picture
picture
picture
picture
 

 picture    picture      วันตรุษจีน-農曆春節    picture   picture


อโศก ศรีจันทร์

picture
 

picture    pictureวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติของพี่น้องชาวจีนทั่วโลก ซึ่งมีต้นกำเนิดในยุคประมาณ 3 สหัสวรรษก่อนคริสต์ศักราช เมื่อจักรพรรดิเหยา (堯帝) ทรงสั่งให้บรรดานักโหราศาสตร์ ร่วมกันทำนายวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด และเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรรอบเส้นศูนย์สูตรพอดี เพื่อให้เกษตรกรทราบถึงฤดูกาลเพาะปลูก ตามตำนานกล่าวกันว่า ต้นกำเนิดของเทศกาลตรุษจีนเกิดขึ้นก่อนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคนั้นมีสัตว์ร้ายตัวหนึ่งชื่อว่า "เหนียน" (年) ซึ่งจะปรากฏตัวทุกคืนฤดูหนาว "หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นได้ 365 ครั้ง" เพื่อโจมตีชาวจีน และทำลายพืชผลการเกษตร ต่อมาชาวบ้านได้ค้นพบว่า เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้กลัวเสียงดัง แสงสว่าง และสีแดง พวกเขาจึงประดับประดาบ้านของตนด้วยดวงไฟจนสว่างไสว ทาสีสิ่งของต่างๆ เป็นสีแดง ตีกลองและฆ้อง และเชิดสิงโต "เหนียน" จึงถูกพิชิตลงได้
      ประเพณีการเฉลิมฉลองในลักษณะนี้ จึงเปรียบเสมือนงานเทศกาลขอบคุณพระเจ้า แม้จนกระทั่งปัจจุบัน วลีที่ว่า "กั้ว เหนียน" (過年) ซึ่งหมายถึง "ชนะ" "พิชิต"หรือผ่านมาได้ด้วยความปลอดภัย กั้ว เหนียน จึงเป็นสำนวนหมายถึง "วันขึ้นปีใหม่"
      งานฉลองตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่ วันก่อนปีใหม่หนึ่งวัน ซึ่งในปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2546 และกินเวลายาวนานถึง 15 วัน (ทางราชการหยุดงาน 6 วัน) แต่จะใช้เวลาเตรียมงาน ล่วงหน้าเป็นเดือน
      เทศกาลนี้นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ถือเคล็ดกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ควรจะเป็นของใหม่ทั้งหมด เพื่อนำพาโชคลาภ และต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต ชาวจีนจะทำความสะอาดบ้านเรือน picture
และตกแต่งบ้านให้สวยงาม ด้วยผลไม้และสิ่งของที่เป็นศิริมงคล และแปะกระดาษแดงเขียนตัวอักษรจีน ที่หมายถึงความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและชีวิตที่ยืนยาว เอาไว้บนผนัง เพื่อความเป็นสิริมงคล ทุกคนจะตัดผม และสวมเสื้อผ้าใหม่ หากมีหนี้สินก็จะชำระให้หมด ส่วนเจ้านายก็จะจ่ายโบนัสพิเศษให้กับลูกน้อง ผู้คนจะซื้อของขวัญ เพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติมิตร
      สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะรับประทานอาหารพร้อมหน้ากันในวันที่ 30 ของปีตามปฏิทินตามจันทรคติ(ปีนี้มีเพียงวันที่ 29) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 มกราคม หรือ 1 วันก่อนวันตรุษจีน อาหารมื้อนี้จะประกอบด้วยอาหารมงคลหลายอย่าง คนหนุ่มสาวและเด็กๆ จะได้รับ "ยา สุ้ย เฉียน" (壓歲錢) หรือหงเปา紅包 เงินแต๊ะเอียในซองสีแดงบรรจุเงิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนโชคลาภ และความรํ่ารวย
      จากนั้นสมาชิกในครอบครัวจะนั่งล้อมวงพูดคุยสนทนา บางครอบครัวก็เล่นไพ่นกกระจอก โดยจะไม่เข้านอนก่อนเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นจะอายุสั้น หลังเที่ยงคืนเมื่อเข้าสู่วันตรุษจีน ผู้คนจะจุดเครื่องเซ่น และจุดประทัด เพื่อต้อนรับปีใหม่
      ในวันปีใหม่ ทุกคนจะพูดแต่สิ่งดีๆ ที่เป็นศิริมงคล จะพากันไปอวยพรผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ (ปัจจุบันนิยมอวยพรผ่านโทรศัพท์ซึ่งประหยัดกว่า) เจอหน้าใครก็จะทักทายด้วยคำว่า “กงสี่ กงสี่” ในครอบครัว จะเตรียมขนม และของหวาน เช่น ขนมหัวไช้เท้า หรือ "หลัว ปัว เกา" (蘿蔔糕) และขนมถ้วยฟู หรือ "เหนียน เกา" (年糕) ซึ่งมีความหมายเป็นมงคล โดยหมายถึง "โตขึ้น" และ "เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
 

picture 

 

   

| กลับ |

picture
picture
picture
picture

Radio Taiwan International
No.55 Pei An Road Taipei, Taiwan. R.O.C.
www.rti.org.tw