QR Code
รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ไขปัญหาแรงงาน (B)
2017-11-18
  • จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เมาแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร สุดท้ายโดนปรับหนัก
  • จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

    จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ
  • จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

    จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

    จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ
  • ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

    ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

    ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ
  • อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

    อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

    อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

 

1. ระวัง ค่าจ้างทำงานเป็นปี ไม่พอเสียค่าปรับ! ตำรวจตรวจแหลกเมาแล้วขับ ที่เมืองจางฮั่วคนงานต่างชาติถูกจับคืนเดียว 6 ราย

             แรงงานไทยดื่มสุราเมาแล้วขับขี่ทั้งรถจักรยานแบบดั้งเดิม จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอร์เตอร์ไซค์ แล้วประสบอุบัติ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเงิน เสียสุขภาพ ยังอาจทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเสียชีวิต ถูกจำคุก หรือถูกเนรเทศกลับประเทศ ส่งผลให้อนาคตหม่นหมอง ล่าสุด ตำรวจทุกท้องที่ มีการตรวจเข้มเมาแล้วขับ พบแรงงานต่างชาติจำนวนมากคิดว่า เมาแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร? กระทรวงแรงงานเตือนว่า  นอกจากลงโทษปรับเงินและติดคุกแล้ว ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานมาตรา 12 ผู้ที่ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกโดยไม่มีการรอลงอาญาหรือเปรียบเทียบปรับนั้น นายจ้างมีสิทธิยกเลิกสัญญาจ้างได้ทันที หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายดื่มแล้วขับเมื่อถูกตัดสินจำคุก นายจ้างมีสิทธิไล่ออกได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใดๆ  ส่วนชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร ก็อาจถูกเพิกถอนและเนรเทศกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้อีก ถือได้ว่าเป็นการลงโทษนักดื่มที่รุนแรงมาก และมาตรการลงโทษข้างต้น ไม่มีการยกเว้นสำหรับแรงงานต่างชาติ หากตรวจพบโดนเหมือนกันหมด จึงเตือนแรงงานไทย ชาวไทยในไต้หวันที่เป็นนักดื่มทั้งหลายต้องระวัง เพราะตำรวจไต้หวันเอาจริง และปฏิบัติการตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง  

 

 

จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เมาแล้วขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่เป็นไร สุดท้ายโดนปรับหนัก

 

ในแต่ละปี มีคนงานไทยเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุถูกชนหรือไปชนคนอื่นมากมายหลายสิบคดี

 

ตำรวจไต้หวันเอาจริง ปฏิบัติการตรวจเข้มเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่องในทุกท้องที่

 

2. ระวังหลงกล! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ถ่ายทอดเทคนิคกลโกงแก่คนไทยต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

แก๊งมิจฉาชีพในปัจจุบัน ได้พัฒนาและปรับกลโกงการต้มตุ๋นหลอกลวงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือ อย่างเฟสบุ๊คและไลน์เป็นต้น ที่ผ่านมา การส่งข้อความหรือลิงค์หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปกดเงินตู้ ATM หรือหลอกให้ซื้อแต้มเล่นเกม ส่วนใหญ่จะส่งเป็นภาษาจีน คนงานต่างชาติแม้จะตกเป็นเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยมีผู้เสียหาย เนื่องจากอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ขณะนี้ เริ่มมีข้อความหลอกลวงต้มตุ๋นที่เป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติแล้ว อย่างเช่นภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ทำให้แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นผู้เสียหายได้ง่ายขึ้น

               จึงขอเตือนว่า คนร้ายส่วนมาก มักเล่นกับความโลภ หรือความกลัวของเหยื่อ เช่น ท่านเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเงินสดจำนวนหนึ่ง จากการจับฉลาก เงินปันจำนวนหนึ่งจากกองมรดก หรือ ทางตำรวจสืบพบว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีที่ผิดกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้รับมีอาการดีใจ หรือตื่นตกใจ จนไม่ทันคิดถึงความเป็นไปได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการมีสติ ไม่ไหลไปกับสิ่งที่ปลายสายกำลังพูด ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม

 

จับคนไทยมาเรียนรู้เทคนิคกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน เพื่อนำไปต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ

 

3. วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะปรับสูงขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวัน แต่สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้รับการปรับขึ้นตามไปด้วย ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานไทย จะโชคดีกว่าแรงงานอื่นอีก 3 ชาติ ที่ค่าจ้างแรกเริ่มว่าจ้าง จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

 ผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงานเหน็จเหนื่อยไม่แพ้หรืออาจหนักกว่าแรงงานในภาคการผลิตเสียด้วยซ้ำ

 

4. สัมภาษณ์กัวซิวหมิ่น (郭修敏) หรือคุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานบริษัทไทยเฟิง จำกัด (泰國泰豐有限公司) ซึ่งเป็นชาวไต้หวันที่ไปลงทุนในประเทศไทย โดยตั้งโรงงานผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกคุณภาพสูง เช่นวาล์วปั้มพีวีซี บอลวาล์วพลาสติกเป็นต้น ขานรับโครงการตอบแทนแรงงานไทยที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวัน ด้วยการพาอดีตแรงงานไทยกลับไปเยี่ยมสถานที่ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมที่พักและอาหาร ตกประมาณคนละ 40,000 เหรียญไต้หวัน

             แรงงานไทยที่โชคดี ได้เดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันในครั้งนี้ มี 5 คน เป็นชุดแรกในจำนวน 12 คน ที่โชคดีได้เดินทางกลับมาท่องไต้หวันฟรี ซึ่งส่วนใหญ่รับทราบข่าวโครงการนี้จาก Rti กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกประทับใจและสนุกสนานมาก ในอดีตเคยมาทำงานที่ไต้หวัน แต่ไม่มีโอกาสไปท่องเที่ยว มาครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า ไต้หวันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย คุณวราพร และคุณวุฒิพัฒน์ 2 อดีตแรงงานไทยผู้โชคดีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่ไต้หวันอีกครั้ง

 

อดีตแรงงานไทย 5 รายโชคดี ได้กลับมาเที่ยวไต้หวันฟรีกับพนักงานของบริษัทไทยเฟิง จำกัด

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

โฮ่วไหน่ฉา (厚奶茶) ชานมฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 16 ต.ค. 60 - โฮ่วไหน่ฉา ชานมฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในไต้หวัน

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 16 ต.ค. 60 - โฮ่วไหน่ฉา ชานมฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในไต้หวัน

2017-10-21 21:32:52

 

           สัปดาห์นี้พาคุณไปรู้จักโฮ่วไหน่ฉา (厚奶茶) ชานมฮอตฮิตของ บ.อี้เหม่ยฟูดส์ (義美食品 ImeiFood) ที่กำลังเป็นกระแสในไต้หวัน ที่ผู้คนต่างวิ่งกรูแย่งกันซื้อตั้งแต่ห้างเปิด มีจำหน่ายเฉพาะในห้าง Costco เท่านั้น ทำไมถึงฮิต? และแนะนำสูตรลับที่สามารถผสมเองก็อร่อยได้เหมือนกัน ติดตามรับฟังได้ในรายการ

 

 

 

 

เกิดปรากฎการณ์แห่ซื้อโฮ่วไหน่ฉา (厚奶茶) ชานมฮอตฮิตของ บ.Imei Food จนผลิตไม่ทัน

 

More
กิจกรรม DIY ทำสีภายในโรงงาน Lucky Art Factory

หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory กัน

หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory กัน

2017-10-18 08:33:02

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory (蜡藝彩繪館) เมืองอี๋หลานกัน

-ไปเที่ยวชมนกในเทศกาลชมนกนานาชาติไทเประหว่างวันที่ 21-22 ต.ค. 60 ที่สวนอนุรักษ์ธรรมชาติกวนตู้ (關渡自然公園) ชานกรุงไทเป

 

หน้าประตูทางเข้าโรงงานเชิงท่องเที่ยวที่มีกิจกรรม DIY ทำสีเทียนในเมืองอี๋หลาน

 

 

 

 

บรรยากาศการทำ DIY สีเทียนภายในโรงงาน Lucky Art Factory ในเมืองอี๋หลาน

 

 

เทศกาลชมนกนานาชาติไทเประหว่างวันที่ 21-22 ต.ค. 60 ที่สวนอนุรักษ์ธรรมชาติกวนตู้ (關渡自然公園) ชานกรุงไทเป

 

สวนอนุรักษ์ธรรมชาติกวนตู้ (關渡自然公園) ชานกรุงไทเป

More
กิจกรรม DIY ทำสีภายในโรงงาน Lucky Art Factory

หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory กัน

หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory กัน

2017-10-16 23:30:00

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

-หนีฝนไป DIY ทำสีเทียนที่โรงงาน Lucky Art Factory กัน

-ไปเที่ยวชมนกในเทศกาลชมนกนานาชาติไทเประหว่างวันที่ 21-22 ตค. 60 ที่สวนอนุรักษ์ธรรมชาติกวนตู้

More
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 16 ต.ค. 60 ผู้นำไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 16 ต.ค. 60 ผู้นำไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี

2017-10-16 22:55:00

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 16 ต.ค. 60

 

ผู้นำไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์วันชาติสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี 

 

           คุณซูเจียฉวน (蘇嘉全) ประธานในพิธีจัดงานและประธานสภานิติบัญญัติ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ตลอดจนพี่น้องชาวไต้หวันทางหน้าจอทีวีและผู้รับชมการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตที่รักทั้งหลาย สวัสดีทุกท่านค่ะ
           วันนี้เป็นวันเกิด วันสถาปนาสาธารณรัฐจีนครบรอบ 106 ปี ในวันสำคัญเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนรัฐบาล ขอบคุณพี่น้องชาวไต้หวันที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อกลับมาร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีนในวันนี้
           วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่น้องชาวไต้หวันทั้งหมด 23 ล้านคน ในงานวันนี้ มีผู้เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ คุณอู๋ตุนอี้ (吳敦義) หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) คุณซ่งฉู่อวี๋ (宋楚瑜) หัวหน้าพรรคพีเพิลเฟิร์สต์ (親民黨) คุณหวงกั๋วชาง (黃國昌) หัวหน้าพรรคนิวเพาเวอร์ (時代力量) และคุณสวีซินอิ๋ง (徐欣瑩) หัวหน้าพรรค MKT (民國黨)
ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยไม่มีการแบ่งพรรคและจุดยืน เรารวมพลังสามัคคีกัน และนี่ก็เป็นความหมายที่ดีของวันชาติ
           คำขวัญของวันชาติปีนี้ คือ ไต้หวันที่ดีกว่าเดิม หรือ Better Taiwan ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณอดีตประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง 3 ท่าน ได้แก่ อดีตประธานาธิบดีลีเติงฮุย (李登輝) อดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน (陳水扁) และอดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว (馬英九)
           ทั้งสามท่านเป็นตัวแทนของช่วงเวลาแห่งการแสวงหาระบอบประชาธิปไตยของไต้หวันที่แตกต่างกัน และต่างได้ฝากผลงานไว้กับการพัฒนาของไต้หวัน พวกเราอาจมีความเห็นแตกต่างกันบ้าง ในทิศทางการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต แต่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ทุกรัฐบาลในอดีตล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผืนแผ่นดินนี้
           เริ่มตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2559 เป็นต้นมา ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากอำนาจและมติใหม่ของประชาชน อันเป็นแรงขับเคลื่อนให้นำพาไต้หวันไปสู่สภาวะที่ดีกว่าเดิม 
           ช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านพ้นไป รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้า ได้นำพาไต้หวันไปสู่สภาวะที่ดีกว่าเดิมใน 3 ด้าน ด้านที่ 1 ได้แก่ ทำตามคำมั่นสัญญา ผลักดันการปฏิรูป เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

            เราได้พลิกฟื้นโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวันอย่างเต็มความสามารถ แก้ไขปัญหาการขาดแคลน 5 อย่างจากเสียงสะท้อนของวงการธุรกิจอุตสาหกรรม ส่วนการส่งเสริมและผลักดันโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมนวัตกรรม 5 + 2 (五加二產業) กำลังเข้าสู่ระยะเร่งรัด เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว สำหรับโครงการก่อสร้างพื้นฐานในอนาคตที่รัฐบาลเสนอและผลักดันนั้น จะเน้นการลงทุนด้านสาธารณูปโภคเป็นหลัก เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนและกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โครงการและมูลค่าการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปฏิรูประบบภาษีที่หลายฝ่ายคาดหวัง ก็กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ
            เราได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะก่อสร้างการเคหะสังคม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ กฎหมายว่าด้วยการเคหะ ก็ผ่านการแก้ไขปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว และจนถึงขณะนี้ ทั่วไต้หวัน มีโครงการการเคหะสังคมกว่า 30,000 หน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างวางแผน 
            ด้านคำมั่นที่จะผลักดันโครงการการดูแลระยะยาว 2.0 ได้สร้างโครงข่ายจุดให้บริการในขั้นแรกไปแล้วกว่า 720 ชุมชนและสาธารณะ ภายในเวลา 3 ปี ยังจะเพิ่มจุดให้บริการอีกจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนสามารถรับบริการการดูแลระยะยาวใกล้บ้านได้
            ด้านโครงการขยายระบบการศึกษาและการดูเด็กชั้นอนุบาล ได้เพิ่มสถานอนุบาลสาธารณะขึ้น 1,000 ห้อง ทำให้สัดส่วนสถานอนุบาลเด็กสาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เพื่อเป็นการช่วยผ่อนเบาภาระและแรงกดดันในการดูแลเด็กน้อยของผู้เป็นพ่อแม่
            ส่วนการปฏิรูประบบเงินบำนาญของข้าราชการที่ได้รับการจับตามอง หลังผ่านอุปสรรคและปัญหาต่างๆ มากมาย ในที่สุดได้ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแล้วในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา การปฏิรูปดังกล่าว ไม่เพียงผ่อนคลายภาวะวิกฤตที่จะทำให้กองทุนบำนาญข้าราชการล้มละลาย ยังช่วยให้ระบบบำนาญสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
            นอกจากนี้ เรายังมีการจัดการประชุมระดับประเทศเพื่อการปฏิรูประบบตุลาการ มีการเสนอด้านการปฏิรูป เพื่อให้สภาตุลาการและกระทรวงยุติธรรม รับไปพิจารณา อันเป็นการก้าวแรกในการปฏิรูป และจะมีการรายงานผลคืบหน้าด้านการปฏิรูปต่อสังคมในทุกๆ ครึ่งปี
            เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูประบบตุลาการ ที่ประชุมสภาตุลาการได้เร่งจัดทำ “ร่างกฎหมายว่าด้วยระบบตุลาการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม” ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ และเพื่อให้สามารถจัดตั้งระบบการประเมินผลงานและสอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาและอัยการได้อย่างแท้จริงจะมีการเพิ่มจำนวนกรรมการที่ประชุมว่าด้วยการปฏิรูประบบตุลาการที่มาจากวงการอื่น ตลอดจนยกระดับความเป็นเอกเทศและความเที่ยงธรรมให้มากขึ้น นอกจากนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น เรายังจะปรับปรุงกระบวนการพิจารณาตัดสินของศาล ปฏิรูปองค์กรของระบบศาลสถิตยุติธรรม เพื่อแก้ไขระยะเวลาในการฟ้องคดีที่ยืดเยื้อยาวนานเกินไป
            สำหรับปัญหายาเสพติดที่ประชาชนห่วงกังวล นับเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เราจะผลักดันให้มีการร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ด้วยการทุ่มเททรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันดำเนินภารกิจป้องกัน ต่อต้าน กวาดล้าง และบำบัดยาเสพติด อีกทั้งจะแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุทั้งในด้านการผลิตในภูมิภาคและการค้ายาเสพติด ทั้งนี้เพื่อให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่ไต้หวัน 
            นับจากปีที่แล้วเป็นต้นมา จากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้เราสามารถทลายเครือข่ายของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ๆ ได้หลายคดี และต่อมาได้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันอันตรายจากยาเสพติด ด้วยการเพิ่มโทษผู้ค้ายาเสพติดให้หนักขึ้น นอกจากนี้ยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ติดยาเสพติดในการบำบัดรักษาโดยผ่านความช่วยเหลือของ “กองทุนป้องกันยาเสพติด”ซึ่งจะเป็นการแก้ไขแก่นแท้ของปัญหา ซึ่งจะทำให้ผู้ติดยาเสพติดห่างไกลจากยาเสพติดซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา
            เราเป็นรัฐบาลที่แก้ไขปัญหา ภารกิจของเราคือแก้ไขปัญหาที่ไต้หวันเผชิญอยู่ทีละปัญหาจนกระทั่งให้หมดไปในที่สุด แม้ว่าการปฏิรูปจะยากลำบากเพียงใด รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าและนายกรัฐมนตรีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) จะยืนหยัดต่อไปจนถึงที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าเมื่อปัญหาทยอยได้รับการแก้ไขให้หมดไปทีละอย่าง การปฏิรูปในด้านต่างๆ ทยอยสำเร็จลง เราจะพบว่าไต้หวันดีขึ้นกว่าเดิม
            ในวันฉลองการครบรอบการสถาปนาประเทศ เราต้องจดจำเอาไว้ว่า ประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็นสิทธิที่เราได้มาจากความพยายามร่วมกันของประชาชนชาวไต้หวันทั้งประเทศ ดังนั้นภารกิจสำคัญประการที่ 2 คือ รัฐบาลจะใช้ความพยายามอย่างเต็มกำลังความสามารถในอันที่จะปกป้องค่านิยมและวิถีการดำรงชีวิตภายใต้ระบอบเสรีประชาธิปไตยของไต้หวัน

             ทุกวันตลอดปี 365 วัน และทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง บรรดาทหารหาญของชาติต้องทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจเพื่อปกป้องไต้หวัน ฐานทัพอากาศทุกแห่งมีนักบินที่เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา หากเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ ก็ตาม เครื่องบินรบของกองทัพอากาศจะบินขึ้นเพื่อปกป้องน่านฟ้าไต้หวันในทันที ในทะเลเรามีเรือของกองทัพเรือและหน่วยป้องกันชายฝั่งคอยลาดตระเวนรักษาน่านน้ำอยู่ตลอดเวลา ขณะที่กองทัพบกจัดการซ้อมรบอยู่เป็นประจำ ตลอดจนเฝ้ารักษาการณ์ตลอดเวลา
            เนื่องในโอกาสวันชาติแห่งสาธารณรัฐจีน ข้าพเจ้าขอขอบคุณทหารทุกนาย ทุกท่านเป็นผู้ปกป้องประเทศให้คงอยู่และพัฒนาต่อไป ทุกท่านคือผู้ให้การคุ้มครองวิถีการดำรงชีวิตภายใต้ระบอบเสรีประชาธิปไตยของไต้หวัน
            ข้าพเจ้าในฐานะผู้นำสามเหล่าทัพ การปฏิรูปด้านกลาโหมเป็นภารกิจที่ข้าพเจ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราต้องเพิ่มแสนยานุภาพให้แก่กองทัพ ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันที่เราต้องเผชิญหน้ากับการทำสงครามในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เน้นปริมาณแต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ กองทัพของเราต้องมีแสนยานุภาพที่เข้มแข็งกว่าเดิม
             ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามไซเบอร์ การจารกรรมและสอดแนมของสามเหล่าทัพหรือการปกป้องระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ล้วนต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันกองทัพไต้หวันต้องยกระดับแสนยานุภาพในการทำสงครามร่วมกันของสามเหล่าทัพ รวบรวมภารกิจของแต่ละเหล่าทัพ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจการป้องกันความปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวไต้หวันจำนวน 23 ล้านคน
              อย่างไรก็ดีเราจะต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารในกองทัพ ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์พื้นฐานประจำตัวของทหารในกองทัพใหม่ ปรับปรุงและซ่อมแซมหอพักทหาร ปรับปรุงระบบเกณฑ์ทหารและรับราชการทหาร รวมถึงการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือน ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าเหล่าทหารหาญทุกนายจะรู้สึกได้ถึงความใส่ใจของรัฐบาล
              พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนทหาร ให้กองทัพศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม อบรมบ่มเพาะความรู้ความสามารถเฉพาะด้านให้สูงยิ่งขึ้น เพื่อให้ทหารในกองทัพมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เมื่อปลดประจำการแล้ว จะมีวิชาความรู้ติดตัวไป และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือรัฐบาลจะต้องผลักดันแผนการปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญกองทัพโดยพิจารณาจากประสบการณ์ของประเทศพัฒนาแล้ว ภายใต้หลักการ “อยู่นานและทำคุณประโยชน์ในระยะยาว” ซึ่งเป็นระบบบำเหน็จบำนาญที่ใช้สำหรับกองทัพเป็นการเฉพาะเท่านั้น 
               นอกจากนี้ เรายังจะปฏิรูปกองทัพให้ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง การป้องกันประเทศมิใช่ภาระกิจของกองทัพเท่านั้น แต่จำเป็นต้องประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสังคมด้วย จะต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน พัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมให้มีความทันสมัย บรรลุถึงเป้าหมายแห่งการพึ่งลำแข้งตนเองของกองทัพ
               การสร้างเครื่องบินรบและเรือดำน้ำด้วยตนเองในปัจจุบันของไต้หวัน ได้สร้างโอกาสงานใหม่ๆ ขึ้นมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้สร้างโอกาสที่ท้าทายให้แก่นักวิจัย และวิศวกรรุ่นใหม่ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า เมื่อเราฟื้นฟูอุตสาหกรรมกลาโหมขึ้นมาแล้ว ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเท่านั้น หากยังส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
               เราได้ระดมสรรพกำลังเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพอย่างเต็มกำลัง แต่จะไม่ก่อสงคราม เราจะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวัน ปกป้องเสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวันอย่างสุดความสามารถ ตลอดจนปกป้องสิทธิเสรีภาพแห่งในการตัดสินใจของชาวไต้หวันทั้งมวล 


               การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน เกี่ยวข้องกับอนาคตแห่งความผาสุกในระยะยาวของชาวไต้หวันจำนวน 23 ล้านคน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2559 จนถึงปัจจุบัน เราได้แสดงความเป็นมิตรอย่างที่สุดเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวันมาโดยตลอด แม้จะประสบอุปสรรคเนื่องจากจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันก็ตาม แต่เรายังคงพยายามรักษาเสถียรภาพขั้นพื้นฐานในความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันต่อไป
               ข้าพเจ้าได้ย้ำหลายครั้งหลายหนแล้วว่า “ความเป็นมิตร คำมั่นสัญญา และจะไม่กลับไปสู่การเผชิญหน้าของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็จะไม่ยอมสยบให้แก่แรงกดดันใดๆ” ซึ่งก็คือหลักการพื้นฐานในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันของเรา
               ปีนี้เป็นปีครบรอบ 30 ปี แห่งการเปิดเสรีติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวัน ซึ่ง 30 ปีที่ผ่านมา ช่องแคบไต้หวันได้ก้าวจากสภาวะการเป็นปฏิปักษ์กันไปสู่สันติภาพ เปิดหน้าศักราชใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ปมเงื่อนสำคัญก็คือการเก็บความไม่ลงรอยทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไว้ก่อน แสวงหาสัจจะจากความเป็นจริง สั่งสมความเป็นมิตรท่ามกลางปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน สร้างรูปแบบและแนวคิดสร้างสรรค์ในความสัมพันธ์ระหว่างกัน 
               เราควรที่จะต้องทะนุถนอมผลสำเร็จแห่งความเป็นมิตรที่สั่งสมมาได้ไม่ง่ายในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เปิดศักราชใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน บนพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
               ปีนี้เป็นปีที่ 30 แล้ว ที่ไต้หวันอนุญาตให้ชาวไต้หวันเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติที่จีนแผ่นดินใหญ่ได้ ภาพการพบกันระหว่างญาติมิตรเหล่านี้ ยังคงเป็นภาพแห่งความประทับใจมิรู้ลืมในปัจจุบัน
               นับตั้งแต่ที่ไต้หวันอนุญาตให้นักศึกษาจีนแผ่นดินใหญ่มาศึกษาต่อในไต้หวันเมื่อปี 2011 เป็นต้นมา เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิต ศึกษา และร่วมกันคิด ท่ามกลางการมีปฏิสัมพันธ์เช่นนี้ พวกเขาเหล่านี้ได้ทำความเข้าใจภูมิหลังที่แตกต่างกันและสร้างเป้าหมายเพื่อโลกแห่งสันติภาพและสวยสดงดงามร่วมกัน 
               ภายใต้สถานการณ์ใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันและการพัฒนาในภูมิภาค ผู้นำของช่องแคบไต้หวันจึงควรจับมือกัน พยายามเสวงหารูปแบบใหม่แห่งปฏิสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันด้วยสติปัญญาทางการเมืองที่อะลุ่มอล่วยให้แก่กัน แน่วแน่ และเต็มไปด้วยความอดทน เพื่อสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งให้แก่สันติภาพและเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวันร่วมกัน 
               นอกจากการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาแล้ว การปกป้องเสรีภาพประชาธิปไตยไต้หวัน ก็เพื่อสร้างไต้หวันให้ดียิ่งขึ้น ส่วนประเด็นที่รัฐบาลต้องผลักดันเป็นประเด็นที่ 3 ก็คือจะต้องพยายามแสวงหาตำแหน่งของไต้หวันในระบบระเบียบใหม่ในประชาคมโลก
                วันนี้ เราได้มาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับบรรดามิตรจากทั่วโลก ข้าพเจ้าจึงต้องขอย้ำอีกครั้งว่า เราคือผู้รักในสันติภาพ เรามีเจตจำนงค์และมีความสามารถเพียงพอที่จะอุทิศคุณูปการต่อสังคมโลกให้มากยิ่งขึ้น 
                ไต้หวันเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ขาดไม่ได้ต่อสันติภาพ ความมั่นคงและความรุ่งเรืองในเอเชียแปซิฟิก พวกเราจะร่วมมือกับประเทศข้างเคียงที่มีแนวความคิดเหมือนกันอย่างแนบแน่น ยืนอยู่บนพื้นฐานประชาธิปไตยและเสรีภาพ พวกเราผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เพื่อเชื่อมโยงและรักษาสัมพันธภาพกับประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าการค้ากับประเทศนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เพิ่มขึ้นเกือบ 20% เทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลสำเร็จที่ประจักษ์ต่อหน้าพี่น้องร่วมชาติ
                 พวกเราส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านบุคลากร ปัจจุบันจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมหลักสูตรเทคนิคเฉพาะด้านในต่างประเทศกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักศึกษาที่มีประสบการณ์ข้ามประเทศเหล่านี้ถือเป็นบุคลากรส่งเสริมความรุ่งเรืองในภูมิภาคในอนาคต
                 พวกเราส่งเสริมความร่วมมือการผลิต กระทรวงเศรษฐการจัดตั้งหน่วยงานการลงทุนของไต้หวัน เพื่อให้บริการสองฝ่ายในด้านการลงทุนและการให้คำปรึกษาใน เวียดนาม ฟิลิปปินส์อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ไทย และอินเดีย
                 พวกเราดำเนินการจัดตั้งกลไกด้านสินเชื่อในต่างประเทศ เพื่อให้ SMEs ที่ต้องการไปลงทุนในเอเชียอาคเนย์ เช่น การค้ำประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไต้หวันและประเทศนโยบายมุ่งใต้ พัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ เป็นการเชื่อมห่วงโซ่การผลิตอนุเคราะห์กันเพื่อการชนะสองฝ่าย
                 จุดประสงค์ของการดำเนินนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เป็นการแสวงหายุดยืนที่เป็นประโยชน์ต่อไต้หวันในสังคมนานาชาติอีกครั้ง และถือโอกาสนี้บอกต่อเพื่อนทั่วโลกว่า การเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเอเชียแปซิฟิก ไต้หวันเตรียมความพร้อมและแสดงบทบาทสำคัญเพื่อความสงบมั่นคงและความรุ่งเรืองในภูมิภาค
                 ในปีนี้พวกเราได้จัดตั้งหน่วยงานป้องกันไข้เลือดออก และจะร่วมมือกับประเทศในเอเชียอาคเนย์ ในอนาคต พวกเราจะเร่งจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือมนุษยธรรมบนเกาะเหอผิง พวกเราวางแผนตั้งศูนย์ตรวจสอบก๊าซเรือนกระจกบนเกาะตงซา พลังอ่อนเหล่านี้จะเป็นความภาคภูมิใจของชาวไต้หวัน และช่วยส่งเสริมความรุ่งเรืองความสงบมั่นคงในภูมิภาค
                  นอกจากการร่วมมือกับประเทศในนโยบายมุ่งใต้ใหม่ พวกเราหวังว่าการมีส่วนร่วมในองค์กรนานาชาติอย่างกระตือรือร้น จะทำให้ไต้หวันเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การนานาชาติได้
                  พวกเราดำเนินการอย่างจริงจังในด้านอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ผลักดัน SDGs ของสหประชาชาติ ซึ่งก็คือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และได้รายงานการตรวจสอบแบบสมัครใจฉบับหนึ่งแล้ว
                  ในขณะเดียวกันพวกเราได้ผลักดัน ODA ฉบับของไต้หวัน ซึ่งก็คือโครงการช่วยเหลือพัฒนาของรัฐบาล เสนอความช่วยเหลือการให้กู้ยืมแก่มิตรประเทศและประเทศตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ เพื่อการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและโครงการพัฒนาที่สำคัญ และเป็นโอกาสในการร่วมมือเข้าสู่เวทีโลกของผู้ประกอบการและรัฐบาลไต้หวัน
                  ปัญหาสำคัญของโลกในขณะนี้ นอกจากปัญหาความมั่นคงรูปแบบเดิมได้แก่ การเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโลก ความสิ้นเปลืองทรัพยากร โรคติดต่อ และการคุกคามจากลัทธิก่อการร้ายคุกคามความปลอดภัยซึ่งไม่ใช่รูปแบบเดิม เป็นสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญอยู่ 
                  การต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ประเทศประชาธิปไตยสำคัญในโลกดำเนินการด้านกิจการต่างประเทศ มีแนวโน้มผสมผสานเรื่องที่เป็นรูปแบบเดิมและไม่ใช่รูปแบบเดิม และการรวมพลังรัฐบาลและพลังประชาชนในสังคม มุ่งไปพร้อมกันในสองส่วนนี้ เป็นทัศนคติใหม่ที่ยึดถือมนุษยธรรมเป็นศูนย์กลาง
                  การประชุม “อวี่ซาน ฟอรั่ม” กำลังจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ พวกเราจะทำให้ไต้หวันอยู่ในแนวหน้าด้านการสร้างสรรค์และมีค่านิยมแห่งความก้าวหน้า
                  พวกเรายินดีต้อนรับพลังของภาคประชาชนและภาครัฐจากประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านต่างๆ ในระดับภูมิภาคอาทิ การปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม, การแพทย์และสาธารณสุข เสรีภาพด้านการนับถือศาสนา เสรีภาพทางธุรกิจ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นต้น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้ไต้หวันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เกิดการพัฒนาและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

                  และในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนของประชาชนไต้หวัน ขอกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อผู้แทนกลุ่มประเทศพันธมิตรที่มาร่วมงานในวันนี้ นโยบายทางการทูตของไต้หวันคือ “การทูตแบบมุ่งผลเชิงปฏิบัติ (踏實外交) เอื้อผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน” ประเทศพันธมิตร หมายถึงประเทศที่พึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันเพื่อเอาชนะความท้าทายต่างๆ ขอบคุณทุกประเทศที่ช่วยเป็นปากเสียงแทนไต้หวันในเวทีการประชุมระดับนานาชาติอย่างสม่ำเสมอ ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า ไต้หวันจะเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับทุกประเทศ
                  พี่น้องประชาชนและชาวจีนโพ้นทะเลที่รักทุกคน ทุกครั้งที่พวกเรารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไต้หวันจะมีความแข็งแรงเป็นปึกแผ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาพวกเราเพิ่งผ่านประสบการณ์ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในสนามการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก พวกเราและกองทัพนักกีฬาได้สร้างความภาคภูมิใจด้วยการคว้าเหรียญรางวัลมาครอง พวกเราร่วมกันเสียน้ำตาไปกับความพ่ายแพ้ร่วมกัน และร่วมกันปิติยินดีกับสิ่งที่ทั่วโลกมองเห็นได้จากไต้หวัน 
                  ความรู้สึกที่เราได้รับรู้ร่วมกันนี้ เป็นเพราะว่าเราดำเนินชีวิตอยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกัน ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตร่วมกัน และรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของความทุกข์และความสุขร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราจะต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ในอนาคตร่วมกันด้วย
                   ในงานวันนี้ มีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ข้าพเจ้าหวังว่า การผลักดันกระบวนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในอนาคต จะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดจากทุกฝ่าย เพราะนี่ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิรูปภายในประเทศ สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดไปทั้งหมดในวันนี้ คือการปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย ยิ่งไปกว่านั้นคือการแข่งขันเพื่อตำแหน่งที่ดีกว่าในประชาคมโลก ทั้งหมดนี้ล้วนต้องการความเป็นหนึ่งเดียวกันของไต้หวันเพื่อการเผชิญร่วมกัน
                    ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าขอเชิญผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ มานั่งหารือกัน ขอเพียงแค่พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเราจะสามารถนำพาความภาคภูมิใจของระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของไต้หวันไปสู่นานาชาติได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
                    ท้ายที่สุดของการกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ ข้าพเจ้าต้องขอบคุณชาวไต้หวันท่านนี้เป็นพิเศษ นั่นก็คือบาทหลวงกันฮุ่ยจง (甘惠忠 Father Brendan O’Connell) ซึ่งเป็นผู้นำร้องเพลงชาติสาธารณรัฐจีนในวันนี้ บาทหลวงกันฮุ่ยจงเสียสละและอุทิศตนให้แก่ไต้หวันมาเป็นเวลาหลาย 10 ปี ตอนนี้ท่านผู้ซึ่งได้แบ่งปันแสงสว่างและความรัก ได้กลายเป็นพลเมืองของไต้หวันสาธารณรัฐจีนอย่างเป็นทางการ ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนประชาชนไต้หวันทั้งหมดกล่าวขอบคุณท่าน
                    ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง และขอท่านสบายใจ เพราะไต้หวันยินดีอ้าแขนต้อนรับการสนับสนุนจากทั่วโลก
                    ไต้หวันจะต้องดีกว่าเดิม พวกเราจะยิ่งใหญ่ได้เพราะประชาธิปไตย พวกเราจะยิ่งใหญ่เพราะเสรีภาพ พวกเราจะยิ่งใหญ่ขึ้นเพราะความเป็นหนึ่งเดียวกัน ขอขอบคุณพี่น้องชาวไต้หวันอีกครั้ง พวกเราจะดีขึ้นไปพร้อมกัน ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
เซียวจิ้งเถิงและโจวเจี๋ยหลุน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Cosmos People ในชุด 右腦 (ยิ่วเหน่า-Right Now) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Cosmos People ในชุด 右腦 (ยิ่วเหน่า-Right Now) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-10-15 23:30:00

 

ธีระ หยางและบันเทองดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของ Cosmos People (宇宙人) ในชุด 右腦 (ยิ่วเหน่า-Right Now) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (เซียวจิ้งเถิงแอบเปิดเผยความรวยของโจวเจี๋ยวหลุนแบบไม่ตั้งใจ)

 

 

วงคอสมอสพีเพิ่ลหรืออวี่โจ้วเหริน (宇宙人) กับอัลบั้มเพลงชุด Right Now

 

เซียวจิ้งเถิง (ขวา) และโจวเจี๋ยหลุน (ซ้าย) บนเวทีคอนเสิร์ตของฝ่ายหลัง

 

More
ชาวไต้หวันทิ้งยาปีละกว่า 500 ล้านเม็ด

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560

2017-10-15 07:37:54

 

          1. ช่วงวันชาตินอกจากบรรยากาศงานวันชาติแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อไต้หวันให้ความสนใจรายงานกันก็คือ ทารกวันชาติหรือ 國慶寳寳 สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่ชาวไต้หวันนิยมให้ลูกเกิดในวันชาติ 10 ตุลาคม ใครที่มีวันกำหนดคลอดใกล้วันชาติก็นัดหมอผ่าตัดคลอดกัน แต่ในช่วงหลายปีมานี้สภาพการณ์ดังกล่าวลดน้อยลง ยิ่งในปีนี้มีทารกที่เกิดวันชาติเพียง 37 คน ส่วนใหญ่คลอดตามธรรมชาติ

 

 

ทารกวันชาติ ( 國慶寳寳) หรือทารกที่เกิดในวันชาติ 10 ตุลาคม ปีนี้ มีเพียง 37 คน

 

         2. ฟุ่มเฟือยสุดๆ ชาวไต้หวันใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างพร่ำเพรื่อน่าตกใจ ทิ้งยาปีละ 500 ล้านเม็ด นำมาเรียงต่อกันรอบเกาะไต้หวันได้ถึง 8 รอบ

         ในไต้หวันมีระบบประกันสุขภาพที่สมบูรณ์ เข้าถึงประชาชนเกือบ 100% การไปหาหมอ การไปรับการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะคลินิกหรือโรงพยาบาล เป็นเรื่องที่สะดวกไม่ยุ่งยาก แถมค่ารักษาพยาบาลราคาถูกมาก ถ้าไปคลินิก เสียค่ารักษาพยาบาลและค่ายาครั้งละเพียง 200-300 เหรียญ ถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่เสียเพียงครั้งละ 300-500 เหรียญ ที่สำคัญมีมาตรฐานและคุณภาพเหมือนกันหมด ถือเป็นความโชคดีของชาวไต้หวันโดยแท้ ที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องการรักษาพยาบาลในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่ความโชคดีนี้ ก็ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางการแพทย์ เพราะมีการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างพร่ำเพรื่อ บางคนอยากให้อาการป่วยหายไวๆ วันหนึ่งอาจไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิก 2-3 แห่ง รับยาจากแล้วทานไม่หมด สุดท้ายก็ต้องทิ้ง จากการสำรวจพบว่า ในไต้หวันมีการทิ้งยาชนิดต่างๆ สูงถึงปีละ 193 ตัน หรือประมาณ 500 ล้านเม็ด หากนำมาเรียงต่อกัน จะสามารถล้อมรอบเกาะไต้หวันได้ถึง 8 รอบ แต่หากนำมากองรวมกัน จะสามารถกองสูงเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 5 ตึก สมาชิกสภานิติบัญญัติจึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขรีบหามาตรการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

        ผู้มีอาการป่วยจำนวนไม่น้อย ใจร้อนอยากให้อาการป่วยหายไวๆ เปลี่ยนคลินิกหรือโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น บางคนไปหาหมอปีละเป็นพันครั้ง เท่ากับไปเปลี่ยนคลินิกหรือโรงพยาบาลวัน 3-4 แห่ง คนแก่จำมาก ร่างกายไม่มีปัญหา แต่ก็อยากไปหาหมอ เพื่อให้หมอตรวจและสั่งจ่ายยา เมื่อได้ยามาแล้วทานครั้งหรือ 2 ครั้งก็เปลี่ยนใหม่ การใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อเช่นนี้ ทำให้เกิดความสูญเสียหรือความฟุ่มเฟือยอย่างหนัก

        นอกจากใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อแล้ว ยังมีสภาพการณ์อีกอย่างที่จัดได้ว่า เป็นปรากฎการณ์ที่มีที่เดียวในโลก นั่นคือชาวไต้หวันนิยมใช้บริการแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ทั้งที่เป็นอาการป่วยทั่วไป มีการสำรวจพบว่า ชาวไต้หวันใช้บริการแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลปีละมากกว่า 7.75 ล้านคน ทำให้กองทุนประกันสุขภาพต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้กว่าปีละ 20,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ถือเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างสุดๆ

 

ชาวไต้หวันทิ้งยาปีละกว่า 500 ล้านเม็ด นำมาเรียงต่อกันรอบเกาะไต้หวันได้ถึง 8 รอบ

 

        3. การขายบ้านให้ธนาคารแล้วทยอยเบิกเงินออกมาใช้เป็นประจำทุกเดือนและผู้ขายยังมีสิทธิ์พำนักอาศัยในบ้านได้ต่อไป จนกว่าจะเสียชีวิตหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า  以房養老 ซึ่งเป็นมาตรการที่ริเริ่มโดยรัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือคนชราอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ไม่มีเงินเลี้ยงชีพแต่มีบ้าน แล้วมอบหมายให้ธนาคารพาณิชย์รับไปดำเนินการ 11 แห่ง หลังเริ่มดำเนินการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จนถึง ณ สิ้นเดือนกันยายนนี้ มีการอนุมัติไปแล้ว 2,007 ราย รวมมูลค่า 10,800 ล้านเหรียญไต้หวัน

 

 

ไต้หวันผลักดันมาตรการให้เจ้าของบ้านอายุ 65 ปีขึ้นไป ขายบ้านให้ธนาคารแล้วทยอยเบิกเงินออกมาใช้เป็นประจำทุกเดือนและผู้ขายยังมีสิทธิ์พำนักอาศัยในบ้านได้ต่อไป จนกว่าจะเสียชีวิต

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
สีจิ้นผิง ปธน. จีนคอมมิวนิสต์

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 60 หัวใจแห่งนโยบายสี จิ้นผิง ชัดเจนแล้ว สมัชชาผู้แทนพรรคฯ เป็นเพียงตรายางเท่านั้น

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 60 หัวใจแห่งนโยบายสี จิ้นผิง ชัดเจนแล้ว สมัชชาผู้แทนพรรคฯ เป็นเพียงตรายางเท่านั้น

2017-10-14 22:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 60 หัวใจแห่งนโยบายสี จิ้นผิง ชัดเจนแล้ว สมัชชาผู้แทนพรรคฯ เป็นเพียงตรายางเท่านั้น

เขียนโดยหง เย้าหนาน เลขาธิการสมาคมจับตาการเลือกตั้งอย่างเสรีไต้หวัน

        การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 19 ที่กำลังจะจัดให้มีขึ้นในเร็วๆ นี้ เป็นโฟกัสที่ทั่วโลกจับตามองเป็นพิเศษไปที่การวางกำลัง บุคลากรของนายสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมทั้งการแก้ไขกฏระเบียบภายในพรรคฯ ซึ่งในแง่ของการจัดสรรกำลังคนในตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคฯ สิ่งที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษก็คือประเด็นการถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยมีมาจะถูกยกเว้นในกรณีของนายหวาง ฉี่ซัน คนสนิทของนายสีฯ และการสืบทอดตำแหน่งแกนนำภายในพรรคแบบข้ามรุ่นของนายหูชุนหัวได้หรือไม่ และที่สำคัญมากยิ่งกว่านี้ก็คือ จะมีการเปลี่ยนแปลงกลไกหรือระบบต่างๆ เช่น จำนวนสมาชิกกรมการเมือง หรือจะรื้อฟื้นตำแหน่งประธานพรรคฯ หรือไม่ ซึ่งก็จะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายแห่งการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคฯ ดังกล่าวข้างต้น

        ศูนย์กลางการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็คือกลไก "ประธานพรรคฯ" "กรรมการกรมการเมือง" "กรรมการประจำกรมการเมือง" และ "สำนักเลขาธิการ" 4 กลไกสำคัญ ในช่วงกว่า 100 ปีที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนก่อตั้งขึ้น ช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจะมากกว่าช่วงเวลาที่อยู่ในสภาพนิ่ง กล่าวได้ว่าจนถึงปัจจุบัน ระบบต่างๆ ยังไม่ได้สมบูรณ์จริงๆ เช่น ในการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศครั้งที่ 9 เมื่อปี 1969 ได้ยุบสำนักงานเลขาธิการ เหลือแต่กรมการเมืองและกรมการเมืองประจำเท่านั้น จนกระทั่งถึงปี 1982 การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศครั้งที่ 12 ได้ยกเลิกตำแหน่งประธานพรรคฯ รื้อฟื้นสำนักงานเลขาธิการขึ้นมาใหม่ ทำให้แกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์กลายเป็นแกนนำใน 3 ระดับ ส่วนในการประชุมครั้งที่ 19 ที่จะมีขึ้น นายสีฯ ตั้งใจที่จะแก้ไขระเบียบการของพรรคฯ แต่ก็คงจะหนีไม่พ้นการเปลี่ยนอำนาจของกลไกเหล่านี้เท่านั้น

        เหมาเจ๋อตงเป็นบุคคลที่ต่อต้านระบบระเบียบต่างๆ กระทั่งเป็นผู้ทำลายระบบด้วยซ้ำไป เขารวบอำนาจทางทหารมาอยู่ในมือได้เมื่อปี 1935 ในการประชุมจุนอี้ โดยดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการทหารส่วนกลาง แต่เลขาธิการพรรคฯ ยังคงเป็นนายจางเหวินเทียน ทำให้ เหมาเจ๋อตง ที่ต้องการรวบอำนาจภายในพรรคฯ ไว้ในมือ ได้ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างภายในพรรคฯ โดยยุบตำแหน่งเลขาธิการ และสำนักงานเลขาธิการพรรคฯ ทำให้เหมาเจ๋อตงมีอำนาจเทียบเคียงกับนายจางเหวินเทียน เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการของนายจางเหวินเทียนกลายเป็นเพียงเลขาฯ อำนาจก็ค่อยๆ หดหายไป ทำให้เหมาเจ๋อตงกลายเป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวภายในพรรคฯ

        และหลังปี 1959 ที่เหมาเจ๋อตงได้โค่นล้มนายเผิงเต๋อไฮว๋ ในการประชุมสำคัญที่หลูซานแล้ว เหมาฯ ก็ได้ถอยตัวจากการเป็นผู้นำแนวหนึ่งไปแล้ว  ไม่ได้ดูแลงานประจำวันอีกต่อไป แต่ก็ยังคงมีอำนาจในการตัดสินใจสุดท้ายของพรรคฯ และในการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคฯ สมัยที่ 8 ครั้งที่ 11 เมื่อปี 1966 เหมาเจ๋อตงในฐานะประธานพรรคฯ ได้ใช้ดินสอเขียนลงไปยังมุมหนึ่งของหนังสือพิมพ์ว่า "โหมโจมตีกองบัญชการส่วนบุคคล" ซึ่งถือเป็นคำสั่งที่ไม่ได้ระบุชื่อให้ร่วมกันต่อต้านนายหลิว เส้าฉี และนายเติ้งเสี่ยวผิง มิเช่นนั้น ก็จะทำให้ศูนย์กลางพรรคฯ กลายเป็นกองบัญชาการแห่งลัทธิทุนนิยม

        เมื่อเหมาเจ๋อตง ถึงแก่อสัญกรรรมในเดือน ก.ย. 1976 แม้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตได้เคยกล่าวไว้ว่า นายฮว่ากั๋วฟง เป็นบุคคลที่ทำงานไว้วางใจได้ ก็ตาม แต่เนื่องจากนายฮว่ากั๋วฟงยังมีบารมีภายในพรรคไม่เพียงพอ จึงทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลายเป็นการนำแบบหมู่คณะในช่วงเวลาสั้น ๆ จากการรวมตัวกันของนายฮว่ากั๋วฟง นายเย่เจี้ยนอิง นายลีเซี่ยนเนี่ยน และนายวังตงซิง หลังจากนั้นในเดือน ส.ค. ปีถัดไป ก็เปิดการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคฯ สมัยที่ 11 เพื่อให้มีการคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ภายในพรรคฯ และด้วยการยืนยันของนายเย่เจี้ยนอิง กับนายลีเซียนเนี่ยน ในที่สุดฮว่ากั๋วฟง ก็ถูกบีบให้ต้องยอมอ่อนข้อให้ โดยให้นายเติ้งเสี่ยวผิง เข้าป็นสมาชิกถาวรกรมการเมือง ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลไกการเจรจาปรึกษาหารือภายในกรมการเมืองต้องโน้มเอียงไปยังศูนย์อำนาจของกลุ่มผู้นำอาวุโส และในการประชุมคณะกรรมการกลางเต็มคณะครั้งที่ 3 สมัยที่ 11 ก็ได้เพิ่มนายเฉินหยิน เข้าเป็นไปหนึ่งในกรรมการกรมการเมืองด้วย ทำให้กลุ่มแกนนำเก่าที่มีนายเติ้งเสี่ยวผิงเป็นเสียงข้างมาก ทำให้นายฮว่ากั๋วฟง อยู่ในช่วงเวลาแห่งการนับถอยหลังที่จะพ้นจากตำแหน่งผู้นำพรรคฯ

        จากนั้นนายเติ้งเสี่ยวผิง ได้ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 25 วัน ระหว่างวันที่ 10 พ.ย. ถึง 5 ธ.ค. ของปี 1980 ชักใยให้กรมการเมืองเปิดการประชุมแบบขยายวงถึง 9 ครั้ง บังคับให้นายฮว่ากั๋วฟง ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกลางพรรคฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเดิมทีนั้น การประชุมคณะกรรมการกลางเต็มคณะสมัยทื่ 6 จะลงมติให้นายเติ้งเสี่ยวผิง ดำรงตำแหน่งประธานพรรคฯ แต่นายเติ้งฯ ปฏิเสธ ในที่สุดจึงเสนอชื่อนายหูจิ่นเทา เข้ารับตำแหน่งแทน ส่วนตำแหน่งรองประธานพรรคก็ประกอบไปด้วย นายเย่เจี้ยนอิง นายเติ้งเสี่ยวผิง นายเฉินหยิน และนายลีเซียนเนี่ยน ซึ่งในตอนนั้น องค์กรนำสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมิใช่กรมการเมือง หรือสมาชิกถาวรกรมการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นการกำหนดนโยบายโดยรองประธานพรรคทั้ง 4 คน นายเติ้งฯ มีตำแหน่งเพียงรองประธานพรรคฯ เท่านั้น และเป็นผู้นำที่มีภาระหน้าที่น้อยที่สุด แต่กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออำนาจและบารมีของนายเติ้งเสี่ยวผิงแม้แต่น้อย

        ในปัจจุบัน นายสีจิ้นผิง ได้รวบอำนาจในฐานะ "ศูนย์กลาง" ไว้ในมือของตนเพียงผู้เดียวแล้ว และการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคทั่วประเทศ สมัยที่ 19 ที่กำลังจะมีขึ้น กล่าวได้ว่าเป็นยุคสมัยแห่งศูนย์รวมอำนาจของนายสีจิ้นผิง โดยแท้ ทำให้การปฏิรูประบบ กลไก หรือใครจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแกนนำในพรรคฯ ส่วนใด ก็ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรมากมายนัก 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
สังคมไต้หวันให้ความสำคัญกับแรงงานที่อยู่ในฐานะด้อยโอกาสมากขึ้น

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560

2017-10-14 10:47:30

 

1. นายหยางเจียจวิ้น (楊家駿) ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ของไต้หวัน เรียกร้องให้เปลี่ยนคำเรียกคนงานต่างชาติผิดกฎหมายที่หลบหนีนายจ้าง ( 逃逸外勞) มาเป็นแรงงานข้ามชาติที่ขาดการติดต่อ (失聯移工)

 

 

นายหยางเจียจวิ้น (楊家駿) ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ของไต้หวัน

 

           ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้ว จากเริ่มแรกที่เรียกแรงงานต่างชาติเป็นว่ายจี๋เหลากง (外籍勞工) หรือเรียกย่อว่า ว่ายเหลา (外勞) จนมาถึงปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้คำเรียกที่น่าฟังและให้เกียรติมากขึ้นเป็น แรงงานข้ามชาติ หรือว่ายจี๋อี๋กง (外籍移工) เรียกย่อว่าอี๋กง (移工) ในเรื่องสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติก็ได้รับการปรับปรุงดีขึ้นอย่างมาก มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของแรงงานต่างชาติในทุกด้าน จนกลายเป็นต้นแบบการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติของหลายประเทศ

           อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาของแรงงานต่างชาติที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ อาทิ ผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือนที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง เวลาทำงาน วันพักผ่อนและค่าจ้าง ฯลฯ ลูกเรือประมงที่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสวัสดิการ รวมถึงการโอนย้ายนายจ้างใหม่ ที่องค์กร NGO วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องมาตลอดว่า ต้องการให้โอนย้ายได้อย่างเสรี เป็นต้น

           และเหตุการณ์ที่แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายฮึดสู้ ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ทำให้สังคมไต้หวันให้ความสำคัญกับแรงงานที่อยู่ในฐานะด้อยโอกาสมากขึ้น หน่วยงานตำรวจมีการทบทวนวิธีปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย แต่อยากเรียกร้องให้แรงงานไทยว่า การหลบหนี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังประสบอยู่ กลับจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น หากมีปัญหาควรติดต่อขอรับความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นสายด่วนคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานแรงงานไทยเป็นต้น

 

 เหตุการณ์ที่แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายฮึดสู้ ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ทำให้สังคมไต้หวันให้ความสำคัญกับแรงงานที่อยู่ในฐานะด้อยโอกาสมากขึ้น

 

 ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้ว จากเริ่มแรกที่เรียกแรงงานต่างชาติ ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้คำเรียกที่น่าฟังและให้เกียรติมากขึ้นเป็น แรงงานข้ามชาติ

 

2. การลงประชามติจำลองสำหรับสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติ ระหว่างวันที่ 17 กันยายน- 10 ธันวาคม 2560 นี้

           ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้ว พวกเขาเป็นผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันเป็นอย่างมาก แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลับถูกลิดรอนและถูกจำกัดอย่างไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ไม่มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นในนโยบายด้านแรงงานต่างชาติของรัฐบาล ตกอยู่ในสภาพถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทจัดหางาน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้น แนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวัน เตรียมจัดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันกว่า 600,000 คน ลงประชามติสะท้อนความรู้สึกของตนเอง เรียกร้องการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ยกเลิกระบบการจัดส่งคนงานมาทำงานที่ไต้หวันโดยบริษัทจัดหางาน ให้ใช้ระบบรัฐต่อรัฐแทน และเรียกร้องสิทธิในการโอนย้ายนายจ้างได้อย่างเสรี โดยทั่วไต้หวันจะมีจุดลงประชามติในกรุงไทเป เขตจงลี่ นครเถาหยวน ซินจู๋ นครไทจงและนครเกาสงเป็นต้น ทั้งหมด 10 แห่ง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 10 ธันวาคมศกนี้

 

กลุ่ม NGO จัดให้ลงประชามติจำลองสำหรับสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติ ระหว่างวันที่ 17 กันยายน- 10 ธันวาคมนี้

 

3. ชาวต่างชาติในไต้หวัน (รวมแรงงานต่างชาติ) ต้องพำนักอาศัยในไต้หวันครบ 3 ปี โดยไม่ได้เดินทางออกไป จึงจะมีสิทธิ์บริจาคเลือดในไต้หวันได้ สำหรับชาวไต้หวันที่เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่าเป็นเขตพื้นที่ระบาดของโรคติดต่อ หลังกลับถึงไต้หวันแล้ว ภายในเวลา 1 ปี ห้ามบริจาคเลือด และผู้มีคุณสมบัติบริจาคเลือดแต่ละคน บริจาคได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งไม่เกิน 500 ซีซี

 

ชาวต่างชาติในไต้หวันที่พำนักอาศัยต่อเนื่องกันครบ 3 ปี มีสิทธิ์บริจาคเลือดในไต้หวันได้

 

4. นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษจากโรงพยาบาลราชวิถี แนะวิธีดำเนินชีวิตที่ถูกต้องของแรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เรนนี่ หยางเฉิงหลิน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของสาวเรนนี่ หยางเฉิงหลิน ในเพลงกวนจ้ง (觀眾-คนดู) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของสาวเรนนี่ หยางเฉิงหลิน ในเพลงกวนจ้ง (觀眾-คนดู) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-10-13 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

- ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของสาวเรนนี่ หยางเฉิงหลิน ในเพลงกวนจ้ง (觀眾-คนดู) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (สาวเรนนี่ออกมาแก้ข่าวกรณีที่เมาท์กันว่าเธอแสดงได้ไม่ดีจนถูกตัดบทไปเยอะใน Tag along 2 หนังผีชื่อดังของไต้หวัน)

More
ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เชื่อมสัมพันธ์วัฒนธรรมฮากกา

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 12 ต.ค. 60 - ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เชื่อมสัมพันธ์วัฒนธรรมฮากกา

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 12 ต.ค. 60 - ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เชื่อมสัมพันธ์วัฒนธรรมฮากกา

2017-10-16 22:59:06

ที่เมืองซินจู๋มีชาวไต้หวันเชื้อสายจีนฮากกาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา สมาคมวัฒนธรรมสองแม่น้ำซินจู๋ ได้เชิญครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากเมืองซิงกาวัง จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก อินโดนีเซียมาร่วมงานด้วย เชื่อมสัมพันธ์วัฒนธรรมสองเมือง

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ข่าวดี สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีรายได้น้อย ประสบปัญหาภาวะทางด้านการเงิน สามารถยื่นขออุดหนุนค่าประกันสุขภาพแห่งชาติได้ก่อนการย้ายเข้าทะเบียนบ้าน โดยผู้ที่ขอรับเงินอุดหนุนได้จะต้องเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านและเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้น้อยปานกลาง (รวมถึงหม้ายที่แต่งงานใหม่และผู้ที่หย่าแล้วต้องเลี้ยงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะลำพังในไต้หวัน) สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านจะรับเงินอุดหนุนค่าประกันสุขภาพแห่งชาติได้เต็มจำนวน ส่วนผู้มีรายได้น้อยปานกลางที่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านจะได้รับเงินอุดหนุนค่าประกันสุขภาพแห่งชาติได้กึ่งหนึ่ง

ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0800-030-598

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL การฟัง ระดับต้น Band A ชุดที่ 2 ข้อ 20-22

More
จันหย่งหราน (ขวา) และมาร์ติน่า ฮิงกิสส์ (ซ้าย) คว้าแชมป์ WTA รายการที่ 9 ของปีนี้จากรายการปักกิ่งโอเพ่น 2017

แรงไม่หยุด จันหย่งหรานกับมาร์ติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์หญิงคู่ WTA Tour 4 รายการติด

แรงไม่หยุด จันหย่งหรานกับมาร์ติน่า ฮิงกิสส์คว้าแชมป์หญิงคู่ WTA Tour 4 รายการติด

2017-10-12 22:30:00

ธีระ หยางและเจาะลึกกีฬาโลกสัปดาห์นี้

-แรงไม่หยุด จันหย่งหราน (詹詠然) กับมาร์ติน่า ฮิงกิสส์ (Martina Hingis) คว้าแชมป์หญิงคู่ WTA Tour 4 รายการติด ล่าสุดร่วมกันคว้าแชมป์ที่ 9 ของปีนี้ในรายการปักกิ่งโอเพ่นมาได้อีก

-สองพี่น้องผักดองของไทย (泰國酸菜兄弟) หรือคู่แฝดรติวัฒน์ สามารถคว้าแชมป์ชายคู่ระดับ ATP ชาเลนเจอร์ในรายการ KAOHSIUNG OEC OPEN 2017 มาครองได้สำเร็จ

 

 

 

จันหย่งหราน (ขวา) และมาร์ติน่า ฮิงกิสส์ (ซ้าย) คว้าแชมป์ WTA รายการที่ 9 ของปีนี้จากรายการปักกิ่งโอเพ่น 2017

 

สนฉัตรและสรรค์ชัย รติวัฒน์ ซึ่งได้รับฉายาจากสื่อไต้หวันว่าเป็นสองพี่น้องผักดองของไทย คว้าแชมป์ชายคู่ในรายการ KAOHSIUNG OEC OPEN ที่นครเกาสง ของไต้หวัน

 

More
กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยแล้วกว่า 100 คน

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560

2017-10-11 21:22:32

 

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือน นายจ้างที่กลั่นแกล้งลูกจ้างโดยการแจ้งความเท็จว่าหลบหนี ระวังจะถูกดำเนินคดีทางอาญา

        เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวย้ำว่า นายจ้างที่แจ้งความเท็จว่าแรงงานต่างชาติของตนหลบหนี นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวันแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีทางอาญา ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ

        ช่วงนี้ เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลให้สังคมไต้หวันให้ความสนใจมาตรการในการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติหลายเหตุการณ์ เช่นคดีที่คนงานเวียดนามผิดกฎหมายลักทรัพย์แล้วขัดขืนการจับกุมด้วยการต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต รวมถึงกลุ่ม NGO จัดให้แรงงานต่างชาติลงประชามติจำลอง ในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ นายเสวียเจี้ยนจง (薛鑑忠) ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า ในอดีต เคยตรวจพบนายจ้างบางราย หลังจากที่เกิดข้อพิพาทกับลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างชาติแล้ว เข้าแจ้งความเท็จว่าแรงงานต่างชาติของตนหลบหนี ส่งผลให้แรงงานต่างชาติถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ต้องเดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม การแจ้งความแรงงานต่างชาติหลบหนี ปัจจุบันมีการตรวจสอบอย่างรัดกุม หากพบว่า นายจ้างแจ้งความเท็จโดยมีเจตนาจะกลั่นแกล้งแรงงานต่างชาติ นอกจากกองแรงงานท้องที่มีอำนาจลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวันแล้ว ยังอาจถูกกระทรวงแรงงานส่งดำเนินคดีทางอาญา ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ส่วนแรงงานต่างชาติที่ตกเป็นผู้เสียหาย จะได้รับการโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่

        ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า การแจ้งความเท็จว่าแรงงานต่างชาติของตนหลบหนี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน จะถูกลงโทษปรับเงินและมีโทษทางอาญา จึงเตือนให้นายจ้างหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย ป้องกันถูกลงโทษ

        ตามกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 56 กำหนดให้นายจ้างต้องรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่แรงงานต่างชาติของตนขาดงานต่อเนื่อง 3 วัน โดยไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบของสังคม อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ นายจ้างจะต้องดำเนินการตามความเป็นจริง จะอาศัยระบบแจ้งความแรงงานต่างชาติหลบหนีมากลั่นแกล้งแรงงานต่างชาติไม่ได้

        ตามระเบียบในทางปฏิบัติในปัจจุบัน กรณีที่แรงงานต่างชาติมีข้อพิพาทกับนายจ้าง ทำให้ขาดงานและไม่สามารถติดต่อได้เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน แต่ช่วงระหว่างนี้ หากมีการโทรศัพท์ร้องเรียนหรือขอรับความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือได้รับการช่วยเหลือจากกองแรงงานท้องที่ จัดให้ไปอยู่ยังบ้านพักฉุกเฉิน กระทรวงแรงงานจะไม่ถือว่าเป็นการหลบหนี หากนายจ้างมีการแจ้งความว่าแรงงานต่างชาติของตนหลบหนี หลังตรวจสอบแล้วพบว่า แรงงานต่างชาติไม่ได้หลบหนี จะคืนความเป็นธรรมด้วยการเพิกถอนคำสั่งทันที

 

นายจ้างที่กลั่นแกล้งลูกจ้างโดยการแจ้งความเท็จว่าหลบหนี ระวังจะถูกดำเนินคดีทางอาญา

 

2. กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยแล้วกว่า 100 คน สูงสุดได้ 320,000 เหรียญ

       ตามที่กฎหมายการประกันภัยแรงงานของไต้หวันอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เป็นผู้เอาประกัน มีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้วได้ เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น และสำนักงานแรงงานไทยเริ่มทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา จนถึงปลายเดือนสิงหาคมปีนี้ มีแรงงานไทยที่เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันและปัจจุบันอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพผ่านสำนักงานแรงงานไทย ทั้งที่ไทเปและเกาสงแล้วจำนวน 101 รายจำนวนเงินที่ได้รับแล้วกว่า 3,600,000 เหรียญไต้หวัน แรงงานไทยที่ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพสูงสุด ทำงานอยู่ที่ฟอร์โมซา นครเกาสง มีอายุการทำงาน 10 ปี และเฉลี่ยวงเงินค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเดือนละ 32,000 เหรียญ ได้รับอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพ 320,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานไทยที่รอการอนุมัติมีจำนวนกว่า 100 ราย ขณะที่มีจำนวนหนึ่งเอกสารไม่ครบ เช่นไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC และไม่มีหนังสือเดินทางเป็นต้น

 

กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานไทยแล้วกว่า 100 คน สูงสุดได้ 320,000 เหรียญ

 

      สำนักงานแรงงานไทย ไทเปเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 ได้ช่วยแรงงานไทยที่อายุครบ 60 ปีขึ้นไป ยื่น ขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยไต้หวัน 165 ราย ในจำนวนนี้ ได้รับอนุมัติแล้ว 85 ราย อีก 80 รายกำลังอยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติ และจำนวนเงินที่ได้รับแล้วทั้งสิ้น 2,651,127 เหรียญไต้หวัน มีแรงงานไทยบางรายได้รับเงินบำเหน็จสูงกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ส่วนใหญ่ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพระหว่าง 30,000-50,000 ทั้งนี้ เนื่องจากแรงงานไทยจำนวนมากเคยเปลี่ยนชื่อ แต่ไม่มีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ และไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC ทำให้ระบบฐานข้อมูลของกองทุนฯ ไม่สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาทำงานทั้งหมดของแรงงานไทย แล้วนำมาสะสมรวมกันได้ ค้นหาได้เฉพาะข้อมูลบางส่วนเท่าที่มีหลักฐานประกอบเท่านั้น และวงเงินที่ได้รับจะคำนวณจากค่าจ้างรายเดือนที่เอาประกันโดยเฉลี่ยและระยะเวลาที่ทำงานในไต้หวัน

      ส่วนข้อมูลของสำนักงานแรงงานไทย เกาสง พบว่า ได้ช่วยแรงงานไทยที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ยื่นขอเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยของไต้หวันแล้ว จำนวน 38 ราย ในจำนวนนี้ อนุมัติแล้ว 16 ราย จำนวนเงินที่ได้รับ 950,000 เหรียญไต้หวัน ในจำนวนนี้ มีรายหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่ที่ฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี่ส์ นครเกาสง มีอายุการทำงาน 10 ปี และเฉลี่ยวงเงินค่าจ้างที่นายจ้างแจ้งเอาประกันเดือนละ 32,000 เหรียญ ได้รับอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพสูงถึง 320,000 เหรียญไต้หวัน และมีจำนวน 16 ราย กำลังรอผลการอนุมัติมี ขณะที่มี 26 รายเอกสารไม่ครบ เช่นไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC สำเนาหนังสือเดินทางเป็นต้น

 

แรงงานต่างชาติในไต้หวันมีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพได้เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น

 

      กรมประกันภัยแรงงานของไต้หวันกล่าวว่า ตามกฎหมายการประกันภัยแรงงานของไต้หวัน แรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เสียเบี้ยประกันภัยเป็นประจำทุกเดือน มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น โดยคิดตามอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของค่าจ้างที่เอาประกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าเคยมาทำงานที่ไต้หวันตั้งแต่ปีไหน หรือมาแล้วกี่ครั้ง อายุการเข้ากองทุนสามารถนำมาสะสมรวมกันได้ ยกตัวอย่างเช่น แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันรวมสะสมแล้ว ครบ 12 ปี เมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงิน 12 เดือนของค่าจ้างที่เอาประกัน สมมุติว่าค่าจ้างที่เอาประกันโดยเฉลี่ยคือ 20,000 เหรียญ ก็จะได้รับเงิน 240,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตัวคนงานจะต้องยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพด้วยตนเอง โดยขอแบบคำร้องและรายละเอียดขั้นตอนดำเนินการได้จาก สำนักงานแรงงานจังหวัด แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานต่างชาติ นั้นคือ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ดังกล่าว ทั้งนี้เพราะขณะที่นายจ้างแจ้งเอาประกัน อาจแจ้งชื่อเป็นภาษาจีน ซึ่งไม่ตรงกับชื่อของแรงงานต่างชาติที่ยื่นคำร้องของรับเงินบำเหน็จ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนชื่อ อาจทำให้การรวมอายุการเข้ากองทุนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะกลายเป็นคนละคน ดังนั้นจึงแนะนำว่า จะต้องเก็บเอกสารสำคัญเช่นใบถิ่นที่อยู่ หรือ ARC หนังสือเดินทางและสัญญาจ้างงาน เป็นต้น โดยเฉพาะใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 外僑居留證 เพราะในบัตร ARC จะมีเลขประจำตัวของชาวต่างชาติ ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเดินทางเข้าสู่ไต้หวันกี่ครั้งแล้วก็ตาม

 

ควรเก็บใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC) และสำเนาหนังสือเดินทางไว้ เพื่อความสะดวกในการตรวจหาข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงาน

 

      ทางด้านสำนักงานแรงงานไทยกล่าวย้ำว่า แรงงานไทยควรเก็บเอกสารสำคัญดังกล่าวไว้ให้ดี เพื่อประโยชน์ในการเขียนคำร้อง ในยามที่มีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยของไต้หวัน ส่วนคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ ตลอดจนขั้นตอนและวิธีการยื่นขอ มีดังต่อไปนี้

      1. ต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในภาคการผลิต ก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร จะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ

      2. อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน

      3. อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนฯ ไม่ถึง 5 ปี ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนฯ สามารถรวมสะสมกันได้)

      4. วิธีและขั้นตอนในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ผู้มีสิทธิ์กรอกใบคำร้องและใบรับเงิน (อยู่ในใบเดียวกัน ขอรับได้จากสนง.แรงงานจังหวัดในท้องที่หรือกระทรวงแรงงานไทย) ทั้งนี้ ใบคำร้องเป็นภาษาจีน แรงงานไทยผู้มีสิทธิ์ ให้กรอกชื่อ และบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ (ตามชื่อที่เข้ากองทุนฯ)

      5. แนบหลักฐานแสดงตนดังนี้ :

1) สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC)

2) หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่เปิดบัญชี ซึ่งขอได้จากธนาคารที่เปิดบัญชี

3) สำเนาทะเบียนบ้าน

      เอกสารที่กล่าวมาทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน การสะกดชื่อของผู้ยื่นขอ ต้องตรงตามในหนังสือเดินทาง และผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ยกเว้นสำเนาใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC)  ซึ่งเป็นเอกสารของราชการไต้หวัน ไม่ต้องแปลและผ่านการรับรอง (สำนักงานแรงงานไทยให้ข้อแนะนำว่า ควรเก็บสำเนาหนังสือเดินทางและใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC) เก่าๆ ไว้ เพื่อความสะดวกในการตรวจหาข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงาน)

     หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ (ไต้หวัน) ที่สำนักงานแรงงานไทเป 02-27011413 สำนักงานแรงงานไทย เกาสง 07-3927620 (ไทย) หรือสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงานไทย 0-23212422

 

8 เดือนแรกของปี 2560 แรงงานไทยได้รับอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ แล้ว  101 ราย รอการอนุมัติอีกกว่า 100 ราย ขณะที่มีจำนวนหนึ่งเอกสารไม่ครบ เช่นไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC และไม่มีหนังสือเดินทางเป็นต้น

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More