picture

picture

picture

picture

 

ข่าวน่าสนใจสำหรับคู่สมรสและแรงงานต่างชาติ

picture

 
2008/01/01
 

ประธานาธิบดีเฉินสุยเปียนกล่าวสุนทรพจน์ในวันขึ้นปีใหม่

ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยนกล่าวสุนทรพจน์ในวันขึ้นปีใหม่ต่อหน้าคณะรัฐบาลที่ทำเนียบประธานาธิบดีว่า ฝั่งตรงข้ามไม่เพียงยืนหยัดที่จะไม่ยอมรับความคงอยู่ของสาธารณรัฐจีนแต่ยังกดดัน ปิดล้อม ไต้หวันในทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องอำนาจอธิปไตยและสถานภาพของไต้หวันในประชาคมโลก นี่คือปัฐหาสำคัญของชาติในขณะนี้ จีนใช้กำลังอำนาจทางทหารคุกคามไต้หวันขณะเดียวกันยังกดดันทางการทูตและทำสงครามด้านเศรษฐกิจกับไต้หวัน

ผู้นำไต้หวันกล่าวว่า ในช่วงเวลาเจ็ดกว่าปีที่ผ่านมา จีนได้ติดตั้งขีปนาวุธเล็งหัวรบใส่ไต้หวันจากเดิม 200 ลูกเพิ่มเป็น 988 ลูก หรือเพิ่มขึ้นห้าเท่า และเมื่อเร็วๆนี้เพิ่มเป็น 1328 ลูกแล้ว พร้อมกันนี้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนยังเตรียมความพร้อมในทำสงคราม 3 ขั้นตอนกับไต้หวันด้วย และล่าสุดเพิ่งจะทำการเพิ่มเส้นทางบินเข้าใกล้เส้นแบ่งเขตน่านฟ้าในช่องแคบไต้หวัน การกระทำที่ท้าทายของฝ่ายจีน ล้วนมีจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของไต้หวันและสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ผู้นำไต้หวันเรียกร้องให้ประชาชนสามัคคีกัน เพราะหากทุกคนสามัคคีกันก็ไม่ต้องเกรงกลัวการ รุกรานของศัตรู หากทุกคนสามัคคีกันก็จะสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งเรื่องความเป็นประเทศของไต้หวัน ก้าวไปสู่การเป็นประเทศใหม่ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน
 

1 มค.พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไต้หวันเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นวันแรก

พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไต้หวันหรืออดีตอนุสรณ์สถานประธานาธิบดีเจียงไคเชค เปิดให้ประชาชนเข้าชมแล้วในช่วงเที่ยงของวันที่ 1 มค. ศกนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีเฉินสุยเปียนเดินทางไปทำพิธีเปิดในช่วงเช้าเวลา 10.30 น.ของวันเดียวกัน สำหรับรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเชคที่ห้องโถงหน้าพิพิธภัณฑ์นั้นเดิมรัฐบาลจะย้ายออกไปแต่เนื่องจากรูปปั้นดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากถึง 21000 กก.ไม่สามารถโยกย้ายออกไปได้ ต่อมามีข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการที่รับผิดชอบปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไต้หวันเตรียมจะใช้วิธีนำคอกเหล็กมาปิดล้อมรูปปั้นไว้ ท้ายที่สุดได้ใช้วิธีนำเรือของชนพื้นเมืองในไต้หวัน รูปปลาบิน หน้ากากตัวละครในอุปรากรจีน และว่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไต้หวันมาประดับตกแต่งปิดบังรูปปั้นของประธานาธิบดีเจียงไคเชคเอาไว้

ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยนกล่าวในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไต้หวันว่าวันนี้เป็นวันเปิดพิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไต้หวัน เปรียบเสมือนเป็นการเปิดประตูไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ปิดอนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงความเป็นทรราชแห่งนี้ลง เปลี่ยนไปเป็นสถานที่ที่ให้ประชาชนได้ใช้ทบทวน เรียนรู้ และแสวงหา สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและประชาธิปไตย
 

ชาวไต้หวันหกแสนคนร่วมนับถอยหลังรับปีใหม่ที่หน้าตึก ไทเป 101

台北101煙火迎接2008年 璀燦奪目(三)

งานฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของกรุงไทเปซึ่งจัดขึ้นที่ลานหน้าที่ทำการเทศบาลกรุงไทเปใกล้กับตึกไทเป 101 โดยมีไฮไลท์ของงานอยู่ที่การจุดพลุบนตึกไทเป 101 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก มีประชาชนเดินทางไปร่วมนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่และรอชมการจุดพลุมากถึงหกแสนคน พลุที่จุดในปีนี้ยาวนานถึง ๑๘๘ วินาทีใช้พลุทั้งหมด ๑๒,๐๐๐ นัด ขณะที่รถไฟฟ้าในกรุงไทเปเปิดบริการประชาชนตลอดทั้งคืน

北市跨年晚會 吸引上萬民眾跨年(二)         台北101煙火迎接2008年 璀燦奪目(十二)

ชมภาพบรรยากาศงานฉลองปีใหม่ 2008 ทั่วไต้หวัน คลิกที่นี่

 

คืนวันส่งท้ายปีเก่าคนไต้หวันส่งเอสเอ็มเอสอวยพรปีใหม่ มากกว่า 75 ล้านครั้ง

บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเปิดเผยว่า คืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ผู้คนนิยมส่งข้อความสั้น(เอสเอ็มเอส)อวยพรปีใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้นเรื่อย จากสถิติในปี 2549 มีการส่งเอสเอ็มเอสในคืนวันที่ 31 ธค. มากถึง 60 ล้านครั้ง และในปี

2550 นี้เพิ่มเป็น75 ล้านครั้งเพิ่มขึ้น 25% โดยในช่วงเวลา 23.00-01.00 น. มีการส่งเอสเอ็มเอสมากที่สุด
 

31ธค.2550 ศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติ เริ่มเปิดทำการแล้ว

วันที่ 31 ธค. ที่ผ่านมาคณะกรรมการการแรงงาน (ซีแอลเอ) ไต้หวันได้เปิดศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติอย่างเป็นทางการ คาดจะช่วยแรงงานต่างชาติและนายจ้างประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาและประหยัดแรง

นายหลูเทียนหลิน ประธานซีแอลเอ กล่าวขณะเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติ ว่า จุดประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติคือต้องการช่วยเหลือแรงงานต่างชาติและนายจ้างให้ ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาและประหยัดแรงเพราะเป็นการให้บริการแบบวันสต๊อปเซอร์วิสหรือทุกอย่างสามารถดำเนินให้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ภายในศูนย์บริการแห่งนี้

ประธานซีแอลเอ กล่าวว่า ในอดีตต้องใช้เวลาในการดำเนินการยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นเวลา สามสัปดาห์ถึงสองเดือน แต่หากใช้บริการของศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถดำเนินให้แล้วเสร็จ แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศไปเพียงวันเดียวก็สามารถกลับเข้ามาใหม่ได้

จากสถิติของคณะกรรมการแรงงานระบุว่า ปัจจุบันไต้หวันนำเข้าแรงงานต่างชาติมากกว่า สามแสนห้าหมื่นคน ในขั้นแรกนี้ทางศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติจะให้บริการแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลคนป่วยและผู้ช่วยงานบ้านที่ครบสัญญาสามปีและจะเดินทางกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิมก่อน ในอนาคตจะขยายออกไปเป็นแรงงานต่างชาติในตำแหน่งอื่น ทั้งนี้ศูนย์จ้างตรงแรงงานต่างชาติจัดตั้งแห่งแรกที่กรุงไทเป แต่นายจ้างในเมืองอื่นๆสามารถใช้บริการที่ศูนย์ให้คำปรึกษาแรงงานต่างชาติ ที่เมืองอี๋หลัน จงลี่ ไทจง ไทหนานและเกาสง ได้

สำหรับกรณีที่มีบริษัทจัดหางานบางรายมองว่าการที่ซีแอลเอเปิดศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาติเป็นการแย่งตลาดบริษัทจัดหางานนั้น นายหลูเทียนหลินกล่าวว่า เนื่องจากการไปใช้บริการที่ศูนย์บริการจ้างตรงแรงงานต่างชาตินายจ้างต้องเดินทางไปทำเรื่องเอง ดังนั้นยังมีนายจ้างบางรายไม่สะดวกที่จะไปดำเนินการเองก็จะยังมอบหมายให้บริษัทจัดหางานรับไปดำเนินการให้ ดังนั้นไม่ถือว่าเป็นการแย่งตลาดกัน แต่จะเป็นการผลักดันให้บริษัทจัดหางานมีการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของตนให้ดีขึ้น
 

กระทรวงเศรษฐการประกาศเดือนมกราคมนี้ไม่ขึ้นราคาน้ำมัน

กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ประกาศว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสะสมแล้วสูงถึง 21.66%ซึ่งสูงกว่าเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้ ที่ระดับ12%ดังนั้นในเดือนมกราคมนี้จะไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก อย่างไรก็ดีในช่วงสิ้นเดือนมกราคมจะมีการประเมินภาวะเศรษฐกิจและดัชนีราคาสินค้าอีกครั้งจากนั้นจะประกาศให้ทราบว่าราคาน้ำมันในเดือนกุมภาพันธ์จะมีการปรับขึ้นหรือไม่

นายเฉินหรุ่ยหลง รมว. เศรษฐการกล่าวว่า หากไม่มีการตรึงราคาน้ำมัน เอาไว้ ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันในปัจจุบัน เบนซินออกเทน 92 ปรับขึ้น 1.7 เหรียญ น้ำมันดีเซลปรับขึ้น1.9 เหรียญ แต่เนื่องจาก อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นสะสมเกิน 12% ดังนั้นต้องตรึงราคาไว้ในระดับเดิม ไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น

รมว. เศรษฐการยังระบุว่า ทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันมาก หากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันในขณะนี้จะส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมาตร การตรึงราคาน้ำมันในครั้งนี้ เพื่อต้องการลดแรงกดดันของราคาน้ำมันที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติ นายเฉินหรุ่ยหลงกล่าวว่า นับเป็นครั้งที่สองที่รัฐบาลใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน เพื่อให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ราคาสินค้าเกิดการผันผวนอย่างหนัก และทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบและเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก ส่วนจะมีการตรึงราคาไปจนถึงเดือนหน้าหรือไม่ รมว. เศรษฐการระบุว่าหลังพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจแล้วจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้งในช่วงสิ้นเดือนมกราคม
 

สำรวจพบคนไต้หวันมากกว่าครึ่งประเทศไม่พอใจรายได้ในปี 2007

นิตยสารGlobal views ของไต้หวันทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่องความรู้สึกของประชาชนทั่วประเทศ พบว่ามากกว่าร้อยละ ห้าสิบของประชาชนรูสึกไม่พอใจรายได้จากการทำงานในปี 2007 ที่เพิ่งผ่านไป และร้อยละยี่สิบเก้าเห็นว่าปี 2008 น่าจะดีขึ้น

การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 30 พย.-5 ธค. ที่ผ่านมาสุ่มสำรวจประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ ยี่สิบปีขึ้นไปทั่วไต้หวันทางโทรศัพท์จำนวน 1007 ตัวอย่างพบว่า ด้านเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่มองอนาคตเศรษฐกิจในปี 2008 ว่าแย่ลงกว่าที่ผ่านมา ร้อยละ 42.8 มองว่าเศรษฐกิจปี 2008 จะเลวร้ายกว่าปีที่แล้ว สาเหตุเพราะนโยบายรัฐบาลไม่ชัดเจน ความขัดแย้งกันของรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน นักการเมืองใช้ปากทำงานเพียงอย่างเดียว การลงทุนของต่างชาติลดลง สองฝั่งช่องแคบไต้หวันยังไม่เปิดให้บินตรงต่อกัน ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นอนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ศักยภาพการแข่งขันในสากลลดลง

ด้านสภาพสังคม ผลการสำรวจพบว่า ปัญหาสังคมที่รุนแรงและต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนคือ ความขัดแย้งกันของประชาชนในประเทศที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลหรือพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า(ฝ่ายเขียว)และฝ่ายที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคก๊กหมินตั่ง(ฝ่ายน้ำเงิน) รองลงมาคือ ราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นไม่หยุด

ช่องว่างระหว่างคนร่ำรวยและคนยากจน อัตราการว่างงานที่สูงขึ้น การปฎิรูปการศึกษา การคอร์รัปชั่นของนักการเมือง และความตึงเครียดระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน เป็นต้น
 

คนไต้หวันเปิบอาหารบำรุงร่างกายปีละ 14.1 พันล้านเหรียญ

การสำรวจทางอินเตอร์เนตเรื่อง อาหารบำรุงร่างกายช่วงฤดูหนาว ที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆนี้พบว่า คนไต้หวันนิยมกินอาหารบำรุงร่างกายในช่วงฤดูหนาวเพราะเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายช่วยบำรุงร่างกายและต้านความหนาวเย็นได้ โดยผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 90
เห็นว่าเมื่อถึงหน้าหนาวต้องกินอาหารบำรุงร่างกาย และอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับที่หนึ่งคือเป็ดตุ๋นขิง รองลงมาคือไก่ตุ๋นน้ำมันงากับเหล้าขาว และอันดับสามคือสุกี้เนื้อแพะ อย่างไรก็ดีผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีโอกาสได้กินสุกี้หม้อไฟมากกว่าอาหารบำรุงร่างกายอื่นๆ เพราะร้านสุกี้มีมากมายหากินได้ง่ายและสะดวกกว่าอย่างอื่น ผลการสำรวจยังพบว่ามากกว่าร้อยละห้าสิบของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เงินในการกินอาหารบำรุงร่างกายครั้งละประมาณ 500 เหรียญเอ็นที ร้อยละ34.4% ใช้เงินในการกินอาหารบำรุงร่างกายครั้งละประมาณ1000 เหรียญเอ็นทีโดยเแต่ละเดือนกินประมาณ
2 ครั้งซึ่งจากตัวเลขทำให้ประเมินได้ว่าแต่ละปีคนไต้หวันใช้เงินในการกินอาหารบำรุงร่างกายช่วงฤดูหนาวปีละ14.1 พันล้านเหรียญเอ็นที ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถนำไปซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส A380 ได้หนึ่งลำ ขณะที่นักโภชนาการออกมาเตือนว่าการกินอาหารบำรุงร่างกายนั้นหากมากเกินไปจะทำให้อ้วนเพราะมีปริมาณแคลลอรี่สูง นอกจากนี้บางคนไม่เหมาะที่กินอาหารบำรุงร่างกายมากเกินไปโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
 

ไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์เปิดเที่ยวบินกวางเจา-ไทเป 3 กุมภาพันธ์นี้

สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์แถลงว่า ปี 2008 นี้จะเปิดเที่ยวบินกวางเจา-ไทเปในวันที่3 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการบินตรงช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันโดยช่วงก่อนและหลังตรุษจีนได้เตรียมบินตรงแบบเหมาลำจากเมืองสำคัญๆของจีนไปยังไต้หวัน แปดเที่ยวบิน พร้อมประกาศเปิดให้จองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสนนราคาตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดไปกลับ 2,650 หยวน (13250 บาท)
 

อากาศหนาวไต้หวันมีคนหนาวตายไปแล้ว 6 คน

คลื่นความหนาวเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมไต้หวันตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ทำให้อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า สิบองศาเซลเซียสในช่วงกลางคืน จนถึงขณะนี้ทำให้มีคนหนาวตายไปแล้วหกคน โดยสองคนแรกเสียชีวิตในคืนวันที่ 30 ธค. เป็นชายอายุ 67 ปีเร่ร่อนอยู่ตามแถวหอพักเก่าของการรถไฟที่เมืองอี๋หลัน อีกคนเป็นชายอายุ 41 ปีเร่ร่อนอยู่ในตลาดขายของเก่าเมืองไทจง เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าคงเพราะร่างกายทนความหนาวเย็นไม่ไหว และในคืนวันที่ 31ธค. มีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก สี่คนเป็นผู้ชายทั้งหมด สามคนเป็นผู้สูงอายุ อีกคนหนึ่งเป็นคนจรจัดอายุ 37 ปี

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนให้ป้องกันความหนาวเย็นรักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ให้ดีโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่บางพื้นที่อุณหภูมิจะลดลงต่ำถึง 7 องศาเซลเซียส และคาดว่าคลื่นความหนาวเย็นจะยังคงปกคลุมไต้หวันไปจนถึงช่วงปลายสัปดาห์นี้โดยวันศุกร์อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น
 
 

picture

picture

picture

picture

Radio Taiwan International
No.55 Pei An Road Taipei, Taiwan. R.O.C.
www.rti.org.tw