดหางานไต้หวันกล่าวว่า สภาพการณ์ที่คนงานอินโดนีเซียขายยาลดความอ้วนและอาหารเสริม ค่อนข้างจะแพร่หลาย สาเหตุมาจากมีบริษัทขายตรงจากสหรัฐอเมริการายหนึ่งชื่อว่า SYNERGY บริษัทนี้จำหน่ายยาลดความอ้วนและอาหารเสิรมโดยพุ่งเป้าดึงดูดแรงงานอินโดนีเซียที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน โดยผ่านทางเฟสบุ๊ค และอาศัยแฟนเพจกลุ่มต่างๆ ที่ผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย เพราะทราบดีว่า แรงงานอินโดนีเซียเกือบทั้งหมดเป็นชาวมุสลิม ในช่วงเดือนถือศีลอด จะไม่ทานอาหารและน้ำดื่มตั้งแต่ตะวันออกและตกดิน และมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ โดยไม่มีคำเตือนจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้มีการสั่งซื้อกันมากมาย โดยขณะนี้ สมาคมการจัดหางานไต้หวันได้แต่งตั้งทนายความ ดำเนินฟ้องร้องบริษัทขายตรงดังกล่าวแล้ว

 

บ.ขายตรงยาลดความอ้วนของอเมริกาดึงดูดแรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันเข้าเป็นสมาชิกจำนวนมาก

 

3. นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ รองผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำแรงงานไทยในไต้หวัน เรื่องการใช้ชีวิตที่ถูกหลักสุขภาวะ ให้ความสำคัญโภชนาการของอาหารที่รับประทาน การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นวิธีประหยัดสุดในการทำให้สุขภาพดีขึ้น และหลีกเลี่ยงเอายาเก่ามาทานกับโรคใหม่ มีอาการไม่สบายควรไปพบแพทย์ เพราะระบบประกันสุขของไต้หวันสะดวก ได้มาตรฐานโลกและมีค่าใช้จ่ายไม่แพง

 

การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นวิธีที่ได้ผลและประหยัดสุดในการทำให้สุขภาพดีขึ้น

More
เจ้าหน้าที่เตรียมปลดธงชาติสาธารณรัฐโดมินิกันออกหลังประกาศตัดความสัมพันธ์

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 พ.ค. 61 ไต้หวันยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับโดมินิกัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 พ.ค. 61 ไต้หวันยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับโดมินิกัน

2018-05-08 20:46:11

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 พ.ค. 61

 

      ไต้หวันยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับโดมินิกัน

     เวลา 9.00 น.ของวันนี้(1 พ.ค.)กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกัน (Dominican Republic) ซึ่งเป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ  ขณะที่เว็บไซต์ทางการของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี  ซึ่งเป็นสื่อทางการจีนแผ่นดินใหญ่ได้ประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกันในวันที่ 1 พ.ค.นี้

     ทั้งนี้ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2484 หลังประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกันแล้วไต้หวันจะเหลือประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตเพียง 19 ประเทศ จากสถิติปี 2560 การค้าระหว่างไต้หวันกับสาธารณรัฐโดมินิกันมีมูลค่าทั้งสิ้น 197,430,396 ดอลลาร์สหรัฐฯไต้หวันส่งออกไปสาธารณรัฐโดมินิกัน 124,134,376 ดอลลาร์สหรัฐฯ นำเข้า  73,296,020  ดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีโครงการความร่วมมือและความตกลงระหว่างกันในด้านต่างๆอีกร่วม 20 รายการ

 

        การยุติความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับโดมินิกันเมื่อวานนี้ โดยโดมินิกันหันไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน นักวิชาการและ สส. ไต้หวันต่างชี้ว่า เกี่ยวพันกับการที่ นรม. ไล่ฯ ระบุชัดว่า ตนเป็นผู้ที่ทำงานเพื่อแยกไต้หวันเป็นเอกราช นั้น

        ในวันนี้ นรม. ไล่ฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไต้หวันว่า "การฮุบกลืนไต้หวันเป็นกุโศลบายเปิดเผยของจีน หลายปีที่ผ่านมาจีนได้ปิดล้อมการเข้าร่วมกิจกรรมในสังคมนานาชาติของไต้หวันมาโดยตลอด รวมทั้งพยายามกวาดต้อนประเทศพันธมิตรของไต้หวนัด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันสองวันที่ผ่านมา" นรม. ไล่ฯ ระบุว่า ประเทศพันธมิตรถูกดึงไปย่อมกระทบต่อผลประโยชน์โดยรวมของไต้หวัน จึงขอให้ทุกฝ่ายต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

        ส่วนผลกระทบต่อนักธุรกิจไต้หวันในโดมินิกันนั้น นายเสิ่นหยงจิน รมว. ศก. ไต้หวัน ระบุว่า จากการประเมินในเบื้องต้นพบว่า ปัจจุบันมีบริษัทไต้หวันในโดมินิกัน 57 แห่ง เงินลงทุนเพียง 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้า ไอที และสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ ซึ่งตนได้สั่งการให้ประสานงานไปยังนักธุรกิจไต้หวันเหล่านี้แล้ว หากต้องการความช่วยเหลือทางรัฐบาลก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือทันที 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

กฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ รายงานจากกรุงไทเป ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

More
Matzka

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Matzka ในชุด Matzka Station 第二關 (ด่านที่ 2) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Matzka ในชุด Matzka Station 第二關 (ด่านที่ 2) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2018-05-06 22:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

- แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Matzka ในชุด Matzka Station 第二關 (ด่านที่ 2)

- ข่าวบันเทิงไต้หวัน (คนดังวงการบันเทิงไต้หวันพาเหรดไว้อาลัยให้การจากไปของซุนเยว่ ดาราอาวุโสคนดัง)

More
ทำเลทองย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่นครไทจง

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. 61 - ร้านดังในทำเลทองที่ไทจงและขบวนรถไฟฟ้าภาพการ๋ตูน 3D

ฮอตฮิตติดดาว วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. 61 - ร้านดังในทำเลทองที่ไทจงและขบวนรถไฟฟ้าภาพการ๋ตูน 3D

2018-05-08 18:43:06

สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวทำเลทองย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่นครไทจง "ชีฉี" (七期 ) ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านขนมปังสุดฮิต "อู๋เป่าชุน" (吳寶春麥方店) มีคนไต้หวันมาต่อแถวรอซื้อยาวเหยียด โดยลูกค้าช็อปขนมปังเฉลี่ยมูลค่า 1,000 NT/คน สูงเป็นอันดับ 1 ในไต้หวัน และยังมี "Woo Taiwan" ร้านอาหารไทยผสมผสานอาร์ตแกลอรี่สุดฮิตจากเขียงใหม่ที่มาเปิดสาขาในไต้หวัน ปิดท้ายด้วยกระแสของสถานที่เช็คอินลงโซเชียลของวัยรุ่นไต้หวันในช่วงนี้ "ขบวนรถไฟฟ้าภาพการ๋ตูน 3D" (เฉพาะรถไฟฟ้าไทเปสายสีน้ำเงิน) ที่มันฝรั่งเลย์กำลังโปรโมทรสชาติกุ้งแม่น้ำย่างของไทยที่ขายดีสุดๆ ให้ผู้โดยสารถ่ายรูปเล่นจนถึงวันที่ 13 พ.ค. ศกนี้

 

ทำเลทองย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่นครไทจง "ชีฉี" (七期 )

 

ร้านขนมปังสุดฮิต "อู๋เป่าชุน" (吳寶春麥方店)

 

"Woo Taiwan" ร้านอาหารไทยผสมผสานอาร์ตแกลอรี่สุดฮิตจากเขียงใหม่ที่มาเปิดสาขาในไต้หวัน

 

"ขบวนรถไฟฟ้าภาพการ๋ตูน 3D" (เฉพาะรถไฟฟ้าไทเปสายสีน้ำเงิน)

 

More
ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2561

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2561

2018-05-06 10:11:11

 

1.        1 พ.ค. วันแรงงานสากล ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นร้อยละ 10 ทุกปี เอาวันหยุดประเพณีนิยมที่ถูกยกเลิกไปกลับคืนมาและแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงานแรงงานคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานมากขึ้น

 

 

1 พ.ค. วันแรงงานสากล ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันเดินขบวนเรียกร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 28,000 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นร้อยละ 10 ทุกปี เอาวันหยุดประเพณีนิยมที่ถูกยกเลิกไปกลับคืนมา

 

2.        1-31 พ.ค. ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

 

1-31 พ.ค. ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา (รวมชาวต่างชาติด้วย)

 

3.        เข้าสู่หน้าร้อน เริ่มต้นด้วยด้วยการมาเยือนของฤดูฝนขึ้นรา คาดเริ่มวันอังคารหน้า

4.        หนุ่มสาวชาวกรุงไทเป แต่งงานและมีบุตรคนแรกช้าสุดในไต้หวัน  เฉลี่ยอายุ 32 ปี สท.กรุงไทเปเสนอแจกเงิน 10 ล้านเหรียญให้สตรีครอดบุตรคนแรกก่อนอายุ 30 ปี

          กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันเปิดเผยสถิติล่าสุดพบว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันมีคู่บ่าวสาวแต่งงาน 138,000 คู่ อัตราการแต่งงานอยู่ที่ 5.86 ต่อประชากร 1,000 คน น้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ 10,000 คู่ จัดเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 7 ปี

          ในจำนวนนี้ หนุ่มสาวในกรุงไทเป แต่งงานเมื่ออายุเฉลี่ยเกิน 30 ปี ส่งผลให้ผู้หญิงมีบุตรคนแรกช้าลงตามไปด้วย เฉลี่ยเมื่ออายุ 32 ปี ทั้งแต่งงานและมีบุตรคนแรกช้าสุดในไต้หวัน หลายคู่แต่งงานแล้ว ไม่อยากมีบุตร เหตุผลสำคัญคือ ไม่มีปัญญาจะเลี้ยง

 หนุ่มสาวชาวกรุงไทเป แต่งงานและมีบุตรคนแรกเฉลี่ยอายุ 32 ปี ช้าสุดในไต้หวัน

 

สามชิกสภาเทศบาลกรุงไทเปเสนอแจกเงิน 10 ล้านเหรียญให้สตรีครอดบุตรคนแรกก่อนอายุ 30 ปี

 

5.       ชาวไต้หวันมีทรัพย์สินเฉลี่ย 11.35 ล้านเหรียญไต้หวันต่อครัวเรือน (รวมเงินสดและอสังหาริมทรัพย์)

          สำนักสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวันสาธารณรัฐจีนเผยแพร่สถิติ “ความมั่งคั่งของประเทศ” เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมาพบว่า ณ.สิ้นปี 2559 คนไต้หวันมีทรัพย์สินเฉลี่ย 11.35 ล้านเหรียญไต้หวันต่อครัวเรือน นับว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มจากปี 2558 ประมาณ 60,000 เหรียญไต้หวันหรือเพิ่มขึ้น 0.56% และพบว่าอสังหาริมทรัพย์ครองสัดส่วนสูงที่สุดคือ 38.72%  อย่างไรก็ดีแต่ละครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ย 630,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 20,000 เหรียญไต้หวันหรือ 3.28%

         สถิติ “ความมั่งคั่งของประเทศ”ยังระบุถึงรายได้มวลรวมประชาชาติ (Gross National Income, GNI)ปี 2559 มีมูลค่า 248,630 พันล้านเหรียญไต้หวันเทียบกับปี 2558 เพิ่มขึ้น 39.3 พันล้านเหรียญไต้หวันหรือเพิ่มขึ้น 1.61%  ขณะที่รายได้ประชาชาติสุทธิ (Net National Income, NNI) มีมูลค่า 200,860 พันล้านเหรียญไต้หวันเทียบกับปี 2558  เพิ่มขึ้น 20.9 พันล้านเหรียญไต้หวันหรือเพิ่มขึ้น 1.03%

 

ชาวไต้หวันมีทรัพย์สินเฉลี่ย 11.35 ล้านเหรียญไต้หวันต่อครัวเรือน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More