| |
|
ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ |
|
 |
|
|
|
2008/02/04 |
| |
|
ผู้นำไต้หวันย้ำ ปลอบขวัญทหารบนเกาะไท่ผิง ย้ำเป็นภาระกิจทางประวัติศาสตร์ |
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 51 ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน
พร้อมด้วยนายลีอี้หยาง รมว.มหาดไทย นายลีเทียนอวี่
รมว.กลาโหม นายหวางจิ้นวั่ง
ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองเรือลาดตระเวณพิทักษ์น่านน้ำ
และนายเฉินฉีม่าย
รองเลขาธิการทำเนียบประธานาธิบดีฯ
เดินทางไปปลอบขวัญทหารที่ประจำการอยู่บนเกาะไท่ผิง
ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะสแปรตลี่ย์
และเป็นประธานในพิธีเปิดใช้สนามบินบนเกาะ
นอกจากนี้ในตอนขากลับคณะของผู้นำไต้หวันยังพยายามที่จะแวะปลอบขวัญทหารไต้หวันที่ประจำการอยู่บนเกาะเล็ก
ๆ อื่น ๆที่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลี่ย์
แต่เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
จึงได้บินกลับท่าอากาศยานทหารที่ผิงตง
โดยผู้นำไต้หวันอาศัยโทรศัพท์ทางไกลของทหารปลอบขวัญทหารเหล่านี้แทน
เนื่องจากหมู่เกาะดังกล่าวเป็นหมู่เกาะที่ 6
ประเทศได้แก่ ไต้หวัน จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์
มาเลเซีย และบรูไน
อ้างอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะเหล่านี้ ดังนั้น
ผู้นำไต้หวันจึงได้ระบุขณะกล่าวในพิธีเปิดใช้สนามบินแห่งนี้ว่า
ในฐานะที่ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในเรื่องนี้
ขอเรียกร้องเป็นพิเศษต่อประเทศต่าง ๆ โดยรอบว่า
จะต้องยึดมั่นในหลักการแก้ปัญหาโดยสันติตามกฎบัตรสหประชาชาติ
และกฎหมายว่าด้วยเขตน่านน้ำของสหประชาชาติ
ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็ยินดีที่จะยอมรับสาระใน
คำประกาศทะเลจีนใต้ของทุกฝ่าย
บนพื้นฐานของความเสมอภาคอำนาจอธิปไตย
เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้การเดินเรือในน่านน้ำสากลทะเลจีนใต้เป็นไปโดยราบรื่น
รวมทั้งหวังว่าจะสามารถเข้ร่วมการจัดทำ
หลักปฏิบัติในทะเลจีนใต้
เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในทะเลจีนใต้
ผู้นำไต้หวันย้ำว่า
ในทะเลจีนใต้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
แต่สิ่งที่ทุกประเทศควรทะนุถนอมก็คือสันติภาพ
ทะเลจีนใต้จะกลายเป็นดินแดนที่ประเทศต่าง ๆ
แย่งกันครอบครอง หรือจะช่วยกันอนุรักษ์
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
ผู้นำไต้หวันระบุว่า ไต้หวันเห็นว่า
อนาคตของทะเลจีนใต้ควรที่จะยึดหลักการ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแทนที่การแย่งชิงอำนาจอธิปไตย
ยึดหลักอนุรักษ์ระบบนิเวศน์แทนที่การแย่งยึดแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
จึงขอเสนอ Spratly Initiative โดยมี 3
หลักการสำคัญได้แก่
ไต้หวันยินดียอมรับหลักการที่ระบุไว้ใน
คำประกาศหลักปฏิบัติของทุกฝ่ายในทะเลจีนใต้
ยืนหยัดในการยึดหลักการสันติภาพแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องดินแดนบนหมู่เกาะเหล่านี้
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์วิทยาในทะเลจีน
แทนที่การแย่งยึดอำนาจอธิปไตยในทะเลจีนใต้
เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน์วิทยาและสิ่งแวดล้อมนานาชาติ
สำรวจสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหมู่เกาะสแปรตลี่ย์
เป็นประจำ
และเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันอุปสรรคในการร่วมมือกันระหว่างประเทศต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ จึงควรจัดตั้ง
ศูนย์วิจัยศึกษาทะเลจีนใต้ ภาคเอกชนขึ้น
จัดการประชุมระดับนานาชาติเป็นประจำขึ้น
เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลดความไม่มั่นคงในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้
ผู้นำไต้หวันได้ตอกกลับผู้ตั้งข้อสังเกตว่า
การเดินทางปลอบขวัญทหารที่เกาะไท่ผิงของเขาเป็นเกมส์การเมืองอย่างหนึ่งว่า
ในฐานะผู้นำประเทศ
ไม่ควรที่จะไปปลอบขวัญทหารกระนั้นหรือ และย้ำว่า
เป็นการเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่ไต้หวัน
ซึ่งควรที่จะเรียกว่า เป็นการปฏิบัติภาระกิจทางประวัติศาสตร์ |
|
| |
|
ฟิลิปปินส์และเวียดนามประท้วงไต้หวันละเมิดอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ |
รัฐบาลฟิลิปปินส์
ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและวิตกกังวลอย่างรุนแรงต่อการเดินทางไปยังเกาะไท่ผิง
ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ว่า
เป็นการละเมิดความพยายามรักษาความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคของประเทศต่าง
ๆ ที่อ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะนี้
และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ควรจะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ
ระมัดระวัง
อาศัยช่องทางทางการทูตมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ทางด้าน เจ้าหน้าที่ไต้หวันระบุว่า
การบินผ่านน่านฟ้าฟิลิปปินส์ของเครื่องบินพิเศษผู้นำไต้หวันในครั้งนี้
ฝ่ายทหารไต้หวันเป็นผู้ประสานงานกับฝ่ายทหารของฟิลิปปินส์โดยตรง
ไม่ได้ผ่านช่องทางทางการทูตของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น
คาดว่า
การแสดงท่าทีแข็งกร้าวของกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์อาจจะสืบเนื่องจากปัญหาการประสานงานภายในของฟิลิปปินส์เอง
ส่วนเวียดนามก็ประท้วงไต้หวันเช่นเดียวกัน
โดยรัฐบาลเวียดนามได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ วันที่
3 ก.พ. 51 ประท้วงไต้หวันโดยระบุว่า
กระทำดังกล่าวจะทำให้ปัญหากรณีพิพาทที่ยืดเยื้อมานานตึงเครียดขึ้นอีก
สื่อมวลชนในเวียดนามได้รายงานอ้างคำกล่าวของโฆษกกต.เวียดนามว่า
การกระทำดังกล่าวของไต้หวันจะทำให้การเผชิญหน้ากันรุนแรงยิ่งขึ้นโดยทันที
และเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของเวียดนาม
และจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดและสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
ไต้หวันต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะตามมาทั้งหมด
รัฐบาลเวียดนามขอเรียกร้องให้ไต้หวันยุติการกระทำที่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของเวียดนามโดยทันที
ทางด้านนายหม่าอิงจิ่วระบุว่า เกาะไท่ผิงเป็นของไต้หวัน
แต่ตั้งข้อสังเกตว่า การเดินทางไปเกาะไท่ผิง
ของผู้นำไต้หวันมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝง
นายหม่าอิงจิ่ว
ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันของพรรคก๊กมิ่นตั๋ง
ระบุว่า
เกาะไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐจีนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า
การปลอบขวัญทหารบนเกาะไท่ผิงในช่วงนี้ของผู้นำไต้หวันมิใช่เป็นประเด็นกฎหมาย
แต่เป็นประเด็นการเมือง
|
|
| |
|
เลือกตั้งผู้นำไต้หวันเข้มข้นยิ่งขึ้นก่อนฉลองตรุษจีน |
|
นายเซี่ยฉางถิง
ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันของพรรคดีพีพี
พรรครัฐบาล
ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่สายการบินจีนให้ราคาพิเศษบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับไต้หวันสำหรับนักธุรกิจไต้หวันในจีนโดยลดราคาลงถึง
40% ว่า เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งของไต้หวัน
เหมือนกับการแจก เงิน
เพื่อให้กลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งในไต้หวัน โดยนายเซี่ยฉางถิงระบุในวันนี้ว่า
การทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
และไม่เคารพต่อความอิสระเสรีทางความคิดของนักธุรกิจไต้หวัน
โดยได้แสดงหลักฐานเป็นใบปลิวโฆษณาบัตรโดยสารเครื่องบินกลับจากเซี่ยงไฮ้ผ่านมาเก๊ามายังไต้หวัน
ของสโมสรนักธุรกิจไต้หวันในจีนจากราคาเดิม 18,000
ดอลลาร์ไต้หวัน เหลือเพียง 12,150
ดอลลาร์ไต้หวันเท่านั้น หรือลดลงถึง 40%
จากราคาปกติ
โดยสายการบินจีนจะเป็นผู้รับภาระกำไรที่ลดลงเอง
นายเซี่ยฉางถิง ระบุว่า พวกเขาทำกันอย่างนี้
มีการให้เงินอุดหนุน มีการแจกเงินหาเสียง
เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
และไม่เคารพต่อนักธุรกิจไต้หวันในจีนด้วย
ผมหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพต่อการตัดสินใจอย่างเสรีของทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังเจอข่าวว่าพวกเขาจะผลักดันตลาดร่วม
และความร่วมมือด้านการเกษตร
ก็จะทำให้สินค้าหนีภาษีทะลักเข้ามาไต้หวัน
ทำให้พ่อค้าประกอบธุรกิจยาก |
|
| |
|
ไต้หวันเล็งตลาดสินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย ต้าถุงนำทัพ |
เพื่อเสริมศักยภาพการตลาดในไทย บริษัทต้าถุงแห่งประเทศไทย
ซึ่งเป็นบริษัทลูกของต้าถุง ไต้หวัน
ได้จัดตั้งโชว์รูมสินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ
จังหวัดชลบุรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายหลินเว่ยซัน
ประธานบริษัทต้าถุงไบโอเทค ไต้หวันระบุว่า
ไทยมีศักยภาพในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อย่างพร้อมมูล
ซึ่งบริษัทต้าถุงกำลังประเมินความเป็นไปได้ที่จะลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ในไทย
เพื่อร่วมฉลองการเปิดโชว์รูมแห่งแรกในไทยของบริษัทต้าถุง
ไต้หวัน นายหลินเว่ยซัน ประธานบริษัทต้าถุงไต้หวัน
ได้บินด่วนไปยังประเทศไทยเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดโชว์รูมดังกล่าว
เขาระบุว่า ไทยเป็นประเทศเมืองร้อน
มีแสงอาทิตย์อย่างอุดมสมบูรณ์
และมีศักยภาพที่จะพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์
บริษัทต้าถุงกำลังวางแผนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นในประเทศไทย
บริษัทต้าถุงไต้หวันเริ่มศึกษาวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์เมื่อ
5 ปีที่แล้ว มีความคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว นายหลินเว่ยซันย้ำว่า
บริษัทต้าถุงมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี่แล้ว
แต่ในประเทศไทย
ยังมีสายการผลิตที่เกี่ยวข้องไม่สมบูรณ์นัก
หวังว่ารัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ
ที่ยังขาดเหลืออยู่
นายหลานซื่อเว่ย กรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัทต้าถุงประเทศไทย
ระบุว่า ในปีนี้ บริษัทต้าถุงแห่งประเทศไทย
ยังมีแผนการที่จะเปิดโชว์รูมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 แห่ง
ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ ส่วนในไต้หวัน นายหลินเว่ยซัน
บอกว่า ต้องการขยายให้มีจำนวน 300 แห่งทั่วเกาะ
โดยในแต่ละปีจะเปิดเพิ่มปีละ 100 แห่ง
นายหลานซื่อเว่ย ระบุว่า ปีที่แล้ว บริษัทต้าถุงประเทศไทย
มียอดรายได้ทั้งสิ้น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งคาดว่า
ในปีนี้จะมีการเติบโตมากขึ้นเป็นอย่างมาก
และจะพัฒนาให้ต้าถุงในไทยกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสินค้าของบริษัทเข้าสู่ตลาดอาเซียนต่อไปด้วย
|
|
| |
|
|
|
|