picture

picture

picture

picture

 

ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ

picture

 
2008/01/02
 

ไต้หวันจะคัดเลือก ขรก ชนพื้นดำรงตำแหน่งทูตคนแรก

รายงานข่าวระบุว่า ขรก. ซึ่งเป็นชนพื้นเมือง(aborigine) ของไต้หวันที่จะดำรงตำแหน่งตำแหน่งทูต มีความรู้ด้านการเมือง และมีความใจด้านการทูต รวมทั้งมีพื้นฐานภาษาอังกฤษดี คาดว่าจะได้รับการส่งตัวไปดำรงตำแหน่งทูตที่ ฟิจิ ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะทางแปซิฟิค

ในวันที่ 1 นายหวงจื้อฟาง (黃志芳) รมว กระทรวงการต่างประเทศได้นำคณะทูตของประเทศ หมู่เกาะโซโลมอน นาอูลู มาลาเวีย เซ็นต์โตเม่ ปานามา สวาซีแลนด์ แกมเบีย ซึ่งประจำอยู่ในไต้หวันเดินทางไปร่วมกิจกรรม พิธีเซ่นไหว้ประจำปีของ ชนผ่า ทามาลาเกา (Tamalakao) ที่เมืองไถตง

รมว กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน พร้อมด้วยคณะทูตได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีเต้นรำ ดื่มเหล้าขาว ทูตของประเทศโซโลมอน และนาอูรู แสดงความรู้สึกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมเหมือนกับอยู่ในบ้านเกิดของตนเอง ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ทูตของประเทศสวาซีแลนด์ถึงกับออกปากเชิญชาวพื้นเมืองในไต้หวันไปร่วมพิธีเซ่นไหว้ในประเทศของตนด้วย

นายหวงจื้อฟางเปิดเผยว่า ได้รายงานต่อประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปี่ยนว่าจะคัดเลือก ขรก ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองไปดำรงตำแหน่งทูตในต่างประเทศ เพราะวัฒนธรรมของชนเมืองในไต้หวันมีความคล้ายคลึงกับประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิคอย่างยิ่ง แม้แต่คำทักทายก็คล้ายกัน การส่งชนเมืองไปดำรงตำแหน่งทูตในต่างประเทศจะทำให้ กลุ่มชนพื้นเมืองในไต้หวันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ การเชิญคณะทูตประเทศต่าง ๆ มาร่วมพิธีเซ่นไหว้ ทำให้ชนพื้นเมืองมีความรู้สึกว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมด้วย
 

การส่งออกเฟื้อง คาดว่าปีนี้มูลค่าการค้าทะลุ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในวันที่ 2 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการของไต้หวันแถลงข่าวประจำปี นายหวงจื้อเผิง (黃志鵬) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า การค้าต่างประเทศของไต้หวันมีแนวโน้มดี ในปีนี้คาดว่ามูลค่าการค้าจะสูงถึง 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การส่งออกเป็นแรงขับที่สำคัญของเศรษฐกิจในไต้หวัน ตามสถิติของสำนักงบประมาณระบุว่า การค้าต่างประเทศเป็นแรงขับเศรษฐกิจของไต้หวันที่มีสัดส่วนสูงถึง 50% ตามสถิติของกรมการค้าต่างประเทศ การค้าต่างประเทศของไต้หวันในช่วง มกราคม – กลางเดือนธันวาคม ปี 2007 นี้ การส่งออกของไต้หวันขยายตัว 9.59% คาดว่าการส่งออกจะทะลุ 460,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้เปรียบดุลการค้า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำลายสถิติสูงสุดครั้งใหม่

สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้า นายหวงจื้อเผิงกล่าวว่า “การส่งออกในปี 2008 ตั้งเป้าหมายอย่างน้อยที่สุด 8% เป้าที่ต้องการจริงคือ 9% และหวังว่าทุกคนจะช่วยร่วมมือกันให้ถึง 10% การตั้งเป้าหมาย 8% สูงกว่าที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้ 1.5% และสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกซึ่งอยู่ในระดับ 3%”

เนื่องจากรูปแบบการค้าในปัจจุบัน มีการรับใบสั่งซื้อในไต้หวันและทำการผลิตในต่างประเทศ นายหวงจื้อเผิงเน้นว่า เป้าหมายการทำงานคือหวังว่า การนำเข้าและส่งออกจะขยายตัวทั้งสองด้าน และลดการขาดดุลการค้ากับจีนและเกาหลี “การวางแผนการค้า พวกเราพยายามขยายการค้ากับจีนในปริมาณที่เหมาะสม และทำการขยายตลาดในทุกประเทศที่มีศักยภาพ”
 

รัฐบาลให้เงินอุดหนุนเลี้ยงเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เดือนละ 3 พัน

ในช่วงที่ผ่านมาอัตราการเกิดในไต้หวันลดต่ำลง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีบุตรเพิ่มขึ้น ในวันที่ 2 สภาบริหารอนุมัติโครงการให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเล็ก ซึ่งเสนอโดยกระทรวงมหาดไท กำหนดว่า ครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 2 ปี รายได้สามีภรรยาซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างรวมกันไม่เกิน 1.5 ล้านต่อปี รับเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตรได้เดือนละ 3 พันเหรียญไต้หวัน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป

สภาบริหารเปิดเผยว่า ตั้งแต่ ปี 2008 เป็นต้นไป จะทุ่มงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มจำนวนผู้ประกอบอาชีพดูแลเด็กเล็กที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการแรงงาน ในชุมชน 46 แห่งทั่วไต้หวัน จากจำนวน 6,600 คน เพิ่มเป็น 2 หมื่นคน หลี่อี้หยาง(李逸洋) รมว กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า “สำหรับผู้ที่มีอาชีพรับจ้าง หากมีรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้าน ต่อปี จะให้เงินอุดหนุนต่อพวกเขา เพื่อการเลี้ยงดูบุตรอายุ ต่ำกว่า 2 ปี โดยจะมอบให้แก่ผู้ดูแลเด็กที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในระบบของพวกเรา ในส่วนนี้แต่ละเดือนจะให้เงินอุดหนุน 3 พันเหรียญไต้หวัน ต่อ คน”

นอกจากนี้ผู้ที่มีรายได้ต่ำหรือผู้ที่มีบุตรพัฒนาการช้า สามารถของรับเงินอุดหนุนได้ถึง 5 พันเหรียญไต้หวัน ต่อ เดือน หากผู้ปกครองเด็กตกงาน ขอรับเงินอุดหนุนเพื่อดูแลเด็กชั่วคราวได้ชั่วโมงละ 100 เหรียญไต้หวัน จ่ายให้เดือนละไม่เกิน 20 ชั่วโมง นายหลี่อี้หยางกล่าวด้วยว่า พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกเพียงลำพังขอเงินอุดหนุนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ทำงาน ขอเงินอุดหนุนไม่ได้

ระเบียบดังกล่าวจะทำให้ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านต่อปี ได้รับประโยชน์คิดเป็นสัดส่วน 76% คาดว่าในเดือนเมษายนจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี จำนวน 47,000 คน เข้าสู่ระบบการเลี้ยงดูเด็กของรัฐบาลในชุมชนต่าง ๆ

ตามสถิติของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า อัตราการเกิดในไต้หวัน เริ่มลดลงเมื่อ 24 ปีที่ผล้ว ในปี 2006 อัตราการเกิดเท่ากับ 1.12 % เท่านั้น
 

ไต้หวันดันโครงการปลูกต้นไม้

นายซูเจียเฉวียน (蘇嘉全) ประธาน คณะกรรมการเกษตรของไต้หวันแถลงในวันที่ 2 จะเริ่มผลักดันโครงการทะเลสีเขียว ซึ่งก็คือ การปลูกต้นไม่คนละ 1 ต้นใน 1 ช่วงชีวิต ภายใน 5 ปีจะปลูกต้นไม้จำนวน 10 ล้านต้น ซึ่งเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วไต้หวัน โดยจะวางแผนให้สอดคล้องกับการผังเมือง ปลูกต้นไม้ในจุดที่เหมาะสมเพื่อความสวยงาม

นายซูเจียเฉวียนกล่าวว่า “หากพวกเราบรรลุเป้าหมาย ประชาชนครึ่งหนึ่งของประเทศ ได้มีโอกาสปลูกต้นไม้ พวกเราจะทำลายสถิติกินเนสต์บุคได้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

คณะกรรมการเกษตรแถลงว่า เมื่อเริ่มดำเนินโครงการแล้ว ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 2 หมื่นเฮกตาร์ ทำให้ไต้หวันมีพื้นที่ป่าไม้ปกคลุม 59.09% นั่นก็คือแต่ละคนจะมีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 8.7 ตรม.
 

ไต้หวันเปิดโครงการเขตการอนุรักษ์พันธุ์พืชเมืองร้อน

หลังผ่านการวางแผนเป็นเวลา 1 ปี เขตอนุรักษ์พันธ์พืชเมืองร้อน ซึ่งผลักดันโดยบริษัท ไทวานซีเมนต์ จะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 มกราคม ได้มีการวางแผนพัฒนาเป็นช่วง แต่ละช่วงมีเวลา 5 ปี ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 20 ปี เขตดังกล่าวจะมีการอนุรักษ์พันธ์พืชที่มีจำนวนมากระดับโลก

บริษัท ไทวานซีเมนต์เปิดเผยว่า หลังจากกรรมการบริหารของบริษัทอนุมัติโครงการในปี 2006 แล้ว ในปี เดือน มีนาคม ปี 2007 จึงได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ให้ใช้พื้นที่ฟาร์มเกษตรไท่เหอ หมู่บ้านเกาซู่ เมืองผิงตง (屏東高樹鄉的泰和農場)ซึ่งก็คือพื้นที่สุสานของนายกู่เจิ้นฟู่ (辜振甫) อดีตประธานกรรมการของบริษัท ในขณะเดียวกันได้มีการจัดตั้งมูลนิธิกูเอี๋ยนจั๋วหวิน (辜嚴倬雲) ซึ่งเป็นชื่อภรรยาของนายกูเจิ้นฟู่ เพื่อทำหน้าที่บริหารงานในเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชดังกล่าว

บริษัท ไทวานซีเมนต์ แถลงว่า การพัฒนาโครงการแบ่งเป็น 4 ช่วง ในช่วงแรกจะสร้างโรงเพาะปลูกแบบปิด การลงทุนใน 5 ปีแรกมีมูลค่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่าภายใน 20 ปี จะขยายพื้นที่จาก 5 เฮกตาร์ เป็น 20 เฮกตาร์ และทำการเพาะปลูกพืชเมืองร้อนประเภทต่าง ๆ ในอนาคตจะไม่มีการเปิดเขตอนุรักษ์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว จะใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์พืชและการศึกษาเท่านั้น
 

รถบุปผชาติของไชน่าแอร์ไลน์ ชนะเลิศ

การแห่ขบวนรถบุปผชาติ (Rose Parade) ครั้งที่ 119 ที่แคลาฟอร์เนียของสหรัฐฯ รถบุผชาติของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ของไต้หวันชนะเลิศ เป็นรถบุปผชาติจากต่างประเทศที่สวยงามที่สุด นับเป็นครั้งที่ 22 ของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ที่ได้รางวัลจากการเข้าร่วมประกวดขบวนรถบุปผชาติตั้งแต่ปี 1987 เป็นต้นมา

ในปีนี้ มีจำนวนรถเข้าประกวดทั้งสิ้น 46 คัน รถของไต้หวันได้รับการจัดอยู่ในลำดับที่ 4 ของการเคลื่อนตัวออกแสดง
 
 

picture

picture

picture

picture

Radio Taiwan International
No.55 Pei An Road Taipei, Taiwan. R.O.C.
www.rti.org.tw