เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและการป้องกันถูกล่วงละเมิดทางเพศจากกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน
內政部小叮嚀 |
|
ป้องกันเด็กวัยรุ่นถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เราช่วยคุณปกป้องเด็กๆ จากภัยที่มากับอินเตอร์เน็ต
防治兒童少年性侵害和你一起守護孩子網路安全擾 |
|
|
เด็กๆทำอะไรบนอินเตอร์เน็ต
จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารอินเตอร์เน็ตประจำเดือนมกราคม
2550 พบว่าเด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-20 ปี
ใช้อินเตอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 94
อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสื่อที่เด็กวัยรุ่นมีโอกาสสัมผัสมากเป็นอันดับสองรองจากโทรทัศน์
และยังกลายมาเป็นกิจกรรมสันทนนาการในบ้านที่สำคัญอย่างหนึ่ง
เด็กๆส่วนใหญ่ทำอะไรกันบนอินเตอร์เน็ต?
จากการสำรวจของสมาพันธ์สวัสดิการเด็กพบว่า
เด็กๆชื่นชอบขึ้นไปเล่นเกมส์บนอินเตอร์เน็ตมากที่สุด
โดยร้อยละ 60 เล่นเกมส์ออนไลน์และร้อยละ 50
รู้จักเพื่อนจากทางอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้
การคุยกันกับเพื่อนผ่านเอ็มเอสเอ็น (MSN) การรับส่งอีเมล์
ก็เป็นสิ่งที่เด็กๆชื่นชอบและทำเป็นประจำ
แต่การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลต่างๆ
ทำการบ้านหรือทำแบบฝึกหัด กลับพบว่ามีน้อยมาก
จะเห็นได้ว่าเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ขึ้นอินเตอร์เน็ตเพื่อการสันทนาการ |
|
|
โลกไซเบอร์แฝงไว้ซึ่งอันตราย
แน่นอนเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากความสะดวกและน่าสนใจของอินเตอร์เน็ต
แต่อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อไร้พรมแดน
ใช้สื่อสารกันได้และสามารถปกปิดชื่อจริงได้
ดังนั้นการควบคุมสื่อทางอินเตอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น
เราทราบกันดีว่าอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อไร้พรมแดน
สามารถใช้อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลของประเทศต่างๆหรือ
หาเพื่อนต่างชาติได้และนี่คือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนของอินเตอร์เน็ต
ในทำนองเดียวกันข้อมูลหรือหลุมพลางที่จะใช้หลอกลวงเด็กวัยรุ่นก็ไม่มีพรมแดนด้วย
การที่อินเตอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ
ประกอบกับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ได้รับความนิยมมากขึ้น
อินเตอร์กำลังจะกลายเป็นสื่อกลางของการล่วงละเมิดทางเพศและการค้าประเวณี
และสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าไปถึงในบ้านและในโรงเรียนได้
ที่น่าห่วงใยก็คือคนที่เข้าไปหาเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตไม่มีใครใช้ชื่อจริงหรือสถานภาพที่แท้จริง
บางคนเป็นผู้ชายแต่บอกว่าเป็นผู้หญิง
ผู้ใหญ่โกหกว่าเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
เพราะเหตุนี้เองจึงมีผู้ใหญ่จำนวนมากถูกหลอก
นับประสาอะไรกับเด็กวัยรุ่น |
|
|
ผลในแง่ลบของอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นกับเด็กวัยรุ่น
1.ทำให้มีโอกาสได้รับข้อมูลลามกอนาจารและการใช้ความรุนแรง
เช่นได้รับอีเมล์ที่โฆษณาเว็บไซด์ลามก
หรือเกมส์ออนไลน์ที่มักจะบู๊ดุเดือดหรือใช้ความรุนแรงซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อจิตใจของเด็กวัยรุ่น
2.อาจตกหลุมพลางถูกล่วงละเมิดทางเพศ
จากสถิติของคณะกรรมการป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศ
พบว่า ปีที่แล้วมีคนตกหลุมพลางของเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตถูกล่วงละเมิดทางเพศประมาณห้าร้อยคน
และส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น
ที่อายุน้อยที่สุดคือเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา
3.เด็กวัยรุ่นใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการค้าประเวณี
ในเขตภาคเหนือของไต้หวันการค้าประเวณีของเด็กวัยรุ่นมากกว่าครึ่งหนึ่งใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง
4.ลุ่มหลงและมัวเมาอยู่ในโลกไซเบอร์
จากการสำรวจของสมาพันธ์สวัสดิการเด็กพบว่ามีเด็กวัยรุ่นมากกว่าร้อยละ
30 ถึงขั้นลุ่มหลงมัวเมากับการขึ้นอินเตอร์เน็ต
ร้อยละ 24 ชอบแต่สามารถควบคุมตัวเองได้ |
|
|
333
หลักการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความปลอดภัย
ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่คือสถานที่ที่เพื่อนทางอินเตอร์เน็ตนิยมนัดพบกัน
การล่วงละเมิดทางเพศมักเกิดจากการรู้จักกันในห้องสนทนาบนอินเตอร์เน็ต
ส่วนใหญ่เมื่อได้คุยกันในห้องสนทนาสองสามครั้งก็อยากจะรู้จักฝ่ายตรงข้าม
จึงมักมีการนัดพบกัน แต่หากไปตามลำพัง
อาจตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศได้
ส่วนใหญ่ผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศมักอ้างว่าลืมของแล้วชวนไปที่บ้าน
หรือชวนไปเที่ยวจากนั้นพาไปยังสถานที่ที่ลับตาคน
หากยินยอมไปด้วยเมื่อไปถึงบ้าน
หรือที่ลับตาคนเช่นชายทะเล
อาจถูกเล้าโลมจนยอมมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกัน
หรือบางรายอาจถูกบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย
ปัจจุบันหลุมพลางบนโลกไซเบอร์มีมากมายทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่รู้ว่าสมควรจะให้บุตรของตนขึ้นอินเตอร์เน็ตดีหรือไม่?
หรือจะจำกัดเวลาในการใช้
และจะสอนให้เด็กๆรู้จักข้อควรระวังในการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างไร
? เราขอแนะนำ 333
หลักการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความปลอดภัย
ซึ่งประกอบด้วยบัญญัติ 3 ประการ
ความห่วงใย 3 ประการและย้ำเตือน 3 ประการ |
|
|
บัญญัติ 3 ประการ
1.พ่อแม่ควรตกลงกับลูกเรื่องระยะเวลาในการใช้อินเตอร์เน็ต
2.พ่อแม่ควรติดตั้งซอฟแวร์ที่ช่วยกลั่นกรองข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายออกไป
3.คอมพิวเตอร์ควรตั้งไว้ในห้องรับแขกหรือบริเวณที่สมาชิกในบ้านใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน
|
ความห่วงใย 3
ประการ
1.พ่อแม่ควรช่วยลูกเลือกเว็บไซด์ที่
เหมาะสม และคอยสังเกตเวลาที่ลูกขึ้นอินเตอร์เน็ต
2.ควรสังเกตดูว่าเกมส์ที่ลูกเล่นมีการใช้
ความรุนแรงหรือสิ่งลามกรวมอยู่ด้วยหรือไม่
และต้องสังเกตด้วยว่าลูกขึ้นอินเตอร์เน็ตบ่อยจนผิดปกติหรือไม่
เช่นชอบลุกขึ้นมาเล่นอินเตอร์เน็ตตอนดึก
3.ทำความเข้าใจกับการหาเพื่อนทาง
อินเตอร์เน็ตของลูก
หมั่นแสดงความห่วงใยและให้คำแนะนำแก่ลูกอย่างสม่ำเสมอ |
ย้ำเตือน 3 ประการ
1.อย่าให้ข้อมูลของตนเองหรือคนใน
ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นชื่อนามสกุล ภาพถ่าย ที่อยู่
เบอร์โทรศัพท์ สถานศึกษา หมายเลขบัตรเครดิต
หรือหมายเลขสมุดเงินฝาก
2.หากยังไม่ผ่านการเห็นชอบจากพ่อแม่ อย่า
ออกไปพบกับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตหรือติดต่อทางโทรศัพท์
หากผ่านการเห็นชอบของพ่อแม่แล้วก็ควรนัดพบกันในที่สาธารณะและต้องมีคนไปเป็นเพื่อน
3.หากขึ้นอินเตอร์เน็ตพบคำหยาบโลน หรือ
ภาพลามก
ควรบอกกล่าวให้พ่อแม่รับรู้แล้วรีบออกจากเว็บ
ไซด์นั้นทันที |
|
|
หากโชคร้ายถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรทำอย่างไร
1.
รีบออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุดแล้วขอความช่วยเหลือจากญาติมิตรหรือโทร110
สายตรงแจ้งความ หรือ 113
สายตรงคุ้มครองสตรีและเด็ก
2. จดจำลักษณะเด่น(ความสูง รูปร่าง
สำเนียงพูด การแต่งกาย) และยานพาหนะ(ชนิดของรถ
ป้ายทะเบียน สีของรถ)
ของผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ
3.
อย่าเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องสิ่งต่างๆในสถานที่เกิดเหตุ
4. ให้สวมเสื้อคลุมหรือเสื้อโค้ทไว้ก่อน
อย่าเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้า และอย่าเพิ่งอาบน้ำ
รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ช่วยเก็บตัวอย่างขนหรืออสุจิของผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศรวมทั้งตรวจสอบบาดแผลและให้การรักษาหากได้รับบาดเจ็บ
5. เหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ
จะมีบาดแผลทางจิตใจ มักมีอารมณ์แปรปรวน
ควรขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้คำปรึกษาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้คนในครอบครัวของผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศก็อาจมีอารมณ์แปรปรวนด้วยดังนั้นควรไปขอรับแนะนำจากเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน
6. การบำบัดรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้น
ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะหายเป็นปกติ
ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญ
และคนในครอบครัวควรให้การสนับสนุน
อย่าเลิกล้มกลางทางเป็นอันขาด |
|
|
|
| 1
| 2
|
3 |
4 | |
|
|
กลับ
| |