|
นายหม่าอิงจิ่วประธานาธิบดีไต้หวันสาธารณรัฐจีนสมัยที่
12
ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ในเวลา 11.00 น.ของวันที่ 20 พค. ศกนี้ ณ
ไทเปอารีน่าโดม อาคารอินดอร์สเตเดียมกลางกรุงไทเป
ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทั้งจากในและต่างประเทศรวมถึงตัวแทนประชาชนจากวงการต่างๆ
รวม 12,000 คน ว่า อรุณสวัสดิ์
ท่านผู้นำจากประเทศต่างๆ ท่านผู้มีเกียรติ
คณะตัวแทนชาวจีนโพ้นทะเล
พ่อแม่พี่น้องชาวไต้หวันและท่านที่รับชมการถ่ายทอดพิธีผ่านทางโทรทัศน์และผ่านทางอินเตอร์เนตทุกท่าน
วันที่ 22 มี.ค.
ปีนี้ไต้หวันได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้น
ชาวไต้หวันได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงตัดสินอนาคตให้แก่ไต้หวัน
ในวันนี้เราไม่ได้มาร่วมกันฉลองชัยชนะของพรรคการเมืองหรือบุคคลใด
แต่เรามาร่วมกันเป็นสักขีพยานของการก้าวไปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไต้หวัน
เราได้เดินผ่านถนนแห่งประชาธิปไตยที่ขรุขระมาแล้ว
ในที่สุดก็มีโอกาสก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลตกลงสู่จุดต่ำสุด
เกมการเมืองทำให้ค่านิยมของสังคมถูกบิดเบือนไป
ประชาชนขาดความมั่นใจทางเศรษฐกิจ
การสนับสนุนจากต่างประเทศลดน้อยลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่ยังดีที่หากเปรียบเทียบกับประเทศประชาธิปไตยใหม่จำนวนมากแล้ว
แม้เราจะเริ่มใช้ระบอบประชาธิปไตยมาไม่นาน
แต่ประชาชนชาวไต้หวันได้แสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยที่สุกงอม
ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดตัดสินใจเลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
ประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ
ความสามัคคีปรองดองของกลุ่มชน
และสันติภาพระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเพื่อรอรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง
ในวันที่ไต้หวันจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 12
ชาวจีนจากทั่วโลกต่างรอชมผลการเลือกตั้งผ่านทางโทรทัศน์และอินเตอร์เนตอย่างใจจดใจจ่อ
ทั้งนี้เนื่องจากไต้หวันเป็นเพียงเขตพื้นที่ที่ชาวจีนอาศัยอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกที่มีการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
ในที่สุดไต้หวันก็สามารถผลัดเปลี่ยนพรรคการเมืองขึ้นมาบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นเป็นครั้งที่สอง
ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของประเทศประชาธิปไตย
ขณะเดียวกันก็เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเขตพื้นที่อื่นๆที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ด้วย
ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่คือ
นำพาไต้หวันเผชิญหน้ากับความท้าทายที่มาพร้อมกับกระแสโลกาภิวัฒน์อย่ากล้าหาญ
ภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เราจำเป็นต้องเร่งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้น
เพื่อดึงโอกาสที่เคยหลุดลอยไปกลับคืนมา
แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะไม่มั่นคง
การกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
แต่เราเชื่อมั่นว่าหาก มีนโยบายที่ดี
ยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรค
เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
รัฐบาลใหม่จะต้องสร้างแบบอย่างของการเมืองที่สุจริตขึ้น
เข้มงวดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและความมีประสิทธิภาพของข้าราชการการเมือง
และสร้างรูปแบบใหม่ของการติดต่อกันระหว่างข้าราชการการเมืองและนักธุรกิจ
ข้าพเจ้าหวังว่า
ข้าราชการที่มีสิทธิใช้อำนาจรัฐทุกคนต้องจดจำคำเตือนที่ว่า
อำนาจทำให้คนเสื่อมเสียได้เราจะพยายามอย่างเต็มกำลังความสามารถที่จะทำปฏิบัติตามนโยบายที่ประกาศไว้นั่นก็คือ
บริหารประเทศ
และรับผิดชอบอย่างเต็มที่นโยบายทุกด้านของรัฐบาลใหม่จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อความผาสุกของประชาชนเป็นหลัก
อยู่เหนือผลประโยชน์ของพรรคการเมือง มีจุดยืนเป็นกลาง
รัฐบาลจะไม่ทำตนเป็นอุปสรรคของสังคมแต่จะทำหน้าที่เป็นหัวจักรสำคัญนำพาไต้หวันก้าวไปสู่ความรุ่งเรือง
เราจะเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาซึ่งพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยและการค้าที่สำคัญของไต้หวัน
และเราจะทะนุถนอมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศพันธมิตรอื่นๆ
ยึดมั่นในพันธะสัญญาที่มีต่อกัน
และต้องการขยายความร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับเราต่อไป
เรามีความแน่วแน่ที่จะปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของไต้หวัน
ดังนั้นงบประมาณด้านกลาโหมจะมีการจัดสรรอย่างเหมาะสม
และจัดซื้ออาวุธยุโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันตนเองที่จำเป็น
เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพในการป้องกันประเทศ
สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นบนสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน
ธำรงไว้ซึ่งความเสถียรภาพและมั่นคงของภูมิภาค
ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของเรา
ในอนาคตไต้หวันจะทำหน้าที่เป็นผู้สร้างสันติภาพ
และจะทำให้ประชาคมโลกมองความเปลี่ยนแปลงของไต้หวันด้วยความประหลาดใจ
ข้าพเจ้าหวังว่า
สองฝั่งช่องแคบไต้หวันจะรีบคว้าโอกาสที่ยากจะปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์เช่นนี้
นับจากวันนี้เป็นต้นไปร่วมกันเปิดประวัติศาสตร์แห่งสันติภาพและความรุ่งเรืองหน้าใหม่ขึ้น
เราจะยึดอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดของประชาชนส่วนใหญ่ในไต้หวันซึ่งก็คือ
ไม่รวมชาติ ไม่ประกาศเอกราช
ไม่ใช้กำลังอาวุธและภายใต้รัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน
จะธำรงไว้ซึ่งสถานภาพปัจจุบันของสองฝั่งช่องแคบไต้หวันต่อไป
ในอนาคตจะเร่งฟื้นฟูการเจรจาต่อกันภายใต้ ฉันทามติปี
1992
ซึ่งไต้หวันและจีนต่างเห็นพ้องกันว่าจีนนั้นมีเพียงจีนเดียว
แต่ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ปักกิ่ง
และสาธารณรัฐจีนที่ไทเป เป็นตัวแทนของจีน
ให้ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละฝ่าย
พร้อมกันนี้ยังต้องการย้ำถึง
ข้อเสนอของฝ่ายไต้หวันที่หยิบยกขึ้นเสนอต่อที่ประชุมโป๋อ๋าว(Boao
Forum for Asia,BFA)เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือให้ความสำคัญกับสภาพความเป็นจริง
สร้างอนาคต ปล่อยวางความขัดแย้ง
และแสวงหาความสำเร็จร่วมกันสองฝั่งช่องแคบไต้หวันควรเริ่มต้นแสวงหาความสำเร็จร่วมกัน
พัฒนาความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปสู่ระดับปกติ
เราพร้อมที่จะเปิดเจรจาแล้ว
หวังว่าการเปิดบินตรงแบบเหมาลำช่วงสุดสัปดาห์และการเปิดให้นักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาไต้หวันซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันก้าวไปสู่ศักราชใหม่
ในอนาคตเราจะเปิดเจรจากับจีนแผ่นดินใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการเคลื่อนไหวในเวทีสากลของไต้หวัน
ไต้หวันต้องปลอดภัย ต้องเจริญรุ่งเรือง
ต้องมีศักดิ์ศรี ไต้หวันต้องไม่ถูกโดดเดี่ยวในสากล
จึงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันพัฒนาต่อไปได้
จากถ้อยแถลงสามครั้งของนายหูจิ่นเทาผู้นำจีนเมื่อเร็วๆนี้
คือกล่าวกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อเดือน มี.ค. ในการประชุม
BFA
เมื่อเดือนเม.ย.และแถลงการณ์ในช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาทีระบุว่า
สองฝั่งช่องแคบไต้หวันต้อง สร้างความเชื่อมั่นต่อกัน
ปล่อยวางความขัดแย้ง
แสวงหาจุดยืนร่วมกันภายใต้ความแตกต่าง
ร่วมกันสร้างความสำเร็จซึ่งล้วนเป็นอุดมการณ์ที่ตรงกันกับฝ่ายไต้หวัน
ดังนั้นข้าพเจ้าขอเรียกร้องด้วยความจริงใจว่า
ไม่ว่าจะในช่องแคบไต้หวันหรือในประชาคมโลก
ไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ควรปรองดองกัน เลิกแข่งขันกัน
และควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันในองค์กรสากลหรือกิจกรรมต่างๆของประชาคมโลก
เคารพซึ่งกันและกัน
ประชาชนบนสองฝั่งช่องแคบไต้หวันล้วนเป็นชาวจีนเหมือนกัน
ควรใช้ความสามารถที่มีอยู่
ร่วมกันพัฒนาและร่วมกันอุทิศตนเพื่อประชาคมโลก
ไม่ใช่แข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ในโลกที่แสนจะกว้างใหญ่ไพศาล
ด้วยสติปัญญาที่ล้ำเลิศของชาวจีน
ไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่จะต้องหาหนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้
การฟื้นฟูไต้หวันจะอาศัยความพยายามของรัฐบาลเพียงลำพังไม่ได้
ยังต้องอาศัยความร่วมมือทั้งกำลังแรงกาย
สติปัญญาของประชาชนและความร่วมมือกันของรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ด้วย พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน
นับจากนี้เป็นต้นไปเราจะม้วนแขนเสื้อขึ้นมา
เริ่มลงมือปฏิบัติ
เพื่อสร้างประเทศชาติให้งดงามรุ่งเรือง
เพื่อเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ลูกหลานของเรา
เราจะใช้ใจร้อยใจ มือประสานมือ
ร่วมกันต่อสู้เพื่ออนาคตของเรา
ขอให้ทุกท่านร่วมกันร้องตะโกนคำว่า
ประชาธิปไตยไต้หวันจงเจริญหมื่นปี (台灣民主萬歲)
สาธารณรัฐจีนจงเจริญหมื่นปี(中華民國萬歲) |