|
วันที่
7 เดือน 7
ทางจันทรคติของจีน(ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่
15 สิงหาคม)
ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งทางประเพณีจีนคือ
วันแห่งความรัก
ซึ่งเทียบได้กับวันวาเลนไทน์ของฝรั่ง
วันแห่งความรักเป็นวันสำคัญและมีความหมายอย่างยิ่งของหนุ่มสาวที่กำลงอยู่ในวัยกำดัดรักทั้งหลาย
คือเป็นวันที่พวกเขาจะมีโอกาสนัดพบหรือแสวงหาคนรักตามที่ตนปรารถนา
การถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันแห่งความรักมีที่มาจากตำนานปรัมปราว่า
นานมาแล้วมีเทพธิดาทอผ้าเลอโฉมนางหนึ่ง
นางเป็นธิดาองค์สุดท้องในจำนวน 7
องค์ของเจ้าสวรรค์ ยวี่-หวง-ต้า-ตี้ (玉皇大帝 )
กิจวัตรประจำวันของนางได้แก่การทอผ้าเป็นเครื่องนุ่งห่มแก่ทวยเทพทั้งหลาย
ต่อมานางได้พบกับโคบาลหนุ่มซึ่งรับผิดชอบเลี้ยงดูฝูงวัวของเจ้าสวรรค์
ก็เกิดจิตพิสมัยตรงกันผูกพันเป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกในเวลาต่อมา
จากรักกันลั่นเปรี้ยงเสียงดังตึงตังนั่นเอง
ความได้ล่วงรู้ถึงเจ้าสวรรค์
ทั้งสองได้ถูกเรียกตัวไปพบและถามถึงข้อเท็จจริง
เมื่อประจักษ์ว่าทั้งคู่รักกันจริงก็ไม่ว่ากระไร
กลับจัดแจงทำพิธีสมรสให้อย่างเอิกเกริก
โดยขอเพียงแต่ว่าเมื่อแต่งงานแล้ว
อย่าลืมหน้าที่การงานเป็นพอ
หลังพิธีแต่งงานและดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เจ้าสวรรค์คิดขึ้นมาได้ว่า
หากขืนให้สองผัวเมียอยู่ด้วยกันทุกวันอาจจู๋จี๋กันเพลินจนไม่เป็นอันทำการทำงานเป็นแน่
จึงมีบัญชาให้นกขุนทองลงไปบอกแก่สองสามีภรรยาว่า
ให้เขาทั้ง 2 พบกันได้เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น
นกขุนทองเมื่อได้รับบัญชาแล้วก็รีบไปบอกผัวหนุ่มเมียสาวทันที
แต่จะเป็นเพราะฟังไม่ได้ศัพท์
จับเอาไปกระเดียดหรืออย่างไรก็ไม่รู้ได้
กลับบอกไปว่าเจ้าสวรรค์อนุญาตให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันทุกทิวาราตรีกาล
จึงเป็นที่ชื่นชมยินดีของผัวหนุ่มเมียสาวในระยะข้าวใหม่ปลามันยิ่งนัก
ทั้งคู่ขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน
โดยฝ่ายหญิงลืมทอผ้า
ฝ่ายชายลืมเลี้ยงวัวโดยสิ้นเชิง
ครั้นเจ้าสวรรค์รู้เข้าก็ให้โกรธเป็นกำลัง
จึงมีประกาศิตลงไปให้เทพธิดาทอผ้ากลับไปทอผ้าเช่นที่เคยปฎิบัติมา
และให้โคบาลกลับไปเลี้ยงวันตามเดิม
จะพบกันได้ปีละครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7
โดยนกขุนทองที่รู้ตัวดีว่าเป็นผู้ทำให้สองสามีภรรยาต้องถูกแยกออกจากกันจะบินต่อเชื่อมเป็นสะพานให้ทั้งสองได้เดินมาพบกันในวันดังกล่าว
ชาวจีนคงจะซาบซึ้งกับตำนานรักเรื่องนี้มาก
จึงยกย่องและนับถือให้ความรักของเทพธิดาช่างทอผ้ากับโคบาลหนุ่มเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก
และถือเอาวันที่ 7 เดือน 7
ที่ทั้งสองได้พบกับเป็นวันแห่งความรัก
เป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
จากตำนานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า
ชาวจีนสมัยก่อนให้ความสำคัญต่อท่าทีของการทำงานและความรับผิดชอบต่อหน้าที่มาก
แต่ปัจจุบัน
ความหมายอันแท้จริงของวันแห่งความรักนี้
กำลังแปลเปลี่ยนไป
โดยผู้คนจะให้ความสำคัญไปที่ประเด็นคู่รักถูกพลัดพรากจากกันมากกว่า
หากท่านมีคู่รักอยู่แล้ว
ขอให้จงมีความสุขกับความรักที่มีอยู่
แต่หากยังไม่มีคู่รัก ก็ขอให้ถือตำนานรักเรื่องนี้
ที่เน้นเรื่องความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเป็นบทเรียน
ตั้งหน้าตั้งตาสร้างหลักปักฐานเพื่ออนาคตของตนในภายภาคหน้าเทอญ
|