| |
|
โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย
สำหรับเยาวชนไทยในไต้หวัน |
| |
 |
|
|
|
มีข่าวมาประชาสัมพันธ์ครับผม
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย สมาคมคนไทยในไต้หวัน
และชมรมนักศึกษาไทยของ National
Chung Hsing University
ร่วมกันจัดโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย
สำหรับเยาวชนไทยในไต้หวันขึ้นครับ
โดยมีกำหนดการตั้งแต่วันที่ 1
มี.ค. 2550
- 28
ก.พ. 2551 ครับ
โครงการนี้เป็นโครงการระยะเวลา 1
ปี โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยในไต้หวัน
ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงภาษาไทย ขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรมไทยครับ |
 |
|
สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
สามารถสมัครได้โดยตรงกับสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
สมาคมคนไทยในไต้หวัน และชมรมนักศึกษาไทยของ
National Chung Hsing University
ครับผม แต่ต้องเป็นเยาวชนไทยที่อายุไม่เกิน
25
ปีเท่านั้นนะครับจึงจะร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้
โดยมีรายละเอียดของโครงการต่างๆ
ตามด้านล่างนี้ครับผม |
|
|
|
ความเป็นมา |
|
ปัจจุบันมีคนไทยที่แต่งงานและมีถิ่นอาศัยอยู่ในไต้หวัน(ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่)
๖,๙๒๘ คน
(ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยไต้หวันถึงเดือนมีนาคม
๒๕๕๐)
และมีบุตรธิดาที่เกิดในไต้หวันจำนวนมากที่ไม่สามารถ
พูด เขียน อ่าน หรือฟังภาษาไทย นอกจากนั้น
เยาวชนไทยเหล่านี้ยังขาด ความรู้ ความเข้าใจ
เรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
จึงจำเป็นต้องปลูกฝังให้เยาวชนไทยในไต้หวันได้เรียนรู้และเข้าใจถึงภาษาไทย
ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยและสมาคมคนไทยในไต้หวันจึงได้ร่วมพิจารณาเสนอโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนไทยในไต้หวัน
เพื่อจะได้กำหนดรูปแบบวิธีดำเนินการขั้นตอนในโครงการฯ
ให้ถูกต้อง และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
รวมทั้งโน้มน้าวจิตใจเยาวชนไทยที่เกิดในไต้หวัน
ให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภาษาไทย
ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยเหมือนกับคนไทยโดยทั่วไป |
|
|
|
|
|
หลักการและเหตุผล |
|
การจัดการศึกษาและการอบรมแก่บุคคลในระดับต่าง ๆ
นั้น เป็นวิธีการหนึ่งในการพัฒนาบุคลากร
ของชาติให้มีคุณภาพ
เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป
การจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนไทยที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยนั้น
ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษา
อบรมตามหลักสูตรระดับประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ
แต่เยาวชนไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศในและอนาคตจะต้องกลับมาประเทศไทย
เมื่อยังขาดการศึกษาอบรมด้าน ภาษาไทย
ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมไทย
ตามระบบดังกล่าว ทำให้ขาดการปลูกฝังให้เกิด
ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภาษาไทย
ขนมธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
โดยปัจจุบันในไต้หวันยังไม่มีสถาบันที่สนับสนุนหรือจัดทำเป็นโครงการ
สอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแก่เยาวชนไทย
การจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนไทย
ทีมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศนั้น
เป็นการกระทำที่ได้ผลในระยะยาว
เพราะจะทำให้ผู้เรียนมีความรัก
ความผูกพันกับประเทศไทย
มีความรู้เรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี
และวัฒนธรรมไทย มีความรู้ภาษาไทย
และสามารถนำไปใช้ติดต่อสื่อสารกับคนไทยได้ |
|
|
|
|
|
วัตถุประสงค์ |
|
๓.๑
เพื่อให้เยาวชนไทยในไต้หวันได้เรียนรู้ภาษาไทย
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย
จนสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารได้
เกิดความซาบซึ้งและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยในฐานะที่ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและมีส่วนที่จะช่วยดำ
รงรักษาไว้
อันจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไปในอนาคต
๓.๒
สร้างเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชาติไทย
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย
ปลูกฝังผู้เรียนให้มีความภูมิใจ
และตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องธำรงไว้
ซึ่งระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
เทอดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์
๓.๓ เพื่อเป็นการประสานความสัมพันธ์
ระหว่างคนไทยในไต้หวัน และคนไทยในประเทศไทย
ให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน
มีจิตใจสำนึกในความเป็นไทยร่วมกัน
๓.๔ ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้แก่เด็ก
เยาวชนและคนไทย ให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม
จริยธรรม ที่เป็นพื้นฐานทางการศึกษา
การแสวงหาความรู้เพื่อฝึกฝนเชาว์ปัญญา
และทักษะเฉพาะด้านตามศักยภาพของตนเอง
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
๓.๕ สร้างเสริมความภูมิใจ
และเข้าใจในคุณค่าของศิลปะ วัฒนธรรม
ประเพณีที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทย
สามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกรับวัฒนธรรมและภูมิปัญญานานาชาติได้อย่างเหมาะสมเพื่อดำรงตนในฐานะสมาชิกของสังคมไทยและสังคมโลกได้ถูกต้อง
๓.๖
ฝึกฝนให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการปฏิบัติตนตามค่านิยมของความเป็นพลเมืองดี
ตามวิถีประชาธิปไตยในสังคมไทย
แสดงกิริยามารยาทตามแบบแผนประเพณีไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะ
สามารถประกอบอาชีพ
หรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีคุณภาพ
โดยนำความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตย |
|
|
|
|
|
ขอบเขตการดำเนินการ |
|
กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ ได้แก่
เยาวชนไทยที่เกิดในไต้หวัน
โดยเฉพาะเยาวชนไทยที่มีถิ่นที่อยู่ในภาคกลางไต้หวัน
ซึ่งไม่เคยมีการจัดหลักสูตรสอนภาษาไทยมาก่อน |
|
|
|
|
|
วิธีการ |
|
๕.๑ หลักสูตรและตำราเรียน
หลักสูตรขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เรียนที่เป็นเยาวชนไทยในไต้หวัน
ทั้งที่ไม่เคยเรียนจากประเทศไทย
หรือกับผู้เรียนที่เคยเรียนจากประเทศไทยมาก่อน
โดยใช้ตำราเรียน พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย
พร้อมเทป (เรียบเรียงโดย วีรวรรณ ชู)
๕.๒ วิธีการเรียน
๕.๒.๑ เข้าเรียนในห้องเป็นประจำทุกสัปดาห์
๕.๒.๒
มอบหมายการบ้าน
ทำแบบฝึกหัดเพื่อทบทวนและศึกษาด้วยตนเอง
๕.๒.๓
ใช้อุปกรณ์เสริมการเรียน ได้แก่ เทป และซีดี
๕.๒.๔
ฝึกทักษะหลังจากที่ได้เรียนรู้จากบทเรียนแล้ว
โดยทำแบบฝึกหัดที่
ครอบคลุมในทุก ๆ เนื้อหาการเรียนรู้
๕.๓ การสอบการวัดผลการเรียน
ก่อนเข้าสู่บทเรียนในแต่ละชั้น
จะมีการทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน
โดยมีการทดสอบในทุก ๆ เรื่องย่อย ๆ
ของทุกหน่วยการเรียนรู้
เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนในบทเรียนตามหลักสูตรที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
ซึ่งจะทำให้การเรียนที่จะเกิดขึ้นเป็นการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
และการทดสอบรวมทั้งหน่วย และแต่ละสาระตามหลักสูตร
๕.๔ ระยะเวลาในการเรียน
กำหนดเปิดหลักสูตรในวันที่ ๑ เดือนมีนาคม ๒๕๕๑
โดยมีการเรียนการสอนทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐
๑๒.๐๐ น. หลักสูตรละ ๑๒ ครั้ง
เริ่มจำนวนนักเรียนต่อหลักสูตร ๑๕-๒๐ คน
๕.๕ เกณฑ์การมอบวุฒิบัตรเมื่อจบหลักสูตร
๕.๕.๑
การวัดผลและประเมินผลสำหรับนักเรียนที่จะจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้นจะใช้หลายวิธีผสมผสานกัน
เช่น การสะสมแฟ้มผลงานที่นักเรียนทำไว้ (portfolio)
เช่น การบ้าน แบบฝึกหัด แบบทดสอบ ฯลฯ
ที่เกิดจากการเรียนแต่ละครั้งจนครบตามจำนวนบทเรียนที่กำหนด
๕.๕.๒
ผู้เรียนต้องทำแบบฝึกหรือแบบฝึกหัด (worksheet)
ประจำหน่วยครบถ้วน
๕.๕.๓
ผู้เรียนต้องสอบผ่านข้อสอบมาตรฐาน
๕.๖ การสมัครเข้าเรียน
๕.๖.๑ เยาวชนไทย อายุไม่เกิน
25 ปี สมัครโดยตรงกับสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
สมาคมคนไทยในไต้หวัน และชมรมนักศึกษาไทยของ
National
Chung Hsing University
๕.๖.๒
เอกสารแสดงตน ได้แก่
หลักฐานการมีสัญชาติไทยของบิดาหรือมารดา
ใบต่างด้าวของไต้หวัน
สูติบัตรที่ออกโดยสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
หรือหนังสือเดินทางไทย
๕.๗ ระยะเวลาของการรับสมัคร
ระหว่างวันที่ ๑
๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ |
|
|
|
|
|
ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการและวิทยากร |
|
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย สมาคมคนไทยในไต้หวัน
ร่วมกับชมรมนักศึกษาไทยของNational
Chung Hsing University (NCHU)
ซึ่งมีนักศึกษาไทยมาเรียนปริญญาเอกและโท
กว่า ๕๐ คน
และสามารถมาเป็นครูสอนวิชาได้ดีสำหรับเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการ |
|
|
|
|
|
ระยะเวลาในการดำเนินการ |
|
๑ มีนาคม ๒๕๕๑
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ |
|
|
|
|