QR Code
รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ไขปัญหาแรงงาน (B)
2017-11-18
  • จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เมาแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร สุดท้ายโดนปรับหนัก
  • จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ
  • จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

    จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

    จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ
  • ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

    ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

    ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ
  • อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

    อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

    อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

 

1. ระวัง ค่าจ้างทำงานเป็นปี ไม่พอเสียค่าปรับ! ตำรวจตรวจแหลกเมาแล้วขับ ที่เมืองจางฮั่วคนงานต่างชาติถูกจับคืนเดียว 6 ราย

             แรงงานไทยดื่มสุราเมาแล้วขับขี่ทั้งรถจักรยานแบบดั้งเดิม จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอร์เตอร์ไซค์ แล้วประสบอุบัติ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเงิน เสียสุขภาพ ยังอาจทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเสียชีวิต ถูกจำคุก หรือถูกเนรเทศกลับประเทศ ส่งผลให้อนาคตหม่นหมอง ล่าสุด ตำรวจทุกท้องที่ มีการตรวจเข้มเมาแล้วขับ พบแรงงานต่างชาติจำนวนมากคิดว่า เมาแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร? กระทรวงแรงงานเตือนว่า  นอกจากลงโทษปรับเงินและติดคุกแล้ว ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานมาตรา 12 ผู้ที่ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกโดยไม่มีการรอลงอาญาหรือเปรียบเทียบปรับนั้น นายจ้างมีสิทธิยกเลิกสัญญาจ้างได้ทันที หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายดื่มแล้วขับเมื่อถูกตัดสินจำคุก นายจ้างมีสิทธิไล่ออกได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใดๆ  ส่วนชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร ก็อาจถูกเพิกถอนและเนรเทศกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้อีก ถือได้ว่าเป็นการลงโทษนักดื่มที่รุนแรงมาก และมาตรการลงโทษข้างต้น ไม่มีการยกเว้นสำหรับแรงงานต่างชาติ หากตรวจพบโดนเหมือนกันหมด จึงเตือนแรงงานไทย ชาวไทยในไต้หวันที่เป็นนักดื่มทั้งหลายต้องระวัง เพราะตำรวจไต้หวันเอาจริง และปฏิบัติการตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง  

 

 

จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เมาแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร สุดท้ายโดนปรับหนัก

 

ในแต่ละปี มีคนงานไทยเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุถูกชนหรือไปชนคนอื่นมากมายหลายสิบคดี

 

ตำรวจไต้หวันเอาจริง ปฏิบัติการตรวจเข้มเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่องในทุกท้องที่

 

2. ระวังหลงกล! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ถ่ายทอดเทคนิคกลโกงแก่คนไทยต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

แก๊งมิจฉาชีพในปัจจุบัน ได้พัฒนาและปรับกลโกงการต้มตุ๋นหลอกลวงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือ อย่างเฟสบุ๊คและไลน์เป็นต้น ที่ผ่านมา การส่งข้อความหรือลิงค์หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปกดเงินตู้ ATM หรือหลอกให้ซื้อแต้มเล่นเกม ส่วนใหญ่จะส่งเป็นภาษาจีน คนงานต่างชาติแม้จะตกเป็นเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยมีผู้เสียหาย เนื่องจากอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ขณะนี้ เริ่มมีข้อความหลอกลวงต้มตุ๋นที่เป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติแล้ว อย่างเช่นภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ทำให้แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นผู้เสียหายได้ง่ายขึ้น

               จึงขอเตือนว่า คนร้ายส่วนมาก มักเล่นกับความโลภ หรือความกลัวของเหยื่อ เช่น ท่านเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเงินสดจำนวนหนึ่ง จากการจับฉลาก เงินปันจำนวนหนึ่งจากกองมรดก หรือ ทางตำรวจสืบพบว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีที่ผิดกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้รับมีอาการดีใจ หรือตื่นตกใจ จนไม่ทันคิดถึงความเป็นไปได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการมีสติ ไม่ไหลไปกับสิ่งที่ปลายสายกำลังพูด ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม

 

จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

 

3. วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะปรับสูงขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน แต่สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้รับการปรับขึ้นตามไปด้วย ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานไทย จะโชคดีกว่าแรงงานอื่นอีก 3 ชาติ ที่ค่าจ้างแรกเริ่มว่าจ้าง จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

 ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ

 

4. สัมภาษณ์กัวซิวหมิ่น (郭修敏) หรือคุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานบริษัทไทยเฟิง จำกัด (泰國泰豐有限公司) ซึ่งเป็นชาวไต้หวันที่ไปลงทุนในประเทศไทย โดยตั้งโรงงานผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกคุณภาพสูง เช่นวาล์วปั้มพีวีซี บอลวาล์วพลาสติกเป็นต้น ขานรับโครงการตอบแทนแรงงานไทยที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวัน ด้วยการพาอดีตแรงงานไทยกลับไปเยี่ยมสถานที่ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมที่พักและอาหาร ตกประมาณคนละ 40,000 เหรียญไต้หวัน

             แรงงานไทยที่โชคดี ได้เดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันในครั้งนี้ มี 5 คน เป็นชุดแรกในจำนวน 12 คน ที่โชคดีได้เดินทางกลับมาท่องไต้หวันฟรี ซึ่งส่วนใหญ่รับทราบข่าวโครงการนี้จาก Rti กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกประทับใจและสนุกสนานมาก ในอดีตเคยมาทำงานที่ไต้หวัน แต่ไม่มีโอกาสไปท่องเที่ยว มาครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า ไต้หวันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย คุณวราพร และคุณวุฒิพัฒน์ 2 อดีตแรงงานไทยผู้โชคดีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันอีกครั้ง

 

อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

นายหลินเจียหลง ผู้ว่าการนครไถจง ให้สัมภาษณ์พิเศษอาร์ทีไอ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 11 ต.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษพ่อเมืองนครไทจง นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับนครไทจง

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 11 ต.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษพ่อเมืองนครไทจง นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับนครไทจง

2017-10-11 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 11 ต.ค. 60

 

สัมภาษณ์พิเศษพ่อเมืองนครไทจง นโยบายมุ่งใต้ใหม่กับนครไทจง

 

ผู้ว่าฯไทจงแสดงวิสัยทัศน์ ต้องดึงดูดชาวอาเซียนรุ่นใหม่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาช่วยไต้หวัน


นายหลินเจียหลง (林佳龍) ผู้ว่าการนครไทจง ได้ให้สัมภาษณ์แก่รายการอรุณสวัสดิ์ไต้หวัน (早安台灣) ทางสถานีวิทยุอาร์ทีไอ โดยแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ว่า ประเทศในอาเซียนกับไต้หวันนั้นมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญคือไม่มีความอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างกันเหมือนสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน และไม่มีความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตนเชื่อว่าไต้หวันควรจะผลักดันให้มีระบบเกี่ยวกับผู้ย้ายถิ่นฐาน หรือให้สิทธิการพำนักอาศัยแก่นักศึกษาต่างชาติที่เรียนจบ เพื่อสนับสนุนให้ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในไต้หวัน เพื่อให้กลุ่มคนที่มีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้กลายมาเป็นคนไต้หวันเพิ่มขึ้น 

ผู้ว่าการนครไทจงยังกล่าวอีกว่า ไต้หวันควรดึงดูดผู้คนไม่เพียงแต่เฉพาะกลุ่มคู่สมรสต่างชาติหรือแรงงานข้ามชาติเท่านั้น แต่ควรจะดึงดูดบุคลากรคนรุ่นใหม่เข้ามาเพื่อช่วยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจการเงิน สร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นในอนาคต ในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ มีประชากรกว่า 700 ล้านคน สามารถเกิดโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไต้หวันจำเป็นต้องมีคนกลางที่ทำหน้าที่ประสาน ดังนั้น การดูแลบุคลากรเหล่านี้เป็นอย่างดี ให้พวกเขาช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ไต้หวัน จะทำให้ไต้หวันสามารถเดินหน้าการตลาดได้อย่างดียิ่ง

พ่อเมืองไถจงย้ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสร้างความสมดุลย์ระหว่างอำนาจกับความรับผิดชอบ

นายหลินเจียหลง ผู้ว่าการนครไถจง ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ อาร์ทีไอ ย้ำว่า ในปัจจุบันระบอบการเมืองของไต้หวัน มีหน่วยงานที่ตรวจสอบและซักถามการบริหารงานของรัฐบาลก็คือสภานิติบัญญัติ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ระบบประธานาธิบดีแล้ว ครม. หรือสภาบริหารก็ไม่จำเป็นต้องตอบข้อซักถามของสภาฯ อีก แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ไต้หวันได้จัดให้มีการเลือกตั้ง ปธน. โดยตรงจากประชาชน หากไปใช้ระบบ ครม. มันก็ยากที่จะกลับไปใช้วิธีการเลือกตั้ง ปธน. โดยอ้อม หรือไม่เลือก ปธน. ซึ่งตนเห็นว่า อาจจะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนพอสมควร ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญก็คือการสร้างกลไกที่มีความสมดุลย์ระหว่างอำนาจกับความรับผิดชอบ

พ่อเมืองนครไถจงระบุว่า “เราควรจะบอกว่า ประชาธิปไตยของไต้หวันได้ก้าวไปสู่การเลือกตั้ง  ปธน. โดยตรงจากประชาชนแล้ว ยกเว้นแต่ว่า คุณจะยกเลิกการเลือกตั้ง ปธน. ไม่งั้นคุณก็ไม่อาจกลับไปใช้ระบบ ครม. ได้ เป็นการเมืองที่มี ปธน.เป็นหัวใจ มีกลไกที่สร้างความสมดุลย์ระหว่างการใช้อำนาจกับความรับผิดชอบ ซึ่งมันจะเกี่ยวพันไปถึงฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติด้วย นอกจากนี้ แน่นอนว่า คงเกี่ยวกับกลไกแบบผสมด้วย เพียงแต่ให้มีความสมดุลย์เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งคิดว่าน่าจะมีคนเห็นด้วยมากขึ้น”

นายหลินเจียหลง ระบุอีกว่า การปฏิรูปรัฐธรรมนูญเป็นงานที่ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะใช้รูปแบบการปกครองแบบใดก็สามารถปรึกษาหารือกันได้ แต่คิดว่าควรต้องคำนึงถึงกรอบทั้งระบบด้วย ไม่ใช่เลือกเอาว่าจะเอาระบบใดเท่านั้น แต่ต้องให้มีความสมดุลย์ระหว่างอำนาจกับความรับผิดชอบ เพื่อให้รัฐบาลสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
อันดับ 1 ของว่างตอนกลางคืนต้องกินอกไก่ทอด คู่กับชานมไข่มุก

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 9 ต.ค. 60 - 10 อุปนิสัยความเคยชินในการใช้ชีวิตของคนไต้หวัน ตอนที่ 2

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 9 ต.ค. 60 - 10 อุปนิสัยความเคยชินในการใช้ชีวิตของคนไต้หวัน ตอนที่ 2

2017-10-16 22:33:00

พาคุณไปติดดาว 10 อันดับ อุปนิสัยความเคยชินในการใช้ชีวิตของคนไต้หวันที่คนไต้หวันเท่านั้นถึงรู้ มีอะไรบ้าง โดยเว็บไซต์ Daily View ของไต้หวัน ทำการสำรวจโดยผ่านฐานข้อมูล (Big Data) จาก Keypo.tw สำรวจระหว่างวันที่ 4 ก.ย. 2559 – 3 ก.ย. 2660 

ที่มา: https://dailyview.tw/Daily/2017/09/05

อันดับ 1 ของว่างตอนกลางคืนต้องกินอกไก่ทอด (雞排 จีไผ) คู่กับชานมไข่มุก (珍珠奶茶 เจินจูไหน่ฉา) 7,983 คะแนน

 

อันดับ 2 ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วก็ต้องขี่เบียดไปข้างหน้า 6,463 คะแนน

 

อันดับ 3 ชอบต่อแถวตามกระแส 5,837 คะแนน

 

อันดับ 4 ชอบเคลื่อนย้ายมอเตอร์ไซค์ของคนอื่น 4,803 คะแนน

 

อันดับ 5 ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็สามารถเป็นความสุขเล็กๆ ได้ทั้งนั้น (小確幸 เสี่ยวเชวี่ยซิ่ง) 4,476 คะแนน

More
บรรยากาศการซ้อมสวนสนามของวงดุริยางค์สามเหล่าทัพไต้หวัน

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 9 ต.ค. 60 วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี แขกผู้มีเกียรติคึกคัก

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 9 ต.ค. 60 วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี แขกผู้มีเกียรติคึกคัก

2017-10-09 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 9 ต.ค. 60

 

วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี แขกผู้มีเกียรติคึกคัก 

ขบวนแห่บุปผชาติเติมสีสรรฉลองวันชาติ

รมว. กต. ไต้หวัน ยอมรับ สนง. ไต้หวันในต่างประเทศมีข้อจำกัดในการใช้ธงชาติและตราสัญญลักษณ์สาธารณรัฐจีน เพราะถูกจีนคอมมิวนิสต์กดดัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
หยางเฉิงหลินและสวีเหว่ยหนิงสองดารานำในหนังผีชื่อดังของไต้หวันเรื่อง Tag along 2

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Bii ในชุด Bii Your Light และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Bii ในชุด Bii Your Light และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-10-08 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Bii ในชุด Bii Your Light และข่าวบันเทิงไต้หวัน - หยางเฉิงหลิน (楊丞琳) ถูกเมาท์ว่าตีบทไม่แตกจนโดนตัดบทในหนังผีชื่อดังของไต้หวันเรื่อง Tag along 2 ทำให้สวีเหว่ยหนิง (許瑋甯) กลายเป็นแค่ตัวประกอบเพราะบทหายไปเยอะ...

 

 

หยางเฉิงหลิน (楊丞琳 ซ้าย) และสวีเหว่ยหนิง ( 許瑋甯 ขวา) สองดารานำในหนังผีชื่อดังของไต้หวันเรื่อง Tag along 2

Bii 畢書盡 (ปี้ซูจิ้น) กับอัลบั้มเพลงชุด Bii Your Light

More
อาม่าวัย 85 ปีในเมืองหยุนหลิน ขายบะหมี่และข้าวราดหมูพะโล้สับให้เด็กนักเรียน

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2560

2017-10-08 08:23:21

 

1. เทศกาลไหว้พระจันทร์คนไต้หวันนอกจากกินขนมไหว้พระจันทร์แล้วยังนิยมปิ้งย่างบาร์บีคิวกินกันในครอบครัว ปีนี้เนื้อสัตว์ราคาคงที่ แต่อาหารทะเลแพงขึ้น 50% โดยเฉพาะกุ้งขาวที่นิยมนำมาปิ้งย่างเพราะตัวไม่ใหญ่มาก สุกไว และเนื้อหวานอร่อย 

            สำรวจพบวันไหว้พระจันทร์บริษัทห้างร้านในไต้หวันจ่ายหงเปาหรืออั่งเปาให้พนักงานเฉลี่ย 1,400 เหรียญไต้หวัน บางรายแจกขนมไหว้พระจันทร์แทนอั่งเปา พนักงานส่วนใหญ่อยากได้เงินมากกว่าขนม 

 

 

สำรวจพบเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ของขวัญที่มนุษย์เงินเดือนในไต้หวันไม่อยากได้มากที่สุดคือขนมไหว้พระจันทร์

 

2. TSMC ผู้ผลิตชิพรายใหญ่อันดับ 1 ของโลกสัญชาติไต้หวัน ประกาศลงทุนสร้างโรงงานที่รองรับเทคโนโลยีการผลิตชิพเซ็ตที่ 3 นาโน ในอุทยานวิทยาศาสตร์ไถหนาน และมอริส จาง วัย 86 ปี ประธาน TSMC ประกาศวางมือในปีหน้า

            ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา วงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยี่ชั้นสูงของไต้หวัน โดยเฉพาะ บ. TSMC ชื่อเต็ม Taiwan Semiconductor Manufacturing Company Ltd. (台積電) ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ หรือชิพเซ็ตที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ มือถือและอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์สัญชาติไต้หวัน ที่แซงหน้าอินเทลของอเมริกากลายเป็นผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว มีข่าวใหญ่ต่อเนื่องกันถึง 2 ข่าวติดๆ กัน ข่าวแรกประกาศเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา TSMC จะทุ่มทุน 600,000 ล้านเหรียญไต้หวัน สร้างโรงงานที่รองรับเทคโนโลยีการผลิตชิพเซ็ตที่ 3 nm ซึ่งจะตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ไถหนาน Tainan Science Park ทางตอนไต้ของทางไต้หวัน ข่าวนี้ ทำให้รัฐบาลสบายใจขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ TSMC มีท่าทีจะไปลงทุนที่ประเทศอื่น อย่างอเมริกา เพราะกลัวว่าโรงงานใหม่จะประสบปัญหาขาดน้ำขาดไฟ เนื่องจากโรงงานใหม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้ามหาศาล รัฐบาลต้องออกมาประกาศให้คำมั่นและรับประกันหลายครั้ง

           ข่าวที่ 2 คือ ประธานของ TSMC คือจางจงโหมว หรือมอริส จาง (張忠謀) ผู้ซึ่งมีอายุ 86 ปีแล้ว ประกาศจะวางมือ เตรียมเกษียณปีหน้า ทำไมข่าวการวางมือของ มอริส จาง จึงเป็นข่าวใหญ่ เพราะเขาคนนี้ ไม่ธรรมดา ได้รับการขนานนามว่า เจ้าพ่อแห่งวงการผลิตชิพหรือ CPU ของโลก เขาได้นำพา บ. TSMC จากบริษัทขนาดกลางกลายมาเป็นบริษัทชั้นนำของโลก มีมูลค่าตลาดถึง 182,900 ล้านดอลล่าห์ อย่าว่าแต่ บ.ซัมซุงของเกาหลีใต้สู้ไม่ได้ แม้แต่อินเทล ของอเมริกาที่เป็นพี่เปิ้มของวงการนี้มาโดยตลอด ยังถูกแซงตกไปอยู่อันดับ 2 ความจริง มอริส จาง เคยวางมือไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2005 แต่หลังเกษียณไปแล้ว 4 ปี ช่วงนั้น ทั่วโลกกำลังประสบภาวะวิกฤตทางการเงิน TSMC ถึงกับต้องปลดพนักงานบางส่วนเพื่อลดการขาดทุน จึงเชิญ มอริส จาง ออกมารับตำแหน่งประธานบริษัทอีกครั้ง ด้วยวัย 78 ปี จนถึงปี 2017 เขาได้นำพา TSMC หลุดพ้นจากภาวะซบเซา กลายเป็นผู้รับจ้างออกแบบและผลิตชิพเซ็ตให้กับลูกค้าบริษัทชั้นนำของโลกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น APPLE ที่จ้าง TSMC ผลิตชิป A11 ที่จะใช้ใน Iphone8 หรือ บริษัทอย่าง NVIDIA ที่จ้าง TSMC ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้ใน GPU (Graphic Processing Unit) อันโด่งดังเป็นต้น  

 

 

จางจงโหมว หรือมอริส จาง (張忠謀) ประธานของ TSMC อายุ 86 ปี ประกาศจะวางมือในปีหน้า

 

          TSMC ผลิตชิพทำกำไรสุทธิสูงถึง 35% หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง APPLE กับ NVIDIA ไม่ผลิตเอง และทำไมบริษัทที่เป็นเหมือน OEM อย่าง TSMC ถึงมีอัตรากำไรที่สูงขนาดนี้ ต้องบอกว่าชิป ในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลายมาก ชิปแต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ต่างกันตามอุปกรณ์ที่จะนำไปใช้ จึงมีความซับซ้อนมาก ทำให้ขั้นตอนการผลิตนั้นมีหลายร้อยขั้นตอนกว่าจะผลิตชิปได้หนึ่งอัน โรงงานที่ใช้ผลิตก็ต้องใช้เงินลงทุนที่สูง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้เล่นหน้าใหม่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด กำไรของผู้นำอย่าง TSMC จึงค่อนข้างสูงกว่าที่ผู้เล่นรายอื่นจะผลิตได้ นอกจากนี้ TSMC ยังลงทุนในการค้นคว้าวิจัยร่วมกับลูกค้าของบริษัทเพื่อให้ได้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตรงความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะหาบริษัทที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก TSMC ได้ง่ายๆ

          TSMC เป็นผู้ผลิตเซมิคอนคคัเตอร์รายใหญ่ของโลกที่ถือเป็นตัวอย่างของการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยมีพื้นฐานจาก R&D ที่เข้มแข็ง โดย TSMC ได้แยกตัวออกมาจากสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของไต้หวัน Industrial Technology Research Institute (ITRI) ในปี 1987 และเมื่อปีที่แล้ว TSMC ของไต้หวันติดอันดับ 45 ใน TOP 100 บริษัทโลก

 

 

TSMC บริษัทผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋

 

TSMC ในอุทยานวิทยาศาสตร์ไทจง

 

3. ที่เมืองหยุนหลินมีอาม่าใจบุญผู้หนึ่ง อายุ 85 ปีแล้ว ยังขายบะหมี่กับข้าวราดหมูพะโล้สับ แต่ราคาถูกมากเพียง 20 เหรียญให้กินจนอิ่ม ขาดทุนเดือนละแสนกว่าแต่ยืนยันจะขายต่อ เพราะเชื่อว่าผลบุญนี้จะหนุนนำให้ชีวิตลูกหลานประสบความสำเร็จทั้งด้านชีวิตและการงาน

 

 

อาม่าวัย 85 ปีในเมืองหยุนหลิน ขายบะหมี่และข้าวราดหมูพะโล้สับให้เด็กนักเรียน จานละ 20 เหรียญ (Cr : The Liberty Times)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนคอมมิวนิสต์

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 60 ปักกิ่งไม่ควรอาศัยสำนักข่าวซินหัวเป็นเครื่องมือสร้างความสับสนให้สังคมโลก

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 60 ปักกิ่งไม่ควรอาศัยสำนักข่าวซินหัวเป็นเครื่องมือสร้างความสับสนให้สังคมโลก

2017-10-07 22:55:00

มุมมองคนดังไต้หวัน วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 60

ปักกิ่งไม่ควรอาศัยสำนักข่าวซินหัวเป็นเครื่องมือสร้างความสับสนให้สังคมโลก

 

     สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ปธน. สีจิ้นผิง ได้พบหารือกับนายลีเซียนลุง นรม. สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างการพบหารือดังกล่าว นายลีฯ ได้ตอกย้ำจุดยืนนโยบาจีนเดียว และต่อต้านการแยกไต้หวันเป็นเอกราชของตน ซึ่งนายชิวฉุยเจิ้ง ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่หรือ เอ็มเอซี ของไต้หวัน ได้ตอบโต้ว่า ที่ผ่านมาทั้งทางการและสื่อมวลชนของจีนคอมมิวนิสต์ต่างบิดเบือนและเสริมเติมแต่งเรื่องราวต่างๆ ให้เกินเลยความเป็นจริง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและจุดยืนการเมืองของตน โดยเอ็มเอซีไต้หวันได้ตรวจสอบสื่อมวลชนของสิงคโปร์แล้วพบว่า นรม.ลีฯ มิได้กล่าวถึงจุดยืนต่อต้านการแยกไต้หวันเป็นเอกราชของตนแต่อย่างใด จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะตรวจสอบสาระที่แท้จริงของการพบหารือกันระหว่างผู้นำทั้งสองให้แน่ชัดยิ่งขึ้น

      สำนักนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ได้แจกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แก่สื่อมวลชนที่ติดตามไปทำข่าวที่ปักกิ่งระบุว่า นรม. ลีฯ ได้กล่าวถึงประเด็น คสพ. ระหว่างช่องแคบไต้หวันเพียงย้ำว่า “สิงคโปร์ยึดถือแนวนโยบาย “จีนเดียว” มาโดยตลอด และสนับสนุนให้ช่องแคบไต้หวันพัฒนา คสพ. ระหว่างกันอย่างสันติวิธีด้วย ซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “ประเทศของเรา” หมายถึงสิงคโปร์นั่นเอง ในขณะที่สื่อมวลชนสิงคโปร์มิได้มีการรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับการแยกไต้หวันเป็นเอกราชแม้แต่คำเดียว

      ณ ที่นี้ เราจะสังเกตเห็นได้ว่า ทำไมสำนักข่าวซินหัวจึงรายงานข่าวในลักษณะดังกล่าวเล่า แล้วมีวัตถุประสงค์อันใดเล่า? โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดคุยกันระหว่างผู้นำของสองประเทศเช่นนี้ ยิ่งมีความละเอียดอ่อนยิ่ง ทำไมจึงไม่ยึดถือตามแถลงข่าวโดยโฆษก กต. จีน แต่กลับไปอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวที่เป็นกระบอกเสียงของทางการจีนคอมมิวนิสต์อย่าง “สำนักข่าวซินหัว” มันเป็นการส่งสัญญานอะไรเล่า?

      แล้วทำไมปักกิ่งจึงต้องกุเรื่องขึ้น? ก็เพียงเพื่อสร้างความสับสนให้เกิดขึ้น ปิดบังความจริงต่อชาวโลก ในด้านการต่างประเทศนั้น สิงคโปร์ได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ และยุโรปค่อนข้างมาก จึงต้องระมัดระวังและมีความละเอียดในด้านการต่างประเทศเป็นพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ชี้แจงประโยคดังกล่าวว่า “นโยบายจีนเดียวของเรา” ซึ่งในประโยคนี้ที่ว่า “ของเรา” มีความหมายเป็นนัยถึงการตีความด้วยความเป็นประเทศอธิปไตยของตน ไม่ต้องการที่จะถูกผูกมัดจาก “นโยบายจีนเดียว” และ “หลักการจีนเดียว” ตามความหมายของชาติอื่นที่แตกต่างออกไป ความแตกต่างก็อยู่ที่ ตัวหนังสือที่มีลักษณะกลางๆ ส่วนหลักการเกี่ยวพันกับแนวความคิดอธิปไตยของจีน ความจริงแล้ว การชี้แจงในลักษณะดังกล่าวของสิงคโปร์เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการอธิบายและการดำเนินกับช่องแคบไต้หวันของสหรัฐฯ นั่นเอง

      เนื่องจากในปัจจุบันเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ยึดติดกับรายละเอียดของข้อมูลข่าวสารมากนัก ส่วนใหญ่ก็จะตีความไปตามความหมายของตัวเองโดยดูเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวายต่างๆ นานา บางคนจะรับข้อมูลข่าวสารนี้ แต่กลับไม่ยอมรับข้อมุลข่าวสารที่มีการชี้แจง และขอแต่ให้มีคนเชื่อเท่านั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็จะได้กำไรไปแล้ว มันก็เสมือนกับแก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นนั่นแหละ มีคนหลงเชื่อเพียง 1 ใน 10000 เท่านั้น พวกนี้ก็จะคุ้มทุนแล้ว

 

      อย่างไรก็ดี ประเด็นช่องแคบไต้หวันเป็นประเด็นสาธารณะ แต่กลับสอดแทรกความคิดเห็นหรือจงใจเติมแต่งคำบางคำลงไปแบบหน้าด้านๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและไร้มารยาทยิ่ง การที่จีนเล่นลูกไม้กับสิงคโปร์เช่นนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นประเทศมหาอำนาจของจีน ซึ่งเชื่อว่า แม้รัฐบาลสิงคโปร์จะมิได้ประท้วงอย่างเปิดเผยก็ตาม แต่ก็ย่อมต้องเกิดความไม่พอใจอย่างแน่นอน หากสำนักข่าวซินหัวยังคงเล่นตุกติกเช่นนี้ต่อไป มันก็คงจะกลับตาลปัตรเป็นดาบทิ่มแทงตนเองอย่างแน่นอน 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
ตำรวจไต้หวันมีการตรวจเมาแล้วขับทุกที่อย่างต่อเนื่อง

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560

2017-10-07 08:00:29

 

1. เตือนเมาแล้วขับในไต้หวันโทษหนักมาก ไม่เพียงปรับหนัก มีโทษจำคุก ยังจะถูกยกเลิกสัญญาห้ามเข้าไต้หวัน 5 ปี

           ปีนี้เป็นต้นมา มีแรงงานไทยไม่ต่ำกว่า 10 คนแล้ว โดนจับข้อหาเมาแล้วขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือจักยานไฟฟ้า ถูกปรับตั้งแต่ 20,000-90,000 เหรียญ ถูกจำคุก 2-6 เดือน ตามระดับแอลกอฮอลล์ ที่วัดได้ในลมหายใจแล้วห้ามถูกเข้าไต้หวันเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี หากเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ อาจถูกเพิกถอนใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC ถาวร ถูกเนรเทศกลับประเทศ

          อย่างกรณีล่าสุด แรงงานไทยรายหนึ่ง อายุ 34 มาจากจังหวัดสุโขทัย ทำงานตำแหน่งช่างไปป์ที่ไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลินโข่ว นครนิวไทเป ถูกจับเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ข้อหามีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสาธารณะ ขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งแฟนหลังเมาสุรา โดยไม่มีใบขับขี่ ถูกตำรวจสกัดจับและให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.64 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อัยการส่งดำเนินคดี และแจ้งนายจ้างยกเลิกสัญญาทันที ต่อมาศาลพิพากษาลงโทษปรับเงิน 20,000 เหรียญ และจำคุก 2 เดือน หรือเสียค่าปรับแทนโทษจำคุกได้ ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ รวมเป็น 80,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้เนรเทศออกจากไต้หวัน ซึ่งถือเป็นการลงโทษในสถานเบา โดยผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นเถาหยวนกล่าวว่า เนื่องจากแรงงานไทยรายนี้ เป็นแรงงานต่างชาติ ไม่เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายมาก่อน และยังโชคดีที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจำเลยยอมรับผิดและให้ความร่วมมือแต่โดยดี จึงตัดสินลงโทษในสถานเบา ด้วยการปรับ 20,000 เหรียญไต้หวันและจำคุก 2 เดือน ซึ่งสามารถชำระค่าปรับแทนโทษจำคุกได้ ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ รวมเป็น 80,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่โทษของผู้ดื่มสุราแล้วขับขี่รถมอเตอร์ไซค์และวัดระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจเกิน 0.55 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ต้องระวางโทษปรับ 67,500 เหรียญ และจำคุกไม่เกิน 2 ปี

 

ตำรวจไต้หวันมีการตรวจจับเมาแล้วขับทุกท้องที่อย่างต่อเนื่อง

 

 

แรงงานไทยที่เขตซู่หลิน ฉลองทำงานครบ 3 ปีจะได้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น แต่ถูกจับเมาแล้วขับโดนปรับหนัก และถูกจำคุก 3 เดือน

 

2. สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ครึ่งแรกปีนี้ ช่วยแรงงานต่างชาติเรียกคืนค่าจ้างค้างจ่ายแล้ว 83 ล้านเหรียญไต้หวัน

          สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เดิมให้บริการช่วยเหลือเฉพาะนายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานต่างชาติเท่านั้น เรียกสายด่วนคุ้มครองแรงงานต่างชาติ แต่เริ่มจากวันที่ 7 พ.ย. 2559 เป็นต้นมา เพิ่มการให้บริการแก่แรงงานท้องถิ่นด้วย เปลี่ยนชื่อมาเป็นสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติ รวมถึงนายจ้างและบริษัทจัดหางาน และครึ่งแรกของปีนี้ มีแรงงานท้องถิ่นโทรศัพท์ร้องเรียนหรือสอบถามปัญหาแล้ว 4,270 ครั้ง ส่วนแรงงานต่างชาติ นายจ้างและบริษัทจัดหางาน โทรศัพท์ร้องเรียนและสอบถามปัญหา 106,466 ครั้ง รวมการให้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในครึ่งแรกของปีนี้ สูงถึง 110,736 ครั้ง

          กรมพัฒนากำลังแรงงานเปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมานี้ มีนายจ้างและบริษัทจัดหางาน โทรศัพท์ไปใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงานจำนวน 1,981 ครั้ง ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ 115 ครั้ง โดยส่วนใหญ่โทรศัพท์สอบถามเกี่ยวกับระเบียบกฎหมาย ส่วนแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ร้องเรียน หรือสอบถามเกี่ยวกับระเบียบกฎหมายจาก 1955 จำนวน 104,485 ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 11,676 ครั้ง โดยแรงงานต่างชาติเป็นผู้โทรศัพท์ร้องเรียนขอความเป็นธรรมหรือสอบถามระเบียบกฎหมาย 91,788 ครั้ง ในจำนวนนี้ แรงงานต่างชาติสอบถามเกี่ยวกับสัญญาจ้างเป็นส่วนใหญ่ มี12,697 ครั้ง ตามด้วยปัญหาเอกสารสำคัญถูกนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานยึด และการโอนย้ายนายจ้างใหม่ ซึ่งมีแรงงานไทยได้รับการโอนย้ายนายจ้างแล้ว 1,006 ราย เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 219 ราย ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติติดตามทวงคืนเงินค่าจ้าง ค่าโอทีค้างจ่าย และค่าภาษีเงินได้ 83,563,306 เหรียญไต้หวัน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 จำนวน 2.85 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

ล่ามไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955  ผลัดเปลี่ยนให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยไม่มีวันหยุด

 

          กรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า หากนายจ้างและบริษัทจัดหางานมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารหรือมีข้อพิพาทกับแรงงานต่างชาติ สามารถใช้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ นอกจากนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน ยังให้บริการแปลภาษาผ่านโทรศัพท์ หรือที่หลายคนเรียกว่า ล่ามเคลื่อนที่ หากนายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานต่างชาติ มีปัญหาด้านการสื่อสาร หรือตัวแรงงานต่างชาติเอง ต้องไปหาแพทย์หรือไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิก สามารถใช้บริการล่ามเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  

          เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติอย่างทันท่วงที และดำเนินการแก้ไขหรือช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนของแรงงานต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงแรงงานไต้หวัน ได้จัดตั้งสายด่วนคุ้มครองแรงงานต่างชาติ 1955 ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2552 เมื่อแรงงานต่างชาติและนายจ้างมีข้อพิพาท ปัญหาความเดือดร้อน หรือแปลภาษา สามารถขอรับความช่วยเหลือจากระบบรับข้อร้องทุกข์ ด้วยการโทรศัพท์ไปยังสายด่วน 1955 ซึ่งเป็นโทรศัพท์เลขหมายพิเศษที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและจะมีล่าม 4 ภาษากว่า 50 คน คอยให้บริการรับสายตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไต้หวัน เช่นกองแรงงานท้องที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานีตำรวจ ฯลฯ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของแรงงานต่างชาติตลอด 24 ชั่วโมง จนกระทั่งวันที่ 7 พ.ย. 2559 เป็นต้นมา ได้เพิ่มการให้บริการแก่แรงงานท้องถิ่นด้วย เปลี่ยนชื่อมาเป็นสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติ รวมถึงนายจ้างและบริษัทจัดหางาน

          จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ในปี 2559 แรงงานต่างชาติที่ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จำแนกตามสัญชาติได้ดังนี้ แรงงานเวียดนามใช้บริการมากที่สุด ครองสัดส่วน 53.9% ตามด้วยอินโดนีเซีย 18.3% อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ 10.8% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการ 4.9% ในส่วนของผู้ใช้บริการที่เป็นนายจ้าง บริษัทจัดหางานและชาวไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะถามปัญหาการบริหารและว่าจ้างแรงงานต่างชาติ รวมถึงแจ้งข้อมูลแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มีประมาณ 12%

          สำหรับช่วงเวลาที่ใช้บริการมากที่สุดได้แก่ นอกเวลาทำการ เช่นกลางคืนและวันหยุด 50.5% ช่วงเวลาทำการ 49.5%

          ส่วนปัญหาที่ร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ปัญหาเกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน (เช่นค่าอาหารที่พัก ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด จัดให้ไปทำงานนอกสถานที่และค่าเดินทางกลับประเทศ ฯลฯ) 28.4% การโอนย้ายนายจ้างใหม่ 13% ค่าจ้าง 8.6% ร้องเรียนบริษัทจัดหางาน 7.3% และชั่วโมงทำงานล่วงเวลา 6.4%

 

ล่ามไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955  ผลัดเปลี่ยนให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยไม่มีวันหยุด

 

3. สัมภาษณ์คุณปุ๋ย ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยเถาหยวนซิตี้คัพ 2017 โดยมีแรงงานไทย เวียดนามและอินโดนีเซียร่วมฟาดแข้ง 16 ทีม เชิญชวนแรงงานไทยไปชมและเชียร์ทีมฟตบอลแรงงานไทย

          กองแรงงาน นครเถาหยวนส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในนครเถาหยวน ซึ่งมีจำนวน 108,410 คน (มากที่สุดในไต้หวัน ประมาณ 1 ใน 6 ของแรงงานต่างชาติทั้งหมดทำงานอยู่ที่นี่) เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย จึงได้จัดการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของแรงงานต่างชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          การแข่งขันจะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 ต.ค. 60 นัดที่ 2 มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ตามด้วย วันเสาร์ที่ 21 วันอาทิตย์ที่ 22  ต.ค. และวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. โดยมีนักกีฬาแรงงานไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 320 คน จาก 9 เมืองทั่วไต้หวัน ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 16 ทีม สำหรับสถานที่แข่งขันได้แก่ สนามกีฬากลางเถาหยวน (สถานที่จัดงานสงกรานต์ในอดีต) และสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยหยวนจื้อ (元智大學) ที่เน่ยลี่  

          วันพิธีเปิดงาน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ต.ค. และพิธีปิดการแข่งขัน วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2560 ณ สนามกีฬากลางเถาหยวน เชิญชวนพี่น้องชาวไทยไปร่วมชมและเชียร์ทีมแรงงานไทย และเข้าร่วมพิธีเปิดและปิด ตามเวลาดังกล่าว ผู้ไปร่วมงาน มีโอกาสได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ระหว่างไทเป-กรุงเทพฯ 4 ใบ และยังมีรางวัลใหญ่อื่นๆ อีกมากมาย

 

กองแรงงาน เถาหยวนจัดฟุตบอลชิงถ้วยเถาหยวนซิตี้คัพ 2017 แรงงานไทย เวียดนามและอินโดนีเซียร่วมฟาดแข้ง 16 ทีม

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
MV เพลง ซัวโจ่วจิ้วโจ่ว  (說走就走 Let's Go) ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน (周杰倫 Jay Chou)

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน ในเพลง 說走就走 (ซัวโจ่วจิ้วโจ่ว) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน ในเพลง 說走就走 (ซัวโจ่วจิ้วโจ่ว) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-10-06 22:30:00

 

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของหนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน  (周杰倫 Jay Chou)  ในเพลง  說走就走 (ซัวโจ่วจิ้วโจ่ว) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หนุ่มเจย์เชิญฮาเร็ม ศิลปินรุ่นใหญ่มาเป็นแขกรับเชิญในทัวร์คอนเสิร์ตของเจ้าตัวในไทเป)

 

หนุ่มเจย์ โจวเจี๋ยหลุน (周杰倫 Jay Chou) แต่งชุดอินเดียนแดงใน MV เพลง ซัวโจ่วจิ้วโจ่ว  (說走就走 Let's Go) 

 

โจวเจี๋ยหลุนและอัลบั้มเพลงชุด Bed time story (ฉวงเปียนกู้ซื่อ - นิทานก่อนนอน)

 

โจวเจี๋ยหลุน (ขวา) และฮาเร็ม (ซ้าย) บนเวทีคอนเสิร์ตของฝ่ายแรกที่ไทเปอารีน่า

 

More
นโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่กับนักศึกษาต่างชาติ

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. 60 - นโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่กับนักศึกษาต่างชาติ

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. 60 - นโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่กับนักศึกษาต่างชาติ

2017-10-16 21:16:31

เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ของรัฐบาลไต้หวัน และกระตุ้นการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการของไต้หวันได้เชิญสื่อมวลชนกว่า 13 คน จาก 4 ประเทศตามนโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่ คือ ไทย เวียดนาม อินโดนิเซีย และมาเลเซีย เดินทางมาไต้หวัน เพื่อร่วมสำรวจบรรยากาศการศึกษาของไต้หวันในทุกระดับชั้น ความสำเร็จทางด้านการศึกษาของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ รวมทั้งเดินทางไปเยื่อมเยือนสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของนักศึกษาจากประเทศตนเองที่กำลังเรียนอยู่ในไต้หวัน

+++++++++++++++++++++++++++

กองการท่องเที่ยว เทศบาลนครเถาหยวนได้เปิดตัวกิจกรรม”เดือนแห่งการท่องเที่ยว” สำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่เพียงแค่แสดงบัตรประชาชน ใบถิ่นที่อยู่ (ARC) หรือหนังสือเดินทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสถานีรถไฟเถาหยวน และสถานีรถไฟจงลี่ ก็สามารถรับตั๋วรถฟรี 1 วันของรถบัสสายท่องเที่ยว "Taiwan HowXing" ในเถาหยวน 3 เส้นทางคือ สายฉือหู (慈湖線) สายเสี่ยวอูไหล (小烏來線) และสายสวนสนุกธีมปาร์ค (親子樂園線) ขอเชิญชวนผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ทั่วไต้หวันใช้เวลาว่าง เดินทางมาท่องเที่ยวที่เถาหยวน และใช้บริการรถบัสสายท่องเที่ยว "Taiwan HowXing" ในเถาหยวน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซตฺ https://travel.tycg.gov.tw/

 +++++++++++++++++++++++++++

 

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 17-20

 

More
จันหย่งหรานและมาร์ติน่า ฮิงกิสส์

จันหย่งหรานและมาร์ติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์ที่ 8 ร่วมกันในการแข่งขันเทนนิสหญิงคู่ที่อู่ฮั่น

จันหย่งหรานและมาร์ติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์ที่ 8 ร่วมกันในการแข่งขันเทนนิสหญิงคู่ที่อู่ฮั่น

2017-10-05 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-จันหย่งหรานและมาร์ติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์ที่ 8 ร่วมกันในการแข่งขันเทนนิสหญิงคู่ที่อู่ฮั่น

-หลูเยี่ยนซวินตกรอบ 8 คนสุดท้ายเทนนิสชายเดี่ยวที่เฉิงตูอย่างน่าเสียดาย

-การแข่งขันเทนนิสอาชีพ ATP ชาเลนเจอร์ทัวร์ รายการ OEC Open 2017 ที่นครเกาสงของไต้หวันเปิดฉากแล้ว 

More
แรงงานต่างชาติได้รับการต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันแล้วร่วม 80,000 คน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560

2017-10-05 08:43:09

 

1. แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันร่วม 80,000 คน ประหยัดค่าหัวคิวได้แล้วกว่า 8,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

          นับตั้งแต่สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ผ่านการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมหรือผ่านไปแล้ว 10 เดือน มีแรงงานต่างชาติได้รับการต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันแล้ว 78,917 คน หรือเท่ากับร้อยละ 33 ของการจ้างแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วกว่า 8,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เฉพาะแรงงานไทย ช่วง 10 เดือนที่ผ่านไป ได้รับการต่อสัญญาใหม่แล้ว 7,464 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยในภาคการผลิต 7,385 คน ผู้อนุบาล 79 คน ส่วนแรงงานไทยที่ ได้รับการต่อสัญญากับนายจ้างใหม่มีทั้งหมด 494 คน สามารถช่วยให้แรงงานไทยประหยัดค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ที่ต้องจ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานได้แล้วกว่า 560 ล้านบาท

          แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานในไต้หวันได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี ดังนั้นสัญญาจ้างส่วนใหญ่จะระบุระยะเวลาทำงาน 3 ปี ในอดีตเนื่องจากกฎหมายการจ้างงานกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน แต่มีการแก้กฎหมายใหม่ ยกเลิกข้อบังคับต้องเดินทางกลับประเทศหลังทำงานครบสัญญา 3 ปี สามารถต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยนายจ้างจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องภายในเวลา 2-4 เดือน ก่อนจะครบสัญญา 3 ปี เพื่อต่อสัญญาใหม่กับแรงงานต่างชาติ และต้องช่วยทำเรื่องเปลี่ยนนายจ้างใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติที่ไม่ประสงค์ต่อสัญญากับนายจ้างเดิม แต่อยากอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป หากไม่ดำเนินการ นายจ้างจะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันแล้ว ไม่ต้องไปรับการตรวจโรคภายใน 3 วัน นับแต่วันที่สัญญาใหม่มีผล แต่ต้องรับการตรวจโรค ก่อนหรือหลัง 30 วันในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30 และแรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ ไม่ว่าจะกับนายจ้างเดิมหรือนายจ้างใหม่ บริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนได้ ไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน และห้ามเรียกรับเงินค่าบริการอื่นๆ เพิ่ม       

 

แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันร่วม 80,000 คน ประหยัดค่าหัวคิวได้แล้วกว่า 8,000 ล้านเหรียญไต้หวัน  

      

2.  คนงานไทยควรดูไว้เป็นอุทาหรณ์ ไม่มีใบขับขี่และเมาแล้วขับขี่รถ ศาลปรานีแล้วยังโดนปรับ 20,000 เหรียญ จำคุกอีก 2 เดือน ห้ามเข้าไต้หวันเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี

          ปีสองปีมานี้ มีคนงานไทยเมาสุราแล้วขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ถูกจับกันเยอะมาก บางคนถูกลงโทษปรับเงินอย่างเดียว ขณะที่บางคนถูกปรับเงินแล้วยังต้องจำคุกด้วย อย่างกรณีของนายสุนทร อายุ 34 มาจากจังหวัดสุโขทัย คนงานตำแหน่งช่างไปป์ที่ไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลินโข่ว นครนิวไทเป ถูกจับเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ข้อหามีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสาธารณะ ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หลังเมาสุรา แถมไม่มีใบขับขี่ หลังตำรวจสกัดจับและให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจสูงถึง 0.64 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อัยการส่งดำเนินคดี ทางนายจ้างยกเลิกสัญญาทันที และต่อมาศาลพิพากษาลงโทษปรับเงิน 20,000 เหรียญ และจำคุก 2 เดือน หรือเสียค่าปรับแทนโทษจำคุกได้ ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ รวมเป็น 80,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้เนรเทศออกจากไต้หวัน ซึ่งถือเป็นการลงโทษในสถานเบา โดยผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นเถาหยวนกล่าวว่า เนื่องจากแรงงานไทยรายนี้ เป็นแรงงานต่างชาติ ไม่เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายมาก่อน และยังโชคดีที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจำเลยยอมรับผิดและให้ความร่วมมือแต่โดยดี จึงตัดสินลงโทษในสถานเบา ด้วยการปรับ 20,000 เหรียญไต้หวันและจำคุก 2 เดือน ซึ่งสามารถชำระค่าปรับแทนโทษจำคุกได้ ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ รวมเป็น 80,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่โทษของผู้ดื่มสุราแล้วขับขี่รถมอเตอร์ไซค์และวัดระดับแอลกอฮอลล์ในลมหายใจเกิน 0.55 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ต้องระวางโทษปรับ 67,500 เหรียญ และจำคุกไม่เกิน 2 ปี

         กรณีของนายสุนทรไม่มีเงินเสียค่าปรับ สนร.ไทเป ช่วยประสานศาลยอมให้นายสุนทรรับโทษจำคุก 2 เดือน 20 วัน แทนการเสียค่าปรับ 80,000 เหรียญไต้หวันตามความประสงค์ แรงงานไทยรายนี้กล่าวว่า ตนโชคร้าย ขับขี่มอเตอร์ไซค์ครั้งแรก ก็โดนจับเสียแล้ว แม้จะต้องเสียเงินและถูกจำคุก หากคิดอีกแง่มุมหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะโชคร้ายไปเสียทั้งหมด มิเช่นนั้น อาจอุบัติเหตุไปชนคนอื่นเข้า หรือตัวเองพิกลพิการหรือเสียชีวิต เสียหายมากกว่าเดิมก็ได้

 

ตำรวจนครไทจงรณรงค์ประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับและต่อต้านการค้ามนุษย์ให้แรงงานต่างชาติทราบที่อาคารอาเซี่ยนสแควร์

 

3. จับครั้งมโหฬาร ตรวจพบโรงงานชำแหละไก่ที่ซินจวงว่าจ้างแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย 78 คน

          ตำรวจจากกรุงไทเป นครนิวไทเป เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการ สารวัตรทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองแรงงานกว่า 120 นาย สนธิกำลังบุกเข้าไปโรงงานชำแหละไก่ขนาดใหญ่ในเขตซินจวง นครนิวไทเป ตรวจพบมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซียจำนวน 78 คน นับเป็นการตรวจพบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายครั้งที่มีจำนวนมากที่สุด ผู้บริหาระดับสูงของโรงงานจำนวน 9 คนถูกจับ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในนครนิวไทเปกล่าวว่า ช่วงก่อนถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ตลาดมีความต้องการเนื้อไก่เพิ่มมากขึ้น โรงงานชำแหละเนื้อไก่ต่างเร่งการผลิต ต้องการแรงงานจำนวนมาก  มีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า โรงงานชำแหละไก่ที่เขตซินจวงมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย จึงจัดส่งเจ้าหน้าไปตรวจสอบ พบเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีคนงานคุมเครื่องชำแหละไก่มากถึง 300 คน ในจำนวนนี้ มีส่วนหนึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ จึงมีการบุกเข้าไปตรวจจับเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ตรวจพบแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างทำงานอยู่มากถึง 78 คน ส่วนใหญ่เป็นอินโดนีเซีย และมีแรงงานเวียดนามปะปนอยู่บ้าง นายจ้างให้การอ้างว่า ไม่รู้ว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ตำรวจจึงส่งให้อัยการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนแรงงานต่างชาติทั้งหมด ส่งไปยังสถานกักกันเพื่อทำเรื่องปรับเงินและส่งกลับบ้าน ขณะเดียวกันได้ขยายผลตรวจสอบมีนายหน้าจัดหางานผิดกฎหมาย คอยชักนำแรงงานหลบหนีนายจ้างไปทำงานหรือไม่? 

 

ตรวจพบโรงงานชำแหละไก่ที่ซินจวงว่าจ้างแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย 78 คน (Cr : CNA)

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
ไต้หวัน-ไทย จัดทำความตกลงความร่วมมือด้านออุตสาหกรรมอาหาร บุกตลาดประเทศที่ 3

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 4 ต.ค. 60 มุ่งใต้ใหม่ ประสบความสำเร็จในไทยหลายประการ

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 4 ต.ค. 60 มุ่งใต้ใหม่ ประสบความสำเร็จในไทยหลายประการ

2017-10-04 22:55:00

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 4 ต.ค. 60

 

มุ่งใต้ใหม่ ประสบความสำเร็จในไทยหลายประการ จัดทำความตกลงร่วมมือด้านอาหาร จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีระดับสูง

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More