| |
|
ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ |
|
 |
|
|
|
2008/02/08 |
| |
|
ผู้นำไต้หวันอวยพรวันตรุษจีน |
ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน
ผู้นำไต้หวันได้กล่าวอวยพรวันตรุษจีนแก่ประชาชนชาวไต้หวันทั่วประเทศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ
โดยมีภาพบุคคลวงการต่าง ๆ ทำงานอย่างมุ่งมั่น
และมานะบากบั่น
ประสานกับเพลงบรรเลงประกอบเต็มไปด้วยบรรยากาศฉลองตรุษจีน
ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน ได้กล่าวอวยพรว่า
เขารู้สึกว่ามีบุญวาสนามาก
ที่ได้มีโอกาสร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนเมตตา
ยืนอยู่ ณ ที่นี้
แล้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทรหดมาได้
สร้างเกียรติภูมิให้แก่ตัวเองและเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตน
ดังนั้น แม้ไต้หวันจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใดๆ
แต่กลับสามารถสร้างปาฏิหารย์ทางเศรษฐกิจและเสรีภาพประชาธิปไตยเต็มร้อย
ขึ้นได้ ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยนได้กล่าวถึงบทเพลงภาษาไต้หวันเพลงหนึ่งที่ชื่อว่า
อ้ายผินไฉฮุ่ยอิ๋ง ต้องสู้จึงจะชนะที่ว่า
ชีวิตคนก็เหมือนกับคลื่นที่มีทั้งขึ้นและลง
แม้จะประสบอุปสรรคขวากหนามในบางครั้งก็ตาม
แต่ก็ไม่ควรที่จะย่อท้อ
และในตอนท้ายของคำอวยพรตรุษจีนนี้
ผู้นำไต้หวันได้ย้ำถึงคำสอนของผู้หลักผู้ใหญ่ที่ว่า
หากไม่เคยเดินผ่านท่อน้ำโสโครกแล้ว
จะพบกับแสงสว่างของชีวิตใหม่ได้อย่างไร
ผู้นำไต้หวันอวยพรวันตรุษจีนว่า
ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอยู่ ณ ที่ใด
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระหว่างการอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวหรือกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อชีวิตก็ตาม
อาเปี่ยนก็ยินดีที่จะกล่าวคำว่า ขอบคุณ กับทุก ๆ
คน ณ ที่นี้
ขอบคุณที่ทุกคนได้ร่วมกันอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับผืนแผ่นดินแห่งนี้
อาเปี่ยนรำลึกเสมอว่า
ไม่รู้ว่าทำบุญมามากมายขนาดใด
จึงมีบุญวาสนาขนาดนี้
ได้ร่วมกับประชาชนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความเป็นมิตร
ต่อสู้บากบั่นผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากมา
และร่วมกันต่อสู้เพื่อเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของไต้หวัน
เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตน ดังนั้น
จึงคิดอยู่เสมอว่า สวรรค์ย่อมมีความเป็นธรรมเสมอ
ไต้หวันไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ
แต่เพราะมีผู้คนที่มีคุณค่าเหล่านี้ ทำให้เราสร้างปาฏิหารย์ทางเศรษฐกิจขึ้น
และสร้างความเจริญรุ่งเรืองที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิขึ้น
นั่นก็คือประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยเสรีภาพ ๑๐๐%
อย่างไรก็ตาม ฟ้าก็มิใช่ว่าจะเงียบสงบเสมอไป
เหมือนกับบทเพลงบทหนึ่งที่ว่า
ชีวิตเหมือนคลื่นในทะเล บางครั้งขึ้นบางครั้งลง
คนที่มีความสุขเฉกเช่นฤดูใบไม้ผลิเราก็ควรที่จะอวยพร
แต่คนที่ประสบความยากลำบาก ก็ไม่ควรที่จะย่อท้อ
เหมือนกับผู้เฒ่าผู้แก่เคยสอนพวกเราว่า
หากไม่ผ่านท่อน้ำโสโครก
แล้วจะพบชีวิตใหม่ที่แสนสุขในโลกใหม่ได้อย่างไร
อาเปี่ยนขออวยพรให้แก่ทุกท่านในโอกาสฉลองตรุษจีน
ฟ้าจงปกป้องคุ้มครองไต้หวัน ซินเจียหยู่อี่
ครอบครัวมีความสุข กงสี่ กงสี่ |
|
| |
|
ตรุษจีนปีนี้ ในไต้หวันหนาวยะเยือกฝน หิมะ
สร้างบรรยากาศตรุษจีน |
ในช่วงฉลองตรุษจีนในไต้หวันปีนี้
มีฝนตกตลอดเกือบทุกวัน
และเนื่องจากกระแสลมหนาวจากเมืองจีนเคลื่อนตัวพาดผ่านเกาะไต้หวันในช่วงนี้
ทำให้บริเวณเขตภูเขาสูงที่มีอุณหภูมิต่ำมีหิมะตกปกคลุมเทือกเขาสูงในไต้หวันเสริมบรรยากาศตรุษจีนได้เป็นอย่างดี
เทือกเขาเหอฮวน และเทือกเขาไท่ผิง
ที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึงกว่า ๒,๐๐๐ เมตร
ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมีหิมะตกปกคลุมตั้งแต่เมื่อวานนี้
โดยมีหิมะตกติดต่อกันนานถึง ๒ ชั่วโมง หิมะหนาถึง
๖-๗ ซ.ม. สร้างความปิติให้แก่ประชาชนที่ขึ้นไปรอต้อนรับหิมะยามตรุษจีนเป็นอย่างมาก |
|
| |
|
หมอเตือนกินเลี้ยงตรุษจีนระวังอาหารมันมากเกินไป
ทำให้อ้วนผิดปกติได้ |
ปกติในช่วงตรุษจีน
ผู้คนมักจะฉลองตรุษจีนกันอย่างเต็มที่
โดยลืมนึกไปถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
เมื่อกินเข้าไปเยอะ ๆ แล้ว
แต่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย
จะทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากเกินไป
จนกลายเป็นอาการอ้วนเกินไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า
เพื่อป้องกันมิให้มีอาการอ้วนจนเกินไป
ในช่วงตรุษจีนควรรับประทานผัก ผลไม้ให้เยอะ ๆ
เช่นเดียวกับในยามปกติ นอกจากนี้
หากต้องรับประทานเนื้อ
ก็ควรหลีกเลี่ยงการทานเนื้อมัน
เลือกรับประทานเนื้อแดงเป็นหลัก
หรือทานเนื้อไก่ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการทานหนังไก่
หรือขาหมู นอกจากนี้
การปรุงอาหารก็ควรใช้วิธีการปรุงแบบนึ่ง
หรือต้มเป็นหลัก ไม่ควรทานของทอด
ที่สำคัญที่สุดก็คือควรควบคุมปริมาณการรับประทานอย่างเข้มงวด
คุณจางเล่อฉี ผู้อำนวยการกองโภชนาการ
โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไต้หวัน แนะนำว่า
อย่างเช่นพวกผัก ผลไม้ ก็ทำให้ท้องอิ่มได้
เราก็อาจรับประทานสิ่งเหล่านี้มากๆ
ส่วนการปรุงอาหารก็ให้ใช้วิธีต้ม จะดีกว่าการทอด
ในช่วงตรุษจีนจะต้องมีการรับประทานขนมขบเคี้ยว
แต่ก็ควรเพลา ๆ มือ เหล้าบุหรี่ก็เหมือนกัน
เวลาดื่มน้ำซุปก็ควรตักน้ำมันที่ผิวทิ้ง
ซึ่งก็จะได้ลิ้มรสอาหารรสเด็ดเหมือนกัน
แต่จะทำให้สุขภาพของคุณไม่มีภาระมากจนเกินไป |
|
| |
|
ไต้หวันดันแผนพัฒนาคุณภาพข้าราชการ
ส่งเรียนต่อมหาวิทยาลัยดังของโลก |
เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถของข้าราชการในไต้หวัน
สภาบริหารไต้หวันได้ดันแผนส่งข้าราชการไปฝึกอบรมยังมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐฯ
ได้แก่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิรด มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๕
โดยส่งข้าราชการไปรับการฝึกอบรมที่นั่นปีละ ๔๐ คน
ร่วมการฝึกอบรมกับข้าราชการการจากประเทศอื่น ๆ
ทั่วโลก นอกจากนี้ ในปี ๒๐๐๖
ยังได้ส่งข้าราชการไปฝึกอบรมยังสถาบันเศรษฐกิจการเมืองลอนดอนในอังกฤษ
เสริมความสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการของยุโรป
ปี ๒๐๐๕
ไต้หวันได้เริ่มโครงการฝึกอบรมผู้นำวัยฉกรรจ์
โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการกองที่มีอายุไม่เกิน
๔๕ ปี ไปฝึกอบรมในไต้หวันก่อน ๓ สัปดาห์
หลังจากนั้น จึงส่งไปฝึกอบรมต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด
สหรัฐฯ อีก ๓ สัปดาห์ ส่วนปี ๒๐๐๖
ได้ส่งข้าราชการดีเด่นไปฝึกอบรมที่ลอนดอน
ประเทศอังกฤษ นายเฉินจาวชิน
ผู้อำนวยการกองฝึกอบรมและทดสอบข้าราชการ
กรมข้าราชการพลเรือนไต้หวันระบุว่า
นอกจากจะส่งข้าราชการไต้หวันไปเรียนรู้ความรู้ใหม่
ๆ จากต่างประเทศแล้ว
เรายังได้วางหลักสูตรที่เกี่ยวกับไต้หวันด้วย
เพื่อให้ข้าราชการไต้หวันมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษา
และข้าราชการจากประเทศอื่น ๆ
เป็นการสร้างภาพพจน์ของไต้หวันในสังคมนานาชาติไปในตัวด้วย
ในปีนี้ ไต้หวันจัดส่งข้าราชการดีเด่นไปฝึกอบรมที่ฮาร์เวิร์ดจำนวน
๔๐ คน อังกฤษ ๓๐ คน เหมือนเดิม โดยที่ฮาร์เวิร์ดจะเน้นหนักในเรื่องของการเสริมศักยภาพการบริหารส่วนบุคคล
ส่วนที่ลอนดอนจะเน้นในเรื่องของการวิเคราะห์สถานการณ์โลก
เขาระบุวว่า
โครงการนี้เป็นโครงการที่ต้องการเสริมวิสัยทัศน์ของข้าราชการไต้หวันให้มีสายตายาวไกลเกี่ยวกับสถานการณ์โลก
ซึ่งในอนาคตไต้หวันจะพยายามร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติชื่ออื่น
ๆ ต่อไป |
|
| |
|
ชาวไต้หวันนิยมช๊อปปิ้งที่โอซาก้าและซินจูกุ |
สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือ JNTO
สำรวจพบชาวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น
นิยมที่จะช๊อปปิ้งที่นครโอซาก้า และย่านธุรกิจซินจูกุ
ในโตเกียว มากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
สถิติดังกล่าวพบว่า
นักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางไปที่นครโอซาก้าและซินจูกุในโตเกียวถึง
22.1%
ของจำนวนนักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังพบว่า
สถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปมากที่ 5
อันดับแรกในปี 2006 ได้แก่ ซินจูกุ โตเกียว นครโอซาก้า
เกียวโต กินซ่าในโตเกียว และ ชิบูยาคุ (Shibuya-ku)ในโตเกียว
ทั้งนี้เป็นการสำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน
13,800 คน
สถิติของสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่า
ปี 2006 มีชาวไต้หวันเดินทางไปญี่ปุ่นจำนวน 1.38
ล้านคน มากที่สุดเป็นอันดับ 2
รองจากเกาหลีใต้ที่มีจำนวน 2.6
ล้านคนจากจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นจำนวนทั้งสิ้น
7.33 ล้านคน ปี 2007 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8.35
ล้านคน |
|
| |
|
|
|
|