| |
|
ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ |
|
 |
|
|
|
2008/02/18 |
| |
|
กต.ไต้หวันแสดงความยินดีต่อการประกาศเอกราชของโคโซโว |
โคโซโวประกาศเอกราชแยกตัวจากจังหวัดหนึ่งของเซอร์เบียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่
17 ก.พ. ศกนี้ ในวันที่ 18
ก.พ.กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ไต้หวัน สาธารรัฐจีน
ได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการสถาปนาประเทศ
และการเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย
มีอธิปไตยแห่งตนเองของประชาชนโคโซโว
กต.ไต้หวันระบุว่า
โคโซโวได้ประกาศเอกราชก่อตั้งประเทศอย่างเป็นทางการ
และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและประเทศสมาชิกสำคัญๆในสหภาพยุโรป
กต.ไต้หวันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
รัฐบาลไต้หวันในฐานะหนึ่งในประเทศที่ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งประชาธิปไตยของประชาคมโลก
รู้สึกดีใจกับประชาชนโคโซโวเป็นอย่างยิ่ง
ที่สามารถได้รับอานิสงค์จากความเป็นเอกราชและอธิปไตย
กต.ไต้หวันระบุว่า
อำนาจของประชาชนเป็นสิทธิที่สหประชาชาติยอมรับ
อนาคตของประเทศอยู่ในมือของประชาชนทั้งชาติ
การเป็นเอกราชมีอธิปไตยของตนเองของประเทศใดไม่สมควรจะถูกกดดันจากประเทศอื่น
ประชาชนของโคโซโวแม้จะผ่านการต่อสู้และความลำบากมานับไม่ถ้วน
แต่ยังยืนหยัดในอุดมการณ์
ไม่ยอมแพ้ต่อการข่มขู่รุกราน
ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสันติ
สมควรได้รับการยกย่อง |
|
| |
|
ผลวิจัยล่าสุดใช้รีเนียม-188 รักษามะเร็งตับ
ทดลองในสัตว์รอดร้อยละ 80 |
การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับเริ่มมีความหวังแล้ว
สถาบันวิจัยพัฒนาพลังงานปรมาณู
คณะกรรมการพลังงานปรมาณูแห่งชาติ ไต้หวัน
สาธารณรัฐจีน ประสบความสำเร็จเบื้องต้น
ในการใช้สารไอโซโทปรังสีของ Rhenium-188
โดยผลิตยาเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งตับที่มีชื่อว่า
188Re-ECD-Lipiodol
เสิ่นลี่ฮั่น(沈立漢)หัวหน้าศูนย์รังสีเทคนิคและแผนกเคมีสถาบันวิจัยพลังงานปรมาณูระบุว่า
การรักษาโรคมะเร็งตับแบบดั้งเดิมนั้น
ไม่สามารถขจัดต้นตอของโรคได้
เพียงแค่ยืดอายุผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้นระยะหนึ่งเท่านั้น
วัตถุประสงค์การวิจัยของสถาบันฯคือต้องการทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดลงอย่างสิ้นเชิง
จากการใช้ยาเคมีบำบัด 188Re-ECD-Lipiodol
ทำการทดลองรักษาในหนูใหญ่ปรากฏว่า
ไม่เพียงแต่หนูจะมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท่านั้น
หลังจากได้รับการฉีดยาเพื่อบำบัดโรคติดต่อกัน 2
เดือน เซลล์มะเร็งในหนูบางส่วนถูกทำลายทั้งหมด
และกลับมามีร่างการที่แข็งแรงเหมือนหนูปกติได้
ขณะนี้ทางสถาบันฯได้ร่วมกับโรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทจงและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือไถต้า
ทำการประเมินความปลอดภัยจากปริมาณรังสีที่ใช้
หลังจากได้ผลการประเมินแล้ว
ก็สามารถทำการเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข
เพื่อยื่นขอทำการทดลองในคนต่อไป เสิ่นลี่ฮั่นระบุว่า
หลักการที่ 188Re-ECD-Lipiodol
สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งตับคือ
มันเหมือนระเบิดที่สามารถเสาะหาเป้าหมายอย่างวิเศษ
ทำการปล่อยรังสีฆ่าเฉพาะเซลล์มะเร็งแต่ไม่ทำลายเซลล์ปกติ
พร้อมระบุว่าปัจจุบันทั่วโลกมีเพียงสถาบันวิจัยพัฒนาพลังงานปรมาณูของไต้หวันเท่านั้น
ที่ใช้ Rhenium-188
มาทำการวิจัยผลิตยารักษาโรคมะเร็งตับ
ซึ่งทางสถาบันฯได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรกับประเทศต่างๆได้แก่
เยอรมัน สหรัฐฯและสหภาพยุโรปแล้ว |
|
| |
|
ไต้หวันทุ่มเงินวิจัยนาโนเทคโครงการ 2 กว่า 23,000
ล้าน |
คณะกรรมการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สภาบริหาร
ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ระบุว่า
เพื่อเป็นการสานต่อผลงานของแผนงานวิจัยนาโนแห่งชาติโครงการแรก
ขณะนี้ทางคณะกรรมการฯ
กำลังวางแผนงานขอบข่ายการดำเนินการโครงการ 2 อยู่
คาดว่าระหว่างปี 2009-2014 จะทุ่มงบประมาณอีกกว่า
23,000 ล้านเหรียญเอนที
โดยมุ่งเน้นด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต
นาโนอิเลกทรอนิกส์ ออปโทอิเล็คทรอนิคส์
เทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
วิจัยพัฒนาอุปกรณ์นาโนเทคโนโลยี นาโนไบโอเทคโนโลยี
และอุตสาหกรรมภาคการผลิตเป็นต้น
ทั้งนี้แผนงานวิจัยนาโนแห่งชาติโครงการแรกนั้น
เริ่มในปี 2003 และจะสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2008
ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 17,800 ล้านเหรียญเอนที
โดยเฉลี่ยคิดเป็น 3,000 ล้านเหรียญเอนทีต่อปี
จัดเป็นโครงการระดับชาติที่มีการใช้งบประมาณโดยเฉลี่ยต่อปีสูงที่สุด
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตออกจำหน่ายในท้องตลาด
หรืออยู่ในระหว่างทดลองผลิต
ซึ่งเป็นผลจากแผนงานวิจัยนาโนแห่งชาติโครงการ 1
หลายชนิด หนึ่งในจำนวนนี้คือวัสดุลิเธียมนิเกิลโคบอลออกไซด์(LiNiCoO2)
ที่ใช้ผลิตคาโทดของแบตเตอรี่
ผลิตออกจำหน่ายโดยบริษัท TAK TECHNOLOGY
เป็นแห่งแรกของโลก
โดยในปีที่ผ่านมามียอดผลิตออกจำหน่ายกว่า 1,500
ล้านเหรียญเอนทีและคาดว่าในปี 2009
จะทำยอดขายได้ถึง 3,000 ล้านเหรียญเอนที |
|
| |
|
หลังตรุษจีน 3 วันทำการ ยอดหาคนทำงานเพิ่ม 2.7
เท่า |
หลังตรุษจีนในไต้หวัน
จะเป็นช่วงที่มนุษย์เงินเดือนพากันเปลี่ยนงานมากที่สุด
จากสถิติของธนาคารแรงงาน 1111
บริษัทจัดหางานทางอินเตอร์เน็ตของไต้หวัน
ตั้งแต่เริ่มทำงานหลังตรุษจีนได้ 3 วัน
จำนวนคนหางานเพิ่มขึ้นจากปกติราวร้อยละ 23
และบริษัทห้างร้านผู้ประกอบการหาคนทำงานเพิ่มขึ้นถึง
2.7 เท่า
จากข้อมูลของธนาคารแรงงาน 1111แสดงว่า
ขณะนี้ภาคธุรกิจต้องการคนทำงานด้านอุตสาหกรรมบริการมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ
33
ต้องการคนทำงานด้านการบริโภคสินค้าและบริการร้อยละ
19 มากเป็นอันดับสอง และงานด้านเทคโนโลยีร้อยละ 15
ด้านคนหางานนั้นต้องการทำงานด้านเทคโนโลยีสูงที่สุดคิดเป็นร้อยละ
37
ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนหางานมีมากกว่าตำแหน่งงาน
คนหางานด้านการบริโภคสินค้าและบริการมีมากเป็นอันดับสองคือร้อยละ
17 และมีคนหางานในกิจการภาคผลิตคิดเป็นร้อยละ 16 |
|
| |
|
ยอดผู้โดยสารกระเช้าลอยฟ้าไทเปทะลุ 3 ล้านคนแล้ว |
กระเช้าลอยฟ้าเมาคง(Maokong Gondola )
ของบริษัทรถไฟฟ้าไทเป
เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2007
และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงไทเป
บริษัทรถไฟฟ้าไทเประบุว่าจนถึงเวลา 14.20 น.
ของวันที่ 17 ก.พ.
มีผู้ใช้บริการนั่งกระเช้าลอยฟ้าเมาคงทะลุ 3
ล้านคนแล้ว
ในโอกาสนี้บริษัทรถไฟฟ้าไทเปจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อร่วมฉลองด้วยโดยจะเริ่มจากการเพิ่มบริการด้วยกระเช้าลอยฟ้าที่ตกแต่งด้วยไดโอดเปล่งแสงหรือ
LED จำนวน 5 กระเช้าก่อน
เพื่อเพิ่มบรรยากาศความโรแมนติกแห่งสีสันให้กับหุบเขา
นอกจากนี้บริษัทรถไฟฟ้ายังระบุว่า
จากการสำรวจความพอใจของนักท่องเที่ยว
สำหรับความพอใจโดยรวมนั้น นักท่องเที่ยวร้อยละ
80.3 ตอบว่า พอใจมากหรือพอใจ และร้อยละ 94
ของนักท่องเที่ยวระบุว่า
หลังจากได้ใช้บริการนั่งกระเช้าลอยฟ้าเมาคงแล้ว
จะแนะนำต่อให้กับญาติมิตรด้วย
อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวมากกว่าร้อยละ 80
ที่ยินดีจะกลับมาใช้บริการอีก |
|
| |
|
นักศึกษาปริญญาโทและเอกในไต้หวัน 10 ปีเพิ่ม 5
เท่า |
จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันในปี 1997
ไต้หวันมีนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกจำนวน 38,606
คน ในปี 2005 เพิ่มเป็น 149,741 คนและในปี 2007
เพิ่มขึ้นมีจำนวนทั้งหมดมากกว่า 170,000 คน
เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าในรอบ 10ปี
จำนวนนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกเพิ่มขึ้นทุกปี
แต่บรรดาอาจารย์ที่สอนนักศึกษาเหล่านี้กลับรู้สึกว่าคุณภาพของนักศึกษาด้อยลงทุกปี
และได้กลายเป็นปัญหาใหม่ของระบบการศึกษาด้วย
การคัดลอกงาน
หรือโดดเรียนเป็นเรื่องที่ไม่แปลกอีกต่อไป
โรคซึมเซาดูเหมือนจะกลายเป็นโรคที่มีเหตุมาจาการศึกษาของนักศึกษาเหล่านี้
เพราะทนรับแรงกดดันได้น้อย |
|
| |
|
กรุงไทเปเริ่มฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีให้เด็กอายุ
15 เดือน 1 มี.ค.นี้ |
จากสถิติของกองการสาธารณสุขกรุงไทเป
ในปีที่ผ่านมากรุงไทเปพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้สมองอักเสบเจอี(Japanese
encephalitis : JE) เพียง 3 ราย
โดยผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 45-59 ปี
ซึ่งเมื่อ10
ปีก่อนผู้ป่วยด้วยโรคไข้สมองอักเสบเจอี
มักจะเป็นเด็กเล็ก
แต่ในหลายปีมานี้อัตราการป่วยของเด็กลดลงอย่างมาก
จากสถิติของกองการสาธารณสุขกรุงไทเป ใน 1967
มีผู้ป่วยเด็กทั้งหมด 1,024 ราย
และในปีที่แล้วไม่พบผู้ป่วยโรคไข้สมองอักเสบเจอีที่เป็นเด็กเลย
ซึ่งเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนั่นเอง
หน่วยควบคุมโรคโรงพยาบาลรวมกรุงไทเป(台北市立聯合醫院--Taipei
City Hospital) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.
ศกนี้เป็นต้นไป
ประชาชนสามารถนำเด็กเล็กในบ้านที่มีอายุครบ 15
เดือนไปขอรับการฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีได้
หน่วยงานควบคุมโรคโรงพยาบาลรวมกรุงไทเประบุว่า
ไข้สมองอักเสบเจอีจะมีการระบาดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาตมของทุกปี
และเข้าสู่ช่วงของการระบาดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม
โดยมีสุกร สัตว์ปีกจำพวกนก และยุงเป็นพาหะนำเชื้อ
หากติดเชื้อจะก่อให้เกิดอาการของโรคคือ เป็นไข้
ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
และสมองอักเสบโดยปราศจากเชื้อเป็นต้น
หากพบว่ามีอาการคอแข็ง ไม่รู้สึกตัว
มักจะเป็นอาการสมองอักเสบ
ซึ่งจะมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ10-30
แม้ว่าจะรอดชีวิต
แต่ก็มีผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งที่
เกิดปัญหาด้านสติปัญญา
และความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติตามมา |
|
| |
|
|
|
|