QR Code
 
ไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
2017-09-23
  • บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย

    บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย

    บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย
  • แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม บจง.ไม่รายงานต้องร่วมรับผิดด้วย

    แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม บจง.ไม่รายงานต้องร่วมรับผิดด้วย

    แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม ถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่บจง.ไม่แจ้งหรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะมีโทษปรับ 60,000-300,000 NT$
  • แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

    แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

    แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย
  • แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

    แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

    แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย
  • คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง เยี่ยม Rti

    คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง เยี่ยม Rti

    คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง เยี่ยม Rti

 

1. ตำรวจไต้หวันงานเข้า คดียิงคนงานผิดกฎหมายเวียดนามดับบานปลาย พ่อผู้ตายขอเข้าพบผู้นำ

          คดีที่แรงงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างรายหนึ่งขโมยรถมอเตอร์ไซค์และของในรถบรรทุก ถูกตำรวจจับ แต่เจ้าตัวขัดขืนแถมต่อสู้และใช้ก้อนหินขว้างปาตำรวจ และหลบเข้าไปในรถตำรวจหมายขับหนี ตำรวจยิงกระสุนไปที่รถ 9 นัด คนงานเวียดนามรายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาล

          เมื่อข่าวแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกตำรวจยิงเสียชีวิตแพร่สะพัดออกมา บรรดาองค์กรที่เคลื่อนไหวทางด้านแรงงาน หรือที่เรียกกันว่า NGO ต่างออกมาแสดงความเคลือบแคลงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ใช้ปืนยิงแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีอาวุธ และเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจเปิดเผยภาพบันทึกจากกล้องถ่ายขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของตำรวจไต้หวันทุกนาย เพื่อให้สาธารณชนได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงในวันเกิดเหตุเป็นเช่นไร แนวร่วมแรงงานข้ามชาติไต้หวันกล่าวว่า คดีนี้ มีเพียงคำกล่าวของตำรวจเพียงฝ่ายเดียว พวกเขาเคลือบแคลงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรงและถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจยิงปืนในระยะใกล้ถึง 9 นัด เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่จำเป็น จึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบคดีนี้อย่างละเอียดและนำภาพบันทึกเหตุการณ์ออกมาเปิดเผยและแถลงต่อสาธารณชน ขณะที่บิดาของผู้ตายได้เดินทางมาไต้หวัน ขอเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋กำลังดำเนินการตรวจสอบ พยานหลักฐานและวัตถุก็ได้ส่งมอบให้อัยการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเพิ่มการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องระเบียบขั้นตอนการใช้อาวุธปืนให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้าที่ และคำนึงถึงการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประชาชน

          คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับข้อเท็จจริงและผลคืบหน้าของคดีนี้ คงต้องรอการตรวจสอบของพนักงานอัยการว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ปัจจุบัน ตำรวจเป็นอาชีพที่ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่อยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล

 

 บิดาแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเดินทางมาไต้หวันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย

 

ทายาทแรงงานเวียดนามที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตนำอัฐิกลับไปบ้านเกิดที่เวียดนาม

 

2. การหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทำให้เกิดปัญหามากมาย

           แรงงานหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นอกจากจะไร้หลักประกันทั้งด้านการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการรักษาพยาบาลแล้ว ยังตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย ทั้งนี้เพราะแก๊งนอกกฎหมายเหล่านี้ อาศัยจุดอ่อนเรื่องสถานะผิดกฎหมายของแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง ซึ่งจะไม่กล้าแจ้งความหรือร้องเรียน จึงมักจะตกเป็นเหยื่อถูกควบคุมกักขังและใช้แรงงานเยี่ยงทาส ใครที่คิดจะหลบหนี ขอให้ทบทวนให้ดี

           ตามกฎหมายการจ้างงานของไต้หวัน แรงงานต่างชาติ จะต้องทำงานกับนายจ้างที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และนายจ้างมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ กรณีที่นายจ้างไม่สามารถติดต่อกับแรงงานต่างชาติได้เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน นายจ้างจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายในเวลา 3 วัน เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับแจ้งแล้ว จะทำการเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ทำให้แรงงานต่างชาติรายนั้น กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะดำเนินการตรวจตราติดตามตัว เพื่อเนรเทศส่งกลับประเทศ และแรงงานต่างชาติที่กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อถูกส่งกลับประเทศแล้ว จะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้อีกเป็นเวลา 2 ปีขึ้นไป

 

 

แรงงานหลบหนีมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งนอกกฎหมายได้ง่าย

 

3. ไต้หวันเตรียมแก้กฎหมาย นายจ้างลวนลามแรงงานต่างชาติ บริษัทจัดหางานต้องร่วมรับผิดด้วย

           กระทรวงแรงงานไต้หวันเตรียมแก้กฎหมายการจ้างงาน เพิ่มโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จากปัจจุบันที่ลงโทษปรับเงินโดยคิดเป็นคดี กล่าวคือคดีเดียวกัน ไม่ว่าจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมายกี่คน จะเสียค่าปรับเริ่มต้นที่ 150,000 เหรียญไต้หวัน บทลงโทษเช่นนี้ ทำให้นายจ้างไม่หวั่นเกรง ส่งผลให้ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะแรงงานต่างชาติหลบหนีออกไปแล้วยังมีที่ไป ต่อไปจะแก้เป็นลงโทษปรับตามรายหัว เช่นเมื่อตรวจพบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย 10 คน ค่าปรับจะเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ว่าจ้าง 20 คน เริ่มปรับที่ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน กรณีที่เป็นความผิดซ้ำซาก นอกจากเสียค่าปรับ 15 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว นายจ้างยังมีโทษจำคุกด้วย

          และที่ผ่านมา นายจ้างกลัวว่าแรงงานต่างชาติของตนจะหลบหนี ใช้วิธียึดหรือเก็บเอกสารสำคัญประจำตัวของแรงงานต่างชาติเอาไว้ โดยให้เซ็นหนังสือยินยอมให้นายจ้างเก็บรักษา ในอนาคตจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป แม้แรงงานต่างชาติจะยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หากนายจ้างไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 60,000 -300,000 เหรียญไต้หวัน

          นอกจากนี้ บริษัทจัดหางานที่มีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายค้ามนุษย์จะถูกลงโทษปรับเงิน 300,000 -1,500,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมกับเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ ห้ามทำธุรกิจจัดหางานอีกต่อไป กรณีที่บริษัทจัดหางานทราบเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม ถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่ไม่แจ้งหรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะมีโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน ถ้านายจ้างมีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายค้ามนุษย์ นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินและรับโทษจำคุกแล้ว ยังจะถูกตัดสิทธิ์ในการว่าแรงงานต่างชาติจากเดิม 2 ปีขยายเวลาเป็น 5 ปี กรณีที่ทำผิดซ้ำสอง จะถูกตัดสิทธิ์ห้ามว่าจ้างแรงงานต่างชาติตลอดชีพ

 

แรงงานต่างชาติถูกลวนลาม ถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่บจง.ไม่แจ้งหรือรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะมีโทษปรับ 60,000-300,000 NT$

 

บจง. มีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ ปรับเงิน 300,000 -1,500,000 NT$ และถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ

 

4. สัมภาษณ์คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง แต่กระตือรือร้นที่จะใฝ่หาความรู้พัฒนาตัวเองตลอดเวลา  เผยเคล็ดลับที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ

 

 คุณเข็มพร ศรีดงเพชร แรงงานไทยผู้ไม่เคยรอโชคชะตามาเข้าข้าง เยี่ยม Rti

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

คนงานต่างชาติหันมาขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560

2017-08-26 09:52:26

1. องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ไต้หวัน (社團法人台灣動物平權促進會: Taiwan Animal Equality Association : TAEA) จัดทำโปสเตอร์เตือนแรงงานต่างชาติอย่าทำร้ายหรือทารุณสัตว์ และห้ามฆ่าสุนัขและแมว ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเงิน 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน กรณีที่จำหน่ายหรือรับประทานเนื้อสุนัขและแมว มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000-250,000 เหรียญไต้หวัน แรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ หลังอัยการดำเนินคดีและสั่งฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษาตัดสินว่ามีความผิด นายจ้างยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องมีค่าชดใช้ใดๆ และหลังพ้นโทษแล้ว กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและสั่งให้เดินทางออกจากไต้หวันภายในเวลากำหนด โดยไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้อีก

 

เตือนแรงงานต่างชาติอย่าทำร้ายหรือทารุณสัตว์ และห้ามฆ่าสุนัขและแมว ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเงิน 200,000-2,000,000 NT$

 

2. เตือนมีโทษเท่ามอเตอร์ไซค์ คนงานไทยเมาขี่จักรยานไฟฟ้าถูกจับ อ้างอยู่ประเทศไทยไม่ผิดกฎหมาย แต่ตำรวจบอกที่นี่ไต้หวัน โดนปรับ 87,500 เหรียญ

          จากที่อดีต มักจะได้ยินว่าคนงานไทยปั่นจักรยานประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่ระยะปีสองนี้ช่วงนี้ คนงานต่างชาติ ซึ่งรวมคนงานไทยด้วย หันมาขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น สาเหตุเป็นเพราะราคารถจักรยานไฟฟ้าลดลง ประมาณหมื่นต้นๆ ก็หาซื้อได้แล้ว ไม่ต้องลำบากปั่นด้วยเท้า ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ไม่ต้องขอป้ายทะเบียน ไม่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง วิ่งด้วยความเร็วน้องๆ รถจักรยานยนต์ ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้มีใบขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมาย จึงทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยทิ้งรถจักรยานธรรมดา หันมาขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแถวภาคกลางและภาคใต้ จะนิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ามาก และคนงานไทยที่ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า ส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิด คิดว่ารถจักรยานไฟฟ้าก็คือรถจักรยานทั่วไป เมาแล้วขับขี่ไม่มีความผิดทางกฎหมาย ดังนั้น ช่วงนี้ จึงมีคนงานไทยถูกจับ ถูกลงโทษปรับเงินจำนวนมาก โทษฐานเมาแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า

          อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มี 3 คนงานไทยที่ทำงานอยู่ในนครไทจง เมาแล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า 2 คัน กลับจากร้านอาหารไทยกลับเข้าโรงงาน ระหว่างทางคนงานไทยทั้ง 3 ขับขี่ไปพลางคลอเพลงลูกทุ่งเสียงดังไปพลาง ถูกตำรวจจราจรเรียกให้หยุดรับการตรวจ เพราะใบหน้าแดงกร่ำแถมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าส่ายไปส่ายมา บ่งบอกถึงอาการเมาสุรา หลังจากรับการตรวจด้วยการเป่าลมแล้ว พบว่า คนงานไทยทั้งสามมีแอลกอฮอลล์ในลมหายใจเกินกว่ามาตรฐานกำหนด ตำรวจจึงนำตัวกลับไปยังโรงพักเพื่อส่งดำเนินคดีคนขับทั้ง 2 คน อีกคนที่ซ้อนท้าย แม้จะเมาเช่นกัน แต่เนื่องจากไม่ได้เป็นคนขับจึงรอดตัวไป

          หลังทราบว่า จะถูกลงโทษปรับเงิน 87,500 เหรียญ คนงานไทยทั้ง 2 มีอาการตกใจถึงกับเข่าอ่อน เพราะเท่ากับต้องทำงานฟรีหลายเดือน อ้อนขอความเห็นใจจากตำรวจว่า พวกตนไม่รู้กฎหมาย เพราะอยู่ประเทศไทยเมาปั่นจักรยานได้ไม่ผิดกฎหมาย อีกทั้งนายจ้างและบริษัทจัดหางานก็ไม่เคยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ได้รับทราบมาก่อน แต่ตำรวจเตือนว่า รถจักรยานไฟฟ้า แม้ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ แต่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ดื่มแล้วขับอาจเกิดอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น จึงมีโทษเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์

 

คนงานไทยเมาขับรถจักรยานไฟฟ้า อ้างอยู่ในไทยไม่ผิดกฎหมาย โดนปรับ 87,500 เหรียญไต้หวัน

 

คนงานต่างชาติ ซึ่งรวมคนงานไทยด้วย หันมาขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เหตุเพราะราคาถูกและไม่ต้องใช้ใบขับขี่

 

สองสามีภรรยาชาวเวียดนามหัวเซ็งลี้ เปิดร้านขายจักรยานไฟฟ้า มุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าแรงงานต่างชาติ แต่ละเดือนขายได้ไม่ต่ำกว่า 50 คัน

 

3. สัมภาษณ์นางลักขณา บุญสนอง รองเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เรื่องสิทธิประโยชน์การเข้าร่วมระบบประกันสังคมของแรงงานไทยในไต้หวัน

          แรงงานไทยหลังทำงานครบสัญญาเดินทางกลับไทยแล้ว สามารถเข้าร่วมประกันสังคมได้อย่างไร? ประเภทไหนและมีสิทธิประโยชน์อย่างไร?

          แรงงานไทยที่ทำงานครบสัญญาและเดินทางกลับประเทศไทย หากอายุยังไม่ครบ 60 ปีบริบูรณ์และต้องการได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคมของไทย สามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตน 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะได้รับความคุ้มครองด้วยสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันดังนี้

 

           - ผู้ประกันตนมาตรา 33 เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะได้รับสิทธิ 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร  ชราภาพ และว่างงาน  จะต้องส่งเงินสมทบร้อยละ 5 ของค่าจ้าง ต่ำสุด 1,650 และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (นายจ้างหักเงินสมทบจากเงินค่าจ้างและนำส่งประกันสังคมตามกฎหมาย)

 

           - ผู้ประกันตนมาตรา 39 ลูกจ้างที่เคยทำงานอยู่ในสถานประกอบการ และเคยนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน หากมีความประสงค์ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ต้องสมัครภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง จะได้สิทธิ 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร  ชราภาพ เงินสมทบที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคมเดือนละ 432 บาทต่อเดือน (ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเอง)

 

           - ผู้ประกันตนมาตรา 40 ประกอบอาชีพอิสระ ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33  มาตรา 39  ไม่เป็นข้าราชการหรือบุคคลที่ถูกยกเว้นตามกฎหมายประกันสังคม  โดยมี 2 ทางเลือก  (ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเอง)

 

           ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ  100  บาท/เดือน  (จ่ายเอง 70  บาท  รัฐสนับสนุน 30 บาท) สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี  คือ

           1) กรณีเจ็บป่วย  จะได้เงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 200 บาท  ไม่เกิน 30 วัน/ปี ส่วนการรักษารักษาพยาบาลใช้สิทธิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือบัตรทอง 30 บาท

           2) กรณีทุพพลภาพจะได้เงินทดแทนการขาดได้ตั้งแต่ 500 - 1,000 บาท/เดือน  เป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ถ้าตายก่อนครบ 15 ปี รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท และ

           3) กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท

 

           ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ  150  บาท/เดือน  (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)(ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเอง) สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง 4 กรณี คือ

           1) กรณีเจ็บป่วย  จะได้เงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 200 บาท  ไม่เกิน 30 วัน/ปี ส่วนการรักษารักษาพยาบาลใช้สิทธิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือบัตรทอง 30 บาท

           2) กรณีทุพพลภาพ  จะได้เงินทดแทนการขาดได้ตั้งแต่ 500 - 1,000 บาท/เดือน  เป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ถ้าตายก่อนครบ 15 ปี รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท

           3) กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท และ

           4) ชราภาพ (รับเงินเป็นบำเหน็จ) ได้เงินบำเหน็จพร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) คืนทั้งหมด 

 

นางลักขณา บุญสนอง รองเลขาธิการ สปส. ให้สัมภาษณ์ผ่าน Rti เรื่องสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมระบบประกันสังคมของแรงงานไทยในไต้หวัน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
การประกวดเต้นรำสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประจำปี 2017

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 60 - การประกวดเต้นรำสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประจำปี 2017

บ้านหลังใหม่หัวใจไต้หวัน วันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 60 - การประกวดเต้นรำสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประจำปี 2017

2017-09-01 23:46:10

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรได้แสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังช่วยให้ประชาชนชาวไต้หวันได้เข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ร่วมกับ มหาวิทยาศิลปะแห่งชาติไต้หวัน (臺灣藝術大學) กิจกรรม “การประกวดเต้นรำสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ครั้งที่ 2 ประจำปี 2017” ซึ่งเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 15 กันยายน 2017 รายละเอียดรับฟังได้ในรายการ หรือไปที่เว็บไซต์ http://pfa.ntua.edu.tw/files/13-1000-667.php?Lang=zh-tw

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงติวสอบ TOCFL Band B ข้อ 47-50

More
สนง.ตัวแทนไต้หวันในไทยจับมือนักธุรกิจไต้หวันดันโครงการพาอดีตแรงงานไทยกลับไปเที่ยวไต้หวันฟรี

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560

รายการขุนพลแรงงานไทย วันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560

2017-08-24 08:46:08

 

1. แรงงานต่างชาติได้เฮ! ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.72%  เป็นเดือนละ 22,000 เหรียญไต้หวัน หรือปรับขึ้นเดือนละ 991 เหรียญมีผลต้นปีหน้า

           คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง หน่วยงานรัฐและนักวิชาการ จำนวน 21 คน ได้เปิดการประชุมเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่18 ส.ค.ที่ผ่านมานี้ พิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของปีหน้า ในที่ประชุมมีการถกเถียงกันดุเดือดนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยผู้แทนฝ่ายลูกจ้างต้องการปรับขึ้น 30% ไปอยู่ที่ระดับ 27,711 เหรียญไต้หวัน จึงจะเหมาะสมกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างต้องการให้แก้ปัญหาที่เกิดจากวันหยุดประจำสัปดาห์ 2 วัน และค่าทำงานล่วงในวันหยุด ซึ่งก่อให้เกิดตความวุ่นวายอย่างมากเสียก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เจรจาแบบมาราธอนนานกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว ในที่สุดนางหลินเหม่ยจู (林美珠) รมว. กระทรวงแรงงาน และประธานในที่ประชุม ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน จากจากปัจจุบัน 21,009 เหรียญ เป็น 22,000 เหรียญไต้หวันถ้วน ปรับขึ้น 991 เหรียญ หรือปรับขึ้น 4.72%   ส่วนการทำงานที่คิดเป็นรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับแรงงานท้องถิ่น ปัจจุบันชั่วโมงละ 133 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 140 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 5.26% และตามกฎหมาย จะต้องนำมติที่ประชุมเสนอเพื่อขออนุมัติจากสภาบริหาร หลังจากนั้นจะประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ฝ่ายลูกจ้างกล่าวว่า แม้จะไม่พอใจกับอัตราส่วนที่ปรับขึ้น แต่ก็พอรับได้ ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างแสดงความไม่พอใจด้วยการวอล์กเอาท์ หรือเดินออกจากที่ประชุมก่อนการประชุมจะสิ้นสุดลง

          กระทรวงแรงงานแถลงว่า ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับอนิสงส์โดยตรงจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนครั้งนี้ คาดว่าจะมีจำนวน 1.66 ล้านคน ทั้งนี้ รวมแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจำนวน 420,000 คนด้วย ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่คิดเป็นรายชั่วโมง สำหรับแรงงานท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันชั่วโมงละ 133 เหรียญ ปรับขึ้นเป็น 140 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 5.26% จะทำให้แรงงานท้องถิ่น 390,000 คน ได้รับผลประโยชน์

          หากนับรวมครั้งนี้ด้วยแล้ว นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วรวม 7 ครั้ง จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 22,000 เหรียญไต้หวันในต้นปีหน้า ปรับขึ้นรวม 4,720 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตราส่วน 27.31% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง ซึ่งใช้สำหรับผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง 7 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 95 เหรียญ เป็น 140 เหรียญไต้หวันในในต้นปีหน้า ปรับขึ้นไปแล้ว 45 เหรียญ คิดเป็นอัตราส่วน 47.36%          

 

แรงงานต่างชาติได้เฮ! ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.72%  เป็นเดือนละ 22,000 เหรียญไต้หวัน หรือปรับขึ้นเดือนละ 991 เหรียญมีผลต้นปีหน้า

 

2. ข่าวดี! อดีตแรงงานไทยอยากกลับไปเที่ยวไต้หวันฟรี รีบสมัครด่วนก่อน 31 ส.ค. นี้ มีโควตาเพียง 12 คน สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยร่วมกับนักธุรกิจและบริษัททัวร์ไต้หวันจัดโครงการ พาอดีตแรงงานไทยกลับไปเยี่ยมไต้หวันฟรี

          เพื่อเป็นการขอบคุณแรงงานไทยที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวัน และช่วยเสริมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย–ไต้หวัน นายถงเจิ้นหยวน (童振源) ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ร่วมกับสมาคมการค้าไทย-ไต้หวันและบริษัทการท่องเที่ยวของไต้หวัน ผลักดันโครงการพาแรงงานไทยที่เคยทำงานในไต้หวัน กลับไปเยือนไต้หวัน สถานที่ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

 

 

ถงเจิ้นหยวน (童振源) ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย

 

         บริษัทไทยเฟิง จำกัด (泰國泰豐有限公司) ซึ่งเป็นธุรกิจของไต้หวันในประเทศไทย มีกำหนดจะจัดทริปพาพนักงานในบริษัทเยือนไต้หวัน ระหว่างวันที่ 9 – 15 ต.ค. ศกนี้ เพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในนครไทจง หนานโถว เจียยี่ กรุงไทเปและนครนิวไทเป ประกอบด้วย ทะเลสาบสุริยันจันทรา ชิงจิ้งฟาร์ม อาลีซาน อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค บ้านพักอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค อาคารไทเป101 เมืองโบราณจิ่วเฟิ่นและอุทยานแห่งชาติเหยหลิ่ว โดยกัวซิวหมิ่น (郭修敏) หรือคุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานบริษัทไทยเฟิง จำกัด ได้ตอบสนองโครงการตอบแทนแรงงานไทยครั้งนี้ ด้วยการมอบรางวัลให้แรงงานไทยที่เคยไปทำงานที่ไต้หวัน จำนวน 6 คน เดินทางกลับไปเยือนไต้หวันพร้อมคณะพนักงานของบริษัท ทั้งนี้ ในอดีตบริษัทไทยเฟิงเคยพาพนักงานของบริษัทเที่ยวรอบเกาะไต้หวันฟรีมาแล้ว 2 ครั้ง

         นอกจากบริษัทไทยเฟิงแล้ว สมาคมการท่องเที่ยวไต้หวันก็ได้ตอบรับเข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วย โดยจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันฟรีแก่อดีตแรงงานไทยอีกจำนวน 6 คน มีกำหนดเดินทางระหว่าง 9 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยบริษัทไคหยางอินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล (開陽旅行社) บริษัททัวร์ในไต้หวันจะเป็นผู้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว พาอดีตแรงงานไทย ชมทะเลสาบสุริยันจันทรา ไถหนาน เกาสง เข้าพักโรงแรมระดับ 4  ดาวหรือเทียบเท่า พร้อมกับให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์แบ่งปันความรู้สึกที่ได้กลับเยือนไต้หวันอีกครั้ง

         แรงงานไทยที่อดีตเคยเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน หากท่านมีความสนใจอยากจะกลับไปเที่ยวไต้หวันอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รีบสมัครด่วนที่ฝ่ายสารนิเทศของสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ในกทม. โดยดาวน์แบบฟอร์มสมัครและแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1) สำเนาหนังสือเดินทาง 2) สำเนาหน้าวีซ่าแรงงาน หรือใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC) และสัญญาจ้างหรือหลักฐานจากบริษัทจัดหางานที่จัดส่งไปทำงาน ส่งไปที่ ฝ่ายสารนิเทศ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ที่อยู่: เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ ชั้น 20 อาคาร1 ถนนสาทรใต้ แขวงช่องนนทรีย์ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทร.02-6700200 ต่อ 327  หมดเขตรับสมัครวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

 

ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่

 

 

กัวซิวหมิ่น (郭修敏) ประธาน บ.ไทยเฟิง จำกัด (泰國泰豐有限公司) ร่วมสนับสนุนโครงการพาอดีตแรงงานไทยกลับไปเที่ยวไต้หวันฟรี

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
นางจางฮวาก้วน (張花冠) ผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 23 ส.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้ นางจางฮวาก้วน

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 23 ส.ค. 60 สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้ นางจางฮวาก้วน

2017-08-23 11:55:00

 

สื่อใจไร้พรมแดน วันพุธที่ 23 ส.ค. 60

สัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้ นางจางฮวาก้วน เจียอี้ เชื่อมต่อเจียอี้กับประเทศเป้าหมายนโยบายมุ่งใต้ใหม่     

      จางฮวาก้วน(張花冠)  ผู้ว่าการเมืองเจียอี้ (Chaiyi County) เดินทางไปเยือนสิงคโปร์ ในวันที่ 11 ร่วมงานนิทรรศการท่องเที่ยว ได้นำภาพยนตร์สั้นไปเผยแพร่ในงานดังกล่าว จางฮัวก้วนชี้ว่า การเดินทางไปครั้งนี้ไม่เพียงจะแนะนำให้ชาวสิงคโปร์รู้จักเจียอี้เท่านั้น แต่จะหลงรักเจียอี้ด้วย

     จางฮวาก้วน ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุอาร์ทีไอ ในวันที่ 10 ก่อนออกเดินทางว่า ในยุคแรกรัฐบาลกำหนดให้เมืองเจียอี้เป็นเมืองเกษตรกรรม การพัฒนาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงขาดแคลนภาคอุตสหกรรมหรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่จะเป็นผู้ผลักดันเศรษฐกิจ แต่เทศบาลพยายามอาศัยจุดเด่นธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

      จางฮวาก้วนบอกว่า ชาอาลีซัน เป็นที่ยอมรับแพร่หลาย ภายใต้พื้นฐานนี้ เมืองเจียอี้ได้ผลักดันวัฒนธรรมใบชา กล่าวได้ว่า เจียอี้เป็นเมืองหลวงด้านใบชาของไต้หวัน มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเส้นทางใบชา

      จางฮัวก้วน บอกว่านโยบายเกี่ยวกับจีนแผ่นดินใหญ่เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เมืองเจียอี้ยินดีต้อนรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่และชาวเอเชียอาคเนย์มาท่องเที่ยว เมืองเจียอี้ไม่เหมือนอดีต เนื่องจากมีการผสานจุดเด่นวัฒนธรรมของผู้มาอยู่ใหม่(ชาวเอเชียอาคเนย์ที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน) สามารถท่องเที่ยวในเชิงลึกอีกด้วย

 

นางจางฮวาก้วน (張花冠) ผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้

 

 

นางจางฮวาก้วน (ที่ 2 จากขวา) ผู้ว่าการจังหวัดเจียอี้ลุยดึงนักท่องเที่ยวที่เวียดนาม

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

 

More
นักกีฬาความหวังในกีฬามหาวิทยาลัยโลกไทเป

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 - จัดอันดับกีฬาที่คนไต้หวันอยากชมและนักกีฬาความหวังในกีฬามหาวิทยาลัยโลกไทเป 2017

ฮอตฮิตติดดาว วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 - จัดอันดับกีฬาที่คนไต้หวันอยากชมและนักกีฬาความหวังในกีฬามหาวิทยาลัยโลกไทเป 2017

2017-08-24 22:27:24

 

          การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกครั้งที่ 29 Taipei Universiade 2017 ที่ไต้หวันตั้งตารอคอย ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไต้หวัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในระดับโลก คนไต้หวันอยากชมกีฬาใดในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกครั้งนี้มากเป็นพิเศษ และใครคือนักกีฬาความหวังในกีฬามหาวิทยาลัยโลกครั้งนี้ ติดตามได้ในรายการ

 

 

ไต้จืออิ่ง ราชินีนักแบดหญิงเดี่ยว มือ 1 ของโลก

 

More
ประตูผีเปิด....

ประตูผีเปิดแล้ว เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับงานประเพณีสารทจีนที่เมืองจีหลง

ประตูผีเปิดแล้ว เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับงานประเพณีสารทจีนที่เมืองจีหลง

2017-08-22 12:00:00

 

ธีระ หยางและอะไรอะไรในไต้หวันสัปดาห์นี้

        -ประตูผีเปิดแล้ว เมื่อวันที่ 1 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 22 สิงหาคม เตรียมรับเทศกาลเดือนผีกับการไหว้เจ้าแบบจัดเต็มของคนไต้หวันและงานประเพณีสารทจีนที่เมืองจีหลง

 

 เมื่อประตูผีถูกเปิดออก มวลมหาวิญญาณก็จะออกมาเพ่นพ่านขอส่วนบุญบนโลกมนุษย์

 

การประดับประดาโคมไฟยักษ์ในช่วงเทศกาลสาร์ทจีนที่เมืองจีหลง

 

More
นายหลี่ซื่อกวง รมว.กระทรวงเศรษฐการ (คนที่ 3 จากขวา)

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

2017-08-21 11:55:00

วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60

 

ไฟดับทั่วเกาะสะเทือนการเมืองไต้หวัน

รัฐมนตรีเศรษฐการลาออก ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน นายกรัฐมนตรีหลินฉวนขอโทษประชาชนที่สร้างความเดือดร้อน แถมด้วยการชดใช้ค่าเสียหายโดยการงดค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 1 วัน สหรับ 5.9 ล้านครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน 

ผู้นำไต้หวันยังย้ำนโยบายพลังงานสีเขียวของรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง 

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
หนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-20 23:30:00

ธีระ หยางและบันเทิงดอทคอมสัปดาห์นี้

-แนะนำอัลบั้มเพลงจีนชุดใหม่ของหนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว (潘瑋柏) ในชุด i11i 異類 (อี้เล่ย) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (จางฮุ่ยเม่ยเชิญ Hebe เป็นแขกรับเชิญขึ้นเวทีคอนเสิร์ตยูโทเปีย 2.0)

 

 

หนุ่ม Will พานเหว่ยปั๋ว (潘瑋柏) กับอัลบั้มเพลงชุด i11i 異類 (อี้เล่ย-เอเลี่ยน)

 

อาเมย จางฮุ่ยเม่ย (ขวา) และ Hebe เถียนฟู่เจิน (ซ้าย) บนเวทีคอนเสิร์ตยูโทเปีย 2.0 ของอาเมยที่เกาสง

More
ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซื้อของต้องพกถุงใส่ของไปเอง

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

รายการสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

2017-08-20 08:15:33

 

1. ไฟดับครั้งใหญ่ 17 เมืองในไต้หวัน ทำ 6.68 ล้านครัวเรือนเดือดร้อน รมว.เศรษฐการและประธานการปิโตรเลียมไต้หวันลาออกจากตำแหน่ง นักวิชาการวอนรัฐทบทวนโครงสร้างสัดส่วนการผลิตกระแสไฟ

               เมื่อเวลา 16.50 นาที ของวันนี้ (15 ส.ค.) เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกะทันหันใน 17 เมืองทั่วไต้หวัน ทำให้ค่อนครึ่งเกาะไต้หวันปั่นป่วน สัญญาณไฟจราจรผิดปกติ การจราจรโกลาหล ผู้คนติดอยู่ในลิฟต์จำนวนมาก อาคารบ้านเรือน โรงงานและร้านค้าไฟฟ้าดับ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน ท่ามกลางอากาศที่สูงถึง 36-37 °c นับเป็นเหตุการณ์ไฟดับรุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.6 ริกเตอร์ ทำไฟดับครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2542

               สาเหตุของไฟฟ้าดับครั้งนี้ การไฟฟ้าไต้หวันแถลงว่า เกิดจากระบบการส่งแก๊สธรรมชาติให้โรงไฟฟ้าของการปิโตรเลียมไต้หวัน หรือ CPC ผิดปกติ ส่งผลให้แก๊สที่ป้อนให้โรงผลิตกระแสไฟฟ้าต้าถานในเขตหลงถาน นครเถาหยวน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊สขนาดใหญ่ หยุดชงักไป 2 นาที เป็นเหตุให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้าถาน 6 เครื่องหยุดทำงาน กระแสไฟฟ้าขาดแคลนทันที 4.36 ล้านกิโลวัตต์ และส่งผลให้สถานีจ่ายไฟเมืองต่างๆ ขัดข้อง

 

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกะทันหันเมื่อเย็นวันที่ 15 ส.ค. ทำค่อนครึ่งเกาะไต้หวันปั่นป่วน สัญญาณไฟจราจรผิดปกติ การจราจรโกลาหล

 

โรงไฟฟ้าต้าถานในนครเถาหยวน เป็นโรงไฟฟ้าพลังแก๊สธรรมชาติขนาดใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวัน รองจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ไทจง มีเครื่องผลิตกระแสไฟ 10 เครื่อง

 

               นายหลี่ซื่อกวง (李世光) รมว.กระทรวงเศรษฐการ และนายเฉินจินเต๋อ (陳金德) ประธานการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC ที่เป็นต้นเหตุปิดวาล์วท่อส่งแก๊สให้โรงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

ด้านนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานออกมาเตือนรัฐบาลว่า รัฐบาลจะงดใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง เพื่อผลักดันให้ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิงในปีค.ศ. 2025 การปรับโครงสร้างการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องกระทำ แต่ในภาวะที่พลังงานทดแทนยังไม่เพียงพอ จะกระทำอย่างรีบร้อนไม่ได้ เนื่องจากมลภาวะ ความเสี่ยงและต้นทุนจะถูกผลักให้เป็นภาระของประชาชน

              ศ.เหลียงฉี่หยวน (梁啟源) มหาวิทยาลัยแห่งชาติจงยาง (國立中央大學:National Central University:NCU) ของไต้หวันชี้ว่า ไฟดับครั้งใหญ่ในครั้งนี้ รัฐบาลอ้างว่าเกิดจากความผิดพลาดของคนและปัญหาเครือข่ายพลังงาน แต่สาเหตุสำคัญที่สุดคือกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีเหลือเพียง 7.3% ระดับที่สมเหตุผลคือต้องมีปริมาณไฟฟ้าสำรอง 15%

 

นายหลี่ซื่อกวง (李世光) รมว.กระทรวงเศรษฐการ (คนที่ 3 จากขวา) นำคณะผู้บริหารออกมาขอโทษประชาชนและแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

 

นายเฉินจินเต๋อ (陳金德) ประธานการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC ที่เป็นต้นเหตุปิดวาล์วท่อส่งแก๊สให้โรงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

 

2. ไต้หวันขยายขอบข่ายจำกัดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของเป็น 14 ประเภทร้านค้า หวังลดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของปีละ 1,500 ล้านใบ

              ถุงพลาสติกเป็นของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ในปัจจุบันผู้คนทั่วโลกมียอดการใช้ 5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 นาที มีการใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 1 ล้านใบ และจำนวน 5 แสนล้านใบนี้ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวน 9 พันล้านลิตร เทียบให้ชัดเจนขึ้นคือ พลังงานที่ใช้ผลิตถุงพลาสติก 8.7 ใบ สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันให้รถวิ่งได้ไกล 1 กิโลเมตร สำหรับในไต้หวัน เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการใช้ถุงพลาสติกอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยชาวไต้หวันแต่ละปี จะใช้ถุงพลาสติก 18,000 ล้านใบ เฉลี่ยชาวไต้หวันแต่ละคนใช้ถุงพลาสติก 782 ใบ หรือวันละ 2.7 ใบ จัดเป็นสถิติที่สูงกว่าประเทศในยุโรปและอเมริกาที่แต่ละคนเฉลี่ยใช้เพียง 198 ใบต่อปี

             อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า ถุงพลาสติกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  เพราะต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน หากหันมาใช้ถุงผ้าหรือนำถุงพลาสติกที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ จะช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็ง และยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตัน ก่อให้เกิดน้ำท่วมได้ หากทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง

 

ในไต้หวันแต่ละปีใช้ถุงพลาสติก 18,000 ล้านใบ เฉลี่ยแต่ละคนใช้ 782 ใบต่อปี หรือวันละ 2.7 ใบ จัดเป็นสถิติที่สูงกว่าประเทศในยุโรปและอเมริกาที่แต่ละคนเฉลี่ยใช้เพียง 198 ใบต่อปี

 

             ดังนั้นในไต้หวัน จึงมีการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้ว มีการจำกัดการใช้ถุงพลาสติกในสถานที่ต่างๆ 7 ประเภท รวมประมาณ 20,000 แห่ง ได้แก่ สถานที่ราชการทุกแห่ง โรงเรียนเอกชนทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้า ห้างขายส่ง ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่แจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า ส่งเสริมให้ผู้บริโภคพกถุงใส่ของไปเอง หากไม่ได้พกไป และมีความจำเป็นต้องใช้ใส่ของ ต้องควักเงินซื้อต่างหาก และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะขยายวงกว้าง เพิ่มร้านค้าที่ห้ามแจกถุงพลาสติกแก่ลูกค้าจาก 7 ประเภทร้านค้า เป็น 14 ประเภท อย่างเช่นร้านขายเครื่องดื่มแบบชงสดๆ กาแฟจากร้านสะดวกซื้อ ร้านขายขนมปังและเค๊ก ร้านขายยาและเครื่องสำอาง ร้านซักผ้าและร้านขายหนังสือเป็นต้น จะไม่แจกถุงใส่สินค้าให้แก่ลูกค้าอีกต่อไปแล้ว ลูกค้าซื้อของต้องพกถุงใส่ของไปเอง หรือไม่ก็ควักเงินซื้อถุงใส่ของ จากที่อดีตจนถึงปัจจุบัน ร้านค้าเหล่านี้จะแจกถุงใส่ของให้ลูกค้าฟรี ทำให้ร้านค้าที่อยู่ในขอบข่ายห้ามแจกถุงพลาสติกให้แก่ลูกค้า เพิ่มจาก 20,000 แห่งในปัจจุบันเป็น 100,000 แห่ง แต่ตลาดสดและตลาดนัด ยังไม่อยู่ในขอบข่ายของคำสั่งให้งดใช้

             จริงๆ แล้ว ร้านค้าในไต้หวันจำนวนมาก สนองนโยบายด้วยการไม่แจก ไม่ใช้ถุงพลาสติกกันแล้ว เช่นห้างขายส่งขนาดใหญ่แบรนด์ท้องถิ่น อย่าง RT Mart ซึ่งมีสาขาทั่วไต้หวัน 22 สาขา ส่งเสริมให้ลูกค้าพกถุงใส่ของไปเอง แล้วจะแจกคูปองนำไปลดราคาสินค้าได้ 10 เหรียญ มาตรการนี้ ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้ปีละ 7.3 ล้านใบ หรือเท่ากับปริมาณการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 34,000 ต้นรวมกัน มากกว่าต้นไม้ในสวนสาธารณะต้าอัน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของกรุงไทเปเสียด้วยซ้ำ

 

เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซื้อของใน 14 ประเภทร้านค้า 100,000 แห่ง ทั่วไต้หวัน ต้องพกถุงใส่ของไปเอง

 

 

ไต้หวันขยายขอบข่ายจำกัดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของเป็น 14 ประเภทร้านค้า หวังลดการใช้ถุงพลาสติกใส่ของปีละ 1,500 ล้านใบ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B สหรัฐฯ ที่ฐานทัพในกวม

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

2017-08-19 11:55:00

มุมมองคนดัง วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60

 

ไต้หวัน-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร ป้องกันวิกฤตช่องแคบไต้หวัน

        แม้ว่า การไปมาหาสู่ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างช่องแคบไต้หวันจะยังคงคึกคักและแน่นแฟ้น แต่สถานการณ์บนช่องแคนบไต้หวันกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่อาจจะปกคุลมไปด้วยความเครียดและการเผชิญหน้ากันทางทหารมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำต้องดำเนินมาตรการจำเป็นทั้งชุด และส่งผลให้ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯแน่นแฟ้นขยายตัวสูงยิ่งขึ้น

        หลังจากที่เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ต้องเผชิญหน้ากับเครื่องบินรบ SU-30ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน โดยบินเข้าใกล้กันมากที่สุดเป็นครั้งแรกบริเวณน่านฟ้านอกชายฝั่งเกาะหลานอวี่ ของไต้หวัน ต่อมาวันที่ 12 ก.ค. เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนพร้อมด้วยเรือพิฆาตอีก 3 ลำ ก็ได้ออกลาดตระเวณเลียบแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน โดยกองทัพเรือไต้หวันได้ส่งเรือพิฆาตเฉิงกงคลาส และเรือย่ามฝั่งอีก 2 ลำ เข้าประกบ ตามแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาตรุ่น USS Arleigh Burke DDG-51 มาลาดตระเวณเพื่อติตดามความเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนบริเวณทิศเหนือของเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1996 ที่เกิดวิกฤตช่องแคบไต้หวันมานานกว่า 20 ปี ที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้ามาลาดตระเวณในช่องแคบไต้หวัน กลายเป็นเวทีการเผชิญหน้ากันระหว่างกองทัพ 3 ฝ่าย ไต้หวัน จีน และสหรัฐฯ และในเวลาต่อมา จีนก็ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ซ้อมบินลาดตระเวณรอบเกาะไต้หวันทั้งสองทิศทาง จากเหนือจรดใต้ โดยมีเป้าหมายค่อนข้างชัดเจนว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ความใกล้ชิดด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ประการต่อมาก็คือ เครื่องบินรบจีนได้บินเข้าประชิดเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันหลายครั้งหลายหน โดยที่ฝ่ายไต้หวันได้ส่งเครื่องบินรบออกสกัดแลขับไล่ให้ออกจากเขตน่านฟ้าไต้หวัน เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ชี้ชัดว่า ในอนาคตช่องแคบไต้หวันอาจกลายเป็นสนามประลองกำลังทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

      เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความแหลมคมเช่นนี้ ภายใต้สภาพที่กำลังทหารเรือระหว่างช่องแคบไต้หวันอยู่ในสภาพที่ไร้ความสมดุลย์อย่างรุนแรง สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมกำลังความสามารถในการป้องกันประเทศและการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจด้านกลาโหมให้แก่ฝ่ายบริหาร โดยการรื้อฟื่นการจอดเทียบท่าเรือไต้หวันของกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมทั้งอนุญาตให้กองบัญชาการกองทัพเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ยอมรับคำขอเข้าเทียบท่าเรือของไต้หวัน รวมทั้งหวังว่าไต้หวันจะปรับงบประมาณกลาโหมของตนให้สูงขึ้นเป็นร้อยละ 3 ของ จีดีพี แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะเสริมความเป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัยและความมั่นคงกับไต้หวันให้สูงมากยิ่งขึ้น

      นอกจากนี้ นายพล Grant Newsham อดีตนายทหารเรือนอกประจำการของสหรัฐฯ และนาย Kerry Gershaneck ผู้ชว่ยระดับสูงโครงการวิจัยแปซิฟิก ศูนย์ยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ยังได้แสดงความคิดเห็นผ่านบทคามที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Diplomat ภายใต้หัวข้อเรื่อง " Saving Taiwan's Marine Corps " โดยแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสมรรถนะการสู้รบของกองทัพบกและกองทัพเรือไต้หวัน ที่ยังคงหยุดอยู่กับที่ในระดับเดียวกับของกองทัพบกและกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อ 35 ปีที่แล้ว เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องเข้าใจถึงความสำคัญของสมรรถนะการสู้รบเพื่อป้องกันประเทศของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ช่วยเหลือไต้หวันให้กลายเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่สำคัญ ดังนั้น เมื่อกองทัพไต้หวันจัดการซ้อมรบร่วม 3 เหล่าทัพ "ฮั่นกวง หมายเลข 33" ที่เผิงหูกองนาวิกโยธินของไต้หวันก็ได้เดินทางไปร่วมการฝึกซ้อมที่สหรัฐฯ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นครึ้งแรกในรอบ 39 ปี นับตั้งแต่ปี 1978 ที่ไต้หวันยุติ คสพ. ระหว่างกัน ที่กองทัพไต้หวันได้ส่งกองทหารอาวุธครบมือจำนวน 1 หมวดไปรับการฝึกอบรมด้านการทหารร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ นอกจากจะทำให้นายทหารไต้หวันมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังอาจอาศัยการฝึกซ้อมทางทหารระหว่างประเทศมาทำความเข้าใจข้อดีข้อเสียของกองทัพของตน ยกระดับสมรรถนะการสู้รบของกองทัพให้สูงยิ่งขึ้น

      การดำเนินนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ของสหรัฐฯ ชี้ชัดถึงการยกระดับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เป็นหลักประกันมากยิ่งขึ้นต่อความปลอดภัยของไต้หวัน ขณะเดียวกัน การเข้ารับการฝึกอบรมทางทหารที่ทันสมัยที่สุดจากสหรัฐฯ ของไต้หวัน โดยกองทัพไต้หวันได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมรบร่วมกับกองทัพสหรํฐฯ ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญานให้แก่กันและกันที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เท่ากับว่า สหรัฐฯเริ่มลงทุนไต้หวันในระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยพิจารณาจากบทบาทในฐานะปมเงื่อนสำคัญทางยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ไต้หวันเองก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเสิรมกำลังป้องกันตนเองของตนด้วยเช่นเดียวกัน

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกฤษณัย ไสยประภาสน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ

More
แรงงานไทยมีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพหลังอายุ 65 ปีแล้ว

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560

รายการไขปัญหาแรงงาน วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560

2017-08-19 10:24:30

 

1. กฎระเบียบข้อบังคับของทางการไต้หวันและสิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยควรทราบ 

             1)  แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวันใหม่ ต้องเข้ารับการตรวจโรคภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันเดินทางถึง ส่วนผู้ที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ได้รับการยกเว้นการตรวจโรคครั้งแรก จากนั้น ต้องรับการตรวจโรคก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันระบุ

 

             2)  นายจ้างต้องยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ให้แรงงานต่างชาติภายใน 15 วันนับแต่วันเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน

 

             3) ไต้หวันได้แก้กฎหมายการจ้างงาน มาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติทำงานครบ 3 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 59 เป็นต้นมา นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ทำวานครบกำหนด 3 ปี และประสงค์จะต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวัน สามารถยื่นขอต่อกระทรวงแรงงานได้ ก่อนจะครบสัญญา 2- 4 เดือน

 

             4)  นายจ้างไม่มีสิทธิ์ยึด หรือครอบครองใบถิ่นที่อยู่ (ARC) หนังสือเดินทาง หรือทรัพย์สินของแรงงานต่างชาติ

 

             5)  หากแรงงานต่างชาติขาดงานต่อเนื่องกัน 3 วันโดยนายจ้างไม่สามารถติดต่อได้ และ/หรือไปทำงานอย่างผิดกฎหมายกับนายจ้างรายอื่น หากถูกทางการไต้หวันตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเป็นเงินตั้งแต่  30,000 – 150,000 NT. และจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ โดยไม่มีสิทธิ์กลับมาทำงานที่ไต้หวันได้อีกเป็นระยะเวลา 2 ปีขึ้นไป

 

      แรงงานต่างชาติที่ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวัน ไม่ต้องรับการตรวจโรคครั้งแรกของสัญญาใหม่ แต่ต้องรับการตรวจโรคก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันระบุ

 

             6) ลูกจ้างทุกคนต้องเข้าเป็นสมาชิกและได้รับการคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสุขภาพ (เจี้ยนเป่า)  ในปี 2560 มีอัตราเบี้ยประกันการเข้ากองทุน4.69% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน ในจำนวนนี้ แรงงานรับผิดชอบ 30% ขณะที่นายจ้างรับผิดชอบ 60%  และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% โดยแต่ละเดือนจะต้องเสียเบี้ยประกันกองทุนประกันสุขภาพ 985 เหรียญไต้หวัน (แรงงานต่างชาติรับผิดชอบเบี้ยประกันเดือนละ 296 เหรียญ นายจ้างและรัฐบาลรับผิดชอบ 591 และ 99  เหรียญตามลำดับ)

 

             7) นายจ้างที่ว่าจ้างลูกจ้างตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีหน้าที่แจ้งเอาประกันภัยให้แรงงานทุกคน ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 9.5% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน (แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 21,009 เหรียญไต้หวัน) ในจำนวนนี้แรงงานรับผิดชอบ 20 % ที่เหลือนายจ้างรับผิดชอบ 70% และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% (แรงงานรับผิดชอบเบี้ยประกันภัยแรงงานเดือนละ 399 เหรียญ นายจ้างรับผิดชอบ 1,397 เหรียญ ที่เหลือรัฐบาลรับผิดชอบ 199 เหรียญไต้หวัน)

             สิทธิประโยชน์และการคุ้มครอง

             -กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน  ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าจ้างตามปกติในระหว่างหยุดงานรักษาตัว  ส่วนเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจะขึ้นอยู่กับระเบียบการจ่ายเงินของกองทุนประกันภัยแรงงาน

             -กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตรายนอกงาน ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่งของค่าจ้างรายเดือนในระหว่างหยุดงานรักษาตัว ทั้งนี้รวมทั้งปีต้องไม่เกิน 30 วัน

             -กรณีเสียชีวิต (ยกเว้นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน)

             1. ลูกจ้างที่เสียชีวิตไม่ว่าจากการทำงานหรือนอกเวลาทำงาน ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าจัดการศพเท่าที่จ่ายจริง หรือไม่เกินจำนวน 5 เท่าของเงินเดือนที่เอาประกัน    

             2. ลูกจ้างที่เข้าประกันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 เสียชีวิต  ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียว ตามอายุการเข้ากองทุนฯ

             3. ลูกจ้างที่เข้าประกันหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เสียชีวิต กองทุนฯจะจ่ายเงินทดแทนให้ทายาทเป็นรายเดือน

             4. เงินสงเคราะห์กรณีทายาทสายเลือดตรงเสียชีวิต (บิดามารดา คู่สมรส และบุตร) 

             5. กรณีคลอดบุตร เข้ากองทุนฯ ครบ 280 วัน (กรณีแท้ง 151 วัน) ค่าใช้จ่ายในการคลอดเป็นไปตามประกันสุขภาพ กองทุนประกันภัยแรงงาน จะจ่ายค่าทดแทนกรณีคลอดบุตร 60 วัน ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 6 เดือนสุดท้าย และกฎหมายมาตรฐานแรงงานให้สิทธิลาพักได้ 56 วันโดยมีค่าจ้างตามปกติ และพ่อ-แม่ ผลัดกันลาเลี้ยงบุตรได้ไม่เกิน 1 ปี โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ 60 

 

แรงงานต่างชาติทุกคนต้องเข้าเป็นสมาชิกและได้รับการคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสุขภาพ (เจี้ยนเป่า)  และกองทุนประกันภัยแรงงาน (เหลาเป่า)

 

             6. เงินบำเหน็จชราภาพ เงื่อนไขการขอรับ

             - เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานรวมสะสมแล้วเกิน 1 ปี เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานไต้หวันในภาค

การผลิต การก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร ซึ่งจะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ไม่ว่ากับนายจ้างไหน เขตพื้นที่ใดและปี

ไหน มีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จภาพได้ ทางกองทุนฯ จะนำอายุงานมารวมกัน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้

ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้บังคับให้เข้ากองทุนฯ

             - อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิดในปีพ.ศ. 2500) แต่ถ้าเกิดในปี 2501 ต้องอายุครบ 61 ปี เกิดปี

2502 ต้อง 62 ปี เกิดในปี 2503 ต้อง 63 ปี เกิดในปี 2504 ต้อง 64 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2505 และหลังจากนั้น ต้องมีอายุ

ครบ 65 ปี จึงจะยื่นขอได้

              - อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนประกันภัยปีละ 1 เดือน (คิดจากค่าจ้างโดย

เฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนไม่ถึง 60 เดือน ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน

โดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนสามารถรวมสะสมได้)

 

 

* หมายเหตุ ข้อมูลจาก คู่มือแรงงานไทย จัดพิมพ์โดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ติดต่อขอรับได้ที่ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป https://www.facebook.com/labourtaipei  หรือพิมพ์ที่เฟสบุ๊ค สำนักงานแรงงานไทย ไทเป  

 

2. แรงงานไทยในไต้หวันจะเข้าและรับสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมของไทยได้อย่างไร? ฟังคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##

More
Faye 飛

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน

2017-08-18 22:30:00

ธีระ หยางและหน้าต่างศิลปินสัปดาห์นี้

-ฟังเพลงจีนเพราะๆ ของ Faye (飛) ในเพลง 象牙塔 (เซียงหยาถ่า-หอคอยงาช้าง) และข่าวบันเทิงไต้หวัน (หลิวรั่วอิงเปิดทัวร์คอนเสิร์ต 53 รอบใน 2 ปี กวาดเงินไป 860 ล้าน NT)

More