| |
|
ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ |
|
 |
|
|
|
2008/01/24 |
| |
|
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไต้หวันลาออกทั้งคณะแล้ววันนี้
|
นายกรัฐมนตรีจางจวิ้นโสง
ของไต้หวันและคณะรัฐมนตรีได้ลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการทั้งคณะ
เพื่อเปิดทางให้ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน
ปรับคณะรัฐมนตรีในวันนี้(24 ม.ค.)
หลังจากเข้าบริหารประเทศมาเป็นเวลากว่า 8
เดือนโดยเป็นการลาออกก่อนกำหนด
ซึ่งจากเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 28 มกราคม
ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติสมัยที่ 7 ของไต้หวัน
จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ก.พ.
ทั้งนี้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ
หลังจากนายกรัฐมนตรีจับมือแสดงความขอบคุณกับผู้ร่วมงานทุกคนแล้ว
จะมีการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกันที่ด้านหน้าสภาบริหาร |
|
| |
|
บราซิลยกเลิกการระงับออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันแล้ว |
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน เปิดเผยว่า
บราซิลยกเลิกการระงับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง
หรือวีซ่า ประเภทท่องเที่ยวให้กับชาวไต้หวันแล้ว
หลังจากสั่งระงับการออกวีซ่าดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
การระงับการออกวีซ่าประเภทท่องเที่ยวให้กับชาวไต้หวัน
ที่ต้องการจะเดินทางไปบราซิลเมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมานั้น
สร้างความไม่พอใจให้กับบริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะไปร่วมงานฉลองเทศกาลคาร์นิวอลในบราซิล
และได้ชำระค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวไต้หวันนับร้อยคน
นายเซอร์จิโอ คาลดัส เมอร์คาดอ อาบิซาด (Sergio
Caldas Mercador Abi-Sad)
ผู้อำนวยการสำนักงานตัวแทนบราซิล ประจำไต้หวัน
ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับสถานเอกอัครราชทูตบราซิล
เปิดเผยว่า เนื่องจากผู้ไม่หวังดี
มักอาศัยช่วงงานฉลองเทศกาลคาร์นิวอล
เดินทางเข้าบราซิล
การอนุมัติการตรวจลงตราจึงต้องเข้มงวดมากขึ้น
ซึ่งไม่ใช่การเลือกปฏิบัติต่อไต้หวันประเทศเดียว
และไม่มีปัจจัยทางการเมืองใดๆ แฝงอยู่
นางเย่เฟยปี่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน
เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศบราซิล
ได้ย้ำกับสำนักงานตัวแทนไต้หวันในบราซิล
ระหว่างการเจรจาว่า
บราซิลไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการอนุมัติวีซ่าแก่ชาวไต้หวันแต่อย่างใด
และรัฐบาลบราซิลไม่ได้มีการกำหนดกฎระเบียบใหม่
ที่จะขัดขวางไม่ให้นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันได้รับการตรวจลงตรา
นางเย่เฟยปี่ ชี้ว่า กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน
ได้ชี้แจ้งให้บราซิลรับทราบถึงความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
จากการที่บราซิลระงับการออกวีซ่าดังกล่าว
และหวังว่าบราซิลจะยกเลิกการระงับออกวีซ่า
พร้อมทั้งหันกลับมาปฏิบัติตามหลักการผลประโยชน์ต่างตอบแทนของการตรวจลงตราระหว่างกันเช่นที่เป็นมา
ซึ่งหลังความพยายามในการเจรจา
สำนักงานตัวแทนบราซิล
ประจำไต้หวัน ได้เปิดรับเรื่องการขอตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวแก่ชาวไต้หวันตามปกติอีกครั้ง
ทั้งนี้
แต่ละปีมีชาวบราซิลเดินทางมายังไต้หวันประมาณ 3
พันคน
ขณะที่ยอดชาวไต้หวันที่เดินทางไปยังบราซิลนั้น
เฉลี่ยอยู่ที่ 5 พันคน ต่อปี |
|
| |
|
ไต้หวันเตรียมลดจำนวนนำเข้าแรงงานต่างชาติ
หลังยอดแรงงานต่างชาติเฉียด 3 แสน 6 หมื่นคน
|
จากสถิติของคณะกรรมการการแรงงาน สภาบริหารไต้หวัน
(ซีแอลเอ) พบว่า จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2550
ไต้หวันมีจำนวนแรงงานต่างชาติรวมทั้งสิ้น 357,937
คน ในจำนวนนี้
เป็นแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมขนาดกลางร้อยละ 55
โดยแบ่งเป็นภาคการผลิตร้อยละ 51 การก่อสร้างร้อยละ
2.4 ลูกเรือประมงต่างชาติร้อยละ 1.1
และเป็นแรงงานในส่วนสวัสดิการสังคมร้อยละ 45
แบ่งเป็นผู้อนุบาลร้อยละ 44.6
และผู้ช่วยงานบ้านร้อยละ 0.7
เมื่อสิ้นปี 2549
ยอดแรงงานต่างชาติในไต้หวันอยู่ที่ 338,775 คน
แต่ในสิ้นปี 2551 เพิ่มขึ้นอีกกว่า 19,182 คน
โดยภาคการผลิตมีการเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติมากที่สุดกว่า
13,426 คน ขณะที่จำนวนผู้อนุบาลต่างชาติ
มีจำนวนเพิ่มขึ้น 8,311 คน ทั้งนี้
แรงงานจากอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด เกินกว่า
115,000 คน
นายหลูเทียนหลิน (盧天麟)
ประธานคณะกรรมการกิจการแรงงาน หรือซีแอลเอ ระบุว่า
โครงสร้างประชากรไต้หวัน
มีแนวโน้มสู่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จำนวนแรงงานต่างชาติในส่วนของภาคสวัสดิการสังคมจะไม่มีทางลดลงอย่างแน่นอน
การนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มจำนวนขึ้นประมาณ
8,000-10,000 คน ทุกปี
ในส่วนของแรงงานภาคอุตสาหกรรมนั้น คาดว่า
โครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆ จะทยอยแล้วเสร็จภายใน4
ปี
และหลังจากที่นักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนในประเทศจนถึงระยะหนึ่งแล้ว
ความต้องการแรงงานต่างชาติในไต้หวันจะค่อยๆ
ลดลงและอาจจะมีการลดโควต้านำเข้าในสองสามปีนี้
นอกจากนี้ ประธานซีแอลเอ ยังชี้ว่า
คณะกรรมการกิจการแรงงาน
ได้กำหนดแผนที่จะแก้ไขกฎหมายแรงงานใหม่
โดยให้ครอบคลุมถึงแรงงานทุกประเภทที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน
ซึ่งรวมถึงผู้อนุบาลต่างชาติและผู้ช่วยงานบ้านด้วย
นายหลูเทียนหลิน เปิดเผยว่า
กฎหมายของสาธารณรัฐจีนเป็นกฎหมายเดียวกันทั้งประเทศ
แรงงานที่ทำงานอยู่ในไต้หวันทุกคน
ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคบริการด้านงานบ้าน
หรืองานด้านสวัสดิการสังคมต่างๆ
เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายจ้าง
ทำให้ยากต่อการระบุข้อกำหนดบางอย่างให้ชัดเจน อาทิ
เวลาการทำงานและเวลาพักผ่อน เป็นต้น พร้อมชี้ว่า
หลังบรรจุกลุ่มผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน
เข้าในกฎหมายแรงงานแล้ว
อาจส่งผลกระทบต่อภารของนายจ้าง
คณะกรรมการกิจการแรงงานจะนำวิธีปฏิบัติของยุโรปและสหรัฐ
มาประกอบการพิจารณาหามาตรการ
โดยอาจมีการแก้ไขหรือกำหนดขอบเขตที่เหมาะสม
เพื่อช่วยลดภาระของนายจ้าง |
|
| |
|
ซีแอลเอ
อัดงบประมาณอีก 7 ร้อยกว่าล้าน พัฒนาฝีมือแรงงาน |
คณะกรรมการการแรงงาน ไต้หวัน (ซีแอลเอ)
กำหนดเป้าหมายหลักประจำปี 2551 โดยระบุว่า
ปีนี้เน้นการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ทำประกันภัยแรงงานในไต้หวัน
8 ล้านกว่าคนใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่
ส่งเสริมให้แรงงานมีงานที่ดีทำ
มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
และมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มงบประมาณอีก
730 ล้านเหรียญไต้หวัน สนับสนุน
การฝึกอาชีพให้กับแรงงานด้วย
ซีแอลเอ เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแรงงาน
ได้ปรับเพดานเงินอุดหนุนการฝึกอาชีพของแรงงานสูงขึ้นจากเดิม
ซึ่งที่ผ่านมากำหนดยอดเงินช่วยเหลืออยู่ที่ 3
หมื่นเหรียญไต้หวันต่อคน ต่อระยะเวลาการฝึกอาชีพ 3
ปี เป็น 5 หมื่นเหรียญต่อคน
โดยประเมินงบประมาณสนับสนุนครั้งนี้ไว้ที่ 730
ล้านเหรียญไต้หวัน และคาดว่าจะมีแรงงานกว่า 7
หมื่นคนได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ซีแอลเอยังมีนโยบายช่วยเหลือสร้างโอกาสงานให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและผู้ทุพลภาพอีกกว่า
3,000 คน ได้มีงานทำที่มั่นคงด้วย ซึ่งในปีนี้
จะมีการแก้ไขกฎหมายแรงงาน
โดยขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงผู้ที่ทำงานในหน่วยงานธุรกิจการค้าต่างๆ
เจ้าหน้าที่และครูอาจารย์ในโรงเรียนอนุบาล
และหน่วยงานประกอบอาชีพอิสระ คาดว่า
จะมีผู้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้กว่า 3 หมื่นคน
นายหลูเทียนหลิน (盧天麟) ประธานคณะกรรมการการแรงงาน
ระบุว่า การส่งเสริมให้เพื่อนแรงงาน มีงานที่ดีทำ
มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เป็นภารกิจและความรับผิดชอบของคณะกรรมการการแรงงาน
|
|
| |
|
มนุษย์เงินเดือนในไต้หวันกว่าครึ่ง
เตรียมเปลี่ยนงานหลังรับโบนัสช่วงตรุษจีน |
หลังเทศกาลตรุษจีนรับโบนัสแล้ว
เป็นช่วงที่พนักงานบริษัทในไต้หวันมีการเปลี่ยนงานมากที่สุด
โดยจากการสำรวจของ ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 104
เว็บไซด์จัดหางานชื่อดังของไต้หวัน พบว่า
เดือนมีนาคมเป็นช่วงที่มีพนักงานเปลี่ยนงานสูงสุด
โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจคาดว่า
อัตราการลาออกจะสูงถึงร้อยละ 8.4
ผลสำรวจพบว่า
มนุษย์เงินเดือนที่มีความคิดอยากเปลี่ยนงานกว่าร้อยละ
55 เตรียมลาออกหลังจากได้รับเงินโบนัสประจำปีแล้ว
ในจำนวนนี้ส่วนมากระบุว่า
หลังจากรับเงินโบนัสแล้วอย่างน้อย 1 เดือนให้หลัง
จึงจะยื่นหนังสือลาออกต่อนายจ้าง ขณะที่อีกร้อยละ
38.7 คิดว่าหากหางานใหม่ได้ก็จะลาออกทันที
โดยไม่จำเป็นต้องรอรับเงินโบนัส
ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 104 ชี้ว่า
ผลกระทบจากการที่มีกลุ่มธุรกิจในไต้หวันกว่าร้อยละ
40 ไม่จ่ายเงินโบนัสหรือลดจำนวนเงินโบนัส
ทำให้มนุษย์เงินเดือนบางส่วน
ไม่มีความคาดหวังต่อเงินโบนัสมากนัก ดังนั้น
จึงไม่นำปัจจัยเรื่องเงินโบนัสมาประกอบการพิจารณาที่จะเปลี่ยนงาน
ทั้งนี้ จากผลการสำรวจชี้ว่า
แต่ละกลุ่มธุรกิจได้ประมาณการไว้ว่า
ปีนี้จะมีอัตราพนักงานลาออกเฉลี่ยร้อยละ 8.4
โดยบริษัทที่มีขนาดใหญ่
จะมีอัตราการลาออกของพนักงานยิ่งสูง |
|
| |
|
ยอดผู้ทำประกันภัยแรงงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นทะลุ 8
ล้านกว่าราย |
กรมประกันภัยแรงงาน ไต้หวัน
เปิดเผยสถิติจำนวนผู้ทำประกันภัยแรงงานล่าสุด
ระบุว่า จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2550
มีผู้ทำประกันภัยแรงงานในไต้หวันรวมทั้งสิ้น
8,830,000 กว่าราย
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าในระยะเวลาเดียวกัน 150,000
ราย ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นับตั้งแต่มีการประกาศใช้นโยบายการประกันภัยแรงงานเป็นต้นมา
กรมประกันภัยแรงงาน ชี้ว่า
ในส่วนของการประกันการว่างงานซึ่งเริ่มกำหนดใช้ในปี
2546 (2003) เป็นต้นมานั้น พบว่า จนถึงสิ้นเดือน
พฤศจิกายน 2550
มีจำนวนผู้ทำประกันการว่างงานทั้งสิ้น 5,530,000
กว่าราย เพิ่มขึ้น 8 หมื่นกว่าราย
จากระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ซึ่งมียอดผู้ทำประกันการว่างงานทั้งสิ้น 5,450,000
กว่าราย
การประกันภัยแรงงานและการประกันการว่างงาน
เป็นเสาหลักที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในสังคมไต้หวันทั้งทางตรงและทางอ้อม
เช่น
ให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินทดแทนแก่ผู้ทำประกัน
ตามลักษณะการเอาประกันประเภทต่างๆ
เป็นหลักประกันให้กับเพื่อนแรงงาน
ที่จะสามารถทำงานได้อย่างวางใจ
และช่วยแบ่งเบาภาระของนายจ้างในเรื่องการให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชยกรณีผู้ทำประกันได้รับอันตรายจากการทำงาน
เป็นต้น
ทั้งนี้
ไต้หวันมีจำนวนผู้ทำประกันทั้งในส่วนของการประกันภัยแรงงานและการประกันการว่างงาน
เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์และการรณรงค์ให้แรงงานหันมาทำประกันภัยแรงงานกันมากขึ้น |
|
| |
|
|
|
|