| |
|
ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ |
|
 |
|
|
|
2008/01/14 |
| |
|
การเลือกตั้งสส.สมัยที่ 7
มีผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 58.5 |
การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ(สส.) สมัยที่ 7
ของไต้หวันได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันที่ 12
ม.ค.ที่ผ่านมา
มีผู้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต
ร้อยละ 58.5
ซึ่งน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ส่วนการเลือกตั้งแบบสัดส่วน
ซึ่งลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมืองเพื่อแบ่งสรรจำนวนสส.ระบบบัญชีรายชื่อครั้งแรกนั้น
มีผู้ใช้ไปสิทธิ์ลงคะแนนเสียงร้อยละ 58.28
ในจำนวนสส.ทั้งหมด 113 ที่นั่งนั้น พรรคก๊กมินตั๋งได้จำนวนที่นั่งถึง
81 ที่นั่ง สูงเกินความคาดหมาย
ส่วนพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพี
ได้จำนวนที่นั่งเพียง 27 ที่นั่ง
ด้านพรรคเล็กรวมแล้วได้จำนวนที่นั่งสส.แบบแบ่งเขตทั้งหมดเพียง
5 ที่นั่ง
และเนื่องจากพรรคเล็กแต่ละพรรคได้รับคะแนนการเลือกตั้งในส่วนของพรรคไม่ถึงเพดานที่สามารถรับการจัดสรรสส.ระบบบัญชีรายชื่อคือร้อยละ5
ทำให้พรรคเล็กทั้งหมดไม่มีสส.ระบบบัญชีรายชื่อ
ด้านการลงประชามติทั้ง 2 รายการ
มีผู้ลงคะแนนทั้งหมดสี่ล้านห้าแสนกว่าคน
คิดเป็นอัตราการรับบัตรไม่ถึงร้อยละ 30
ไม่สามารถเสนอเป็นญัตติได้
เพราะมีอัตราการรับบัตรไม่ถึงร้อยละ 50
ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด
ถือว่าการลงประชามติทั้ง 2 รายการไม่ผ่าน
และไม่สามารถเสนอการลงประชามติในประเด็นเดียวกันนี้ได้อีกภายใน
3 ปี |
|
| |
|
เลือกตั้งสส.สมัยที่7 จำนวนสส.หญิงเพิ่มขึ้น |
|
หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ(สส.)
สมัยที่ 7 เสร็จสิ้นลง เจิงเจาหยวนเลขาฯมูลนิธิ
Awakening Foundation
ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านเรียกร้องสิทธิของสตรี
ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่หญิงและผู้ด้อยโอกาสของสังคมระบุว่า
การเลือกตั้งสส.ครั้งนี้ในจำนวนที่นั่งทั้งหมด 113
ที่นั่ง สส.หญิงได้สัดส่วนทั้งหมด 34 ที่นั่ง
คิดเป็นร้อยละ 30
ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งในครั้งก่อน
ที่มีเพียงร้อยละ 22 การเพิ่มขึ้นของจำนวนสส.หญิงนี้
เป็นดัชนีชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาด้านความเท่าเทียมทางเพศของสังคมไต้หวัน
และเป็นเรื่องที่น่ายินดี
พร้อมกับเรียกร้องให้พรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรค
ให้ความสำคัญมองเห็นการทำงานอย่างเต็มที่ของสส.หญิงจนสามารถเป็นสส.ติดต่อกันได้หลายสมัย
และเพิ่มการให้โอกาสแก่สตรีที่มีความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมากยิ่งขึ้น |
|
| |
|
กต.กัมพูชาออกแถลงการณ์
ไม่ยอมรับการตั้งสำนักงานตัวแทนไต้หวันในประเทศ |
สืบเนื่องจากสื่อของกัมพูชามีการรายงานว่า
สถาบันพัฒนาการค้าระหว่างประเทศไต้หวัน
มีความประสงค์จะจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในประเทศกัมพูชา
ด้วยเหตุนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาจึงได้ออกแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า
ภายใต้นโยบายจีนเดียว
รัฐบาลกัมพูชาจะไม่ยอมรับการจัดตั้งสำนักงานในลักษณะใดทั้งสิ้นของไต้หวันในประเทศตน
ทั้งนี้สถาบันพัฒนาการค้าระหว่างประเทศไต้หวัน
ได้จัดตั้งสำนักงานตัวแทนแล้วในเมืองต่างๆ 48
แห่งทั่วโลก รวมทั้งกรุงเทพฯ โฮจิมินห์ จากาตาร์
และกัวลาลัมเปอร์เป็นต้น
สถาบันพัฒนาการค้าต่างประเทศไต้หวันเคยตั้งสำนักงานคัวแทนที่กรุงพนมเปญของกัมพูชาเมื่อปี
1993 แต่ได้ปิดสำนักงานในปี 1997
เพราะภาวะสงครามในประเทศกัมพูชา
อย่างไรก็ตามปัจจุบันนักธุรกิจไต้หวันไปลงทุนในเวียดนามจำนวนมาก
และก็เริ่มมีนักธุรกิจให้ความสนใจลงทุนในกัมพูชามากขึ้นแล้วด้วย
ไต้หวันจึงมีความคิดจะตั้งสำนักงานตัวแทนในพนมเปญ
|
|
| |
|
ซัพพลายไม่พอ ไต้หวันห้ามส่งออกเหล็กกล้า |
สืบเนื่องจากราคาสินค้าถีบตัวสูงขึ้นทำให้เกิดการขาดสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลายก่อความวุ่นวายในตลาดกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ
กระทรวงเศรษฐการไต้หวันมีแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุมความวุ่นวายในตลาดดังกล่าว
โดยจะเริ่มที่ธุรกิจผลิตเหล็กและเหล็กกล้าเป็นอันดับแรก
ปัจจุบันราคาเหล็กกล้าของตลาดในประเทศพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่
23,000 เหรียญต่อตัน นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่ซัพพลายไม่พอเพียงเป็นอย่างมาก
สาเหตุหลักเนื่องมาจากราคาตลาดต่างประเทศสูงกว่าตลาดในประเทศ
ทำให้โรงงานผลิตเหล็กกล้าในประเทศรับใบสั่งซื้อจากต่างประเทศมากขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
นอกจากนี้ราคาวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปในต่างประเทศก็เพิ่มสูงขึ้น
ผู้ประกอบการในประเทศไม่มีการนำเข้าเพื่อเพิ่มการผลิต
ทำให้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา
ตลาดเหล็กกล้าในประเทศเกิดปรากฏการของดีมานด์สูงซัพพลายต่ำอย่างรุนแรง
เฉินหรุ่ยหลงรมต.กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า
ได้มอบหมายให้กรมการอุตสาหกรรมทำการตรวจสอบโดยเร่งด่วนแล้ว
โดยกระทรวงเศรษฐการสามารถอาศัยความตามกฎหมายพาณิชย์ออกคำสั่งห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าบ้างส่วนได้ทันที
เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักการของซัพพลาย์ให้พอเพียงกับตลาดในประเทศก่อน
โดยอาจจะมุ่งประเด็นไปที่เหล็กแท่ง
และผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเป็นต้นก่อน
เพื่อขจัดปัญหาความไม่พอเพียงของเหล็กภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังได้มีการติดตามสถานการณ์ของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในประเทศอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน
หากพบมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
รัฐบาลก็จะเข้าแทรกแซงตรวจสอบเช่นเดียวกัน |
|
| |
|
ลมหนาวบวกพายุดีเปรสชั่นอากาศเย็นชื้นทั่วไต้หวัน |
|
มรสุมลมหนาวจากจีนแผ่นดินใหญ่ส่งผลกระทบต่อไต้หวันในช่วง
2 วันนี้
ขณะที่ทะเลทางภาคใต้มีพายุดีเปรสชั่นก่อตัวขึ้น
พัดพาเอาไอน้ำและความชื้นมาด้วย ทำให้ฝนตกทั่วเกาะ
และอากาศเย็นชื้นทั่วไต้หวัน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ที่ตั้นสุ่ยวัดได้
12.4 องศาเซลเซียส
ส่วนพื้นที่อื่นๆอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 13-14
องศาเซลเซียส และคาดว่า
อากาศจะเริ่มดีขึ้นในวันที่ 19 ม.ค |
|
| |
|
เรือโดยสารตรงเส้นทางจินเหมิน-ฉวนโจว เริ่ม 29
ม.ค.นี้ |
|
สำนักงานบริหารท่าเรือจินเหมินของไต้หวันระบุว่า
เรือโดยสารตรงระหว่างจินเหมินของไต้หวันและ ฉวนโจวของจีนแผ่นดินใหญ่จะเปิดบริการพร้อมเส้นทางจินเหมิน-เซี่ยเหมิน
โดยจะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 29
ม.ค.เป็นต้นไป วันละ 4 เที่ยว และเทศกาลตรุษจีนซึ่งป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีนจะเริ่มเดินเรือตามปกติด้วย
โดยในเส้นทางจินเหมิน-ฉวนโจว จะมีเรือโดยสาร 2
ลำผลัดเปลี่ยนให้บริการ เดินเรือระหว่างท่าเรือสุ่ยโถวของจินเหมิน
และท่าเรือสรือจิ่งของฉวนโจว ไปกลับรวมวันละ 4
เที่ยว แต่ในวันที่ 6 และ 7 กุมภาพันธ์จะลดลงเหลือ
3 เที่ยว โดยแบ่งเป็นเดินทางจากฉวนโจวถึงจินเหมิน
2 เที่ยว และจินเหมินถึงฉวนโจว 1 เที่ยว |
|
| |
|
|
|
|