picture

picture

picture

picture

 

ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ

picture

 
2008/01/07
 

อีก 5 วัน เลือกตั้งสส. ก๊กมินตั๋งคาดได้ 70 ที่นั่ง ดีพีพี 50 ที่นั่ง

เหลืออีกเพียง 5 วัน ศึกเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ(สส.) ในไต้หวันก็จะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ละพรรคการเมืองล้วนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในการหาเสียงอย่างเต็มกำลัง แกนนำพรรคก๊กมินตั๋งหมุนเวียนกันขึ้นเวทีช่วยผู้สมัครสส.สังกัดพรรคของตนหาเสียงอย่างไม่มีเวลาได้หยุดพัก โดยช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง จะลุยหาสียงในเขตพื้นที่ฐานคะแนนเสียงของพันธมิตรเขียวในภาคใต้ และแกนนำพรรคทั้ง 5 คน ได้แก่นายหม่าอิงจิ่ว นายเซียวหวั้นฉาง ผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีของพรรค นายเหลียนจ้านหัวหน้าพรรคกิตติมศักดิ์ นายหวังจินผิงประธานสภานิติบัญญัติและนายซ่งฉู่หยีหัวหน้าพรรคพีเพิลเฟิสต์จะร่วมกันขึ้นเวทีปราศรัยครั้งใหญ่ในคืนวันศุกร์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง โดย คาดหวังว่าการเลือกตั้งสส. ในครั้งนี้พรรคก๊กมินตั๋งจะสามารถกวาดคะแนนได้ถึง 70 ที่นั่ง

ส่วนพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพีนั้น ก็จะใช้กลยุทธ์แบ่งสายหาเสียง นำโดยปธน.เฉินสุยเปี่ยนหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค 5 คน ได้แก่นายเซี่ยฉางถิง นายซูเจินชาง ผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี รองปธน.ลวิซิ่วเหลียน นรม.จางจวิ้นโสง และนายโหยวสีคุน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรค โดยมีเป้าหมายคือ 50 ที่นั่ง
 

จงฮวาเทเลคอมเอาใจผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เปิดบริการให้โทรกลับบ้านฟรี

บริษัทจงฮวาเทเลคอม ได้จัดงาน 『ปีใหม่สมหวังทุกสิ่ง 2008 』ขึ้นในวันที่ 6 ม.ค. ที่สำนักงานสาขาถนนเหวินคัง เชิญชวนผู้มาตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติเข้าร่วมงาน โดยในงานมีบริการโทรศัพท์ต่างประเทศ 019 ทั้งหมด 10 สาย ให้ผู้มาตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ โทรหาคนทางบ้านได้ฟรี นอกจากนี้ยังบริการอาหารหลากหลายรสชาติ ทั้งอาหารไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อีกด้วย เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่คลายความคิดถึงบ้าน ซึ่งมีผู้ใช้บริการเข้าแถวยาวเหยียด คาดว่าในตลอดทั้งวันมีผู้มาร่วมงานกว่า 3,000 คน และในจำนวนนี้มีคู่สมรสต่างชาติกว่า 2,000 คนที่แสดงความประสงค์จะโทรศัพท์ฟรีกลับบ้านเกิด ซึ่งต่างก็ได้ใช้บริการสมปรารถนาแล้วในวันที่ 6 ม.ค.
 

หญิงมีครรภ์ไต้หวันมีสารพิษจากพลาสติกตกค้างในร่างกายสูงกว่าสหรัฐ 4-13 เท่า

คณะกรรมการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สภาบริหารไต้หวัน (The National Science Council : NSC)ได้มอบหมายให้ ศจ.ลี่จวิ้นจังแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเฉิงกง ร่วมกับศจ.โกวยวี่เหลียงแห่งสถาบันสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและอาชีวอนามัยมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน(ไถต้า) ทำการสำรวจสารพลาสติกที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมกับผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งผลการวิจัยในปีแรกได้มีการตีพิมพ์ในวารสารชีววิทยาการเจริญพันธุ์(Human Reproduction) และนับเป็นผลงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์ของหญิงมีครรภ์และการพัฒนาของทารกในครรภ์จากสารพลาสติกฉบับแรก

การวิจัยดังกล่าวอาศัยการรวบรวมข้อมูลของหญิงมีครรภ์ทั้งหมด 76 ราย จากแผนกสูตินารีเวชโรงพยาบาลเฉิงกง ที่ต้องทำการตรวจสอบโดยการเจาะน้ำครำ ตรวจปัสสาวะและตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์หาความเข้มข้นของสารกลุ่มพทาเลท(phthalate) 5 ชนิดจากขบวนการเมตตาโบลิซึม เพื่อติดตามความเข้มข้นของสารที่ตกค้างในร่างกายของหญิงมีครรภ์รวมทั้งสภาพการขับฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์

ศจ.ลี่จวิ้นจังกล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วหากหญิงตั้งครรภ์มีการขับฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์น้อย ก็จะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ จากการตรวจวัดพบว่า หากปัสสาวะของหญิงมีครรภ์มีสารในกลุ่มพทาเลทสูง ก็จะมีการขับไทรอยด์ฮอร์โมนน้อยลง ซึ่งพบว่า มีหญิงตั้งครรภ์กว่าครึ่งที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำกว่าขีดมาตรฐานต่ำสุด ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าอาจมีผลกระทบต่อการเจริญของประสาทส่วนกลางในเด็กทารกได้

ศจ.โกวยวี่เหลียง ระบุว่าเมื่อผ่านการคำนวณแล้วพบว่า สารในกลุ่มพทาเลทชนิด dibutyl phthalate(DBP) ของหญิงมีครรภ์โดยเฉลี่ยสูงกว่าหญิงมีครรภ์ของสหรัฐ 4-5 เท่า และยังพบว่าสารประเภท di (2-ethylhexyl) phthalate(DEHP) สูงกว่า 12-13 เท่าทีเดียว ทั้งนี้สารดังกล่าวเป็น กลุ่มสารเคมีที่ใช้เป็นสารเจือปนหรือพลาสติไซเซอร์ ที่เติมลงไปในโพลิเมอร์ หรือระหว่างการผลิตพลาสติกประเภทโพลิไวนิลคลอไรด์ หรือพลาสติก PVC เพื่อทำให้พลาสติกมีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มขึ้น มีคุณสมบัติเหมือนสารฮอร์โมนของสิ่งแวดล้อม หากในร่างการของหญิงมีครรภ์มีความเข้มข้นของสารนี้สูง ต่อมใต้สมองที่ควบคุมประสาทส่วนกลาง จะเข้าใจผิดว่าระดับความเข้มข้นของไทรอยด์ฮอร์โมนในร่างการเพียงพอแล้วและหยุดการขับสารเพิ่ม ทำให้ระดับความเข้มข้นของไทรอยด์ฮอร์โมนของหญิงมีครรภ์ลดต่ำลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเด็กทารกในครรภ์ต่อไป

อย่างไรก็ตามผลการวิจัยขณะนี้ดำเนินการมาได้ 3 ปี หญิงมีครรภ์ที่เข้าร่วมงานวิจัยต่างก็ให้กำเนิดทารกแล้ว เด็กมีอายุได้ 1-2 ปี ศจ.ลี่จวิ้นจังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติในเด็กเหล่านี้ แต่ปัญหาด้านการพัฒนาไม่สมบูรณ์ของประสาทส่วนกลางหรือพัฒนาการช้าต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ และต้องทำการติดตามต่อไป
 

ผลสำรวจสส.พรรคเล็กสนใจด้านสิทธิมนุษยชนสูงกว่าพรรคใหญ่

การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติระบบลงคะแนนเขตเดียว 2 เบอร์ ครั้งแรกในไต้หวันใกล้เข้ามาทุกขณะ สมาคมพัฒนาสิทธิมนุษยชนไต้หวัน ได้ประกาศผลสำรวจความสนใจด้านสิทธิมนุษยชนของบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ระบุว่า ผู้ลงสมัครสส.จากพรรค Green Party Taiwan (綠黨) ได้คะแนนรวมเฉลี่ยสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งคือ 80.66 คะแนน อันดับสองได้แก่ The Third Society Party (第三社會黨) ได้คะแนนเฉลี่ยรวม 76.16 คะแนน อันดับสามได้แก่พรรค Home Party(紅黨) 74.50 คะแนน ขณะที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพี (民進黨) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบันได้คะแนนรวมเฉลี่ยเพียง 21.44 ส่วนพรรคก๊กมินตั๋งพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งได้คะแนนเพียง 8.30 คะแนนเท่านั้น

ผลการสำรวจโดยใช้แบบสอบถามในครั้งนี้ มีคำถามที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายควบคุมการชุมนุมประท้วง กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและกิจการชาวต่างชาติ ยกเลิกการประหารชีวิต กฎหมายสหกรณ์เป็นต้น กว่า 10 รายการ โดยให้สส.ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เลือกคำตอบที่แบ่งเป็น เห็นด้วย คัดค้าน และไม่ตอบพร้อมให้เหตุผล แต่ละข้อ 4 คะแนน คะแนนเต็มคือ100 คะแนน ซึ่งในจำนวนผู้สมัครเลือกตั้งสส.ทั่วไป 254 คน และสส.ระบบบัญชีรายชื่อ 132 คน มีอัตราการรับแบบสอบถามคืนเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น
 

งานวิจัยชี้ความรู้สูงใช่ว่าจะมีสุขภาพดี

ความรู้คือพลัง แต่ความรู้สูงไม่เท่ากับการมีสุขภาพดี นักวิชาการไต้หวันพบว่า หากแบ่งตามวุฒิการศึกษาแล้ว ผู้ที่จบการศึกษาระดับปวส.มีสุขภาพดีที่สุด หากเรียนสูงขึ้นไปในระดับปริญญาตรี โท และเอก สุขภาพก็จะแย่ลงตามลำดับ

จางลี่หยุนประธานสมาคมปฏิรูประบบการรักษาพยาบาลไต้หวันและนักวิจัยด้านสังคมแห่งสถาบันวิจัยแห่งชาติไต้หวันพร้อมคณะ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสุขภาพประชาชน โดยอาศัยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากคลังข้อมูลของสถาบันวิจัยแห่งชาติตั้งแต่ปี ค.ศ.1986-2005 จำนวนกว่า 42,000 รายการ โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ด้านคือ สมรรถภาพในการดำรงชีวิต การประเมินสุขภาพด้วยตนเอง และเป็นโรคเรื้อรังหรือไม่ มาประเมินด้านการศึกษากับผลต่อสุขภาพ

ผลการวิเคราะห์พบว่า โดยรวมแล้ว ผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาจะมีสุขภาพแย่ที่สุด รองลงมาได้แก่ผู้ที่จบการศึกษาระดับประถม และผู้จบการศึกษาระดับมัธยมต้นจะมีสุขภาพดีกว่าผู้ที่จบชั้นประถมอย่างเห็นได้ แสดงให้เห็นว่าการศึกษาระดับมัธยมต้นเป็นประตูสู่การมีสุขภาพดี

ผลการวิจัยยังพบว่า ระดับการศึกษาไม่เท่ากับการมีสุขภาพดี ผู้ที่มีการศึกษาสูงกลับมีสุขภาพแย่กว่า ยกตัวอย่างเช่น คนทั่วไปมักจะคิดว่าผู้ที่จบการศึกษาสูงจะมีความคิดด้านการตรวจร่างกาย แต่ผลการวิเคราะห์พบว่า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในยุคสมัยใด การป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่แสดงความแตกต่างกัน ซึ่งก็หมายความว่าผู้ที่มีจบการศึกษาสูง แม้จะมีความรู้มาก แต่การป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่ได้แตกต่างจากผู้จบการศึกษาระดับอื่นตามไปด้วย นอกจากนี้จุดสุดยอดของการมีสุขภาพดี ก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ในกลุ่มชนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ผู้ที่จบการศึกษาระดับปวส. กลับเป็นกลุ่มที่มีสุขภาพดีที่สุด ซึ่งเป็นผลการการวิเคราะห์ข้อมูลในด้านการประเมินสุขภาพด้วยตนเอง
 
 

picture

picture

picture

picture

Radio Taiwan International
No.55 Pei An Road Taipei, Taiwan. R.O.C.
www.rti.org.tw